facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

43.รักซ้อนซ่อนรัก

ชื่อตอน : 43.รักซ้อนซ่อนรัก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.9k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2563 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
43.รักซ้อนซ่อนรัก
แบบอักษร

43.รักซ้อนซ่อนรัก 

  

               บ้านพักหลังน้อยของแก้วเจ้ายิ่งดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อมีญาติพี่น้องมาเยี่ยมกันเยอะ แม้จะยังบาดเจ็บอยู่แต่ผู้กองพนาก็ให้การต้อนรับทุกคนเป็นอย่างดี เสมือนว่าคนที่มาคือญาติพี่น้องของเขาเองเพราะเขาอยากจะเอาชนะใจทุกคนให้ได้ เขาไม่ขอให้ทุกคนรักเขาหรอก เขาแค่อยากให้ทุกคนยอมรับเขาก็พอเพราะเขาอยากได้แก้วเจ้าจอมมาครองโดยไม่มีใครโต้แย้งอะไรอีก 

               “แบบนี้ถ้าไนเปอร์แต่งงาน พี่พนาก็คงมาเป็นพี่ใหญ่ของแก๊งฟันน้ำนมสินะครับ” ผู้หมวดศิขรินว่าขึ้น ผู้กองพนาก็เลยยิ้มรับพลางแอบชำเลืองมองมาทางผู้เป็นพ่อตาที่ถึงจะยังดูไม่ค่อยชอบใจเขาแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ท่านยอมให้แก้วเจ้าจอมนั่งข้างๆ เขา ทำแผลให้เขาได้ แต่พอแก้วเจ้าจอมทำท่าสนิทสนมกับเขามากๆ มือของท่านก็แอบยื่นมาตีลูกสาวเบาๆ ตามประสาคนหวงลูกจัดและกลัวลูกสาวรักสามีมากกว่า ดังนั้นเขาก็เลยต้องบอกให้แก้วเจ้าจอมเข้าไปกอด ไปอ้อนพ่อของเธอแทนการดูแลเขา รักของเขาคือรักที่มาพร้อมกับเหตุผลและความเข้าใจ ในเมื่อเขารักเธอแล้วเขาก็จะรักครอบครัวของเธอด้วย เขาจะรักพ่อกับแม่ของเธอเหมือนกับพวกท่านเป็นพ่อกับแม่ของเขา น้องๆ ของเธอก็คือน้องๆ ของเขา ผู้หมวดศิขรินก็นิสัยน่าคบสมกับที่เป็นเพื่อนรักของน้องชายเขา ส่วนไอ้แฝดนรก ถึงมันจะกวนบาทาเขามากแค่ไหนแต่เขาก็จะถือว่ามันเป็นน้องชายของเขาด้วยเหมือนกัน สักวันเขาจะทำให้สองแฝดยอมรับเขาให้ได้ เขาเคยมีน้องชายมาก่อน เขารู้ดีว่าการมีน้องชาย มีเพื่อนเล่นด้วยมันดีมากแค่ไหน 

               “เดี๋ยวนี้เรียกมันว่า พี่ เลยหรอรีคอน” แฝดนรกคนน้องยังคงไม่ยอมรับเขาง่ายๆ ส่วนแฝดนรกคนพี่ก็เอาแต่เงียบ ไม่ค่อยพูดจาแต่แววตานี่พร้อมที่จะฆ่าเขาสุดๆ นี่ถ้าพ่อสั่งลุยสองแฝดคงกระโจนเข้าใส่เขาอีกแน่ๆ 

               “ไม่ให้เรียกพี่พนา งั้น...เรียกน้องเขยก็ได้ครับ ฮ่าๆๆ” 

               “พ่อครับ พ่ออย่าไปยอมให้รีคอนมาจีบน้องมารีนของพวกเรานะครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปเป่าหูอาขวัญกับคุณย่าของน้องมารีนด้วย ตอนนี้รีคอนมันออกจากแก๊งเราไปแล้วครับพ่อ” ผู้กองกวินทร์รีบหันมาเป่าหูผู้เป็นพ่อบ้างจนพลโทคีรินทร์ต้องยื่นมือมาบิดหูลูกชายจอมเสี้ยมคนนี้ พ่อมันอุตส่าห์ใจเย็นลงได้แล้วมันยังจะไปเป่าหูพ่อมันอีกนะ 

               “แบบนี้ก็ถึงเวลาเตรียมก่อตั้งแก๊งฟันน้ำนมรุ่นที่สองแล้วสิ พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ก็รีบๆ หาคนมาช่วยทำสมาชิกของแก๊งได้แล้วนะครับ เดี๋ยวไนเปอร์จะแซงหน้า” 

               “ยัง! ยังไม่หยุดอีกหรอรีคอน” 

               “แต่เนวี่ก็เห็นด้วยกับพี่รีคอนนะคะ พี่ไนเปอร์ดูมีความสุขมากเวลาอยู่กับพี่พนา เนวี่อยากให้พี่ไนเปอร์มีความสุขแบบนี้ตลอดไป” นทีธาราดีใจนักที่คุณลุงกรันณ์ยอมเปิดใจให้ลูกเขยแล้ว อีกอย่าง...ถ้าพี่ไนเปอร์มีคนรักแล้วพี่อรินก็คงจะไม่มีใครอีก 

               “นี่ก็อีกคน ออกจากแก๊งไปเลยไป” ผู้กองกวินทร์หันมาว่าน้องสาวคนเล็กของแก๊งฟันน้ำนม ผู้หมวดศิขรินเลยยื่นแขนไปกอดรอบคอนทีธาราเอาไว้แทน 

               “ไม่เป็นไรเนวี่ มาอยู่แก๊งใหม่กับพี่กับมารีนก็ได้”  

               “เนวี่ก็รู้เรื่องของพี่ไนเปอร์หรอลูก” รองกรันณ์หันมาถามหลานสาวเพราะนทีธาราดูจะไม่แปลกใจกับเรื่องพวกนี้เลย ซึ่งพอผู้เป็นลุงถามนทีธาราก็ยิ้มตอบแบบซื่อๆ 

               “ค่ะ เนวี่แอบได้ยินคุณพ่อกับคุณอาคณินคุยกัน” 

               “อ๋อ งั้นก็คงจะมีแค่ลุงนี่แหละเนาะที่รู้เรื่องเป็นคนสุดท้าย” รองกรันณ์ว่าขึ้นอย่างน้อยใจขณะหันมาจ้องหน้าผู้เป็นภรรยากับลูกสาวของตน เพราะราชาวดีรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่แก้วเจ้าจอมหายจากอาการความจำเสื่อมแล้ว  

               “คุณพ่ออย่าโกรธ อย่าน้อยใจแม่แก้มเลยนะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธไนเปอร์ดีกว่า” แก้วเจ้าจอมจับแขนของผู้เป็นพ่อเอาไว้อย่างขอร้องและรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่หาย “ไนเปอร์อยากให้คุณพ่อกับพี่ซีล พี่เรนเจอร์เปิดใจให้พี่พนาค่ะ ไนเปอร์เชื่อว่าไนเปอร์รักคนไม่ผิด ถ้าไม่มีพี่พนาป่านนี้ไนเปอร์คงตายไปตั้งนานแล้วนะคะ” พอลูกสาวบอกแบบนี้รองกรันณ์ก็เพียงแค่กุมมือลูกสาวที่จับแขนตนเอาไว้แล้วก็เบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากมองหน้าลูกเขยให้แสลงใจ แต่การที่เขาไม่ได้พูดหรือโวยวายอะไรออกมาอีกก็ทำให้แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาดีใจกันแล้วเพราะรองกรันณ์นั้นได้เปิดใจยอมรับความรักของคนทั้งคู่แล้วจริงๆ จะมีก็เพียงแค่ยังทำใจไม่ได้เท่านั้นแต่เดี๋ยววันเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง 

               สถานการณ์ทุกอย่างดูคลี่คลายลงเมื่อรองกรันณ์ยอมให้แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาคบกันได้แบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่เพื่อความสุขของลูกคนเป็นพ่อก็ต้องยอมและถึงสองแฝดผู้ไม่ปลื้มน้องเขยจะเขม่นน้องเขยยังไงแต่ผู้กองพนาก็ไม่ได้ถือสาเพราะเขามีพลโทคีรินทร์กับผู้หมวดศิขรินเป็นพวก การพูดคุยกันต่อจากนี้เลยเป็นไปด้วยดี ผู้กองพนาก็เข้ากับครอบครัวของแก้วเจ้าจอมได้เป็นอย่างดีเช่นกันและเขาก็มักจะมีความคิดเห็นหลายๆ อย่างที่ตรงกับผู้เป็นพ่อตาโดยบังเอิญด้วย 

               “พ่อตากับลูกเขยนิสัยเหมือนกันความคิดอ่านก็ตรงกันขนาดนี้ แก้ม ได้กลิ่นอะไรตุๆ มั้ย” พลโทคีรินทร์ถามน้องสาวแล้วแกล้งโบกมือไปมาพลางทำท่าดมกลิ่นที่ตัวสองแฝดจอมหวงน้อง “ถ้าพ่อรันเขารักลูกชายคนใหม่มากกว่า ย้ายบ้านมาอยู่กับพ่อนะเดี๋ยวพ่อเลี้ยงเอง” แล้วพลโทคีรินทร์ก็หัวเราะลูกชายฝาแฝดอย่างแกล้งเย้า สองแฝดก็ยิ่งไม่ชอบใจผู้กองพนาเข้าไปใหญ่ มันแย่งน้องสาวของพวกเขาไปแล้วนี่ยังจะมาแย่งพ่อของพวกเขาไปด้วยอีกคนหรอ 

               อรินเห็นท่าทีการยอมรับลูกเขยของรองกรันณ์แล้ว ไหนจะการสนับสนุนของพลโทคีรินทร์อีกเขาก็ยิ่งเสียใจที่โอกาสจะแย่งเอาแก้วเจ้าจอมคืนมาคงไม่มีอีกแล้ว ถ้าทุกคนเห็นด้วยกับความรักของเธอแล้วเขายังจะทำอะไรได้ จะทนนั่งดูพ่อตากับลูกเขยพูดจาเข้าขากันไปให้มันได้อะไรขึ้นมา ผู้กองพนาทั้งเก่ง เอาใจครอบครัวของแก้วเจ้าจอมก็เป็นอีกไม่นานคงได้เป็นเขยรักของบ้านเขาก็จะยิ่งถูกกีดกันให้ไกลออกไปเรื่อยๆ 

               “ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ” เขาพูดขึ้นมาดื้อๆ แล้วก็ลุกหนีไปจนทุกคนต้องหันมามองตาม แม้ราชาวดีจะเรียกเขาเอาไว้แต่อรินก็ไม่สนใจฟัง นทีธาราเห็นแล้วก็พลอยทำหน้าเศร้าไปด้วยด้วยความสงสารอริน เห็นแบบนี้เข้าไปเขาคงจะเสียความรู้สึกมาก 

               “เดี๋ยวผมไปดูพี่อรินเองครับ” อัศวินเองก็สงสารพี่ชายตัวเองนักแต่จะให้ทำอย่างไรได้ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว 

               “ไม่เป็นไรพลร่ม เดี๋ยวเนวี่ไปดูเอง” นทีธาราดึงเขาเอาไว้แล้วเป็นฝ่ายตามอรินไป ผู้หมวดศิขรินจึงบอกให้พลร่มรออยู่ที่นี่เพราะเขาพอจะรับรู้ได้ว่านทีธารานั้นแอบชอบอรินอยู่ บางทีอรินก็ควรจะมีคนมาดามหัวใจให้ 

               “พลร่ม” แก้วเจ้าจอมเรียกน้องชายด้วยความรู้สึกผิดก่อนที่เธอจะขยับเข้ามากุมมือน้องชายเอาไว้ “พี่ขอโทษนะ พี่เองก็ไม่ได้อยากทำให้อรินเสียใจแต่ว่า...” 

