ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น : เจ้าสาววิญญาณ,วาย,ไทยโบราณ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 287

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2563 19:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

"มันหมายความอย่างไรกันยมนา"เสียงทุ้มเอ่ยถาม  

 

ระหว่างกลางของนรกภูมิและสวรรค์ ทศนากับยมนากำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณดวงหนึ่ง 

 

"ก็เป็นอย่างที่ข้าเล่าวิญญาณของเจ้ากัลปพฤกษ์เป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ ไม่มากหรอกนักที่วิญญาณผีตายโหงจะไม่มีแรงอาฆาตแค้น" 

 

"ตามจริงเด็กคนนั้นต้องไปเสวยผลบุญอยู่บนสวรรค์ เพียงแต่ยังมีกรรมอยู่ท่านยมราชจึงเมตตาให้เด็กคนนั้นได้ไปชดใช้กรรมตามที่กระแสกรรมที่นำพา" 

 

กระแสกรรมที่นำพา...  

 

"ไม่มีใครหลีกหนีชะตากรรมได้.."ทศนาพึมพำเล็กน้อยทำท่าครุ่นคิด 

 

. 

. 

. 

. 

. 

"คุณภุชคินทร์ครับ คุณภุชคินทร์ครับ..."กัลป์เขย่าตัวร่างหนาสักเล็กน้อยปรากฎว่าคนตัวโตก็ยังไม่ตื่น 

 

"เห้อ...ไม่ตื่นอย่างนี้แล้วจะออกจากที่นี่ได้ยังไงเนี่ย"สุดท้ายแล้วก็ต้องจำใจนั่งเป็นหมอนชั่วคราวอยู่อย่างนั้น 

 

"อีกนานกว่าจะตื่น ข้าก็พลั้งมือใช้พลังเสียเยอะ...ไม่ตายก็ถือว่าบุญหนาแล้ว" 

 

เสียงทุ้มจากทางข้างหลังทำให้เขาหันไปมอง เป็นคุณทศนานั่นเองที่ยืนอยู่ข้างหลัง 

 

"ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ พวกเราเองก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาผมต้องขอโทษแทนภุชคินทร์เขาด้วยนะครับ"กัลป์ยิ้มอ่อนๆตอบกลับ  

 

ทศนาพยักหน้าพลางหลับตาลงแล้วเดินไปนั่งที่แท่นหินอย่างองค์อาจ กัลป์เองก็อดลอบชื่นชมทศนาอยู่ในใจไม่ได้ 

 

"แล้วเจ้าไปเป็นผีบริวารของภุชคินทร์ได้อย่างไรกันเล่า ไหนเจ้าลองเล่าให้ข้าฟังทีเถิด" 

 

"ผมเจอกับคุณภุชคินทร์ตอนที่เขาถูกพวกศัตรูจับตัวไป ตอนนั้นผมได้ช่วยเขาจนมาเจอกันอีกครั้งที่กรุงศรีอยุธยา รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกโซ่นี่ล่ามไว้แล้ว"กัลป์ขยับตัวเผยโว่ที่ถูกล่ามให้ทศนาดู 

 

"วิชาสะกดวิญญาณรับใช้...ให้ข้าคลายมนต์สะกดนั่นให้ดีหรือไม่"ทศนาดูหงุดหงิดไม่น้อยที่กัลป์ถูกจองจำอยู่อย่างนี้ 

 

"ไม่ต้องหรอกครับ"กัลป์ตอบพร้อมกับยกยิ้ม ทำให้ทศนาไคร่สงสัยไม่น้อย 

 

"ทำไมเล่า...เจ้าอยากถูกจองจำเป็นผีรับใช้อยู่อย่างนี้รึ"คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากัน 

 

"ไม่ใช่นะครับ!"กัลป์เลิกลัก พยายามอธิบายให้ทศน์ฟัง 

 

"ท่านยมเองก็ส่งผมมาที่นี่เผื่อช่วยเหลือผู้คน ผมเชื่อว่าคุณภุชคินทร์เป็นคนที่ดีคงไม่ใช้วิชาทำร้ายใครหรอกครับ" 

 

ทศพยักหน้าช้าๆ...เหมือนจะเข้าใจ 

 

"แต่หน้าที่การช่วยเหลือก็ไม่ได้ช่วยแต่มนุษย์เพียงอย่างเดียว ยังมีภูตผีดวงวิญญาณเร่ร่อนที่รอคอยให้ช่วยเหลืออยู่ด้วย" 

 

"งะ...งั้นหรอครับแฮะๆ"กัลป์ยิ้มหน้าซีด ดูเหมือนว่างานนี้จะไม่ได้อน่างที่คิดเสียแล้ว 

 

