facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นอกจากจะต้องข้ามเวลามาอยู่ในยุคไดโนเสาร์ที่แสนกันดารแล้ว ยังต้องได้สามีสุดหล่อที่เกลียดร่างนี้เข้ากระดูกดำพ่วงติดมาด้วยอีก ชีวิตเธอจะมีอะไรที่ซวยกว่านี้อีกมั้ย

ตอนที่ 4 ชีวิต

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ชีวิต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 12:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ชีวิต
แบบอักษร

กระทั่งเข้ามาให้ห้องของตัวเองเฉินเสวี่ยถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนบ่ายยังได้ตากผ้าปูที่นอนเอาไว้ที่ระเบียงด้วยจึงรีบวิ่งไปที่ระเบียงเก็บเอาผ้าปูที่นอนกลับมา หลังจากพับเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเอาไปเก็บเข้าไว้ในตู้เสื้อผ้า ทันทีที่เปิดตู้เสื้อผ้าออกเฉินเสวี่ยถึงกับต้องร้องซี๊ดออกมา ตอนที่จะอาบน้ำเมื่อตอนบ่ายเธอรู้สึกเพียงแค่ว่าตัวเองไม่ค่อยสบายตัวจึงเลือกเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนสองตัวแล้วรีบไปอาบน้ำ หลังจากนั้นก็รีบไปว่ายน้ำต่อ ตอนนี้ทำทุกอย่างเสร็จแล้วเมื่อมาดูตู้เสื้อผ้าอีกครั้งมันก็นับว่ายุ่งเหยิงพอสมควรจริงๆ แต่ไม่ได้สกปรกขนาดนั้น เสื้อผ้าพวกนี้ถือว่าซักได้สะอาดพอสมควรแต่กลับวางกองๆ ไว้เป็นกลุ่ม มันยุ่งเหยิงจนทนมองไม่ได้เลยจริงๆ 

โอเค ท้ายที่สุดก็ต้องเก็บเอาผ้าปูที่นอนกลับมา แล้วเปลี่ยนมาเก็บกวาดจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าครั้งใหญ่ จัดแบ่งประเภทของเสื้อผ้าแต่ละชนิดออกจากกัน ของจำพวกเสื้อชั้นในกางเกงในวางแยกใส่ไว้ในลิ้นชัก เฉินเสวี่ยพลางเก็บพลางคิดไปด้วยว่ากระทั่งตู้เสื้อผ้ายังรกขนาดนี้ ตู้ลิ้นชักห้าชั้นที่อยู่ในห้องนั่งเล่นอันนั้นเดาว่าคงจะไม่ได้ดีไปไหนแน่นอน ดูเหมือนวันพรุ่งนี้ต้องทำความสะอาดตรงส่วนนั้นต่อแล้ว 

การทำความสะอาดในครั้งนี้กว่าจะรอให้เฉินเสวี่ยเก็บเสื้อผ้าเสร็จจนกลายเป็นมีระเบียบเรียบร้อยขึ้นมานั้นเวลาก็ปาไปกว่าสี่ทุ่มตรงแล้ว เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ผู้คนในยุคนี้เสื้อผ้าน้อย ถ้าหากเป็นห้องเสื้อผ้าแบบวอล์กอินของเธอเมื่อก่อนหน้านี้คงจะได้ทำความสะอาดแบบข้ามวันข้ามคืนแน่ แต่พอตอนนี้เก็บเสร็จแล้วตู้เสื้อผ้าก็ดูสะอาดตาขึ้นมาก ต่อไปเวลาหาเสื้อผ้าใส่ก็จะสะดวกขึ้น แถมยังช่วยประหยัดเวลาภาพรวมก็ดูดีขึ้นมากเลยทีเดียว 

วันนี้ทำความสะอาดมาจนถึงเวลานี้ย่อมไม่อยากจะทำอะไรอย่างอื่นอีกแล้ว ตัวเฉินเสวี่ยเองก็ไม่ใช่พวกนกฮูกกลางคืนเว้นแต่ว่าต้องรีบทำงาน ที่ผ่านมาเธอมักจะนอนเร็วตื่นเช้าเพื่อรักษาสุขภาพมาโดยตลอด ร่างเดิมคนนั้นก็เป็นคนนอนเร็วเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรถ้าไม่นอนเร็วก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี วันนี้เฉินเสวี่ยก็ออกกำลังกายไปปริมาณมากพอสมควร หลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้ว เพียงเวลาไม่นานเธอก็เข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอย่างรวดเร็ว 

