email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่13 : ตั้งใจ

ชื่อตอน : ตอนที่13 : ตั้งใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2563 00:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13 : ตั้งใจ
แบบอักษร

ตอนที่13 : ตั้งใจ

 

 

"ถึงแล้ว ร้านนี้แหละ" ธันวาพูดขึ้นเมื่อขับรถมาจอดสถานที่ที่หนึ่ง เขาดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงไปจากรถ หมอหนุ่มที่ยังงงๆอยู่ก็เปิดประตูรถเดินตามอีกคนไปเช่นกัน ทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านๆหนึ่ง มันเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน แต่ที่นี่ดีหน่อยคือมีหน้าร้านให้นั่งกินด้วย ถึงจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็รองรับคนได้อยู่พอสมควร

"พามาตั้งไกลเพื่อมากินก๋วยเตี๋ยวเนี้ยนะ! ล้อเล่นปะเนี่ย!" หมอหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยกินหรือรังเกียจอะไรหรอกนะ แต่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดที่อีกฝ่ายลงทุนพาเขามาตั้งไกลเพื่อมากินอาหารธรรมดาแบบนี้ บ้าบอจริงๆ หมอหนุ่มคิดในใจ

"เออ ร้านนี้แหละ ถึงจะดูธรรมดาแต่รับรองว่าเด็ด กูเอาหัวเป็นประกันเลยว่ามึงต้องชอบ" ธันวายึดอกพูดออกมาอย่างมั่นใจ ก่อนจะเดินนำหมอไป๋เข้าไปนั่งในร้าน ทั้งสองเลือกนั่งโต๊ะว่างข้างๆเสา ร่างสูงเป็นฝ่ายเดินไปตักน้ำกับน้ำแข็งมาบริการให้หมอหนุ่ม และแน่นอนว่าการปรากฏตัวของสองหนุ่มหล่อย่อมเป็นที่สนใจของผู้คนในร้านอยู่แล้ว

 

"อ่ะนี่ ดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจก่อน" ธันวาพูดบอกพร้อมยื่นแก้วน้ำไปให้หมอหนุ่ม

"ขอบใจ" หมอหนุ่มเองก็ยื่นมือไปรับและดูดน้ำเย็นให้ชื่นใจทันที

 

"อ้าวคุณธัน วันนี้มาซะดึกเลยนะคะ ว่าแต่รับอะไรดีคะเดี๋ยวป้าจะรีบไปทำให้" ป้าเจ้าของร้านเอ่ยทักธันวาอย่างสนิทสนม เธอเดินมาหาชายหนุ่มสุดหล่อสองคนที่โต๊ะ พร้อมกับใช้สายตามองธันวาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปยิ้มทักทายให้หมอหนุ่มอย่างเป็นมิตร ซึ่งหมอหนุ่มเองก็ยิ้มตอบให้เธออย่างเป็นมิตรเช่นกัน

"เอาก๋วยเตี๋ยวต้มยำน้ำข้นพิเศษสองที่ครับ แต่ของผมไม่ใส่พริกเหมือนเดิมนะ" ธันวาสั่งออเดอร์กับแม่ค้าอย่างคุ้นเคย จนหมอหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับงงกับท่าทีที่ดูสนิทกันของคนทั้งสอง

 

"ได้ค่ะ แล้วสุดหล่อเอาแบบไหนคะ เอาเผ็ดมั้ย" เธอหันไปถามหมอไป๋บ้าง เพราะไม่รู้ว่าหมอไป๋ชอบกินอาหารรสจัดรึเปล่า เพราะก๋วยเตี๋ยวร้านเธอถือว่าขึ้นชื่อเรื่องความแซ่บอร่อยมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากใครไม่กินเผ็ดก็ควรแจ้งให้แม่ค้าทราบด้วยเหมือน

