email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่17 : สนุกมากมั้ย?

ชื่อตอน : ตอนที่17 : สนุกมากมั้ย?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2563 04:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่17 : สนุกมากมั้ย?
แบบอักษร

ตอนที่17 : สนุกมากมั้ย

 

 

 

The Viston Pub

"เอามาอีกชุด" ทันที่ที่มาถึงผับหมอหนุ่มก็สั่งเหล้าดื่มอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากลืมความรู้สึกเจ็บที่กำลังถ่าโถมเข้ามา ตอนนี้ไม่รู้เหล้าหมดไปกี่ชุดแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังคงสั่งเพิ่มมาเรื่อยๆ จนหลงเว่ยที่มาด้วยถึงกับเครียดหนักที่เห็นอีกฝ่ายเป็นถึงขนาดนี้

หมอหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าการรักใครสักคนจะทำให้เขาเจ็บปวดได้มากมายขนาดนี้ เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนอกหักทำไมถึงต้องร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตาย แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วว่าการผิดหวังจากความรักมันเจ็บปวดและทรมานมากแค่ไหน เข้าใจแล้วจริงๆ

ใบหน้าหวานแดงก่ำไปทั้งหน้า ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปกำลังทำหน้าที่ของมัน เพราะตั้งแต่มาถึงหมอหนุ่มก็ยกเอาๆจนหลงเว่ยที่นั่งอยู่ข้างๆรู้สึกเจ็บปวดกับสภาพของเจ้านายไม่น้อย แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้นอกจากอยู่ข้างๆเพื่อคอยปลอบใจ เพราะอีกฝ่ายเอาแต่เงียบและยกเหล้าโดยที่ไม่ยอมบอกอะไรเขาเลย

 

 

Tru...Tru...Truuu...

เสียงโทรศัพท์ของหมอหนุ่มดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดังแบบนี้มาได้สักพักแล้ว แต่เจ้าตัวกลับไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูเลยสักนิด เพราะตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น

 

"นายครับ พอเถอะครับ นายเมาแล้ว" หลงเว่ยเอ่ยบอกผู้เป็นนายเสียงเศร้า เพราะเขารู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายมาก

"หลง...ฉันดูโง่มากขนาดนั้นเลยเหรอ" หมอหนุ่มไม่ได้ฟังสิ่งที่หลงเว่ยพูด แต่กลับตั้งคำถามกับอีกฝ่ายแทน สายตาหวานเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย พร้อมกับยกเหล้าที่วางเรียงกันขึ้นมาดื่มทีละแก้ว แก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งผ่านลำคออย่างไม่มีหยุด เขายังคงยกเหล้าขึ้นดื่มเรื่อยๆโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด

"ไม่ครับนาย ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ" หลงเว่ยตอบกลับในทันที เพราะรู้สึกว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว เจ้านายของเขาต้องไปเจออะไรมาแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่อาการหนักขนาดนี้

 

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้เจออีกฝ่ายเลย เพราะต้องรับผิดชอบการฝึกบอดี้การ์ดที่รับเข้ามาใหม่ จึงไม่ค่อยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีกฝ่ายบ้าง

จะเจอก็แค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น แต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดหมอหนุ่มเลย เพราะต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ไหนจะไอ้มารหัวใจที่ชอบมาหาหมอหนุ่มทุกอาทิตย์อีก ใจเขาอยากจะเข้าไปขัดขวางให้ถึงที่สุด แต่ก็ทำได้เพียงกัดฟันแล้วทนมองทั้งคู่อยู่ด้วยกัน 'กูหวังว่าจะไม่ใช่มึงนะ' หลงเว่ยภาวนากับตัวเองในใจ ขอให้คนที่มีผลต่อหัวใจหมอหนุ่มไม่ใช่ผู้ชายอย่างธันวาเลย

 

"หึ แต่ฉันก็ยังโดนหลอกเนาะ น่าสมเพชสิ้นดี" คนเมายิ้มเยาะให้ตัวอย่างน่าสมเพช พลางยกเหล้าขึ้นมาดื่มอีกแก้ว

