ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 31 รับผิดชอบเอง

ชื่อตอน : บท 31 รับผิดชอบเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.3k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2563 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 31 รับผิดชอบเอง
แบบอักษร

เจอาร์เดินหน้านิ่งกลับมาหลังพาจางเหว่ยและภรรยาไปพักที่บ้านอีกหลังซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เขาหยุดฝีเท้าเหลือบมองเจ้านายและไอเดียร์อย่างลังเล

 

"นายท่านสั่งให้มารับนายน้อยครับ"

 

"ไม่ได้นะ! ฉันไม่ไว้ใจแม่นาย" ไอเดียร์ตอบเจอาร์ทันควัน ก่อนหันมาสบตาชาริประโยคหลัง แม้เหมือนแพรจะยืนยันว่าเธอไม่ทำร้ายริกเตอร์ก็ตาม แววตาเริ่มสั่นระริกเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอกังวลใจ

 

"ม๊าฉันไม่ทำอะไรหลานหรอก" มาเฟียหนุ่มบอกกับเธอให้วางใจก่อนอุ้มลูกชายส่งให้เจอาร์ เรื่องเลือดเนื้อเชื้อไขสำคัญขนาดไหนเขารู้ใจแม่ตัวเองดี

 

"นี่นาย! ริกลูกฉันนะ" ไอเดียร์ตามท้วงสิทธิ์ของเธอ

 

"ริกก็ลูกฉัน"

 

"อย่างน้อยนายก็น่าจะถามฉันบ้าง ว่าเต็มใจให้ลูกไปไหม"

 

"ฉันกับเธอยังมีเวลาอยู่กับลูกตลอดชีวิต ส่วนป๊ากับม๊านานๆทีมาเจอหลาน" แม้ประโยคนั้นจะเต็มไปด้วยถ้อยคำเรียบเฉย ในขณะเดียวกันเหมือนสารกระตุ้นให้หัวใจของดวงน้อนเต้นสั่นแรงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไอร้อนแผ่ซ่านทั่วใบหน้าพานให้พวงแก้มเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อ ...ตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ

 

"นายกับคุณไอเดียร์จะออกไปเล่นริมทะเลไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่างแดดกับลมข้างนอกคงไม่เหมาะกับนายน้อย" เจอาร์พูดเร่งเร้าช่วยไอเดียร์ตัดสินใจ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มคล้อยตามยอมลดสีหน้าคัดค้านลงอัตโนมัติ

 

คงเป็นตามมือขวาของชายหนุ่มพูด เธอคงไม่สามารถพาลูกน้อยออกไปตากลมเล่นได้เต็มที่ เพราะแสงแดดด้านนอกเริ่มเจิดจ้าบวกกับลมทะเลที่ค่อนข้างแรง เสียงคลื่นลมซัดสาดเรียกให้ไอเดียร์ลงไปวิ่งเล่นโต้คลื่นน้ำ

 

"ก็ได้~" หญิงสาวเสียงอ่อนลง

 

"แล้วม๊าจะพาริกมาส่งกี่โมงล่ะ ได้ถามหรือเปล่า" ชาริทละสายตาจากไอเดียร์ไปรอคำตอบจากลูกน้อง

 

"ไม่เกินห้าโมงเย็น"

 

"อืม งั้นก็อยู่ดูแลริกที่นั่นเลย ค่อยกลับมาพร้อมกัน" มาเฟียหนุ่มสั่งการลูกน้อง ก่อนปลีกตัวไปทานข้าวกับหญิงสาวจากนั้นพาเธอออกไปเดินเล่นริมทะเล เพราะเขาเองก็อยากออกไปเดินสูดเอาโอโซนบริสุทธิ์ด้านนอก

 

แสงแดดจ้าถูกบรรเทาด้วยลมเย็นเหนือพื้นน้ำ ผมยาวสวยปลิวไสวไปตามแรงลมในยามเจ้าของร่างอรชรเดินโต้ทิศทางลม ไอเดียร์กวาดสายตามองชายฉกรรจ์หลายสิบคนยืนประจำจุดอยู่ไม่ไกล จากนั้นไล่สายตาเอียงกลับมาแหงนมองเสี้ยวหน้าคมของชาริท

 

"นี่นายใบ้รับประทานเหรอ" เธอชวนเขาพูดคุยทำลายบรรยากาศจืดชืด ข้อเสนอเหมือนแพรลอยเข้ามาในหัวอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของชาริท ประโยคชั่วครู่เรียกให้เขาเพียงปลายหางตามมอง ทว่าไม่ได้ตอบกลับ

 

"..."

 

"จะว่าไป ข้อเสนอแม่นายก็น่าสนนะ"

 

"..." สองขายาวราวกับนายแบบชะลอลงๆเรื่อยก่อนหยุดอยู่กับที่ ไอเดียร์ที่กำลังเดินนำเป็นอันต้องรีบหยุดฝีเท้าแล้วเอี้ยวตัวกลับอธิบายต่อ หากเธอสังเกตเพียงสักนิดจะเห็นว่าชายหนุ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน

 

"นายจะได้ไม่อึดอัดไง"

 

"อยากหาพ่อให้ลูกฉันก็พูดตรงๆเถอะ" เพียงแค่จินตนาการว่าติวเตอร์อุ้มลูกตัวเองโดยมีไอเดียร์ยืนเกาะแขนอีกข้าง ก็อยากแทรกกลางแล้วยกเท้าตะบันหน้าหล่อๆนั่น

 

"เอ้า! ประโยคไหนที่ทำให้นายเข้าใจแบบนั้น" ดวงตากลมหรี่ลงอย่างจับผิด อยู่ดีๆชาริทก็มาพาลหาเรื่องกัน