               “พี่ไนเปอร์ก็ไม่ได้รักพี่ชายของผมมาตั้งแต่แรกแล้วนี่ครับ พี่ไนเปอร์ไม่ได้นอกใจพี่อรินซักหน่อยแล้วจะรู้สึกผิดไปทำไม” อัศวินว่า แต่สีหน้าก็ดูเหมือนจะไม่พอใจเธอด้วยเหมือนกัน “คนที่ผิดคือพี่อรินต่างหาก ทั้งๆ ที่พี่ไนเปอร์ก็ชัดเจนมาโดยตลอดว่ารักพี่อรินแบบน้องชายแต่พี่อรินก็ยังโง่หลอกตัวเองไปวันๆ ฝันไปเองว่าซักวันจะได้แต่งงานกับพี่ไนเปอร์ พี่อรินเขารักพี่ไนเปอร์มาตั้งแต่จำความได้ ใช้เวลามาตั้งเกือบครึ่งชีวิตเพื่อรักพี่คนเดียว ถึงจะเจ็บปวดมากแค่ไหนแต่เรื่องนี้ก็โทษใครไม่ได้หรอกครับ พี่อรินทำตัวเองทั้งนั้น” แม้การพูดเหมือนจะเป็นการตำหนิพี่ชายตัวเอง แต่ทุกคนก็ฟังออกว่าคนที่อัศวินโกรธจริงๆ คือแก้วเจ้าจอมต่างหาก เขาโกรธที่เธอทำให้พี่ชายของเขามารักแล้วมาหักอกเขาแบบนี้ 

               “ทุกวันนี้พี่อรินก็ยังหลอกตัวเองอยู่ว่าจะได้แต่งงานกับพี่ไนเปอร์ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าพี่มีคนรักแล้วแต่เขาก็ยังไปบอกพ่อกับแม่ว่าจะเอาพี่ไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ พี่ไนเปอร์เคยแอบรักใครรึเปล่าครับ รักเขาข้างเดียวมันเจ็บนะ แต่เจ็บแค่ไหนมันก็ต้องยอมทนแหละเพื่อคนที่เรารัก” 

               “พี่เข้าใจ” แก้วเจ้าจอมตอบ “พี่เข้าใจว่าการแอบรักใครซักคนมันเป็นยังไงเพราะพี่ก็เคยแอบรักพี่พนามาก่อน” 

               “หืม...” ทุกคนพากันหันมามองทางแก้วเจ้าจอมเมื่อเพิ่งได้รู้เรื่องนี้ มีเพียงแค่ผู้กองพนาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเองก็แอบรักเขาตั้งแต่ที่เจอกับเขาครั้งแรกแล้ว 

               “พี่แอบรักพี่พนาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเขาแต่ก็พูดหรือบอกใครไม่ได้จนหนึ่งปีต่อมาพี่ได้กลับมาเจอกับเขาอีก ขนาดพี่ความจำเสื่อมอยู่พี่ยังก็แอบรักเขาอีกครั้ง พี่เคยเข้าใจผิดคิดว่าพี่พนาไม่ได้รักพี่ เข้าใจผิดไปเองว่าพี่หลงรักเขาข้างเดียวพี่เลยรู้ว่าการแอบรักใครข้างเดียวมันเจ็บยังไงแต่พี่ก็หวังว่าอรินจะตัดใจได้ สำหรับพี่พี่ยังรักอรินเหมือนเดิมนะ เขาจะเป็นน้องชายที่พี่รักมากที่สุดตลอดไป” 

               “ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นครับ ก็หวังว่าพี่อรินจะเลิกรักพี่ได้ซักทีไม่อย่างนั้นเขาคงเป็นทุกข์เพราะพี่ไปตลอดชีวิต” 

               “ไม่ขนาดนั้นหรอกพลร่ม อรินเขามีคนมาดามอกแล้ว” ผู้หมวดศิขรินบอกเพราะคำพูดของอัศวินทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกแย่มากจนผู้กองพนาต้องขยับเข้ามาโอบไหล่เธอเอาไว้พร้อมกับเอ่ยขอโทษอัศวินด้วยอีกคนที่ความรักของเขากับแก้วเจ้าจอมทำให้ใครๆ ต้องเสียใจไปหลายคน “เนวี่เป็นเด็กน่ารัก ช่างพูด เอาใจก็เก่ง ถ้าอรินเปิดใจให้เนวี่บ้างเขาก็จะไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป” 

               “พี่อรินจะรักเนวี่ได้ยังไงครับพี่รีคอน ก็พี่อรินคิดว่าเนวี่เป็นน้องสาวมาโดยตลอด เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแบบนี้” 

               “ไนเปอร์เขาก็คิดว่าอรินเป็นน้องชายมาโดยตลอดเหมือนกัน ถ้าอรินคิดแบบนี้กับเนวี่ได้อรินก็น่าจะยิ่งเข้าใจความรู้สึกของไนเปอร์นะ” คราวนี้อัศวินก็พูดอะไรไม่ออกอีกเพราะมันก็จริงอย่างที่ผู้หมวดศิขรินว่า แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังแอบรู้สึกไม่พอใจแก้วเจ้าจอมอยู่ดีและพาลเกลียดผู้กองพนาด้วย ถ้าไม่มีผู้กองพนาพี่ชายของเขาก็คงจะสมหวัง 

  

 

 

               อรินไม่ได้กลับไปทำงานอย่างที่บอกในตอนแรก แต่เขากลับเดินหลบมานั่งคนเดียวอยู่ริมชายป่าจนทำให้นทีธาราที่ตามเขามาเกือบสะดุดรากไม้ล้มอยู่หลายครั้ง เธอเดินเข้าไปหาอรินอย่างเงียบๆ ด้วยความรู้สึกเห็นใจ ยิ่งเห็นอรินน้ำตาคลอเธอก็พลอยรู้สึกเจ็บไปกับเขาด้วย อารมณ์ของคนแอบรักข้างเดียวเธอรู้ดีว่ามันเป็นยังไงเพราะตอนนี้เธอก็เป็นอยู่ เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเข้าไปนั่งลงบนขอนไม้ใหญ่ข้างๆ เขา ไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งนั้นนอกจากได้แต่นั่งเงียบๆ มองนกมองไม้ไปเรื่อยอยู่พักใหญ่ก่อนที่อรินจะหันมามองเธอ แต่เขาก็แค่มองเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน ไม่เข้าใจด้วยว่านทีธาราจะตามเขามาทำไม 

               “...พี่อริน วันหยุดคราวหน้าของพี่อรินเราไปเที่ยวกันมั้ยคะ เดี๋ยวเนวี่จะพาพี่อรินไปที่ตราด คุณตาของเนวี่มีสวนผลไม้เยอะ เราไปตราดกันดีมั้ย” 

               “...” 

               “พี่...” นทีธาราจะชวนเขาไปเที่ยวอีกแต่แล้วก็ต้องเงียบเมื่อเห็นว่าอรินไม่ได้สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเธอก็เลยต้องเงียบไปอีก เห็นแววตาเจ็บปวดของเขาแล้วเธอก็ทั้งเป็นห่วง ทั้งสงสารแต่อีกใจก็น้อยใจด้วย ถ้าเขารักเธอเหมือนกับที่รักพี่ไนเปอร์ก็คงจะดีสินะ 

               “ตามพี่มาทำไม” อรินยอมพูดกับเธอในที่สุด แม้ว่าจะยังไม่ยอมหันหน้ามาทางเธอก็ตาม 

               “มานั่งเป็นเพื่อนพี่อรินค่ะ” 

               “ทำไมต้องมานั่งเป็นเพื่อน” คราวนี้เขาหันมามองหน้าเธอ นทีธาราก็เลยยิ้มหวานอย่างให้กำลังใจเขาแม้ว่าที่ดวงตาของเธอจะเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาก็ตาม 

               “ก็...เนวี่อยากให้พี่อรินรู้สึกว่าพี่อรินไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ เนวี่อยากให้พี่อรินมองเห็นว่าเนวี่ยังอยู่ตรงนี้กับพี่อรินค่ะ” 

               “แล้วถ้าพี่ไม่มองล่ะ” 

               “ก็...” น้ำเสียงของนทีธาราเริ่มสั่นเครือขึ้นมา แต่เธอก็พยายามจะพูดให้เป็นปกติมากที่สุดและยิ้มให้เขา “พี่อรินไม่ต้องมองก็ได้ค่ะ เนวี่แค่จะยังอยู่ตรงนี้ไว้ซักวันที่พี่อรินอาจเผลอมองมาพี่อรินก็จะเห็นเนวี่ยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม” นทีธารารีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแต่ก็ยังฝืนยิ้มออกมาแล้วแกล้งทำเป็นมองนกมองไม้ในป่าไปเรื่อย อรินมองเธอแล้วก็ได้แต่แสยะยิ้มใส่แล้วก้มหน้าลงเมื่อตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าน้องสาวคนนี้รู้สึกอย่างไรกับเขา ถึงจะไม่ใช่พี่น้องกันโดยสายเลือดแต่เขาก็เห็นเธอเป็นน้องสาวมาโดยตลอด เขารักเธอเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น 

               “อย่ามานั่งตรงนี้เลย มันเสียเวลาเปล่า” 

               “เนวี่ไม่รู้หรอกค่ะว่าเวลาในชีวิตของเนวี่มันจะยาวนานแค่ไหน เนวี่รู้แค่ว่าทุกๆ วินาทีที่เนวี่ยังนั่งอยู่ตรงนี้มันเป็นวินาทีที่มีค่ากับเนวี่มาก เนวี่นั่งอยู่ตรงนี้ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะคะ” 

               “แล้วคิดว่าจะได้อะไรจากตรงนี้” 

               “ได้ทำให้พี่อรินรู้ว่าพี่อรินไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนี้ ถ้าพี่อรินเบื่ออยากจะลุกเดินหนีไปที่อื่นก็ได้นะคะ ไปนานแค่ไหนก็ตามใจพี่อรินแต่ถ้าซักวันหนึ่งพี่อรินเกิดนึกขึ้นมาได้แล้วกลับมาที่ตรงนี้อีกครั้ง พี่อรินก็จะยังเห็นเนวี่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่หนีไปไหนค่ะ แต่ถ้าพี่อรินกลับมาแล้วไม่เห็นเนวี่...นั่นแปลว่าเนวี่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว” 

               อรินน้ำตาร่วงทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ ไม่...เขาไม่ได้ต้องการแบบนี้ เขารักนทีธาราและหวังดีกับเธอ เขาไม่อยากให้เธอมาเสียเวลาเปล่ากับเขาและเขาไม่ได้ดีพอให้เธอมารู้สึกดีด้วย การรักคนที่เขาไม่ได้รักเราน่ะมันเจ็บนะ แล้วเขาก็ไม่ได้อยากให้เธอมารู้สึกเจ็บแบบที่เขากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ด้วย อย่างไรเสียเขาก็รักเธอไม่ได้แล้วถ้าเธอจะยังรอเขาต่อไปก็เท่ากับว่าเขาทำร้ายเธอ 

               “เนวี่พอเถอะนะ อย่ามารออะไรที่มันไม่มีทางจะเป็นไปได้ พี่ไม่อยากให้เนวี่เป็นเหมือนพี่ เนวี่ยังเด็กยังต้องเจอผู้คนอีกเยอะ อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับพี่เพราะพี่คงรักเนวี่มากกว่าน้องสาวไม่ได้” 

               “พี่ไนเปอร์ก็รักพี่อรินมากกว่าน้องชายไม่ได้แล้วทำไมพี่อรินถึงยังจะรอเขาอยู่ ต่อให้ไม่มีพี่พนาพี่ไนเปอร์เขาก็ไม่มีทางรักพี่อรินได้แล้วพี่อรินจะรอไปเพื่ออะไรล่ะคะ” 

               “เนวี่ไม่เข้าใจ” 

               “ทำไมเนวี่จะไม่เข้าใจล่ะคะ ก็ตอนนี้เนวี่กับพี่อรินกำลังตกอยู่ในสถานะที่เหมือนกัน...รักคนที่เขาไม่รักเราเนวี่คือคนที่เข้าใจพี่อรินมากที่สุด” 

               “แต่พี่ไม่ได้รักเนวี่ไง!” อรินขึ้นเสียงกับเธอจนนทีธาราถึงกับสะดุ้งเฮือกและอึ้งกับการพูดตรงๆ ของอริน “ความรักมันบังคับกันไม่ได้ ต่อให้เนวี่จะรักพี่มากแค่ไหนแต่พี่ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเนวี่ พี่รักเนวี่แบบน้องสาว พี่เป็นห่วงเนวี่ พี่ไม่อยากให้เนวี่ต้องมาเจ็บปวดเหมือนกับที่พี่เป็นอยู่ตอนนี้ เนวี่ควรเปิดใจให้คนอื่น ไปรักคนที่เขารักเนวี่ไม่ใช่มาจมปลักอยู่กับพี่” 

               “แล้วทำไมพี่อรินถึงไม่เปิดใจให้คนที่เขารักพี่อรินบ้างล่ะคะ ถ้าพี่อรินทำใจให้รักเนวี่ไม่ได้เนวี่ก็ทำใจให้รักคนอื่นไม่ได้เหมือนกัน เนวี่ก็บอกแล้วไงว่าพี่อรินไม่ต้องมองเนวี่ก็ได้ พี่อรินอยากจะรอพี่ไนเปอร์หรืออยากจะไปมีใครก็มีไป เนวี่แค่จะยังอยู่ในที่ๆ เนวี่อยากอยู่ ต่อให้ไม่ได้อะไรกลับมาแต่เนวี่ก็ยังพอใจกับความรู้สึกของเนวี่ในตอนนี้” 

