facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 42.พี่ชายคนโต

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.4k

ความคิดเห็น : 142

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2563 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
42.พี่ชายคนโต
แบบอักษร

42.พี่ชายคนโต 

  

               ตั้งแต่ที่แก้วเจ้าจอมเข้ามาประจำการอยู่ที่ฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม ทางฐานก็ได้มีโอกาสต้อนรับแขกคนสำคัญของกองทัพอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ผู้การกรมทหารพรานที่ 46 อย่างผู้การนที ผู้กำกับไกรจักร ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ผู้กำกับจิระพัฒน์ ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ที่มาบ่อยๆ ก็คืออดีต ผบ.ทหารพรานชายแดนใต้อย่างพลตรีกรันณ์ ซึ่งตอนนี้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว และตอนนี้แขกอีกคนที่ทางฐานได้มีโอกาสต้อนรับก็คือพลโทคีรินทร์ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ถึงแม้ท่านจะมาแบบเงียบๆ เป็นส่วนตัวกับลูกชายแค่สองคนแต่ก็ทำเอาตำรวจทุกนายพากันเกร็งกันไปทั้งฐานและได้แต่ภาวนากันว่าแขกคนต่อไปขออย่าได้เป็นท่านนายพลปภพเลย ไม่งั้นทำตัวไม่ถูกกันแน่ๆ 

               “คุณอาชอบมั้ยครับ คุณแม่ฝากมาให้ ถ้าคุณอาชอบเดี๋ยวผมจะเอามาให้อีก” ผู้หมวดศิขรินที่ตามผู้เป็นพ่อลงใต้มาด้วยบอกขณะเอาผ้าไหมสวยๆ กับเครื่องประดับเงินจากทางเหนือมาให้ผู้เป็นอา 

               “ขอบใจลูก อาชอบหมดนี่เลยฝากขอบใจคุณแม่ของรีคอนด้วยแล้วเดี๋ยวอาว่าง อาจะไปเยี่ยมคุณแม่ของรีคอนนะ ไม่ได้เจอยัยเอื้อยนานแล้ว คิดถึงจัง” 

               “แล้วไม่คิดถึงผมบ้างหรอครับ” 

               “ถ้าเป็นรีคอน อาคิดถึงมากกว่ายัยเอื้อยซะอีก” แล้วราชาวดีก็ดึงเอาหลานชายมากอดพร้อมกับหอมแก้มไปฟอดใหญ่อย่างเอ็นดู ผู้หมวดศิขรินก็เลยได้ใจกอดคุณอาแก้มคนสวยของตนอย่างแสนอ้อน “แล้วนาวิกเป็นยังไงบ้างลูก” 

               “ก็เมาเรืออ้วกแตกอ้วกแตนเหมือนเดิมแหละครับ ผมล่ะยอมใจมันจริงๆ เมาเรือจะเป็นจะตายแล้วยังไปเรียนเป็นทหารเรืออีก เลือกไอดอลผิดชีวิตเปลี่ยน” แล้วผู้หมวดหนุ่มก็หันไปทางผู้กองกวินทร์ ผู้เป็นไอดอลของน้องชายตัวเองจนถึงขั้นตามไปเรียนเป็นทหารเรือด้วย แล้วตอนนี้ผู้กองกวินทร์ก็กำลังปักฉมวกอยู่ที่หน้าบ้านกับผู้กองกรินทร์เพราะถูกพ่อภูสั่งซ่อม 

               “โถ นาวิกของอา น่าสงสารเหลือเกินพ่อคุณ” 

               “น่าสมเพชมากกว่าครับ เดี๋ยวก่อนขึ้นเหนือผมกับคุณพ่อก็ว่าจะแวะไปดูหน่อยครับว่าเมาเรือ เอ้ย! ว่าเรียนไปถึงไหนแล้ว ช่วงนี้มีเรียนบนเรือรบหลวงตลอด” 

               “ดีเลย เดี๋ยวอาจะได้เตรียมยา เตรียมขนมไปให้นาวิกด้วย” เจ้าหลายชายคนนี้ติดผู้กองกวินทร์มาก ติดมากกว่าผู้หมวดศิขรินพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองอีกในขณะที่ผู้หมวดศิขรินก็ติดผู้กองกรินทร์มาก สงสัยทั้งสี่หนุ่มน่าจะสลับคู่พี่น้องกัน 

               “คุณอาทราบมั้ยครับว่าทำไมผมถึงลงใต้มากับคุณพ่อ” 

               “ทำไมล่ะลูก” 

               “ก็คุณแม่น่ะสิครับ” ผู้หมวดศิขรินเอามือป้องปาก “คุณแม่กลัวคุณพ่อจะแวะข้างทางหาสาวๆ ก็เลยให้ผมมาเป็นไม้กันหมา” 

               “โธ่ยัยเอื้อย หึงอะไรไม่เข้าเรื่อง คุณพ่อของรีคอนไม่ใช่คนเจ้าชู้ซักหน่อย” 

               “ไม่เจ้าชู้แต่หล่อนะครับ คุณแม่เลยหวง” 

               “หล่อสู้รีคอนของอาไม่ได้หรอกลูก” ราชาวดีบอกหลานชายอย่างเอ็นดูเพราะผู้หมวดหนุ่มนั้นถอดแบบหน้าตาพี่ชายของเธอมาไม่ผิดเพี้ยน มองหลานแล้วก็นึกว่ากำลังมองพี่ชายตัวเองในวัยหนุ่มเสียอีก 

               “ซุบซิบอะไรสองอาหลาน” พลโทคีรินทร์เดินถือไม้เรียวที่เพิ่งตีก้นผู้กองกวินทร์ไปเข้ามาหาราชาวดีกับผู้หมวดศิขรินทร์ที่นั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงบ้านพักของแก้วเจ้าจอม ก่อนจะปรายสายตาไปทางน้องเขยตัวเองที่ยังนั่งทำหน้าเซ็งอยู่ใกล้ๆ ราชาวดี ขนาดผู้หมวดศิขรินชวนพูดคุยรองกรันณ์ก็ยังเอาแต่เงียบด้วยยังคิดมากเรื่องของลูกสาวไม่เลิก 

               “มันยังทำใจไม่ได้หรอแก้ม” 

               “ให้เวลาพี่รันหน่อยนะคะ เขารักเขาหวงของเขามาอยู่ๆ ผู้กองพนามาแย่งเอาไปก็เลยทำใจไม่ได้ค่ะ ลูกถูกพรากไปจากอกนะคะพี่ภูใครจะไปทำใจได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นลูกรักด้วย พี่ภูก็ทราบนี่คะว่าพี่รันหวงไนเปอร์มากแค่ไหน” 

               “แล้วแก้มล่ะ มีคนมาแย่งลูกไปไม่เสียใจหรอ” 

               “ก็มีใจหายอยู่นะคะ” ราชาวดีถอนหายใจออกมา “แต่ว่า...เพื่อความสุขของไนเปอร์แก้มรับได้ค่ะ ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหนขอแค่ลูกปลอดภัยและมีความสุขแค่นี้แก้มก็พอใจแล้ว อีกอย่างไนเปอร์ก็ไม่ได้หนีแก้มไปไหน ยะลากับปัตตานีอยู่ใกล้กันแค่นี้เองค่ะหรือถ้าแต่งงานกันแล้วแก้มอาจจะขอให้ผู้กองพนาแต่งเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยกันก็ได้ไหนๆ ผู้กองเขาก็ไม่มีครอบครัวแล้วก็รับเข้ามาเป็นลูกชายอีกคนในบ้านไนเปอร์จะได้อยู่กับแก้มตลอดไป” 

               “เออเนาะ แก้มก็คิดได้แล้วทำไมมันถึงคิดไม่ได้เหมือนแก้ม” พลโทคีรินทร์ยังคงแขวะน้องเขยอีกก่อนจะมองไปรอบๆ ตัวเหมือนกับหาใครอีกคน 

               “แล้วอรินล่ะ ตั้งแต่มาพี่ยังไม่เห็นอรินเลยนะ” 

               “รายนี้ก็หนักอยู่ค่ะพี่ภู แก้มเองก็สงสารหลานแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ยังไม่เห็นตั้งแต่เช้าเลย” 

               “อรินเขารักไนเปอร์มานาน มาเจอแบบนี้เข้าก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะครับ ตอนอยู่แม่สอดอรินก็มั่นใจมากว่าจะได้ลงเอยกับไนเปอร์ ผมเองก็เห็นใจน้องเหมือนกัน” ผู้หมวดศิขรินว่า 

               “ตั้งแต่พ่อยันลูก ผิดหวังอกหักเพราะผู้หญิงบ้านนี้ตลอด นี่รุ่นหลานยังจะสมหวังอยู่มั้ยเนี่ย”  

               “พี่ภู อย่าพูดถึงเรื่องอดีตเลยนะคะ” อดีตมันผ่านมาแล้ว ราชาวดีไม่อยากจะรื้อฟื้นเพราะต่างคนต่างก็มีครอบครัว มีคนรักของตัวเองกันหมดแล้ว 

               “ย้ายอรินกลับแม่สอดดีมั้ยครับคุณพ่อ ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่ช้ำใจเปล่าๆ” 

               “อรินจะยอมหรอรีคอน ไหนจะผู้กำกับไกรจักรอีก รายนั้นยิ่งปลูกฝังให้ลูกชายมาจีบไนเปอร์ตั้งแต่เด็กอยู่ ถ้าเราย้ายลูกเขาหนีพ่อเขาจะพาลมาโกรธหาว่าเรารังแกลูกเขารึเปล่า” 

