สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2559 12:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1
แบบอักษร

 

 

    ค่ำคืนแห่งความสุขที่เขาเฝ้ารอมานาน ชายหนุ่มจัดสูทให้เข้าที่ มองคนในกระจกอย่างอารมณ์ดี 'หล่อมาก' คือคำที่เขานึกออกเมื่อเห็นเงาสะท้อน 'อินทรี' อดขำความคิดของตัวเองไม่ได้ ความคิดแบบหลงตัวเอง 

    เขาเดินทางมายังโรงแรมที่ใช้จัดงานก่อนเจ้าสาวเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของงาน เขาต้องการความสมบูรณ์แบบสำหรับงานนี้ 

    เเขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญเริ่มทยอยเข้ามาในงาน ทั้งเพื่อนของ 'คุณสมร' มารดาของชายหนุ่ม เพื่อนของ 'คุณมังกร' พ่อเลี้ยงของเขา อีกทั้งเพื่อนฝูงของเขาเอง หุ้นส่วนทางธุรกิจ ลูกน้องคนสนิททั้งหลาย โดยรวมแล้วถือว่ามากพอดู งานนี้ต้องยิ่งใหญ่อลังการเพื่อเป็นการให้เกียรติกับ 'พิมพ์ขวัญ' หญิงที่เขาเฝ้าหมายปองมาโดยตลอด ประกาศกันไปเลยว่า หนุ่มเจ้าสำราญอย่างอินทรีมีเมียแล้ว ขอหยุดทุกตำนานที่เคยสร้าง ไม่มีเเล้วคนที่ชอบออกไปเตร่ยามค่ำคืน

    ชายหนุ่มเดินทักทายแขกในงานไปพลางรอเวลาที่เจ้าสาวจะมาถึง โดยเธอจะมาที่งานพร้อมกับเพื่อนเจ้าสาวโดยมีเพื่อนเจ้าบ่าวอย่าง 'อาชา' เป็นพลขับให้

 

     เขารู้สึกโชคดีที่ได้แต่งงานกับพิมพ์ขวัญ ผู้หญิงฉลาด น่ารัก เป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ เธอมีตัวเลือกมากมาย แต่หวยมาออกที่เขา จะว่าเขามีดีเหนือคนอื่นที่มารุมจีบพิมพ์ขวัญก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เรียกว่าเป็นโชคดีของเขาจะถูกต้องกว่า

   บิดาของพิมพ์ขวัญนั้นเป็นลูกน้องผู้จงรักภักดีของบิดาเขา เมื่อพิมพ์ขวัญต้องเป็นกำพร้าเพราะพ่อของเธอสละชีวิตช่วยพ่อของเขาไว้ จึงถือเป็นหน้าที่ที่ครอบครัวเขาต้องดูแลเธอต่อ

   คุณสมรเลี้ยงดูพิมพ์ขวัญอย่างดี เสมือนเป็นลูกสาวของเธอเอง แต่อย่างไรก็ตามอินทรีไม่เคยมองว่าพิมพ์ขวัญเป็นน้องสาวแต่อย่างใด นั่นเพราะเธอไม่ใช่น้องสาวของเขา และที่สำคัญเขาชอบเธอตั้งแต่พบหน้า ไม่มีวันซะหรอกที่จะให้เป็นแค่พี่น้องกัน

 

    เวลาล่วงเลยมาจากกำหนดการ ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ยังไม่มีวี่แววของเจ้าสาว เขาโทรไปที่บ้าน แม่บ้านบอกว่าทุกคนออกมาแล้ว โทรหาเพื่อนรักที่อาสาพาสาว ๆ มาที่งานให้ แต่ไม่มีคนรับสาย

    แขกในงานเริ่มมีท่าทีอึดอัด เพราะไม่มีการดำเนินการอย่างที่กล่าวไว้ในบัตรเชิญ แต่นั่นยังไม่เท่าความรู้สึกกังวลที่เจ้าบ่าวของงานมี

   

    'สิงหา' พี่ชายซึ่งเป็นลูกติดของคุณมังกร เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในงาน 

    "ฉันว่ามันไม่ปกติแล้วนะ อิน นายลองโทรไปหาอาชารึยัง?" ชายผู้พี่มีสีหน้าเป็นกังวล

   "ฉันโทรแล้ว แต่ไม่มีใครรับเลย" อินทรีหนุ่มเริ่มร้อนใจมากขึ้น

   "ฉันจะช่วยติดต่อก็เเล้วกัน" 

   "ฉันว่าจะไปตามหาสองคนนั้น" อินทรีไม่อยากทนรอแบบนี้ รอแบบไร้จุดหมาย แต่สิงหาได้ห้ามไว้ พร้อมรับปากว่าจะส่งลูกน้องออกไปตามให้ โดยอ้างว่าเผื่อสองคนนั้นมาถึงงาน 'เดี๋ยวจะคลาดกันเปล่า ๆ '

