email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เผชิญหน้ากับอดีตวายร้าย 100%

ชื่อตอน : เผชิญหน้ากับอดีตวายร้าย 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2563 04:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เผชิญหน้ากับอดีตวายร้าย 100%
แบบอักษร

[Part : ไอหมอก] 

"ออสติน นายจะไปหาตาของฉันจริงๆ เหรอ ฉันว่านายไปหาพ่อของฉันก่อนดีกว่านะ 

"ก็เธอเป็นคนบอกเองว่าให้ไปหาตาเธอ ทำให้ตาเธอยอมรับ" ผมก้มลงมองคนที่นอนซุกอกอยู่แล้วย่นคิ้วสงสัย ยัยนี่เป็นคนบอกผมนะ ตอนนี้มาทำหน้าลังเลทำไม 

"ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่ ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านายจะไม่ตายก่อนวัยอันควร" 

"นี่เธอแช่งฉันอยู่หรือเปล่า" 

"ไม่ได้แช่งย่ะ! แต่เตือนไว้ก่อนนะว่าถ้านายจะไปหาตาของฉัน นายต้องเคลียร์งานที่โรงพยาบาลไว้ก่อนเลย" ไอหมอกทำหน้าจริงจัง ผมกลอกตาไปมาแล้วย่นคิ้ว 

"ทำไม?" 

"เพราะนายจะกลับมาไม่ได้ง่ายๆ ไง ทันทีที่ฉันไปบอกตาว่านายเป็นแฟนฉัน ตาไม่ปล่อยนายไปง่ายๆ แน่" ไอหมอกส่ายหน้าจนผมกระจาย  

ผมนึกถึงคำพูดของออกัสแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอ หมอนั่นบอกว่าถูกใช้ให้ทำนาเพียงเพราะถูกหลานตาแม็กซ์ปล้ำ 

ว่าแต่ว่านานั่นเป็นของใคร? 

"ทำไมพี่ชายฉันถึงไปอยู่ที่ไร่ของเธอ?" ผมก้มลงถามไอหมอกต่อ ยัยนั่นขยับตัวลุกขึ้นนั่ง หยิบผ้าขนหนูมาพันร่างเปล่าเปลือย ปากก็ตอบไปด้วย 

"ไปทำนา" 

คำตอบของยัยนั่นไม่ต่างจากออกัสเลย ผมรู้แล้วว่าไปทำนา ฟังออกัสพูดจนคำขึ้นใจแล้ว แต่ที่ไม่รู้เลยก็คือเพราะอะไรถึงไปทำนานี่แหละ 

ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สายตาจ้องมองหัวไหล่เปลือยของไอหมอกแล้วอดไม่ได้ที่ต้องขยับไปคลอเคลียกับยัยนั่น 

ขออีกสักรอบได้ไหมนะ รู้สึกตื่นขึ้นมาอีกแล้ว 

"เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว แต่ที่อยากรู้ก็คือทำไมถึงต้องไปทำนา หมอนั่นเป็นถึงประธานบริษัท แถมยังหยิ่งมากๆ ด้วย ฉันไม่เคยได้ยินว่าพี่ชายฉันอยากทำนา" ผมกระซิบกับหัวไหล่เนียน แอบจูบซับไปด้วย 

"ก็เพราะพี่ชายนายเหมือนนายไง ไปยุ่งกับหลานสาวของตาวสองแสบนั่นน่ะ" ไอหมอกหันมามองผมแล้วผลักหน้าผมออกจากบ่า 

"เธอหมายถึงออกัสไปจีบหลานสาวตาแม็กซ์น่ะเหรอ" 

"ใช่ ไอติมก็เหมือนฉันนั่นแหละ ผู้ชายที่จะมาจีบจะต้องผ่านด่านพวกตาของเราก่อน ตอนนี้พี่ชายนายไปแล้ว นายจะเป็นรายต่อไป" 

"อย่ามาขู่กันสิ" ผมทำหน้ามุ่ยกับคำข่มขู่ของไอหมอก ยิ่งนึกถึงสภาพของออกัสแล้ว ผมยิ่งใจคอไม่ดี 

"ฉันไม่ได้ขู่ จะบอกให้อีกเรื่องนะออสติน ตอนตาแก๊ปจับได้ว่าพ่อพาแม่มาอยู่ด้วยในคอนโดของพ่อ ตาแก๊ปบุกมากระทืบพ่อจนซี่โครงหัก หามส่งโรงพยาบาลเลยนะ แล้วกว่าพ่อฉันจะผ่านด่านตาไปได้ พ่อต้องทำนาจนเป็นลมแดดหมดสติไปเลย" 

ไอหมอกยังพูดฉอดๆ ไม่สนใจสีหน้าที่ซีดและหดเหลือนิ้วครึ่งของผมเลยสักนิด 

ผมเชื่อแล้วว่าหมอเมฆคนนั้นเตือนผมแล้วจริงๆ  

เฮ้อ! แต่จะทำยังไงได้ ถอยตอนนี้คงไม่ทันแล้ว พึ่งจัดหนักหลานสาวเขาไปจนเนื้อตัวแดงก่ำ  

คงต้องยอมตายล่ะ 

หมอเมฆยังผ่านมาได้เลย ทำไมผมจะผ่านไปไม่ได้ อีกอย่างสมัยหมอเมฆ ตาไอหมอกยังหนุ่มแน่นอยู่ แต่ตอนนี้กำลังวังชาคงถดถอยไปเยอะแล้ว 

"อีกเรื่อง ฉันอยากได้ความมั่นใจจากนาย" ไอหมอกพูดต่อ ผมจึงเรียกสติกลับมาแล้วเงยหน้ามองยัยนั่นแต่ก็ต้องอึ้งนิดๆ ที่ยัยนั่นสวมเสื้อเชิ้ตของผมอยู่ 

เซ็กซี่ชะมัด!  