               “แต่เนวี่มีค่ามากกว่าจะมาทิ้งหัวใจเอาไว้ให้คนที่เขาไม่ได้รักเนวี่นะ” อรินว่าแล้วจับไหล่เล็กๆ ทั้งสองข้างเอาไว้แน่น “พี่ขอร้อง...อย่าทำแบบนี้พี่ไม่ได้ต้องการอะไรแบบนี้เลย ให้ทุกๆ ความเจ็บปวดมันจบลงที่พี่คนเดียวเถอะนะเนวี่อย่ามาเสียใจเพราะพี่เลย ในฐานะของพี่ชายคนหนึ่งพี่ก็อยากจะให้น้องสาวของพี่คนนี้มีความสุข มีชีวิต มีอนาคตที่ดีแล้วก็มีใครซักคนมารักน้องสาวของพี่จริงๆ อย่ามาเป็นแบบพี่เลยนะเด็กดี” นทีธาราส่ายหน้าทั้งน้ำตาเมื่ออรินยื่นมือมาปาดน้ำตาออกจากแก้มให้ก่อนที่เขาจะลุกขึ้น 

               “พี่จะไปตามพลร่มให้มาพาเนวี่กลับบ้านนะ” พอเขาบอกแล้วก็เดินหนีจากนทีธาราไปจนเธอต้องร้องตามหลังเขา 

               “พี่อริน เนวี่รักพี่อรินนะคะ” เธออยากบอกความในใจให้เขาได้รู้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักเธอตอบก็ตาม “พี่อรินอยากจะรอพี่ไนเปอร์หรือรอใครก็ตามใจเถอะนะคะ...เนวี่ก็จะรอพี่อรินอยู่ตรงนี้เหมือนกัน เนวี่จะไม่หนีไปไหน...อย่าหันมาค่ะ!!!” เธอร้องห้ามอีกเมื่ออรินจะหันกลับมามองทางเธอ “อย่าหันมามองเนวี่จนกว่าพี่อรินอยากจะมองเนวี่จริงๆ เนวี่รออยู่คนเดียวได้ไม่เป็นไรค่ะ เนวี่รอเก่ง” ท้ายประโยคเธอพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหากแต่ในใจกลับเจ็บร้าวไม่ใช่น้อย 

               อรินเองก็ไม่กล้าหันกลับไปมองเธอ เขาได้แต่ยืนนิ่งน้ำตาไหลด้วยความสงสารนทีธารา เขาไม่อยากให้เธอต้องเป็นเหมือนเขา เขาไม่อยากให้เธอรอคนอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย พี่ขอโทษนะเนวี่ พี่ขอโทษจริงๆ เขาได้แต่บอกเธอในใจก่อนจะตัดใจเดินหนีไป แต่ภาพตอนที่เขาเดินหนีจากเธอไปก็ยิ่งทำให้นทีธาราเจ็บร้าวยิ่งกว่าเดิม เธอยังคงมองตามหลังเขาไปจนเขาลับสายตาโดยที่เขาไม่ได้หันกลับมามองเธอตามที่เธอห้าม เขา...ไม่ได้รักเธอเลย... 

               “เนวี่จะรอนะคะ” เธอบอกกับเขาอีกครั้งแม้ว่าจะไม่มีความหวัง แต่เธอจะรอเพราะหัวใจของเธอสั่งให้รอ 

  

 

 

               อัศวินวิ่งตามหานทีธาราไปทั่วเมื่ออรินมาบอกให้เขาพาเธอกลับบ้าน แต่เมื่อเขามาที่ชายป่ายังจุดที่อรินบอกเขากลับหาเธอไม่เจอจนผู้กองพนาต้องให้ลูกน้องของเขามาช่วยกันตามหาด้วยอีกแรง เขาเป็นห่วงนทีธารานักเมื่ออรินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง แล้วเขาก็โกรธพี่ชายตัวเองด้วยที่ใจร้ายกับนทีธาราได้ลงคอทั้งๆ ที่เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าใจนทีธารามากกว่าใครๆ อัศวินตามหานทีธาราจนมาถึงธารน้ำเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยๆ มาจากป่าหิ่งห้อย เขาคิดว่าเธอคงจะไม่ได้ไปไหนไกลหรอกแต่เธออาจจะแค่หามุมหลบอยู่คนเดียวสักพักเท่านั้นแล้วที่นี่ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยอยู่อย่างหนาแน่นด้วยคงยากที่จะมีใครเข้ามาทำอันตรายเธอได้ 

               “เฮ้อ!” เขาถอนหายใจออกมาและยิ้มได้อีกครั้งเมื่อในที่สุดก็เจอเธอแล้ว ตอนนี้นทีธารากำลังนั่งกุมเท้าอยู่ที่ริมธารน้ำหลังโขดหิน ถึงว่าสิตอนแรกเขาเดินผ่านมาทางนี้แล้วไม่ทันสังเกตเห็นเธอ ก็เล่นหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่แบบนี้นี่นา 

               “เนวี่ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะ รู้มั้ยว่าทุกๆ คนกำลังเป็นห่วง” นทีธาราหันมามองอัศวินด้วยแววตาเศร้าแต่ก็ยิ้มบางๆ ให้เขาขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาหา 

               “เนวี่เห็นมีกระต่ายป่าน่ะเลยตามมันมา แต่ว่าเนวี่สะดุดล้มซะก่อนสงสัยข้อเท้าจะแพลง” 

               “อะไรนะ!” อัศวินรีบเข้ามาดูข้อเท้าให้เธอทันทีด้วยความเป็นห่วงจนได้เห็นว่าข้อเท้าของเธอกำลังบวมตุ้ยเลยแล้วที่มือกับขาของเธอก็เลอะคราบดินตอนสะดุดล้มด้วย พอเงยขึ้นมามองหน้าเธออีกเขาก็เห็นว่าเธอยิ่งน้ำตาคลอออกมามากกว่าเดิมแต่ก็ยังทำเป็นฝืนยิ้ม ที่เธอร้องไห้น่ะคงไม่ใช่เพราะหกล้มหรอก 

               “ขี้แย สะดุดล้มแค่นี้ก็ต้องร้องไห้เป็นเด็กๆ ด้วย” เขาแสร้งเย้าแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะดึงผ้าเช็คหน้าผืนสีเข้มของตัวเองออกมาซับน้ำตาให้กับเธอเบาๆ “ไม่เอา อย่าร้องไห้นะ” น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนมากจนนทีธารายิ่งน้ำตาร่วงและมองเขาผ่านม่านน้ำตาที่ไหลริน เธออดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้ถึงไม่ใช่อรินกันนะ ทั้งสองคนมีหน้าตาที่คล้ายกันก็จริงแต่...มันก็แทนกันไม่ได้ 

               “ถ้าไม่หยุดร้องพี่จะไม่พาไปกินขนมนะ” เขาเอาขนมมาล่อเธอเหมือนเด็กๆ ความจริงแล้วเขาอายุมากกว่านทีธาราหนึ่งปีแต่เพราะตอนเด็กๆ เขาเคยมาขอเล่นเป็นเพื่อนกับเธอ เธอก็เลยบอกเขาว่าถ้าจะเล่นเป็นเพื่อนกับเธอ เธอจะไม่เรียกเขาว่าพี่นะ แล้วนับตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่อีกเลย จนเมื่อโตเป็นหนุ่มสาวกันแล้วถึงนทีธาราจะยังเรียกเขาในแบบของเพื่อนอยู่แต่ลึกๆ ในใจแล้วเธอก็ยังนับถือเขาในฐานะของพี่ชายด้วย 

               “หยุดร้องเร็วเดี๋ยวจะพากลับบ้าน เดี๋ยวก่อนกลับจะพาแวะกินขนมก่อน” 

               “เลี้ยงด้วยนะ” นทีธาราบอกเขาแล้วพยายามกลั้นเสียงสะอื้น อัศวินก็เลยหัวเราะเธอออกมาที่การเอาของกินมาล่อเธอนั้นยังคงใช้ได้ผลอยู่เสมอ 

               “เดี๋ยวป๋าเลี้ยงเอง” เขายิ้มบอกอย่างใจดีแล้วซับน้ำตาให้กับเธออีกครั้ง จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเดิมไปชุบน้ำในลำธาร บิดพอหมาดๆ แล้วเอามาเช็ดคราบดินที่เลอะตามมือและขาให้เธออีก 

               “บวมขนาดนี้เห็นทีคงต้องตัดทิ้งแล้วมั้ง” อัศวินว่าขณะสำรวจข้อเท้าของเธอ นี่ดีนะที่ตอนนี้ที่ฐานของตำรวจพลร่มมีหมออยู่ตั้งสามคนทั้งคุณป้าแก้ม แก้วเจ้าจอมแล้วก็อรินพี่ชายของเขา 

               “อย่ามาหลอกนะเนวี่เรียนพยาบาลมา คนที่เรียนนายร้อยตำรวจจะมารู้ดีกว่าคนที่เรียนพยาบาลได้ยังไง” นทีธารายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ แก้มป่องๆ งอง้ำอย่างน่ารักเมื่อเขายืนยันว่าอาการข้อเท้าแพลงของเธอต้องรักษาด้วยการตัดขาออกเท่านั้น 

               “แล้วนี่เดินไหวมั้ย เดี๋ยวจะพาไปหาหมอ หมอคนไหนดีล่ะ ป้าแก้ม พี่ไนเปอร์หรือพี่...” 

               “ไปหาป้าแก้มกับพี่ไนเปอร์” นทีธารารีบบอกเพราะเธอยังไม่อยากจะเข้าใกล้อรินในตอนนี้ หากเขาต้องมาทำแผลให้เธอเธอคงร้องไห้ออกมาอีกแน่ๆ อัศวินเองก็เหมือนจะเข้าใจเธอดี เขาค่อยๆ ขยับเข้ามาหาเธออีกแล้วช้อนตัวของเธอขึ้นเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม นทีธาราที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็แทบจะวางตัวไม่ถูกเพราะนอกจากผู้เป็นพ่อกับธารนทีผู้เป็นพี่ชายคู่แฝดของเธอแล้วก็ไม่เคยมีใครมาอุ้มเธอแบบนี้มาก่อน ถึงจะสนิทกันยังไงแต่ความใกล้ชิดก็ทำให้เธออดรู้สึกประหม่าไม่ได้ 

               “โห ทำไมตัวหนักแบบนี้ล่ะเนี่ย ว่างๆ ก็ลดน้ำหนักบ้างนะ” 

               “นี่แน่ะ!” นทีธาราฟาดฝ่ามือมาที่อกแกร่งของเขาเมื่อถูกล้อ คนบ้า ล้อเรื่องอะไรไม่ล้อมาล้อเรื่องน้ำหนักของผู้หญิง ไม่มีมารยาทเลยจริงๆ ตำรวจบ้า! 

