email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่15 : จองแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่15 : จองแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2563 01:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่15 : จองแล้ว
แบบอักษร

ตอนที่15 : จองแล้ว

 

 

"ออ แล้วต่อไปก็อย่าใส่เสื้อแบบวันนี้อีก กูไม่ชอบ!" ธันวาพูดบอกคนหน้าหวานเสียงจริงจัง สายตาคมก็จ้องมองดวงตาหวานไม่กระพริบ ทำให้คนที่สติหลุดค่อยๆเรียกสติของตนกลับมาได้ ใบหน้าหวานที่เปียกชื่นแดงก่ำไปทั้งหน้า อกข้างซ้ายก็เต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมายังไงอย่างงั้น

'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มันกำลังสารภาพรักเรางั้นเหรอ? ไม่! ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้' ไป๋เซียนได้แต่ถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ เพราะคำพูดที่อีกฝ่ายพูดออกมามันไม่มีความเป็นไปได้เลยสักนิด คนที่เคยเกลียดขี้หน้ากันยิ่งกว่าอะไรดี จู่ๆจะเปลี่ยนมาเป็นชอบกันได้งั้นเหรอ ไม่มีทาง! นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวของเขาตอนนี้

 

"พะ...พูดบ้าอะไรของมึง ปล่อย! ปล่อยกู!" ร่างโปร่งพยายามตั้งสติ ก่อนจะสบัดหน้าหนีจากมือเรียวสวย จากนั้นก็ออกแรงดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งของอีกคน แต่ก็เหมือนจะเสียแรงเปล่า เพราะนอกจากจะไม่ยอมปล่อยแล้ว ร่างสูงยังโอบรัดเขาเข้าไปแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก มันใกล้ชนิดที่ว่าสามารถมองเห็นรูขุมขนบนใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

 

"กูไม่ปล่อย! จนกว่ามึงจะยอมรับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้กับกูอีก" ธันวาเอ่ยบอกเสียงแข็งพร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้อีกฝ่ายอยู่นิ่งๆ

"ทำไมกูต้องรับปาก มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกูห้ะ!" คนหน้าหวานเองก็ไม่ยอมแพ้ ตวาดกลับเสียงดังพร้อมกับสบตาคมอย่างไม่เกรงกลัว ถึงแม้ตอนนี้หัวใจเขาจะเต้นแรงแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายมารังแกได้ง่ายๆหรอก

"หึ..ตอนนี้ยัง แต่ต่อไปก็ไม่แน่" คนหล่อแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงไปหาซอกคอขาวของอีกคนอย่างรวดเร็ว

 

"โอ้ย! ทำบ้าอะไรของมึงเนี้ย! ปล่อยนะเว้ย! ปล่อยกู!" หมอหนุ่มถึงกับร้องออกมาเสียงดังลั่น เพราะรู้สึกเจ็บที่ถูกร่างสูงดูดเม้มซอกคออย่างไม่ทันตั้งตัว เขาทั้งทุบทั้งผลักอีกฝ่ายแบบไม่ยั้ง แต่ก็สู้แรงควายของอีกคนไม่ได้ จนร่างสูงพอใจนั่นแหละถึงเป็นฝ่ายยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระเอง

 

"ทำบ้าอะไรของมึงห้ะ! เป็นบ้าไปแล้วรึไง!" หมอหนุ่มตวาดใส่คนหล่อด้วยความโมโห ก่อนจะใช้มือสวยลูบสัมผัสตรงที่โดนดูดเบาๆ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างกระทันหันและรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทันจริงๆ ไหนจะเรื่องที่โดนขโมยจูบ แล้วไหนจะเรื่องที่โดนสารภาพรักอีก ตอนนี้เขารู้สึกสับสนจนไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้ว

"หึ ทำคิสมาร์คไง คนอื่นจะได้รู้ว่ามึงมีคนจองแล้ว"ธันวาตอบกลับแบบหน้าตาเฉย พร้อมกับจ้องมองผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ หึ..ดูสิ้ มีรอยแบบนี้ใครจะกล้าเข้ามายุ่งอีก นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวของเขา เขาตั้งใจทำรอยตรงซอกคอขาว เพื่อให้คนอื่นเห็นและเพื่อไม่ให้หมอหนุ่มใส่เสื้อกล้ามแบบวันนี้อีก เพราะเขาหวง และไม่อยากให้ใครมามองคนหน้าหวานของเขาด้วยสายตาหวานเยิ้มแบบวันนี้อีก

 