แบบนี้สองตาแก๊ปผมก็ยอม 

"เรื่องอะไร?" ผมถามเสียงเบาหวิว ที่จริงหูแทบไม่ได้ยินอะไร สายตาก็เอาแต่กวาดมองทั่วร่างไอหมอก 

ให้ตายสิ! เมื่อก่อนไม่เคยเห็นไอหมอกเซ็กซี่แบบนี้มาก่อนเลย ยัยนี่ทำให้ผมอยากจะกระชากลงเตียงจริงๆ 

"ตาฉันเคยค้ายาเมื่อสมัยหนุ่มๆ นายยอมรับข้อนี้ได้ไหม?" คำถามของไอหมอกทำให้ผมชะงัก ความคิดหื่นในหัวหยุดลงทันทีแล้วลากสายตาไปสบตายัยนั่น 

"นั่นมันเรื่องจริงเหรอ?" 

"เรื่องจริงสิ นายคิดว่าฉันล้อเล่นเหรอ?" 

"ฉันคิดว่าเธอข่มขู่ฉัน" ผมตอบเสียงอ่อย ไม่คิดว่ามันจะเรื่องจริง ตายัยนี่เป็นคนแบบไหนเนี่ย 

"ถ้านายรับไม่ได้แล้วคิดว่าเข้ากับตาของฉันไม่ได้ ฉันคงต้อง....." ไอหมอกทำหน้าเศร้า ผมกะพริบตาถี่ๆ แล้วเบรกแทบไม่ทัน 

"เดี๋ยวๆ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ" ผมยกมือขึ้นก่อนที่ยัยนี่จะออกปากบอกเลิกผมมันตั้งแต่วันแรกที่ตกลงคบกัน 

"นายรับได้เหรอ?" 

"ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่รับได้หรือไม่ได้ แต่มันอยู่ที่่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าตาเธอเป็นคนยังไง" ผมพูดจบก็ถอนหายใจ ไอหมอกเงียบไปเลย ทำเหมือนไม่อยากพูดถึง 

แต่ผมก็ไม่ได้เซ้าซี้ ผมเหวี่ยงขาลงจากเตียง หยิบกางเกงบนพื้นมาสวมแล้วเดินเปลือยท่อนบนไปเปิดตู้เย็น หยิบกระป๋องเบียร์มาเปิดฝาแล้วยกขึ้นดื่ม 

ผมอยู่บ้านไอ้หมอตั้มนะ แต่ซื้อตู้เย็นมาไว้ในห้องเพราะขี้เกียจลงไปชั้นล่าง เจ้าของบ้านบ่นทุกเดือนเรื่องค่าไฟ ทั้งๆที่ผมก็จ่ายให้มัน แต่บ่นอย่างกับเมีย 

ผมยกเบียร์กระดกแล้วหันไปมองไอหมอกที่ยังยืนมองผมนิ่ง เสื้อผมตอนอยู่บนตัวยัยนี่มันช่างใหญ่จริงๆ  

ไม่ไหวแล้วโว้ย! ยันบ้านั่นน่าจับกดลงเตียงแล้วซัดให้ยับอีกสักรอบจริงๆ 

ผมเดินถือเบียร์ไปหาไอหมอก ไปหยุดยืนตรงหน้ายัยนั่น ไอหมอกเงยหน้าขึ้นมองผมตาปริบๆ ผมยกยิ้มมุมปากแล้วยกเบียร์กระดกก่อนจะก้มลงไปจูบปากยัยนั่น สอดลิ้นที่ยังชุ่มไปด้วยรสชาติของเบียร์เข้าไปในปากเล็ก 

"อื้อ! ออสติน พอแล้ว" ยัยนั่นดันบ่าผมออกเมื่อผมเริ่มจูบเร่าร้อน ผมถอนจูบแล้วตวัดลิ้นเลียมุมปากตัวเอง 

เบียร์ขมแต่ปากยัยนี่หวาน 

"ขออีกรอบได้ไหม?" ผมกระซิบถาม ปลายนิ้วเริ่มสะกิดกระดุมเสื้อเชิ้ต ไอหมอกมองผมอย่างอ่อนใจแล้วปัดมือผมออก 

"เอายาคุมฉุกเฉินมาให้ฉัน" 

"ไม่มี" ผมปฏิเสธอย่างไม่สบอารมณ์ หมุนตัวเดินหนีไปนั่งบนโซฟาริมหน้าต่างเซ็งๆ 

"ไม่มีได้ไง นายเป็นหมอนะ" 

"ฉันเป็นหมอ ไม่ได้เป็นคนไข้ จะพกยาคุมไปทำไม?" ผมตีรวนกลับ ไอหมอกหรี่ตาลงแล้วเดินมาหา ผมยกเบียร์กระดกพลางมองยัยนั่นตาขวาง 

ลูกผมมันน่ารังเกียจนักหรือไง 

"ฉันไปหาซื้อเองก็ได้" ยัยนั่นย่นจมูกใส่แล้วทำท่าจะเดินหนี ผมชิงพูดขึ้นก่อน 

"จะมีอะไรมารับประกันว่าฉันจะมีชีวิตรอดจากน้ำมือของตาเธอ" 

