facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นอกจากจะต้องข้ามเวลามาอยู่ในยุคไดโนเสาร์ที่แสนกันดารแล้ว ยังต้องได้สามีสุดหล่อที่เกลียดร่างนี้เข้ากระดูกดำพ่วงติดมาด้วยอีก ชีวิตเธอจะมีอะไรที่ซวยกว่านี้อีกมั้ย

ตอนที่ 18 อ้อมกอด

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 อ้อมกอด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 อ้อมกอด
แบบอักษร

เฉินเสวี่ยพยักหน้า “ฉันเป็นคนรักของหลัวต้าอวี่แต่ว่าฉันไม่รู้จักคุณ แล้วก็ไม่เคยได้ยินหลัวต้าอวี่พูดถึงคุณมาก่อนเลยด้วย ดังนั้นขอโทษจริงๆ นะคะ ตอนนี้ฉันพาคุณเข้าไปไม่ได้” 

แม้ว่าที่นี่จะเป็นเขตพื้นที่บ้านพักญาติแต่ก็อยู่ห่างจากค่ายทหารไม่ไกล นอกจากนี้ยังถือได้ว่าเป็นเขตพื้นที่ควบคุมของทางการทหารมากกว่าครึ่งด้วย แม้ว่าปกติจะมีผู้คนสามารถเข้าออกได้ แต่นั่นล้วนแล้วแต่มีคนภายในเขตชุมชนเป็นคนพาเข้าไปเท่านั้น เทียบเท่ากับเป็นการให้การรับประกันแก่ผู้คนในเขตลานชุมชน เฉินเสวี่ยไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงตรงหน้าย่อมไม่สามารถรับประกันให้เธอได้เป็นธรรมดา แม้ว่าเวลานี้ผู้คนจะเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ออกจากบ้านนั่งรถไฟแค่ซื้อตั๋วรถไฟยังต้องออกจดหมายแนะนำตัวเลย แต่อาศัยเพียงแค่ชื่อแบบนี้ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องทางตัวตนของบุคคลนี้ได้อยู่แล้ว ทั้งชื่อของหลัวต้าอวี่ก็ไม่ใช่ความลับอะไร เพียงแค่ออกแรงพยายามสักน้อยก็รู้แล้ว บวกกับตัวเองก็ไม่ใช่ตัวหลัวต้าอวี่ด้วย ไม่สามารถแยกแยะความจริงความเท็จได้ 

เมื่อเนี่ยเสียวอวี่ได้ฟังคำพูดของเฉินเสวี่ยร่างกายก็โอนเอนโงนเงนจะล้มมิล้มแหล่ “พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ไม่ชอบฉันหรือเปล่าคะ” เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในดวงตามีน้ำตาค่อยๆ ไหลซึมขึ้นมาช้าๆ ท่าทีน่าสงสารแบบนี้ทำเอานายทหารน้อยที่ยืนอยู่อีกข้างก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันปรากฏขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ 

คนๆ นี้ดูก็รู้ว่าไม่เคยผ่านการฝึกอบรมแผนซ้อนแผนจารกรรมมาก่อน เฉินเสวี่ยแอบๆ ตำหนิอยู่เล็กน้อย เฉินเสวี่ยปวดหัวกับพวกประเภทที่ยังไม่ได้ทำอะไรก็เริ่มร้องไห้แบบนี้ที่สุด สไตล์แตกต่างกันจะสื่อสารกันยังไง 

“ฉันยังไม่รู้จักเธอ พูดไม่ได้หรอกว่าชอบหรือว่าไม่ชอบ เพียงแต่ว่าที่นี่เป็นเขตพื้นที่ทางการทหาร ย่อมมีกฎข้อบังคับของพื้นที่ทางการทหารเป็นธรรมดา ตอนนี้ฉันไม่สามารถยืนยันตัวตนของเธอได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถพาเธอเข้าไปได้ แต่เธอก็ไม่ต้องร้อนใจไปหรอก ในเมื่อเธอเป็นคนรู้จักของหลัวต้าอวี่ เดี๋ยวพวกเราโทรไปหาเขาให้เขาออกมารับเธอก็ได้เหมือนกัน ฉันจะอยู่รอเป็นเพื่อนเธอที่นี่” 