               “งั้นเราก็ต้องคุยกับผู้กำกับให้รู้เรื่องค่ะ อธิบายเหตุผลแล้วให้เขาช่วยตัดสินใจ” 

               “ใครจะคุยกับผู้กำกับไกรจักรก็คุยไป แต่แก้มห้ามไปคุย” เสียงรองกรันณ์แทรกเข้ามาก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีไปอีก นี่ถ้าไม่เกรงใจลูกหลานพลโทคีรินทร์คงตบหัวเข้าให้แล้ว 

               “มึงอย่ามาหึงงี่เง่าไอ้รัน ผู้กำกับเขามีลูกมีเมียแล้ว แล้วเขาก็รักเมียของเขามากด้วยเขาไม่มาสนเมียมึงหรอก” 

               “เมียใคร ใครก็รักมั้ย” 

               “อ๋อ เหมือนที่ผู้กองพนาเขารักเมียของเขาน่ะหรอ” พอถูกแขวะอีกแบบนี้รองกรันณ์ก็ยิ่งทำหน้าบึ้งใส่ก่อนจะลุกหนีแล้วไปบอกให้สองแฝดเลิกปักฉมวกกันได้แล้ว ดูซิ! พลโทคีรินทร์เป็นบ้าห่าอะไรทำไมถึงต้องมาสั่งซ่อมลูกชายของเขาเพื่อเอาใจไอ้พนานั่นด้วย อย่าให้ถึงทีเขาบ้างก็แล้วกัน ไว้ผู้หมวดศิขรินยังตามตื้อขวัญคณินไม่เลิกก่อนเถอะเขาจะไปบีบขยี้หัวใจของหลานชายคืนบ้าง หมั่นไส้พ่อมัน! 

               “พ่อภูไม่รักผมแล้วครับแม่แก้ม” 

               “ไม่มีพ่อที่ไหนไม่รักลูกหรอก” พลโทคีรินทร์ตวัดสายตามาจ้องหน้าผู้กองกวินทร์ที่ตอนนี้กำลังเข้าไปกอดอ้อนแม่แก้มอยู่โดยมีผู้หมวดศิขรินแอบหัวเราะให้ 

               “แหม พี่เรนเจอร์ในบุคลิกแบบนี้ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับลูกน้องเลยนะครับ ตอนอยู่สัตหีบนี่ทำเป็นเข้ม ตอนอยู่นครพนมก็ทำตัวเป็นป๋าแต่อยู่กับคุณอาแก้มทีไรเป็นเด็กน้อยทุกที” 

               เพี๊ยะ! 

               ผู้กองกวินทร์เอาไม้เรียวจากพลโทคีรินทร์มาตีน้องชายบ้างข้อหาที่บังอาจมาแซวเขา ผู้หมวดศิขรินก็ยิ่งหัวเราะไม่หยุดก่อนจะถอยไปหลบอยู่ข้างหลังผู้กองกรินทร์ผู้เป็นพี่ชายคนโปรดของตัวเอง 

               “เรนเจอร์อย่าไปตีน้อง เดี๋ยวเถอะ” ราชาวดีริบไม้เรียวคืนจากลูกชายทำให้ผู้กองกวินทร์ยิ่งกอดเธอแน่นแล้วก็ซุกหน้าไว้กับอกอุ่นๆ ของผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อนสุดๆ แล้วในระหว่างที่ทุกคนกำลังอยู่ด้วยกันนั้นก็ได้มีใครคนหนึ่งกำลังเดินกลับมาที่บ้านพักด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ 

               แก้วเจ้าจอมมองมาที่ครอบครัวแสนอบอุ่นของตัวเองแล้วก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ เธอรักครอบครัวของเธอมาก ครอบครัวที่มีพ่อรันกับแม่แก้ม มีพ่อภู มีพี่ๆ เมื่อก่อนเธอจะได้อยู่กับทุกคนท่ามกลางความรักความอบอุ่น ได้กอดพ่อ อ้อนแม่และแกล้งพี่ๆ เล่นแต่ตอนนี้...ทุกคนจะยังต้อนรับเธออยู่มั้ย จะยังต้องการไนเปอร์คนนี้อยู่รึเปล่า เธอทำให้ทุกคนต้องผิดหวังกับเธอมากจริงๆ 

               “อ้าวไนเปอร์ มาหาพ่อสิลูก” พลโทคีรินทร์หันมาเรียกเธอทันทีเมื่อเห็นเธอกำลังเดินเข้ามาหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ผู้หมวดศิขรินก็เลยรีบลงมาจากระเบียงบ้านพักแล้วเข้ามาหาเธอ เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้งก่อนจะดึงเอาเธอเข้ามากอด 

               “คิดถึงจังยัยโหดของพี่” 

               “รีคอน...” แก้วเจ้าจอมกอดผู้หมวดศิขรินแน่น แม้เขาจะอายุมากกว่าเธอไม่กี่เดือนแต่เขาก็ชอบทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีไม่ต่างจากพี่แฝดเสมอ “รีคอนไม่โกรธไนเปอร์หรอ” 

               “ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ น้องสาวขายออกไม่ต้องขึ้นคานแล้วพี่ออกจะดีใจซะมากกว่า อีกอย่างเขาก็เป็นพี่ชายของเพื่อนพี่ก็เหมือนกับเป็นคนกันเองอยู่แล้ว” ผู้หมวดศิขรินบอกก่อนจะจูงมือพาเธอเดินเข้ามาหาทุกคน 

               “มาทำไม ทำไมไม่ไปอยู่กับผัว ก็เลือกมันแล้วนี่” 

               ผลัวะ! 

               พลโทคีรินทร์ตบศีรษะของผู้กองกวินทร์ไปหนึ่งทีข้อหาปากเสียกับน้องสาวพร้อมกับชี้นิ้วคาดโทษด้วย 

               “ปากเสียแบบนี้เดี๋ยวพ่อจะโทรไปบอกข้ามโขงกับเพลงรักให้พวกเขาหวงน้องเพลงพิณให้มากๆ จะได้เข้าใจหัวอกคนอื่นเขาซักที เดี๋ยวจะบอกให้ผบ.คเชนทร์เขาทำเรื่องเนรเทศเราออกจากนครพนมด้วย” แล้วผู้กองกวินทร์ก็ทำหน้างอนใส่พ่อภูทันทีก่อนจะอุ้มแมวอ้วนสีขาวขึ้นมากอด 

               แก้วเจ้าจอมค่อยๆ เข้ามานั่งที่ขอบบันไดทางขึ้นบ้านพัก ยังไม่กล้าเข้าไปหาผู้เป็นพ่อกับแม่จนผู้กองกรินทร์ที่อยู่ใกล้เธอที่สุดต้องดึงเธอเข้าไปหา 

               “เข้าไปหาคุณพ่อกับแม่แก้มสิ” พอเขาบอกแก้วเจ้าจอมก็มองไปยังผู้เป็นพ่อทั้งสองและแม่แก้มของตนด้วยสีหน้าสลดก่อนจะค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาแล้วก้มลงไปกราบคนทั้งสามพร้อมๆ กัน พลโทคีรินทร์กับราชาวดีจึงยิ้มรับแล้วยื่นมือไปลูบศีรษะของเธอเบาๆ มีเพียงแค่รองกรันณ์เท่านั้นที่ยังทำเป็นเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่ในใจก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรลูกสาวเลย 

               “ไนเปอร์ขอโทษนะคะที่ก่อเรื่องแบบนี้ขึ้น ขอโทษนะคะที่ไนเปอร์ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ขอโทษที่ไนเปอร์ไม่ใช่คนดีของทุกคนอีกต่อไปแล้ว ไนเปอร์ทำให้คุณพ่อกับแม่แก้มต้องเสียใจ คุณปู่กับคุณย่าก็คงอับอายที่มีหลานแบบนี้ ไนเปอร์ยอมรับผิดทุกอย่างไนเปอร์ไม่แก้ตัว...ไนเปอร์คงเป็นคนที่บาปหนาเพราะไนเปอร์ทำให้คุณพ่อทั้งสองกับแม่แก้มเสียใจ” 

               “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกลูก พ่อเข้าใจ” พลโทคีรินทร์บอกกับแก้วเจ้าจอมที่ยังพนมมือพูดอยู่ “ไนเปอร์คงจะกลัวมากใช่มั้ยลูกตอนที่ความจำเสื่อมอยู่น่ะ” 

               “ค่ะ” แก้วเจ้าจอมพยักหน้าตอบเมื่อยามนึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งที่เธอยังจำอะไรไม่ได้ “ไนเปอร์จำอะไรไม่ได้ เหมือนบนโลกใบนี้มีแค่ไนเปอร์คนเดียว แม้แต่ชื่อของตัวเองก็ยังจำไม่ได้ พี่พนาพยายามถามว่าไนเปอร์เป็นใคร พยายามหาทางพาไนเปอร์กลับบ้านแต่ทุกครั้งที่ไนเปอร์ออกไปจากที่นี่ก็จะมีคนร้ายดักรอจะฆ่าไนเปอร์อยู่ตลอด ไนเปอร์กลัวมาก ที่นี่มีแค่พี่พนาคนเดียวที่เป็นที่พึ่งให้กับไนเปอร์ เขาดูแลไนเปอร์ดีทุกอย่างแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษมาก เขาไม่เคยคิดจะล่วงเกินไนเปอร์เลยนะคะ” 