"ตาฉันไม่ใช่ฆาตกรนะ ถ้านายจะตาย พี่ชายนายคงตายก่อน" 

"ค้ายาก็ทำมาแล้ว ฆ่าคนคงไม่ยากเย็นอะไร" ผมยักไหล่ จากนั้นไอหมอกก็เงียบไปจนผมต้องหันไปมอง 

ยัยนั่นยืนมองผมนิ่งจนผมเริ่มใจคอไม่ดี กำลังจะพูดขอโทษแต่ยัยนั่นเดินมานั่งตักผมเสียก่อน ผมเบี่ยงกระป๋องเบียร์หลบแล้วก้มลงมองยัยนั่น 

"ตอนตาฉันยังเป็นนักเรียนช่าง ตาขับรถชนเด็กมัธยมจนเดินไม่ได้ ตาต้องหาเงินมารักษาเด็กคนนั้นเป็นการรับผิดชอบ ตาบอกว่าตาไม่ใช่คนดีหรอก ตาทำลายชีวิตคนมากมาย ทั้งคนติดยาและครอบครัวของเขา แต่สุดท้ายตาก็เลือกที่จะชดใช้ด้วยการถูกจับติดคุก แล้วช่วยตำรวจกวาดล้างพวกค้ายา ตาช่วยตำรวจจับ ช่วยบำบัดคนติดยา ให้งานทำในไร่เพื่อชดใช้ความผิดของตา นายคิดว่าตาฉันเป็นคนเลวมั้ย ตาไม่ได้เป็นหมอเหมือนพ่อหรือเหมือนนาย ตาฉันเป็นแค่คนที่เคยเดินทางผิดเท่านั้นเอง" 

ไอหมอกน้ำตาคลอเบ้า เสียงยัยนั่นสั่นเล็กน้อย ผมกลืนน้ำลายลงคอ วางเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วโอบร่างยัยนั่นมากอด กดจูบหน้าผากเนียนเบาๆ 

"ฉันขอโทษ" 

"นายพร้อมจะไปเจอตาฉันแล้วใช่ไหม?" อยู่ๆ ไอหมอกก็เงยหน้าทองผมตาใสแป๋ว น้ำตาคลอเบ้าเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้งเลย 

ยัยนี่แกล้งบีบน้ำตาหรือเปล่า 

"ฉันต้องจองห้องพักฟื้นไว้รอเลยไหม?"  

ผมถอนหายใจ ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดกระป๋องแล้วโยนใส่ถังขยะมุมห้อง จากนั้นก็หันมาหลุบตามองยัยคนแกล้งบีบน้ำตา 

ไอหมอกนั่งซบอกผมเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมไม่สนใจหรอก ตอนนี้ผมสนแค่เนินอกที่โผล่รำไรออกมาจากสาปเสื้อเชิ้ตของผม 

"อยากฉีดยาอีกแล้ว ขออีกรอบได้ไหม?" ผมเกี่ยวปลายนิ้วกับกระดุมเสื้อจนมันหลุด 

ไอหมอกรู้สึกตัวเงยหน้ามองผมทำท่าจะห้ามแต่ผมกดท้ายทอยยัยนั่นแล้วก้มลงจูบปากบางเอาไว้ 

"ออสติน! ไอ้หื่น อื้อ!" ไอหมอกสะบัดจูบออกแล้วร้องประท้วง ผลักออกผมออกแล้วลุกหนีเดินไปที่ประตูห้อง 

ผมนั่งมองยัยนั่นด้วยสายตาหื่นกระหาย ยกนิ้วเช็ดมุมปากตัวเอง ลุกจากโซฟาก้าวยาวๆ ตามไอหมอกไปที่ประตู  

ยัยนั่นเปิดประตูห้องแล้วก้าวออกไปนอกห้องได้ไม่กี่ก้าวผมก็ได้ยินเสียงเรียกของไอ้หมอตั้มดังมาจากชั้นล่าง 

"ไอ้ติน! กูซื้อข้าวมา หิวก็ลงมากินนะ" 

"อ๊ะ!" ไอหมอกร้องตกใจเมื่อถูกผมกระชากแขนกลับเข้ามาในห้อง จากนั้นผมก็กระแทกประตูปิด ดันไอหมอกไว้กับประตู เท้าแขนกักตัวยัยนั่นเอาไว้ ขมวดคิ้วมองอย่างไม่ชอบใจ 

ในแววตามีทั้งอารมณ์หื่นและโมโห 

จะไม่ให้โมโหได้ยังไง ยัยนี่ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน สวมแค่เสื้อเชิ้ตของผมตัวเดียว ในสภาพที่ล่อแหลมแบบนี้ เรื่องอะไรที่ผมจะยอมให้ผู้ชายคนอื่นเห็น 

ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นมันจะเป็นเพื่อนสนิทของผมก็เถอะ 

"เธอจะออกไปให้ไอ้ตั้มมันเห็นเธอในสภาพนี้หรือไง!" ผมกระซิบเตือนยัยนั่นลอดไรฟัน ไอหมอกกลืนน้ำลายลงคอแล้วยิ้มแห้งๆ เหมือนพึ่งจะรู้ตัว 

"ไอ้ติน เป็นอะไรหรือเปล่า ปิดประตูซะดัง" ไอ้หมอตั้มมาเคาะประตูเรียก ไอหมอกกำลังจะหันไปพูดกับไอ้ตั้ม ผมรีบยกมือปิดปากยัยนั่นแล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูเล็ก 

"หันหลัง" 

ไอหมอกทำตาโตตกใจและรู้ความหมายของผมดี ผมยิ้มร้ายกาจแล้วจับยัยนั่นหันหน้าเข้าหาประตู 

"อื้อ!" 