"ใครทำอะไรนายครับ! บอกผมมา!" หลงเว่ยถามออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ใบหน้าหล่อขมกรามแน่นด้วยความโกรธ ใครมันกล้ามาหลอกคนที่เขารัก... ชายหนุ่มนึกแค้นในใจ

"ช่างมันเถอะ ฉันมันโง่เองแหละ นายช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว" คนหน้าหวานหันมาพูดกับหลงเว่ยด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดวงตาหวานเศร้าหมองจนคนมองรู้สึกได้

"ครับ ผมจะอยู่กับนายเอง" หลงเว่ยบอกกลับพร้อมกับมองสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ในใจก็คิดไปต่างๆนานาว่าเจ้านายของตนไปเจอเรื่องอะไรมากันแน่ ทำไมถึงได้เสียใจขนาดนี้

"ขอบใจนะ" หมอหนุ่มฝืนยิ้มให้บอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับแก้วเหล้าเหมือนเดิม

 

 

ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง!...

เสียงข้อความแชทดังขึ้นรัวๆ ทำให้คนที่นั่งเหม่อได้สติแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่เขาไม่ได้เอาขึ้นมาเพื่ออ่านหรือตอบอะไรกลับไปหรอกนะ เขาแค่กดปิดเครื่องแล้วยัดมันลงไปในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม เพราะรำคาญที่ใครคนนั้นทักมาไม่เลิกสักที

หลงเว่ยที่นั่งอยู่ข้างๆก็ได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ถึงหมอไป๋จะคนคอแข็งมากแค่ไหน แต่ถ้าดื่มหนักขนาดนี้มีสิทธ์ได้น็อคได้เหมือนกัน

 

 

Tru...Tru...Truuu...

แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของหลงเว่ยก็ดังขึ้น ทำให้เขาหยุดมองคนข้างๆ แล้วหยิบมันขึ้นมากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของนายใหญ่

 

"ครับนาย"

"หลง เฮียอยู่กับนายมั้ย ทำไมฉันโทรไปแล้วเฮียไม่รับสายเลย" ปลายสายเอ่ยถามทันทีที่หลงเว่ยพูดสาย น้ำเสียงของเขาดูตื่นๆเหมือนกำลังว้าวุ่นใจอย่างไงอย่างงั้น

"ครับ นายอยู่กับผมที่ผับครับ" หลงเว่ยตอบกลับไปตามความจริง ทำให้เฟยหยางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะตอนแรกเขาคิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพี่ชายซะแล้ว

"แล้วทำไมเฮียไม่รับสาย" มาเฟียหนุ่มถามต่อ เพราะพี่ชายของเขาไม่เคยหายเงียบไปแบบนี้ ตอนแรกที่ธันวาโทรมาหาเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายบ้าไปเองซะอีก เขาจึงลองโทรหาพี่ชายดู แล้วผลมันก็เป็นอย่างที่ธันวาบอก คือหมอไป๋ไม่ยอมรับสายเขา และไม่ยอมตอบข้อความของใครเลยด้วย ทุกคนจึงร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเวล เขา และธันวา ซึ่งดูเหมือนธันวาจะเป็นคนที่น่าจะอาการหนักที่สุดแล้ว

 

"เอ่อ...คือ..." หลงเว่ยอึกอัก เพราะลังเลว่าจะบอกความจริงกับเฟยหยางดีไหม

"ทำไม...เกิดอะไรขึ้น!" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามลูกน้องเสียงดัง เพราะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ไม่งั้นหลงเว่ยคงไม่มีอาการอึกอักแบบนี้

"..." แต่หลงเว่ยก็ยังคงเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดี ตอนนี้เขาเป็นห่วงความรู้สึกของคนตรงหน้ามากเหลือเกิน กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วทุกอย่างมันจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเดิม กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่โอเคถ้าเฟยหยางรู้เรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาหมอไป๋เป็นคนที่เข้มแข็งมาตลอด

"บอกมาหลง! เฮียเป็นอะไร!" เมื่อลูกน้องไม่ยอมตอบ มาเฟียหนุ่มจึงตะคอกถามย้ำอีกครั้ง เพราะตอนนี้เขาทั้งร้อนใจและเป็นห่วงหมอไป๋จนนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว เวลที่ยืนฟังอยู่ข้างๆก็มีอาการไม่ต่างกัน เพราะเขาเองก็เป็นห่วงพี่หมอของเขามากเช่นกัน

