email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

ชื่อตอน : EP.43 ปรับทุกข์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 936

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2563 07:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.43 ปรับทุกข์
แบบอักษร

เจ้าทัพ… 

หลังจากที่ผมไปหาใครบางคนที่หอพักวันก่อน  จนได้เข้าใกล้เธออีกครั้งก็ทำให้ผมรู้ว่าไม่ควรยอมแพ้  ตราบใดที่เกี๊ยวยังห่วงใยผมอยู่มันก็เป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีก  ผมจะค่อย ๆ เข้าใกล้เธอทีละนิดจนแน่ใจว่าเธอเองก็มีใจให้ผม  ผมถึงจะบอกรักเธอ  เพราะสิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือคำปฏิเสธ 

  

“กำลังนั่งคิดวิธีฉุดคุณเกี๊ยวอยู่เหรอครับ”  น้ำเสียงนิ่งเรียบของคนใบหน้าไร้อารมณ์ดังขึ้นขณะที่เดินเข้ามาในห้องทำงานที่ผมนั่งอยู่  มือใหญ่ถือเอกสารมาวางตรงหน้าผมก่อนจะทิ้งตัวลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม  แล้วกอดอกมองหน้าผมโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ 

  

“เรื่องของกู  มึงไม่ต้องมายุ่ง”  ผมตวัดหางตาให้มันก่อนจะเอนตัวพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลงเพราะไม่อยากเห็นหน้ามัน  แต่มันกลับพูดเรื่องที่ทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น 

  

“ทำไมไม่บอกรักล่ะครับ  แค่บอกรักอะไรก็ง่ายขึ้นนะผมว่า”  

  

“มึงเคยมีความรักรึไง  ถึงรู้ว่าแค่บอกรักแล้วมันจะง่ายขึ้น?”  ผมปรายตามองมันด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์  ก่อนจะยกเอกสารตรงหน้าขึ้นมาอ่านไปด้วย 

  

“ของแบบนั้นผมจะมีได้ยังไง  เป็นมือขวามาเฟียถ้ามีเมียขึ้นมาก็โดนลอบฆ่าน่ะสิ” 

  

“คนคุ้มกันเยอะแยะมึงจะกลัวอะไร”  ผมชักสีหน้าใส่มัน  คำพูดของมันเหมือนคนไม่มีปัญหาปกป้องคนที่ตัวเองรัก  ปัญญาอ่อนฉิบหาย 

  

“นั่นมันคนของนาย  แต่คนของลูกน้องอย่างผมน่ะไม่มี  แถมเวลาของผมส่วนมากก็ทุ่มเทให้งานกับนายหมด  จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลเมีย”  มันเถียงต่อ 

  

“พ่อมึงยังมีเมียได้เลย” 

  

“ก็เพราะเห็นพ่อนั่นแหละผมถึงไม่อยากมี  ต้องดูแลเจ้านายแล้วยังต้องกลับบ้านมาซักผ้าช่วยแม่อีก  วันหยุดก็ต้องพาแม่ไปช้อปปิ้ง  ไหนวันครบรอบก็ต้องพากันไปรำลึกความหลัง  เมนส์มาก็ต้องไปซื้อผ้าอนามัยอีก  เฮ้อ!  เห็นแล้วเหนื่อยแทนฉิบหายแต่ไม่รู้ทำไมพ่อถึงยิ้มได้อยู่”  สีหน้าเหนื่อยหน่ายของไอ้ซันที่พ่นประโยคยาวยืดออกมาทำให้ผมยิ้มเยาะ  ยิ้มเยาะตัวเองที่ไม่เคยทำอะไรแบบนั้นให้ใครบางคนจนเธอหนีไป  ถ้าผมมีความกล้าสักนิดผมคงไม่ต้องมานั่งคิดไม่ตกแบบนี้ 

  

“ยิ้มให้กับความเหนื่อยแบบนั้น  มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่ทำ”  มันพูดต่อ   

  

“ถ้ามึงอยากรู้ว่าทำไมพ่อมึงถึงยังยิ้มได้  มึงก็ลองมีเมียดูสิ”  ผมบอกมันก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบแล้ววางลงตามเดิมก่อนจะสนใจเอกสารตรงหน้าต่อ 

  