"เอาไม่เผ็ดมากครับ ผมไม่อยากให้เขาปวดท้อง" แต่เป็นธันวาที่ตอบแทน เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าถ้าให้อีกคนสั่งยังไงก็ต้องเอาแบบเผ็ดอยู่แล้ว เขาจึงชิงพูดตัดหน้าซะเลย ส่วนหมอหนุ่มก็ได้แต่อ้าปากค้าง เพราะชะงักเมื่อโดนอีกฝ่ายพูดตัดหน้า แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรออกมา เพราะดึกแบบนี้เขาเองก็ไม่อยากกินอะไรที่มันเผ็ดเกินไปเหมือนกัน แต่ในใจก็แอบสงสัยกับพฤติกรรมและคำพูดของธันวาไม่น้อย ในใจมันตงิดและรู้สึกแปลกๆกับคำพูดที่เหมือนจะเป็นห่วงที่อีกฝ่ายพูดและแสดงออกมา

"ได้ค่ะ งั้นรอแปปนึงนะ เดี๋ยวป้ารีบไปทำให้" ป้าเจ้าของร้านบอกแค่นั้นแล้วเดินไปกลับไปยังหน้าร้านทันที ส่วนพนักงานคนอื่นก็บริการลูกค้าคนอื่นไป แต่ละคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

 

 

"มึงดูสนิทกับป้าเขาดีเนาะ มาบ่อยเหรอ" หมอหนุ่มเปิดประเด็นถามสิ่งที่ตนสงสัย เพราะดูจากท่าทางและการพูดจาแล้ว เหมือนทั้งคู่จะสนิทกันอยู่ไม่น้อย

"อืม เมื่อก่อนพ่อชอบพากูมากินที่นี่บ่อยๆอ่ะ ป้าแกเป็นคนที่พ่อกูเคยช่วยไว้" คนหล่อบอกเล่าตามความจริง เขาไม่คิดจะปิดบังอะไรกับคนตรงหน้าอยู่แล้ว

 

"ยังไง?" หมอหนุ่มเลิกคิ้วถาม

"เมื่อสามปีก่อน กูกับพ่อขับรถผ่านมาทำธรุะแถวนี้ แล้วบังเอิญเห็นป้าเขาโดนเจ้าหนี้พังร้านพอดี แถมไม่พอพวกมันยังจะทำร้ายป้ากับลูกแกอีก พ่อกูสงสารเลยช่วยจ่ายหนี้แทนให้ ส่วนกูก็ขู่แล้วไล่ตะเพิดให้พวกมันกลับไป ทำให้ป้าแกรอดพ้นจากพวกมันมาได้น่ะ" ธันวาเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตให้หมอหนุ่มฟัง แววตาคมวูบไหวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เขายังจำได้ไม่เคยลืมว่าป้าแกน่าสงสารแค่ไหน แถมยังมีลูกน้อยวัยสามขวบที่ต้องมาเจอเรื่องราวร้ายๆแบบนี้อีก ถ้าพวกเขาไม่มาเจอป่านี้ไม่รู้สองแม่ลูกจะเป็นยังไงบ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งสะเทือนใจ

 

"ถือว่าป้าแกโชคดีนะที่ได้เจอมึงกับพ่อ" หมอหนุ่มแสดงความคิดเห็น พลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตของตนขึ้นมา เขาเข้าใจความรู้สึกของสองแม่ลูกนี้ดี ว่าการต้องต่อสู้และดิ้นรนมันทรมานมากแค่ไหน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีและได้รับความช่วยเหลือจากใครก็ไม่รู้แบบนี้ แต่เขาก็ยังเป็นหนึ่งในผู้โชคดีนั้น เพราะหลังจากย้ายมาอยู่แก๊งมังกรดำชีวิตเด็กกำพร้าอย่างเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ เขาจึงสัญญาณกับตัวเองไว้ว่าหากมีโอกาสเขาจะไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือคนยากไร้เหมือนกัน

 