"อย่าร้อง ไอ้ตั้มอยู่ข้างนอก" ผมก้มลงกระซิบเตือนอีกครั้งก่อนจะใช้มือข้างเดียวรูดซิปกางเกงลง ดึงชายเสื้อเชิ้ตขึ้นไปกองบนสะโพก 

"ซี้ด!! โคตรแน่นเลยไอหมอก" ผมเผลอคำรามออกมาเมื่อกดสะโพกสอดแก่นกายเข้าไปในตัวยัยนั่นจนสุด 

มือยังปิดปากไอหมอกเอาไว้ ส่วนยัยนั่นตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันมามองผมตาเขียว ส่งเสียงอื้อๆ อยู่ใต้ฝ่ามือผม 

"ไอ้ติน! ตายห่าไปแล้วมั้งเนี่ย" เสียงไอ้ตั้มยังดังอยู่ด้านนอก  

ไอหมอกถูกผมกระแทกหนักๆ จนหัวสั่นหัวคลอน แทบหมดแรงยืนต้องดันประตูห้องเอาไว้ ผมยิ้มถูกใจ ก้มลงไปขบเม้มใบหูเล็กหยอกเย้า มืออีกข้างวางลงบนหลังมือไอหมอกบนประตู ผสานนิ้วเล็กแล้วบีบเบาๆ 

"เสียวจะตายแล้ว...." ผมกระซิบเสียงหอบ  

"อื้อ!!" ไอหมอกร้องดังอยู่ใต้มือผม ยัยนั่นเริ่มจะหายใจไม่ออก ผมจึงปล่อยมือออกจากปากพร้อมเตือน 

"ครางเบาๆ นะ ฉันไม่อยากให้ไอ้ตั้มได้ยินเสียงครางของเมียฉัน อา....." ผมพูดจบก็หลุดเสียงครางออกมา 

เสียวชะมัด! รัดแน่นจนขยับไม่ได้ 

ยัยนี่ตื่นเต้นแล้วโคตรรัดเลย แต่รู้สึกโคตรดี 

"นายมันไอ้สัตว์ร้าย! ซี้ด!" ไอหมอกต่อว่าผมเสียงสั่น ดวงตาเขียวแต่หน้าเหยเกจนผมนึกขำ 

"สัตว์ร้ายตัวนี้เร้าใจเธอไหมล่ะ?" ผมถามเสียงกระเส่า เริ่มเร่งจังหวะสะโพกเร็วขึ้น เสียงไอ้หมอตั้มหายเงียบไปแล้ว สงสัยจะเข้าห้องมันไปแล้ว 

"อือ!....อือ!.... ออสติน.....ตรงนั้นมันเสียว พอแล้ว" ไอหมอกร้องขอเสียงสั่น ผละมือจากประตูข้างหนึ่งเอื้อมมาดันหน้าท้องผม 

กึก! กึก! 

"ตรงนี้เหรอ? ซี้ด!" ผมกระแทกเข้าไปยังจุดที่คิดว่าเป็นจุดเสียวของยัยนี่แล้วกระซิบถาม 

ไอหมอกถึงขั้นตัวเกร็ง กัดปากตัวเองจนซีด สีหน้าแดงก่ำและเหยเก  

"โคตรเสียวเลยไอหมอก อา..." ผมซุกหน้ากับบ่าเนียน สอดฝ่ามือเข้าไปบีบเค้นอกอวบด้านหน้า มันขยับโยกไปตามแรงกระแทกของผม 

"ออสติน! ฉันไม่ไหว นาย.....อา.... ไม่เอาตรงนั้น!" ไอหมอกร้องลั่น เสียวจนหน้ามืด ไม่สนไอ้หมอตั้มด้วยซ้ำ ผมกระตุกยิ้มมุมปาก ลมหายใจหอบกระเส่า 

"ใกล้หรือยัง?" 

"อือ.....อ๊า!" 

กึก! กึก! กึก! 

แรงกระแทกของผมเริ่มทำให้ประตูมีเสียงดัง ยิ่งไอหมอกรัดผมยิ่งหวดใส่ไม่ยั้ง ไม่นานไอหมอกก็ยกมือปิดปากตัวเองแล้วเสร็จสมไปในที่สุด 

ร่างเล็กกระตุกรุนแรง ตัวสั่นยะเยือก ช่องรักตอดรัดผมจนขยับไม่ได้ แต่ผมไม่รอเวลาแล้ว ผมยังดึงแก่นกายออกแล้วกระแทกกลับเข้าไปจนสุด 

ผมก็จะไม่ไหวแล้ว 

"ฉันจะแตกแล้วไอหมอก...." ผมบอกยัยนั่นเสียงสั่น ปล่อยมือยัยนั่นหันมาจับสะโพกเล็กยึดเอาไว้เพื่อจะได้กระแทกถนัดๆ 

"ขะ.....ข้างนอกนะออสติน" ไอหมอกหันมาขอร้อง ผมเหลือบมองยัยนั่นด้วยสายตาร้อนแรงแล้วส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ 

ผมไม่ยอมแตกข้างนอกหรอก 

"ฉันกลัวท้อง อ๊ะ!" ไอหมอกร้องในลำคอเมื่อถูกผมกระแทกใส่จุดอ่อนเน้นๆ จากนั้นผมก็แหงนหน้าคำรามออกมาเสียงต่ำ 

"อา!!" 