วันต่อมาเวลาเพิ่งจะถึงตีห้าเฉินเสวี่ยถูกเสียงแตรสัญญาณตื่นนอนปลุกให้ตื่นขึ้นมา ได้ ไหนๆ ก็ตื่นแล้วงั้นก็ลุกเลยแล้วกัน ในเมื่อนอนมาตั้งแต่สี่ทุ่มจนถึงตีห้าก็นับเป็นเจ็ดชั่วโมงแล้ว สำหรับผู้ใหญ่นี่ถือว่าเพียงพอแล้ว 

เมื่อวานเป็นการออกกำลังกายวันแรก ตอนนั้นยังไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้เมื่อนอนตื่นขึ้นมากล้ามเนื้อต่างปวดเมื่อยอย่างรุนแรง ส่งผลให้แค่การลุกจากที่นอนเฉินเสวี่ยยังถึงกับต้องแยกเขี้ยวยิงฟันเลยทีเดียว เธอทำได้เพียงแค่ปลอบใจตัวเองว่าการที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อแบบนี้บ่งบอกว่าการออกกำลังกายนั้นได้ผล ตอนนี้ต้องอดทนไว้ ผ่านไปอีกไม่กี่วันกล้ามเนื้อคุ้นชินกับปริมาณออกกำกายแบบนี้แล้วก็จะไม่ปวดขนาดนี้แล้ว ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยความยากเสมอ ถ้าหากตอนนี้อดทนไว้ไม่ได้ ไขมันทั่วทั้งตัวนี้จะต้องติดตามเธอไปตลอดชีวิต ครั้งต่อไปถ้าจะเริ่มออกกำลังกายอีกก็ยังต้องกลับมาเริ่มแบบนี้อีกเหมือนเดิม 

ลุกจากเตียงนอนมาต้มโจ๊กกินง่ายๆ โชคดีที่ตอนนี้ภายในกองทัพเริ่มนำก๊าซเหลวมาใช้แล้ว ของสิ่งนี้เมื่อก่อนเฉินเสวี่ยเพียงแค่เคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่เมื่อลองใช้ดูแล้วก็คล้ายๆ กันกับเตาแก๊ส เธอทำตามความทรงจำของร่างเดิม เธอค่อยๆ เปิดเกลียววาล์วบนถังก๊าซเหลวอย่างระมัดระวัง จากนั้นเปิดสวิตช์บนเตาแก๊สอีกครั้ง หลังจากนั้นเอาปืนจุดไฟยื่นเข้าไปยิงจุดไฟแกร๊กๆ อีกสองสามที เสียงฟู่ดังขึ้นมาพร้อมกับเปลวไฟสีฟ้าที่ลุกโชน เฉินเสวี่ยถึงได้รู้สึกโล่งใจ จะไม่กล่าวว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตได้ยังไง ถ้าหากไม่ใช่เพราะยังพอมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่บ้าง เตาก๊าซเหลวแบบนี้เธอคงจะทำไม่เป็นจริงๆ ยังดีที่ตอนต้มน้ำเมื่อคืนใช้ที่ต้มน้ำแบบพกพามาต้ม เพียงแค่เอาลวดความร้อนไฟฟ้าใส่เข้าไปในกระติกน้ำร้อนก็เรียบร้อยแล้ว เฉินเสวี่ยจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นในเวยป๋อบอกว่าของสิ่งนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อความปลอดภัย เพราะเมื่อต้มเสร็จแล้วก็จะมองไม่ออกและมักจะลืมได้ง่ายจนอาจทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นมาได้ แต่ในยุคนี้ทุกๆ บ้านต่างใช้แบบนี้กันทั้งนั้น ต่อไปตนเองคงทำได้เพียงระมัดระวังให้มากขึ้น 

เมื่อจุดไฟติดแล้ว เฉินเสวี่ยล้างข้าวเล็กน้อยเติมน้ำลงไปและเคี่ยวโจ๊กอยู่ในหม้อ เธอมีเคล็ดลับในการต้มโจ๊กอยู่ว่ารอกระทั่งน้ำต้มจนเดือดแล้วให้ปิดไฟ ปล่อยให้น้ำที่อยู่ในหม้อใช้ความร้อนที่เหลืออยู่ทำให้ข้าวสุก เมื่อถึงตอนที่ใกล้จะทานแล้วค่อยนำไปต้มให้เดือดอีกครั้งเพียงเท่านี้โจ๊กก็ต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เคล็ดลับนี้เพื่อนสนิทของเธอคนหนึ่งเป็นคนสอนเธอเอง ช่วงนั้นเธอเพิ่งจะย้ายออกมาเช่าบ้านใหม่ๆ เพื่อที่จะประหยัดแก๊สจึงใช้วิธีการนี้ แต่ว่าภายหลังเวลาต้มโจ๊กมักจะใช้หม้อหุงข้าว ทักษะนี้จึงไม่ได้เอาออกมาใช้นานแล้ว 

