facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

นอกจากจะต้องข้ามเวลามาอยู่ในยุคไดโนเสาร์ที่แสนกันดารแล้ว ยังต้องได้สามีสุดหล่อที่เกลียดร่างนี้เข้ากระดูกดำพ่วงติดมาด้วยอีก ชีวิตเธอจะมีอะไรที่ซวยกว่านี้อีกมั้ย

ตอนที่ 2 ลดน้ำหนัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ลดน้ำหนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ลดน้ำหนัก
แบบอักษร

จริงสิ ยังไม่รู้เลยว่าร่างเดิมร่างนี้หน้าตาเป็นยังไง เมื่อนึกได้แบบนี้เธอจึงก้มลงมองเสื้อผ้าของตนเอง เมื่อมองแล้วพบว่าสิ่งนี้ยังไม่น่ากังวลเท่าไหร่ สิ่งแรกที่เธอมองเห็นคือก้อนเนื้อกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ที่ปูดนูนออกมาจากตรงกลางท้อง ทั้งยังพับจนเป็นชั้นๆ เป็นรูปร่างแบบมิชลินมาตรฐานเลยทีเดียว นี่มัน นี่มันคงจะเป็นห่วงยางว่ายน้ำในตำนานเลยใช่ไหม เฉินเสวี่ยลองบีบๆ ดู สัมผัสที่นุ่มนวลเป็นความรู้สึกที่ยากเกินบรรยายได้ ของแบบนี้เมื่อก่อนเธอเห็นแต่อยู่บนตัวของคนอื่นยังไม่เคยได้รู้สึกและสัมผัสสิ่งนี้ด้วยตัวของตัวเองมาก่อนเลย 

เธออยากจะลุกขึ้นยืนไปส่องกระจกอีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าแค่การยืนยังจะต้องใช้เวลาไปนานกว่าหลายวัน เธอยังไม่คุ้นเคยกับร่างกายของตัวเองที่หนักมากขนาดนี้ ทั่วทั้งร่างกายยังคงปวดอยู่เล็กน้อยคาดว่าน่าจะเป็นเพราะเมื่อครู่นี้นอนขดอยู่บนโซฟานานเกินไป 

เฉินเสวี่ยหากระจกบานหนึ่งเจอในห้องน้ำ ติดอยู่บนผนังกำแพงของห้องน้ำ ทันทีที่เธอเดินเข้าห้องน้ำไปก็มองเห็นทันที เมื่อได้มองมันก็ทำให้ภายในจิตใจของเฉินเสวี่ยจมดิ่งลงไป รูปร่างของหญิงสาวที่อยู่ในกระจกคนนี้น่าเวทนาเกินกว่าที่จะทนดูได้ เนื้อตัวอวบอ้วนยังไม่พอ บนใบหน้ายังเต็มไปด้วยเนื้อหนัง ใบหน้าขนาดใหญ่ที่อวัยวะทั้งห้าเบียดชิดกันอยู่ตรงกลาง ดวงตานั้นถูกเนื้อแก้มเบียดจนแทบจะไม่มีแล้ว หากสามารถพูดอะไรที่ช่วยปลอบใจได้บ้างก็คงจะเป็นผิวที่ดูแล้วเหมือนจะค่อนข้างใช้ได้ ไม่มีสิวแล้วก็ไม่มีหลุมอะไร มองแล้วแลดูเนียนเกลี้ยงเกลา แต่ว่าความเรียบเนียนนี้กว่าครึ่งคาดว่าจะเป็นความเนียนจากเนื้อที่บีบแออัดกัน เฉินเสวี่ยทำได้เพียงปลอบใจตัวเองอยู่ภายในใจ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร คนอ้วนทุกคนล้วนเป็นหุ้นที่มีศักยภาพ 

แต่สิ่งที่ทำให้เธอทนไม่ได้มากที่สุดคือเส้นผมที่มันเยิ้มของหญิงสาวคนนี้ แทบจะพันกันเป็นก้อนแล้ว เดิมทีเฉินเสวี่ยก็เป็นคนที่รักสะอาดและใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ มาเห็นเกียรติของตนเองในตอนนี้ ปัญหารูปลักษณ์ของร่างกายเป็นปัญหาระยะยาวไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที แต่สุขอนามัยถูกคนๆ นี้ทำเสียจนกลายเป็นแบบนี้มันทำให้ยากที่จะทนได้จริงๆ 

เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดใจอยู่ไม่เป็นสุข คิดว่าจะไปอาบน้ำก่อน ยังไงก็ต้องอาบน้ำล้างตัวของตัวเองให้สะอาดก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องอื่นๆ ทีหลัง แต่เมื่อออกจากห้องน้ำเธอถึงได้สังเกตเห็นว่าห้องนั่งเล่นยังรกสกปรกอยู่เลย บนพื้นมีเปลือกเมล็ดแตงโมและเปลือกแอปเปิ้ลถูกโยนทิ้งเอาไว้ บนตู้ขนาดเล็กที่ใช้เป็นที่วางน้ำชายังมีอาหารสองจานกับน้ำซุปหนึ่งหม้อวางอยู่ซึ่งต่างถูกกินไปกว่าครึ่งแล้ว ตอนนี้เป็นฤดูร้อน นี่เดาว่าคงจะวางไว้กว่าครึ่งวันแล้วเพราะมีกลิ่นที่ไม่น่าอภิรมย์โชยออกมาแล้ว 

ได้ ทำความสะอาดห้องก่อนแล้วกัน ทำเสร็จแล้วค่อยไปอาบน้ำถึงจะรู้สึกสดชื่น 

เฉินเสวี่ยถอนหายใจ ก่อนจะจัดการเก็บอาหารบนโต๊ะก่อน เอาวางไว้ด้านนอกนานขนาดนี้คงจะกินไม่ได้แล้ว ทว่าเมื่อมองๆ ดูแล้วภายในบ้านก็ไม่มีตู้เย็นเช่นกัน อาหารพวกนี้จึงถูกเททิ้งทั้งหมด เธอจัดการเช็ดโต๊ะน้ำชาแล้วก็กวาดพื้นห้อง เมื่อเดินผ่านประตูห้องเข้าไปเห็นว่าผ้าห่มที่อยู่ด้านในยังไม่ได้พับเก็บเลยจึงเดินเข้าไปพับผ้าห่ม ขณะที่กำลังพับอยู่ยังพบว่าผ้าปูที่นอนมีรอยเปื้อนของรอยเลือดจางๆ อยู่ด้วยจึงถอดผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมเอาออกไปเปลี่ยนซักอย่างจำใจ ในยุคที่ไม่มีเครื่องซักผ้าแบบนี้ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะฟื้นฟูทักษะการซักผ้าในช่วงที่ตนเองฝึกทหารสามารถซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนกับปลอกผ้านวมจนสะอาดหมดจด ออกแรงบิดหมาดๆ แล้วตากแห้งไว้ที่ระเบียง ด้านล่างยังวางอ่างรองน้ำเอาไว้ด้วยสองอัน ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ไม่มีเครื่องซักผ้าย่อมปั่นแห้งไม่ได้ล่ะ? การใช้ชีวิตในยุคแปดศูนย์แบบนี้ยากลำบากมากจริงๆ  

ใช่ ยุคแปดศูนย์ เฉินเสวี่ยยืนยันมั่นใจแล้ว เมื่อครู่นี้ตอนทำความสะอาดห้องเธอเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะที่อยู่บนโต๊ะซึ่งเปิดไว้เป็นวันที่ 16 มิถุนายน 1982 ข้ามเวลาสักครั้งดันข้ามมาอยู่ในช่วงต้นของการเปิดและปฏิรูปประเทศ [1] แบบนี้ ภายในใจของเฉินเสวี่ยรู้สึกไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ เธอยังไม่ได้อยากจะใช้ประโยชน์จากสายลมแห่งการปฏิรูปในฤดูใบไม้ผลิแรกทำอะไรที่เป็นความเสี่ยงเพื่อความก้าวหน้าของยุคสมัยใหม่ เธอเป็นคนหลังยุคแปดศูนย์จริง แต่ว่าปี 1982 เธอยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ ไหนเลยจะรู้ว่ายุคนี้ที่แท้แล้วเป็นแบบนี้ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องซักผ้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือเลย สิ่งของเหล่านี้ใช้เวลานานกว่าสิบถึงยี่สิบปีให้หลังถึงได้เผยแพร่ขึ้นมา เธอมาอยู่ในยุคนี้เพื่อมาลำบากอย่างนั้นหรอ เธอก็แค่อดหลับอดนอนเร่งทำแปลนออกแบบอยู่ที่บ้านเท่านั้นถึงกับต้องได้รับรางวัลเป็นการข้ามเวลาแบบนี้เลยหรอ เมื่อเฉินเสวี่ยนึกถึง Loft [2] แสนสะดวกสบายของตัวเองแล้วอยากจะร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา จริงสิ แถมยังไม่มีแอร์ด้วย ในหน้าร้อนแบบนี้แอร์คือชีวิตของฉันเลยนะ 