 

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ นายมาถามเองน่าจะดีกว่า" หลงเว่ยตอบกลับไป พลางมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างๆ

"โอเค เดี๋ยวฉันจะรีบไป ดูแลเฮียดีๆนะ อย่าให้ออกไปไหนคนเดียวเด็ดขาด" พูดจบเฟยหยางก็วางสายไป ทำให้หลงเว่ยถอนหายใจออกมาอย่างปลดปลง สายตาคมหันมามองคนข้างๆอีกครั้ง และดูเหมือนหมอหนุ่มจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างอะไรแล้ว เพราะเจ้าตัวยังนั่งกระดกเหล้าแบบติดๆจนบาร์เทนเดอร์หนุ่มถึงกับเครียดเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายอีกคน จะถามก็ไม่กล้า เพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นเจ้านายเป็นแบบนี้เลยสักครั้ง

 

 

 

ทางฝั่งของธันวาเขากำลังร้อนใจจนแทบจะเป็นบ้าแล้ว เพราะตั้งแต่ตอนเย็นหมอไป๋ยังไม่ยอมรับสายเขาเลย ทักไปก็ไม่ยอมตอบ จนล่าสุดเขาไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้แล้ว ร่างสูงจึงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หมอหนุ่มเป็นแบบนี้หลังจากที่เขาได้บอกชอบอีกฝ่ายไป

ชายหนุ่มขับรถไปหาหมอไป๋ที่บ้าน แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวออกไปข้างนอกตั้งแต่เย็นแล้ว นั่นยิ่งทำให้เขาร้อนใจมากกว่าเดิม แถมพอโทรไปถามน้องเขย รายนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีก จนตอนนี้เขาจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว แต่เฟยหยางก็บอกจะโทรถามหลงเว่ยให้ เขาจึงทำได้แค่รอน้องเขยมาเฟียโทรกลับมา จนในที่สุดอีกฝ่ายก็โทรกลับมา ธันวาไม่รอช้ารีบกดรับสายทันทีที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น

 

"ว่าไง ติดต่อได้มั้ย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามน้องเขยด้วยความร้อนใจ

"เฮียอยู่ผับผมพี่ พี่รีบไปดูเฮียนะ เดี๋ยวผมเคลียร์ปัญหาทางนี้เสร็จแล้วจะรีบตามไป" เฟยหยางบอกกลับอย่างร้อนรน เพราะตอนนี้เขาเองก็เป็นห่วงพี่ชายมากเหมือนกัน แต่ที่บ่อนก็กำลังมีปัญหา เขาจึงจำเป็นต้องรีบไปจัดการปัญหาที่นั่นก่อน เพราะทางนี้มีธันวาค่อยดูให้แล้ว

"โอเค ฉันจะรีบไป" พูดจบก็รีบวางสายทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบอะไร ขายาวรีบวิ่งไปที่รถแล้วขับออกไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่ทันที

 

 

 

22:30 น.

"นายครับ พอเถอะครับ นายเมามากแล้ว" หลงเว่ยพยายามเกลี้ยกล่อมให้คนเมาหยุดดื่ม เพราะตอนนี้ใบหน้าหวานที่เคยขาวใสได้แดงก่ำไปหมดแล้ว

"ทำไมวะ! ทำไมมึงต้องมาหลอกกูด้วย ฮึก..." หมอหนุ่มไม่ได้ยินสิ่งที่หลงเว่ยพูด เพราะตอนนี้แอลกอฮอล์ในร่างกายทำงานจนเขาแทบจะไม่มีสติแล้ว และน้ำตาที่เขาพยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาในที่สุด หยดน้ำสีใสไหลออกมาจากตาคู่สวยช้าๆ เพราะเขารู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหวอีกไปแล้ว

 