"อืม ตอนนั้นป้าแกกับลูกน่าสงสารมาก พวกเขานั่งกอดกันร้องไห้จนตัวสั่น พ่อกูเลยส่งคนมาช่วยซ่อมแซมร้านให้ จนมันทำให้ป้าแกเปิดร้านมาถึงทุกวันนี้นี่แหละ กูกับพ่อก็มาแวะอุดหนุนทุกครั้งที่มากรุงเทพนะ มันเลยทำให้เรารู้สึกสนิทกันอย่างที่มึงเห็นนี่แหละ"

 

 

"พี่ธัน! พี่ธันจริงๆด้วย ซันคิดถึงพี่ธันที่สุดเลยครับ" แต่แล้วก็มีเด็กน้อยจากไหนไม่รู้วิ่งเข้ามาหาร่างสูง เจ้าหนูโผล่เข้ากอดร่างแกร่งของธันวาทันทีที่ถึงตัว ส่วนคนโดนกอดนั้นถึงกับหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กน้อย เพราะเขาจำได้ดีว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นใคร

"ทำไมยังไม่นอนครับ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอเรา" ธันวาเอ่ยถามพร้อมกับใช้มือแกร่งคลายอ้อมกอดจากเด็กน้อยเบาๆ เด็กน้อยน่าตาน่ารักยิ้มแก้มแทบปริแล้วจ้องมองเขาตาหยี และภาพตรงหน้ามันทำให้คนหน้าหวานรู้สึกอึ้งไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าผู้ชายปากร้ายและเย็นชาอย่างธันวาจะมีมุมๆนี้กับเขาด้วย มุมที่อบอุ่นและดูอ่อนโยนกับคนอื่นจนเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา หมอหนุ่มจึงจ้องมองการกระทำของทั้งคู่อยู่เงียบๆ

 

"เดี๋ยวก็ไปนอนแล้วครับ ผมแค่แวะมากอดพี่ธันเฉยๆ คิดถึง..." เด็กน้อยบอกกลับอย่างไร้เดียงสา ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยิ้มออกมาเพราะความเอ็นดู

"งั้นไปนอนนะครับ ไว้มาครั้งหน้าพี่จะซื้อขนมมาฝาก" ธันวาพูดกับเด็กน้อยอย่างอบอุ่น เด็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้ก็พยักหน้าหงึมๆตอบรับทันที ธันวาจึงลูบหัวทุยของเด็กชายตัวน้อยเบาๆสองสามที

"จริงนะครับ พี่ธันใจดีที่สุดเลย งั้นซันจะไปนอนแล้ว ฝันดีครับ" พูดจบเด็กน้อยก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับไปนอน แต่พอหันไปเห็นหมอหนุ่มเด็กน้อยก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันที เพราตนนั้นไม่เคยเห็นธันวาพาใครมาที่นี่นอกจากคุณลุงโตมร

 

"พี่คนนี้ใครเหรอครับ ทำไมน่ารักจัง" เด็กน้อยเอียงคอถามออกมาด้วยความใสซื่อ ทำให้คนที่โดนถามถึงกับไปไม่เป็นเมื่อโดนเด็กห้าขวบชมออกมาตรงๆแบบนี้

"เอ่อ...พี่ชื่อ.."

 

"ซันลูก มากวนอะไรพี่เขาครับ แม่บอกให้ไปนอนแล้วไม่ใช่เหรอ" แต่ยังไม่ทันที่หมอไป๋จะได้ตอบอะไร ผู้เป็นแม่ก็รีบเดินเข้ามาหาเด็กน้อยซะก่อน

 

"ป้าขอโทษแทนซันด้วยนะคะ สงสัยซันคงสะดุ้งตื่นมาเข้าห้องน้ำแน่ๆเลย...หมิว! พาซันไปเข้านอนที" ประโยคแรกหันมาขอโทษชายทั้งสอง แต่ประโยคหลังเธอหันไปเรียกลูกน้องคนหนึ่งในร้านให้มาพาลูกชายเธอกลับไปนอน