 

   จนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาเที่ยงคืน เจ้าสาวก็ยังไม่ปรากฎตัว แขกเริ่มทยอยกลับ ชายหนุ่มตัดสินใจออกจากงาน ไม่ฟังคำทัดทานจากใครอีกแล้ว

   เขากลับไปที่บ้านก็ยังไม่พบพิมพ์ขวัญ แม่บ้านทุกคนยืนยันว่าเจ้าสาวออกจากบ้านไปแล้ว อีกทั้งมือถือของอาชาก็ไม่มีสัญญาณ

 

   ชายหนุ่มนั่งไม่ติด เกิดอะไรขึ้นกับคนรักและเพื่อนรักของเขากันแน่นะ

   อินทรีขับรถตามถนน สอดส่ายสายตามองหา ทั้งที่รู้ว่าเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์ 

     ในใจนึกไปถึงว่าคู่แข่งทางธุรกิจอาจเล่นสกปรก มาลอบทำร้ายคนที่เขารักทั้งคู่

      ภาวนาให้พระคุ้มครองผู้เป็นที่รักทั้งสองด้วยเถิด

   

   

   เกือบรุ่งสางของวันใหม่ ชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวจอดพักรถในสถานบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในหัวครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของการหายตัวไปของเจ้าสาว ทางบ้านคอยส่งข่าวว่าคนทั้งสองยังไม่กลับไปที่บ้าน

   ขณะที่กำลังดื่มเครื่องดื่มชูกำลังอยู่นั้น มีสายเข้าจากมารดา เขากดรับสายทันที

   [อิน ตอนนี้อยู่ไหนลูก รีบกลับมาที่บ้านก่อนนะ] เสียงจากปลายสายร้อนรน

   [ผมอยู่แถวนี้ล่ะครับ แม่ไม่ต้องห่วง]

   [ตั้งสติก่อนนะลูก กลับมาบ้านก่อนเเล้วค่อยหาทางกันต่อ] คุณสมรกล่าวอย่างอ้อนวอน ด้วยรู้ว่าลูกชายเป็นคนใจร้อนมากแค่ไหน อยากได้อะไรคือต้องได้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางเชื่อว่าลูกชายคงจะพลิกแผ่นดินหาพิมพ์ขวัญจนกว่าจะเจอ

   [แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลตัวเองอย่างดี และจะพาลูกสะใภ้กลับมาให้แม่ให้ได้]

   [อินทรี ...] ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ ลูกชายก็ตัดสายไปเสียแล้ว

   ...หัวดื้อเหมือนพ่อไม่มีผิด นางนึกในใจ 

 

   ทางอินทรีเอง ทราบดีว่ามารดาเป็นห่วงมากแค่ไหน อยากจะพูดให้นางสบายใจ แต่แบตเตอรี่โทรศัพท์กลับหมดไปดื้อ ๆ 'ซวยอะไรอย่างนี้' ชายหนุ่มสบถ เขาคงต้องไปหาแหล่งพลังงาน และวางแผนการตามหาเสียแล้ว การขับรถไปเรื่อย ๆ แบบนี้มันดูไร้สาระสิ้นดี 

   ขณะที่กำลังเลี้ยวรถออกสู่ถนน เขาเห็นหญิงสาวกลุ่มหนึ่งกำลังเดินอยู่ข้างทาง ท่าทางอิดโรย อีกทั้งชุดที่พวกเธอสวม มันโดดเด่นสะดุดตา เหมือนกับ ... ลิเกหลงโรง เขานึกตลกกับคำพูดที่ออกมาจากปาก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้เห็นหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มนั้น

   ชายหนุ่มลดกระจกลง จำได้ว่าหนึ่งในหญิงสาวพวกนั้นคือเพื่อนสนิทของพิมพ์ขวัญ ที่สำคัญเธอคือเพื่อนเจ้าสาวในคืนวานนี้ 

   "คุณรินครับ คุณริน" ชายหนุ่มร้องเรียก กลุ่มสาว ๆ 4-5 คนหันมาตามเสียง 'รินละมัย' แทบไม่เชื่อสายตา สวรรค์โปรด ฟ้าส่งเจ้าบ่าวของเพื่อนมารับพวกเธอแล้ว ... หลังจากที่ต้องเดินเท้ากันมาค่อนคืน 

    

    อินทรีวนรถกลับเข้าไปจอดหน้าร้านสะดวกซื้ออย่างเดิม แล้วอาสาไปซื้ออาหารและผ้าเย็นมาให้สาว ๆ รอจนหายเหนื่อยเเล้วพวกเธอจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เขาฟัง