"จะ...จองบ้าจองบออะไรของมึง ออกไปให้พ้นเลยนะ ไอ้คนฉวยโอกาส!" หมอหนุ่มหน้าแดงเมื่อรู้ว่าร่างสูงตั้งใจทำอะไร เขารีบออกปากไล่และผลักอีกฝ่ายออกไปจากห้องน้ำ เพราะถ้าขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ มีหวังเขาได้อกแตกตายแน่ๆ คนบ้าอะไรไม่รู้ พูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย หน้าไม่อายจริงๆ

"กูไปก็ได้ แต่อย่าลืมสิ่งที่กูพูดล่ะ ห้ามคิดที่จะไม่รับสายกูอีก เพราะถ้ามีครั้งต่อไป...กูไม่ทำแค่ที่คอแน่" ธันวาเอ่ยบอกน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองสำรวจร่างกายที่มีแค่ผ้าขนหนูพันเอวของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้คนถูกมองรีบยกมือขึ้นมาปิดแผงอกขาวของตัวเองอย่างรวดเร็ว

"โรคจิต! มึงหยุดมองแล้วออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!" หมอหนุ่มตะโกนไล่

"ครับ คุณหมอ...แล้วเจอกันนะครับ" ร่างสูงยกยิ้มร้ายกาจให้คนหน้าหวาน ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้คนโดนรังแกยืนนิ่วหน้าไม่พอใจอยู่ที่เดิม มือสวยรีบกดล็อกประตูอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจกลับเข้ามาอีก

 

"ไอ้เซี้ยธัน! ไอ้โรคจิต มึงอย่าคิดว่าจะมีครั้งต่อไปนะ ไอ้เลว" ปากสวยสบถไล่หลังธันวาอย่างอารมณ์เสีย แต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าหล่อของคนชอบฉวยโอกาส มือสวยลูบสัมผัสริมฝีปากของตัวเองแผ่วเบา พลางนึกถึงจูบร้อนแรงที่อีกฝ่ายมอบให้ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ก็ต้องรีบสะบัดมันทิ้งทันที เพราะถึงแม้ในใจจะหวั่นไหวกับการกระทำและคำพูดของธันวามากแค่ไหน แต่เขาก็ยังไม่อยากยอมรับความรู้สึกของตัวเองอยู่ดี

 

 

"นายครับ นายยังอยู่ในนี้รึเปล่าครับ" แต่แล้วเสียงเข้มของหลงเว่ยก็ดังขึ้น ทำให้ร่างโปร่งที่ยืนเหม่อได้สติแล้วตอบกลับลูกน้องของตัวเองไป

"ยังอยู่ แต่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ"

"ครับ งั้นผมขอสิบนาทีนะครับ" หลงเว่ยเอ่ยบอกผู้เป็นนายก่อนจะเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายบ้าง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าร่างสูงของธันวาเพิ่งออกไปจากที่นี่ก่อนหน้าเขาแค่ไม่กี่นาทีเอง

"อืม เดี๋ยวฉันไปรอที่รถนะ เสร็จแล้วค่อยตามมาละกัน" ผู้เป็นนายตอบกลับเสียงราบเรียบ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูออกแล้วเปิดฝักบัวเพื่อชำระล้างฟองสบู่ที่เหลือต่อ และไม่นานร่างโปร่งก็เดินออกจากห้องน้ำด้วยผันขนหนูที่พันรอบเอว แต่แล้วก็ต้องตาโตเมื่อส่องกระจกแล้วเห็นรอยจ้ำแดงบนคอที่เด่นชัด

 

"ไอ้บ้าเอ้ย แดงขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย"หมอหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเองอยู่หน้ากระจก เพราะไม่คิดว่ารอยที่ร่างสูงทำจะแดงมากขนาดนี้ เขาจึงต้องใช้ผ้าเช็ดผมพาดคอไว้ แล้วเดินกลับไปที่ห้องล็อกเกอร์เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกที ในล็อกเกอร์มีเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นที่เขาเตรียมเคยเอามาเก็บไว้ เขาจึงหยุดชุดนั้นมาใส่แล้วเอาเสื้อผ้าที่ใส่วันนี้ใส่ถุงเพื่อนำกลับไปซัก

และปกติหมอหนุ่มจะเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำทุกครั้ง เพราะไม่ชอบสายตาคนอื่นเวลาจับจ้องมาที่เขา แต่วันนี้เหมือนจะเครียดจนลนไปหมด เขาเลยลืมและทำอะไรผิดเพี้ยนไปจากเดิม และไม่กี่นาทีเขาก็จัดการทุกอย่างเสร็จ เป็นเวลาเดียวกับที่หลงเว่ยเดินเข้ามาในห้องพอดี

 

"เดี๋ยวฉันไปรอที่รถนะ"

"ครับ" หลงเว่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะจัดการกับตัวเองอย่างรวดเร็ว ส่วนร่างโปร่งก็รีบเดินออกจากห้องแล้วตรงไปที่ลานจอดรถทันที ที่คอขาวยังมีผ้าเช็ดผมพาดไว้อยู่ เพราะไม่อย่างนั้นคนอื่นได้เห็นรอยแดงที่คอของเขาแน่

 

 

ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง...