“ไม่อะ  เวลาเห็นคนหน้านิ่งอย่างพ่ออ้อนแม่แล้วสยองฉิบหาย  ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น  ขนลุก!”  ผมเค้นหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางของมัน  ไอ้ซันมันไม่ชอบอะไรจุกจิก  ยิ่งเป็นผู้หญิงมันยิ่งรำคาญ  วัน ๆ มันคิดแต่จะทำงานแล้วก็เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ คอยพัฒนาให้ตัวเองเก่งเสมอ  เลยกลายเป็นคนเฉยชากับความรัก 

  

“เรื่องของมึงเถอะ  เดี๋ยวตอนเย็นกูจะไปหาเกี๊ยว  มึงไม่ต้องเสือกรายงานพ่อกับแม่กูล่ะ  วันนี้กูอยู่ทำงานทั้งวันแล้ว”  ผมมองมันอย่างเอาเรื่อง  ถึงมันจะเป็นลูกน้องผมแต่มันเคารพพ่อกับแม่ของผมมากกว่าผมเสียอีก  ยิ่งปู่กับย่าของผม  มันยิ่งยกท่านไว้บนหิ้งเลยล่ะ  บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันมาสืบเรื่องของผมให้พ่อกับแม่รึเปล่า  แล้วเวลามีคนมาลอบฆ่าผมมันจะกล้าเอาตัวมาบังกระสุนให้ผมมั้ย  ผมสัมผัสกับความจงรักภักดีจากมันไม่ได้เลย 

  

“ทำไมไม่บอกรักไปล่ะครับ”  คนตรงหน้ากอดอกถามพลางปรายตามองมือผมที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่  คิดว่ามันจะเลือกคุยเรื่องนี้แล้วซะอีก 

  

“เขาไม่ได้รักกู  บอกรักเขาไปกูก็อกหักสิ  กูยังไม่พร้อมที่จะฟังคำปฏิเสธ” 

  

“ถามเขาแล้วเหรอว่ารักเรามั้ย  หรือทำเลวไว้เยอะเลยกลัวว่าเขาจะไม่รัก” 

  

“มึงกับเจ้าสองเหมือนเลยนะ  วันนั้นเจ้าสองก็ถามกูแบบนี้แหละ”  คำพูดของไอ้ซันทำให้ผมนึกถึงเจ้าถิ่นขึ้นมา   

  

ก่อนที่เจ้าถิ่นจะพาเกี๊ยวไปจากผมก็พูดแบบนี้  แต่ใครจะมารู้ดีไปกว่าผมล่ะ  ถ้าถามแล้วโดนปฏิเสธขึ้นมาก็คงมองหน้ากันได้ไม่เหมือนเดิมอีก  ความรู้สึกเดิม ๆ ที่เคยมีคงเปลี่ยนไป ดีไม่ดีเด็กนั่นอาจเกลียดผมก็ได้  ยิ่งรู้ว่าผมทำร้ายพี่ชายเธอ  ทำร้ายครอบครัวเธอ  ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะปฏิเสธผม 

  

“แล้วนายน้อยตอบคุณหนูเจ้าสองว่าอะไรครับ” 

  

“กูไม่ได้ตอบ” 

  

“ทำไมนายน้อยถึงคิดว่าคุณเกี๊ยวจะปฏิเสธล่ะครับ  ยังไม่เคยบอกรักเลยด้วยซ้ำ  แล้วรู้ได้ไงว่าคุณเกี๊ยวจะปฏิเสธ  อ่านใจคุณเกี๊ยวได้หรือแฝงตัวไปอยู่ในสมองคุณเกี๊ยวจนอ่านความคิดของคุณเกี๊ยวออก” 

  

“มึงถามกูแบบไม่กวนตีนสักครั้งจะตายมั้ย”  ผมถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่เมื่อมันเริ่มพูดไม่เข้าหู  ไม่รู้ว่าจะมาช่วยหาวิธีหรือมากวนตีนกันแน่ 

  

“ได้ข่าวว่าถามเรื่องนี้กับคุณธาม  คุณไทเกอร์แล้วก็คุณเสือไปแล้วนี่ครับ  ทำไมไม่ลองเอาออกมาใช้สักวิธีล่ะ” 

  

“มึงสืบเรื่องกู?”  ผมขมวดคิ้วถามมันเพราะเรื่องนี้คุยกันแค่สี่คนเท่านั้น  มันไม่น่าจะรู้ถ้าไม่สืบนอกจากจะมีคนบอก 

  