ตอนนี้เก็บกวาดทำความสะอาดไปหนึ่งรอบ ทั้งยังต้องลากร่างกายอันหนักอึ้งแบบนี้รู้สึกได้เลยว่าในสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ทำให้ทั่วทั้งตัวของตนเองเปียกชุ่มไปหมด เฉินเสวี่ยคิดถึงเครื่องปรับอากาศเป็นที่สุด 

ในที่สุดบ้านก็ได้ถูกทำความสะอาดจนดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วนอีกหนึ่งห้องถูกล็อคอยู่ เฉินเสวี่ยผลักแล้วเปิดไม่ออก ภายในบ้านนี้ก็หากุญแจไม่เจอจึงตัดใจแล้วปล่อยมันไปเฉยๆ 

เธอมองห้องที่สะอาดขึ้นไม่น้อยแล้วพลางถอนหายใจด้วยความโล่งใจ พร้อมเตรียมตัวอาบน้ำ ร่างกายนี้ที่เดิมทีมีทั้งความมันทั้งเหงื่อ หลังจากเก็บกวาดทำความสะอาดแล้วยิ่งมีฝุ่นเพิ่มเข้ามาอีกทำให้ยากที่จะอดทนอดกลั้นได้จริงๆ 

หาเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอาบน้ำจากในตู้เสื้อผ้าออกมาสองสามชิ้น เฉินเสวี่ยเองก็ไม่ได้เลือกเพราะเสื้อผ้าพวกนี้ไม่มีอะไรให้น่าเลือกเลย ทั้งหมดมีกี่ตัวไม่ว่าแถมยังเป็นเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่และกางเกงสำหรับคนอ้วนแบบสไตล์ยุคแปดศูนย์ทั้งหมดด้วย 

พูดตามความจริงว่าอย่าไปเชื่อพวกเทคนิคแมทช์เสื้อผ้าบนอินเตอร์เน็ตพวกนั้นเลย การเลือกสีแบบชาญฉลาดให้มองแล้วรู้สึกผอมไปสิบกิโล ตอนเรียนมหาวิทยาลัยสิ่งที่เฉินเสวี่ยเรียนคือการออกแบบเสื้อผ้า หากต้องการบอกว่าผลจากการแมทช์เสื้อผ้าสามารถทำให้ดูผอมลงไปสองสามกิโล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าสามารถช่วยปรับความรู้สึกการมองเห็นให้ขยายจุดเด่น ซ่อนเร้นจุดด้อยยังนับว่าพอเชื่อถือได้ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคนอ้วนร่างใหญ่ที่หนักเกินกว่าเจ็ดสิบห้านั้น สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นเหมือนเมฆลอยไปลอยมา เพียงแค่อ้วนปุ๊บก็ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง 

อันที่จริงด้านในห้องน้ำก็ไม่มีที่สำหรับอาบน้ำ ทว่ามีติดตั้งหัวฝักบัวไว้แต่ไม่มีน้ำอุ่น แม้ว่าจะเป็นฤดูร้อนแต่เฉินเสวี่ยก็ไม่กล้าอาบน้ำเย็นเพราะแบบนี้ทำให้ร่างกายเย็น ประจำเดือนมาก็จะปวดท้องมาก แบบนั้นได้ทุกข์ทรมานแน่นอน 