"อืม...ช่างเถอะ แล้วเจ้าสนใจเรียนวิชาอาคมกับจ้าไหม จะได้มีวิชาไว้ป้องกันตัวเอง...อย่างน้อยหมอผีชั้นต่ำจะได้ไม่จับเจ้าไปเป็นทาส ผีสางตนอื่นจะได้ไม่รังแกเจ้าง่ายๆ"ทศน์ถามด้วยความหวังดี แววตาดูอ่อนลงเมื่อได้สบมองกับดวงวิญญาณผู้ใสซื่อ 

 

อา...นั่นสิ จริงด้วย! อย่างน้อยๆเขาก็ควรมีวิชาไว้ป้องกันตัวเองบ้าง 

 

"สนใจครับคุณทศน์!" 

 

ทศน์มองดูกัลป์ที่ยิ้มกว้างพลางยกยิ้มตามไปด้วย... แล้วก่อนที่จะเริ่มเขาจึงสั่งให้กัลป์ปล่อยวางภุชคินทร์ลงก่อน 

 

"อย่างแรกเจ้าจะต้องทำสมาธิกำหนดจิตเสียก่อน เพราะความละเอียดและแตกฉานนั้นคือคุณสมบัติของผู้มีอภิญญา" 

 

"ในตอนนี้เจ้ายังเป็นแค่ดวงวิญญาณผีตายโหงที่รอคอยจนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัยไม่ใช่เทวนางฟ้า เพราะฉะนั้นการทำจิตให้มีสมาธิละเอียดอ่อนจะทำให้เจ้ามีอิทธิฤทธิ์เหนือกว่าภูติผีตนอื่น"ทศน์อธิบายต่างๆนาๆให้กัลป์ฟัง ซึ่งเจ้าตัวก็เข้าใจจึงทำตามอย่างเคร่งครัดไม่มีปัญหาใดๆ 

 

ตลอดเวลาที่อยู่ในถ้ำของทศนา กัลป์ถูกทศน์สอนเรื่องธรรมมะและอาคมเอาไว้ป้องกันตัวจวบจนกระทั่งภุชคินทร์ค่อยๆรู้สึกตัว กัลป์จึงหยุดพักกิจกรรมเพื่อมาดูอาการของอีกคน 

 

"เป็นไงบ้างครับคุณภุชคินทร์"กัลป์ค่อยๆพยูงเจ้าตัวลุกขึ้นพลางรินน้ำดื่ม 

 

"ดื่มหน่อยนะครับจะได้มีแรง"กัลป์รินน้ำจากเหยือกแล้วส่งให้ภุชคินทร์  

 

ภุชคินทร์รับมาแล้วกระดกรวดเดียวหมดแก้วทำให้เริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เขาใช้สายตากวาดไปมองรอบๆถ้ำแล้วมาหยุดที่ทศนาความสงสัยจึงพรั่งพรูไปทั่วความคิด 

 

"คุณภุชคินทร์คนๆนั้นคือคุณทศนาคนที่ช่วยคุณไว้น่ะครับ"กัลป์เห็นสีหน้าคนสงสัยก็เลยแนะนำตัวอีกฝ่าย แต่กับทศนาที่ไม่ชอบภุชคินทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว... 

 

"แถมยังเป็นคนที่อยากจะฆ่าเจ้าให้ตายไปเมื่อตะกี้ด้วย" 

 

เอ่อ... 

 

กัลป์มองทศนาตาปริบๆ เขาอุส่าห์พยายามหลีกเลี่ยงคำพูดเมื่อกี้ทำไมคุณทศถึงชอบหาเรื่องอย่างนี้นะ! 

 

"หมายความว่าอย่างไร!?"ภุชคินทร์พยุงร่างตัวเองขึ้นยืนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน กัลป์รีบระวิงเปลี่ยนเรื่องทันทีเพราะเกรงว่าจะต้องมีประเด็นกันอีกรอบหากปล่อยไว้อย่างนี้ 

 

"ไม่มีอะไรหรอกครับคุณภุชคินทร์ว่าแต่ตอนนี้คุณเป็นไงบ้าง" 

 

กัลป์ถามในขณะที่พยุงร่างหนาให้ยืนดีีๆ ภุชคินทร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เฉียดตายที่พึ่งจะผ่านไป...หากอีกฝ่ายบังตัวจากพิษนาคราชจริงๆวิญญาณอาจจะดับสูญไปได้  

 

ฝ่ามืใหญ่ยกขึ้นมาลูบที่อก ไม่รู้ทำไมพอคิดถึงเรื่องนี้แล้วใจมันหวิวแปลกๆ 

 

"ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณทศอีกครั้งนะครับที่ช่วยพวกเราเอาไว้" 

 