“แบบนั้นคือพี่สะใภ้คิดว่าฉันเป็นคนไม่ดี ฉันออกมาจากชนบทลู่ทางที่ไหนก็ไม่รู้จัก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะหาคนยังไง นั่งอยู่แต่บนรถไฟมาตั้งสามวันแล้ว ตอนแรกยังไปหาผิดที่เกือบจะถูกคนอื่นหลอกอีก เงินก็ถูกขโมยไปหมดแล้ว มาถึงที่นี่ พี่สะใภ้...พี่สะใภ้ยังไม่ทันรู้จักฉันยังบอกว่าฉันเป็นคนไม่ดีอีก ฉัน...ฉันไม่ได้กินข้าวมาตั้งสองวันแล้ว ฉันรู้ว่าพี่สะใภ้ไม่ชอบฉัน แต่ว่า...แต่ว่าฉันก็ไม่มีทางเลือกแล้วเหมือนกัน” เนี่ยเสียวอวี่ร้องห่มร้องไห้บนใบหน้ามีคราบน้ำตาขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ มองแล้วยิ่งทำให้คนอื่นสงสารเห็นใจเข้าไปใหญ่ 

เฉินเสวี่ยปวดหัวมากจริงๆ กลิ่นอายชาเขียว [1] ที่พัดถาโถมเข้ามาแบบกะทันหันนี่มันอะไรกัน เธอทำเป็นไม่สนใจว่าผู้หญิงคนนี้ร้องไห้เพราะอะไรให้รู้แล้วรู้รอดไป ก่อนจะบอกกับนายทหารตัวน้อยไปโดยตรงว่าขอยืมโทรศัพท์ภายในของเจ้าหน้าที่โทรไปหาหลัวต้าอวี่ โชคดีที่หลัวต้าอวี่อยู่ในห้องทำงานพอดี เขาจึงรับโทรศัพท์ได้ในทันทีและบอกว่าเขารู้แล้วจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขณะที่กำลังรออยู่ไม่กี่นาทีนี้ เฉินเสวี่ยอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวเสี่ยวอวี่คนนี้ที่นี่พลางฟังเธอเล่าถึงความยากลำบากตลอดเส้นทาง พลางยืนสู้แดดไปด้วยกัน 

หลัวต้าอวี่มาถึงเร็วมากพอสมควร ดวงตาของเนี่ยเสียวอวี่คมชัดยิ่งกว่า เมื่อครู่นี้ยังพูดอยู่ต่อหน้าเฉินเสวี่ยอยู่เลยว่าตอนมาต้องเบียดเสียดอยู่บนรถไฟมันอึดอัดแค่ไหน อาหารที่เอามาก็ไม่พอ แล้วยังเสียดายเงินที่จะซื้อกิน เธอดูอ่อนแอมากเสียจนเหมือนจะเป็นลมล้มลงไปในวินาทีต่อมายังไงอย่างนั้น วินาทีต่อมาเฉินเสวี่ยรู้สึกเหมือนมีลมกรดพัดผ่านตรงหน้าของเธอไป ร่างเล็กๆ แวบผ่านไปในชั่วพริบตา 

“พี่ต้าอวี่” เนี่ยเสียวอวี่พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของหลัวต้าอวี่ทันที “พี่ต้าอวี่ช่วยฉันด้วย พ่อจะให้ฉันแต่งงานกับช่างไม้หวังที่อยู่หมู่บ้านข้างๆ ให้ได้เลย ฉันบอกว่าฉันไม่แต่ง เขาก็จะหักขาฉัน” 

