facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ

ชื่อตอน : โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 89

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ
แบบอักษร

แสงสว่างยามเช้าสาดส่องเข้ามาที่ผ้าม่านโปร่งแสง หญิงสาวมัธยมปลายผมยาวสีดำขลับผู้หนึ่ง ที่ซึ่งหวาดกลัวต่อสังคมกำลังผูกเนกไทของยูนิฟอร์มโรงเรียนให้เข้าที่ บนใบหน้าสวยงามของเด็กสาว กลับไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม หรือแววตาสดใสอันใดเลย

“ทำไมชั้นต้องสอบติดที่นี่ด้วย” โรงเรียนมัธยมปลายโฮชิคาวะ เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ที่มีตั้งแต่มัธยมต้นปีหนึ่งจนถึงมัธยมปลายปีสาม อัตราการแข่งขันเข้ามัธยมปลายที่ค่อนข้างสูงกว่ามัธยมต้น บวกกับจำนวนนักเรียนที่ค่อนข้างเยอะ ทำให้นาโอกะ สาวน้อยผู้เป็นโรคซึมเศร้าและหวาดกลัวสังคมต้องลังเลและคิดมากอยู่เพียงลำพัง

“ทั้งพ่อและแม่ก็จากไปแล้ว เฮ้อ รู้สึกแย่จัง” แล้วน้ำตาครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ก็ได้ไหลออกมา ชั้นไม่ได้อยากจะร้องไห้เลย สิ่งที่ชั้นอยากทำคือนอนอยู่เฉยๆบนเตียง แต่ถ้าหากชั้นทำแบบนั้น พ่อแม่ของชั้นคงผิดหวังน่าดู

ไม่นานนักเด็กสาวก็ได้ถือกระเป๋าออกจากห้องนอน นี่ก็ใกล้จะหมดสัญญาเช่าบ้านของพ่อและแม่แล้ว แถมเงินที่พ่อและแม่ทิ้งเอาไว้ยังไม่เพียงพออีก เห็นทีคงต้องหาหอพักถูกๆอยู่เสียแล้วล่ะ ชั้นได้เดินออกจากบ้านโดยไม่ลืมที่จะหันกลับมามอง บ้านที่อดีตเคยเต็มไปด้วยความสุข บ้านที่อดีตไม่เคยมีแม้แต่ความทุกข์ บัดนี้ มันกำลังถูกทิ้งเนื่องจากเงินมีไม่พอเช่าแล้ว

โรงเรียนค่อนข้างอยู่ไกลจากบ้าน นั่นทำให้นาโอกะต้องนั่งรถมาโรงเรียน ระยะทางที่ค่อนข้างไกลบวกกับเวลาที่ใช้ค่อนข้างมากกำลังทำให้เธอสาย นั่นทำให้เธอคิดมากอีกแล้ว เพราะการไปโรงเรียนที่ใหญ่ สังคมกว้างขวาง การเรียนดีเด่น กีฬาเป็นเลิศ มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น กำลังทำให้เธอคิดมากว่าถ้าหากไปสายจะโดนอะไร ในหัวสมองจินตนาการมากมายว่าจะถูกสังคมก่นด่า หาว่าไร้ความรับผิดชอบ การเรียนก็ไม่ได้ดีอะไรเลย นั่นทำให้น้ำตาของเด็กสาวร่ำไห้ออกมาอีกครั้งเรพาะความหวาดกลัว

และรถก็ส่งถึงหน้าโรงเรียนอย่างพอดิบพอดี ชั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องประชุมใหญ่เพื่อเข้าพิธีปฐมนิเทศ เมื่อถึงหอประชุม ชั้นเปิดประตูเสียงดังลั่นในขณะที่ ผอ กำลังพูดอยู่ นั่นทำให้ทุกสายตาของนักเรียนนับพันจ้องมองมาที่ชั้นเป็นสายตาเดียว ชั้นรู้สึกเย็บวาบทั่วทั้งหลัง ยืนแข็งค้างอยู่อย่างนั้น