"ใครครับ! ไอ้ชั่วนั่นมันเป็นใคร" หลงเว่ยเดือดจัดเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด มือแกร่งจับไหล่หมอหนุ่มให้หันมามองสบตากันตน หลงเว่ยซ็อกหนักเมื่อได้เห็นใบหน้าหวานชัดๆ เพราะตอนนี้ใบหน้าหวานที่เคยสดใสกำลังร้องไห้ ความโกรธแค้นที่มีในตอนแรกทวีความรุนแรงขึ้นมากกว่าเดิม มือแกร่งรีบดึงร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมกอดทันที เพราะเขาทนเห็นน้ำตาของคนที่เขารักต่อไม่ได้จริงๆ ยิ่งเห็นคนตรงหน้าเจ็บเขายิ่งเจ็บกว่าหลายเท่า

 

"ฮึก...ฉันโง่เองหลง ฉันมันโง่เอง ฮื่อ..." หมอหนุ่มร้องไห้สะอื้กสะอื้นออกมาอย่างลืมอาย ความเมาทำให้เขาแสดงความอ่อนแอออกมาจนหมด ผู้ชายที่เคยเข้มแข็งคนนั้นมันไม่มีอีกแล้ว...

"ไม่เป็นไรนะครับ นายยังมีผมอยู่ข้างๆเสมอ" หลงเว่ยพยายามข่มอารมณ์โกรธ แล้วพูดปลอบคนในอ้อมกอดเสียงแผ่วเบา มือแกร่งก็ลูบหัวทุยเบาๆเพื่อเป็นการปลอบประโลม

 

"ทำไมมึงต้องมาหลอกกูด้วยไอ้ธัน...ทำไม.." เสียงหวานดังอู้อี้ออกมาเบาๆ แต่หลงเว่ยกลับได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน เขาหยุดชะงักมือที่กำลังลูบปลอบ แล้วเปลี่ยนเป็นกำหมัดแทน เพราะคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขากลัวมันได้เกิดขึ้นแล้ว

'ทำไม ทำไมต้องเป็นมึง' หลงเว่ยสบถกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ พลางกระชับอ้อมแขนกอดร่างโปร่งให้แน่นขึ้น เขาแค่ไม่ได้อยู่ดูแลอีกฝ่ายแค่ไม่กี่อาทิตย์ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงมามีอิทธิพลกับอีกฝ่ายได้มากขนาดนี้ ทำไมคนที่เขาเฝ้าดูแลถึงร้องไห้เพราะคนอย่างมัน ทำไม! ความถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขา พร้อมกับความปวดหนึบที่แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจอย่างฉับพลัน

"ฮึก..." ส่วนคนหน้าหวานก็ยังสะอื้นไม่หยุด ไหล่ที่ไม่กว้างมากนักกำลังสั่นไหวเพราะเจ้าตัวกำลังร้องไห้ ไหล่กว้างของหลงเว่ยเปียกชื่นไปด้วยหยดน้ำตาของคนในอ้อมกอด

 

สองหนุ่มกอดกันโดยลืมสนใจสิ่งรอบข้าง คนหนึ่งอ่อนแอจนไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ ส่วนอีกคนก็กำลังเสียใจที่เห็นคนที่เขารักต้องมาเจ็บปวดแบบนี้ ผู้คนที่ผ่านไปมาก็ไม่ได้สนใจพวกเขา เพราะนี่ถือเป็นเรื่องปกติที่มีคนมายืนกอดกันในที่แบบนี้

แต่มันไม่ใช่สำหรับเขาคนนั้น ร่างสูงของธันวาเดินเข้ามาในผับทันทีที่จอดรถเสร็จ สายตาคมกวาดมองไปทั่วเพื่อตามหาคนหน้าหวานของเขา จนกระทั้งไปสะดุดตากับชายคู่หนึ่งที่กำลังกอดกันแน่น ขายาวรีบเดินตรงไปทางนั้นทันที เพราะเขาจำแผ่นหลังของหมอไป๋ได้เป็นอย่างดี และเห็นด้วยว่าคนที่ยืนกอดอีกฝ่ายอยู่คือไอ้บอดี้การ์ดหน้าจืดคนนั้น

เมื่อเดินไปถึงธันวาก็รีบกระชากร่างแกร่งที่กอดคนของเขาออกอย่างแรง ตามด้วยการสาวหมัดหนักๆใส่หน้ามันไปหนึ่งที

 

หมับ..ผวัะ!