“คุณเสือโพสต์ลงหน้าไทม์ไลน์ในเฟซบุ๊คแล้วก็ใส่สติ๊กเกอร์ขำลงไปท้ายข้อความ  ส่วนคุณธามโพสต์ลงสตอรี่แล้วก็กดสติ๊กฮาขี้แตกจนผมแปลกใจเลยกดเข้าไปอ่าน  ส่วนคุณไทเกอร์ส่งแชทเข้าไลน์กลุ่มของบ้านใหญ่  ดีที่นายท่ายกับนายใหญ่แล้วก็คุณหญิงยังไม่ได้อ่านก็เลยรีบลบออกไปก่อน  ไม่งั้นนายน้อยคงอายลูกน้องอีกร้อยกว่าชีวิตแน่  เพราะพ่อ ๆ แม่ ๆ บ้านเราชอบเผาลูกชายให้ขายขี้หน้า”  สิ่งที่ไอ้ซันพูดมาทำเอาผมถึงกับตบหน้าผากตัวเองแรง ๆ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะเมื่อรู้ว่าตัวเองทำสิ่งที่ไม่ควรลงไป  ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าพี่น้องในตระกูลรู้ว่าผมจีบผู้หญิงไม่เป็นอีกแล้ว   

  

“ถ้าใครทำเรื่องหน้าอายแล้วมีพี่น้องในบ้านรู้  คนอื่น ๆ ในตระกูลก็ต้องรู้เพราะทุกอย่างจะส่งเข้าไลน์กลุ่ม”  ไอ้ซันยังไม่เลิกตอกย้ำ 

  

“เออ  เดี๋ยวกูไปคิดบัญชีทีพวกนั้นทีหลัง”  ผมว่าก่อนจะถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมา  ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่โดนคนทั้งตระกูลล้อมันก็ขายหน้าอยู่นะ 

  

“แล้วเหตุผลที่ไม่บอกรักคุณเกี๊ยวสักที  หรือไม่ยอมขอคุณเกี๊ยวเป็นแฟนสักทีคืออะไรครับ”  ไอ้ซันถามต่อ 

  

“กูไม่ใช่คนดี  แถมยังไม่มีคุณสมบัติของคนรักที่ดีสักอย่าง  งานที่ทำอยู่ก็ก้ำกึ่งกับคำว่าผิดกฏหมาย  เวลาโกรธก็อารมณ์ร้าย  มึงคิดว่าผู้หญิงอย่างเกี๊ยวจะรักกูรึไง” 

  

“ทีพระเอกในนิยายที่ทั้งร้ายทั้งเลวนางเอกยังรักเลย  แล้วนายน้อยที่ทั้งร้ายแล้วก็เลวพอกันทำไมคุณเกี๊ยวจะไม่รัก” 

  

“นี่มันชีวิตจริงมั้ยล่ะ  ไอ้สันขวาน” 

  

“เหตุผลแค่นั้นเหรอเองครับที่ทำให้นายน้อยไม่กล้าบอกรักคุณเกี๊ยว” 

  

“พ่อเราทำงานบ้านเป็น  ทำกับข้าวเก่ง  แต่กูทำเหี้ยไรไม่เป็นสักอย่าง  มึงคิดว่าเกี๊ยวจะเอากูเหรอ” 

  

“แล้วถ้ามีคนมาจีบคุณเกี๊ยวแล้วคุณเกี๊ยวรัก… / กูจะตามไปฆ่ามัน” 

  

“เห็นแก่ตัวชะมัด  รักเขาก็ไม่กล้าบอก  พอเขาจะมีชีวิตใหม่กลับไม่ยอมปล่อยเขาไป  เป็นคนขี้กั๊กแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  สมควรแล้วที่คุณเกี๊ยวปล่อยให้นอนหลับอยู่ข้างถังขยะแล้วก็โดนตำรวจจับ” 

  

“ไอ้ซัน!” 

  

“เนี่ย  แล้วเวลาโมโหก็ชอบขึ้นเสียงใส่  ผู้หญิงส่วนใหญ่เขาชอบผู้ชายละมุนนะครับ  ถ้าคิดว่าแบดบอยแล้วเขาจะรักป่านนี้เขาคงรักไปนานแล้ว” 

  

“…” 

  

“เปลี่ยนซะบ้าง  โหดกับลูกน้องก็พอกับเมียหัดไหว้สวย ๆ เหมือนคุณท่านก็ดี  นี่ผมไม่ได้บอกในฐานนะลูกน้องนะ  แต่บอกในฐานะน้องชายของเฮียมึงอะ  เข้าใจ๊!” 

  

>>>  เออ  แกทุบมันสักทีดิ๊ซัน  ฉันอยากซัดหน้ามันมากเลย  หึ้ย! 

ความคิดเห็น