ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สอง คราวนี้ไร้แม้กระทั่งธาตุ

ชื่อตอน : หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สอง คราวนี้ไร้แม้กระทั่งธาตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 423

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2563 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สอง คราวนี้ไร้แม้กระทั่งธาตุ
แบบอักษร

หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สอง คราวนี้ไร้แม้กระทั่งธาตุ

ข้าได้รับเกียรติให้มาร่วมงานที่พระราชาของอาณาจักรเล็กๆแห่งนี้ได้จัดงานต้อนรับ ไลโอเนลผู้กล้าของอาณาจักรและเอลซ่านักบุญหญิงซึ่งมีมากาเร็ต องค์หญิงอันดับสี่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ เฉลียวฉลาดทั้งเวทมนตร์และวิชาดาบ ฮ่า ช่างน่าขำ

พวกครูสอนวิชาฝีมือในดินแดนนี้เต็มไปด้วยคนหลอกลวง กระบวนท่าที่ทื่อด้านเช่นนี้ ยังยกตนเองว่าเป็นครูสอนวิชาฝีมือได้อีกหรือ?

แต่แม้จะโดนหลอกลวงด้วยครุมวยต้มตุ๋นเหล่านั้น ข้าก็ต้องยอมรับว่าราชาผู้นี้พอมีฝีมืออยู่บ้าง แววตาที่เฉียบคมของเขาพิจารณาไลโอเนลและเอลซ่าด้วยความรวดเร็ว

และฉายแววแห่งปัญญาในการพิจารณาเรื่องๆต่างๆ

“ฮา ฮา ฮา ยินดีต้อนรับท่านผู้กล้าไลโอเนลและนักบุญเอลซ่าสู่อาณาจักรของเรา ข้ายินดีเป็นอย่างที่ที่อาณาจักรเรามีผู้กล้าที่กล้าหาญก่อกำเนิดขึ้นเช่นนี้”

“เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับท่าราชา ที่เราต้องเสียสละและมีความกล้าหาญ ต่อสู้กับจอมมาร เพื่อไม่ให้ประชาชนในอาราจักรนี้ต้องทุกข์ยากอีกต่อไป”

“ชั้นก็จะปกป้องและรักษาไลโอเนลด้วยพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ค่ะ”

“ด้วยพลังตราศักดิ์สิทธิของราชวงศ์ที่พวกเราได้รับการสืบทอดต่อมาจากเทพธิดาแห่งแสง ชั้นก็จะช่วยอย่างเต็มที่”

เฮ เฮ เฮ เสียงปรบมือและดีใจดังขึ้นทั้งห้อง

ช่างป่าเถื่อนด้อยพัฒนาเสียจริง ไร้ซึ่งพิธีการและขนบธรรมเนียม

แต่มันก็มีรูปแบบของการปกครองอยู่ในที ดูท่าราชาผู้นี้คงสามารถปกครองพวกป่าเถื่อนได้ด้วยวิธีการแบบป่าเถื่อนล่ะนะ

เหมือนพวกท่านข่านแห่งทุ่งหญ้า ที่มีวิธีการของพวกเขาในการปกครองคนเผ่าที่ยังป่าเถื่อนเช่นกัน

“ฮา ฮา ฮา กล้าหาญและจิตใจดี หากเจ้าจัดการจอมมารได้ ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นขุนนางและมีสิทธิในการแต่งงานกับมากาเร็ตลูกสาวของข้า”

“โธ่ ท่านพ่อ พูดอะไรน่ะ ไม่รู้ด้วยแล้ว”

มากาเร็ตหน้าแดงและสะบัดผมสีแดงของเธอเอามือกอดอก

ราชานี่ไม่เลวจริงๆ ผูกพันคนด้วยผลประโยชน์และตำแหน่ง น่าจะมอบหมายให้เป็นราชาที่ปกครองแดนมิตินรกแทนราชสำนักได้

ราชสำนักเรายึดหลัก”ปกครองด้วยความสงบ” ค่อยๆอบรมกล่อมเกลาคนป่าเถื่อนไปตามโยบายของฝ่าบาท