"บ๊ายบายครับพี่ธัน บ๊ายบายครับพี่คนน่ารัก" เด็กน้อยหันมาบ๊ายบายให้ทั้งสองหนุ่ม ธันวาอมยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดใสซื่อจากปากของเด็กน้อย เพราะในสายตาของซันคงมองว่าหมอไป๋น่ารักมากจริงๆ ไม่งั้นเด็กน้อยคงไม่พูดอะไรออกมาแบบนี้หรอก

แต่คนโดนชมกลับไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด เขารู้สึกเขินและทำตัวไม่ถูกที่จู่ๆก็โดนเด็กน้อยชมต่อหน้าผู้คนแบบนี้ ถึงมันจะมีไม่มากก็เถอะ เพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองน่ารักอะไรเลย เขาต้องหล่อสิ ใครๆก็ชมว่าเขาหล่อไม่ใช่เหรอ แล้วไหงเด็กน้อยคนนี้ถึงมาชมเขาว่าน่ารักล่ะ มันใช่เหรอ? หมอไป๋ได้แต่ถกเถียงกับตัวเองในใจ

 

"ป้าขอโทษแทนซันด้วยนะคะ แกชอบพูดอะไรไปเรื่อยแบบนี้แหละค่ะ" ป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามาขอโทษหมอไป๋อีกครั้ง เพราะเธอสังเกตเห็นว่าหมอหนุ่มดูแปลกไปเมื่อลูกชายของเธอพูดอะไรแบบนั้นออกมา

"ออ...ไม่เป็นไรครับ น้องซันน่ารักดี..ผมชอบ" หมอหนุ่มบอกกลับยิ้มๆ เขาไม่ได้ถือสาหรือโกรธอะไรซันหรอก แต่แค่ทำตัวไม่ถูกกับคำพูดของเด็กน้อยเท่านั้นเอง เมื่อได้ยินแบบนั้นป้าเจ้าของร้านก็ยิ้มออกมาทันที

 

"ขอบคุณที่เอ็นดูแกนะคะ เดี๋ยวป้าไปยกก๋วยเตี๋ยวมาให้ค่ะ" พูดจบเธอก็เดินกลับไปหน้าร้านอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับก๋วยเตี๋ยวถ้วยใหญ่สองถ้วยที่อัดแน่นไปด้วยเส้นและหมูสับ สีสันมันดูน่ากินจนหมอหนุ่มเองแทบจะกลืนน้ำลาย

"ทานให้อร่อยนะคะ ป้าตั้งใจทำสุดฝีมือเลย" เธอพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มสองคนก็พยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม จากนั้นป้าแกก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

 

"เป็นไง น่ากินปะ" ธันวาเอ่ยถาม

"อืม เดี๋ยวกูปรุงแปป" หมอหนุ่มบอกกลับ ก่อนจะยกพวกเครื่องปรุงมาใกล้ๆ แต่กลับถูกอีกคนรั้งเอาไว้ซะก่อน

"ชิมก่อนแล้วค่อยปรุง"

"ก็ได้" พูดจบหมอหนุ่มก็ค่อยๆตักน้ำชุปขึ้นมาชิม และความรู้สึกแล่นที่แล่นเข้ามาในหัวคืออร่อย เขาชะงักไปนิดเมื่อได้รับรู้ถึงรสชาติของน้ำชุปว่ามันอร่อยจนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยด้วยซ้ำ

 

"เป็นไง อร่อยมั้ย?" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นๆ เขาจ้องมองคนตรงหน้าและลุ้นว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไงกับก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดของตัวเอง

"อร่อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าป้าแกจะทำน้ำชุปอร่อยขนาดนี้" หมอหนุ่มบอกกลับตามความรู้สึกจริง

"เห็นมั้ย กูบอกแล้วว่ามึงต้องชอบ"