แก่นกายกระตุกรุนแรง ปลดปล่อยออกมาจนหมด ร่างเกร็งข้าง หัวสมองเบาโล่ง ผมอัดสะโพกกดแช่เอาไว้ในจังหวะสุดท้าย 

ลมหายใจของเราหอบโยนทั้งคู่ เวลาผ่านไปสักพัก ปลดปล่อยจนหมดทุกหยาดหยดผมก็ทิ้งตัวใส่ร่างไอหมอก 

เราสองคนแทบจมหายไปกับประตูห้อง มือผมยังบีบอกยันนั่นระบายความเสียวเอาไว้เต็มกำมือ 

"ฉันบอกว่า...." เสียงโรยแรงของไอหมอกทำให้สติผมกลับมา เงยหน้ากดปลายจมูกกับแก้มชื้นเหงื่อของยัยนั่น จากนั้นก็ขยับตัวถอนแก่นกายออก เอื้อมหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะทำงานมาเช็ดทำความสะอาดตัวเองก่อนจะรูดซิปกางเกงขึ้น 

"ฉันจะไปสู่ขอเธอ" ผมพูดขึ้นหลังจากโยนทิชชูลงถังขยะ ไอหมอกหันมามองผมในสภาพโรยแรง 

ผมเป็นอะไรไม่รู้ ต้องการยัยนี่ตลอดเวลาเลย 

"แน่ใจเหรอ?" 

"มาถึงขั้นนี้แล้วจะต้องแน่ใจอะไรอีก คืนนี้แตกไปสามแล้วนะ" ผมยิ้มยั่ว ยักคิ้วให้แล้วแกล้งกวาดสายตามองยัยนั่น ไอหมอกหน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่ผมแล้วรีบเดินหนีขาสั่นเข้าห้องน้ำไป 

"ไอ้สัตว์ร้ายออสติน!" 

ปัง! 

เสียงกระแทกประตูห้องน้ำปิดลง ผมยืนยิ้มหัวเราะชอบใจ เดินผิวปากไปหยิบซองบุหรี่มาเคาะอย่างอารมณ์ดี 

เนื้อตัวเบาดีชะมัด! 

ผมเปิดประตูเลื่อนที่ระเบียงห้องออกแล้วออกไปสูบบุหรี่ด้านนอก คีบบุหรี่ออกจากปาก มุมปากยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี 

ต่อจากนี้ไป สัตว์ร้ายตัวนี้คือผัวของเธอ ฉันจะกินให้ไม่เหลือกระดูกเลย คุณพี่สาวไอหมอก 

 

วันรุ่งขึ้นผมไปทำงานอย่างคนอารมณ์ดี เดินผิวปากเข้าไปในห้องทำงานก็เห็นร่างสูงของไอ้หมอตั้มกำลังนั่งอ่านผลวินิจฉัยอยู่ หมอนั่นลืมตาขึ้นมองผมแล้วหรี่ตาลงจับผิด 

“อารมณ์ดีผิดปกติ” 

“กูจะอารมณ์ดีบ้างไม่ได้เหรอ?” 

“ได้ แต่มันดูผิดปกติไง” ไอ้หมอตั้มยังคงตั้งข้อสงสัย ผมเหล่มองมันค้อนๆ แล้วเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน 

ไม่รู้ว่าโชคเข้าข้างหรือยังไง ช่วงนี้ผมไม่มีเคสด่วนเลย มีแต่คุณแม่ที่พึ่งจะเริ่มตั้งครรภ์เข้ามาฝากท้องเท่านั้น เหมือนหลีกทางให้ผมได้ไปปะทะมือกับตาของไอหมอกอย่างนั้นแหละ 

“อาทิตย์หน้าฝากเคสหน่อยสิ มีธุระหลายวัน” ผมวางแฟ้มลงแล้วเงยหน้าบอกไอ้หมอตั้ม ไอหมอกเล่นเตือนเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ขนาดนั้น ผมคงปล่อยเคสทิ้งไว้ไม่ได้ ยังไงลางานแล้วแลกเวรกับไอ้หมอตั้มเอาไว้ก่อน 

“ไปไหน?” 

“อย่าถามเป็นเมียได้ไหม” ผมส่ายหน้าแล้วเดินถือแฟ้มหนีออกจากห้องไปตรวจคนไข้ที่ตึกผู้ป่วย 

“นี่ๆ ดูคุณหมอออสตินวันนี้สิ” ระหว่างที่กำลังจะเดินผ่านเคาน์เตอร์นางพยาบาลก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้น แต่ถึงจะเดินผ่านไปแล้วและกำลังยืนตรวจคนไข้อยู่ หูผมก็ยังได้ยินเสียงซุบซิบนั่นตามมาอยู่ดี 

“นั่นใช่หมอออสตินจริงๆ เหรอ?” 

“เปลี่ยนลุคมั้ง ลุคนี้ดูแบดจังเลย” 

“เขาว่ากันว่าถ้าคุณหมอออสตินถอดแว่น บุคลิกจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยแก” 

“ฉันก็คิดแบบนั้น หล่อระเบิดไปเลย” 

“นินทาผมกันพอหรือยัง?” สุดท้ายแล้วผมก็หมดความอดทนจึงหันไปหรี่ตาถาม นางพยาบาลรีบก้มหน้าลงแล้วยิ้มแห้งๆ  

ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าผมลืมสวมแว่นมาด้วย เป็นเพราะอารมณ์ดีจนลืมเรื่องแว่นไปเลย แล้ววันนี้ก็ไม่ได้เซ็ตผม ไม่ได้สวมเสื้อกาวน์อีกด้วย 

นี่ผมมาทำงานทั้งลุคสัตว์ร้ายเหรอเนี่ย 

ผมตรวจคนไข้เสร็จก็เดินมาเซ็นเอกสารที่เคาน์เตอร์ ระหว่างนั้นนางพยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็ยืนจ้องหน้าผมเขม็งจนผมต้องเงยหน้ามองแล้วย่นคิ้วสงสัย 

“มองอะไร?” 

