email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

😊✏ว่าด้วยนิยายของไรท์นั้น>>>ไม่ใช่รักดราม่าหรือโรแมนติก ❤ ไม่ใช่รักใสๆวัยว้าวุ่นแต่เป็นรักวัยรุ่นที่มีอิโรติกรวมอยู่ด้วย😁 นอกจากจินตนาการแล้วโปรดใช้วิจารณญาณและศิลปะในการอ่านนะคะ📖 คุยกับไร์หรือแวะไปตามงานได้ที่ เพจ Writer ใจดินสอ

EP.35 ข้อเสนอของเจ้าถิ่น

ชื่อตอน : EP.35 ข้อเสนอของเจ้าถิ่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2563 12:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.35 ข้อเสนอของเจ้าถิ่น
แบบอักษร

เกี๊ยว… 

“แล้วของใช้ที่ห้องพี่ทัพล่ะคะ”  ฉันเอ่ยถามคนตรงหน้าขณะที่เราเดินเข้ามาในห้องพักห้องหนึ่ง  ที่นี่เป็นที่อยู่ใหม่ของฉันซึ่งตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัย  เป็นหอพักสตรีที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาและมีราคาสูงพอสมควร  ส่วนมากนักศึกษาที่มาพักที่นี่จะเป็นคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่าย  เอาง่าย ๆ คือครอบครัวมีกำลังทรัพย์พอสมควรและพี่เจ้าเป็นคนเลือกให้ฉันพักที่นี่ 

  

“เดี๋ยวสักพักคนของพี่จะเอาของมาให้”  พี่เจ้าถิ่นหันมาตอบก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน  ก่อนจะพูดบางอย่างออกมา  “พี่ขอโทษแทนพี่ชายพี่ด้วยนะที่ทำอะไรแบบนั้น  ทัพเป็นคนโมโหร้ายแล้วก็ใจร้อน  เมื่อก่อนตอนอยู่ฮ่องกงถูกเลี้ยงดูมาโดยมือปืนกับนักฆ่าก็เลยติดนิสัยดิบ ๆ แบบนั้นมา” 

  

“…” 

  

“พ่อพี่เป็นมาเฟีย” 

  

“ระ  เรื่องนั้นเกี๊ยวก็พอรู้มาบ้างค่ะ” 

  

“ทัพก็เลยติดนิสัยหัวรุนแรงมาด้วย  พี่ขอโทษเราเรื่องที่ทัพทำไว้ด้วยนะ”  คนตรงหน้าสบตากับฉันอีกครั้ง  แววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นผิดหวังเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ 

  

“ความจริงพี่เจ้าไม่ต้องขอโทษเกี๊ยวก็ได้นะคะ  พี่ทัพไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะเกี๊ยวเลือกที่จะเดินเข้าไปเอง  ส่วนเรื่องที่พี่ทัพทำให้เกี๊ยวเจ็บตัว…  เกี๊ยวคิดว่ามันอาจเป็นรสนิยมของพี่เขาก็ได้ค่ะ”  ประโยคท้าย ๆ ที่ฉันพูดทำให้ฉันต้องหลุบตาลงต่ำเพราะความเขินอาย  บางครั้งฉันก็พยายามทำความเข้าใจว่ารสนิยมทางเพศของพี่เขาอาจจะรุนแรงไปหน่อย  แต่ก็ยังดีที่ไม่ถึงขั้นเลือดตกยางออกหรือมีอุปกรณ์น่ากลัวมาเสริม 

  

“เจ้าทัพน่ะเหมือนพ่อมากเกินไป…  แม่พี่ก็เลยเป็นห่วงผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้”  น้ำเสียงแผ่วเบาปนกังวลของคนตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกสงสารขึ้นมา  สงสารคนรอบตัวที่เป็นห่วงและหวังดีกับพี่เขาและที่สงสารที่สุดก็คงเป็นพี่เขา…  สงสารที่ไม่มีใครเข้าใจพี่เขาจริง ๆ รวมถึงฉันก็ด้วย  บางทีพี่เขาอาจต้องการใครสักคนคอยแนะนำแล้วก็อยู่เคียงข้าง  คอยบอกคอยเตือนเวลาที่พี่เขากำลังทำผิด 

  

“จากนี้ไปเราพักอยู่ที่นี่นะ  พี่จะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้เราจนกว่าจะเรียนจบ  ถือว่าเป็นคำขอโทษจากพี่ที่ปล่อยให้ทัพทำร้ายเรา”  คนตรงหน้าลุกขึ้นก่อนจะเดินมาตบไหล่ฉันเบา ๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้ 

  

“ขอบคุณค่ะ  อันที่จริงพี่เจ้าไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะคะ  เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นพี่ทัพไม่ได้เป็นคนผิดทั้งหมด  แต่เกี๊ยวก็มีส่วนเพราะเกี๊ยวเป็นคนเลือกเอง” 

  

“พี่ไม่อยากให้ทัพทำร้ายใครอีก  พี่กลัวว่ามันจะรุนแรงขึ้นจนแก้ไม่หาย  หรือถ้ามันแก้ไม่ได้พี่ก็อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ชอบอะไรคล้าย ๆ ทัพ”  พี่เจ้าไม่ได้สนใจสิ่งที่ฉันพูดไปแต่กลับพูดบางอย่างที่ทำให้หัวใจฉันสั่นไหวขึ้นมา  “จากนี้ไปพี่อยากให้เกี๊ยวเลิกยุ่งเกี่ยวกับทัพ” 

  

“…คะ?” 