               เห็นเธอตีเขาคืนแบบนี้อัศวินก็ยิ่งเบาใจที่เขาช่วยทำให้เธอหายเศร้าได้ เขาค่อยๆ อุ้มเธอเดินกลับไปยังบ้านพักของแก้วเจ้าจอมซึ่งระหว่างทางก็เจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผู้กองพนาใช้ให้ช่วยตามหานทีธาราเมื่อก่อนหน้าด้วย พอเจ้าหน้าที่เห็นว่าเธอปลอดภัยแล้วจึงวิทยุบอกต่อๆ กันเพื่อให้คนที่กำลังช่วยกันตามหาเธออยู่หยุดตามหาได้แล้ว และวิทยุไปแจ้งกับผู้กองพนาด้วยว่าตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้ว 

               “เนวี่! เนวี่เป็นอะไรลูกทำไมต้องอุ้มกันมา พลร่มเนวี่เป็นอะไร” ราชาวดีที่กำลังเป็นห่วงหลานสาวอยู่รีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นอัศวินอุ้มนทีธารามาวางลงที่ขั้นบันไดบ้าน ก็ไหนลูกน้องของผู้กองพนาวิทยุมาบอกว่าเธอปลอดภัยดียังไงล่ะ 

               “สะดุดล้มน่ะครับคุณป้า ข้อเท้าแพลง” อัศวินบอกก่อนจะค่อยๆ ถอดรองเท้าของนทีธาราออก จากนั้นก็ตักน้ำในตุ่มน้ำเล็กๆ ข้างบันไดบ้านมาแล้วล้างเท้าให้กับเธอโดยเฉพาะข้างที่ข้อเท้าแพลงเพราะยังมีคราบดินติดอยู่ 

               “ไม่เป็นไรพลร่มเดี๋ยวเนวี่ล้างเอง เนวี่ทำเองไว้” นทีธาราพยายามจะแย่งเอาขันน้ำมาจากเขาเมื่อรู้สึกเก้อๆ เขินๆ ที่เขามาล้างเท้าให้เธอต่อหน้าคุณลุง คุณป้าแล้วก็พี่ๆ ทุกคนแบบนี้ อีกอย่างอัศวินก็อายุมากกว่าเธอด้วย 

               “ไม่ได้ขาเจ็บอยู่ห้ามขยับตัวมากเข้าใจมั้ย นั่งนิ่งๆ เดี๋ยวล้างคราบดินออกแล้วจะได้ให้คุณป้าช่วยทำแผลให้” อัศวินไม่สนใจฟังคำร้องห้ามของเธอ เขาใช้มือค่อยๆ ถูเท้าของเธออย่างแผ่วเบาขณะล้างเท้าให้อย่างไม่นึกรังเกียจและไม่รู้ตัวด้วยว่าการกระทำของเขามันจะทำให้ทุกคนแอบมองกัน ทุกคนพอจะรู้ว่านทีธาราแอบรักพี่ชายอย่างอริน แต่พอมาเห็นการกระทำของอัศวินแล้วทุกคนก็อดรู้สึกหนักใจขึ้นมาไม่ได้เมื่ออัศวินเองก็แอบรักนทีธาราด้วยอีกคน 

               “รักห้าเส้าครับคุณพ่อ” ผู้หมวดศิขรินแอบกระซิบบอกกับผู้เป็นพ่อของตัวเอง พลโทคีรินทร์เห็นแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกหลายรอบ ทำไมกันนะ แก๊งฟันน้ำนมของเขาเขาอุตส่าห์เลี้ยงลูกๆ หลานๆ มาให้เป็นพี่น้องกัน ช่วยดูแลกันแล้วทำไมพอโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วถึงได้อยากจะกินกันเอง 

               “ไอ้เด็กพวกนี้นี่” ผู้กองกวินทร์ว่าขึ้นอย่างเซ็งๆ แต่ก็ถูกผู้กองกรินทร์สะกิดไม่ให้เขาพูดอะไรออกมา 

               “อย่าไปว่าน้อง แค่นี้ก็เจ็บกันไปหลายคนแล้ว” 

               “ใช่ซี้ ใครจะไปมีความสุขเท่าสองคนนี้ล่ะ พ่อยอมให้คบกันแล้วนี่” สายตาดุๆ ของผู้กองกวินทร์ตวัดมาทางแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนา เธอก็เลยแกล้งทำหน้าเศร้ากอดแขนของผู้กองพนาเอาไว้จนเขาต้องรีบกอดโอ๋ ผู้กองกวินทร์เห็นแล้วก็ยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ที่มีใครคนอื่นมาแย่งเอายัยโหดของเขาไปแล้วจริงๆ 

               อรินที่ก่อนหน้านั้นไปช่วยตามหานทีธารา พอมาเห็นน้องชายของตัวเองกำลังดูแลเธอแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าอัศวินนั้นจริงๆ แล้วก็คงจะแอบรักนทีธาราอยู่ ถึงว่าสิเขาไม่เคยเห็นน้องชายพูดถึงผู้หญิงคนอื่นเลยนอกจากนทีธารา อย่างตอนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจจัดงาน สามพรานแดนดาว งานราตรีที่จัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 1 หลังจากที่พิสูจน์ตัวเองจนได้รับกระบี่สั้นและแหวนรุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักเรียนนายร้อยตำรวจแล้ว หญิงสาวที่อัศวินเลือกเพื่อเชิญไปร่วมงานด้วยกันก็คือนทีธารา เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นอัศวินมีความสุขมากแค่ไหนและเขาก็เอาแต่พูดเรื่องนี้อยู่นานเป็นเดือนๆ เขาก็นึกว่าทั้งสองคนจะแค่สนิทกันในฐานะของเพื่อนหรือพี่น้อง แต่ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้วอัศวินแอบรักนทีธาราเช่นคนรักต่างหาก 

               “พลร่ม” อรินเดินเข้ามาหาน้องชายที่ตอนนี้ล้างเท้าให้กับนทีธาราจนเสร็จแล้วและกำลังรับผ้าจากแก้วเจ้าจอมไปซับน้ำที่ข้อเท้าให้นทีธาราอยู่ นทีธารารีบชักเท้าของตัวเองออกจากมือของอัศวินทันทีเมื่ออรินเดินเข้ามาใกล้ เธอมองหน้าเขาอย่างน้อยใจแต่อรินกลับไม่ยอมมองเธอตอบเลยแม้แต่น้อย 

               “ทำแผลแล้วพาเนวี่ไปส่งบ้านนะ” 

               “ทำไมพี่ไม่พาไปส่งเองล่ะ” นทีธาราอุตส่าห์มาที่นี่เพราะเป็นห่วงเขา แต่เขากลับตอบแทนเธอแบบนี้น่ะหรอ 

               “พี่ติดงาน พี่ทิ้งงานไปไม่ได้” 

               “ไม่เป็นไร หมอไปส่งน้องเนวี่เถอะผมอนุญาต” ผู้กองพนาอนุญาต แค่ไปส่งนทีธาราที่นราธิวาสแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรเสียหน่อย 

               “ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็อย่าสะเออะมาออกคำสั่ง” 

               “อริน” พลโทคีรินทร์เรียกเขาขึ้นทันทีด้วยความไม่ชอบใจที่เห็นหลานชายทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ “ยังไงผู้กองเขาก็เป็นผู้บังคับบัญชาของเรานะ จะพูดจะจาอะไรกับเขาก็ให้เกียรติเขาบ้าง” 

               “...ผมให้เกียรติคนที่มาแย่งเอาหัวใจทั้งดวงของผมไปไม่ได้หรอกครับคุณลุง ถ้าผู้กองเขาไม่พอใจผมก็สั่งซ่อม สั่งขังผมได้เลย” เมื่ออรินท้าทายมาแบบนี้ผู้กองพนาก็จ้องหน้าเขาตอบทันที ที่ผ่านมานอกจากเรื่องงานอรินก็ไม่เคยทำตัวเป็นมิตรกับเขาเลยแต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะเห็นแก่แก้วเจ้าจอม และในใจลึกๆ ก็เห็นใจอรินด้วยเพราะอรินรักแก้วเจ้าจอมมาก่อนเขา เขาเป็นคนแย่งแก้วเจ้าจอมมาจากอรินจริงๆ นั่นแหละ 

               “งั้นหมอก็กลับไปทำงานได้แล้วไป ถ้ายังไม่ถึงเวลาออกเวรก็อย่ากลับมาที่บ้านพักอีก” เขาสั่งอรินด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด อรินที่ท้าทายหวังจะให้ผู้กองพนาสั่งซ่อมตัวเองเพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากทุกคนก็เลยยิ่งไม่พอใจ 

               “หึ! ความจริงผู้กองเองก็เกลียดผมมากเหมือนกันใช่มั้ย เกลียดก็สั่งซ่อมมาได้เลยไม่ต้องมาตีหน้าซื่อทำเป็นคนใจดีมีเมตตาต่อหน้าพี่ไนเปอร์หรอก!” 

               “ผมจะสั่งซ่อมหมอก็ต่อเมื่อหมอทำผิดวินัยในงานราชการ แต่ที่ผ่านมาหมอทำงานดีมาโดยตลอดแล้วผมจะไปสั่งซ่อมหมอทำไม ส่วนเรื่องที่ผมจะเกลียดหรือไม่ได้เกลียดหมอมันเป็นเรื่องส่วนตัว ผมเอาอำนาจหน้าที่ของตัวเองมาใช้กับเรื่องส่วนตัวไม่ได้ ถ้าหมอข้องใจหรือมีอะไรอยากจะเคลียร์กับผมไว้ออกเวรแล้วค่อยมาคุยกัน!!! ส่วนตอนนี้ยังอยู่ในเวลางานอยู่ กลับไปทำงานได้แล้วไป” เป็นครั้งแรกที่ผู้กองพนาต่อว่าอรินแบบนี้ แม้ที่ผ่านมาเขาจะพยายามอดทนอดกลั้นมาตลอดก็ตาม แต่ดูจากสิ่งที่อรินพูดถึงแก้วเจ้าจอมหรือทำร้ายจิตใจของนทีธาราแล้วเขาก็คิดว่าอีกคนที่เขาต้องพูดเคลียร์ด้วยก็คืออรินนี่แหละ เขาเป็นคนที่ดื้อและเอาแต่ใจมาก เหมือนวุฒิภาวะจะยังมีไม่มากพอเมื่อเทียบกับอัศวินผู้เป็นน้องชาย คงเพราะเขาตามติดแต่แก้วเจ้าจอมและถูกแก้วเจ้าจอมตามใจมาโดยตลอดเขาก็เลยเป็นแบบนี้ 

               “...ยะ...อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ เนวี่กลับบ้านเองได้ค่ะ” นทีธาราว่าขึ้นเมื่อเข้าใจว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ผู้กองพนากับอรินต้องมีเรื่องกันแบบนี้ ผู้กองกรินทร์ก็เลยหันมาทางเธอ 

               “เดี๋ยวพวกพี่ไปส่งเนวี่เอง” พอบอกแบบนี้แล้วผู้กองกรินทร์ก็ตวัดสายตาดดุมาจ้องอรินทันที ถึงเขาจะไม่ชอบใจที่ผู้กองพนามาแย่งเอาน้องสาวของเขาไปแต่การที่อรินทำตัวแบบนี้มันก็ดูไม่ดีเลย อรินมีสิทธิ์โกรธ มีสิทธิ์เสียใจและมีสิทธิ์เคลียร์กับผู้กองพนา แต่ก็ควรเคลียร์กันให้มันถูกที่ถูกเวลาไม่ใช่มาท้าตีท้าต่อยเป็นเด็กอันธพาลแบบนี้ เป็นทั้งหมอทั้งตำรวจน่าจะรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ก็เพราะเป็นแบบนี้ไงแก้วเจ้าจอมถึงมองว่าเขาเป็นน้องชายไม่รู้จักโตมาโดยตลอด 

               เมื่อถูกผู้กองกรินทร์จ้องหน้าอย่างเอาเรื่องแบบนี้อรินก็ไม่กล้าหืออีก เขาหันมากำชับกับอัศวินว่าให้ดูแลนทีธาราให้ดีก่อนจะเดินกลับไปทำงานที่ฐานดังเดิมโดยมีนทีธารามองตามด้วยความห่วงใยจนอัศวินต้องเข้ามายืนบังเพื่อไม่ให้เธอได้มองพี่ชายของเขาอีก 

               “เลิกมองเขาได้แล้ว” อัศวินบอกกับเธอแต่เธอก็ยังชะเง้อมองตามอรินไปอยู่จนอัศวินจะดุเธอเข้าให้แล้วถ้าไม่ติดว่าแก้วเจ้าจอมเข้ามาห้ามเสียก่อนก่อนจะเป็นคนจัดการกับอาการข้อเท้าแพลงให้กับนทีธาราเอง 

  

 

 

               เมื่อเรื่องต่างๆ เคลียร์แล้วพลโทคีรินทร์กับผู้หมวดศิขรินก็จะเดินทางกลับกันทันทีเพราะต้องแวะไปดูนคินทร์หรือนาวิกที่ตอนนี้กำลังออกฝึกอยู่บนเรือรบหลวงที่สัตหีบต่อ แต่ก่อนจะไปพลโทคีรินทร์ก็ยังกำชับกับผู้กองพนาด้วยว่าหากถูกพ่อตาอย่างรองกรันณ์รังแกอะไรอีกล่ะก็ให้รีบบอกเขา เดี๋ยวเขาจะมาจัดการให้ทำให้ตอนนี้ผู้กองพนากลายเป็นเขยขวัญของพลโทคีรินทร์ไปแล้ว ส่วนรองกรันณ์เองก็จะเดินทางกลับปัตตานีเช่นกันโดยจะแวะส่งนทีธาราที่นราธิวาสก่อนด้วย 

               แต่ก่อนที่ทุกคนจะเดินทางกลับกันผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมก็เอาพานดอกไม้ธูปเทียนมากราบขอโทษ ขอขมาผู้เป็นพ่อกับแม่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้รองกรันณ์ยอมรับพานขอขมาจากคนทั้งสองทำให้แก้วเจ้าจอมดีใจนักที่ในที่สุดผู้เป็นพ่อก็อภัยให้เธอแล้วจริงๆ และหากผู้กองพนาจัดการปิดคดีชารีฟกับกาเซ็มได้เมื่อไหร่พ่อของเธอก็จะอนุญาตให้เธอกับเขาแต่งงานกันได้ 

               “ดูแลไนเปอร์ให้ดีนะคะผู้กอง อย่าให้ไนเปอร์ต้องตกอยู่ในอันตรายอีก อย่าให้ใครมาทำร้ายไนเปอร์ได้” ราชาวดีบอกผู้กองพนาขณะกอดลากับลูกสาว 

               “คุณหมอวางใจเถอะครับ ผมจะดูแลไนเปอร์ด้วยชีวิตของผมเอง” 

               “แหม คุณหมออะไรกันผู้กอง เรียกคุณแม่ได้แล้ว” พลโทคีรินทร์บอกขณะจะขึ้นรถที่คนขับรถของเขาเปิดประตูรอ แต่... 