ตอนนี้ได้นำกลับมาใช้อีกครั้งพอดี ซึ่งวิธีแบบนี้ช่วยประหยัดแก๊สแล้วก็ไม่ลืมจนทำให้โจ๊กล้นออกมาด้วย นอกจากนี้เธอยังสามารถใช้เวลานี้ฝึกโยคะได้อีกสักพักเลยด้วย เฉินเสวี่ยดื่มน้ำอุ่นหนึ่งแก้วแล้วกลับเข้ามาที่ห้องของตัวเอง ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดถึงเสื่อโยคะอะไรเลย เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เริ่มต้นด้วยการทำสมาธิค่อยๆ ปรับการหายใจและทำจิตใจให้สงบ 

เดิมทีช่วงเวลาเช้าตรู่อากาศจะสดชื่นมากอยู่แล้ว สภาพแวดล้อมโดยรอบก็เงียบสงบอย่างมาก การทำโยคะในช่วงเวลานี้จึงทำให้เข้าถึงสภาวะนั้นได้โดยง่าย 

เฉินเสวี่ยนั่งสมาธิเพื่อผ่อนคลายร่างกายก่อนครู่หนึ่ง จากนั้นเริ่มฝึกทำท่าทางโยคะอย่างเชื่องช้า ตอนนี้ร่างกายนี้ยังอ่อนไม่พอ เส้นเอ็นก็ยังไม่ได้ยืดออก ขณะที่เธอทำท่าทางต่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก โยคะนั้นเน้นหนักในการทำให้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง แต่อย่าหักโหมจนเกินไป อย่าบีบบังคับให้ตัวเองทำท่าทางที่รุนแรงจนเกินไป ท่าทางการเคลื่อนไหวทั้งหมดต้องผ่อนคลายเชื่องช้าและนุ่มนวล 

เธอค่อยๆ นับจังหวะการหายใจของตัวเอง ยืดร่างกายออก เคลื่อนไหวเพื่อคลายกระดูกและกล้ามเนื้อทีละนิดๆ หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป แม้จะบอกว่าปริมาณการออกกำลังกายไม่มากและเหงื่อก็ไหลออกมาบางๆ เท่านั้น แต่อย่างได้กล่าวไปไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลจากการทำโยคะหรือเป็นเพราะผลทางจิตใจของเธอเอง หลังจากทำการฝึกแบบนี้ทั้งชุดแล้วอาการเจ็บปวดตามร่างกายดูเหมือนจะบรรเทาลงไปเล็กน้อยแล้ว 

เฉินเสวี่ยเช็ดเหงื่อตามร่างกายออกเล็กน้อย เอาโจ๊กที่ต้มสุกไว้แล้วก่อนหน้านี้ออกมาทานเป็นอาหารเช้าครึ่งหนึ่ง อาหารเช้าทานแบบนี้แค่ไม่กี่วันยังพอไหว เวลาผ่านนานไปเฉินเสวี่ยคิดว่าเธอคงต้องหานมมาดื่มด้วย เพราะทั้งเสริมโภชนาการแล้วก็เสริมแคลเซียมด้วย จากในความทรงจำของร่างเดิมนั้นที่แท้ต้องสั่งนมให้มาส่งที่บ้าน นมในยุคสมัยนี้ยังไม่มีบรรจุภัณฑ์แบบหมอนเต็ดตรา แพ้ค [1] ฉะนั้นจึงจะเป็นนมแบบบรรจุขวดมาส่งทุกวัน หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องชงนมผง แต่ว่านมผงมีน้ำตาลมากเกินไป เฉินเสวี่ยจึงวางแผนไว้ว่าผ่านไปอีกสักสองวันจะไปสอบถามดูว่าที่ไหนสามารถสั่งซื้อนมได้บ้าง 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็เก็บกวาดทำความสะอาดต่อ นอกจากนี้ก็ออกกำลังกายตามแพลนที่ตัวเองวางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าในหนึ่งวันต้องออกกำลังกายฝึกฝนพละกำลังวันละสองรอบบวกกับการไปว่ายน้ำในช่วงเย็น หลังจากผ่านไปสองสามวันเฉินเสวี่ยถึงนับว่าได้ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว 