“ มะ ไม่นะ ไม่ ทุกคนอย่ามองเราด้วยสายตาแบบนี้สิ” ชั้นพึมพำอยู่ในใจกับตนเองในขณะที่หน้าเริ่มที่จะเกร็ง ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา มีเสียงหนึ่งตะโกนดังลั่นจากในห้องประชุม เสียงนั้นคือเสียงของหญิงสาวมัธยมปลายที่กำลังโบกมืออยู่ พร้อมกับส่งสัญญาณ

“เอ้า มาแล้วหรอจ้ะ ที่นั่งของเธออยู่ข้างๆชั้น มาเลยๆ” ยัยเด็กนั่นตะโกนแบบนี้ยิ่งทำให้ชั้นอยากจะเอาหัวฟาดรั้วประตูโรงเรียนให้ตายคาที่ นังผมสีเทาปลายชมพูนั่นคือคนที่นั่งสอบเข้ามัธยมปลายข้างกัน โต๊ะสอบเข้าของนางนั่นอยู่ข้างๆกับชั้น แทบทุกสายตายังคงจับจ้องมองมาอยู่ที่ชั้น ชั้นได้แต่เดินก้มหน้าเข้าไปหาเจ้าของเสียงเรียก ในขณะที่ทุกคนในหอประชุมเริ่มซุบซิบอะไรบางอย่าง

“เปิดประตูเข้ามาในขณะที่ ผอ พูด เสียมารยาทจริงๆ”

“บ้านเธอไม่สอนหรอยะว่าให้ค่อยๆเปิดน่ะ”

“มาสายไม่พอ ยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนอีก”

ชั้นต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นเอาไว้ กลั้นใจไม่ให้ตนร้องไห้ออกมา ในขณะที่ชั้นนั่งลงกับข้างๆยัยนั่น ผอ จึงได้พูดต่อ ชั้นไม่ได้ฟังอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว หูของชั้นได้ยินแต่เสียงคนนินทาชั้น ก่อนที่เสียงนั้นจะถูกแทนที่ด้วยเสียงใสของคนที่โบกมือเรียกเรา

“สวัสดีจ้ะ ชั้นเมกุมินะ จำได้หรือเปล่า เรานั่งสอบข้างกันไง” น้ำเสียงอันร่าเริงและรอยยิ้มกว้างสดใสทำให้ใจของชั้นนั้นเกิดอิจฉา ชีวิตเธอคงมีทุกอย่าง คงไม่เหมือนชั้นตอนนี้

“อ่ะ อืมม ชั้นนาโอกะ” ชั้นไม่ได้หันไปสบตาเธอแม้แต่น้อย ชั้นได้แต่ก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้น ก่อนที่พิธีปฐมนิเทศจะเสร็จสิ้น ผอ.ได้ประกาศผลการสอบและห้องของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่ง ผลปรากฎว่าชั้นและเมกุมิเป็นเพียงเด็กใหม่สองคนของห้องC เท่านั้น ที่เหลือเป็นเด็กเก่า นั่นทำให้ชั้นยิ่งเครียดหนักกว่าเดิมอีก ชั้นกำมือกัดฟันจนกระโปรงเริ่มยับ เมกุมิที่หันมามองจึงตบหลังชั้นเบาๆ

“เอาน่าๆ ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็ยังมีชั้นนะ” ทำไมกัน ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ทั้งที่พึ่งเจอกันสองครั้ง แต่เธอก็ทำเพื่อชั้นขนาดนี้ ครั้งแรกก็ตะโกนโบกมือเรียกชั้น ครั้งนี้ก็มาตบหลังอีก ความรู้สึกนี่มันคืออะไรกัน ชั้นไม่เห็นจะเข้าใจมันเลย