               “อ้อหรอ” เสียงคนที่อุ้มแมวอ้วนลอดเข้ามาอย่างประชดจนผู้กองกรินทร์ต้องหันไปปิดปากฝาแฝดของตัวเองเอาไว้เพราะเขาเองก็ยังอยากฟังเรื่องที่แก้วเจ้าจอมเล่าอยู่ 

               “เพราะไนเปอร์ไม่มีใครให้พึ่งพา ไนเปอร์มีเพียงแค่เขาแล้วเขาก็ดีกับไนเปอร์มากไนเปอร์ก็เลย...รักเขา ความใกล้ชิดแล้วก็การร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันมามันทำให้เราสองคนมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน...จนเมื่อไนเปอร์จำทุกอย่างได้แล้วได้กลับบ้าน ไนเปอร์กลัวว่าจะทำให้ทุกคนผิดหวังที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไนเปอร์ก็เลยแกล้งลืมเขา แกล้งทำเป็นจำอะไรไม่ได้แล้วไนเปอร์ก็ทิ้งเขา ไนเปอร์พยายามจะกลับมาเป็นไนเปอร์คนเดิมของทุกคน พยายามลืมเรื่องราวทุกอย่างตอนที่ความจำเสื่อมให้หมด ไนเปอร์อยากกลับไปเป็นเด็กดีของทุกคนเหมือนเดิม พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่ว่า...ไนเปอร์ก็ลืมพี่พนาไม่ได้จริงๆ ไนเปอร์ก็เลยกลับมาที่นี่ พี่พนาไม่มีใครชีวิตของเขาเขามีแค่ไนเปอร์คนเดียว ไนเปอร์ทิ้งพี่พนาไม่ได้จริงๆ ค่ะไนเปอร์ไม่รู้ว่าความรักมันจะทำให้ไนเปอร์อ่อนแอแบบนี้ ไนเปอร์ไม่กล้ามาขอความเมตตาเห็นใจจากคุณพ่อกับแม่แก้มหรอกนะคะ ไนเปอร์เป็นคนไม่ดีไม่สมควรได้รับความเมตตาจากใคร ไนเปอร์แค่อยากกราบขอโทษคุณพ่อกับแม่แก้ม อยากขอโทษพี่ซีล พี่เรนเจอร์ รีคอนแล้วก็ทุกๆ คน แค่อยากมาขอโทษและเพื่อจะมาบอกว่า...ไนเปอร์ขอเลือกทางเดินของหัวใจเองนะคะ ไนเปอร์ไปแต่งงานกับคนอื่นอย่างที่คุณพ่อว่าไม่ได้ ที่ผ่านมาไนเปอร์เดินบนเส้นทางที่คุณพ่อกับแม่แก้มขีดให้เดินมาโดยตลอด แต่ตอนนี้...ให้ไนเปอร์ได้เลือกทำในสิ่งที่หัวใจของไนเปอร์ต้องการด้วยเถอะนะคะ ไนเปอร์ขอแค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว” 

               “อวดดี” รองกรันณ์ว่าขึ้นแต่ก็ไม่ยอมหันกลับมามองหน้าลูกสาว ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็ได้แต่ก้มหน้ารับผิดทั้งน้ำตาก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อ 

               “...คุณพ่อขา พ่อคงเกลียดไนเปอร์มากเลยใช่มั้ย เสียแรงที่คุณพ่ออุตส่าห์รักแล้วก็หวงไนเปอร์ เสียแรงที่คุณพ่อเลี้ยงดูไนเปอร์มาเป็นอย่างดีแต่ไนเปอร์ก็ยังทำให้คุณพ่อต้องเสียใจ พ่อจ๋า ลูกคนนี้มันเป็นคนไม่ดี ลูกคนนี้ทำให้พ่อต้องผิดหวัง ลูกคนนี้อกตัญญูต่อพ่อเหลือเกิน มีสิ่งไหนที่ลูกคนนี้จะทำเพื่อไถ่บาปให้กับคุณพ่อได้บ้างมั้ย หรือว่า...ชีวิตนี้คุณพ่อกับแม่แก้มเป็นคนให้มาแล้วคุณพ่ออยากจะได้คืน” แก้วเจ้าจอมปลดมีดพกที่ผู้กองพนาเคยให้เธอออกมาจากเอวแล้วยื่นไปวางเอาไว้ในมือของผู้เป็นพ่อ 

               “หัวใจของไนเปอร์เป็นของพี่พนา แต่ชีวิตของไนเปอร์ยังเป็นของคุณพ่อกับแม่แก้มอยู่ คุณพ่อเอาชีวิตของไนเปอร์คืนไปได้ทุกเมื่อเลยนะคะ” 

               รองกรันณ์ก้มลงมามองมีดในมือตัวเองสลับกับหันมามองหน้าลูกสาวอีกครั้ง เขาไม่เคยเห็นแก้วเจ้าจอมเป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นแววตาแสนเจ็บปวดของเธอ เขานึกถึงวันคืนเก่าๆ ตั้งแต่ตอนที่เขารู้ว่าราชาวดีตั้งท้องเธอ ตอนนั้นเขาดีใจมากจนแทบจะประกาศให้ชาวโลกรับรู้ เฝ้าลุ้นรอว่าลูกคนนี้จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายโดยที่ในใจก็หวังอยู่ลึกๆ ว่าอยากได้ลูกสาว จนเมื่อถึงวันที่เธอคลอดออกมา เขายังจำวินาทีที่ได้อุ้มเธอเป็นครั้งแรกได้เป็นอย่างดี ยัยหนูของพ่อตัวเล็กมากแต่หน้าตาจิ้มลิ้มสวยมาตั้งแต่เด็ก เป็นลูกที่ได้ดั่งใจพ่อมากที่สุด พ่ออยากได้ลูกสาวก็เป็นลูกสาวจริงๆ ตอนเด็กๆ ก็ติดพ่อมากจนไม่ยอมอยู่ห่างพ่อไปไหน เวลานอนก็ต้องขอนอนข้างๆ พ่อตลอด เธอคือความรักความภูมิใจของเขา เธอเป็นลูกสาวในแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง เป็นหมอที่เก่งเหมือนแม่ เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเหมือนพ่อ เวลาที่นึกถึงเธอเขามักจะนึกถึงด้วยความยิ้ม ความสุขและความภูมิใจ เขารักเธอมาก รักมากจนไม่อาจทำใจได้จริงๆ หากจะต้องเสียเธอไป แค่เธอรักพ่อภูเทียบเท่ากับเขาเขาก็อิจฉาแล้ว แล้วนี่ยังจะมีไอ้หนุ่มที่ไหนมาแย่งความรักของเธอไปจากเขาอีก 

               “พี่รันคะ” ราชาวดียื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เขาเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจเขาและลูบหลังเขาอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่รักลูกสาวคนนี้มาก แม้แต่จะตีแก้วเจ้าจอมสักครั้งเขายังไม่เคยเลยแล้วเขาจะใช้มีดเล่มนี้ทำร้ายเธอได้อย่างไร 

               “...รักมันมากขนาดนั้นเลยหรอ” เขาตัดสินใจถามลูก แก้วเจ้าจอมจึงพยักหน้ารับทั้งน้ำตา 

               “ไนเปอร์ขอโทษค่ะ” 

               “...อย่ารักมันมากกว่าพ่อได้มั้ย” 

               คำถามนี้ทำให้แก้วเจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ จนเมื่อรองกรันณ์พูดออกมาอีกเธอก็ยิ่งร้องไห้ 

               “อยากจะรักใครก็รัก แต่ไนเปอร์ต้องรักพ่อมากกว่าทุกๆ คน ต้องรักพ่อที่สุด ต้องรักพ่อมากกว่ามันแล้วก็ห้ามแบ่งความรักจากพ่อไปให้มันเด็ดขาด...ได้มั้ย” 

               “ไนเปอร์จะรักคนอื่นมากกว่าคนที่ไนเปอร์รักมาทั้งชีวิตได้ยังไงกันคะ ถึงไนเปอร์จะรักพี่พนามากแค่ไหน แต่ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ไนเปอร์รักและเทิดทูนที่สุดในชีวิตก็คือคุณพ่อแล้วก็จะเป็นคุณพ่อตลอดไป” แก้วเจ้าจอมรีบโผเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อทันทีเมื่อเขากางมือออกเพื่อรับเธอกลับเข้าสู่อ้อมกอด รองกรันณ์ไม่อาจเก็บกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปเมื่อได้กอดลูกสาวอีกครั้ง ถึงเขาจะยังทำใจกับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้แต่เขาก็รักลูกมากเกินกว่าจะเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ได้ แค่เห็นเธอเอาแต่ร้องไห้หัวใจคนเป็นพ่อก็เจ็บมากแล้ว 

               “พ่อรักไนเปอร์มากนะลูก พ่อรักไนเปอร์มากสุด...ยัยหนูของพ่อ” 

               “ไนเปอร์ยังเป็นนางไม้น้อยของคุณพ่ออยู่ใช่มั้ยคะ” 

               “ไนเปอร์จะเป็นนางไม้น้อยของพ่อตลอดไป” 

               “คุณพ่อขา...ไนเปอร์ขอโทษนะคะ ไนเปอร์ขอโทษจริงๆ” 