ตอนนี้เฉินเสวี่ยค่อนข้างให้ความสำคัญกับเวลาที่จะไปโรงอาหารพอสมควรไม่ได้ไปช้าจนเกินไป เพียงแต่ถึงไปเร็วเห็นอาหารในโรงอาหารแล้วก็มีแต่ของพวกนั้น เป็นข้าวแบบหม้อใหญ่ของกองทัพ มองเห็นเป็นหม้อขนาดใหญ่ท่าทางนุ่มนิ่ม ยังดีที่ที่นี่คือภาคใต้ ในยุคสมัยนี้สายพันธุ์แตงผักแต่ละประเภทนับว่ามีมากพอสมควร ในโรงอาหารยังมีผลไม้ให้เห็นซึ่งทำให้เฉินเสวี่ยประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เธอนึกว่าคนสมัยนี้ไม่ค่อยทานผลไม้กันสักเท่าไหร่ แต่ผลไม้มีราคาแพงพอสมควร ภายในโรงอาหารก็มีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง แต่ทว่าของจำพวกผักสด แตงกวา มะเขือเทศ มะเขือกลับมีมากพอสมควร 

การกินอาหารจากโรงอาหารในหลายวันที่ผ่านมาทำให้เธอกินจนเลี่ยนแล้ว เฉินเสวี่ยครุ่นคิดว่าเธอทำอาหารคงจะดีกว่า แม้ว่าเวลาที่เธอไปตักอาหารในโรงอาหารจะระมัดระวังพอสมควร แต่ตอนนี้เนื้อในโรงอาหารต่างเป็นเนื้อไขมันก้อนใหญ่หรือไม่ก็เป็นลูกชิ้นเนื้อก้อนใหญ่ลูกมันเยิ้ม ใครใช้ให้คนสมัยนี้คิดว่าเนื้อไขมันมันดีล่ะ ตอนนี้บ้านก็ถือว่าทำความสะอาดหมดแล้ว เธอสามารถดูแลข้าวของภายในบ้านให้เป็นอย่างก่อนหน้านี้ก็พอและสามารถเริ่มต้นคิดวิธีหารายได้ได้แล้ว อย่างน้อยต้องหาเงินในส่วนค่าอาหารของตัวเองออกมาให้ได้ 

การหาเงินในยุคนี้โดยพื้นฐานล้วนแล้วแต่อาศัยเป็นเงินเดือน ประกาศนียบัตรระดับชั้นมัธยมศึกษาของร่างเดิมนี้ก็นับได้ว่าเป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง ในยุคนี้ถือได้ว่าเป็นวุฒิการศึกษาระดับสูง เพราะตอนนี้เพิ่งจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียงแค่สามปีเท่านั้น ตอนนี้ยังนับว่าไม่มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการเลยด้วย ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ทำงาน หนึ่งเป็นเพราะร่างเดิมเอาแต่อ้างว่าจะทบทวนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่อน ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดแคลนจนต้องให้เธอไปหาเงินเช่นนั้นจึงย่อมไม่สนใจเป็นธรรมดา สองเป็นเพราะเธอติดตามมาเข้าร่วมกองทัพ มายังสถานที่แห่งใหม่ นอกจากนี้ที่นี่ยังอยู่ห่างจากปักกิ่งค่อนข้างไกล ต่อให้ที่บ้านอยากจะช่วยเธอหาเส้นสายก็คงไม่ได้รวดเร็วขนาดนั้น หากจะให้คนในกองทัพช่วยดูแล ญาติและครอบครัวในชุมชนทหารนี้คนไม่มีงานก็มีมาก นอกจากนี้ตำแหน่งงานที่สามารถจัดหาให้ได้ก็มีจำกัด ล้วนเป็นงานที่ต้องใช้กำลังไม่เหมาะที่จะให้เฉินเสวี่ยไปทำ 

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ร่างเดิมคนนั้นจึงอยู่ในสภาพคนเร่ร่อน 

ถ้าเป็นร่างเดิมอาจจะสามารถเป็นสะใภ้ทหารแบบนี้ไปตลอด ปล่อยให้หลัวต้าอวี่เลี้ยงดูและกินเงินเดือนของเขาแค่คนเดียว แต่เฉินเสวี่ยในตอนนี้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เดิมทีเธอก็เป็นคนที่อยู่เฉยไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการหาเงินเพื่อมาพัฒนาเปลี่ยนแปลงชีวิตในตอนนี้เพียงอย่างเดียว เธอไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นแมลงที่เอาแต่กินเพื่อรอวันตาย ยิ่งไปกว่านั้นในความคิดของเธอ ตอนนี้เธอกับหลัวต้าอวี่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย และเธอเองก็ไม่ต้องการใช้เงินของผู้ชายคนนี้ด้วย  