หลัวต้าอวี่ถูกเนี่ยเสียวอวี่เข้าไปกอดอย่างกะทันหันทำเอาทั่วทั้งตัวก็แข็งทื่อไปหมด แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เนี่ยเสียวอวี่พูดใจก็อ่อนลงไปตาม ช่างไม้หวังคนนี้เขาเองก็จำได้ว่าเป็นชายโสดอายุสามสิบต้นๆ ในหมู่บ้านใกล้เคียง แต่จะว่าเป็นชายโสดก็ไม่สมควรนัก ก่อนหน้านี้เคยมีเมียมาแล้วคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าตอนเธอคลอดลูกตกเลือดมากจนตาย บางคนก็ว่าเป็นเพราะตอนกำลังตั้งท้องเคยถูกช่างไม้หวังตบตีมาก่อน แต่บางคนก็บอกว่าเดิมทีผู้หญิงคนนั้นก็สุขภาพไม่ค่อยดีนัก ตอนกำลังตั้งท้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กินมากจนเกินไป เด็กตัวใหญ่เกินคลอดออกมาไม่ได้ 

สรุปคือหลังจากเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ขึ้นช่างไม้หวังก็ไม่ได้แต่งงานใหม่อีกเลย แม้ว่าเขาจะเป็นช่างฝีมือ คนจากทุกๆ หมู่บ้านต้องการสินสอดทองหมั้นต่างต้องไปหาเขา ครอบครัวนับว่ามีรากฐานอยู่บ้าง แต่เพราะเรื่องของภรรยาคนก่อนไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนจึงไม่มีใครอยากจะเอาลูกสาวแต่งเข้าบ้านของเขา 

ยิ่งกว่านั้นเขาอายุมากกว่าเสี่ยวอวี่ตั้งสิบกว่าปี จะให้เสี่ยวอวี่แต่งงานกับเขาได้ยังไง  

หลัวต้าอวี่ตบไหล่ของเสี่ยวอวี่เบาๆ “ไม่เป็นไรๆ มาหาพี่แล้วก็อยู่ที่นี่ก่อน เรื่องอื่นค่อยๆ พูดคุยกัน” 

เนี่ยเสียวอวี่เหมือนเพิ่งจะรู้สึกได้ว่าเมื่อครู่นี้ตื่นเต้นมากเกินไปจนถลาเข้าไปในอ้อมแขนของหลัวต้าอวี่ในทันทีจึงรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย ยืดตัวยืนตรง ใบหน้าแดงระเรื่อ “พี่ต้าอวี่ ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย พี่สะใภ้ยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะคะ พี่ต้าอวี่กับฉันก็เหมือนพี่ชายแท้ๆ เลยค่ะ คือฉัน...คือฉันแค่เข้ามาไม่ได้สักทีก็เลยกระวนกระวายร้อนใจนิดหน่อย พี่สะใภ้เองก็กังวลว่าฉันจะเป็นคนไม่ดี ฉันรู้ค่ะว่าในกองทัพมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก ฉันไม่ได้เป็นอะไรด้วยเลย เดิมทีก็ไม่ควรจะมาหาพี่ต้าอวี่ด้วย แต่ว่าฉันไม่ได้กินข้าวมาสองสามวันแล้ว คือมัน...คือมันหิวจนยืนไม่ไหวแล้วจริงๆ” เสียงที่พูดอยู่ก็เบาลงไปเรื่อยๆ ศีรษะก็ค่อยๆ ก้มต่ำลงไป 