               “ไม่ให้เรียกโว้ย!” ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ว่าขึ้นพร้อมกันพร้อมกับเข้ามายืนขวางไม่ยอมให้ผู้กองพนาได้เข้ามาไหว้ลาราชวดีใกล้ๆ 

               “แม่แก้มมีลูกชายแค่สองคนเท่านั้น แล้วก็จะมีลูกชายแค่สองคนตลอดไป” 

               “พ่อภูอย่ามาบอกให้มันแย่งแม่แก้มไปจากพวกเราสิครับ แค่ยัยโหดคนเดียวก็พอแล้วมั้ง” สองแฝดออกอาการหวงแม่ยิ่งกว่าหวงน้องจนราชาวดีแอบขำ เวลาที่สองแฝดหวงแม่นั้นดูน่ารักมากเหลือเกิน โตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วก็ยังหวงแม่เหมือนเด็กๆ อีก 

               “พี่ขอเป็นลูกชายอีกคนของบ้าน ขอเป็นพี่ชายของซีลกับเรนเจอร์ไม่ได้หรอ” 

               “ใครน้องมึง!!!” สองแฝดว่าพร้อมกันอีกอย่างไม่ยอมรับพี่ชายคนโต ผู้กองพนาก็เลยอดแกล้งไม่ได้ ไอ้แฝดนรกคู่นี้ท่าทางจะไม่ยอมญาติดีกับเขาง่ายๆ แฮะ 

               “พูดกับพี่ชายให้มันดีๆ หน่อยพี่ซีล พี่เรนเจอร์” พอแก้วเจ้าจอมว่าขึ้นทั้งสองแฝดก็พากันรุมหยิกเธอกันทันทีก่อนที่จะผลัดกันกอดลาน้องสาว ถึงจะมีเรื่องให้ขัดใจกันอย่างไรแต่ความรักของทั้งสามคนพี่น้องก็ไม่อาจตัดกันได้ง่ายๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ผู้กองพนาก็ยิ่งรู้สึกอยากเป็นพี่ชายคนโตของทั้งสามคนพี่น้อง อยากมีพี่น้อง มีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับแก้วเจ้าจอมบ้าง 

               “ฝากดูแลไนเปอร์ด้วยนะครับพี่ คนนี้น่ะดวงใจของพวกผมทุกคนเลย ในเมื่อยกให้แล้วก็อย่าทำให้พวกเราต้องผิดหวังนะ” ผู้หมวดศิขรินเอ่ยฝากน้องสาวไว้กับเขาพลางยื่นมือมาจับกับผู้กองพนาเสมือนดั่งเป็นคำมั่นสัญญาว่าผู้กองพนาจะช่วยดูแลแก้วเจ้าจอมเป็นอย่างดี 

               “แน่นอน ไม่ต้องห่วงไนเปอร์นะพี่จะดูแลยัยโหดของทุกคนให้ดี” พอผู้กองพนารับปาก ผู้หมวดศิขรินก็เข้าไปกอดลาแก้วเจ้าจอมด้วยอีกคน กอดลากันเสียแนบแน่น กอดไม่เท่าไหร่พอผู้หมวดหนุ่มก้มลงมาหอมแก้มแก้วเจ้าจอมด้วยผู้กองพนาก็แอบองค์ลงเพราะความหวงเมีย ยิ่งเห็นแก้วเจ้าจอมเอียงแก้มให้ผู้หมวดศิขรินหอมเขาก็ต้องข่มใจนับหนึ่งถึงร้อยไม่ให้เผลอไปชกหน้าผู้หมวดหนุ่ม แม้จะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าทั้งสองคนรักกันดั่งพี่น้อง 

               “อย่าให้ลูกกูต้องเป็นอันตรายอีกเข้าใจมั้ย” คราวนี้เป็นรองกรันณ์ที่เดินเข้ามาสั่งเขา เมื่อราชาวดีกับแก้วเจ้าจอมไปกอดลาพลโทคีรินทร์อยู่ 

               “ครับท่าน ท่านเคยดูแลไนเปอร์มาดียังไงผมจะดูแลไนเปอร์ให้ดีมากกว่านั้น ท่านวางใจเถอะนะครับผมจะปกป้องดูแลไนเปอร์ให้ดี ให้สมกับที่ท่านไว้ใจยอมยกหัวใจทั้งดวงของท่านให้ผมได้ดูแล” 

               “ถ้ามึงทำให้ลูกกูเสียใจ รู้ใช่มั้ยว่าศพมึงจะไม่สวย” 

               “ครับ มันจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาดครับท่าน” 

               “ดี! แล้วเรื่องงาน ถ้ามีปัญหาติดขัดอะไรก็โทรมา” 

               “ขอบคุณท่านมากนะครับที่เป็นห่วง...” 

               “กูไม่ได้ห่วงมึง แต่กูกลัวมึงตายแล้วลูกกูกลั้นใจตายตามมึง กูห่วงแค่ลูกกูคนเดียว” ผู้กองพนาถึงกับยกมือไหว้เก้อ แบบนี้ก็มีด้วยเว้ย แต่ก็เอาเถอะ ท่านจะห่วงใครก็ตามใจท่าน ขอแค่ท่านเมตตาเขาแบบนี้เขาก็พอใจแล้ว 

               “ท่านครับ คราวก่อนที่เราคุยกันแล้วท่านให้ผมเลือกระหว่างไนเปอร์กับตำแหน่งหน้าที่การงานของผม ตอนนี้ผมเลือกได้แล้วนะครับ...ความจริงผมเลือกได้ตั้งแต่ตอนที่ท่านถามผมแล้ว” อีกเรื่องที่ผู้กองพนาอยากจะบอกกับรองกรันณ์ก็คือเรื่องนี้ เขามองไปยังแก้วเจ้าจอมที่กำลังกอดลาทุกคนด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขแล้วจึงหันมามองผู้เป็นพ่อตา 

               “ผมเลือกไนเปอร์ครับ ถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจะเป็นสิ่งที่ข้าราชการอย่างพวกเราต้องการแต่สำหรับผม จะมีประโยชน์อะไรล่ะครับถ้าได้ยศตำแหน่งที่สูงขึ้นแล้วต้องสูญเสียหัวใจและความสุขของตัวเองไป ในโลกนี้จะเสียอะไรผมก็ยอมเสียได้ครับแต่ผมจะเสียไนเปอร์ไปไม่ได้เด็ดขาด ผมรักไนเปอร์มาก เขาเป็นทุกอย่างในชีวิตของผม คือกำลังใจของผม ผมยอมเป็นแค่ผู้กองพนา ตำรวจยศน้อยๆ ที่ไม่มีใครเห็นหัวไปแบบนี้ตลอดก็ได้ครับ ขอบคุณท่านมากนะครับที่ท่านเคยเมตตาจะส่งเสริมผมในเรื่องยศตำแหน่ง แต่ตำแหน่งที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจของตัวเองแบบนั้นผมไม่ขอรับไว้ดีกว่า” 

               รองกรันณ์ไม่ได้ตอบว่าอะไร หากแต่ในใจกลับรู้สึกดีที่ได้ยินแบบนี้ ผู้กองพนาคือตำรวจที่ทำหน้าที่ด้วยอุดมการณ์จริงๆ ไม่ใช่พวกที่ทำงานเพื่อหวังผลประโยชน์และที่สำคัญคือมีหัวใจที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่มาก หากตัดอคติระหว่างพ่อตากับลูกเขยออกไปเขาคือนายตำรวจที่ดี มีความสามารถและน่ายกย่องมากคนหนึ่ง ถึงเขาจะรักลูก หวงลูกมากแค่ไหนแต่เขาก็ต้องยอมรับแหละว่าแก้วเจ้าจอมตาถึงเลือกสามีได้เหมาะสมแล้ว เขาเคยได้ยินมาว่าผู้กองพนาเป็นคนที่ไม่เคยยอมคนและกล้าท้าชนได้กับทุกๆ อย่าง ผู้กองพนาจะตอบโต้และแข็งข้อกับเขายังไงก็ได้แต่ผู้กองพนาก็ไม่ทำ สิ่งที่ผู้กองพนาทำคือยอมอ่อนข้อให้กับเขา ยอมให้เขาซ้อม ยอมให้ลูกชายสองแฝดของเขาเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวแล้วก็ยอมแม้แต่ให้อรินก้าวร้าวใส่ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชา จะสั่งลงโทษอรินยังไงก็ได้แต่เขาก็ไม่ทำ ผู้กองพนายอมพวกเขาทุกอย่างก็เพื่ออยากให้เขาและครอบครัวของเขายอมรับ เขาเข้มแข็งแล้วก็อ่อนน้อมถ่อมตนได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าสุวรรณเวชจะต้องมีลูกเขยจริงๆ ก็คงต้องเป็นคนแบบนี้นี่แหละ 

               “เออ...ท่านครับ ผมเรียกท่านกับคุณหมอว่าคุณพ่อกับคุณแม่ได้รึเปล่าครับ” 

               “อยากเรียกหรอ” รองกรันณ์ถามกลับแล้วแสยะยิ้มเหี้ยมๆ ออกมาก่อนจะพยักหน้าไปทางลูกชายฝาแฝดของตัวเอง “ไปขออนุญาตเจ้าแฝดก่อน ถ้าเจ้าแฝดโอเคแล้วค่อยมาเรียก” 

               โห...แต่เท่าที่ดูๆ มานี่ไอ้แฝดนรกนั่นมันคงยอมหรอกเล่นหวงพ่อหวงแม่ซะขนาดนั้น เวลาที่พวกมันมองเขามาแต่ละทีก็ช่างเป็นมิตรเสียเหลือเกิน 

               “งั้นยังไม่เรียกก็ได้ครับ” เขายิ้มเก้อๆ ตอบ แต่ก่อนที่รองกรันณ์จะเดินจากไปรองกรันณ์ก็ได้สั่งเรื่องสำคัญกับเขาขึ้นมาอีกเรื่อง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้กองพนาถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าทันที 

               “อย่าให้ท้องก่อนแต่งเด็ดขาดเข้าใจมั้ย” 

               “คะ...ครับ” เป็นเรื่องเดียวที่เขาตอบได้ไม่เต็มปากจนทำให้รองกรันณ์เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาอีก พอนึกถึงยามที่ผู้กองพนาต้องแตะต้องเนื้อตัวแก้วเจ้าจอมทีไรหัวใจคนเป็นพ่อก็รับไม่ได้ทุกที ดังนั้นผู้กองพนาก็เลยได้กินหมัดของพ่อตาอีกหมัดแทนคำกล่าวลา 

               ในที่สุดครอบครัวของแก้วเจ้าจอมก็นั่งรถออกไปจากฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม โดยราชาวดีได้จูงมือนทีธาราไปขึ้นรถด้วยและคอยปลอบหลานสาวที่เอาแต่ทำหน้าเศร้าเพราะอรินไม่ยอมมากล่าวคำลากับเธอเลย เรื่องนี้ทำให้อัศวินยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจพี่ชายของตัวเองเข้าไปใหญ่ 

               “โอ๊ย เบาๆ สิไนเปอร์เจ็บนะ” แก้วเจ้าจอมร้องขึ้นเมื่อผู้กองพนาเอาผ้าเช็ดหน้ามาถูที่แก้มของเธอซ้ำๆ ตรงจุดที่ผู้หมวดศิขรินหอมไปหลายฟอด นี่ถ้าไม่เกรงใจพลโทคีรินทร์ไอ้รีคอนได้ปากมีสีไปแล้ว 

               “ผัวยืนอยู่นี่ทั้งคนยังมีหน้าไปเอียงแก้มให้ผู้ชายคนอื่นหอมแก้มอีก” 

               “มาหึงอะไรกับรีคอนล่ะคะ ไนเปอร์กับรีคอนเราสนิทกันมาก อย่าว่าแต่หอมแก้มกันเลยนอนเตียงเดียวกัน กอดกันก็เคยมาแล้ว ทำไมต้องคิดมากด้วยคนเขาเป็นพี่น้องกัน มีพ่อคนเดียวกัน” 

               “อะไรนะ! นี่ถึงกับเคยนอนเตียงเดียวกับมันอย่างนั้นหรอ” 

               “ตอนเด็กๆ ก็แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันด้วย” 