"อืม แบบนี้สิค่อยคุ้มกับที่นังรถมาไกลหน่อย" หมอหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะเริ่มลงมือทานก๋วยเตี๋ยวโดยไม่มีการปรุงเพิ่มใดๆ ส่วนคนมองก็ยิ้มภูมิใจออกมาเมื่อเห็นท่าทางอีกฝ่ายแบบนั้น ในใจก็คิดว่าไม่เสียแรงที่เขาเลือกพาหมอหนุ่มมาที่นี่ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มลงมือทานกันเงียบๆ ต่างฝ่ายต่างคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวในชามของตัวเองกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีสายตาคมแอบชำเลืองคนหน้าหวานอยู่ตลอด เขาหลุดยิ้มออกมาหลายครั่งเมื่อเห็นหมอหนุ่มตั้งอกตั้งใจกินโดยไม่สนใจอะไรเลย

 

"ไอ้หมอ" แต่แล้วอยู่ๆธันวาก็เรียกคนตรงหน้า ทำให้หมอหนุ่มต้องหยุดกินแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วธันวาก็ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่คาดคิด คือการใช้มือเช็ดปากที่เลอะให้อีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ และการกระทำดังกล่าวก็ทำให้หมอหนุ่มชะงักค้างไปทันที

"..."

"ปากมึงเลอะอ่ะ" คนหล่อพูดสั้นๆ ก่อนจะลงมือกินก๋วยเตี๋ยวของตัวเองต่อ เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ความจริงเขาตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ เพราะดันเผลอไปจ้องริมฝีปากบางนั้นอย่างจัง

"ขะ...ขอบใจ" หมอหนุ่มบอกกลับด้วยเสียงตะกุกตะกัก เมื่อกี้เขาเหมือนโดนไฟช็อตตอนที่โดนอีกฝ่ายสัมผัส ใจที่เคยเต้นปกติอยู่ๆก็เต้นแรงขึ้นมาซะอย่างงั้น เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกแปลกๆเริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

หมอหนุ่มก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวต่อเงียบๆ จนสุดท้ายทั้งคู่ก็กินกันจนอิ่ม

 

"เอาอีกชามมั้ย" ธันวาเอ่ยถาม

"พอแล้ว แค่นี้ก็จุกแล้วเนี่ย" หมอหนุ่มบอกกลับแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม ธันวาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะร้องเรียกป้าเจ้าของร้านให้มาเก็บตัง

"ป้าสาย คิดเงินครับ"

"คะคุณธัน...ทั้งหมดเก้าสิบบาทค่ะ" ป้าเจ้าของร้านเดินยิ้มเข้ามาหาทั้งคู่อีกครั้ง ธันวาหยิบแบงค์พันออกจากกระเป๋าสองใบ ก่อนจะวางบนถาดจ่ายเงินให้คุณป้า

 

"ไม่เอาค่ะคุณธัน แต่คุณธันแวะมาป้าก็ดีใจแล้ว"หญิงวัยกลางคนรีบยื่นเงินคืนให้ชายหนุ่ม เพราะเธอรู้สึกเกรงใจที่ธันวาให้เงินแบบนี้กับเธอทุกครั้งเวลาที่มา

"รับไปเถอะครับ ถือซะว่าผมให้ค่าขนมของซันละกัน" แต่ธันวาเองก็ไม่ยอมรับคืน เขาตั้งใจอยู่แล้วว่าจะช่วยเหลืออีกฝ่ายด้วยวิธีนี้ เพราะป้าสายเป็นคนไม่ยอมรับเงินใครฟรีๆ ขนาดเงินที่พ่อตนใช้หนี้แทนให้ป้าแกยังทยอยจ่ายคืนให้เลย

 

"แต่ป้าว่า...."