เมื่อหลัวต้าอวี่ได้ฟังคำพูดเหล่านี้ของเนี่ยเสียวอวี่สายตาของเขาก็กวาดมองไปทางเฉินเสวี่ยในทันที ถึงตอนนี้เฉินเสวี่ยยังไม่รู้เลยว่าชาเขียวถ้วยนี้แอบมีความรู้สึกเป็นศัตรูกับเธออยู่ลึกๆ พวกโพสต์หายากบนโลกใบนี้ที่เคยอ่านเคยดูมาพวกนั้นดูเปล่าประโยชน์ซะแล้ว แต่เธอเองก็ไม่ได้สนใจความคิดเห็นของผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว เธอไม่ได้มีความคิดอยากจะแสดงพลังเทพดอกบัวขาว [2] มาต่อกรกับชาเขียวเลยด้วย แต่ตอนนี้เมื่อเห็นผมถักเปีย เสื้อลายดอกไม้ กระโปรงผ้าสีฟ้าของหญิงสาวคนนี้แล้วก็แอบมีกลิ่นอายเหมือน ‘เสี่ยวฟาง [3] ’ อยู่ด้วยจริงๆ ทั้งสะสวยทั้งใจดี ประมาณว่าได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากจะลืมเลือนมาด้วยกันกับหลัวต้าอวี่ 

“ฉันไม่รู้จักเธอ อีกอย่างที่นี่เป็นเขตชุมชนครอบครัวของกองทัพด้วย” 

คำพูดที่สงบนิ่งนี้เหมือนจะทำให้การแสดงออกของหลัวต้าอวี่พลอยสำลักตามไปด้วย เมื่อครู่นี้ตอนได้รับโทรศัพท์จากเฉินเสวี่ยเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าเฉินเสวี่ยทำอะไรผิด เพียงแค่ตอนที่มาเห็นเนี่ยเสียวอวี่เป็นทุกข์ขนาดนี้แล้วมันคุมไว้ไม่ไหว 

ตอนนี้เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวได้ว่าตัวของเสี่ยวอวี่ยังพิงตัวเขาอยู่เกือบครึ่ง มือข้างหนึ่งยังคงจับแขนของเขาเอาไว้แน่น เขากระแอมออกมาเบาๆ แล้วถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ “นี่คือพี่สะใภ้ของเธอ เฉินเสวี่ย ส่วนนี่เนี่ยเสียวอวี่เป็นคนจากหมู่บ้านของพวกเรา” 

เฉินเสวี่ยพยักหน้า “ในเมื่อได้รับการยืนยันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรแล้ว หลัวต้าอวี่คุณไปลงทะเบียนที่ประตูแล้วพาเสี่ยวอวี่กลับบ้านเถอะ ตอนเย็นทำอาหารดีๆ ให้สักมื้อบำรุงเสี่ยวอวี่สักหน่อย ดูหน้าสิ ผอมซะขนาดนี้” 

ในตอนนี้เองเฉินเสวี่ยถึงได้สังเกตเห็นว่าด้านหลังของหลัวต้าอวี่ ห่างออกไปไม่ไกลนักยังมีร่างคนสวมชุดสีเขียวเข้มยืนอยู่ด้วย 

เมื่อมองอย่างละเอียดแล้วเฉินเสวี่ยก็รีบเข้าไปทักทายทันที “เอ๋ พี่ชาย พี่ก็มาถึงแล้วเหรอ ทำไมถึงไม่ไปที่บ้านก่อนล่ะ” 

เฉินอ้ายหวาเห็นฉากเมื่อกี้เข้าภายในใจเต็มไปด้วยไฟโกรธ น้องสาวของตัวเองยืนอยู่ห่างออกไป น้องเขยของตัวเองกำลังโอบกอดผู้หญิงคนอื่น เป็นแบบนี้แล้วยังกล้าขยิบเขม็งตาใส่น้องสาวของเขาอีก ทำไมตอนอยู่ในกองทัพของตัวเองถึงไม่เคยพบเห็นว่าหลัวต้าอวี่เป็นคนแบบนี้ เมื่อเหลือบมองน้องสาวของตัวเองอีกครั้ง นี่เพิ่งจะแต่งงานไปเท่าไหร่เอง ผอมลงซะขนาดนี้แล้ว! ขนาดต่อหน้าฉันยังทำได้ขนาดนี้เลย ไม่รู้ว่าปกติจะเป็นยังไงบ้าง!  