               “ยัย...” ผู้กองพนาชี้นิ้วว่า นี่เขาจะทำยังไงกับเธอดีล่ะเนี่ย ถ้ารู้ว่าถึงขั้นนี้เขาชกหน้าผู้หมวดศิขรินซักทีก็ยังดี 

               แก้วเจ้าจอมยิ้มให้กับท่าทีหึงหวงของคนรัก ตอนนี้เธอสามารถยิ้มแย้มออกมาได้อย่างโล่งใจแล้ว เธอไม่ต้องเก็บซ่อนความรักหรือหัวใจอีกต่อไป ไม่ต้องอึดอัดเพราะต้องปิดบังเรื่องใดๆ กับใครและที่สำคัญคือพ่อของเธอเข้าใจเธอแล้ว เมื่อกี้นี้ก่อนจะจากกันพ่อกอดเธอเอาไว้แน่นแนบอก ทั้งกอดเธอแล้วก็บอกรักเธอ เธอยังคงเป็นนางไม้น้อยของพ่อเหมือนเดิมและแน่นอน ถึงเธอจะรักผู้กองพนามากแค่ไหนแต่ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอรักและเทิดทูนไว้เหนือชีวิตก็คือพ่อของเธอ หากวันใดที่ผู้กองพนาได้เข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านของเธอ มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่เธอก็คงจะมีความสุขมากกว่านี้ 

               “พี่พนา ต่อไปนี้ไนเปอร์ขอใส่สร้อยจี้ดอกแก้วเจ้าจอมของคุณพ่อแทนสร้อยจี้ดาวของพี่พนาได้รึเปล่า” ก่อนหน้านี้แก้วเจ้าจอมได้ถอดสร้อยคอจี้ดาวที่เขาให้ตอนวันเกิดออกแล้วให้ผู้เป็นพ่อใส่สร้อยจี้ดอกแก้วเจ้าจอมให้อีกครั้งเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเธอจะยังรักพ่อของเธอมากที่สุด 

               “ตามใจไนเปอร์เถอะ แต่ว่า...แหวนที่นิ้วเนี่ยต้องเป็นแหวนของพี่คนเดียวแล้วก็ห้ามถอดนะ” เขาชูมือข้างซ้ายของเธอขึ้นมา ซึ่งเธอยังสวมแหวนญาติของเขาอยู่ 

               “โอเคค่า มีผัวอยู่แค่คนเดียวก็ต้องใส่แค่แหวนของพี่พนาคนเดียวสิ” เธอยิ้มบอกอย่างน่ารัก แล้วพอเธอจะดึงมือของเขามาจูบเสียงใครคนหนึ่งก็กระแอมขึ้นเสียก่อน 

               “ฮะแฮ่ม!” 

               “พลร่ม! โธ่ตกใจหมดเลย” แก้วเจ้าจอมหันมาว่าน้องชายเมื่อเขายังยืนอยู่ตรงนี้ จากตอนแรกที่ว่าจะตามไปส่งนทีธาราด้วยแล้วค่อยย้อนกลับมาที่นี่คุณลุงกรันณ์ก็ห้ามเขาเอาไว้ เพราะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนแบบนี้ไม่ควรเดินทางตอนกลางคืนหากไม่จำเป็น ซึ่งเขาก็วางใจที่คุณลุง คุณป้ากับพี่ชายฝาแฝดเป็นคนพานทีธาราไปส่งบ้านเอง เขาที่ยังมีเรื่องต้องพูดกับอรินก็เลยจะอยู่ที่นี่ต่ออีกคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยนั่งเครื่องขึ้นเหนือไปหาผู้เป็นพ่อกับแม่ที่เชียงใหม่ 

               “อรินล่ะ” 

               “ก็ไปแล้วน่ะสิ ใครเขาจะมาทนยืนดูพี่กับสามีพลอดรักกัน” อัศวินตอบเธอ 

               “แล้วพลร่มทนยืนดูอยู่ทำไมล่ะ” 

               “ไม่ได้อยากจะดูซักหน่อย แค่กำลังซึมซับกับบรรยากาศของที่นี่อยู่ ไว้เผื่อเรียนจบแล้วอาจจะมาประจำการที่ใต้” จะได้อยู่ใกล้ๆ เนวี่...เขาคิดต่อเองในใจ ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็รู้ทันในเรื่องนี้ด้วย 

               “งั้นถ้ามีเรื่องเรียน เรื่องการฝึกจะปรึกษาพี่พนาก็ปรึกษาได้เลยนะ เป็นรุ่นพี่กับรุ่นน้องโรงเรียนนายร้อยตำรวจเหมือนกันนี่ น่าจะคุยกันได้ง่าย” 

               “พ่อผมก็จบจากที่นี่เหมือนกัน ผมถามพ่อผมก็ได้” ถึงอย่างไรผู้กองพนาก็เป็นคนที่ทำให้พี่ชายของเขาอกหัก เขาไม่ยอมญาติดีด้วยง่ายๆ หรอก 

               “ดื้อกันทั้งพี่ทั้งน้องเลยแฮะ” แก้วเจ้าจอมกอดอกว่า แต่ก็ยังเบาใจอยู่ที่อัศวินไม่ได้ต่อต้านผู้กองพนามากเหมือนกับอริน เขายังมีเหตุผลและรับฟังคนอื่นอยู่บ้าง 

               “งั้นก็ตามสบายเลยนะ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรอยากจะปรึกษาอยากจะพูดกับพี่ก็พูดได้เลย ถือซะว่าเราเป็นพี่น้องกัน” ผู้กองพนาบอกอย่างใจดี แม้อัศวินจะรู้ว่าผู้กองพนาเก่งและจบหน่วยรบมามากกว่าผู้เป็นพ่อของตนแต่เขาก็จะขอทำเชิดอีกหน่อยเพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องเข้าข้างอรินมากกว่าผู้กองพนาอยู่แล้ว 

               “ที่บอกว่าถ้าพี่อรินมีเรื่องจะเคลียร์ด้วย ถ้าออกเวรแล้วผู้กองจะเคลียร์กับพี่อรินจริงๆ มั้ย” อัศวินอดนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้เพราะดูท่าแล้วหากจะมีการเตะต่อยกันขึ้นมาพี่ชายของเขาต้องแพ้ให้กับผู้กองพนาตั้งแต่ยกแรกแน่ๆ 

               “ขึ้นอยู่กับอริน ถ้าเขาอยากเคลียร์ก็ให้มาเคลียร์เลยแต่พี่ก็ไม่ได้มีอะไรจะเคลียร์กับเขามากหรอก คงทำได้แค่รับฟังในสิ่งที่เขาจะพูด พลร่มก็น่าจะรู้ดีว่าพี่ชายของตัวเองอยากพูดเรื่องอะไรกับพี่” 

               นั่นสิ อย่างแรกก็คงอยากต่อว่าด่าทอผู้กองพนา แต่การจะบอกให้ผู้กองพนาเลิกกับพี่ไนเปอร์ก็คงเป็นไปไม่ได้ ขนาดพ่อของพี่ไนเปอร์แท้ๆ ก็ยังห้ามเรื่องนี้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเคลียร์กันหรือไม่เคลียร์คำตอบมันก็มีพร้อมอยู่แล้ว 

               “แล้วถ้าพี่อรินมาเคลียร์ ผู้กองจะเล่นงานพี่อรินมั้ย” 

               “ถ้าหมายถึงเรื่องการใช้กำลัง สบายใจได้เลยว่าไม่มีแน่นอน” 

               “ความจริงก็ไม่เห็นจะต้องมีเคลียร์อะไรกันเลย ทุกคนเขาเคลียร์กันหมดแล้วและพี่ก็หวังว่าอรินจะยอมเข้าใจนะพลร่ม” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้น สงสารอรินก็สงสารแต่อีกใจเธอก็อยากให้อรินยอมรับความจริงเสียที 

               “ก็เขาหวังกับพี่ไนเปอร์มาเยอะนี่” 

               “แล้วพี่ต้องทำยังไงอรินถึงจะพอใจ ให้พี่เลิกกับพี่พนาแล้วไปคบกับอรินหรอ” 

               “พี่อรินเขาก็คงต้องการแบบนั้นแหละ” 

               “แล้วถ้าพลร่มเป็นพี่ พลร่มจะทำยังไง” 

               “ผมก็...คงเลือกแคร์คนที่ผมรักมากที่สุด” 

               “นั่นแหละ ตอนนี้พี่ก็กำลังทำในสิ่งที่พลร่มว่าอยู่” แก้วเจ้าจอมหันมาจับมือของผู้กองพนาเอาไว้แน่น เธอมีความสุขที่ได้ยืนอยู่ข้างกายเขาแบบนี้และตอนนี้ครอบครัวของเธอก็ยอมรับเขาแล้วด้วย “พี่แคร์อรินนะ แต่พี่มีคนอื่นที่พี่แคร์มากกว่าอริน” 

               “ผมเข้าใจพี่ไนเปอร์นะ แต่พี่อรินเป็นพี่ชายของผมยังไงผมก็ต้องแคร์พี่ชายของผมมากกว่าคนอื่นเหมือนกัน สงสัยผู้ชายบ้านผมจะโดนคำสาปกันหมด” 

               “ยังไง” คำสาปอะไรกันแก้วเจ้าจอมไม่เข้าใจ 

               “ก็...ผมได้ยินมาว่าสมัยหนุ่มๆ พ่อของผมก็เคยอกหักจากคุณป้าแก้ม พ่อเสียใจมากจนย้ายไปทำงานที่อื่นแล้วก็ได้เจอแม่ มีแม่ช่วยรักษาแผลใจให้ พอมารุ่นพวกเราพี่อรินก็ต้องมาอกหักเพราะผู้หญิงบ้านนี้อีกคน พี่ไนเปอร์คิดว่ามันจะมีโอกาสที่บ้านของเราสองคนได้เป็นดองกันมั้ย” 

               “ก็อาจจะมี” ผู้กองพนาเป็นคนตอบขึ้นมาแทน เพิ่งรู้นี่แหละว่าพ่อของอรินเคยอกหักจากแม่ยายของเขาเพราะเขาเคยเจอพ่อกับแม่ของอรินมาแล้ว แล้วทั้งสองคนก็ดูรักกันมากด้วย ไม่คิดมาก่อนว่าจะเคยมีเรื่องแบบนี้ด้วย 

               “ถ้าผู้ชายบ้านพลร่มโดนคำสาปกันหมดงั้น...อรินกับพลร่มก็ต้องมีลูกสาวแล้วล่ะ ไว้มีลูกสาวเมื่อไหร่พี่จะให้ลูกชายของพี่กับไนเปอร์ไปจีบแล้วกัน สองบ้านจะได้เป็นดองกันสมใจ” 

               “ต๊าย! ลำพังตัวเองยังไม่มีลูกแล้วยังไปบอกให้คนอื่นเขามีลูกอีก” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้น ผู้กองพนาก็เลยหันมาทุบศีรษะของเธอเบาๆ แล้วชักสีหน้าใส่ 

               “แน่จริงอย่ากินยาคุมสิ” เขาท้าต่อ ถ้าเธอไม่กินยาคุมนะป่านนี้พ่อตาของเขาได้อุ้มหลานแล้ว 

               “เชอะ!” แก้วเจ้าจอมไม่ยอมรับคำท้า แก้มนวลแดงระเรื่อเพราะความเขินก่อนจะรีบทำเชิดแล้วเดินหนีความเขินอายไปให้ผู้กองพนาได้แต่ยิ้มตาม 

               “พี่พูดจริงนะ ถ้ารุ่นพ่อกับรุ่นลูกพลาดก็คงต้องรอรุ่นหลานแล้วล่ะ” เขาบอกกับพลร่มอีกแล้วจึงเดินตามแก้วเจ้าจอมไป พ่อตาของเขาก็ช่างรู้ทันเขาเสียจริง มีการห้ามท้องก่อนแต่งด้วย  

               “รุ่นหลานงั้นหรอ” พลร่มคิดตามอยู่คนเดียวแล้วก็แสยะยิ้มออกมา “รุ่นหลานจะมาได้ยังไงก็อกหักแห้วด้วยกันทั้งคู่แบบนี้” ใช่ว่าพี่อรินของเขาจะอกหักคนเดียวนี่นา แม้แต่เขา เขาเองก็อกหักจากนทีธาราด้วยเหมือนกัน 

  

 

 

               อัศวินกลับมาที่บ้านพักของผู้เป็นพี่ชายอีกครั้งในตอนเย็น ซึ่งตอนนี้อรินออกเวรแล้วและเขาก็กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวที่ขั้นบันไดบ้าน สีหน้าและแววตาดูอมทุกข์มากอย่างเห็นได้ชัดเพราะความหวังที่รองกรันณ์จะเกลียดชิงชังลูกเขยนั้นกลับไม่เป็นตามที่เขาหวัง คุณลุงเกลียดลูกเขยก็จริงแต่คุณลุงก็รักลูกสาวมากเกินกว่าจะทำให้แก้วเจ้าจอมต้องเป็นทุกข์ได้ สุดท้ายก็ต้องจำใจยอมรับผู้กองพนาเป็นลูกเขย นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้อัศวินยังไม่อยากกลับบ้านแล้วทิ้งพี่ชายไปในตอนนี้ 