งานปฐมนิเทศเสร็จสิ้น นักเรียนแต่ละคนเดินขึ้นชั้นเรียน ส่วนชั้นที่ไม่รู้ว่าห้องเรียนอยู่ไปน จึงไม่รู้จะทำยังไง เมกุมิที่เห็นแบบนั้น จึงอาสายื่นมือมาช่วยชั้น

“ไปห้องเรียนด้วยกันเถอะ” น้ำเสียงสดใสใบหน้าร่าเริงของเมกุมิทำให้ชั้นนั้นหน้าแดงขึ้น ชั้นอิจฉาในออร่าความเป็นประกายของเธอจริงๆ ชั้นเลือกที่จะไม่ยื่นมือ แต่เลือกที่จะเดินตามเธอไป นั่นทำให้เธอหน้าเสียนิดหน่อย ส่วนชั้นก็เก็บเรื่องนี้มาคิดมาก “ทำไมชั้นไม่ยื่นมือไปล่ะ”

 

ห้องเรียนมัธยมปลาย 1C

 

“เอาล่ะๆนักเรียนทุกคน วันนี้มีเด็กใหม่เข้ามาสองคนนะจ้ะ เป็นผู้หญิงจ้ะ” อาจารย์สาวปรบมือเรียกเหล่านักเรียนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ให้กลับไปนั่งที่เพื่อฟังคำแนะนำตัว ในขณะที่ชั้นกำลังเดินเข้าห้องและเครียดหนัก ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี จะให้ชั้นแนะนำตัวเองต่อหน้าเพื่อนร่วมห้องอีก 30 กว่าชีวิต ชั้นไม่กล้าพอ ต่างกับเมกุมิ ที่ทำท่าทีตื่นเต้น ยิ้มกว้างราวกับได้ลูกกวาดชิ้นโต

“สวัสดีจ้ะ ชั้นชื่อ มิไรอิ เมกุมิ เรียกชั้นว่าเมกุมินะจ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนจ้ะ” เมื่อเมกุมิแนะนำตัวเสร็จ เสียงเฮฮาในห้องก็ดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือต้อนรับ เธอเดินไปยังโต๊ะที่เธอนั่งถัดมาจากหน้าต่างหลังห้องหนึ่งโต๊ะ โต๊ะนั่นคงเป็นของชั้นสินะ

“ชะ ชั้นชื่อนาโอกะ ยะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เสียงเงียบอึมครึมปะทะคารมของชั้นอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งเสียงปรบมือต้อนรับใดๆ ในขณะที่ชั้นกำลังจะร้องไห้ ชั้นรีบเดินไปนั่งที่ของตนเอง ซึ่งเป็นที่ข้างเมกุมิพอดิบพอดี เดดแอร์แบบนี้ ชั้นไม่ชอบเลย

“เอาล่ะจ้ะทีนี้ก็รู้จักเด็กใหม่กันหมดทุกคนแล้วเนอะ สนิทกันเข้าไว้นะจ้ะ” และเมื่ออาจารย์สาวพูดเสร็จ เสียงออดก็ดังขึ้น และเมื่ออาจารย์สาวเดินออกไป เพื่อนร่วมชั้นก็แห่เข้าไปที่โต๊ะของเมกุมิโดยที่ไม่สนใจอะไรชั้นเลย ใช่สิ ชั้นมันส่วนเกินนี่นา ชั้นมันไร้ตัวตนนี่นา ชั้นมันไม่มีแสงสว่างเพียงพอที่จะเจิดจ้าเท่าเมกุมิหรอกน่า

คาบที่สองเป็นคาบแนะแนว อาจารย์ได้ถามถึงพวกเราเรื่องที่อยู่

“เด็กใหม่สองคน บ้านอยู่ไกลไหมจ้ะ” คุณครูมองมาที่ชั้นและเมกุมิ เมกุมิตอบอย่างมั่นใจ

“ไม่ไกลมากค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่จะให้อยู่หอค่า” รอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้าของเมกุมิทำให้ชั้นจ้องมองที่เธออีกครั้ง