"ไม่มีแต่ครับ รับไว้เถอะ" ชายหนุ่มพูดตัดบทเมื่อเห็นว่าเธอทำท่าจะแย้ง

"ค่ะ ป้ารับไว้ก็ได้ค่ะ ขอบคุณคุณธันมากเลยนะคะ" แล้วสุดท้ายเธอก็ต้องตอบรับอย่างจำใจ เธอรู้ดีว่ายังไงธันวาก็ไม่ยอมรับเงินคืนอยู่แล้ว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มทำแบบนี้

"ครับ งั้นพวกผมกลับแล้วนะ ไว้จะแวะมาอุดหนุนใหม่ครับ" คนหล่อบอกเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากร้าน หมอหนุ่มที่นั่งฟังทั้งคู่คุยกันอยู่นานก็ลุกตามร่างสูงออกไปเช่นกัน

 

"เดี๋ยวค่ะ เพื่อนคุณธันชื่ออะไรคะ คราวหลังป้าจะได้บอกให้ซันเรียกให้ถูก" ไม่ทันที่สองหนุ่มจะได้ก้าวขาออกจากร้าน ป้าแกก็ตะโกนเรียกขึ้นมาซะก่อน หมอหนุ่มจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปตอบเธอด้วยรอยยิ้มเขินๆ

"ไป๋ครับ ผมชื่อไป๋"

"ค่ะคุณไป๋ ไว้มาอุดหนุนร้านป้าอีกนะคะ" ป้าแกก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นชายหนุ่มทั้งสองก็เดินออกจากร้าน และไปขึ้นรถหรูที่จอดอยู่ใกล้ๆ

 

 

"เดี๋ยวกูไปส่งมึงนะ" ธันวาพูดขึ้นเมื่อพวกเขาเข้ามานั่งในรถแล้ว หมอหนุ่มเองก็พยักหน้ารับ จากนั้นธันวาจึงสตาร์ทรถแล้วขับเคลื่อนรถสู่ท้องถนนใหญ่อีกครั้ง

บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของชายทั้งสอง หมอหนุ่มนั่งเงียบและนึกถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของธันวา เขาพยายามหาเหตุผลกับเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้มาหักล้างเลย ถ้าบอกว่าทำเพราะเวลก็ไม่น่าใช่ หรือเพราะหยางก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ เขาจึงคิดว่าตัดสินใจถามสิ่งที่สงสัยกับอีกฝ่ายไปตรงๆดีกว่า

 

"ไอ้ธัน กูขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย"

"อืม ถามมาสิ" ธันวาตอบกลับทั้งที่ตายังมองถนน

"ทำไมอยู่ๆมึงถึงมาทำดีกับกู" คนหน้าหวานเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจัง เขาอยากรู้จริงๆว่าอีกฝ่ายมีเหตุผลอะไรที่มาทำแบบนี้กับตน

"มึงไม่รู้จริงๆเหรอ" ธันวาไม่ตอบ แต่กลับถามอีกฝ่ายแทน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายค่อยๆเต้นแรงขึ้นเมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ใจจริงเขาอยากบอกไปตรงๆเลยว่าชอบ แต่ถ้าบอกไปแล้วอีกฝ่ายไม่โอเคขึ้นมาเขาคงทำใจไม่ได้ ง่ายๆก็คือกลัวการผิดหวังนั่นแหละ

 

"อ่าว! ถ้ากูรู้กูจะถามมึงมั้ยล่ะ ถามโง่ๆน้อ" หมอหนุ่มถึงกับขึ้นเมื่อโดนถามกลับแบบนี้ ไม่รู้อีกฝ่ายแกล้งหรือตั้งใจจะกวนประสาทเขากันแน่

"ฮ่าๆๆ มึงไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่ากูไม่ได้คิดไม่ดีกับมึงก็พอแล้ว" คนหล่อหัวเราะร่าออกมาทันทีที่โดนต่อว่า นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้เห็นคนหน้าหวานทำหน้าคิ้วขมวดแบบนี้