หลังจากต้มน้ำร้อนสองหม้อผสมกับน้ำเย็นแล้วจึงจัดการสระผมก่อน น้ำดำๆ ที่ล้างออกมาพวกนั้นทำเอาเฉินเสวี่ยแทบจะทนมองไม่ได้ ร่างเดิมเธอนี่ยังไงนะ ผมแทบจะบีบเอาน้ำมันออกมาได้เป็นครึ่งแล้วยังไม่สระ? โชคดีที่ร่างกายไม่ได้สกปรกมากขนาดนั้นจึงใช้สบู่อาบถูเพียงสองรอบ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกคือเนื้อบริเวณหน้าท้องของเธอที่มีรอยพับรอยย่นอยู่ด้วยจริงๆ ต้องแยกมันออกแล้วล้างให้สะอาด วิธีการล้างแบบนี้เมื่อก่อนเธอจะได้พบเจอเพียงแค่ตอนกลับบ้านเกิดแล้วอาบน้ำให้หลานชายตัวอ้วนของเธอเท่านั้น 

ในที่สุดก็จัดการกับตัวเองจนสะอาดสะอ้านแล้ว เฉินเสวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวคู่กางเกงสีกากีสีเข้ม นั่งลงบนโซฟาตัวเล็กในห้องนั่งเล่นแล้วเริ่มคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป 

เมื่อค้นดูความทรงจำผ่านๆ อีกครั้งก็พบว่านับตั้งแต่พวกเขาทั้งสองคนแต่งงานกันหลัวต้าอวี่ไม่เคยสัมผัสแตะต้องตัวเธอเลย ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย แต่อย่างน้อยเฉินเสวี่ยก็สามารถโล่งใจได้ที่ไม่จำเป็นต้องร่วมเตียงนอนกับผู้ชายที่ไม่คุ้นเคย ในยุคปัจจุบันเธอเองก็เคยมีแฟนมาหลายคน ชื่นชมความรักความรู้สึกที่ไม่มีการฝืนอกฝืนใจ สำหรับการต้องนอนร่วมเตียงเพื่อภาระหน้าที่สามีภรรยาที่ติดตัวร่างเดิมมาด้วยอะไรแบบนั้น ขอบคุณด้วยความเคารพ เธอไม่มีทางทำอย่างเด็ดขาด 

โดยปกติแล้วเมื่อหลัวต้าอวี่กลับมาจะนอนในห้องที่ถูกล็อกประตูไว้ห้องนั้น ด้านในนั้นตัวของร่างเดิมเองก็ไม่เคยเข้าไปมาก่อน ไม่รู้ว่าด้านในตกแต่งอย่างไร อย่างไรเสียเฉินเสวี่ยก็ไม่สนใจ เข้าไปไม่ได้ก็ดีจะได้ไม่ต้องทำความสะอาด ล็อกไว้แล้วไม่เห็นก็จะไม่รำคาญใจ ไม่อย่างนั้นเผื่อเห็นว่าด้านในรกยุ่งเหยิงขึ้นมาเธอเกรงว่าถ้าโรคย้ำคิดย้ำทำของตัวเองกำเริบขึ้นมาคงได้ปีนหน้าต่างเข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาด แต่ในความทรงจำหลังจากแต่งงานแล้วหลัวต้าอวี่เป็นคนทำความสะอาดบ้านตลอด เดาว่าผู้ชายคนนี้คงจะไม่ปล่อยให้ห้องของตัวเองรกหรอก ในกองทัพมีข้อกำหนดเกี่ยวกับกิจการภายในไม่ใช่หรอ ผ้าห่มต้องพับให้เป็นก้อนเต้าหู้อะไรทำนองนั้น เธอทำไม่ได้จริงๆ  