ถ้าไม่ใช่เพราะหลายวันที่ผ่านมาต้องเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เธอคงจะเริ่มคิดเรื่องเกี่ยวกับการหาเงินไปนานแล้ว 

แต่ทว่าเฉินเสวี่ยเองก็ไม่ได้คิดที่จะหางานแบบประจำถาวร การหางานในยุคสมัยนี้ไม่เหมือนกับชีวิตในโลกก่อนหน้านี้ของเธอที่เพียงแค่ส่งประวัติส่วนตัวไปทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว บนอินเตอร์เน็ตมีบริษัทต่างๆ ที่กำลังหาจ้างคนอยู่ทุกที่ทุกเวลา ตอนนี้หากอยากเข้าทำงานในองค์กรแบบทางการองค์กรหนึ่งต่างจำเป็นต้องไหว้วานร้องขอคนอื่นให้ช่วย เธอจะสามารถร้องขอใครให้ช่วยได้? ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวก็ต้องเป็นหลัวต้าอวี่ เธอไม่อยากจะติดหนี้บุญคุณของหลัวต้าอวี่คนนี้ ยิ่งกว่านั้นเมื่อมองท่าทางของผู้ชายคนนี้จากในความทรงจำแล้วเธอไม่สามารถเอ่ยปากขอให้เขาช่วยได้เลยจริงๆ ส่วนคนในครอบครัวนั้น ถึงอย่างไรตอนนี้ก็อยู่ห่างกันมาก แม้ว่าชีวิตของพวกเขาในปักกิ่งนับว่าไม่เลวนัก แต่ฝั่งหนึ่งอยู่ทางเหนือฝั่งหนึ่งอยู่ทางใต้ ห่างกันไกลขนาดนี้นับว่าเป็นการสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นเฉินเสวี่ยยังคงมีอุปสรรคทางจิตใจอยู่เล็กน้อยคือเธอไม่ใช่ร่างเดิมคนนั้น ในเมื่อไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเอ่ยขอให้พวกเขาช่วยเหลืออย่างสบายอกสบายใจได้ 

นอกจากนี้ในโลกก่อนหน้านี้เธอก็เคยชินกับอาชีพอิสระไปแล้ว ทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบยังพอจะมีแรงบันดาลใจที่จะทำให้นอนดึกได้บ้าง แต่ถ้าจะให้เธอไปทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นแบบนั้นทุกวัน จริงสิ ในยุคนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์แบบคู่ด้วย หนึ่งสัปดาห์หยุดพักหนึ่งวัน ถูกคนอื่นควบคุม ต้องทำงานตามขั้นตามตอนอะไรแบบนั้น เธอทำไม่ได้จริงๆ เธอค่อนข้างอยากจะพึ่งพาฝีมือของตัวเองในการทำการค้าขาย สะสมเงินทุนแล้วค่อยทำเป็นธุรกิจ ตอนนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของสายลมแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจไม่ใช่เหรอ เมื่อก่อนเธอก็เคยได้ยินตำนานว่ามีคนในยุคแปดศูนย์เก้าศูนย์จำนวนมากที่ใจกล้าลงทะเลไปหาเงินหาทองได้จำนวนมหาศาล ไม่รู้ว่าคราวนี้ตัวเองจะสามารถกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของตำนานเหล่านี้ได้บ้างนะ ไม่แน่ว่าไม่กี่ปีข้างหน้าเธออาจจะกลายเป็นตำนานนักธุรกิจเหมือนกับคุณพ่อแจ็คหม่าขึ้นมาก็ได้  

เฉินเสวี่ยนั่งวางแผนอยู่ตรงโต๊ะทำงานในห้อง นี่ก็เป็นนิสัยเคยชินเวลาที่เธอทำงานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรจะต้องแบ่งแยกขั้นตอนออกเป็นส่วนๆ วางแผนการอย่างละเอียด จากเป้าหมายใหญ่แบ่งออกเป็นเป้าหมายเล็กๆ ทำให้เสร็จไปทีละอย่างๆ ซึ่งมันประสบผลสำเร็จมากยิ่งกว่าพวกที่คิดขึ้นได้เมื่อไหร่ใส่เกียร์ลุยเมื่อนั้นเหล่านั้นเสียอีก 

 

------ 

[1] บรรจุภัณฑ์แบบหมอนเต็ดตรา แพ้ค เป็นบรรจุภัณฑ์ใส่นมประเภทหนึ่งที่เป็นกล่องคล้ายๆ กับหมอน ซึ่งคำว่าเต็ดตรา แพ้คเป็นชื่อบริษัทแรกๆ ที่ผลิต 'กล่องนม' ออกสู่ตลาด เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลก 

ความคิดเห็น