ข้อความแชทดังขึ้นรัวๆ ทำให้หมอหนุ่มที่ยืนรอลูกน้องรีบควานหาโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกง และข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอที่แทบจะทำให้เขาปามันทิ้งทันที

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ปากหวานอ่ะ

อยากชิมอีก

ต่อจากนี้เตรียมตัวให้ดีนะ

เพราะกูจะเดินหน้าจีบมึงแล้ว

แล้วอย่าคิดที่จะไม่รับสายกูอีก

เพราะถ้ามึงไม่รับหนึ่งสาย

กูก็จะทำรอยบนตัวมึงหนึ่งรอย

จะทักมาบอกแค่นี้แหละ

ฝันดีครับ

คุณหมอของผม

:)

 

"ของมึงเหี้ยไรล่ะ! โอ้ย!! ไอ้เหี้ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี้ย" คนหน้าหวานถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะไม่คิดว่าธันวาจะมาชอบเขาจริงๆ นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ ทำไมกูต้องมาเจอคนขี้เผด็จการอย่างมึงด้วยวะเนี่ย หมอหนุ่มได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

 

Paixian

ไปตายซะ

 

และนี่คือสิ่งที่หมอหนุ่มพิมพ์ตอบไป แต่อีกฝ่ายกลับส่งกลับมาเพียงสติกเตอร์ยิ้มมุมปากเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้คนหน้าหวานโมโหหนักกว่าเดิม เพราะเหมือนตัวเองกำลังโดนอีกฝ่ายปั่นหัวยังไงอย่างงั้น

 

"นายเป็นอะไรรึเปล่าครับ" หลงเว่ยที่เดินออกมาเห็นใบหน้าหวานบึ้งตึงก็เอ่ยถามทันที

"ไม่มีอะไรหรอก เรากลับกันเถอะ" หมอหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเปิดประตูขึ้นรถไปอย่างอารมณ์เสีย แต่เพราะไม่ระวังจึงทำให้ผัาที่พาดคอสะบัดออก และแน่นอนว่ามันทำให้หลงเว่ยสังเกตเห็นรอยแดงที่คอของเจ้านายได้อย่างชัดเจน บอดี้การ์ดจึงรีบเอ่ยถามผู้เป็นนายทันที เพราะก่อนหน้านี้เขาจำได้ว่ามันไม่มีรอยแบบนี้

 

"เดี๋ยวครับ คอไปโดนอะไรมาครับนาย" หลงเว่ยเอ่ยถามพร้อมกับทำท่าจะก้มเข้าไปดู แต่ผู้เป็นนายกลับเบี่ยงหลบแล้วรีบเข้าไปในรถซะก่อน

"สงสัยโดนยุ่งกันตอนอาบน้ำอ่ะ ก็ว่าอยู่ทำไมคันๆ" หมอหนุ่มยิ้มเจื่อนๆก่อนจะทำทีเป็นเกาคอไปด้วย ในใจก็สบถด่าคนทำที่ทำให้ตนต้องมาตกอยู่ในสถาพแบบนี้ สภาพที่ต้องคอยปกปิดลำคอเพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นรอยบ้านี่ ส่วนหลงเว่ยเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเขาเองก็เคยโดนยุ่งกัดแบบนี้เหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้ดูแดงชัดขนาดนี้แค่นั้นเอง ชายหนุ่มจึงคิดว่าเจ้านายอาจจะแพ้ยุงก็เป็นได้

"ออครับ งั้นเดี๋ยวผมแวะร้านยาให้มั้ยครับ มันแดงมากเลย ผมว่านายอาจจะแพ้ก็ได้" หลงเว่ยบอกกลับด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง

"ไม่ต้องหรอก รีบกลับเถอะฉันง่วงแล้ว" แต่หมอหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธ หลงเว่ยจึงพยักหน้ารับรู้แล้วขับรถมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของแก็งมักกรดำทันที

 

 

 