ตอนนี้เฉินเสวี่ยแก้ปัญหาของตัวเองก่อนดีกว่า ยังไงซะก็มาถึงที่โลกนี้แล้ว แม้จะไม่รู้ว่าทำไมแต่ก็ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ให้มันสุดติ่งไปเลย กฎเกณฑ์ชีวิตของเฉินเสวี่ยคือทุกที่ทุกเวลาต้องใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและเป็นตัวของตัวเอง แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยมากมาย แต่ว่าก็มีข้อดีในแบบของมัน ในเมื่อตอนนี้เป็นช่วงต้นของยุคเปิดและปฏิรูปเศรษฐกิจ เฉินเสวี่ยอยากจะทำงานศิลปะที่เข้าถึงคนเป็นของตัวเอง นักออกแบบระดับชั้นนำ ไม่ว่ายังไงต้องหาเวทีของตัวเองเจออย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตามสำหรับความสัมพันธ์สามีภรรยาเธอยังไม่รีบร้อนที่จะแก้ไข ถ้าหากแก้ไขแล้วเกิดความรักความรู้สึกขึ้นมา เธอคงจะไม่สามารถเป็นอิสระได้แบบนี้แล้ว ทางที่ดีที่สุดขอให้สุดท้ายผู้ชายคนนี้ทำเรื่องนอกใจมีชู้ขึ้นมาแล้วเป็นฝ่ายขอหย่ากับเธอเอง เธอจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยทำผิดพลาดอะไร แต่เธอหย่าร้างถูกทอดทิ้ง พ่อแม่และพี่ชายคงจะไม่มีทางโกรธอะไรเธอแล้ว พอดีแถมเธอยังสามารถใช้เหตุผลนี้บอกว่าตนเองหมดความศรัทธาเชื่อถือในการแต่งงานแล้ว ต่อจากนี้ไปไม่อยากแต่งงานอีกแล้ว เมื่อก่อนครอบครัวต่างตามอกตามใจเธอมากขนาดนั้นคงจะไม่มีทางบังคับให้เธอแต่งงานให้ได้หรอก ซึ่งเธอยังสามารถเดินบนเส้นทางไม่แต่งงานของตนเองต่อไปได้ด้วย 

ส่วนเรื่องที่หลังจากหย่าไปแล้วหลัวต้าอวี่จะถูกตระกูลเฉินแก้แค้นหรือไม่นั้นเฉินเสวี่ยไม่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรเสียเธอก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีคนนี้อยู่แล้ว ถ้าหากเขาถูกล้างแค้นก็พอดี ถือเสียว่าเป็นการแก้แค้นให้กับร่างเดิม ใครใช้ผู้ชายคนนี้เย็นชากับเมียของตัวเองขนาดนั้น ถ้าหากเขายอมเปลี่ยนแปลงสักน้อย ปฏิบัติต่อร่างเดิมให้ดีกว่านี้อีกหน่อย ไม่แน่บางทีอาจจะทำให้ร่างเดิมเองก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วยก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่มีทางทำให้ร่างเดิมเจ็บปวดทรมานจนสลบตายไปเป็นผลให้ตนเองถูกดึงมาที่โลกนี้แบบนี้ 

เฉินเสวี่ยครุ่นคิดเกี่ยวกับอนาคตที่มีอิสระเสรีอยู่ครู่หนึ่งพลางตบๆ หน้าตัวเอง จัดการที่อยู่ตรงหน้าก่อนเถอะ ภารกิจสำคัญอันดับแรกของเธอในตอนนี้คือต้องกำจัดไขมันทั่วทั้งตัวของตนเองออกไป เธอคุ้นชินกับการได้เห็นเส้นกล้ามหน้าท้องเล็กๆ ของตัวเองไปแล้ว สภาพตอนนี้ รูปร่างห่วงยางว่ายน้ำแบบนี้เธอรับไม่ได้จริงๆ 