"อะไรของมึงเนี่ย แค่ตอบๆมามันก็จบแล้วปะ" คนอยากรู้เริ่มเสียงแข็ง

"ไม่อ่ะ ถึงเวลาเดี๋ยวมึงก็รู้เอง" แต่คนหล่อกลับพูดตัดบทเหมือนไม่ใส่ใจแล้วกลับไปหน้าระรื่นขับรถต่ออย่างสบายใจเฉิ่ม ปล่อยให้คนอยากรู้นั่งหน้านิ่วกระวนกระวายอยู่อย่างงั้น

"เออ! ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไม่อยากรู้แล้วก็ได้วะแม่ง!" หมอหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาหันไปจิ๊ปากใส่คนข้างๆก่อนจะหันหน้าออกไปนอกรถ ส่วนธันวาก็ได้แต่แอบยิ้มขำกับท่าทางของอีฝ่าย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นอกจากมองถนนและทำเป็นตั้งใจขับรถไป

บรรยากาศในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันอีกหลังจากนั้น จนสุดท้ายรถหรูของธันวาก็ขับมาจอดในคฤหาสน์หลังใหญ่ของแก๊งมังกรดำอีกครั้ง

 

"ขอบใจนะที่มาส่ง" หมอหนุ่มพูดบอกเสียงเรียบ ก่อนจะทำท่าเปิดประตูรถออกไป แต่ไม่วายโดนมือแกร่งรั้งเอาไว้ซะก่อน

"เดี๋ยว!"

"มีอะ...อือ" หมอหนุ่มหันกลับไปเพื่อจะถามว่ามีอะไร แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเขาก็ถูกร่างสูงดึงเข้าไปจูบซะแล้ว ดวงตาหวานเบิกกว้างทันทีด้วยความตกใจ ทุกส่วนของร่างกายแข็งทื่อเหมือนคนโดนสาป หมอหนุ่มช็อกค้างเมื่อโดนอีกฝ่ายจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่พอได้สติเขาก็รีบผลักอกแกร่งออกทันที

แต่มีหรือที่คนอย่างธันวาจะยอมปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปง่ายๆ เขาไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อยเท่านั้น แต่กลับบดจูบอีกฝ่ายรุนแรงขึ้นกว่าเดิม มือเล็กทั้งทุบทั้งผลักให้เขาปล่อย แต่มันก็ไม่มีผลอะไรกับคนตัวสูงเลยสักนิด ริมฝีปากหยักเริ่มรุกเร้าปากนุ่มไปเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆใช้เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าปากบางอย่างชาญชำนาญ เขาดูดดุนสลับขมเม้มริมฝีปากบางไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ทำให้คนที่พยายามขัดขืนในตอกแรกค่อยๆหลับตาลงและคล้อยตามรสสัมผัสของเขา

 

ร่างสูงค่อยๆละเมียดละไมชิมความหวานจากปากบางช้าๆ ใบหน้าหล่อปรับเปลี่ยนองศาตามจังหวะการเคลื่อนไหว ส่วนหมอหนุ่มก็ปล่อยตัวให้อีกฝ่ายได้ทำตามใจอยู่อย่างงั้น

รสชาติอ่อนหวานผ่านเข้ามาในปากจนร่างสูงแทบจะทนไม่ไหว เขาอยากสัมผัสมากกว่านี้ อยากลิ้มลองอีกฝ่ายให้มากกว่านี้ แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงขมเม้มริมฝีปากบางเบาๆแล้วยอมผละออกมาในที่สุด เพราะถ้ามากกว่านี้เขากลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวจนทำอะไรเลยเถิดไป และหมอหนุ่มเองก็เริ่มหอบหายใจแรง เขาจึงจำใจถอนจูบจากริมฝีปากนุ่มนิ่มออกมาอย่างน่าเสียดาย

หมอหนุ่มเหมือนคนสติหลุดไปชั่วขณะ เขาได้แต่หอบหายใจแรงๆแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงธันวาทำกับตนแบบนี้ และไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องคล้อยตามด้วย

 

"ทะ...ทำบ้าอะไรของมึง!" หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ หัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาอยู่แล้ว ริมฝีปากบางบวมเจ๋อจนเขาเองก็รู้สึกได้

"นี่ไง คำตอบที่มึงอยากรู้" ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ เขาใช้สายตาจ้องมองคนหน้าหวานตาไม่กระพริบ

"..."