"หวังว่ามึงจะไม่ทำให้กูคลั่งแบบวันนี้อีกนะ" ร่างสูงพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม พลางใช้สายตาจับจ้องไปที่รถหรูที่เพิ่งขับออกไปอย่างไม่วางตา ใช่แล้ว เขายังไม่ได้ไปไหน หลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำร่างสูงก็มาแอบมารออีกฝ่ายอยู่ในรถ ยอมรับเลยว่าวันนี้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่จริงๆ เพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะความหึงและความหวงของเขาล้วนๆ ซึ่งเหตุผลข้อนี้เขาเองก็รู้ดี คนหล่อจึงใช้โอกาสนี้บอกความจริงกับหมอหนุ่มไปซะเลย เพราะถ้าขืนชักช้ากว่านี้มีหวังได้โดนไอ้หน้าจืดนั่นฉกไปแน่ๆ

ถึงมันจะดูฉวยโอกาสไปหน่อย แต่มันก็ถือว่าคุ้มที่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็เริ่มหวั่นไหวกับเขาแล้วเหมือนกัน ตอนนี้เขาเลยยิ่งได้ใจมากขึ้น และยิ่งอยากได้อีกฝ่ายมาครอบครองไวๆ

 

 

 

ทางฝั่งของหมอหนุ่มหลังจากที่ถึงบ้านเขาก็รีบเดินขึ้นห้องตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะทักใครหน้าไหนทั้งนั้น ขนาดมาเฟียหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้ามาทักถึงกับหน้าเหว่อเมื่อเห็นพี่ชายเดินหน้าตั้งขึ้นห้องไปแบบนั้น

"หลง เฮียเป็นอะไรอ่ะ" เฟยหยางเอ่ยถามบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นแบบนี้มานานแล้ว ครั้งล่าสุดก็ตอนที่มีเรื่องทะเลาะกับคู่กัดอย่างธันวา แต่ตอนนี้ทั้งคู่ก็สงบศึกกันแล้วนิ เขาเลยสงสัยว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้พี่ชายของตนนิ่วหน้าคิ้วขมวดแบบนั้นได้อีก

 

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับนายใหญ่ สงสัยนายคงจะเหนื่อย" หลงเว่ยตอบกลับไปตามความจริง เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหมอหนุ่มถึงมีอาการแบบนี้ ทั้งๆที่ก่อนไปอาบน้ำก็ยังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ แต่พอตอนกลับกลับทำหน้าเครียดและนั่งเงียบมาตลอดทาง จะถามก็ไม่กล้าเพราะดูจากสีหน้าแล้วเหมือนผู้เป็นนายจะดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

"อืมๆ งั้นนายไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูเอง"

"ครับนาย" หลงเว่ยก้มหัวรับคำสั่ง จากนั้นก็เดินตรงไปทางบ้านพักของตนด้วยสีหน้ากังวล เพราะเขาเองก็เป็นห่วงหมอหนุ่มมากเหมือนกัน แต่ก็จำใจกลับไปพักตามคำสั่งของนายใหญ่

 

ส่วนเฟยหยางก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนของพี่ชาย ก่อนจะเคาะประตูเรียกให้คนในห้องออกมาคุย

"เฮีย! ออกมาคุยกันหน่อยครับ" มาเฟียหนุ่มตะโกนเรียกผู้เป็นพี่อยู่หน้าห้อง แต่อีกฝ่ายกลับวิ่งวุ่นหาพลาสเตอร์เพื่อมาปิดรอยที่ร่างสูงทำเอาไว้ แล้วก็โชคดีที่ในตู้ยังมีพลาสเตอร์เหลืออยู่สองอัน เขาจึงรีบเอามาแปะแล้ววิ่งมาเปิดประตูให้น้องชายอย่างรวดเร็ว

 

"ว่าไง มีอะไรเหรอ" หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่คิดว่าเป็นปกติที่สุด

"เฮียเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเดินหน้าตั้งขึ้นมาแบบนี้ล่ะ" เฟยหยางเอ่ยถามพร้อมมองสำรวจใบหน้าหวานของผู้เป็นพี่ด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้สึกว่าช่วงนี้พี่ชายของเขามีท่าทีที่แปลกไป ดูใจลอย เหมือนคนจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวยังไงไม่รู้

"ก็เปล่านี่ ทำไมเหรอ" แต่หมอหนุ่มก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีท่าทีที่เปลี่ยนไป

"ก็ช่วงนี้เฮียดูเหม่อๆ ลอยๆ เหมือนคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า"

 

"มันดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ?" หมอหนุ่มถามกลับด้วยความสงสัย

"ใช่! เฮียเครียดเรื่องงานเหรอ หรือมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า...บอกผมได้นะ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามน้ำเสียงอบอุ่น เพราะรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรให้มากความ เพราะไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเกินไป ถ้าอยากบอกก็บอก ถ้าไม่อยากบอกเขาก็จะไม่เข้าไปยุ่ง

"ไม่ใช่เรื่องงานหรอก พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง ขอบใจแกมากนะที่เป็นห่วง" หมอหนุ่มบอกผู้เป็นน้องด้วยแววตาซาบซึ้ง รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีเฟยหยางที่ค่อยเป็นห่วงเขาเสมอ

"ขอบจงขอบใจอะไรกันล่ะเฮีย เฮียเป็นพี่ผมนะ ผมก็ต้องเป็นห่วงพี่ผมสิ จริงมั้ย?" มาเฟียหนุ่มบอกกลับยิ้มๆ ทำให้ผู้เป็นพี่รู้สึกดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง

"อื้ม ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว แกกลับไปหาเมียแกเถอะ" หมอหนุ่มเองก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ทำให้เฟยหยางวางใจที่ได้เห็นรอยยิ้มสวยของพี่ชายอีกครั้ง

"ครับ งั้นผมไปนะ" มาเฟียหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันหลังแล้วเดินตรงไปยังห้องของตัวเอง

 

 

"ฉันจะสมหวังแบบแกมั้ยนะ...หยาง" หมอหนุ่มยืนพึมพำกับตัวเองอยู่หน้าประตู พลางใช้สายตามองตามหลังเฟยหยางจนอีกฝ่ายหายลับตาไป ในหัวก็คิดถึงเรื่องราวความรักที่ผ่านมาของน้องชายคนนี้ ที่กว่าจะได้รักกับเวลมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งคู่ต่างพบเจอปัญหาและอุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันเหมือนบททดสอบที่เข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ว่ามันมากพอที่จะยืนเคียงคู่กันมั้ย และพวกเขาก็ทำสำเร็จ ทั้งคู่ได้ฝ่าฟันนอุปสรรคทุกอย่างจนมีวันนี้ วันที่ได้รักกัน และวันที่ทุกคนต่างยอมรักในความรักที่แท้จริงของคนทั้งสอง

 

หมอหนุ่มกำลังสับสนกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับธันวา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกกับตนเหมือนอย่างที่พูดมั้ย เพราะที่ผ่านมาเขาเองก็เคยได้ข่าวที่ไม่ค่อยดีของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่อยากตัดสินใครเพียงเพราะได้ยินจากปากคนอื่น จึงคิดว่าจะลองให้โอกาสกับธันวาดูสักครั้ง

และเขาก็ภาวนาขออย่าให้ธันวาเป็นอย่างที่คนอื่นพูดเลย เพราะถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่คนอื่นพูดจริงๆ เขาก็คงรู้สึกผิดหวังไม่น้อย เพราะถึงแม้เขาจะเคยเป็นที่ปรึกษาความรักให้เฟยหยางได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นเรื่องของตัวเองเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาตัวเองรอดมั้ย เพราะตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยมีความรักเลยสักครั้ง และไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวกับใครเลยด้วย จนกระทั่งมาเจอผู้ชายปากร้ายเจ้าเล่ห์อย่างธันวา

ยอมรับเลยว่าตอนแรกเขาเกลียดขี้หน้าผู้ชายคนนี้มาก แต่หลังจากที่อีกฝ่ายมาขอโทษในงานวันเกิดความรู้สึกของเขาที่มีต่อธันวาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

 

 

"หวังว่ามึงคงไม่ได้มาปั่นหัวกูเล่นๆนะไอ้ธัน"

 

 

 

To be continued....

แงง มาแล้ว พี่ธันคือรุกแรงมากเว่อร์ เอารางวัลคนใจกล้าน่าด้านไปครองเลยคร่าาา 555555 ทำเขาหัวปั่นไปหมด สงสารก็แต่หลงเว่ย ยุ่งอะไรมันจะกัดได้แดงขนาดนั้นคะ 5555

*ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ หวังว่าทุกคนคงจะชอบกันนะ ไรท์ตั้งใจแต่งมากจริงๆ ชอบไม่ชอบก็คอมเมนต์บอกกันได้นะ ไรท์จะได้เอาไปปรับปรุงค่ะ สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะ รักเสมอค่ะ 💗🙏🙏

 

 

 

ความคิดเห็น