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่เคยเห็นคุณหมอถอดแว่นแล้วก็ไม่สวมเสื้อกาวน์ ดูแปลกไปเลยนะคะ” นางพยาบาลยิ้มเขินๆ ผมลอบถอนหายใจเล็กน้อย ไม่น่าลืมแว่นมาเลย 

“แต่ว่าลุคคุณหมอแบบนี้ก็ดูดีนะคะ นางพยาบาลจะได้มีแรงกระชุ่มกระชวยทำงานกันค่ะ นอกจากหมอต้นข้าวแล้ว ก็มีหมอออสตินนี่แหละค่ะที่ทำให้นางพยาบาลอยากมาทำงานกันทุกวัน 

“หมอต้นข้าวอยู่แผนกอายุรกรรม แล้วนางพยาบาลแผนกเราจะไปกระชุ่มกระชวยทำไม?” ผมย่นคิ้วนิดๆ มือก็เซ็นเอกสาร คิ้วก็ขมวดมุ่น จะกระชุ่มกระชวยกันข้ามแผนกเลยเหรอ 

“แหม! ถึงจะอยู่กันคนละแผนกแต่ความหล่อของคุณหมอต้นข้าวก็โด่งดังไปทั้งโรงพยาบาลนะคะ” 

“พวกคุณนี้นะ อาทิตย์หน้าผมจะไม่อยู่ หมอตั้มจะลงตรวจกับดูแลเคสแทนผมนะ” ผมบอกกับนางพยาบาลแล้วยื่นเอกสารคืนให้ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักแพทย์ 

เข้าไปยืนมองตัวเองหน้ากระจกในห้องน้ำ สำรวจหน้าตาตัวเองตอนที่ไม่ได้สวมแว่นอยู่พักใหญ่ 

หรือว่าจะอยู่ในลุคนี้ไปเลยดีนะ หมอเนี๊ยบๆ คนนั้นช่างมันเถอะ ยังไงซะ ผมก็ชอบลุคสัตว์ร้ายมากกว่าอยู่แล้ว 

“วันนี้ไม่มีตรวจเหรอไอ้ติน?” เสียงตะโกนถามของไอ้หมอตั้มดังขึ้น ผมจึงเดินออกจากห้องน้ำกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน วันนี้ไอ้หมอตั้มมันยุ่งดีจัง วิ่งเข้าวิ่งออกห้องทำงานเป็นว่าเล่น 

“ไม่มี”  

“ว่างดีเนอะ เออ! ว่าแต่เมื่อคืนมึงเป็นอะไร ปิดประตูห้องซะดัง กูเรียกก็ไม่หือไม่อือ คิดว่าล้มหัวฟาดพื้นตายห่าไปแล้ว” ไอ้หมอตั้มทำท่านึกขึ้นมาได้ก็เงยหน้าถามคิ้วย่น 

ผมแอบอมยิ้มนิดๆ หลบซ่อนแววตาขำขันเอาไว้แล้วส่ายหน้าให้มัน 

“ไม่มีอะไร ก็แค่….” ผมนึกถึงเซ็กซ์ของผมกับไอหมอกที่ประตูห้องเมื่อคืนแล้วอารมณ์ดีอย่างน่าประหลาด 

ยัยนั่นหอมหวานชะมัด เฮ้อ! คิดถึงแล้วก็อยากจะกินขึ้นมาอีกแล้วสิ 

“นั่งยิ้มอะไรไอ้บ้า! ขนลุก” เสียงไอ้หมอตั้มเรียกสติผมกลับมา ผมกะพริบตาหลุดจากความคิดแล้วเหลือบมองหน้ามัน 

เมื่อเช้าผมออกจากบ้านขับรถไปส่งไอหมอกที่หอพักพี่หมอต้นข้าวแล้วมาทำงาน ตอนนั้นไอ้หมอตั้มยังไม่ตื่น มันก็เลยไม่รู้ว่าเมื่อคืนไอหมอกนอนอยู่ในห้องของผม 

และมันก็เป็นคืนที่ผมนอนได้หลับสบายมากที่สุดด้วย การได้นอนกอดยัยนั่นแล้วนอนหลับไปด้วยกันมันทำให้ผมเริ่มจะติดใจ 

ไม่เลวเลย 

“กลางวันไปกินข้าวด้วยกันนะ” ไอ้หมอตั้มสั่งเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องไป ลับหลังมันแล้วผมก็หยิบมือถือโทรไปหาออกัส 

ตอนนี้เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ตายไปแล้วมั้ง หรือต้องเรียกรถพยาบาลไปรับ 

ผมรอสายไม่นาน ออกัสก็รับสาย เสียงแหบๆ ของหมอนั่นทำให้ผมต้องย่นคิ้ว หมอนั่นไม่สบายหรือเปล่า 

“ป่วยเหรอ?” ผมถามขึ้น ออกัสก็ไอกลับมาเป็นคำตอบ 

“อือ ตากแดดมากไปหน่อย พึ่งรู้ว่าตัวเองอ่อนแอก็วันนี้แหละ” 