เมื่อมองดูสีหน้าของน้องสาวตัวเองอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเลย ก็ใช่ ใครเห็นสามีของตัวเองกอดกับผู้หญิงคนอื่นแล้วยังจะทำเป็นไม่สนใจได้อีก? ยิ่งกว่านั้นน้องสาวยังชอบหลัวต้าอวี่คนนั้นมากๆ เลยด้วย หลัวต้าอวี่คนนี้ร้ายมาก นายไม่ชอบน้องสาวฉันตอนนั้นก็กัดฟันยืนยันว่าไม่แต่งสิ ตอนนี้แต่งงานกับน้องสาวแล้ว แถมยังยืมอำนาจของตระกูลเฉินของเราเลื่อนขั้นแล้ว ยังมีเด็กสาวโผล่มาหาจากบ้านเกิดอีกต่างหาก 

เฉินอ้ายหวายิ่งคิดยิ่งเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ แทบอยากจะพุ่งทะลุกลุ่มเมฆบนฟ้าไปแล้ว แต่เพราะเห็นสีหน้าระแวดระวังของเฉินเสวี่ยเขาถึงได้ผ่อนคลายสีหน้าลง ช่างเถอะ ใครใช้ให้น้องสาวโง่เง่าของตัวเองชอบเขามากขนาดนี้ล่ะ ประโยคหนักๆ สักประโยคยังไม่พูดยังมาอ้อนวอนเขาแบบไร้เสียงแบบนี้อีก อย่างน้อยก็สร้างปัญหาต่อหน้าน้องสาวไม่ได้มั้ง ตัวเองมาที่นี่แค่ไม่กี่วัน ต่อจากนี้ไปน้องสาวยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขา แต่เรื่องนี้จำเป็นจะต้องพูดกันสักน้อย ปล่อยไว้เฉยๆ แบบนี้ไม่ได้ 

เฉินอ้ายหวาระงับความโกรธของเขาลง “พี่มีธุระบางอย่างที่กองทัพ ไม่ได้เจาะจงมาดูเราโดยเฉพาะสักหน่อย แน่นอนว่าต้องไปที่กองทัพก่อนสิ” 

“อ้อๆ รู้แล้วค่ะพี่ชายคนยุ่งมาก ไม่จำเป็นต้องมารายงานตัวต่อหน้าฉันด้วย ถ้าอย่างนั้นตอนนี้งานปฏิวัติเสร็จสิ้นแล้วหรือยังคะ ไปที่บ้านได้หรือยังเอ่ย” เฉินเสวี่ยพยายามทำท่าทีเหมือนคุ้นเคยกับพี่ชายอย่างเต็มที่ แกล้งทำเป็นน้องสาวที่ถูกเอาใจตั้งแต่เด็กเอ่ยถามอย่างขี้เล่นขี้งอน เพียงแต่ว่าเพราะเขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ เวลาเธอทำออกมาจึงยังดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้างเล็กน้อย ในสายตาของเฉินอ้ายหวากลับยิ่งปวดใจ คิดว่าน้องสาวของตัวเองกลัวว่าเขาจะโมโหจะโกรธ นี่คงกำลังจงใจพูดหยอกล้อให้เขามีความสุขอยู่ 

น้องสาวยังสามารถอดทนเพื่อตัวเองได้แบบนี้ เขาจะกลั้นใจทำลายช่วงเวลาสั้นๆ ที่จะได้อยู่กับน้องสาวได้ยังไง จากนั้นเขาจึงเดินกลับไปพร้อมกันกับเฉินเสวี่ย เฉินเสวี่ยกับเฉินอ้ายหวาสองคนเดินเคียงกันอยู่ทางด้านหน้า หลัวต้าอวี่กับเนี่ยเสียวอวี่เองก็เดินตามอยู่ทางด้านหลังอย่างช้าๆ 