"หาได้ต้องการคำขอบคุณไม่ที่ข้าช่วยก็เพราะเจ้ากัลปพฤกษ์..."ถึงแม้ทศจะดูหน้านิ่งๆแต่ในน้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด  

 

"หมดธุระแล้วก็ไปเถิดข้าอยากพักผ่อน อ่อ...กัลป์ ต่อไปนี้เจ้ามาหาข้าบ่อยๆนะข้าจะสอนวิชาให้เจ้าป้องกันตัว" 

 

"ขอบคุณนะครับคุณทศ"กัลป์ยิ้มกว้าง  

 

พอเขาหันกลับไปก็เจอกับสายตาดุดันที่เหมือนจะคาดคั้นถามทุกอย่างออกมาจากปาก เขาเลยบอกภุชคินทร์ไปว่ารอให้ถึงเรือนก่อนแล้วเขาาจะเล่าให้ฟัง ซึ่งภุชคินทร์ที่ยังสติกลับมาไม่เต็มที่เลยได้แต่พยักหน้าไปก่อน  

 

เมื่อถึงจวนภุชคินทร์ก็รีบปรับตัวให้ดูองอาจเหมือนเดิมเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นสงสัยเพราะกัลป์นั่นเป็นดวงวิญญาณจึงไม่มีใครเห็นในยามนี้ พอถึงเรือนของตัวเองภุชคินทร์ก็ล้มตึงลงไปกับเตียงด้วยความอ่อนเพลีย  

 

"เหงื่อเยอะเชียวอยากเช็ดตัวหน่อยไหมครับเดี๋ยวผมเช็ดให้"กัลป์นั่งลงข้างๆร่างสูงสีหน้าอีกฝ่ายดูซีดๆจนอดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่คิดว่าพิษนาคราชจะรุงแรงขนาดนี้ 

 

"ก็ดี..."ภุชคินทร์ตอบเสียงแหบๆ กัลป์จึงพยักหน้าแล้วรีบไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัว  

 

มาถึงอีกทีเขาก็เห็นภุชคินทร์หลับไปเสียแล้ว... 

 

"ไม่ค่อยคุ้มเลยงานนี้มีแต่เจ็บตัวเปล่าๆ" 

 

มือเรียวหยิบผ้าชุบน้ำแล้วบิดพอหมาดๆค่อยๆเช็ดเนื้อเช็ดตัวอีกฝ่าย พอมาถึงส่วนล่างแล้วทำให้กลัป์คิดหนัก...นี่เขาต้องเช็ดส่วนนั้นด้วยไหมนะ  

 

"เอิ่ม...เอ่อ คะ...คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง"เขาไม่สู้ดีกว่า ไม่อยากมีปัญหากับภุชคินทร์ทีหลัง  

 

ในจังหวะที่เขากำลังจะลุกอยู่นั้นอยู่ๆก็มีมือมาขว้าเขาเอาไว้แล้วดึง ทำให้ร่างของเขาลงไปนอนไกล้ๆกับภุชคินทร์อีกทั้งยังถูกมืออีกข้างเอื้อมมากอดเอาไว้ เขาเลยนอนตัวแข็งทื่อไม่รู้จะทำยังไงดี 

 

"คะ..คะ..คุณภุชคินทร์ครับ คุณภุชคินทร์"กัลป์เรียกอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนภุชคินทร์จะไม่ตื่นง่ายๆก็เลยพยายามแกะวงแขนออก 

 

"คนหรือปลาหมึกเนี่ยกอดสะเหนียวแน่นเชียว"กัลป์พึมพำบ่นเบาๆ ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งรัดแน่นขึ้นทำให้เจ้าตัวเริ่มหมดแรงเลยหยุดดิ้นไป 

 

โถ่...ถ้ามีคนมาเจอจะทำยังไงเนี่ยเห้อ...กัลป์ทำหน้าอย่างจะร้องให้ปล่อยให้คนตัวโตกอดเอาไว้อย่างนั้น  

 

ในขณะที่กัลป์คร่ำครวญมุมปากของภุชคินทร์ก็ค่อยๆยกยิ้มขึ้น... 

 

________________________________________________ 

มาลงให้แล้วน้าาาาา ไรท์ไม่ได้ลืมเรื่องนี้เน้อ...แต่ไรท์ยังไม่มีความรู้มากพอที่จะมาแต่งเกี่ยวกับไทยโบราณแบบนี้ก็เลยพยายามหาความรู้ต่างๆมาเขียน ต่อจากนี้ไรท์ก็อาจจะมาลงบ้างในบางวัน เพราะกลัวว่ารีดที่น่ารักทุกคนจะคิดถึง อะหิอิอิ 

ความคิดเห็น