ดูแล้วน่าจะมีแนวคิดคล้ายๆของเราที่แต่งงานทางการเมืองเพื่อกระชับอำนาจของยอดยุทธกับราชสำนัก น่าจะเอาบุตรหลานไม่เอาไหนของทางเรามาคุมแดนทางนี้ได้

เฮ้อ ข้าไม่อิจฉาขุนนางที่ต้องมาปรับปรุงดินแดนนี้ให้ได้มาตรฐานของฝ่าบาทแน่ๆ

หลายอย่างช่างขาดแคลนและยังกันดาร ผู้คนก็ไร้ขนบธรรมเนียมและยังป่าเถื่อนอยู่เป็นอย่างมาก

ผู้คนขาดซึ่งความรู้ ระบบขนส่งถนนไม่ดี ขาดการตรวจสอบและการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ

..พวกเราน่าจะต้องใช้เวลาสักพักในการหลอมกลืนดินแดนแห่งนี้ แต่ไม่น่าเกินความสามารถจักรวรรดิเรา หากเราสามารถเปิดมิติทางเดินติดต่อกับที่นี่ได้

จักรวรรดิ วิทยาการและวัฒนธรรมเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว

นอกจากราชาแล้ว คนที่มีความสามารถก็น่าจะมีพวกนักบวชประจำราชสำนักที่มีสายตาคิดคำนวณ

พวกพ่อมดหมอผี มักจะใช้ความเชื่อครอบงำชนเผ่าเป็นเรื่องปรกติธรรมดา แต่อยู่ต้อหน้าจักรวรรดิของเราพวกนั้นก็คุกเข้ายอมศิโรราบ

ไม่ใช่ปัญหาในการที่ข้าจะลองแทรกตัวเข้าไปในระบบ เพื่อที่จะได้วางรากฐานการปกครองของมิตินี้ในอนาคต

 

“ฮะ ฮะ เริ่มงานเลี้ยงให้หนุ่มสาวมีโอกาสพูดคุยกันบ้างเถอะ ฮะ ฮะ ฮะ”

ราชานั้นก็เดินไปพร้อมกับนักบวชของราชสำนัก

อืม ราชสำนักแบ่งอำนาจกับนักบวชสินะก็เป็นกลไกการปกครองที่สมเหตุสมผลพอสมควร

แต่การดูพวกปาหี่ วิชาเล็กน้อยเหล่านี้ อวดอ้างตนเองเป็นตัวแทนพระเจ้าให้ราษฎรที่โง่เขลากราบไหว้บูชาก็ปวดใจข้ายิ่งนัก

“อลันพวกเรามาช่วยอาณาจักรนี้ด้วยกันเถอะ”

ไลโอเนลกล่าว

“ใช่จ๊ะ ไม่ว่าเกิดอะไรขนพวกเราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะจ๊ะ”

“หึ คนไร้อาชีพอย่างเจ้าอย่าได้มาถ่วงแข้งถ่วงข้าข้าก็แล้วกัน”

อืม แม่หนูขนอ่อนนี่พยายามแบ่งแยกสถานะทางสังคมให้ชัดแจ้งเป็นเรื่องทีดี แต่ดูคนพลาดนี้อาจจะส่งผลเสียต่อทั้งกระกูลได้

แต่อย่างว่าล่ะ จะให้นังหนูขนอ่อนนี่มาดูข้าผู้ที่เผชิญกับเหล่าจิ้งจอกเฒ่า ขุนนางเก่าในราชสำนักมาตลอดก็คงเทียบกันไม่ได้หรอกฮา

“เจ้ายิ้มแล้วอลัน งานนี้คงทำให้เจ้ามีอารมณ์ดีขึ้นสินะ ดูหน้าพวกเขาทุกคนสิอลัน ชื่นชมและคาดหวังต่อพวกเรา พวกเราต้องปกป้องพวกเขาให้ได้เพื่อให้พวกเขามีรอยยิ้มตลอดไป

“ชั้นจะติดตามเคียงข้างเธอเสมอจ๊ะ ไลโอเนล”