               “กลับมาแล้วหรอ หายไปไหนมา” อรินถามน้องชายพลางยื่นแก้วเหล้าให้ อัศวินจึงเดินไปนั่งกับเขาแต่ก็ไม่ยอมรับแก้วเหล้ามาดื่ม 

               “ถ้าอยากดื่มก็ดื่มได้นะพี่อริน แต่ห้ามเมาเพราะผมมีเรื่องอยากจะพูดกับพี่หลายเรื่องมาก” 

               “จะคุยอะไร” 

               “...พี่ย้ายกลับแม่สอดเถอะ ตอนนี้พ่อกับแม่รู้เรื่องพี่ไนเปอร์แล้ว พ่อกับแม่เป็นห่วงพี่มากนะพี่จะอยู่ที่นี่ต่อไปให้มันได้อะไรขึ้นมาก็ในเมื่อพี่ไนเปอร์เขาเลือกผู้กองพนาแล้วครอบครัวของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้ว” 

               อรินชะงักไปที่ได้ยินแบบนี้ก่อนจะยกแก้วเหล้าที่ยื่นให้อัศวินขึ้นมาดื่มเสียเองอย่างขมขื่นแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร อัศวินจึงพูดต่อ 

               “ผมอยากให้พี่ตัดใจจากพี่ไนเปอร์ด้วย เลิกหวังเถอะนะพี่อริน ยิ่งพี่ฝืนต่อไปแบบนี้ก็จะยิ่งเป็นการทำร้ายพี่ไนเปอร์ไปด้วย พี่จะอยู่ที่นี่เพื่อทำให้เขาเป็นทุกข์รึยังไง ถ้าพี่อยู่ที่นี่ในฐานะของน้องชายเขา เขาก็คงดีใจนะ แต่ถ้าพี่จะอยู่ที่นี่โดยแช่งให้ผัวเขาตายทุกวันแล้วแย่งเอาเมียเขามา ถ้าพี่คิดแบบนี้พี่ก็เลิกเถอะ กลับแม่สอดดีกว่าหรือจะขึ้นไปอยู่ที่เชียงใหม่กับพ่อก็ได้” 

               “พี่ไม่กลับ” อรินตอบนิ่งๆ พร้อมกับรินเหล้าขึ้นดื่มต่อ “แกไม่เข้าใจพี่” 

               “เออ! ก็ไม่เข้าใจน่ะสิวะ พี่ไนเปอร์เขาก็มีผัวเป็นตัวเป็นตนไปแล้วแล้วพี่ยังจะหวังอะไรจากเขาอีก คิดว่าเขาจะยอมคิดสั้นมาเป็นชู้กับพี่ต่อหรอ พี่ไนเปอร์เขาไม่ใช่คนแบบนั้นนะ” 

               “แกไม่เข้าใจพี่” 

               “ก็ไม่มีใครเขาเข้าใจพี่ทั้งนั้นแหละ เลิกดื่มซักทีได้มั้ย” 

               เพล้ง!!! 

               อัศวินปาขวดเหล้าใส่ต้นไม้อย่างแรงจนมันแตกกระจายเมื่อรำคาญพี่ชายที่ยังเอาแต่พูดคำเดิมๆ และกินเหล้าไม่หยุด เสียงขวดแก้วที่แตกทำให้อรินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก็นั่งนิ่งเหมือนเพิ่งจะได้สติขึ้นมา พลันก็มีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลออยู่ที่ดวงตาของเขาจนอัศวินแทบตั้งตัวไม่ทัน ไม่คิดว่าอรินจะร้องไห้ 

               “พี่ก็แค่...อยากอยู่ใกล้ๆ คนที่พี่รักก็เท่านั้น” อรินพูดขึ้นมา “พี่สัญญากับเขาเอาไว้แล้วว่าจะอยู่ดูแลปกป้องเขาไปตลอดชีวิตพี่ก็จะต้องอยู่ปกป้องเขาตลอดไป” 

               “แต่พี่ไนเปอร์เขามีคนที่คอยดูแลอยู่แล้วนะ” 

               “มีพี่คอยดูแลเพิ่มอีกคน พี่ไนเปอร์ก็จะยิ่งปลอดภัยไม่ใช่หรอ” 

               “แล้วพี่จะดูแลเขาในฐานะของอะไร” 

               “...ฐานะคนที่รักเขาไง” 

               “แล้วพี่จะได้อะไร...” 

               “ไม่ พี่ไม่เอาอะไร” อรินตอบเสียงแผ่วอย่างเจ็บปวด “พี่ยินดีให้แต่พี่ไม่เอาก็ได้ เหมือนแกไง ทุกวันนี้แกดูแลเนวี่เพื่ออะไร” 

               อัศวินย้อนกลับมามองในมุมของตัวเองบ้าง จริงอยู่ที่เขาจะแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้กับนทีธาราแต่เขาก็ไม่เคยหวังจะเอาอะไรจากเธอ เขาแค่อยากดูแลเธอ อยากเห็นเธอมีความสุขก็เพียงแค่นั้นแม้ว่าในอนาคตเธออาจจะกลายมาเป็นพี่สะใภ้ของเขาแต่เขาก็พร้อมที่จะยินดีกับเธอ 

               “พี่รู้หรอว่าผม...” 

               “แกรักเนวี่” อรินหันมาจ้องหน้าน้องชาย ไม่ใช่แค่เขาที่ดูออกแต่ใครๆ ต่างก็ดูออกกันทั้งนั้นโดยเฉพาะวันนี้ตอนที่เขาออกไปตามหานทีธาราด้วยความเป็นห่วง ไหนจะตอนที่เขาอุ้มเธอกลับมา ล้างเท้าให้เธออย่างไม่ถือตัว สีหน้าและแววตามีแต่ความรักความห่วงใยมอบให้ 

               “วันนี้แกอาจจะโกรธพี่ อาจจะมองว่าพี่ใจร้ายที่ทำร้ายจิตใจของเนวี่ ทั้งไม่พูดด้วยทั้งทำเป็นเฉยชาใส่ แกรู้มั้ยว่าพี่ก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้กับเนวี่เลย พี่เองก็สงสารเนวี่เหมือนกันแต่พี่ก็จำเป็นต้องทำ พี่ไม่อยากใจดีกับเนวี่เพราะพี่ไม่อยากให้ความหวังเขา เนวี่เป็นเด็กดี เนวี่ไม่สมควรมาเสียใจหรือเสียเวลากับคนอย่างพี่ พี่รักเนวี่แบบน้องสาว พี่รักแกยังไงพี่ก็รักเนวี่แบบนั้นแล้วมันก็จะเป็นแบบนั้นตลอดไป พี่อยากให้เนวี่ตัดใจแล้วเปิดใจมองใครคนอื่นที่ดีกับเขาและรักเขาด้วยใจจริง ถ้าคนๆ เป็นแกด้วยก็คงจะยิ่งดี” 

               “พี่...” อัศวินแทบจะพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นหยดน้ำตาของผู้เป็นพี่ชายร่วงลงมา ไม่รู้ว่าเพราะความเจ็บปวดที่เสียแก้วเจ้าจอมไปหรือเพราะเขาสงสารนทีธารากันแน่ 

               “ดูแลเนวี่ให้ดีนะ ดูแลเขาแทนพี่ รักเขาแทนพี่...” 

               “แล้วพี่รักเนวี่ไม่ได้หรอ เนวี่คงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าคนที่อยู่ข้างๆ เขาคือพี่ไม่ใช่ผม” 

               “ถ้าพี่อยู่ข้างๆ เนวี่ เนวี่จะยิ่งเจ็บปวดมากกว่านี้เพราะพี่คงรักเขาไม่ได้” 

               “พี่ไนเปอร์เขาก็คงจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน เขาเองก็รักพี่แบบคนรักไม่ได้ผมอยากให้พี่เข้าใจพี่ไนเปอร์แล้วก็ยอมรับความจริง ตัดใจจากพี่ไนเปอร์เถอะนะแล้วลองเปิดใจให้เนวี่...” 

               “แกนี่ก็แปลกคน” อรินแค่นยิ้มทั้งน้ำตา “แกเองก็รักเนวี่แล้วแกยังจะมายกเนวี่ให้พี่อีกหรอ” 

               “ผมรักเนวี่แล้วผมก็รักพี่เหมือนกัน ถ้าคนที่ผมรักทั้งสองคนมีความสุขผมก็จะมีความสุขไปด้วย รักของผมคือรักที่ปรารถนาดีไม่ใช่รักที่การครอบครอง เพื่อความสุขของเนวี่ผมเสียสละได้แล้วพี่ล่ะเพื่อความสุขของพี่ไนเปอร์พี่เสียสละได้มั้ย หยุดวงจรรักสี่ห้าเส้าเถอะนะพี่อริน ปล่อยพี่ไนเปอร์เขาไปเถอะส่วนเนวี่...ผมจะยังไม่ไขว่คว้าเอาเขามาแต่ผมจะช่วยดูแลเขาแทนพี่ไปก่อน ไว้วันไหนที่พี่ตัดใจได้แล้วพี่ค่อยมาเอาเนวี่คืนไป” 

               “แต่พี่...” 

               “ผมขอร้อง...พี่ช่วยรักเนวี่บ้างเถอะนะ” ยิ่งอัศวินขอร้องแบบนี้อรินก็ยิ่งรู้สึกว่าเขารักนทีธาราไม่ได้ น้องชายของเขารักนทีธารามากขนาดนี้แล้วเขาจะกล้ารักเธอได้อย่างไร 

               “แกคิดว่าซักวันพี่จะรักเนวี่ได้ใช่มั้ย” 

               “ใช่” 

               “พี่ก็คิดว่าซักวันเนวี่จะรักแกได้บ้างเหมือนกัน เชื่อพี่เถอะนะพลร่ม ดูแลเนวี่ให้ดี รักเขาให้มากๆ แล้วก็รักเขาแทนพี่ด้วย” อรินบอกกับเขาก่อนจะลุกหนีเข้าห้องไปทิ้งให้พลร่มได้แต่มองตาม เขารู้ว่าพี่ชายของเขาเป็นคนที่ดื้อแต่ก็ไม่คิดว่าจะทั้งดื้อแล้วก็รั้นแบบนี้ ถ้าพี่ชายของเขายังจะฝืนไม่เลิกแบบนี้ทุกๆ คนก็คงจะเจ็บปวดกันไม่เลิกและคนที่ต้องเจ็บที่สุดก็คือตัวพี่ชายของเขาเองแล้วอีกคนที่น่าสงสารก็คงจะเป็นนทีธารา... 

               “ฮัลโหลเนวี่” อัศวินหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วต่อสายหาเธอในทันทีด้วยความห่วงใย หวังว่าคงจะไม่ร้องไห้อยู่หรอกนะ “ถึงบ้านแล้วใช่มั้ย” 

               (“ใช่ ถึงแล้ว”) น้ำเสียงที่ตอบกลับมายังฟังดูหงอยๆ อยู่จนอัศวินชักจะใจไม่ดีเสียแล้ว 

               “พรุ่งนี้ว่างมั้ย” 

               (“เอ๋...”) 