               “เฮ้อ!” พลโทคีรินทร์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นสองพ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้เสียทีก่อนที่เขาจะหยิบเอามีดพกของแก้วเจ้าจอมที่รองกรันณ์วางทิ้งขึ้นมาสลับกับมองสองพ่อลูกที่ยังกอดกันร้องไห้อยู่โดยมีราชาวดีเข้าไปกอดคนทั้งคู่เอาไว้อีกที 

               “ได้ไงผมไม่ยอมนะ ไม่เอานะครับพ่อผมไม่อยากมีน้องเขยแล้วผมก็ไม่อยากให้ใครมาแย่งยัยโหดไปด้วย พ่ออย่าไปยอมสิ พ่อต้องไปฆ่าไอ้ผู้กองพนานั่นนะครับ พี่ซีล พี่ซีลก็อย่าไปยอมนะ พี่ซีลจะยอมให้ไอ้ผู้กองนั่นมาแย่งยัยโหดของเราไปหรอพี่ ยัยโหดก็ช่างไม่มีสมอง จะมีผัวทั้งทีก็มีผัวแก่” ผู้กองกวินทร์จอมโวยวายว่าขึ้น อาการหวงน้องสาวกำเริบจนต้องเขย่าแขนพี่ชายไปมา ซึ่งผู้กองกรินทร์ก็ยังคงเอาแต่เงียบแต่สีหน้าก็แลดูเซ็งอย่างสุดๆ 

               “เรนเจอร์มีสติหน่อย” เขาบอกน้องชาย “คุณพ่อกับน้องแค่คืนดีกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณพ่อจะยอมรับผู้กองพนาซักหน่อย ขนาดคุณอาคณินกว่าจะได้แต่งงานกับอาขวัญของเราก็ยังเลือดตาแทบกระเด็น การที่จะเป็นเขยบ้านนี้น่ะมันไม่ง่ายหรอกนะ” 

               “จริงนะพี่ซีล ผมไม่อยากมีน้องเขย” 

               “ถ้าไม่อยากมีน้องเขยก็ถือซะว่าได้พี่ชายคนใหม่แล้วกัน ผู้กองพนาเขาเก่งการรบมากเลยนะ ไปตีซี้กับเขาสิเขาจะได้สอนกลยุทธแล้วก็ยุทธวิธีต่างๆ ทางการรบให้ ไม่ดีหรอมีพี่ชายเก่ง” 

               “พ่อภู!!!” 

               “เอ...ผู้กองพนาเขาไม่มีญาติผู้ใหญ่มาสู่ขอไนเปอร์นี่นางั้นให้ ผบ.หน่วย นรข. มาเป็นผู้ใหญ่สู่ขอให้ดีมั้ยน้า รีคอน ติดต่อหาคุณอาคเชนทร์ให้พ่อหน่อย”  

               “พอเลย ไม่ต้องเลย” แล้วผู้กองกวินทร์ก็รีบเข้าไปแย่งเอาโทรศัพท์มาจากผู้หมวดศิขรินทั้งๆ ที่เขายังไม่ทันจะได้กดโทรเลยด้วยซ้ำเพราะไม่มีเบอร์ มีเพียงแค่ข้ามโขง ลูกชายคนโตของคุณอาคเชนทร์เท่านั้นที่เขาได้ติดหาอยู่บ่อยๆ เพราะข้ามโขงเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของแก้วเจ้าจอม 

               เพราะความเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมกลัวว่าเธอจะถูกผู้เป็นพ่อตีอีกผู้กองพนาก็เลยตามเธอมาด้วยและแอบมองดูอยู่ห่างๆ จนเมื่อได้เห็นว่าเธอกับผู้เป็นพ่อปรับความเข้าใจกันได้เรียบร้อยแล้วเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกบ้าง เขาเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมมากเหลือเกิน แม้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ ยังยืนยันที่จะเอาเธอมาแนบกายแนบใจให้ได้แต่อีกใจเขาก็ไม่อยากให้เธอมีปัญหากับคนในครอบครัว เธอเกิดมาเพียบพร้อม มีความครัวที่แสนอบอุ่นอยู่กันอย่างพร้อมหน้า เขาไม่อยากดึงเอาเธอมาอยู่ร่วมกับคนกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรอย่างเขาแค่สองคน เขายังอยากให้เธอได้เป็นยัยโหดของทุกคนในครอบครัวเหมือนเดิม 

               “พ่อภูครับ” ผู้กองกรินทร์ที่หูตาไวเห็นผู้กองพนาเข้าก็รีบหันมาบอกกับผู้เป็นพ่อทันที เช่นเดียวกับที่รองกรันณ์เองก็มองเห็นว่าผู้กองพนาแอบตามแก้วเจ้าจอมมาเขาจึงได้ค่อยๆ คลายกอดจากลูกสาวแล้วส่งแก้วเจ้าจอมให้ราชาวดีกอดต่อ 

               “ถือซะว่าเป็นลูกเป็นหลานเถอะรัน เพื่อความสุขของลูก” พลโทคีรินทร์บอกกับน้องเขยเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องผู้กองพนาอย่างแค้นแสนแค้นและเกลียดชัง แล้วก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัวรองกรันณ์ก็เดินลงจากบ้านไปทันทีแล้วตรงเข้าไปหาผู้กองพนาที่ยังยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ 

               ผลัวะ!!! 

               “คุณพ่อ!!!” แก้วเจ้าจอมร้องตามแล้วจะวิ่งลงจากบ้านไปหาแต่ก็ถูกผู้กองกรินทร์ดึงตัวเอาไว้ รองกรันณ์ที่เพิ่งเข้ามาชกผู้กองพนากำลังจะชกเขาซ้ำอีกหมัดเสียงขอร้องของแก้วเจ้าจอมก็ดังขึ้น 

               “คุณพ่อ! คุณพ่ออย่าทำพี่พนานะคะ คุณพ่ออย่าทำสามีของไนเปอร์ ถ้าคุณพ่อโกรธคุณพ่อก็กลับมาตีไนเปอร์เถอะนะคะแต่อย่าทำพี่พนาเลย คุณพ่อกลับมาตีไนเปอร์เถอะนะคะ” เสียงอ้อนวอนของลูกสาวทำให้รองกรันณ์ถึงกับง้างหมัดค้าง เขามองผู้กองพนาด้วยความรู้สึกที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ แค้นก็แค้นที่มันบังอาจมาแตะต้องลูกสาวของเขา แต่อีกใจความสงสารที่ยากจะเกิดขึ้นได้กับเขาก็บังเกิดขึ้น 

               “...ลูกกูไม่น่ารักมึงเลย” ผู้กองพนาที่ถูกชกจนล้มลงไปกับพื้นก็ไม่กล้าแม้แต่จะต่อต้านเพราะเขาเองก็ยอมหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ อยากจะทำอะไรเขาเขาก็ยอมขอแค่อย่าพรากแก้วเจ้าจอมไปจากเขาก็พอ เขาค่อยๆ พยุงตัวนั่งคุกเข่าต่อหน้ารองกรันณ์แล้วพนมมือก้มกราบแทบเท้าผู้เป็นพ่อตาอย่างยอมจำนนทุกอย่าง จะไม่เถียงไม่ถือดีอีกเพราะอยากให้รองกรันณ์เมตตาเขาบ้าง 

               “ผมขอโทษนะครับที่ผมล่วงเกินท่านไปเมื่อเช้านี้ หากท่านยังไม่เชื่อในความจริงใจที่ผมมีให้ไนเปอร์และครอบครัวของท่านผมยอมให้ท่านพิสูจน์ความจริงใจของผมจนกว่าท่านจะพอใจ...ท่านครับ ผมมันคนตัวคนเดียว พ่อแม่ญาติพี่น้องก็ตายหมดแล้ว ผมมาทำงานที่นี่อย่างไม่เคยห่วงตัวเอง ไม่เคยกลัวตายเพราะไม่มีคนข้างหลังให้ต้องห่วงหาอีกแล้วจนกระทั่งผมได้เจอไนเปอร์ ไนเปอร์คือคนที่ทำให้ผมเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเอง ไนเปอร์ทำให้ผมได้รู้ว่าผมไม่ได้ยืนอยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวอีกต่อไป ไนเปอร์ทำให้ผมกลับมาคิดถึงคำว่าครอบครัวอีกครั้ง ท่านครับ...หากท่านจะเมตตา ช่วยรับผมไปเป็นลูกชายอีกคนของท่านจะได้รึเปล่าครับ ผมจะเป็นลูกชายที่ดีของท่าน จะเชื่อฟังท่านทุกอย่างแล้วก็...จะช่วยท่านดูแลไนเปอร์เป็นอย่างดี ผมจะไม่ทำให้ไนเปอร์ต้องเสียใจเพราะผมแล้วผมก็จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังด้วย” 

               “ไปต้อนรับพี่ชายคนใหม่หน่อยเป็นไง” พลโทคีรินทร์หันมาบอกกับลูกชายสองแฝด ซึ่งทั้งสองคนก็พร้อมใจกันตอบออกมาว่า 