“หึ เธอก็อย่าได้มาถ่วงแข้งถ่วงขาชั้นล่ะ” มากาเร็ตกล่าวและทุกคนก็จ้องมาทางข้า

“ข้าก็จะช่วยสนับสนุนพวกเจ้าเท่าที่จะกระทำได้”

“เฮอะคนที่ไร้อาชีพอย่างเจ้าจะทำอะไรได้ รังแต่เกะกะพวกข้าเปล่าๆ”

“มากาเร็ต” ไลโอเนลพยายามดุมากาเร็ตที่พูดดูถูกอลัน

“กะ ก็มันจริงนี่นา คนไร้อาชีพไม่สามารถรอดในสมรภูมิได้หรอก ขนาดท่านนักดาบเก่งๆของราชสำนักเรายังเสียชีวิตในการต่อสู้กับกองทัพปีศาจเลย”

มากาเร็ตกล่าวอย่างเกือบร้องไห้ เพราะไม่ชอบที่ไลโอเนลดุเธอ

แต่อลัน..เอ๊ยหวังม่อคิดไปอีกอย่าง

เจ้าพวกนักดาบปาหี่นั่นตายในสนามรบ?

ก็สมควรแล้วล่ะ ขาดฝีมือที่แท้จริง กลับหลอกลวงราชสำนักยกตนเป็นผู้เข้มแข็ง พอเจออันตรายจริงๆก็มิอาจต้านทานรับไว้ได้

“อย่าร้องไห้เลย ข้าไม่ได้โกรธอะไรหรอก “ ไลโอเนลพยายามปลอบมากาเร็ตที่ใช้มารยาหญิงที่นังหนูขนอ่อนอย่างเธอมีในการล่อหลอกเด็กหนุ่มวัยฉกรรจ์อย่างไลโอเนล

เอลซ่าก็แทรกมาตอนที่พวกนี้กำลังกอดกันอยู่

“อะเอาอย่างนี้ไหมจ๊ะ เราพาอลันไปตรวจสอบธาตุต่างในโบสถ์หลวงเผื่อจะพบว่าเขาถนัดธาตุอะไรบ้างจะได้ทำงานที่สนับสนุนพวกเราได้” เอลซ่ากล่าว

ไลโอเนลพยักหน้ารับ

“เอาสิ ตอนอาณาจักรวิกฤติแบบนี้เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่เรารัก ทั้งเมืองหลวงแห่งนี้และหมู่บ้านด้วย”

“ชิ ก็ได้ ข้าจะออกเงินค่าทดสอบอย่างละเอียดให้ สำนึกบุญคุณข้าด้วยล่ะ ฮึ”

นังหนุขนอ่อนเอ๊ยมากาเร็ตได้เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

..

ณ โบสถ์หลวง

ที่อลัน เอ๊ยหวังม่อต้องบอกว่าผิดหวัง

โบสถ์ เฮอะ ช่างน่าขำ ดูบรรจุคนได้ไม่ถึงสองแสนคนด้วยซ้ำ ยังมาตั้งชื่อว่าเป็นโบสถ์หลวง

และเครื่องประดับประดา หวังม่อสังเกตออกว่าที่สำคัญคือของประเภทค่ายกลที่ดึงดูดพลังศรัทธาของสาวกผู้โง่งมให้เสริมพลังให้กับโบสถ์หลวงนี้

อืม ข้าต้องขอชื่นชม คนเลือดทำเลให้โบสถ์และเขียนค่ายกลและวงจรอักขระเวทย์ได้ น่าจะมีความรู้พอสมควร แม้งานจะหยาบบกระด้างไปเสียหน่อยก็ตาม รกรุงรังเกินจำเป็นไปบางส่วน

บางส่วนก็ขาดๆเกินๆ

แต่ก็นับว่าคนก่อสร้างน่าจะมีความรู้มากกว่าคนทั่วไปของมิตินรกนี้

หลังจากเอามือวางสักพัก เขาก็สัมผัสได้ถึงค่ายกลและอักขระเวทย์ที่พยายามจะตรวจสอบเขา

แต่พวกด้อยพัฒนากล้าขวงขวานต่อหน้าหลูปันหรือ?