 

"แค่คิดก็คันตีน"

 

"โว้ะ! เป็นอะไรของนายเนี่ย" ไอเดียร์ส่ายหน้าเอือมระอาแล้วเดินต่อไป หยุดใต้ร่มเงาจากต้นมะพร้าว ก่อนคนตัวโตจะรีบไปทิ้งตัวนั่งลงพื้นอย่างไม่ถือตัว

 

"นายรออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันไปซื้อไอติมกะทิมาเผื่อ"

 

"ฉันไม่... เฮ้ย ยัยจู้นจ้าน" เขาบ่นตามหลัง ครั้นจะห้ามปราบคนตัวเล็กก็จ้ำอ้าวออกไปอย่างไว เจ้าพ่อมาเฟียจากแดนไต้หวันจะมานั่งทานของหวานที่ผู้หญิงชอบทานอย่างงั้นเหรอ แค่คิดก็ขนลุกแทนตัวเองในภาพจินตนาการ

 

พอหันไปอยากตำหนิ ตอนนี้เธอก็ยืนยิ้มร่าสั่งไอศครีมกะทิถ้วยกะลากับแม่ค้าอย่างคล่องแคล่ว รอเพียงไม่นานนักไอเดียร์ก็กลับมาพร้อมไอศรีมกระทิสองถ้วย เนื้อเย็นๆหอมกลิ่นกะทิบวกกับถั่วลิสงคั่วกำลังดีโรยข้างบน เยาะนมข้นจืดนิดหน่อยพานให้หญิงสาวแทบน้ำลายสอ

 

"อ่ะ" เธอยื่นให้พร้อมนั่งลงพื้นทรายข้างๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับเอาจึงยื่นเข้าหาแทบเฉียดใบหน้าคม ไอเย็นของมันทำให้ชาริทรีบเอียงหน้าหลบ ตวัดสายตาดุให้แทนการรับ

 

"ฉันไม่ทานของหวาน" เขาดันข้อแขนเรียวออกห่าง

 

"อ้าว ฉันอุตส่าห์เลี้ยง" ไอเดียร์หน้าจ๋อยวางกะลาไอศครีมในมือลงพื้นด้วยความเสียดาย แล้วหันไปนั่งทานของตัวเองต่อเพราะอาการร้อนจัดส่งผลให้ของโปรดในมือเริ่มละลาย ประเดี๋ยวหมดอร่อยกันพอดี

 

"ทานดีๆ" ชาริทปลายหางตามอง เส้นผมยาวปรกลงข้างใบหน้าในยามที่เธอก้มตักไอศรีมเข้าปาก แทบจะเปื้อนติดเส้นผมอยู่รอมร่อ

 

"ก็ฉันลืมยางรัดผมนิ" ไอเดียร์ตอบกลับ ยังตั้งหน้าตั้งตาทานต่อ

 

"เกะกะ" สิ้นประโยครำคาญ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปเมื่อจู่ๆชาริทก็เอียงตัวใช้มือหนาทั้งสองมารวบผมของเธอขึ้นให้อย่างเงอะงะเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งจนเกรงว่าอีกคนจะได้ยินเสียงข้างใน

 

แม้มันจะดูแข็งกระด้าง ทว่าขณะเดียวกันกลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน มาเฟียหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำเพียงเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวแทบเสียอาการขนาดไหน ...สติกระเจิงแทบไม่เป็นตัวเอง

 

"ดะ...เดี๋ยวนายก็เมื่อยมือหรอก" คนเสียอาการพูดตะกุกตะกัก เลือดในร่างกายสูบฉีดจนทั่วใบหน้าสวยร้อนแผ่ว ไม่รู้ว่าเขาเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ทำไมต้องทำให้เธอหวั่นไหวด้วย

 

"ปากว่างมากก็เอาไอติมปิดซะ"

 

"ปากนายนี่นะ" ไอเดียร์เอียงสายตามองค้อน ความโรแมนติกกำลังจะบังเกิดขึ้นอยู่แล้วเชียว ปากปีจอก็มาทักทายทำลายมันลงให้พริบตา

 

"กลับไปนี่ก็ต้องทำงานต่ออีก เฮ้อ~" เธอชวนเขาเปลี่ยนเรื่องก่อนตักไอศรีมรสหวานเข้าปาก แค่คิดร่างกายก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาอัตโนมัติ

 

"ไม่ต้องไปทำ"

 

"ฉันต้องใช้เงินย่ะ ไม่ได้รวยเหมือนนายสักหน่อย ชีวิตฉันต้องทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกและเรียนอีก ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวเตร่เหมือนเพื่อนวัยเดียวกันเลย" ไอเดียร์ตัดพ้อ

 

"..."

 

"ชีวิตคนเรามันไม่เหมือนในละครเลยสักนิด บางครั้งฉันโคตรเหนื่อยเลยนายรู้ไหม พูดไปก็หาว่าฉันเวอร์" ไม่เคยมีใครได้รับรู้เลยว่าบางครั้งเธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด มันไม่สนุกเลยสักนิดกับการทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน นึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยถ้าหากวันนั้นชาริทปฏิเสธการเลี้ยงดูลูก

 

"ฉันรับผิดชอบเอง"

______________________________________

ประโยคนายฟังดูกำกวมนะชาริท😆

*** ใครชอบแนวเขย่าขวัญ (เขย่าทำไม555) ฝากเรื่อง วังวนคนเถื่อน ด้วยนะฮะ

ความคิดเห็น