               “ไม่!” บ่งบอกว่าไม่โอเคกับการมีพี่ชาย 

               “อย่าไปยอมนะพี่ซีล เกิดคุณพ่อเอ็นดูมันขึ้นมาเราได้เป็นหมาหัวเน่าแน่ๆ มันรบเก่งจะตาย คุณพ่อยิ่งชอบคนเก่งมีฝีมืออยู่เดี๋ยวคืนนี้เราแอบฆ่ามันทิ้งเลยดีมั้ย” พอกระซิบบอกพี่ชายเสร็จผู้กองกวินทร์ก็เป่าหูฝาแฝดของตัวเองเบาๆ ราวกับคนเล่นของจนผู้หมวดศิขรินอดหัวเราะตามไม่ได้ 

               ส่วนรองกรันณ์นั้นก็ยังคงยืนจ้องหน้าผู้กองพนาอยู่ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ไม่มีใครเดาออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แม้แต่ราชาวดีกับพลโทคีรินทร์ ผู้กองพนาก็ได้แต่นั่งคุกเข่าพนมมือ ไม่ยอมสบตากับผู้เป็นพ่อตาแล้วซึ่งการที่เขาไม่สบตากับรองกรันณ์ก็เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขายอมจำนนแล้วจริงๆ ยอมจำนนจนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาท้าทายผู้เป็นพ่อตา 

               “มึงอยากเป็นลูกกูงั้นหรอ” รองกรันณ์ถามอีกหลังจากที่เงียบอยู่ครู่หนึ่ง 

               “ครับ” พอผู้กองพนาตอบแบบนี้ รองกรันณ์ก็กระชากคอเสื้อของเขาขึ้นในทันทีก่อนจะลากให้เดินตามเขาออกไปจากที่ตรงนี้ แก้วเจ้าจอมเห็นดังนั้นก็ทำท่าจะวิ่งตามไปแต่พลโทคีรินทร์ก็ห้ามเอาไว้ก่อน 

               “ไนเปอร์ไม่ต้องตามไปหรอก ปล่อยให้พ่อตากับลูกเขยเขาเคลียร์กันสองคนคุยกันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายดีกว่า ผู้กองพนาไม่กล้าหืออะไรหรอกส่วนพ่อของเรามันก็ไม่กล้าฆ่าผู้กองพนาแล้ว ถ้าผู้กองพนาเป็นอะไรไปหัวใจลูกสาวของมันได้แตกสลายกันพอดี มันไม่กล้าเสี่ยงหรอก” 

               “คุณพ่อจะไม่ทำอะไรพี่พนาจริงๆ ใช่มั้ยคะ” 

               “มันเอ็นดูลูกเขยมันจะตาย มันไม่ฆ่าแล้วล่ะ” 

               “เอ็นดูยังไงครับคุณพ่อ เห็นชกเอาๆ” ผู้หมวดศิขรินถาม อย่าว่าแต่ผู้กองพนาเลย ขนาดรู้ว่าเขากับขวัญคณินแอบมีใจให้กันแต่คุณอารันก็ยังดูจะไม่ค่อยปลื้มเลย 

               “เอาน่า รอดูก็แล้วกัน” พลโทคีรินทร์บอกแล้วหิ้วแมวอ้วนน้องเพลงพิณของผู้กองกวินทร์ขึ้นมาเกาคางให้ งานนี้พ่อตากับลูกเขยคงได้คุยกันยาว 

  

 

 

               ผู้กองพนาถูกลากตัวมายังชายป่าใกล้กับลานฝึกซ้อมยิงปืน พอเห็นว่าลับหูลับตาคนแล้วรองกรันณ์ก็เหวี่ยงตัวเขาลงไปกับพื้นจนแผลถูกยิงที่แก้วเจ้าจอมเพิ่งจะทำให้แทบปริ แต่ถึงกระนั้นผู้กองพนาก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไรเลย เขาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้งโดยที่รองกรันณ์ยังคงมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ไม่คิดว่าอายุเยอะขนาดนี้แล้วเรี่ยวแรงจะยังมหาศาลอยู่ 

               “ท่านพาผมมาที่นี่ทำไมครับ” 

               “...กูดูจากสภาพของมึงแล้ว ถ้ากูยอมให้ลูกกูแต่งงานกับมึง ไนเปอร์ได้เป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวแน่” แล้วสายตาคมของรองกรันณ์ก็ตวัดมองมาที่เครื่องหมายหลักสูตรการรบอันมากมายที่อยู่บนอกเสื้อของผู้กองพนา 

               “ไหนๆ มึงมันก็ลูกไม่มีพ่อมีแม่แล้ว ถ้ามึงอยากแต่งงานกับไนเปอร์ พอแต่งงานแล้วมึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกู ห้ามมึงเอาลูกกูหนีไปจากกูเด็ดขาด” 

               “ฮะ” ผู้กองพนาร้องออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เขาแปลกใจที่รองกรันณ์พูดแบบนี้กับเขามากกว่า ท่านพูดเหมือนกับว่าจะยอมให้เขากับแก้วเจ้าจอมแต่งงานกันแล้วเลย 

               “ดะ...ได้ครับท่าน ผมจะไม่พรากไนเปอร์ไปจากท่านเด็ดขาด ผมจะเป็นฝ่ายเข้าไปช่วยท่านดูแลไนเปอร์เองครับ” ถ้าข้อแม้มีเพียงแค่นี้เขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แก้วเจ้าจอมเป็นที่รักของทุกๆ คน เขาไม่ใจร้ายพรากเธอมาจากทุกคนหรอกแต่เขาจะขอเข้าไปเป็นลูกหลานของบ้านเธอแทน แต่... 

               “ท่านยอมให้ผมกับไนเปอร์แต่งงานกันแล้วใช่มั้ยครับ” 

               “เปล่า” รองกรันณ์ยังคงตอบหน้านิ่ง “กูให้ลูกกูแต่งงานกับคนที่ไม่มีเงาหัวอย่างมึงไม่ได้หรอก คนอย่างมึงจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ เกิดแต่งงานได้วันเดียวแล้วมึงถูกคนร้ายยิงตายห่าลูกกูจะทำยังไง กูจะไม่ให้มึงแต่งงานกับลูกกูเด็ดขาดจนกว่า...มึงจะปิดคดีไอ้ชารีฟกับกาเซ็มได้แล้วก็ลากคอไอ้สารวัตรคมกฤชกับไอ้ สส.พศุตม์ที่ยังหนีอยู่ไปเข้าคุก ว่าไง ทำได้มั้ย” ตราบใดที่ผู้กองพนายังมีคนร้ายตามหมายหัวอยู่แบบนี้เขาไม่อาจวางใจยอมให้แก้วเจ้าจอมแต่งงานได้หรอก เขากลัวชีวิตของลูกจะเป็นเหมือนเขากับราชาวดี เขากับราชาวดีแต่งงานกันท่ามกลางการหมายหัวจ้องจะเล่นงานของศัตรู มีหลายครั้งที่เขาทำให้ราชาวดีต้องพลอยตกอยู่ในอันตรายและเกือบจะเสียลูกชายฝาแฝดไป ถึงแม้ว่าภารกิจที่เขาทำในตอนนั้นเขาจะได้กลับมาหาราชาวดีกับลูก จะรอดปลอดภัยกลับมาหาเธอแต่เรื่องโชคดีมันก็ไม่ได้มีให้กับทุกคนเสมอไป ถ้าผู้กองพนาไม่โชคดีเหมือนเขาล่ะการแต่งงานก็จะยิ่งเป็นการผูกแก้วเจ้าจอมเอาไว้กับเขาให้แน่นขึ้น ถ้าผู้กองพนาเป็นอะไรขึ้นมาคนที่ต้องเจ็บที่สุดก็คือลูกสาวของเขาเพราะดูท่าแล้วจะรักผัวหลงผัวมาก ถึงแม้ว่าแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาอยู่เป็นสามีภรรยากันมานานแล้วก็ตาม การจะแต่งงานกันหรือไม่แต่งก็แทบจะไม่ได้ต่างกันเลยดังนั้นเขาจึงอยากให้ผู้กองพนาไปเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน จะให้แต่งงานกันโดยที่มีปลายกระบอกปืนของคนร้ายจ่อหัวแบบนี้ไม่ได้ ต่อให้เขายอมให้คนทั้งคู่แต่งงานกันพรุ่งนี้ คิดหรอว่าชารีฟกับกาเซ็มมันจะยอมให้งานแต่งผ่านไปอย่างราบรื่น ในคืนวันแต่งงานของเขา เขาทิ้งราชาวดีให้นอนเฝ้าห้องหออยู่คนเดียวตั้งหลายวันเพราะถูกคนร้ายก่อกวนจนต้องทิ้งงานแต่งไปทำภารกิจ ถ้าผู้กองพนาจะมาทิ้งงานแต่งไปกลางครันแล้วปล่อยให้ลูกของเขานอนเฝ้าห้องหออยู่คนเดียวบ้างและต้องอายแขกในงานเขาไม่ยอมแน่ๆ 

               “ไปจัดการกับคดีของมึงให้ได้ก่อน ไว้ปิดคดีแล้วค่อยเอาขันหมากมา” 

               “จริงนะครับท่าน ท่านพูดจริงนะครับ” ผู้กองพนายิ้มออกมาด้วยความดีใจ ข้อแม้แรกคือให้เขาแต่งเข้าบ้านสุวรรณเวช เรื่องแค่นี้เขาไม่มีปัญหาเพราะเดิมทีก็เป็นคนตัวคนเดียวอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่สองก็คือเขาต้องเคลียร์กับคนร้ายให้ได้เสียก่อน จริงอยู่ถึงแม้ว่าข้อแม้นี้มันอาจจะฟังเป็นเรื่องยากแต่อย่างน้อยพ่อตาก็ยอมเปิดใจให้เขาบ้างแล้ว 

               “กูไม่ใช่เพื่อนเล่นมึง กูจะล้อเล่นกับมึงทำไม” ยิ่งได้ยินแบบนี้ผู้กองพนาก็ยิ่งดีใจจนแทบจะโผเข้าไปกอดพ่อตา แต่พอเห็นสีหน้าเหี้ยมๆ แล้วเขาก็เปลี่ยนใจมาเป็นลงไปนั่งกับพื้นแล้วก้มกราบขอบคุณท่านด้วยความดีใจแทน เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด พ่อตาเขายอมรับเขาแล้วจริงๆ 

               “ขอบคุณท่านมากนะครับที่เมตตาผม” 

               “อย่าเพิ่งรีบดีใจไป ใครจะไปรู้ภารกิจนี้มึงอาจจะตายห่าก็ได้” นั่นสินะ... 