เนี่ยเสียวอวี่แอบเหลือบมองสีหน้าของหลัวต้าอวี่อย่างเงียบๆ เอ่ยถามขึ้นเบาๆ “พี่ต้าอวี่ ฉันมาที่นี่สร้างความลำบากให้กับพวกพี่ใช่ไหม” 

หลัวต้าอวี่กำลังคิดถึงตอนที่เนี่ยเสียวอวี่ถลาตัวเข้ามาหาเมื่อครู่นี้ เขาไม่ได้ตอบสนองกลับในทันทีไม่ได้หลบ แล้วก็ไม่ได้ผลักตัวของเสี่ยวอวี่ออก กลับถูกพี่เมียมาเห็นเข้าพอดีอีก ถึงแม้ว่าตอนนั้นมันจะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย รู้สึกว่าเรื่องนี้ตัวเองทำไม่ค่อยถูกต้อง ยิ่งกว่านั้นยังไม่ทันถามสถานการณ์ให้ชัดเจนก็ตำหนิเฉินเสวี่ยไปก่อนแล้ว ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่สายตาเดียว แต่ว่าความหมายนั้นก็ค่อนข้างชัดเจนมาก เดิมทีเฉินเสวี่ยไม่ได้ทำผิดอะไรเลยแท้ๆ กลับเป็นเสี่ยวอวี่ที่หนีออกมาโดยไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ชักเอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว แต่ว่าตัวเสี่ยวอวี่ก็กำลังพบเจอกับสถานการณ์แบบนั้นอยู่อีก 

เนี่ยเสียวอวี่รออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าหลัวต้าอวี่ไม่ได้ตอบเธอจึงเอ่ยเสียงเตือนขึ้นมาเล็กน้อย “พี่ต้าอวี่?” 

ตอนนี้เองหลัวต้าอวี่ถึงได้ตอบสนองกลับมา “อ่า อ้อ ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน มีเรื่องอะไรที่ฉันสามารถช่วยเหลือได้ก็ต้องช่วยแน่นอน พรุ่งนี้ฉันจะส่งโทรเลขกลับไปที่บ้านก่อน เลี่ยงคนที่บ้านจะพลอยเป็นกังวลใจไปด้วย ครั้งนี้พ่อแม่ของเธอเองก็คงรู้แล้วว่าใจของเธอไม่ยินยอมจริงๆ พวกเขาคงจะไม่บีบบังคับเธออีกต่อไปแล้วล่ะ” 

เนี่ยเสียวอวี่ก้มศีรษะลง “ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำให้พี่ต้าอวี่ลำบาก พี่ต้าอวี่ถ้าหากว่ามันลำบากจริงๆ ฉัน...ฉันกลับไปดีกว่า อยู่ที่นี่ไปก็ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ ก็เหมือนอย่างที่พี่ต้าอวี่บอกว่าพ่อแม่ของฉันคงจะไม่ทำร้ายฉันจริงๆ หรอก แต่ว่าฉันกลัวมากจริงๆ ตอนที่ช่างไม้หวังคนนั้นมาบ้านครั้งที่แล้ว เขามองฉันแล้วก็ยิ้มปากกว้าง ฟันเหลืองเต็มปาก แถมยังดึงมือของฉันด้วยฉันสะบัดยังไงก็ไม่หลุด ฉันเห็นแขนของเขาหนาขนาดนั้นถ้าเกิดว่าตีฉันขึ้นมาจริงๆ ฉันคงจะทนไม่ได้แน่ๆ เลย ถ้าเป็นแบบนั้นฉันไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะทำยังไง” 