“แล้วนาโอกะล่ะจ๊ะ อยู่ไกลมากไหม” คุณครูหันมาถามตัวชั้นบ้าง นอกจากบ้านจะอยู่ไกลแล้วบ้านก็กำลังจะจากไปด้วย ชั้นไม่กล้าบอกเรื่องที่ไม่มีเงินค่าเช่า

“ค่อนข้างไกลค่ ว่าจะเช่าหออยู่น่ะค่ะ” ชั้นตอบไปอย่างเยือกเย็น และทันใดนั้นเอง เสียงเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

“ไกลสิ ไม่งั้นจะมาไม่ทันปฐมนิเทศหรอ” ยัยนั่นมองมาที่ชั้นด้วยสายตาและน้ำเสียงเยาะเย้ยพร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อนในกลุ่มเธอ เมกุมิที่เห็นแบบนั้น จึงทุบโต๊ะแล้วยืนขึ้น

“หัวเราะอะไรกันนักกันหนา สนุกมากนักหรอ” ดูท่าทางเมกุมิก็เป็นคนแรงนะเนี่ย ทุกเสียงได้เงียบลงจากคำถามของเธอ และแล้วคำถามในใจของชั้นก็ดังขึ้นมา

เธอปกป้องชั้น ทำไมกัน ทำไมเธอต้องปกป้องชั้นด้วย ทำไมถึงเป็นชั้นล่ะ ชั้นก็แค่ผู้หญิงผมดำประบ่าธรรมดาๆที่เป็นโรคซึมเศร้าและหวาดกลัวสังคม ทำไมถึงมาปกป้องคนอย่างชั้นล่ะ และทันใดนั้นเอง เสียงของอาจารย์ก็ดังขึ้น

“เอาล่ะเอาล่ะ พอแล้วๆ ทีนี้เราจะมาพูดถึงหอพักนักเรียนนะ สำหรับหอพักนักเรียนของโรงเรียน แบ่งเช่ารูมเมทได้สูงสุด 5 คนต่อหนึ่งห้อง เอาเป็นว่า เดี๋ยวคุณครูจะหารูมเมทอีกสามคนให้นะจ๊ะ” เมื่อสิ้นเสียงอาจารย์เมกุมิและชั้นก็พยักหน้าตอบรับ อีกสามคนงั้นหรอ จะเป็นคนแบบไหนนะ จะใช่เหมือนชั้นหรือเปล่า

 

พักกลางวัน

 

“นาโอกะ ไปทานข้าวกันนนน” เสียงใสของเมกุมิดังขึ้น ชั้นตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆชั้นก็มีเพื่อน ทั้งที่ผ่านมาไม่มีซักคน

“มะ ไม่เป็นไร” ชั้นหันหน้าหนีเธอออกมองไปทางหน้าต่าง เมกุมิที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรมากมาย เธอฉีกซองแซนวิสใส่แฮมกิน ส่วนชั้นทานขนมปังไส้ถั่วแดง ชั้นได้ยินข่าวเรื่องประธานนักเรียนของโรงเรียนโฮชิคาวะ จะมีทุกระดับชั้นการศึกษา โดยวัดจากคะแนนสูงสุดของปีนั้นๆ และประธานใหญ่จะคือคนที่มีคะแนนสูงสุดจากชั้นมัธยมปลายปีสาม และดูเหมือนว่า คนที่ได้เป็นประธานนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง น่าจะชื่อทาคาฮาชิออะไรซักอย่างนี่แหละจากห้อง มัธยมปลาย1A ชั้นน่าจะลองถามเมกุมิดู

“มะ เมกุมิ ใครคือประธานนักเรียนของชั้นเราหรอ” ชั้นถามทำถามธรรมดาออกไป นั่นทำให้เมกุมิยิ้มใหญ่และหัวเราะออกมา