               “ผมก็เคยคิดแบบนี้อยู่เหมือนกันครับ สำหรับคดีนี้ผมวางเดิมพันเอาไว้ด้วยชีวิต เพราะแบบนี้แหละครับตอนแรกผมถึงอยากจะรีบแต่งงานกับไนเปอร์ อยากพาไนเปอร์เดินลอดซุ้มกระบี่ไปด้วยกัน อยากจัดงานแต่งงานแบบที่ไนเปอร์ชอบให้ อยากให้ไนเปอร์ได้เป็นเจ้าสาวแสนสวยยืนเคียงข้างผมก่อนที่ผมจะ...” 

               “น้ำเน่า” รองกรันณ์ว่าพลางเบะปากใส่ “ที่มึงว่ามามันฟังดูดีมากเลยนะ ถ้าเป็นละครหรือนิยายเรื่องที่มึงว่าอาจฟังเป็นเรื่องที่สวยงามโรแมนติก แต่ในชีวิตจริงแล้วทุกๆ อย่างมันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่มึงหวังหรอก ไอ้เรื่องเอาชีวิตเป็นเดิมพันกับภารกิจน่ะกูเคยทำมาแล้ว แล้วมึงรู้มั้ยว่าสุดท้ายมันเป็นยังไง” ว่าแล้วรองกรันณ์ก็แสยะยิ้มเหี้ยมๆ ขึ้นมาอีกขณะนึกถึงภารกิจใหญ่ที่เขาเคยทำตอนที่ยังเป็นหนุ่ม คดีกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดของนายพลอ่องเส็ง ราชายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ มันเป็นคดีที่เขาจำไม่มีวันลืมเลย 

               “ภารกิจคราวนั้นกูเอาชีวิตเป็นเดิมพัน กูเดิมพันแค่ชีวิตของกูคนเดียวแต่มันกลับทำให้ลูกเมียของกูต้องพลอยซวยไปด้วย กูถูกคนร้ายจับไปทรมานต่อหน้าเมีย ถึงเมียกูจะรอดปลอดภัยแต่ก็เกือบจะแท้งเจ้าแฝดไปถึงสองครั้ง กูถูกคนร้ายฆ่าตายต่อหน้าเมีย ถึงจะไม่ได้ตายจริงแต่ก็ต้องแสร้งเล่นละครว่าตัวเองตายไปแล้วเพื่อให้คนร้ายตายใจ กูแกล้งตายไปนานหลายเดือนเพื่อแฝงตัวไปอยู่กับพวกคนร้ายในขณะที่ทางครอบครัวของกูก็ยังเข้าใจว่ากูตายไปแล้วจริงๆ แล้วคนที่เจ็บปวดทรมานที่สุดนอกจากแม่ของกูแล้วก็ยังมีเมียกูด้วย แก้มต้องอุ้มท้องเจ้าแฝดอยู่คนเดียวหลายเดือน ต้องอยู่อย่างคนตายทั้งเป็น มึงอยากจะให้ไนเปอร์เป็นแบบนี้หรอ” 

               “ผมคิดว่าการแต่งงานอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะให้กับไนเปอร์ได้ก่อนที่ผมจะตาย” 

               “สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกกูไม่ใช่การแต่งงาน แต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับไนเปอร์ก็คือ...การที่มึงรอดตายต่างหาก จะมีประโยชน์อะไรถ้ามีงานแต่งงานหรูหราแต่ผัวต้องมาตายทีหลัง สู้ให้มึงไปเคลียร์กับคนร้ายแล้วพยายามเอาชีวิตรอดกลับมาหาลูกกูแบบนี้ไม่ดีกว่าหรอ จะแต่งหรือไม่แต่งตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว ก็อยู่เป็นผัวเมียกันมานานแล้วนี่ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมึงจะต้องไปทำภารกิจยังไงถึงจะรอดตายกลับมา” 

               “ยังไงครับท่าน” 

               “ถ้าโง่แล้วยังคิดไม่ออกก็หุบปาก หุบปากแล้วก็ฟังกู” 

               ผู้กองพนาแอบอมยิ้มออกมาอีกทีด้วยความอุ่นใจ ตอนแรกนึกว่าพ่อตาจะเกลียดแต่ที่ไหนได้...จริงๆ แล้วท่านก็เป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นการเป็นห่วงแทนลูกสาวก็เถอะ การมีพ่อคอยให้คำปรึกษามันดีแบบนี้สินะ เขาไม่เคยรู้สึกถึงความเป็นพ่อลูกกับใครแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ยิ่งท่านให้ความเมตตาเขาก็ต้องยิ่งทำตัวให้ดี จะให้ท่านผิดหวังในตัวเขาไม่ได้เป็นอันขาด 

  

 

 

แก้วเจ้าจอมใจไม่ดีไปหมดเมื่อผู้เป็นพ่อลากเอาตัวผู้กองพนาออกเป็นเวลานานนับชั่วโมงกว่าๆ เธอไม่รู้ว่าพ่อจะทำอะไรเขาอีกมั้ย จะซ้อมเขาอีกหรือว่าจะผลักไสไล่เขาไปจากเธอ ในเมื่อพ่อรักเธอเธอก็อยากจะให้พ่อรักคนที่เลือกเหมือนกัน อยากให้พ่อได้ลองเปิดใจดูแล้วพ่อจะได้รู้ว่าคนที่เธอเลือกนั้นเขาเป็นคนดีมากจริงๆ เธอไม่ได้รักเขาเพราะความลุ่มหลงมัวเมา แต่เธอรักเขาเพราะความดี ความจริงใจของเขา 

               “สาธุ ขอให้พ่อซ้อมมันจนตายเป็นผีเฝ้าป่า” ผู้กองกวินทร์ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวแล้วยิ้มเยาะแก้วเจ้าจอมที่ยังดูกระวนกระวายใจอยู่ เห็นแล้วก็หมั่นไส้ แต่ความจริงแล้วก็ทั้งหึงแล้วก็หวงน้องสาว เขาไม่ชอบเลยเวลาที่เห็นแก้วเจ้าจอมเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าเขา 

               “สาธุ ขอให้พ่อตาของพี่เรนเจอร์โหดกว่า...อุ๊บ!” แก้วเจ้าจอมพูดต่อไม่ออกเมื่อผู้กองกวินทร์เข้ามาปิดปากเธอเอาไว้ด้วยกลัวว่าคำพูดของแก้วเจ้าจอมจะเป็นจริง ตอนเด็กๆ เวลาที่แก้วเจ้าจอมอวยพรความรักให้กับใคร ทุกคนก็ล้วนแต่สมหวังในความรักด้วยกันทั้งหมดแล้วถ้าได้แช่งใครขึ้นมา...เลิกกันทุกราย 

               “อย่าแช่งนะ ลองแช่งสิจะแช่งคืน” เขาขู่เธออีกแก้วเจ้าจอมก็เลยรีบถอยหนีออกมา ตอนนี้เธอไม่ได้มีอารมณ์จะทะเลาะกับใครทั้งนั้น เธอเป็นห่วงสามีของเธอมาก 

               “คุณพ่อไม่ทำอะไรผู้กองหรอกลูก ไนเปอร์ใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะ” ราชาวดีเข้ามาปลอบลูกสาวด้วยความเข้าใจ ถึงเธอกับสามีจะได้ครองรักกันโดยไม่มีใครมาคัดค้านขัดขวางแต่เรื่องแบบนี้คนเป็นแม่ย่อมรู้ใจของลูกดีเสมอ 

               “จริงอย่างที่คุณอาพูดนะไนเปอร์ ดูนู่นสิ” ผู้หมวดศิขรินพยักหน้าไปทางชายป่าซึ่งตอนนี้รองกรันณ์กำลังเดินกลับมาโดยมีผู้กองพนาเดิมตามในสภาพใบหน้าที่มีแผลเพิ่มเติมจากเมื่อก่อนหน้านี้ ทั้งปากและจมูกมีรอยคราบเลือดใหม่จนทำให้แก้วเจ้าจอมน้ำตาซึมทันทีที่เห็นและไม่รอช้า เธอรีบวิ่งลงจากบ้านพักไปแล้ววิ่งเลยผู้เป็นพ่อเพื่อเข้าไปกอดผู้กองพนาเอาไว้ 

               สองแขนของเธอกอดรอบเอวเขาแน่นแล้วซุกหน้าที่อาบด้วยน้ำตาเข้ากับอกแกร่งของเขา โล่งใจที่พ่อของเธอไม่ได้ทำอะไรเขาไปมากกว่านี้ 