 

หลงเว่ยโดนต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น แต่ร่างโปร่งของหมอหนุ่มได้แต่ยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะความเมาทำให้เขามองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด ส่วนผู้คนที่อยู่รอบข้างก็เริ่มหันมาสนใจพวกเขา แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง

"พวกมึงทำอะไรกัน!" ร่างสูงตวาดใส่คนทั้งคู่เสียงดังลั่น เพราะกำลังเดือดจัดที่เห็นภาพบาดตาเมื่อกี้ โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าคนหน้าหวานของเขามีสีหน้ายังไง

"มึง! ไอ้ชั่ว!" หลงเว่ยเองก็ตะโกนด่าออกมาเสียงดังเช่นกัน เมื่อเห็นว่าคนที่ต่อยเขาจนล้มคือธันวา เขาไม่รอช้ารีบยันตัวลุกแล้วพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่ไม่ทันระวังโดนหมัดหนักๆกระแทกใส่หน้าอย่างจัง

 

ผัวะ!

"ไอ้หลง! มึง!" ธันวาเดือดจัดที่โดนต่อยคืนจนล้ม หมัดของหลงเว่ยหนักจนทำให้ปากของเขาแตก ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมจะพุ่งเข้าใส่หลงเว่ยอีกครั้ง ส่วนหลงเว่ยเองก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายเช่นกัน แต่ทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อคนหน้าหวานโผล่เข้าไปกอดหลงเว่ยไว้ ใบหน้าหวานซบลงกับอีกแกร่งอีกครั้ง เพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าธันวา และอยากรีบออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

ส่วนธันวาก็ได้แต่อึ้งเมื่อเห็นหมอหนุ่มทำแบบนั้น เขาไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆคนหน้าหวานถึงเปลี่ยนไปกระทันหันแบบนี้ ทั้งที่เมื่อวานพวกเขายังดีๆกันอยู่เลยแท้ๆ

 

"หลง...พาฉันออกไปจากที่นี่ที" หมอหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทำให้คนที่กำลังโกรธจัดต้องรีบปรับอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลงทันที

"ครับนาย" หลงเว่ยตอบสั้นๆ พร้อมกับกุมมือสวยให้เดินออกไปด้วยกัน หมอหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าหล่อของธันวาเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดไปมากกว่านี้แล้ว แค่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงนี้น้ำตาของเขาก็พร้อมจะไหลออกมาตลอดเวลา

 

"เดี๋ยว! มึงยังพาคนขอกูไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" ร่างสูงตะคอกเสียงดังพร้อมกับเดินมาฉุดแขนอีกข้างของหมอหนุ่มไว้ ทำให้คนทั้งคู่ไม่สามารถเดินต่อไปได้ แต่หมอหนุ่มกลับสะบัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี ทำให้เขางงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าเดิม

 

"มึงเป็นอะไรไป๋ ทำไมมึงถึงทำกับกูแบบนี้" ธันวาเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับยืนมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายนิ่ง

"หึ กูเป็นอะไรงั้นเหรอ...กูก็เป็นควายที่มึงมาปั่นหัวเล่นไง สนุกมากมั้ย! สะใจมึงรึยังที่มาเล่นกับความรู้สึกกูได้อ่ะ สะใจมึงแล้วใช่มั้ย!" หมอหนุ่มตะคอกออกมาเสียงดังลั่น พร้อมกับหันมามองใบหน้าหล่อด้วยแววตาเจ็บปวด ดวงตาหวานแดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มา และเหมือนหยดน้ำตาจะเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง

ธันวาพูดไม่ออกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น และเขาก็ตกใจมากเมื่อได้เห็นใบหน้าหวานของคนตรงหน้าชัดๆ 'นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมมึงถึงร้องไห้ แล้วที่บอกว่ากูไปหลอกมึงมันหมายความว่ายังไง' นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา

 

"..."