“เย่ ฮ่าๆๆ เธอคุยกับชั้นแล้ว ดีจังเลยน๊าาา ประธานของพวกเราคือ คุณทาคาฮาชิ ยูเมะโกะ จากห้อง 1A น่ะ ได้ข่าวว่าเป็นเด็กเรียนมากๆเลย แถมยังได้เป็นประธานมาตั้งแต่มัธยมต้นปีหนึ่งด้วยล่ะ”

เธอดูมีความสุขที่ได้คุยกับชั้น ทำไมเธอถึงสนใจในตัวของชั้น ทำไมกัน คำถามมากมายผุดเข้าหัวของชั้นจนกระจัดกระจายเต็มกันไปหมด ตอนนี้ชั้นเริ่มรู้สึกว่า เหมือนชั้นกำลังจะมีเพื่อน แต่ยังไงก็ตาม ชั้นก็ไม่กล้าเข้าสังคมอย่างเมกุมิอยู่ดี จะว่าไปคนที่เธอบอกชั้น ทาคาฮาชิ ยูเมะโกะ ที่ได้เป็นประธานนักเรียนประจำชั้นการศึกษามาถึงสี่ปีรวด เธอต้องเป็นคนที่ตั้งใจเรียนและฉลาดกว่าชั้นเป็นร้อยเท่าพันเท่าแน่ๆ เพราะขนาดชั้นที่ได้คะแนนอันดับที่สองของโรงเรียนเก่า ยังสอบได้อันดับกลางๆของที่นี่เลย

“อ่ะอืมม ขอบใจ” ความร่าเริงและน้ำเสียงสดใสของเมกุมิทำให้หัวใจชั้นอบอุ่น ชั้นหวังว่า เธอจะเป็นเพื่อนที่ดีของชั้นได้นะ

และเวลาพักกลางวันก็หมดลง ถึงวิชาเรียนต่อไปคือวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นคงต้องตั้งใจเรียนมากกว่านี้แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าชั้นจะชิงตำแหน่งประธานนักเรียนหรอกนะ ชั้นไม่เอาด้วยหรอก ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น

.

.

.

หันมาอีกที เมกุมิก็นอนหลับไปแล้ว ชั้นจึงเผลอยิ้มเล็กๆน้อยๆออกมา เธอคนนี้ทำให้ชั้นมีความสุขได้จริงๆหรอ เธอคนนี้จะช่วยละลายความเศร้าให้เราได้จริงหรอ คำตอบนั้น อาจจะอยู่ในใจของชั้นแล้วก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรด่วนตัดสินและหวังเยอะไปอยู่ดี เมกุมิเป็นเด็กสาวผมสีเทาปลายชมพูอ่อนหยิกเป็นลูกคลื่นหนายาวจนถึงก้นกบ หน้าตาเเต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแต่กลับช่วยให้หน้าของเธอดูดีขึ้นมาอีก ส่วนสูงที่สูงกว่าชั้น นิสัยที่ดีกว่าชั้น สัมพันธไมตรีที่มีมากกว่าชั้น ความมั่นใจที่มีมากกว่าชั้น และความสุขที่มีมากกว่าชั้น ชั้นได้แต่หวังว่า ผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนช่วยให้ชั้นหลุดพ้นจากพันธนาการโซ่ตรวนแห่งความเศร้านั้นได้

 

การเรียนวันแรกผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ค่อยมีอะไรมากมายนอกจากครูแนะนำตัวกับกฎการเรียนกับครูของเขาน่ะนะ ชั้นกำลังจะกลับบ้านในขณะที่เมกุมิกำลังนั่งคุยกับเพื่อนร่วมห้อง โดยมีสายตาจากเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งคอยมองจิกตลอดเวลา แต่นั่นชั้นไม่สนใจหรอก

ระหว่างที่ชั้นเดินอยู่บนอาคารเรียน จู่ๆชั้นก็ไปเดินชนใครเข้าไม่รู้จนเอกสารของคนที่ถืออยู่นั้นตก ชั้นรีบกล่าวขอโทษทันควันพร้อมกับช่วยเก็บเอกสาร

“ขะ ขอโทษค่ะ” ชั้นกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเฉยชา ก็ชั้นเป็นแบบนี้

“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงเฉยชาพอพอกันกับชั้นก็ดังขึ้น เมื่อตอนที่ชั้นนั่งยองๆลงไปเก็บเอกสาร ชั้นพบมันเข้า

“น่ะ นี่มัน คุณคือ…” และยังไม่ทันได้ถาม เจ้าของเอกสารก็แนะนำตัวเองออกมา

“ทาคาฮาชิ ยูเมะโกะค่ะ” เจ้าของเรือนผมสีดำยาวถึงกลางหลังใส่แว่นตัวสูงเพรียวได้กล่าวชื่อตนออกมา ชื่อที่ใครๆได้ยินต่างก็ผวากันทั้งนั้น

ชั้นที่พอได้เจอกับประธานนักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งถึงกับอึ้งและตกตะลึงในความคมของใบหน้านาง น้ำเสียงเรียบเย็นดั่งผืนน้ำแต่มีอารมณ์ซ่อน ต่างจากชั้นซึ่งเป็นเสียงไร้วิญญาณ ทั้งความรู้ที่มากมาย งานที่ต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวม และทักษะการวางตัวของเธอทำให้ชั้นนับถืออยู่ในใจ เมื่อเก็บเอกสารครบจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงขยับแว่นพร้อมเรียกชื่อชั้น เธอรู้ชื่อชั้นมาจากใครกันแน่

“นาโอกะซัง” ทาคาฮาชิซังเรียกชั้น

“เรียกนาโอกะอย่างเดียวก็ได้ค่ะ ทาคาฮาชิซัง” ชั้นที่ถูกคนที่นับถือมาพูดจานับถือถึงกับทำตัวไม่ถูก ชั้นจึงนอบน้อมถ่อมตนไป เธอยื่นเอกสารสองแผ่นมาให้ชั้น

“กรุณาเขียนประวัติส่วนตัวและข้อมูลต่างๆลงไปในเอกสารนี้ด้วยค่ะ และฝากให้เมกุมิซังด้วย พวกเราคือรูมเมทกันแล้ว เรียกชั้นว่ายูเมะโกะก็พอแล้ว” และเมื่อเธอพูดจบเธอจึงเดินจากไป น้ำเสียงเรียบๆที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซ่อนอยู่ทำให้ชั้นสนใจในตัวของเธอขึ้นมา แต่เดี๋ยวนะ รูมเมท เอ๋~~~~~~~~

เอกสารสองใบ แต่ละใบให้กรอกชื่อนามสกุลข้อมูลต่างๆส่วนสูงของรูมเมทห้องพักโรงเรียนลงไป เห็นทีว่าชั้นคงต้องเอาไปให้เมกุมิแล้วแหละ ชั้นจึงเดินกลับหันหลังกลับไปก่อนที่ชั้นจะเจอชายหนุ่มคนหนึ่งใส่หูฟังเฮดโฟนมาแอบดูที่หลังชั้นอยู่ ชั้นตกใจจนเผลอกรี๊ดวับออกมา เจ้าของเฮดโฟนถอดหูฟังออกพร้อมกับถามคำถาม

“ไปได้เอกสารนี้มาจากไหน” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ จริงๆเขาก็เป็นนักเรียนชั้นเดียวกันนั่นแหละ เคยเห็นหน้าผ่านๆอยู่

“จะ จากประธานนักเรียนประจำชั้นค่ะ” ชั้นไม่กล้าสบตาเขา จึงก้มหน้าแล้วรีบพูด ทันใดนั้นเอง เสียงวิ่งด้านหลังก็ดังตามขึ้นมา

“นาโอกะจังงง เลิกเรียนแล้ว ไปสนามกีฬากันไหมจ๊ะ ล่ะแล้ว นั่นใครอ่ะ” เมกุมิยิ้มแปล้นเข้ามาคุยกับชั้นก่อนจะหุบยิ้ม แล้วถามถึงคนข้างหลังซึ่งชั้นก็ไม่รู้จัก ชายหนุ่มเห็นว่าชั้นเงียบจึงตอบคำถามพวกเราทั้งสอง

“ซาโต้ คุรุสุ จากห้องมัธยมปลาย 1E” ชายหนุ่มตัวสูงแนะนำตัวขึ้นมา คุรุสุจากห้อง 1E ห้องสุดท้ายเลยนี่นา ในขณะที่ชั้นคิดอยู่นั้นคุรุสุก็พูดออกมา

“ชั้นต้องไปหาประธานนักเรียนใช่มะ” คุรุสุชี้ไปที่เอกสารในมือชั้น

“ชะ ใช่” ชั้นตอบด้วยความไม่เต็มใจนัก มารยาทไม่ค่อยมีเลยจริงๆ แล้วชายหนุ่มก็เดินจากไปทิ้งความสงสัยให้ชั้นและเมกุมิได้งง แต่ชั้นก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องเอาเอกสารนี้ให้กับเมกุมิด้วย ชั้นจึงรีบยื่นเอกสารให้เมกุมิแล้วบอกให้เธอจดรายละเอียดลงไป

“อ่ะนี่ จดรายละเอียดลงไปซะ จากยูเมะโกะซังน่ะ” ชั้นยื่นเอกสารไปในขณะเบ้หน้าหนีเมกุมิ

“ว้าวว สัญญาห้องเช่ารูมเมทนี่นา ชั้นจะได้อยู่กับเธอด้วย” อ่ะ เอ๊ะ เธอหมายความว่ายังไง สัญญาห้องเช่ารูมเมท เดี๋ยวนะ เอ๊ะ ระ หรือว่าาา ชั้นจะได้หารค่าเช่ากับเพื่อนด้วยสินะ จะว่าไป จะได้อยู่ห้องไหนกับใครมันก็ขึ้นอยู่กับครูนี่นา แต่ส่วนมากครูจะให้นักเรียนร่วมห้องอยู่ด้วยกันมากกว่า

ชั้นที่เดินหนีเมกุมิไม่พ้น จึงตัดสินใจให้เธอเดินข้างกัน ในระหว่างที่ชั้นกำลังเดินขอบสนามบาส ก็มีเสียงหนึ่งตะโกนเรียกสติชั้น

“หลบเร็วววว!!!” ปลั้กกกกกก ลูกบาสอัดเข้าหัวชั้นเต็มๆ เมกุมิที่เห็นชั้นล้มลงแบบนั้นจึงรีบวิ่งกรู่มาช่วย ส่วนผู้ชายคนหนึ่งจากสนามบาสก็วิ่งมาเหมือนกัน

“นาโอะกะจัง เป็นไรมากมั้ย” เธอจับดูตัวพลิกไปพลิกขาเขย่าตัวชั้น ตอนนี้หัวของชั้นมึนไปหมด ก่อนที่สติจะมาหนุ่มนักบาสได้แนะนำตัวออกมา

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมชื่อ ยามาโมโตะ ยาสุโอะ จากห้องมัธยมปลาย 1A ครับ” ดะ เดี๋ยวนะ มัธยมปลายหนึ่งเอ แสดงว่า…

“จ้าา ชั้นมิไรอิ เมกุมิจ้ะ จากห้องมัธยมปลาย1C เธอคนนี้คือ นาโอะ นาโอกะ จากห้องเดียวกัน” เมกุมิแนะนำตัวเองและชั้นให้กับชายหนุ่มนักบาสตัวสูง