               “พี่ไม่เป็นไร” ผู้กองพนาตอบเธอแล้วกอดเธอไว้แนบอกเช่นกัน เขายิ้มออกมาได้อีกครั้งหลังจากที่ได้พูดคุยกับรองกรันณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่เรื่องที่พูดคุยกันท่านสั่งเขาว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดแม้แต่กับเธอ ดังนั้นเขาคงบอกเธอไม่ได้ว่าเขากับท่านคุยอะไรกันมาบ้าง 

               รองกรันณ์หันมามองตามเมื่อเห็นลูกสาววิ่งผ่านตนเข้าไปกอดผัวแทนพ่อ แม้จะเจ็บใจที่ลูกทำเมินใส่และยังหวงลูกอยู่แต่เขาก็ต้องยอม อย่างไรเสียก็เพื่อความสุขของลูก 

               “โอ๋ๆๆ ลูกสาวเมินงั้นกอดแก้มแทนก็ได้นะคะ” ราชาวดีเข้ามาปลอบใจสามีที่มีอาการคล้ายกับคนอกหัก เขารักแก้วเจ้าจอมมากขนาดนี้ก็คงยากจะทำใจหน่อยเวลาที่เห็นใครคนอื่นมาแบ่งความรักของแก้วเจ้าจอมไปจากเขา 

               “พี่เกลียดมัน ไอ้เวรนี่” เขาพยักหน้าไปทางผู้กองพนาที่ยังกอดกันกลมอยู่กับแก้วเจ้าจอม แต่ราชาวดีก็ดูออกแหละว่าตอนนี้เขาไม่ได้เกลียดผู้กองพนาแล้วจริงๆ เพราะถ้าเกลียดจริงๆ ผู้กองพนาคงไม่ได้มายืนกอดแก้วเจ้าจอมต่อหน้าเขาแบบนี้หรอก 

               “ทำอะไรน่ะรีคอน” รองกรันณ์ตวัดสายตามาทางผู้หมวดศิขรินที่กำลังถ่ายภาพแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาส่งไปให้ขวัญคณินคนรักของตัวเองดูอยู่เพื่อรายงานสถานการณ์ “คุยกับมารีนอยู่ใช่มั้ย หยุดเลยนะ น้องกำลังเรียนอยู่” 

               “ไม่ต้องหยุดรีคอน คุยกับน้องมารีนต่อเลย” พลโทคีรินทร์ที่นั่งคุยอยู่กับผู้กองกรินทร์พูดแทรกขึ้นมาแล้วจ้องหน้าน้องเขยอย่างเซ็งๆ 

               “ผู้กองพนาเขาไม่มีพ่อมีแม่ มึงจะรังแกเขายังไงก็ได้แต่สำหรับรีคอน มึงห้ามมารังแกลูกกูเด็ดขาด เด็กเขารักกันก็ปล่อยๆ เขาไป มึงหวงแค่ลูกสาวก็พออย่าลามมาหวงหลานสาวด้วยอีกคน” 

               “มารีนยังเรียนอยู่นะพี่ ให้มีความรักได้ยังไง” 

               “ทีน้องสาวมึงยังคบกับผู้การคณินตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ ม.ปลายเลย การเรียนก็ไม่เสียแถมมีคนช่วยดูแลอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นมึงอย่ามากีดกัน กูจองน้องมารีนมาเป็นลูกสะใภ้แล้วใครก็มาขวางทางกูไม่ได้แม้แต่มึง!” 

               “โอ๊ย พอเถอะค่ะ ทั้งคู่เลย” ราชาวดีต้องมาห้ามศึกพี่เมียกับน้องเขยอีกคู่ “แก่ๆ กันแล้วปลงๆ กันบ้างเถอะค่ะ อะไรกันพี่รันกับพี่ภูเนี่ย ทะเลาะกันตั้งแต่หนุ่มยันแก่อายลูกหลานบ้างสิคะ” 

               “ไปบอกผัวตัวเองให้หายบ้าก่อนเถอะไป” พลโทคีรินทร์ว่าให้น้องสาวบ้าง ก็หลงผัว ตามใจแต่ผัวแบบนี้นี่ไงผัวถึงได้บ้าไม่เลิก แค่ลำพังลูกสาวจะมีผัวยังต้องลำบากเขามาเคลียร์ให้ “แล้วนี่เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” เขาหันมาทางผู้กองพนาที่ช่วยเช็ดน้ำตาให้กับแก้วเจ้าจอมอยู่ก่อนจะจูงมือเธอเดินเข้ามาหาทุกคน แล้วพอผู้กองพนาจะยื่นแขนมาโอบรอบเอวของเธออีกผู้กองกวินทร์ก็เดินอุ้มแมวเข้ามายืนแทรกกลางคนทั้งสองทันทีพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่อย่างหวงๆ ไม่ยอมให้ผู้กองพนาโอบเอวแก้วเจ้าจอมง่ายๆ 

               “เรนเจอร์ เอาน้องเพลงพิณมาอุ้มหน่อยซิ” แล้วผู้กองกรินทร์ก็เดินเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมเอาไว้อีกคนพร้อมกับเอาแมวมาบังหน้าจนราชาวดี พลโทคีรินทร์กับผู้หมวดศิขรินพากันขำให้กับความหวงน้องสาวของสองแฝด 

               “ไอ้แฝดนรก” ผู้กองพนากัดฟันว่าออกมาเบาๆ คนเดียว เคลียร์กับพ่อรู้เรื่องแล้วแล้วนี่เขายังจะต้องมาเคลียร์กับไอ้แฝดนี่ต่อหรอ หลังจากที่รองกรันณ์เล่าเรื่องในอดีตให้เขาฟังเขาก็เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าเจ้าแฝดนรกคู่นี้เกือบจะแท้งตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ถึงสองครั้ง มิน่าล่ะรองกรันณ์ดูรัก ดูโอ๋สองแฝดมาก เพราะเขาเกือบทำให้ลูกแท้งนี่เอง 

               “เคลียร์เรียบร้อยแล้ว คุยกันรู้เรื่องแล้วด้วย” รองกรันณ์หันมาตอบพลโทคีรินทร์ ยิ้มกริ่มอย่างถูกใจที่ลูกชายฝาแฝดเข้ามายืนกั้นกลางระหว่างผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมเอาไว้ 

               “แล้วสรุปกันว่ายังไง จะแต่งกันตอนไหนดี” 

               “จะไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้นตอนนี้ จนกว่า...มันจะทำภารกิจเสร็จ” 

               แก้วเจ้าจอมหันควับมามองทางสามีทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้ ทำไมกันล่ะ นี่มันหมายความว่ายังไงทำไม... 

               “เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง” ผู้กองพนากับรองกรันณ์ว่าขึ้นพร้อมกันเมื่อต่างฝ่ายต่างก็หันมาบอกกับภรรยาของตนจนพลโทคีรินทร์อดคิดไม่ได้ว่าพ่อตากับลูกเขยคู่นี้นิสัยมันช่างเหมือนกันเหลือเกิน แต่ดีหน่อยที่ลูกเขยมันไม่ได้บ้ามากเหมือนกับพ่อตาของมัน 

               “ไว้เสร็จภารกิจตามล่าชารีฟกับกาเซ็มก่อนเราค่อยแต่งงานกันนะ ไนเปอร์รอพี่ก่อนนะ อีกไม่นานหรอก” ผู้กองพนายิ้มบอกแก้วเจ้าจอมที่ได้แต่ขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ก็ไหนคุยกันแล้วไงว่าจะรีบแต่งงานกัน ถ้าภารกิจนี้เขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ 

               “ทำไมล่ะคะ ทำไมต้องรอทำภารกิจให้เสร็จก่อน ถ้าพี่พนาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะคะ” 

               “ถ้ามันใจเสาะตายง่ายมันก็ไม่สมควรมาเป็นเขยของบ้านนี้ บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนใจเสาะ” 

               “คุณพ่อ ทำไมคุณพ่อทำแบบนี้คะ...” แก้วเจ้าจอมหันมามองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความน้อยใจ อดคิดไม่ได้ว่าหรือพ่อของเธอกำลังจะแกล้งอะไรเขาอีก พ่อของเธอต้องการจะกำจัดเขาโดยการให้เขาไปตายในภารกิจใช่มั้ย 

               “ไนเปอร์ อย่าไปว่าพ่อแบบนี้” ผู้กองพนาดุเธอแล้วผลักสองแฝดที่ยืนกั้นระหว่างเขากับเธอออก เขาเดินเข้ามาหาเธอแล้วกุมมือของเธอเอาไว้ มองหน้าสบตากับเธออย่างจริงจัง “คุณพ่อของไนเปอร์ท่านทำถูกแล้ว ไม่ว่าจะแต่งช้าหรือเร็วยังไงเราก็ยังได้อยู่ด้วยกันอยู่ พี่ไม่เป็นไรหรอกนะก็พี่สัญญากับไนเปอร์แล้วไงว่าจะไม่ทิ้งไนเปอร์ไปไหน ไว้เสร็จภารกิจนี้แล้วพี่จะยกขันหมากมาสู่ขอไนเปอร์ ไนเปอร์อยากได้งานแต่งที่มีดาวมาประดับเยอะๆ ใช่มั้ย ดอกกุหลาบสีขาวด้วย พี่จะจัดงานแต่งแบบที่ไนเปอร์อยากได้ให้ อดใจรอพี่ก่อนนะ ไม่นานหรอก” 