“โอ้ น่าเสียดาย เจ้าไม่มีธาตุ เสียใจด้วยนะพ่อหนุ่ม”

นักบวชชราพูดอย่างอ่อนโยน อื้มใช้ได้ เจ้านักบวชนี่ดูออกว่าเรามากลับเจ้าหญิงเลยไม่กล้าเสียมารยาท

อาจจะเหมาะกับการอบรวมกล่อมเกลาโดยทางราชสำนักของเรา

และการตรวจสอบธาตุเป็นอย่างที่คิด

ระบบตรวจสอบของที่นี่และวงจรเวทย์ด้อยพัฒนากว่าจักรวรรดิ ราชสำนักของเรา

ไม่มีความรู้เรื่องการบรรจุธาตุให้สมดุลที่จะไม่แสดงผลแต่สามารถดูดซับได้ทุกสรรพสิ่ง

สีหน้าของไลโอเนลและเอลซ่ามืดมนแต่มากาเร็ตนั้นยิ้มเยาะ

“ไม่ต้องเสียใจไปนะอลัน”

“ใช่จ๊ะพวกเราเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ”

“เฮอะคนไร้ความสามารถก็อย่างนี้ล่ะ”

แต่หวังม่อไม่ใส่ใจกล่าวว่า

“ขอบคุณพวกเจ้ามากที่ให้กำลังใจ แต่ข้าคิดว่าข้าได้อาชีพในเมืองหลวงที่จะสนับสนุนพวกเจ้าแล้วล่ะ ข้าจะไปเป็นนักปรุงยาและสมุนไพร”

เพื่อเก็บเงินและเข้าถึงวัตถุดิบที่เพิ่มพลังปราณได้ในมิตินี้

 

พบกับตอนต่อไป หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพ นอกจากไร้อาชีพ ไร้ธาตุ ยังเป็นอาชีพที่ไร้ประโยชน์อย่างนักปรุงยาอีก

 

“หึ เจ้านักปรุงยาไร้ประโยชน์เอ๊ย ข้าไม่เคยเห็นพวกนั้นทำประโยชน์อะไรให้กับพวกเรา “

“ใช่ครับลูกพี่ นอกจากจะผลิตยาโพชั่นเติมพลังชีวิตและรักษาบาดแผลให้พวกเราใช้”

ลุกพี่จ้องหน้าลูกน้อง

“นอกจากนั้นพวกนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว”

“ใช่นอกจากเป็นคนผลิตยาแก้หวัด”

“นอกจากผลิตยางไม้และสบู่ทำความสะอาด”

“นอกจากผลิตน้ำหมึก”

“พอแล้ว บอกข้ามาสิ นอกจากผลิตยาโพชั่นเพิ่มพลังชีวิต รักษาบาดแผล แก้คำสาป ยาแก้หวัด น้ำหมึก สารฟอกขาวกระดาษ ยางไม้ที่ใช้ชันหม้อชามไหต่างๆ สารถนอมอาหาร นักปรุงยามีประโยชน์อะไรต่อพวกเราอีก?”

ลูกน้องคนหนึ่งยกมือ

“เอ สารเรืองแสงให้เรามองเห็นในที่มืดและที่ตีเส้นถนน”

“นอกจากสารเรืองแสงในที่มืดและที่ตีเส้นถนนแล้ว นักปรุงยาก็ไม่มีประโยชน์อะไรต่อพวกเราอีก นับเป็นอาชีพไร้ค่าโดยแท้”

“ใช่ ใช่ลูกพี่ นักปรุงยาเป็นอาชีพไร้ค่าจริงๆอย่างที่ลูกพี่บอก”

หวังม่อจะทำอย่างไร ในดินแดนที่นักปรุงยาไร้ค่า? เขาจะใช้ความสามารถที่คนไม่เห็นค่านี้ใช้ชีวิตสโลไลฟ์อย่างที่คาดหวังได้หรือไม่?

โปรดติดตามตอนต่อไป

หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สาม

...เอ่อข้าเป็นอัครเสนาบดี มีหน้าที่ดูแลบ้านเมือง ไม่ใช่คนที่จะใช้ชีวิตขี้เกียจไปวันวัน สโลไลฟ์นะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว