ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2563 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 2  

 

 

 

 

 

 

" ห๊ะ! อะไรนะ ยัยข้าวหายไป " คุณหญิงณัชชาอุทานออกมาพร้อมทำท่าจะเป็นลมร้อนถึงสาวใช้ที่รีบกุลีกุจอส่งยาดมยาหม่องพัดวีให้ " หายไปไหน " คุณหญิงถามย้ำหลังจากคนรถกลับมาตัวคนเดียวไร้วี่แววลูกสาว 

" ไม่ได้หายครับ คุณหญิง " คนขับรถรีบแก้ " คุณหนูบอกว่าจะไปปลีกวิเวกที่พม่าเดือนนึงกับเพื่อนแล้วค่อยกลับครับ " 

" ปลีกวิเวก!? " คุณหญิงณัชชาทวนคำ " พม่า!? กับเพื่อน!? -- โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม " คุณหญิงณัชชออกอาการคอพับคออ่อนร้อนถึงสาวใช้ในบ้านต้องรับหายาดมยาหม่องมาให้คนเป็นนายสูดดมคลายความเครียดแต่ถึงอย่างนั้นพอรู้จากพร้อมคนขับรถก็ยิ่งเพิ่มความเตรียดหนักกว่าเดิมไล่บ่าวไพร่ให้โทรตามลูกสาวคนเดียวของตระกูลพันทิพากลับมา 

" เป็นอะไรน่ะ คุณ! บ่าวไพร่วิ่งกันให้ควั่กไปทั่วบ้าน " คุณอเนกผู้เป็นสามีเดินเข้าบ้านตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินซึ่งผิดวิสัยของเขาเองจนภรรยาอดเอ่ยปากค่อนขอดไม่ได้ 

" กลับบ้านมาก่อนตะวันตกดินนี่คุณอเนกตัวจริงหรือเปล่าคะเนี่ย " คุณหญิงณัชชายิ้มเยาะทำเอาสามีถอดถอนหายใจ ส่งเสื้อสูทให้แม่บ้านรับไปทำความสะอาด 

" ลูกล่ะอยู่ไหน ไปรับมาจากสนามบินไม่ใช่เหรอ " เพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยเลยเลือกถามถึงลูกสาวตัวแสบแทน 

" ฮึ! ยัยข้าวก็เหมือนคุณ เรียกให้กลับบ้านก็ไม่ค่อยอยากจะกลับ นี่พอหมดหนทางเลี่ยงก็เล่นหนีหายไปซะอย่างนั้นติดต่อก็ไม่ได้! " คุณหญิงณัชชาออกแาการหายใจฟืดฟาดระบายความไม่พอใจออกมา 

" อะไรนะ! ลูกหายไป! -- หายไปไหน " คุณอเนกหันไปมองพร้อมคนขับรถที่ตอนนี้หน้าซีดลงกว่าเดิม 

" คุณใบข้าวบอกว่า -- " 

" จะไปปลีกวิเวก! " คุณหญิงณัชชาแทรกขึ้นมาก่อนที่พร้อมจะพูดจบด้วยซ้ำ " ปลีกวิเวก! คุณคิดดูสิว่าอย่างยัยข้าวเนี่ยนะจะไปปลีกวิเวก ทำอะไรไม่เป็นแบบนั้นจะไปอยู่กลางป่ากลางดงได้ยังไง หนีการหมั้นล่ะสิไม่ว่า " คุณหญิงณัชชายิ่งออกอาการกลัดกลุ้มมากกว่าเดิม " แล้วนี่ฉันจะพูดยังไงกับคุณภูผาล่ะ คู่หมั้นหายตัวไปแบบนี้ นี่ก็ผัดผ่อนเลื่อนงานหมั้นมาหลายหน แบบนี้ถ้าฝ่ายนั้นเกิดไม่พอใจขึ้นมายกเลิกการหมั้น แล้วไปคว้าคนอื่นมา เราไม่แย่เหรอ " 

อเนกได้ฟังภรรยาพูดแบบนั้นก็พ่นลมออกมา " นี่คุณอยากขายลูกสาวขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าฝ่ายนั้นเค้าไม่อยากหมั้นอยากแต่งกับใบข้าวก็ปล่อยเขาไปนั่นแหละจะไปสนใจทำไมกัน " 

" ดูพูดเข้า อย่างคุณจะไปเข้าใจอะไร กับคุณภูผาเนี่ย หล่อ รวย มีเสน่ห์ขนาดนั้นผู้หญิงที่ไหนก็อยากเข้าหา เรียกเรียงแถวเข้ามาให้เลือกเลยเถอะ แต่คุณภูผากลับไม่สนใจ มาสนใจลูกเราแทน " คุณหญิงณัชชาออกอาการปลื้ม " ฉันดีใจแทนยัยใบข้าวจริงๆนะ ที่จะได้คนดีๆอย่างคุณภูผามาเป็นคู่ชีวิตน่ะ " 

" จะดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ คบกับลูกสาวก็ยังไม่เคย รู้หรือเปล่าว่าลูกสาวเรานิสัยใจคอยังไงก็ไม่เคยรู้ แล้วถ้าเกิดเป็นคนไม่ดีขึ้นมา ใบข้าวแต่งไปด้วยไม่แย่เหรอ " อเนกออกความเห็น  

" คุณคิดมาก " คุณหญิงณัชชาปัดความเห็นของสามีตกไปอย่างไม่ไยดี " หนุ่มหล่อโพรไฟล์ดี นามสกุลดังขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นคนไม่ดี -- ไม่ได้แล้วฉันต้องโทรหาคุณหญิงอิ้งซะหน่อยแล้ว " 

" โทรทำไม " คุณอเนกถาม 

" ก็จะถามน่ะซิคะว่าตาทัพไทลูกชายคุณหญิงรู้เรื่องมั้ยว่ายัยข้าวหายไปไหน " พูดจบก็เดินฉับๆหายไปที่ห้องนั่งเล่นอีกห้อง คุณอเนกได้แต่ส่ายหัวแล้วหยิบมือถือที่กำลังสั่นขึ้นมาก่อนจะรีบกดรับแล้วเดินเข้าห้องทำงานตัวเองไป 

 

 

**** 

 

 

" ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คุณพ่อ ข้าวดูแลตัวเองได้ " ใบข้าวบอกกับอเนกคนเป็นพ่อผ่านทางโทรศัพท์ อเนกถอนหายใจ 

" ใบข้าวหายไปแบบนี้ไม่บอกพ่อไม่บอกแม่ จะไม่ให้พ่อเป็นห่วงได้ยังไง " อเนกถาม  

" คุณพ่อไม่ต้องห่วงจริงๆนะคะ ข้าวอยู่ได้ " 

" ใบข้าวจะอยู่ยังไง ถ้าต้องอยู่คนเดียว "  

" ใบข้าวอยู่ได้จริงๆค่ะ คุณพ่อ เรื่องแค่นี้สบายมาก "  

อเนกถอนหายใจอีกคำรบ " ข้าวจะไม่บอกจริงเหรอว่าข้าวไปที่ไหน อยู่กับใคร "  

ใบข้าวส่ายหน้า " ขอโทษค่ะ ตอนนี้ใบข้าวยังบอกคุณพ่อไม่ได้แต่ใบข้าวสัญญานะคะว่าจะโทรหาคุณพ่อบ่อยๆ " 

" สัญญากับพ่อนะว่าใบข้าวจะไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ พ่อไม่อยากเสียข้าวไปเหมือนกับที่เสียพี่สาวลูกไป " อเนกเอ่ยน้ำเสียงเศร้า ถึงจะไม่รู้ว่าความจริงของลูกสาวคนโตเป็นยังไงแต่การไม่ได้รับข่าวคราวอะไรจากอีกฝ่ายเลยมันทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกเป็นห่วงแล้วก็เศร้าไม่ได้  

" ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณพ่อ -- พี่กอหญ้าต้องกลับมาหาเราแน่นอนค่ะ " 

หลังจากคุยกันต่ออีกไม่กี่ประโยคใบข้าวก็วางสายของอเนกไป เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ " ใบข้าวขอโทษนะคะ คุณพ่อ " ใบข้าวพูดออกมาคนเดียวขณะยืนอยู่หน้าป้ายไร่ส้มเรืองกิจเกษมในมือถือกระดาษโน๊ตที่คนที่ท่ารถเขียนที่อยู่บอกทางมาไร่แห่งนี้ให้เธอ 

" เอาล่ะ ใบข้าว " ใบข้าวตบแก้มสองข้างของตัวเองเรียกกำลังใจก่อนจะกระชับสายกระเป๋าเป้ตัวเอง แล้วเดินเข้าไปในไร่เรืองกิจเกษม ทันทีที่เดินเข้ามาข้างในลมเย็นยะเยือกก็พัดวูบผ่านตัวเธอไป ใบข้าวหันมองซ้ายมองขวาราวกับจะมองหาใคร 

" มาหาใครน่ะ นังหนู " เหมยตาเฒ่าหัวหน้าคนงานแห่งไร่เรืองกิจเกษมเดินเคี้ยวหมากเยิบยาบเข้ามาถาม 

" หนูมาหางานทำค่ะ ลุง " ใบข้าวตอบพลางมองไปรอบๆไร่ส้มนับพันต้นรอบตัว " เห็นคนในตลาดพูดกันว่าที่ไร่เรืองกิจเกษมหาคนงานอยู่ หนูเลยมานี่แหละค่ะ " 

" อ่อ " เหมยร้องพลางไล่สายตามองใบข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาคนแก่พินิจดูหญิงสาวที่ผิวพรรณผุดผ่องหน้าตาดีที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะทำงานในไร่ได้เลยถามกลับ " มาผิดที่หรือเปล่า นังหนู ที่นี่รับคนงานนะ สภาพอย่างนังหนูเนี่ยนะจะมาเป็นคนงาน " 

" ทำไมล่ะคะ ก็หนูนี่แหละจะมาเป็นคนงานที่นี่ " ใบข้าวรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องไม่เชื่อเธอแน่ " หน่าลุง ให้หนูทำงานที่นี่เถอะ นี่เดินหางานมาสามวันแล้วนะถ้าขืนวันนี้หนูยังไม่ได้งานอีก พ่อแม่ปู่ย่าตายายน้องๆของหนูต้องอดตายแน่เลย " ใบข้าวรีบคุกเข่าลงยกมือขึ้นประสานกันอ้อนวอนกับเหมย " ลุงคะ ถือว่าสงสารลูกนกลูกกาเถอะนะ หนูไม่มีแม้แต่ตังขากลับถ้าลุงไม่ให้งานหนูทำ " ใบข้าวร้องไห้ออกมาทำเอาเหมยออกอาการไปไม่ถูกยิ่งเจอคนงานมองมา เหมยก็ทำอะไรไม่ถูก 

" ไอ้ยะขิ่นวิ่งไปบอกนายสิงห์ที่เรือนใหญ่ทีเว้ยว่ามีคนจะมาสมัครงาน " เหมยตะโกนบอกใครสักคน ใบข้าวมองหาเจ้าของชื่อที่วิ่งผลุบโผล่ออกมาจากแนวต้นส้ม  

 " ว่าอะไรนะ ลุงเหมย " ยะขิ่นถามสีหน้าเหรอหรา เหมยแยกเขี้ยวที่มีหมากแดงติดฟันอยู่ 

" หูหนวกหรือไงวะ มึง ไอ้ยะขิ่น " เหมยตะคอกกลับ " กูบอกให้มึงวิ่งไปที่เรือนใหญ่ไปบอกนายสิงห์ทีว่ามีคนมาสมัครงาน ให้นายสิงห์มาดูดิว่าจะรับมั้ย "  

ยะขิ่นหันไปมองใบข้าวที่ฉีกยิ้มกว้างให้ ยะขิ่นร้องลั่น " แม่เจ้าโว้ย! คนหรือนางฟ้าวะเนี่ย ลุงเหมย "  

 

ป้าบ 

 

ลุงเหมยตบที่กะโหลกของยะขิ่นจนอีกฝ่ายหัวเอนไปข้างหน้า " โอ๊ย ลุง มาตบหัวฉันทำไมเนี่ย " ยะขิ่นโวยใส่ 

" ไปหานายสิงห์ได้แล้ว เพราะถ้ากูไปเองมึงโดนนายสิงห์เล่นงานแน่ โทษฐานที่มึงแอบอู้งานไปนอน " เหมยคำรามจ้องเขม็งใส่รอยเสื่อที่แนบอยู่บนแก้มของยะขิ่น อีกฝ่ายรีบยกมือจับไปที่แก้มตัวเองอัตโนมัติ  

" จ้ะๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละจ้ะ " ยะขิ่นรีบวิ่งไปที่รถเครื่องจัดการสตาร์ทเครื่องแล้วออกตัววิ่งตรงไปนายสิงห์นายใหญ่แห่งไร่เรืองกิจเกษมที่บ้านทันที  

" ตามมานี่ นังหนู " เหมยเอ่ยปากเรียกให้เดินตาม " ไปนั่งรอที่ออฟฟิศก่อนแล้วกัน รอนายสิงห์มาตอบเองว่าจะให้ทำงานหรือไม่ให้ทำ " ใบข้าวพยักหน้า หัวใจกำลังเต้นรัวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ใบข้าวรู้สึกตื่นเต้นกับแผนการของตัวเองแต่ก็แอบกังวลอยู่หน่อยๆด้วยว่าจะมีใครเชื่อเธอมั้ยมขนาดว่าเมื่อกี้ลุงเหมยยังทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่เลย ใบข้าวคิด เธอวางแผนสำหรับเรื่องนี้เอาไว้แล้วว่าจะบอกกับลุงพร้อมคนขับรถยังไงทันทีที่เครื่องบินจากอังกฤษแตะที่สนามบินกรุงเทพ ใบข้าวให้ลุงพร้อมมาบอกกับแม่ของเธอว่าเธอจะไปปลีกวิเวกเข้าป่ากับเพื่อนที่พม่าก่อนจะจัดการซื้อตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่โดยไม่บอกใคร 

" พาใครมาด้วยครับ ลุงเหมย "  

ใบข้าวหันหลังกลับไปมองคนถามที่เดินออกมาจากออฟฟิศพร้อมเอกสารในมือ เขาขยับแว่นตาให้เข้าที่มองใบข้าวก่อนจะเผยยิ้มอย่างเป็นมิตรให้เธอ ใบข้าวยิ้มกลับ 

" นังหนูนี่ เป็นคนที่จะมาสมัครเป็นคนงานในไร่ครับ คุณวิทย์ " เหมยตอบ " เอ้า นังหนูมานี่มา มาไหว้คุณวิทย์ซะสิเขาเป็นผู้จัดการ เป็นมือขวาของนายสิงห์ " ใบข้าวขยับเข้ามาใกล้ลุงเหมยแล้วยกมือไหว้วิทย์ตามที่ลุงเหมยบอก  

" สวัสดีค่ะ คุณวิทย์ "  

" สวัสดีครับ มาสมัครเป็นคนงานเหรอครับ เออ -- คุณ "  

" ใบข้าวค่ะ "  

" จริงๆคนงานที่นี่ก็มากพอแล้วนะครับ ผมไม่คิดว่านายสิงห์จะรับคนงานเพิ่มหรอกครับ "  

" ปัดติโถ่! " เหมยอุทานลั่น หันไปมองใบข้าวทันที " เห็นมั้ยนังหนู ตามที่ลุงบอกมั้ยล่ะ ว่ายังไงก็ไม่รับคนงานหรอก "  

" เออ แต่หนูต้องได้งานทำนะ ลุงเหมย มีคนที่กำลังรอให้หนูเลี้ยงดูอยู่อีกตั้งหลายชีวิต " ใบข้าวพูดเสียงสั่นนัยน์ตาสั่นเครือมองเหมยทีมองวิทย์ที " ได้โปรดเถอะนะ ลุงเหมย ขอร้องเถอะค่ะ คุณวิทย์ให้ฉันทำงานอะไร ฉันก็ยอม"  

" ให้ทำงานอะไรก็ยอมจริงเหรอ "  

ทุกคนหันไปมองตามเสียง ร่างสูงของนายใหญ่แห่งไร่เรืองกิจเกษมปรากฏตัวขึ้น นัยน์ตาสีดำนิลเรียบนิ่งมองใบข้าวแค่แวบเดียวเขาก็จำเธอได้ทันที เธอที่เขาเห็นในวันนั้นดูแตกต่างจากวันนี้ ใบข้าวเองก็จำสิงหาได้ทันทีแม้จะผ่านไปหลายเดือนแล้วก็ตาม 

" เฮ้ย! คุณ! " ใบข้าวชี้หน้าเขาทันที " ทำไม "  

สิงหาเดินมายืนต่อหน้าใบข้าวเขาปัดมือของเธอออก " เธอมาทำอะไรที่นี่ "  

" รู้จักกันเหรอครับ นายสิงห์ " วิทย์ถามสีหน้างุนงงพอๆกับเหมยที่เกาหัวแกรกๆ  

" ไม่รู้จัก! " สองคนประสานเสียงพร้อมกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกัน ใบข้าวเม้มปากแน่นไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองจะต้องมาจุดใต้ตำตอแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าคนที่ทะเลาะกับเธอเมื่อหลายเดือนก่อนจะเป็นเจ้าของไร่เรืองกิจเกษม สถานที่ๆเธอต้องการมาหาความจริงเรื่องพี่สาวของเธอ 

" ไม่ได้ยินที่ถามเหรอ " สิงหาถามย้ำพลางมองใบข้าวตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้เธอไม่ได้แต่งตัวที่ดูเย้ายวนแต่กลับใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวโคร่งทับเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขาดๆแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป " มาทำอะไร "  

" ฉันก็มาสมัครงานน่ะสิ " ใบข้าวยืนยันคำเดิมแม้จะรู้ดีว่าคนอย่างผู้ชายตรงหน้าเธอไม่มีทางจะเชื่อคำพูดเธอแน่สิงหายกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่ง 

" ที่นี่ไม่มีงานให้เธอ เพราะฉะนั้นกลับไปซะ! " สิงหาไล่ " นายเหมยพาออกไปเลย "  

" เดี๋ยวค่ะ ลุงเหมย " ใบข้าวถอยหนีลุงเหมยที่กำลังจะเดินเข้ามาหาเธอ ใบข้าวรีบหันไปทางสิงหา " เดี๋ยวสิคุณ ฉันมาที่นี่เพราะต้องการทำงานนะคุณ "  

" อย่างคุณเนี่ยนะจะมาทำงาน " สิงหาแค่นเสียงใส่ " เมื่อครั้งก่อนผมเห็นคุณไม่ได้อยู่ในสภาพนี้นิ " สิงหามองอีกฝ่ายราวกับเครื่องสแกน ใบข้าวออกอาการอึกอัก  

" ที่บ้านฉันถังแตก! " ใบข้าวโพล่งออกมากับความคิดแรกที่ลอยเข้ามาในหัว เธอมองสีหน้าราบเรียบของสิงหาก่อนจะแกล้งทำเสียงสั่น นัยน์ตาเศร้า "  พ่อกับแม่ฉันถูกฟ้องล้มละลาย ตอนนี้พวกเราต้องขายทุกอย่างที่มีอกไปให้หมด แต่ว่า -- ฮึก ฮือ " ใบข้าวร้องไห้ออกมา ทั้งเหมยและวิทย์ดูตกใจพวกเขามองหน้ากันทำอะไรไม่ถูก แต่สิงหากลับยืนกอดอกเฉย 

" แต่ว่ามันก็ยังไม่พอใช้จ่าย ฮือ ~ ฉันเลยต้องหางานทำ " ใบข้าวยกมือปาดน้ำตาตัวเองลอบมองสิงหาที่ยังยืนนิ่ง 

" ทำไมถึงเลือกที่นี่ " สิงหาถาม เขาเดินวนรอบตัวใบข้าว " รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าที่นี่รับคนงานไม่ใช่พริตตี้ไร่ส้ม" คำพูดของสิงหาระคายหูของใบข้าวจนเธอนึกก่นด่าเขาในใจ 'ไอ้บ้าเอ๊ย!' " แล้วอย่างคุณจะมาเป็นคนงาน จะทำได้สักกี่น้ำ ดูจากสภาพคุณแล้วผมว่าลำพังจับไม้กวาดคุณยังจับไม่เป็นเลยมั้ง " สิงหาไม่สนใจว่าตัวเองจะพูดจาร้ายกาจขนาดไหน เขาหันไปสั่งเหมย  

" ไล่ออกจากไร่เราไปเลย นายเหมย "  

" ฉันทำได้ทุกอย่างนะ คุณ! " ใบข้าวยืนกรานตะโกนไล่หลังสิงหาที่เดินไปอีกทางกับวิทย์ 

" ไม่เอาน่า นังหนู นายสิงห์ไล่แล้วรีบไปเถอะ ขืนอยู่ตาอได้ตายหมู่แน่ " เหมยว่า สีหน้าหวาดหวั่นกับการถูกสั่งครั้งที่สอง เพราะหมายความว่าสิงหาเริ่มไม่พอใจแล้วและถ้าเขาไม่พอใจเมื่อไหร่ต้องได้เจอโหมดจอมโหดแห่งไร่เรืองกิจเกษมแน่ 

" ไม่ได้! ลุงเหมย หนูต้องคุยกับเจ้านายของลุงให้รู้เรื่อง! " ใบข้าวเดินตามหลังสิงหาไป 

" ขอร้องเถอะ คุณ ให้ฉันได้ทำงานที่นี่เถอะนะ ฉันไม่มีที่ไป ฉันไม่รู้ว่าจะไปหางานอะไรทำตอนเดินผ่านตลาดฉันได้ยินว่าที่นี่กำลังหาคนงานอยู่ " ใบข้าวเดินไล่ตามสิงหาไปตามแนวต้นส้ม เสียงของเธอดังเจื้อยแจ้วไปตลอดทางทำเอาคนงานที่กำลังทำงานอยู่ยืนมองเธอ 

" เฮ้ย! คุณ ได้ยินป่ะเนี่ย " ใบข้าวเริ่มหมดความอดทน นี่ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวที่เธอได้มาว่าไร่เรืองกิจเกษมคือที่ๆพี่สาวเธอมาอยู่เป็นที่สุดท้ายล่ะก็ให้ตายเธอก็ไม่มา ไหนจะยังต้องมาเดินตามขอร้องผู้ชายไร้มารยาทคนนี้อีก 'บ้าจริงอากาศก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย' ใบข้าวบ่นในใจ เธอยกหลังมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาข้างแก้มเธอออก อาการวิงเวียนที่หัวที่เป็นอยู่ตอนนี้สงสัยว่าคงเป็นอาการเจ็ทแลคหรือเปล่านะ ใบข้าวคิดยังคงเดินตามหลังสิงหา 

" คุณ! ฉันทำได้ทุกอย่างจริงๆนะ " ใบข้าวเดินไล่หลังมาติดๆ  

" โว้ย! รำคาญ! " สิงหาหันกลับมาตวาดใส่ " ผมบอกแล้วไงว่าไม่รับก็คือไม่รับ! " 

" แต่คุณต้องรับ ฉันจะทำงานที่นี่! " ใบข้างไม่ลดละตะโกนใส่หน้าสิงหา  

สิงหาแยกเขี้ยวใส่ " ไม่รับ! ออกไปจากไร่ผมซะ! "  

" ไม่ออก! ฉันจะทำงานที่นี่! เข้าใจมั้ย! "  

" ไม่ออกใช่มั้ย " สิงหาเข้าไปคว้าแขนของใบข้าวแล้วกึ่งดึงกึ่งลากเธอออกมา ท่ามกลางสายตาของคนงานที่มองมา  

" นี่ปล่อยนะ คุณจะมาลากฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! " ใบข้าวกรี๊ดใส่ 

" ทำไมจะไม่ได้ นี่มันไร่ของผมๆจะโยนใครออกไปก็เรื่องของผม! สำหรับคุณถ้าอยากได้งานก็ออกไปหางานข้างนอกนั่นไม่ใช่ที่ไร่นี่! " สิงหายื้อยุดฉุดกระชากใบข้าวที่ดึงดันว่ายังไงเธอก็จะไม่ออกจากไร่นี่แน่ 

" คุณมันป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม ใจดำ ไม่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน! ไอ้ -- " ใบข้าวกำลังนึกคำด่าสิงหาที่จับเธอโยนออกมาหน้าทางเข้าไร่ สิงหากระตุกยิ้ม 

" จะด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ เพราะยังไงผมก็ไม่รับคุณอยู่ดี " สิงหาว่าแล้วหมุนตัวกลับ 

" คุณสิงห์! " ใบข้าวตะโกนเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรก นาทีนั้นใบข้าวนึกถอดใจอยากตะโกนบอกเขาจริงๆว่าเธอคือน้องสาวกอหญ้าคนรักของสิงหาที่หายตัวไป เธอต้องการมาตามหาพี่สาวของตัวเอง แต่ในเมื่อเบาะแสสุดท้ายของการหายตัวไปของกอหญ้าชี้ว่ามันเริ่มต้นจากที่นี่ และมีแนวโน้มว่าสิงหามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยมันทำให้เธอต้องค้นหาความจริงโดยที่ไม่ให้สิงหารู้ว่าเธอเป็นใคร และก็ได้แต่ภาวนาว่าพี่สาวเธอจะไม่เคยเอารูปของเธอให้สิงหาดู 

 

ปรี้น 

 

เสียงแตรรถดังสั่นเมื่อรถเก๋งแล่นเข้ามาที่ทางเข้าแต่มีใบข้าวยืนขวางอยู่ ใบข้าวผงกหัวให้เป็นเชิงขอโทษก่อนจะขยับหนีให้รถได้เคลื่อนเข้ามา 

" มาหาใครเหรอคะ " บุหลันเลื่อนกระจกรถลงถาม ใบข้าวมองรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรของบุหลัน แล้วเลยมองไปที่ตุลาที่นั่งประจำคนขับ สายตาทั้งคู่มองเธออย่างพินิจ 

" หนูมาหางานทำน่ะค่ะ แต่ว่าเจ้าของไร่บอกว่าไม่รับคนงานแล้ว " ใบข้าวบอกสีหน้าเศร้า กำลังคิดว่าเธอคงต้องไปคิดแผนมาใหม่แล้วก็จะกลับมาอีกรอบ ใบข้าวยกมือไหว้ลาบุหลันกับตุลาแต่พอหันหลังเดินไปไม่กี่ก้าวอาการวิงเวียนบวกกับอากาศที่ร้อนจัดทำให้ใบข้าวเป็นลมล้มฟุบไปที่พื้น สิงหาวิ่งมาตามเสียงร้องกรี๊ดอย่างตกใจของบุหลันก็เห็นใบข้าวนอนกองอยู่ที่พื้นแล้ว  

 

      

********* 

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับตอนที่สองของซ่อนลิขิตรักแล้วนะคะ ไรท์หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้รี้ดมีความสุขกับการอ่าน ^^  

มาตามลุ้นกันนะคะว่าความรักของพี่สิงห์แห่งเรืองกิจเกษมจะมีรสชาติยังไง รอติดตามกันค่ะ 

ขอบคุณทุกการติดตาม ทุกกำลังใจ และทุกข้อความนะคะ  

การตอบรับของรี้ดคือกำลังใจที่สำคัญของไรท์ค่ะ 

แล้วเจอกัน 

      

 

     

ความคิดเห็น