               “อูแหวะ!!!” เสียงสองแฝดโก่งคออ้วกกับคำหวานของน้องเขย เพราะมันปากหวานแบบนี้ไงยัยโหดถึงยอมสยบให้กับมัน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ายัยโหดไปหลงคารมคนแก่อะไรนักหนา 

               ในระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อรินเดินกลับมาที่บ้านพักพอดีหลังจากออกไปปฏิบัติงานข้างนอกมา พอเห็นว่าตอนนี้พลโทคีรินทร์กับผู้หมวดศิขรินก็อยู่ที่นี่ด้วยเขาก็รีบเดินเข้ามายกมือไหว้คนทั้งสอง ในใจเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วเมื่อเห็น ลุงภู มาอยู่ที่นี่ เพราะเป็นที่รู้กับว่าลุงรันนั้นไม่กล้าหือกับลุงภู ถ้าลุงภูบอกให้ผู้กองพนาแต่งงานกับพี่ไนเปอร์ของเขาได้ลุงรันก็ขัดอะไรไม่ได้อีก อรินหันมามองทางแก้วเจ้าจอมก็เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังยืนกอดผู้กองพนาอยู่ ซ้ำยังกอดต่อหน้าทุกๆ คนด้วยโดยที่ลุงรันของเขาไม่ได้ว่าอะไรแม้แต่น้อย แม้แต่พี่แฝดก็ไม่ได้เข้ามาขัดขวาง นี่อย่าบอกนะว่าลุงรันยอมรับมันแล้ว 

               “ไม่เจอกันนานเลยนะอริน เป็นยังไงบ้างลูกมาทำงานที่นี่” พลโทคีรินทร์เอ่ยถามตามประสาผู้ใหญ่ที่ห่วงใยลูกหลาน เห็นแววตาที่อรินมองแก้วเจ้าจอมแล้วเขาก็อดสงสารไม่ได้ เมื่อก่อนพ่อของอรินก็เคยอกหักจากราชาวดีแล้วนี่อรินยังจะต้องมาอกหักเพราะสาวบ้านนี้อีก 

               “ก็สบายดีครับคุณลุง สบายกายแต่...ทรมานใจ” แล้วก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แก้วเจ้าจอมค่อยๆ ผละออกมาจากอ้อมกอดของผู้กองพนา ทำตัวไม่ค่อยถูกแล้วตอนนี้เมื่อมีอรินจ้องอยู่ 

               “งั้น...ย้ายกลับแม่สอดไปทำงานกับพี่มั้ย พออรินกับไนเปอร์ย้ายมาที่นี่พี่ก็ไม่มีเพื่อนเที่ยวเลย พี่ซีลก็ไม่ค่อยออกไปไหนอยู่แต่ที่ฐานตลอดพี่ล่ะเหง้าเหงา” ผู้หมวดศิขรินเข้ามากอดคออรินแล้วชวนเขากลับแม่สอดด้วยกัน แต่อรินกลับแสยะยิ้มใส่ 

               “พี่ไนเปอร์อยากกำจัดผมหรอถึงให้พี่รีคอนมาชวนผมกลับแม่สอด ใจร้ายจังนะ มีผัวแล้วลืมน้อง” 

               “เฮ้ย! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับไนเปอร์นะ พี่ชวนเพราะพี่อยากให้อรินกลับไปกับพี่จริงๆ” 

               “ผมไม่กลับ” อรินหันมาตอบผู้หมวดศิขริน “ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อคอยดูแลพี่ไนเปอร์ของผม ไอ้คนที่มันมาทีหลังต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายไป” เขาจ้องหน้าผู้กองพนาอย่างไม่ได้เกรงเลยว่าอีกฝ่ายเป็นถึงผู้บังคับบัญชาของตัวเอง 

               “รักสามเส้าเว้ย” พลโทคีรินทร์ว่า แต่จะบังคับอะไรอรินก็ไม่ได้เพราะเขาเองก็ทั้งสงสารและเห็นใจหลานชาย นี่จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย อรินฝังจิตฝังใจชอบแก้วเจ้าจอมมาตั้งแต่เด็กๆ ขนาดนี้การจะเปลี่ยนใจอรินได้ก็คือการหาผู้หญิงคนใหม่มาให้เขา 

               แล้วก็เหมือนสิ่งที่พลโทคีรินทร์คิดฟ้าดินจะรับรู้เมื่อเขาเห็นผู้หมวดเผ่าเทพกำลังเดินนำใครสองคนมาที่นี่ คนแรกคือเด็กหนุ่มหน้าตี๋ตัวขาวสูง หน้าตาคล้ายอรินราวกับคนเดียวกันกับสาวน้อยหน้าตาสวย ดูน่ารักในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน หลานสาวคนเล็ก น้องน้อยของแก๊งฟันน้ำนม 

               “ผู้กองครับมีแขก” ผู้หมวดเผ่าเทพรายงานผู้เป็นนายตน “น้องเนวี่ลูกสาวผู้การนทีกับ...น้องชายของหมออรินครับ”  

               “ขอบใจหมวดที่พาพวกเขามา” ผู้กองพนาหันไปตอบก่อนที่ผู้หมวดเผ่าเทพจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ รู้สึกว่าวันนี้ฐานของเขามีแขกมากันเยอะเสียเหลือเกิน ไม่คนใหญ่คนโตก็ลูกหลานคนใหญ่คนโตทั้งนั้น 

               “สวัสดีค่ะคุณลุง คุณป้า พี่ๆ ทุกคน” นทีธารารีบทักทายทุกๆ คนอย่างสดใสและดวงตาเป็นประกายมากขึ้นเมื่อยามมองไปทางอริน 

               “เนวี่ พลร่ม นี่มากันยังไงเนี่ยลูก” ราชาวดีเข้ามากอดหลานสาวคนเล็กอย่างเอ็นดูและยื่นมือไปลูบศีรษะอัศวินหรือพลร่ม น้องชายของอรินเบาๆ เมื่อเขายกมือขึ้นไหว้เธอกับทุกๆ คน 

               “เนวี่ได้ข่าวเรื่องโรงเรียน ตชด.ถูกถล่มแล้วพี่ๆ ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยค่ะเลยเป็นห่วงอยากมาเยี่ยม พอกลับจากวิทยาลัยเนวี่ก็นั่งเครื่องจากกรุงเทพฯ มาที่นี่เลยค่ะแล้วบังเอิญเจอกับพลร่มระหว่างทางพอดี” เสียงใสๆ เอ่ยเจื้อยแจ้วอย่างน่ารักพร้อมชี้มาที่ถุงขนมถุงใหญ่ที่อัศวินช่วยถือให้ 

               “เนวี่เอาขนมมาฝากพี่ๆ เยอะแยะเลยค่ะ ของโปรดของพี่อรินทั้งนั้นเลยนะคะ” 

               “เอ๊ะยังไง” เสียงสองแฝดกับผู้หมวดศิขรินว่าขึ้นพร้อมกันเบาๆ จับจ้องไปที่ถุงขนมที่ว่าที อรินทีแล้วก็นทีธาราที น้องสาวคนเล็กของพวกเขาบอกว่าเอาขนมมาฝากพี่ๆ แต่ขนมที่ว่ากลับมีแต่ของโปรดของอริน 

               “คิดเหมือนกันมั้ยรีคอน” ผู้กองกวินทร์เอียงตัวมาถามน้องชาย ผู้หมวดศิขรินก็เลยเอียงตัวไปกระซิบถามผู้เป็นพ่อของตัวเองต่อ 

               “คิดเหมือนกันมั้ยครับคุณพ่อ” แล้วพลโทคีรินทร์ก็หัวเราะออกมาทันทีให้กับความรักของลูกๆ หลานๆ แลดูเป็นความสัมพันธ์ที่ยุ่งกันดีเหลือเกิน จากตอนแรกเป็นรักสามเส้า ตอนนี้เป็นรักสี่เส้าซะอย่างนั้น แบบนี้หวังว่าคงไม่มีเส้าที่ห้าตามมาหรอกนะ ไม่งั้นได้ยุ่งไปกว่านี้แน่ๆ 

  

 

 

******************************************************** 

ต้อนรับวันพ่อด้วยฉากความรักของพ่อที่มีต่อลูกนะคะ ทั้งพ่อภูและพ่อรัน 

ส่วนความรักของหนุ่มสาวก็เป็นรักหลายเส้าน่าดู แต่ก็ยินดีกับพี่พนาด้วยนะคะพ่อตาเริ่มเอ็นดูแล้ว 

เรื่องต่อจากนี้จะค่อนข้างเป็นฉากแอ็กชั่น บู๊มากขึ้น (จะมีคนต้องตายเพิ่มอีกหลายคน จะเป็นใครลองเดาดูเด้อ) 

************************************* 

เนื่องจากที่ผ่านมาหลายวันไรท์เปื่อย แต่ก็ยังฝืนสังขารไปทำงานทุกวันอาการเลยยิ่งแย่ ทำให้การลงนิยายช่วงนี้มีติดขัดบ้างนะคะ เขียนได้วันละนิดวันละหน่อยเลยมาช้า แล้วจะรีบกลับมาลงนิยายบ่อยๆ เหมือนเดิมเด้อจ้า 

  

ความคิดเห็น