               “ที่บอกว่าจะเลี้ยงขนมไง ถ้าพรุ่งนี้เนวี่อยู่ที่บ้านเดี๋ยวป๋าจะพาไปเลี้ยงขนมอร่อยๆ นะ” 

               (“...ชวนพี่นาวีไปด้วยได้มั้ย พี่นาวีเพิ่งกลับมาบ้าน”) นทีธาราอยากจะให้ ธารนที ผู้เป็นพี่ชายคู่แฝดของตัวเองไปด้วย เวลาแบบนี้เธออยากได้กำลังใจเยอะๆ 

               “ได้สิ ไปกันหลายๆ คนสนุกดีแล้วพรุ่งนี้พี่จะไปหานะ” เขายิ้มให้ปลายสายด้วยความเอ็นดูและห่วงใย เขาจะดูแลเธอให้ดีที่สุดและหากสักวันที่พี่ชายของเขาคิดได้และอยากจะได้เธอคืนเขาก็ยินดีที่จะคืนเธอให้เพื่อให้เธอได้สมหวังกับคนที่เธอรัก 

  

 

 

               ผู้กองพนาในชุดกางเกงยีนขายาวกับเสื้อยืดยืนมองนาฬิกาข้อมือเป็นพักๆ สลับกับมองเข้าไปในร้านขนมตลอดเวลาเพื่อไม่ให้แก้วเจ้าจอมที่อยู่ข้างในต้องคลาดสายตาของเขาไปไหน เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบกำหนดซื้อเสบียงเข้าไปที่ฐานเขาก็เลยถือโอกาสนี้แวะมาเยี่ยมผู้หมวดศิวะที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วย แก้วเจ้าจอมที่ไม่ได้เข้าเวรพอดีก็เลยขอตามมากับเขา และตอนนี้เธอก็กำลังเลือกซื้อขนมเพื่อเอาไปฝากคนป่วยอยู่ ตอนแรกเขาก็เข้าไปช่วยเธอเลือกซื้อขนมแล้วล่ะแต่เพราะบาดแผลบนใบหน้าที่พ่อตากับพี่เมียฝากเอาไว้ยังไม่ทันได้จางหายเด็กตัวเล็กๆ ในร้านขนมเห็นหน้าตาเขาแล้วก็พาลจะร้องไห้เอาเขาก็เลยออกมารอเธอที่ด้านนอกแทน 

               “ซื้อขนมแค่นี้ทำไมเลือกนานจัง” เขาว่าขึ้นเมื่อแก้วเจ้าจอมหอบหิ้วถุงขนมออกมามากมายแล้วยื่นมาให้เขาถือให้เขาก็เลยเอาของทั้งหมดไปเก็บบนรถ 

               “อ๋อ ที่ร้านเขามีไอติมรสใหม่ออกมาไนเปอร์ก็เลยอยู่ชิมให้เขาค่ะ อร่อยมากๆ เลยนะคะไนเปอร์ซื้อมาฝากพี่พนาด้วย” ว่าแล้วก็ยื่นไอศกรีมแบบแท่งมาให้เขา ซึ่งสีและกลิ่นเป็นกลิ่นกาแฟผสมมิ้นต์  

               “รีบๆ กินนะคะเดี๋ยวมันละลายถ้าพี่พนาชอบเดี๋ยวไนเปอร์ไปซื้อให้อีก” พอเธอบอกว่าจะไปซื้อมาให้เขา สายตาของเขาก็หลุบลงมามองกระเป๋าเงินในมือเธอซึ่งก่อนหน้านี้มันเคยเป็นของเขา แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นคนที่ได้ครอบครองมันแทนเขาเสียแล้ว เขาเพิ่งจะเข้าใจอารมณ์ตำรวจถูกเมียยึดเงินเดือนก็คราวนี้นี่แหละ 

               เขาลองกินไอศกรีมที่เธอซื้อมาให้พร้อมๆ กับแอบมองเธอผ่านแว่นตาดำที่ใส่อำพรางบาดแผลบนใบหน้าไปพลางๆ ไอศกรีมที่กินจากที่ว่าหวานและเย็นสดชื่นแล้วยังเย็นและสดชื่นสู้เธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อนานๆ ทีจะได้เห็นเธอแต่งตัวเป็นผู้หญิงแบบนี้ เธอนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำและสวมเสื้อเปิดไหล่แขนตุ๊กตาสีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยเซ็ตเป็นลอนคลื่นดูเซ็กซี่เย้ายวน เอวบางร่างน้อยผิวกายขาวอมชมพู ยิ่งโดนแดดยิ่งผุดผ่องจนเขามองแทบไม่อยากละสายตาไปไหน ไม่เหลือเค้ายัยโหดแรงควายถึกหรือตำรวจหญิงเลยแม้แต่น้อย 

               “อร่อยมั้ยคะ” เธอเดินเข้ามาถามเขาใกล้ๆ ในมือมีไอศกรีมอีกแท่งด้วยซึ่งดูเหมือนจะเป็นรสชาเขียว 

               “อร่อย” อันนี้เขาหมายถึงเธอ สำหรับเขาเธอคือของหวานที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาเลยล่ะ กลิ่นกายของเธอก็หอมฟุ้งจนปั่นป่วนหัวใจของเขาไปหมดแล้ว 

               “ของไนเปอร์เป็นรสชาเขียวค่ะ ข้างในสอดไส้นมข้น” ไม่บอกเปล่าแต่เธอยังแลบลิ้นออกมาเลียไอศกรีมในมือด้วย คนทั่วไปอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับเขา เขาคิดดีไม่ได้เลยจริงๆ ทุกๆ ครั้งที่เธอเลียไอศกรีมมันทำให้เขาอุปทานเสียวท้องน้อยแปลกๆ แล้วยิ่งเธอใช้ทั้งปากงับที่ส่วนปลายของไอศกรีมเขาก็ยิ่งคิดไปไกลจนเมื่อเธอกัดไอศกรีมจนทำให้ไส้นมข้นที่อยู่ข้างในไหลออกมาเขาก็ถึงกับอึ้งมองเธอตาค้าง 

               “หวานจัง” แก้วเจ้าจอมยิ้มออกมาอย่างถูกใจกับไอศกรีมแสนอร่อย ลิ้นเล็กๆ ตวัดเลียกินนมข้นที่สอดไส้อยู่กับแท่งไอศกรีมอย่างเพลินๆ ในขณะที่ผู้กองพนากลับหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว เขาได้แต่มองซ้ายทีขวาทีอย่างระแวดระวังด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็นลีลาการกินไอศกรีมของเธอ ซึ่งก็นับว่าโชคดีอยู่ไม่น้อยที่ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านมาทางนี้มากและมีรถของเขาบังอยู่ 

               “กินให้มันดีๆ หน่อย” 

               “แล้วไนเปอร์กินไม่ดีตรงไหน” ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างขัดใจก่อนที่คราวนี้เธอจะยัดไอศกรีมทั้งแท่งเข้าปากเมื่อมันใกล้จะหมดแล้ว พออมเข้าปากแล้วเธอก็ดึงออกมาอีกแล้วใช้ลิ้นเลียอีกทีงานนี้เล่นเอาผู้กองพนาถึงกับยืนตัวเกร็ง ในหัวก็กำลังนึกถึงสงครามบนเตียงเมื่อคืนซึ่งเธอก็กินเขาเหมือนกับที่กินไอศกรีมตอนนี้นี่แหละ 

               “หมดแล้ว” 

               “เฮ้อ!!!” เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดเธอก็กินหมดเสียทีเขาจะได้เลิกคิดไปไกลถึงดาวอังคาร 

               “พี่พนาเป็นอะไรคะ แล้วทำไมถึงไม่กินไอติมของตัวเอง ดูสิ ละลายหมดแล้ว” เธอชี้มาที่ไอศกรีมรสกาแฟในมือเขาซึ่งตอนนี้ละลายจนหมดไม้แล้ว “เลอะมือเลย” เธอว่าอีกก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่แบบเปียกในกระเป๋าสะพายใบเล็กมาช่วยเช็ดมือให้เขา พอเช็ดมือจนสะอาดเรียบร้อยแล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกพร้อมกับไล้ปลายนิ้วไปมาเบาๆ กับฝ่ามือนี้ 

               “รู้นะคิดอะไร” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหวานสวย “พี่พนากำลังจินตนาการไปว่าไอติมที่ไนเปอร์กินเป็นไอติมของพี่พนาที่ไนเปอร์กินเมื่อคืนนี้ใช่มั้ย ฮั่นแน่! หื่นเหมือนกันนะเรา” 

               “ใครหื่นพูดให้มันดีๆ พี่แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้เป็นคนนั่งคร่อมคนอื่นแล้วก็โยกซ้ายโยกขวาซะหน่อย” ไม่ว่าเปล่าแต่เขายังหยิกแก้มของเธอเบาๆ ด้วย 

               “อ้าว ก็แผลพี่พนายังไม่หายดีจะให้พี่พนาขยับตัวมากๆ ได้ยังไงกันล่ะคะ” 

               “ก็เลยจัดการเองว่างั้น ยัยหมอโหดกับคนไข้ก็ยังไม่เว้น” 

               “ก็คนไข้อร่อยนี่คะ” เธอหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ไม่ได้กระดากอายเลยแม้แต่น้อย “พี่พนารออีกแป๊บนะคะไนเปอร์จะไปซื้อไอติมมากินอีก” 

               “อ้าว!” เขาจะร้องห้ามก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเธอวิ่งกลับไปที่ร้านขนมเพื่อซื้อไอศกรีมเพิ่ม ตอนนี้เริ่มมีผู้คนผ่านไปมาเยอะแล้วเห็นทีถ้าเธอจะกินไอศกรีมอีกเขาคงต้องให้เธอเข้าไปนั่งกินในรถแล้วล่ะ 

               คราวนี้แก้วเจ้าจอมไปนาน แป๊บเดียวเธอก็วิ่งออกมาจากร้านขนมแล้วแต่เพราะเธอยังเอาแต่สนใจกับไอศกรีมที่ซื้อมาใหม่อยู่จึงไม่ทันระวังเผลอไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า 

               “อ๊ะ!!! ขอโทษค่ะ” เธอรีบขอโทษเมื่อคนที่เธอเดินชนเป็นชายร่างสูงสวมแจ็กเก็ตตัวใหญ่ เขาสวมหมวกสวมแว่นตาดำปกปิดใบหน้าจนมิดชิด 

               “ไม่เป็นไร” น้ำเสียงเกือบจะห้วนเอ่ยตอบ แก้วเจ้าจอมจึงพยายามจะมองดูหน้าตาของเขา ซึ่งยิ่งเธอมองเขาก็ยิ่งหันหน้าหนีคล้ายกับไม่อยากให้เธอเห็นหน้าตาอย่างไรอย่างนั้น 

               “มีอะไรรึเปล่าไนเปอร์” ผู้กองพนารีบเดินเข้ามาดึงเธอออกห่างจากชายคนดังกล่าว ซึ่งทันทีที่เขาเดินเข้ามาหาชายคนนี้ก็รีบเดินหนีไปในทันทีและเดินหนีไปอย่างรวดเร็วด้วย 

               “ไนเปอร์รู้สึกเหมือนเคยเจอเขาค่ะ” แก้วเจ้าจอมยังคงชะเง้อมองตาม ผู้กองพนาได้ยินแบบนี้ก็เลยรีบดึงเธอกลับไปที่รถ ชายคนเมื่อกี้นี้เท่าที่เขาสังเกตดูมีบุคลิกคล้ายกับเจ้าหน้าที่ไม่ตำรวจก็ทหาร ผีย่อมเห็นผีด้วยกัน ตำรวจเองก็เช่นกัน ผู้กองพนาดูออกว่าชายคนนั้นคงไม่ใช่ประชาชนทั่วไปแน่ๆ แล้วยิ่งปกปิดหน้าตาเหมือนกับไม่อยากให้ใครเห็นเขาก็ยิ่งไม่ไว้ใจ แก้วเจ้าจอมยังคงมีคนร้ายหมายหัวอยู่ไม่ว่าใครหน้าไหนที่เป็นคนแปลกหน้าเขาก็ไม่อยากให้มันเข้าใกล้เธอทั้งนั้น 

               ผู้กองพนาพาแก้วเจ้าจอมขับรถออกไปจากบริเวณนี้ทันทีเมื่อรู้สึกไม่ค่อยจะปลอดภัย ชายคนที่แก้วเจ้าจอมเพิ่งจะเดินชนเลยได้แต่แอบมองรถที่ขับออกไปด้วยความแค้น เขาไม่คิดว่าจะได้เจอกับแก้วเจ้าจอมโดยบังเอิญแบบนี้ นังตำรวจคนนี้มันดวงแข็งนัก เขาพยายามจะฆ่ามันหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จซ้ำมันยังให้พ่อให้ปู่กับพรรคพวกของมันมาจัดการเขาจนเขาต้องแตกคอกันกับผู้เป็นนายแล้วถูกนายตามไล่ล่าอีก เขาเชื่อว่าการที่เขาได้เจอกับเธอวันนี้ที่นี่มันคือโชคชะตา และเป็นโชคชะตาที่มาพร้อมกับการแก้แค้นด้วย 

  

***************************************************** 

ไรท์มาช้าเลยมาแบบยาวๆ นะคะ อิๆ 

************** 

ในตอนนี้ยกให้พลร่มเป็นพระเอกค่ะ ระหว่างสองพี่น้องบ้านตำรวจ ใครกันที่จะได้เป็นคนลงเอยกับน้องเนวี่… 

แต่ก็ดีใจกับพี่พนาด้วยนะคะ หวังว่ารักนี้จะไม่มีอุปสรรคอีก 

************************** 

สำหรับนักอ่านท่านใดที่เข้ามาใหม่ (อ่านเรื่องนี้เรื่องแรก) ฝากติดตามเพจ นิยายรัก - ปากกานางไม้ ด้วยนะคะ ไรท์จะลงตัวอย่างตอนต่อไปของนิยายเอาไว้ในเพจค่ะ 

  

ความคิดเห็น