“เอกสารนั่น พวกคุณเช่าห้องรูมเมทหรอครับ” ยาสุโอะเห็นเอกสารนั่นจึงถามชั้นออกมา ชั้นที่ยังมึนงงอยู่รีบเก็บเอกสาร ส่วนเมกุมิก็อธิบาย

“ชะ ใช่จ้ะ คือพวกเรากะจะเช่าห้องเดียวกัน” เมกุมิอธิบายในขณะที่แววตาของหนุ่มนักบาสก็ส่องประกาย

“จริงหรอครับ งั้นเป็นรูมเมทกับพวกเรามั้ย มีผมและก็ยูเมะโกะจังน่ะ” ดะ เดี๋ยวนะ ทั้งชั้นและเมกุมิทั้งตกตะลึงและอึ้งไปพร้อมกัน นี่พวกเราจะได้เป็นรูมเมทกับประธานนักเรียนระดับชั้นและหนุ่มนักบาสสุดฮอตเนี่ยนะ ยังไม่ทันที่ชั้นจะปฎิเสธ ยัยเมกุมิก็รีบพูดออกมา

“ได้เลยจ้ะ อยู่กับประธานนักเรียนด้วย ดีจังเลย” เดี๋ยวสิยัยเมกุมิ แต่ชั้น ก็สนใจในตัวประธานนักเรียนคนนั้นนี่นา ชั้นจึงตัดสินใจไม่ปฎิเสธอะไร

“งั้นก็ดีครับ หมายเลขห้อง 212326 นะครับ ทีนี้สมาชิกก็ครบแล้วครับ มีคุรุสุจากห้อง 1E อยู่ด้วย” หะ คุรุสุ ไอ้ผู้ชายดูไม่มีมารยาทนั่นจะได้อยู่ห้องเดียวกับชั้นงั้นหรอ งั้นหมายความว่า ชั้นจะได้อยู่กับ เมกุมิ สาวฮอตในโรงเรียน ยาสุโอะ หนุ่มนักบาสสุดฮอตของโรงเรียน ยูเมะโกะ ประธานนักเรียนประจำชั้นมัธยมปลายปีที่1 และ คุรุสุ เด็กหนุ่มท่าทางดูติดเพลงติดเกมอย่างนั้นหรอ น่ะนี่มัน อะไรกันเนี่ยยยยยย

หลังจากนั้นชั้นจึงแยกย้ายกับพวกเขาแล้วรีบกลับบ้าน ในขณะนั่งอยู่บนรถ ชั้นกุมขมับตัวเองไม่หาย แต่ใจหนึ่งก็โล่งใจที่ชั้นจะมีที่อยู่ และหารค่าเช่าห้องราคาถูกได้แล้ว

“เฮ้อ วุ่นวายแน่ๆ” ชั้นที่ปกติเป็นคนเก็บตัวได้พึมพำกับตนเองออกมา ไม่รู้สิ ชั้นสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นหากพวกเราอยู่ด้วยกัน นิสัยของแต่ละคนที่ค่อนข้างต่างกัน โอ้ยยย ชั้นเก็บมาคิดมากอีกแล้ว ไม่มีอะไรหรอกน่านาโอะกะ เธอแค่หวาดกลัวสังคมเท่านั้นเอง การที่จะต้องไปใช้สังคมในห้องพักนักเรียนห้องหนึ่งซึ่มมีห้องนอนแยกห้าห้องห้องน้ำในตัวก็ไม่น่าจะมีปัญหา ชั้นแค่หลบตัวอยู่ในห้องอย่างเดียวก็พอแล้วนี่นา

 

และเมื่อถึงบ้านชั้นก็รีบทิ้งตัวลงนอนทันที พรุ่งนี้วันอังคาร คงมีเรื่องเข้ามาในชีวิตชั้นอีกแน่ๆเลย

 

จบบทที่1 : ช้วยคอมเม้นต์กันด้วยน๊าาาาา ไม่มีคอมเม้นต์ไม่มีตอนต่อไปนะจ๊ะ🙏🙏🙏

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น