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ” หลัวต้าอวี่ขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนว่าช่างไม้หวังคนนี้จะแต่งด้วยไม่ได้จริงๆ ทั้งยังเป็นชายโสดอายุสามสิบกว่าปีแล้ว นิสัยไม่ดีก็มีอยู่เยอะ “ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ที่บ้านนี้ไปก่อนเถอะ เรื่องอื่นค่อยคิดหาวิธีทีหลัง” 

เมื่อหลายคนเข้ามาภายในบ้าน ทันทีที่เฉินอ้ายหวาเห็นว่าภายในห้องถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บนตู้ บนโต๊ะถูกคลุมไว้ด้วยผ้าลายสก็อต ใบหน้าของเขาถึงได้อ่อนโยนลง นี่ไม่ใช่สไตล์ของน้องเขย ดูเหมือนว่าหลังจากน้องสาวแต่งงานแล้วจะเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยจริงๆ บ้านนี้จัดเก็บสะอาดเรียบร้อยมาก ถ้าแม่ได้มาเห็นต้องได้ชมเชยกันยกใหญ่แน่เลย  

“พี่ชาย น้องเสี่ยวอวี่ ทั้งสองนั่งลงก่อนนะฉันจะไปทำอาหารอีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เฉินเสวี่ยไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรจะพูดอะไรกับพี่ชายคนนี้ดี ยิ่งกว่านั้นตอนที่เดินอยู่ข้างกายของพี่ชาย เธอรู้สึกได้ถึงเปลวไฟแห่งความโกรธภายในใจของพี่ชายด้วย ปล่อยให้เปลวไฟแห่งความโกรธของเขาแผดเผาคนที่ผู้ที่ก่อให้มันเกิดก็แล้วกัน ส่วนเธอจะเป็นผู้หญิงสวยแสนโศกเศร้าอยู่เงียบๆ ก็พอแล้ว 

เพราะก่อนหน้านี้เธอรู้แล้วว่าพี่ชายของเธอจะมา เฉินเสวี่ยจึงได้เตรียมพวกผักกับเนื้อสัตว์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ตอนนี้เป็นเรื่องแค่ต้องเอามารวมกันแล้วหั่นๆ ก็เท่านั้น ตอนนี้ห้องครัวเป็นอาณาจักรของเธอ อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้เธอสบายใจมากที่สุด 

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อีกสามคนที่เหลือกลับไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก 

 

------ 

[1] ชาเขียว คำนี้เป็นคำแสลงคำหนึ่งของจีนโดยทั่วไปจะใช้ว่า绿茶婊แปลตรงตัวว่า นังชาเขียว เป็นฉายาที่เอาไว้ใช้กับผู้หญิงรอบข้างประเภทหนึ่ง หมายถึงคนที่มีรูปลักษณ์งดงามบริสุทธิ์ มักจะเป็นคนผมยาวสลวย ต่อหน้าผู้คนมักแสร้งทำเป็นน่าสงสาร ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร ท่าทางเป็นคนอารมณ์อ่อนไหว แต่กลับเชี่ยวชาญวางแผนลับหลังผู้อื่น เป็นผู้หญิงที่ชอบเล่นกับอารมณ์ความรู้สึก 

[2] ดอกบัวขาว 白莲花เป็นคำสแลงจีนใช้ว่าผู้หญิงที่ภายนอกทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวสีขาว แต่ความเป็นจริงพฤติกรรมมัวหมองหรือแอบแรง 

[3] เสี่ยวฟาง 小芳 เป็นบทเพลงของหลี่ชุนปัว ใช้เหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์มาสร้างบทเพลงบอกเล่าความรู้สึกของชายหนุ่มจากเมืองใหญ่กับสาวน้อยในชนบทที่ชื่อว่าเสี่ยวฟาง เนื้อเพลงกล่าวว่าในหมู่บ้านมีสาวน้อยคนหนึ่งชื่อเสี่ยวฟาง เธอทั้งสวยทั้งใจดี ดวงตากลมโตงดงาม ไว้ผมเปียทั้งหนาทั้งยาว 

ความคิดเห็น