ธันวารู้สึกพูดไม่ออก เขาได้แต่จ้องใบหน้าหวานด้วยความรู้สึกสับสนและงงว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนี้กับเขา

 

"กูไม่รู้ว่าที่ผ่านมามึงทำแบบนี้ไปทำไม แต่หลังจากนี้อย่ามายุ่งกับกูอีก กูจะถือซะว่ามึงกับกูไม่เคยรู้จักกัน" หมอหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่แววตากลับแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างปิดไม่มิด พูดจบก็ลากแขนหลงเว่ยให้เดินออกไปด้วย แต่ก็ถูกร่างสูงที่ได้สติดึงกลับเข้าไปกอด

 

"กูไม่รู้ว่ามึงเป็นอะไร แต่กูไม่เคยหลอกมึงเลยนะ กูไม่เคยล้อเล่นกับความรู้สึกมึงจริงๆ มึงเป็นอะไรมึงบอกกูได้มั้ย ได้มั้ยไป๋" แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอหนุ่ม แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้อีกฝ่ายเดินจากไปได้ ธันวาสวมกอดร่างโปร่งแน่น พร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ปล่อย! ปล่อยกู ฮึก..." หมอหนุ่มพยายามผลักให้ร่างสูงปล่อย แต่อีกฝ่ายกลับกอดรัดเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ทำให้เขาทำได้เพียงทุบหลังแกร่ง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง

 

"มึงปล่อยนายกูเดี๋ยวนี้นะไอ้ธัน!" หลงเว่ยตะคอกใส่ธันวาเสียงดัง พร้อมกับพยายามแกะมืออีกฝ่ายที่กอดรัดเจ้านายของเขาออก เขาโกรธจนแทบอยากจะฆ่ามันให้ตายตรงนี้ แต่ก็ติดตรงที่ต้องสนใจความรู้สึกของหมอหนุ่มก่อน ไม่งั้นเมื่อกี้เขาคงอัดร่างสูงไปแล้ว

 

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" แต่แล้วทุกคนก็ต้องหยุดการกระทำ เมื่อได้ยินเสียงเฟยหยางดังมาจากข้างหลัง

"หยาง ช่วยเฮียด้วย พาเฮียออกไปจากตรงนี้ที" คนเมาร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นน้อง ก่อนจะผลักอกแกร่งของธันวาออกไปให้พ้นตัว แล้วรีบเดินเข้าไปหาเฟยหยางอย่างไว เฟยหยางตกใจรีบเดินเข้าไปหาผู้เป็นพี่ แต่ก็ต้องตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่เลอะไปด้วยคราบน้ำตาชัดๆ

"เฮียเป็นอะไร ใครทำอะไรเฮียบอกผมมา!" เสียงทุ้มต่ำถามออกมาด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับประคองร่างโปร่งที่เดินเซเข้ามาหาตน แต่หมอหนุ่มยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ถูกร่างสูงแย่งพูดขึ้นมาซะก่อน

 

"มึงมาก็ดีละ กูมีเรื่องต้องเคลียร์กับพี่มึง ไว้คุยเสร็จกูจะพาไปส่ง" พูดจบก็เดินเข้ามาคว้าแขนหมอหนุ่ม แล้วลากให้อีกฝ่ายเดินตามเขาออกไปจากตรงนั้นทันที

"หยาง...ช่วยเฮียด้วยหยาง" คนเมาร้องเสียงยานให้เฟยหยางช่วย ทำให้มาเฟียหนุ่มลังเลว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี แต่พอเห็นสายตาคมของธันวาเขาจึงทำได้เพียงยืนนิ่งเฉย เพราะเขาอยากให้ทั้งคู่ได้เคลียร์ใจกันเอง ถึงเขาจะเป็นห่วงพี่ชายมากแค่ไหนก็อยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน เขารู้ดีว่าการไม่ฟังเหตุผลของคนอื่นมันจะมีผลเสียตามมายังไง เพราะเขาเคยโดนกับตัวมาแล้วจึงเข้าใจความรู้สึกนั้นดี

 

"พี่ธัน นี่พี่ทำอะไรพี่หมออ่ะ" แต่เป็นเวลที่ตะโกนถามพี่ชายเสียงดัง ตอนนี้เขารู้สึกสงสารพี่หมอของเขามาก เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเขายังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายร้องไห้เลยสักครั้ง มันเลยทำให้เขาตกใจมากที่เห็นอีกฝ่ายในสภาพแบบนี้