เดิมทีตัวของเฉินเสวี่ยเองถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายคนหนึ่ง ทุกสัปดาห์ก็มักจะไปเสียเหงื่อที่ฟิสเนสอยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าตอนนั้นจุดประสงค์หลักของเธอคือการสร้างรูปร่างไม่เหมือนตอนนี้ที่ต้องลดไขมันเป็นหลัก แต่เกี่ยวกับทฤษฎีการออกกำลังกายลดไขมันเธอเองก็มีอยู่ไม่น้อย เมื่อก่อนมีเพื่อนสนิทที่เล่นด้วยกันคนหนึ่งเพราะผิดหวังจากความรักจึงทำให้เป็นโรคบูลิเมีย [3] ซึ่งกลายเป็นคนอ้วนมากภายในเวลาไม่นานเหมือนโดนเป่าลม เธอเห็นด้วยตาของตัวเองว่าเพื่อคนนั้นเปลี่ยนจากสาวน่ารักที่อวบนิดๆ กลายเป็นคนอ้วนที่หนักถึงเจ็ดสิบห้ากิโล จากนั้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปีก็ผอมลงมาถึงสี่สิบกิโล ทั่วทั้งตัวแห้งเหมือนผักขาดน้ำ นอกจากนี้ยังเพราะอดอาหารมากจนเกินไปจนเกิดอาหารซึมเศร้าแถมยังเป็นบูลิเมียขึ้นรุนแรง ต่อมาน้ำหนักก็ดีดกลับไปที่เจ็ดสิบห้าอีกครั้ง จนกระทั่งต่อมาเพื่อนสนิทของเธอสองสามคนตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเธอด้วยกัน กินและอยู่ด้วยกัน ออกกำลังกายเป็นเพื่อนเธอ ช่วยเธอคลายความเครียด หนึ่งในเพื่อนสนิทเหล่านั้นมีคนหนึ่งเป็นโค้ชฟิสเนสที่มีชื่อเสียงมากเคยมาแนะนำบอกกล่าวพวกเขาว่าเมื่อต้องการลดน้ำหนักควรจะวางแผนการออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างไร ในที่สุดเพื่อนคนนี้ก็ผอมลงจนน้ำหนักอยู่ที่ห้าสิบกิโล แต่รูปร่างผอมเพรียวเรียวยาว หุ่นเปลี่ยนเป็นดูดีมาก ขาเรียวยาวบั้นท้ายเล็กอารมณ์ก็เปลี่ยนกลับมาสดใสร่าเริงอีกครั้ง ทั้งยังได้รางวัลเป็นความรักครั้งใหม่ด้วย 

เพราะมีประสบการณ์จากการเป็นผู้ชมนี้อยู่เฉินเสวี่ยถึงรู้ว่าอยากสดความอ้วนไม่สามารถพึ่งพาเพียงการลดอาหารอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการออกกำลังกายด้วยซึ่งมีเพียงแค่การออกกำลังกายตามหลักวิทยาศาสตร์คู่กับการควบคุมอาหารอย่างเหมาะสมถึงจะสามารถได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้การอดอาหารแบบสุ่มสี่สุ่มห้าสามารถมีโอกาสทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ แม้ว่าน้ำหนักจะลดลงแต่ก็ไม่แข็งแรง เฉินเสวี่ยอยากมีรูปร่างผอม แต่ต้องเป็นความผอมที่แข็งแรง เธอไม่อยากกลายเป็นคนงามแบบป่วยๆ 

การออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือต้องมีแอโรบิคกับการฝึกพละกำลังของร่างกายประสานกัน ตอนนี้ร่างกายของเธอหนักมากขนาดนี้ถ้าหากวิ่งคงทำให้เกิดอาการปวดเข่าเอาได้ง่ายๆ ว่ากันว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ดีที่สุดคือการว่ายน้ำ พอดีตอนนี้เป็นฤดูร้อน แถมทางนี้ก็เป็นทางใต้ ช่วงนี้ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งคงจะไม่หนาวแถมยังสามารถคลายร้อนได้ด้วย 

สำหรับการฝึกพละกำลังเมื่อก่อนเฉินเสวี่ยเองทำอยู่บ่อยๆ แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่มีอุปกรณ์ที่เป็นทางการอะไร แต่เธอยังมีการเคลื่อนไหวด้วยมือเปล่าอีกหลายอย่างที่สามารถทำได้ ยกตัวอย่างเช่นลุกนั่ง วิดพื้น ยกสะโพกอะไรทำนองนั้น 