“พรุ่งนี้จะไปหา จะเอาอะไรไหม? ยารักษาโรค” ผมบอกกับหมอนั่น ออกัสถอนหายใจเฮือกมาตามสาย 

“ขอออกซิเจน” คำตอบของออกัสทำให้ผมหลุดขำแต่หมอนั่นก็บ่นมาตามสาย 

“ไม่ต้องมาหัวเราะ แกไม่รู้หรอกว่าฉันถูกสองตาเฒ่าโขกสับขนาดไหน เกิดมายังไม่เคยถูกใครโขกสับเท่านี้มาก่อนเลย” น้ำเสียงออกัสเจือไปด้วยความขุ่นเคือง ผมยังสงสัยเรื่องของหมอนี่อยู่เลยนะ แต่เอาไว้ไปเจอหน้าแล้วค่อยถามเรื่องหลานสาวตาแม็กซ์แล้วกัน 

“แล้วแกจะมาทำไมที่ไร่นี่?” แต่อยู่ๆ ออกัสก็ถามขึ้นเหมือนพึ่งจะนึกได้ หมอนี่หลุดจากเรื่องของตัวเองมาได้สักที 

“จะไปหาตาแก๊ป ไปขอหลานสาวมาทำเมีย” จบคำตอบของผมออกัสก็เงียบไป เงียบกว่าเมื่อคืนนี้อีก หมอนั่นเป็นลมไปแล้วมั้งเนี่ย 

“เฮ้! ยังมีชีวิตอยู่มั้ย?” 

“แกกำลังจะจีบไอหมอกเหรอ?” ออกัสถามกลับมาด้วยน้ำเสียงอึ้งๆ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนผมบอกหมอนี่ไปหรือยังเรื่องของผมกับไอหมอก ออกัสรู้จักไอหมอกนะแต่คงไม่รู้ว่าไอหมอกเป็นหลานสาวตาแก๊ปอะไรนั่น 

“จะเรียกว่าจีบไหม แต่ยัยนั่นเป็นเมียฉันไปแล้ว” 

“หา?!” ออกัสร้องลั่น เสียงของหมอนั่นทำให้ผมต้องยกมือถือออกห่างจากหู ไอ้บ้าเอ๊ย! หูจะแตก 

“ตกใจอะไรนักหนา?” ผมแนบมือถือกับหูอีกรอบแล้วบ่นงึมงำ ออกัสไอออกมาแล้วถามกลับเสียงแหบๆ 

“แกจะได้รู้ว่าการจีบหลานสาวของสองตาเฒ่านี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย แกต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อ หรือไม่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของแกเลย” 

“อย่ามาเว่อร์ได้ไหมออกัส” ผมส่ายหน้าไปมา หมอนี่พูดเกินไปหรือเปล่า 

“ฉันเตือนแล้วออสติน แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าแกมาฉันจะได้มีเพื่อน ไม่ใช่สิ จะได้มีน้องชายตายไปด้วยกัน”  

“ไอ้บ้า! แค่นี้แหละแล้วเจอกัน ไม่เอารถพยาบาลแน่นะ” ผมบอกลาหมอนั่นแต่ก่อนจะวางสายผมก็หยอกเย้าอีกครั้ง ออกัสทำเสียงขึ้นจมูกแล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสะใจลึกๆ 

“เรียกเอาไว้ให้ตัวเองเถอะไอ้คุณหมอ” 

 

เช้าอีกวันผมก็ขับรถไปไร่ของไอหมอกโดยมียัยนั่นนั่งอยู่ข้างๆ ผมเหล่มองไอหมอกเป็ยระยะ ยัยนั่นนิ่งเงียบไปผิดปกติ นั่งเหม่อลอยตลอดเวลา ผมจอดรถติดไฟแดงจึงหันไปถามยัยนั่น 

“คิดอะไรอยู่?” 

“คิดเรื่องของนาย” ไอหมอกตอบตามตรง ผมเลิกคิ้วขึ้นทันที คิดเรื่องของผมทำไม 

“ฉันทำไม?” 

“ฉันยังติดใจเรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคนอยู่เลยออสติน” ไอหมอกมีสีหน้าวุ่นวายใจ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมยัยนี่ถึงเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ 

“เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอจะไปคิดให้มันมากเรื่องทำไม?” 

“ฉันเป็นห่วงนายนะออสติน ฉันกลัวว่านายจะรับไม่ได้ ตาของฉันไม่ใช่คนอ่อนโยน สังคมของนายไม่เหมือนสังคมบ้านของฉัน ฉันไม่อยากให้นายมารู้ตัวทีหลังว่าคิดผิด” ไอหมอกสบตาผมด้วยสายตาจริงจังและคำเตือนของยัยนั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมเข้าใจอยู่ดี 

“ไอหมอก ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่แสนดีเหมือนพ่อของเธอหรอกนะ พ่อเธอยังผ่านมาได้ ทำไมฉันจะผ่านไปไม่ได้” ผมจับมือยัยนั่นมากุมเอาไว้ 

ถึงผมจะไม่เข้าใจความกังวลทั้งหมดของไอหมอก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจก็คือไอหมอกกลัวว่าผมจะไม่ยอมรับในตัวของตายัยนั่น กลัวว่าผมจะรังเกียจอดีตที่ผ่านมาของตาตัวเอง 

ยัยนี่รักตาตัวเองมาก ผมมองออก ซึ่งผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเขา ไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน นั่นมันคือเรื่องในอดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ เขาเป็นตาของเมียผม เลี้ยงดูเมียผมมาจนเติบโตได้ขนาดนี้ 