  

“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่  พี่อยากให้เกี๊ยวกับทัพเลิกติดต่อกัน” 

  

“พี่เจ้ากลัวว่าเกี๊ยวจะโดนพี่ทัพทำร้ายอีกเหรอคะ  แต่ถ้ามันเป็นรสนิยมอย่างที่เกี๊ยวบอกเกี๊ยวว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ…” 

  

“ที่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติน่ะ…  เพราะเราเข้าใจเรื่องนั้นจริง ๆ หรือเลือกที่จะมองข้ามเพราะมีเหตุผลอย่างอื่น?”  หัวใจฉันกระตุกวูบราวกับเด็กน้อยทำผิดแล้วโดนผู้ปกครองจับได้  ถ้าจะบอกว่าพี่เจ้าเดาถูกก็คงไม่ผิด  ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นแต่เพราะรักไปแล้วก็เลยเลือกที่จะมองข้ามไป 

  

“คือเกี๊ยว… / เลิกยุ่งเลิกติดต่อกับทัพแล้วพี่จะช่วยให้เราได้เจอกับพี่ชาย” 

  

“คะ?” 

  

“ครอบครัวพี่มีอำนาจมากพอที่จะทำให้พี่ชายของเราออกมาได้เร็วขึ้น  ถ้าเรารับปากว่าจะเลิกยุ่งกับเจ้าทัพพี่จะช่วยเรื่องพี่ชายเรา” 

  

“…” 

  

“เกี๊ยวมีอนาคตที่ดีกว่านี้รออยู่  เพราะงั้นรับปากกับพี่เถอะนะว่าจะเลิกยุ่งกับทัพแล้วก็เลิกทำงานแบบนี้ซะ  ระหว่างนี้พี่จะดูแลเราเอง” 

  

“…” 

  

“ไหน ๆ เรื่องของเรากับทัพมันก็เป็นแค่เรื่องผลประโยชน์อยู่แล้ว  เพราะงั้นแค่เลิกติดต่อกันก็ไม่มีอะไรแล้วถูกมั้ย” 

  

“…”  ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่พี่เจ้าว่ามา  แต่ตอนนี้ความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไปแล้ว  ฉันรักเขาไปแล้ว… 

  

“ตอนนี้ทัพเองก็เรียนจบแล้ว  ต้องไปดูแลธุรกิจของครอบครัวที่ฮ่องกง  คงต้องไป ๆ มา ๆ กับไทย  พี่ไม่อยากให้เกี๊ยวยึดติดกับทัพมากนัก  ผู้ชายแบบนั้นน่ะเดี๋ยวก็หาผู้หญิงใหม่มาอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี  ตอนนี้เกี๊ยวยังเด็กมาก  พี่อยากให้เราตั้งใจเรียนแล้วก็รอพี่ชายเราออกมา  รู้ใช่มั้ยว่าพอพี่ชายเราออกมาแล้วประวัติจะไม่เหมือนเดิม” 

  

“ค่ะ” 

  

“คงหางานยาก  เรียนก็ไม่จบ  กว่าจะเริ่มต้นใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีก  คงมีแค่เกี๊ยวคนเดียวที่เป็นที่พึ่งให้พี่ชายได้” 

  

“…”  มันก็จริง 

  

“เพื่อให้พี่ชายได้ออกมาเร็วขึ้น  ได้เริ่มต้นใหม่เร็วขึ้น  เกี๊ยวทำได้ใช่มั้ยเรื่องที่พี่ขอน่ะ” 

  

“ได้ค่ะ”  ฉันตอบรับพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า  ในเวลานี้ถึงจะเริ่มมีใจให้ใครบางคน  แต่คนที่จะอยู่ข้างเราและช่วยเหลือเราไปได้ตลอดก็คือครอบครัว  ส่วนพี่ทัพน่ะเขาก็แค่ซื้อเราไว้เป็นของเล่นเท่านั้น  ถ้าวันนี้ไม่เบื่อเราพรุ่งนี้ก็เบื่อเราอยู่ดี  สู้ตัดสินใจเดินออกมาตอนนี้ยังดีซะกว่า  ต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม… 

  

“ขอบคุณเกี๊ยวมากนะ”  รอยยิ้มหวานละมุนของคนตรงหน้าส่งมาให้ฉันพร้อมกับตบไหล่ฉันเบา ๆ “มีอะไรก็โทรหาพี่ได้ตลอดนะ  พี่กลับแล้วล่ะต้องไปดูลูกต่อ” 

  

“ขอบคุณพี่เจ้ามากนะคะ”  ฉันส่งยิ้มให้คนที่เดินออกจาห้องไปก่อนจะหันกลับมามองรอบ ๆ ห้อง 

  

อยู่ ๆ ความรู้สึกว้าเหว่  อ้างว้างและโดดเดี่ยวก็ทำให้ฉันเปล่าเปลี่ยวขึ้นมา  อาจเป็นเพราะฉันเสพติดใครบางคนเข้าแล้ว  ผูกพันไปแล้วและชินกับการมีอยู่  พอมาถึงวันที่ต้องแยกจากกันเลยรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา 

 

>>> เห็นคอมเมนท์ตอนก่อนหน้าแล้วก็อดขำไม่ได้ ฮ่า ฮ่า ทุกคนพร้อมใจกันสมน้ำหน้าอีพี่หนักมาก ขำจนต้องแคปไปลงเพจเลยค่าา 

  

ความคิดเห็น