 

"ไม่ต้องยุ่ง! กูมีเรื่องต้องเคลียร์มัน!" แต่ธันวาก็ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เขาหันมาประกาศก้องแล้วลากคนหน้าหวานออกไปทันที หลงเว่ยโกรธจัดแล้วทำท่าจะวิ่งตามไป แต่ถูกผู้เป็นนายสั่งห้ามไว้

"อย่าตาม! ปล่อยให้เขาเคลียร์กัน" มาเฟียหนุ่มพูดออกมาเสียงเด็ดขาด ทำให้หลงเว่ยหยุดซะงักเท้าที่กำลังจะก้าว แล้วทำได้แค่กัดฟันกรอดเพราะโมโหที่ไม่สามารถทำอะไรธันวาได้เลย

 

 

 

"ปล่อย! ปล่อยกู! กูบอกให้ปล่อยไง!" คนเมาตะคอกเสียงดังและพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่ก็เปล่าประโยคเพราะร่างสูงไม่คิดจะปล่อยเขาไปอยู่แล้ว จนทั้งคู่เดินมาถึงลานจอดรถ ธันวาจึงจับอีกฝ่ายเข้าไปในรถ แล้วรีบวิ่งอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ

"มึงจะพากูไปไหน!" หมอหนุ่มตวาดถามพร้อมกับทำท่างจะเปิดประตูรถออกไป แต่ถูกร่างสูงดึงแขนไว้ซะก่อน

"อย่าทำให้กูโกรธ! กูไม่อยากใจร้ายกับมึงนะ!" ธันวาว่าออกมาเสียงแข็ง ทำให้คนที่กำลังขัดขืนนิ่งเงียบไปทันที ใบหน้าหวานหันมามองหน้าหล่อด้วยแววตาตัดพ้อ 'ก็ดีเหมือนกัน คุยกันให้มันจบ จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก' หมอหนุ่มคิดในใจด้วยสติที่เหลืออันน้อยนิด ก่อนจะสะบัดมืออีกฝ่ายออกแล้วเบือนหน้าหนีออกไปทางกระจก ทำให้ธันวาถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก นอกจากสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

 

 

 

รถหรูขับมาจอดในบ้านหลังหนึ่ง ตามด้วยร่างโปร่งที่ถูกธันวาดึงแขนเข้ามาในบ้าน

"มึงเป็นอะไรไป๋ บอกมาได้มั้ยว่าที่มึงพูดมันหมายความว่ายังไง" ธันวาเอ่ยถามคนหน้าหวานเสียงแผ่วเบา พร้อมกับจับมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายมากุมไว้

"วันนี้มึงไปไหนมา" หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับมองสบตากับอีกฝ่ายนิ่งอย่างรอคำตอบ

"วันนี้เหรอ...กูไปดูงานของบริษัทมา ยุ่งทั้งวันเลย ขอโทษที่ไม่ได้โทรไปบอกนะ" ธันวาตอบกลับไปตามความจริง เพราะวันนี้ทั้งวันเขามัวแต่วุ่นๆกับการดูงานของบริษัทที่ไปจัดโชว์ที่ห้างใหญ่ จึงไม่มีเวลาว่างติดต่อหมอหนุ่มเลย

 

"หึ...เหรอ มึงคงคิดว่ากูโง่มากสินะ! ที่จะเชื่อคำโกหกของมึงซ้ำๆน่ะ" คนหน้าหวานสะบัดมือสวยออกจากมือแกร่งอย่างแรง ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วต่อว่าธันวาด้วยความโมโห เขาทั้งผิดหวังและเสียใจกับคำพูดของคนตรงหน้า ความปวดหนึบมันเล่นเข้าสู่หัวใจเขาอีกครั้ง

นี่เขาหวังอะไรอยู่...หวังให้ผู้ชายคนนี้สารภาพความจริงออกมางั้นเหรอ น่าตลกสิ้นดี...