    'คุณอาชารับพวกเรา 6 คนออกจากบ้านตามเวลาที่ตกลงกันไว้ แต่ขับรถไปในเส้นทางที่พวกเราไม่รู้จัก 'ยัยแก้ม' เป็นคนแย้งขึ้นมาก่อน แต่คุณอาชาไม่พูดอะไรเลยสักคำ'

    ชายหนุ่มรับฟังอย่างสงบ ทั้งที่ภายในใจเริ่มว้าวุ่น ยัยแก้มที่รินละมัยพูดถึงนั้นก็คือพิมพ์ขวัญนั่นเอง

   'เมื่อขับรถไปได้สักพัก คุณอาชาจอดรถเเล้วไล่พวกเราลง ตรงนั้นไม่มีไฟ ไม่มีบ้านเรือน ไม่มีแม้แต่รถวิ่งผ่าน' สาวร่างอวบเอ่ยเสริม อินทรีจำชื่อของหล่อนไม่ได้ แม้พิมพ์ขวัญจะเคยเเนะนำ เขาจำได้เพียงรินละมัย เพราะเธอสวยสะดุดตาที่สุดในบรรดาเพื่อนของพิมพ์ขวัญ

    'เเล้วเขายังยึดกระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ของพวกเราไป ก่อนจะขับรถออกไป'

  'อ้อ เขามัดยัยแก้มไว้ที่เบาะหลังด้วยนะคะ'

  'ฉันเกลียดเขา ฮือ ๆ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ' หญิงสาวพากันบ่นและสาปเเช่งอาชาหลังจากที่เล่าเรื่องราวจบ

 

   "แล้วพอจะจำได้บ้างไหมครับ ว่าพวกคุณเธอมาจากไหนกันบ้าง มีจุดสังเกตอะไรรึเปล่า"

   "พวกเราจำไม่ได้หรอกค่ะ พยายามเดินตามไหล่ทางมาเรื่อย ๆ จนมาเจอปั๊มน้ำมันและเจอคุณนี่ล่ะ" รินละมัยตอบ

   "เอาเป็นว่าผมจะพาพวกคุณไปส่งที่บ้านนะครับ จะได้พักผ่อนกันสักที และต้องขอโทษที่เกิดเรื่องร้าย ๆ แบบนี้ขึ้น ไว้ผมจะชดใช้ให้นะครับ"

   "แล้วคุณจะตามหายัยแก้มยังไงคะ ต้องตามให้เจอนะ พวกเราเป็นห่วงเพื่อน"

   "ผมจะตามจนกว่าจะเจอแก้ม พวกคุณวางใจได้" อินทรียิ้มให้กับกลุ่มสาว ๆ อย่างให้คำมั่นสัญญา ภายในใจร้อนรุ่ม 

   'เพื่อนทรยศ' เขานึกแค้นในใจ 

 

   เมื่อจัดการเรื่องพาเพื่อน ๆ ของพิมพ์ขวัญไปส่งบ้านเสร็จ ชายหนุ่มบึ่งรถมาที่คอนโด ฯ ส่วนตัวที่ซื้อไว้ ชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์ อาบน้ำล้างตัว ในหัวคิดหาทางดักอาชา เขาอยากจะเอามันมาเเล่ให้อีกากิน 

   [สิงหา นายจัดทีมให้ฉันทีได้ไหม ฉันจะไปล่ามัน] อินทรีขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย 

   [เรื่องนั้นนะได้อยู่เเล้ว แต่นายแน่ใจนะ ว่าเรื่องมันเป็นอย่างที่นายฟังมาจริง ๆ ] สิงหาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากอินทรี 

   เขาไม่อยากจะเชื่อ ว่าอาชาจะหักหลังเพื่อนได้ลงคอ พวกเขาโตมาด้วยกัน ไม่มีท่าทีว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้เลย อินทรีกับอาชาสนิทกันมากว่าเขาเสียอีก

   แต่อาชาเองก็เป็นคนที่มองยากไม่ใช่น้อย ท่าทางสุขุมของเขาชวนให้หลงคิดว่าเป็นคนใจดีอยู่เสมอ นี่ถ้าไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน เขาคงไม่มีทางเชื่ออินทรีเป็นแน่

   [ฉันมั่นใจ ฉันมองตามันออก ว่ามันคิดกับแก้มยังไง แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะทำแบบนี้วะ ก็ในเมื่อมันแต่งงาน มีเมียไปแล้ว] อินทรีโมโหอีกครั้งที่เสียรู้อาชา เพราะไว้ใจจึงยอมให้เพื่อนที่เขาเคยระแวงเป็นผู้ขับรถส่งตัวเจ้าสาวเข้างาน เขามันโง่เอง!!!

 

 

ความคิดเห็น