เชื่อเถอะว่าตาของยัยนี่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนักหรอก ไม่อย่างนั้นหมอเมฆคนนั้นคงไม่เป็นลูกเขยอย่างทุกวันนี้หรอก 

ผมขับรถมาถึงไร่ของไอหมอก ทันทีที่เห็นไร่ของยัยนี่ผมก็รู้สึกว่าเหมือนเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่งเลย มันไกลเมืองอยู่พอสมควรแต่ในไร่กลับดูทันสมัย ไม่ได้กันดานหรือแห้งแล้งเหมือนชนบทเลยสักนิด 

ที่สำคัญที่นี่กว้างใหญ่มาก มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้และผลผลิตทางการเกษตรฯ ไอหมอกเติบโตมาจากที่นี่เหรอเนี่ย 

ก็ไม่เลวเลยสักนิด บอกตรงๆ ว่าผมชอบที่นี่ 

ผมไม่ใช่คนชอบความสมบูรณ์แบบเหมือนกับออกัส ผมชอบธรรมชาติและความเงียบสงบ ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนเท่านั้น ขณะที่ฝาแฝดคนพี่ของผมนั้นจะต้องเพอเฟคทุกอย่าง ต้องสมบูรณ์แบบ ซึ่งที่นี่ไม่เหมาะกับออกัส 

หมอนั่นถึงจะเป็นจะตายอยู่นี่ไง 

“ไอหมอก หนูไปไหนกับออกัสมาน่ะ?” ขณะเปิดประตูลงจากรถก็มีเสียงเรียกไอหมอก 

ผมหันไปมองต้นเสียงก็เห็นผู้หญิงร่างเล็กคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากออฟฟิศเดินตรงมาหาไอหมอก หน้าตาเหมือนยัยนี่เลย 

ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นแม่ของไอหมอกหรือเปล่า 

ตั้งแต่ผมรู้จักไอหมอกมา อย่างที่บอกผมรู้จักครอบครัวของยัยนี่แค่สองคนเท่านั้น ก็คือพี่ชายยัยนี่หรือพี่หมอต้นข้าวและหมอเมฆ พ่อของยัยนี่เท่านั้น 

พี่หมอต้นข้าวบอกว่า ครอบครัวของเขาค่อนข้างรักสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ใช้ชีวิตอยู่แต่ในไร่เท่านั้น นานๆ จะออกจากไร่สักครั้ง ทั้งๆ ที่เป็นครอบครัวใหญ่ จะมีเพียงแค่หมอเมฆ พี่หมอต้นข้าว ที่ทำงานเป็นหมออยู่ในโรงพยาบาลจึงต้องออกไปทำงาน และไอหมอกทำงานอยู่ในบริษัทออกแบบในเมือง 

“นี่คือ…..” ไอหมอกกำลังจะแนะนำผมแต่มีเสียงร้องดังขัดขึ้นเสียก่อน 

“ไอ้ติน!” ร่างสูงของออกัสเดินตรงดิ่งมาหาผมด้วยสีหน้าตื่นตระหนก 

ผมกวาดมองร่างสูงของพี่ชาย เห็นสภาพของหมอนั่นแล้วต้องยกกำปั้นแตะปากกลั้นขำเอาไว้สุดฤทธิ์ 

ผิวที่เคยขาวผ่องของท่านประธานออกลายเป็นดำคล้ำเพราะการเผาจากแสงแดด ผมเผ้าที่เคยเซ็ตเอาไว้อย่างเรียบหรูและสุดเท่ ตอนนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง 

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ออร่าความหล่อของออกัสจางหายไปเลย 

“เอ๊ะ!” แม่ของไอหมอกเห็นผมกับออกัสพร้อมกันต้องทำหน้าตกใจ 

จะไม่ตกใจได้ยังไงก็ผมกับหมอนี่หน้าตาเหมือนกันขนาดนี้ และไม่ค่อยปรากฏตัวพร้อมกันด้วยสิ 

“นี่คือลูกชายฝาแฝดอีกคนของหมออาร์มเหรอ?” แม่ไอหมอกตั้งสติได้ก็ยิ้มกว้าง รีบปรี่เข้ามาจับร่างผมหมุนซ้ายหมุนขวา สำรวจด้วยแววตาระยิบระยับ 

แม่ไอหมอกยังสาวและน่ารักอยู่เลย ไม่ใช่คนสวยแต่น่ารักมาก ขณะที่ไอหมอกค่อนข้างจัดไปในทางที่สวย น่าจะได้รับความหน้าตาดีมาจากหมอเมฆส่วนหนึ่งด้วย 

“สวัสดีครับ ผมชื่อออสติน เป็นฝาแฝดคนน้องครับ” ผมแนะนำตัวแล้วเหล่มองไอหมอกก่อนจะลากสายตาไปมองออกัส 

หมอนั่นกำลังยืนทำหน้าประหลาดแล้วยกนิ้วปาดคอตัวเองเป็นการส่งสัญญาณเตือน หมอนี่มันห่วงน้องชายจริงๆ เลย 

ระหว่างที่แม่ไอหมอกกำลังสอบถามผมอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น ขนิดที่ร่างสูงของออกัสถึงขั้นสะดุ้งโหยง 

“ไอ้ประธาน! ทำไมแกมีสองคน?”  

 

 

 

 

 

เบาได้เบานะออสติน!!! 

ออสตินกับมาร์ช NC เยอะสุด จะรับกันไหวไหมนะ แทบทุกบทเลย ตัดออกบ้างดีไหม 5555 

ความคิดเห็น