 

"มึงหมายความว่าไง กูไปหลอกอะไรมึง" ร่างสูงเอ่ยถามเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ใบหน้าหล่อดูงุนงงหนักขึ้นกว่าเดิม

"มึงมีคนของมึงอยู่แล้วจะมายุ่งกับกูทำไมวะ! มายุ่งกับกูทำไม! มีความสุขมากใช่มั้ยที่ได้หลอกกูเป็นไอ้หน้าโง่อ่ะ" หมอหนุ่มตวาดใส่หน้าหล่อเสียงดังลั่น น้ำสีใสที่หยุดไหลค่อยๆไหลออกมาอีกครั้ง

"มึงหมายถึงใครไป๋ กูไม่ได้มีใครนอกจากมึงเลยนะ" ธันวาบอกกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ก็ผู้หญิงที่มีควงไปห้างวันนี้ไง! มึงคิดจะทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนวะห้ะ! มึงคิดจะหลอกกูไปถึงไหน"

 

ธันวาถึงกับออเมื่อได้ยินหนุ่มพูดออกมาแบบนั้น เขารีบพุ่งตัวเข้าไปกอดร่างโปร่งเอาไว้แน่น แล้วพยายามอธิบายทุกอย่างให้อีกฝ่ายฟัง เพราะสิ่งที่หมอหนุ่มเห็นมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เขากับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกัน

ใช่ เขาไปเดินห้างกับผู้หญิงจริง แต่ผู้หญิงคนนั้นคือลลิน ผู้หญิงที่แม่ของเขาเคยจะจับคู่ให้ แต่เขากับเธอต่างก็มีคนที่รักอยู่แล้ว จึงไม่มีทางที่พวกเขาจะเป็นอะไรกันได้

 

และอีกอย่างวันนี้พวกเขาแค่บังเอิญเจอกันเท่านั้น เพราะลลินมาห้างเพื่อจะซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟน แล้วมาเจอธันวาที่นั่งกินข้าวที่ร้านเดียวกัน เธอจึงขอเลี้ยงข้าวเขา เพราะธันวาทำให้เธอกล้าบอกความจริงกับแม่ และเผชิญกับปัญหาที่จะตามมา แล้วสุดท้ายแม่ของเธอก็ยอมรับในความรักของเธอ จนเธอรู้สึกขอบคุณธันวาเป็นอย่างมาก และยังขอให้เขาไปช่วยเลือกนาฬิกาให้แฟนหนุ่มด้วย เพราะเธอไม่รู้ว่าผู้ชายอย่างพวกเขาชอบนาฬิกาแบบไหนกัน นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอไป๋เข้าใจผิด เพราะตอนเลือกเธอ เธอได้ลองให้เขาสวมนาฬิกาเรือนนั้นด้วย เพื่อจะดูว่ามันโอเคมั้ยเมื่อสวมใส่จริงมั้ย

แต่หลังจากซื้อเสร็จทั้งคู่ก็แยกกันเลย แล้วตอนนั้นเองที่ธันวามีเวลาได้โทรหาหมอหนุ่มสักที แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย จนทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็นตอนนี้แหละ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหมอไป๋เข้าใจผิดไปคนเดียวนั่นเอง

 

"มึงกำลังเข้าใจผิดนะไป๋ กูกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน" เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมกับกอดรักอีกฝ่ายแน่น

"กูไม่เชื่อ! ปล่อย! ปล่อยกู!" แต่เหมือนคนเมาจะไม่ยอมรับฟังอะไรแล้ว เขาทั้งดิ้นทั้งผลักเพื่อหวังให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง

 

"แต่มึงต้องเชื่อ เพราะกูพูดความจริง" คนหล่อเอ่ยบอกเสียงจริงจัง ก่อนจะคลายอ้อมกอดแล้วประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมามองสบตากับตน

 

"ไม่! กูไม่เชื่อมะ...อื้อ..."

 

 

To be continued...

 

มาลิ้ววววว โอ้ยปวดใจแทน ใครด่าเฮียธันไว้รีบมาขอโทษเลยนะ พี่หมอของเราเข้าใจผิดไปเอง แต่สงสารนะ เป็นใครใครก็คิดแบบนั้นแหละน้อ ใช่ปะ อิอิ....

***ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม ชอบไม่ชอบฝากคอมเมนต์กันด้วยนะคะ จุ๊ปๆ 😍😘💗💗

 

 

ความคิดเห็น