เพียงไม่นานเฉินเสวี่ยก็จัดแผนการฝึกของตนเองเรียบร้อย จากในความทรงจำของร่างเดิมเธอพอจะรู้ว่าทุกวันสระว่ายน้ำของค่ายทหารที่นี่เปิดถึงหกโมงเย็น เธอตัดสินใจแล้วว่าทุกวันตอนเช้าจะเล่นโยคะ ยืดกล้ามเนื้อกระดูกทุกเช้าวันละครึ่งชั่วโมง จากนั้นช่วงเช้าและช่วงบ่ายจะเข้าสู่การฝึกพละกำลังซึ่งเวลาไม่จำเป็นต้องนานเกินไป หนึ่งครั้งสิบห้านาทีก็โอเคแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเข้มข้นมากหน่อยแบบนี้สามารถเพิ่มศักยภาพของร่างกายได้ดีที่สุด เพิ่มความเร็วในการเผาผลาญ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตกล้ามเนื้อ ส่วนเรื่องที่จะสร้างกล้ามเนื้ออะไรพวกนั้นด้วย เฉินเสวี่ยกล่าวได้เลยว่า อย่าได้กังวลไป เพราะเดิมทีสาเหตุจากระดับฮอร์โมนของผู้หญิงก็ทำให้ไขมันเติบโตง่าย กล้ามเนื้อเติบโตยากอยู่แล้ว พวกกล้ามใหญ่แบบของพวกผู้ชายนั้นต้องใช้เวลาแช่อยู่ในฟิสเนสทุกวันวันละหลายชั่วโมง แถมยังต้องกินโปรตีนที่จืดชืดไร้รสชาติหลายอย่างถึงได้ออกมาแบบนั้น ไม่ใช่ว่าวิดพื้นอยู่ที่บ้านสามสี่ครั้งก็สามารถมีกล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามแขนได้ 

เวลาไม่เคยคอยท่า ในเมื่อตอนนี้ทำแพลนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฉินเสวี่ยไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองหาอะไรมาเป็นข้ออ้างในการเริ่มต้นฝึกฝนที่สมบูรณ์ของตัวเองในวันพรุ่งนี้เช้า ตอนนี้จึงเริ่มเตรียมตัวสำหรับการลดน้ำหนัก 

เนื่องจากวันนี้ตื่นขึ้นมาก็ช่วงบ่ายแล้ว บวกกับเก็บกวาดจัดระเบียบบ้าน อาบน้ำ จัดเรียงความทรงจำ เฉินเสวี่ยมองดูเวลาเห็นว่าเป็นเวลากว่าบ่ายสี่โมงแล้ว เธอจึงออกกำลังกายเล็กน้อยแล้วตรงไปที่สระว่ายน้ำเลย เฉินเสวี่ยหาชุดกีฬาและชุดว่ายน้ำออกมาจากตู้เสื้อผ้า จัดเตรียมของที่อีกเดี๋ยวจำเป็นต้องใช้สำหรับการไปว่ายน้ำให้เรียบร้อย ถึงแม้ว่าวันนี้จะอาบน้ำไปแล้วหนึ่งครั้ง หลังจากว่ายน้ำแล้วยังต้องอาบอีก แต่เฉินเสวี่ยก็ไม่มีทางเอาตัวเองออกไปทั้งที่ผมมันแพลบแบบนั้นอย่างแน่นอนแค่คิดก็รู้สึกไม่ดีแล้ว อีกทั้งอีกเดี๋ยวเธอยังต้องออกกำลังกายอีกต้องเหงื่อแตกทั้งตัวแน่นอน ค่อยไปว่ายน้ำพอดี 

 

------ 

[1] การเปิดและปฏิรูปประเทศ เป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน เป็นนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เป็นสังคมนิยมในแบบจีน ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1978 โดยนักปฏิรูปภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่นำโดยเติ้ง เสี่ยวผิง 

[2] Loft เป็นสไตล์การตกแต่งบ้านแบบหนึ่ง มีจุดเด่นตรงที่ใช้อาคารที่มีความกว้าง เพดานสูง ส่วนตัวอาคารมักตกแต่งด้วยอิฐสีส้ม ปูนเปลือย ท่อเหล็ก และการเดินสายไฟโชว์ตามผนังแบบไม่ต้องซ่อนไว้ใต้ฝ้าหรือหลังกำแพง 

[3] โรคบูลิเมีย (Bulimia nervosa) เป็นภาวะผิดปกติทางพฤติกรรมการทานอาหารที่เกี่ยวเนื่องกับจิตใจ มักพบในคนหนุ่มสาวที่มีความกังวลเกี่ยวกับรูปร่าง กลัวอ้วน ดังนั้นเมื่อทานอาหารเสร็จจะรู้สึกผิด จึงต้องหาทางเอาอาหารเหล่านั้นออกด้วยการล้วงคอลดน้ำหนักตัวเอง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่การลดน้ำหนักที่แท้จริง 

ความคิดเห็น