และเมื่อได้ยินแบบนั้นหมอหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เขารู้สึกช็อกกับคำตอบของร่างสูงมาก

 

"ครั้งก่อนอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ครั้งนี้กูตั้งใจนะ" คนหล่อบอกยิ้มๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวลูบสัมผัสริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา และการกระทำดังกล่าวก็ทำให้หมอหนุ่มช็อกหนักกว่าเดิม เขารีบปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วเปิดประตูออกไปจากรถทันที

"กะ...กูเข้าบ้านก่อนนะ" พูดจบร่างโปร่งก็รีบก้าวขายาวๆเข้าไปในบ้าน เขาไม่กล้าแม้แต่มองหน้าคนบนรถเลยด้วยซ้ำ

 

"ไป๋! ฝันดีนะ!" แต่แล้วคนบนรถกลับร้องตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้เขาชะงักเท้าที่กำลังเดินและยืนหยุดอยู่กับที่ รอยยิ้มหวานค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนหน้าหวานโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว แต่เขาก็ไม่ได้หันกลับไปมอง นอกจากก้าวขาอีกครั้งแล้วเดินเร็วๆเข้าไปในบ้านด้วยหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

 

ส่วนคนบนรถคงไม่ต้องพูดถึงว่าเขาตกอยู่ในสภาวะแบบไหน เพราะตอนนี้ใบหน้าหล่อยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบฉีกอยู่แล้ว วันนี้ถือเป็นวันดีสำหรับเขาจริงๆ ทั้งได้หลุดพ้นจากการถูกยัดเยียด และได้กำไรจากว่าที่เมียในอนาคตอีก มันจะมีอะไรพิเศษไปกว่านี้อีกล่ะ

 

เขาใช้สายตาจ้องมองห้องนอนหมอหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ยอมรับเลยว่าตอนแรกเขาแค่ห้ามใจตัวเองไม่ไหว แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนหน้าหวานจะเคลิ้มและปล่อยให้เขาได้ทำตามใจขนาดนั้น รู้แบบนี้น่าจูบอีกสักทีสองทีก็ดีหรอก ชายหนุ่มได้แต่นึกเสียดายอยู่ในใจ เพราะตอนนี้เขารู้สึกหลงไหลริมฝีปากบางนั้นไปซะแล้ว

ชายหนุ่มนั่งอมยิ้มอยู่ในรถแบบนั้นอีกสักพัก ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปเมื่อเห็นว่าห้องหมอหนุ่มได้ปิดไฟแล้ว...

 

 

 

 

 

 

To be Continued...

 

แค่กๆๆ อะไรกันคะ พี่ธันทำอะไรอ่ะ ไหนบอกกลัวเขารู้ไงว่าชอบ เล่นไปจู่โจมแบบนี้ใครเขาจะไม่รู้คะ อร้ายยยย อิพี่แรงมากกก ทำคุณหมอของไรท์แบบนี้ได้ไง 555555 มาต่อให้แล้วนะคะ หวังว่าทุกคนคงจะชอบนะ พอหอมปากหอมคอเนาะ จู๊ปๆ 😍😘💗

 

ขอโทษทุกคนที่ทำให้ต้องรอนะคะ แต่ตอนนี้ไรท์เรียนหนักมากจริงๆ มีทั้งงานและโปรแจกต่างๆ เพราะไรท์อยู่ปี4แล้ว หวังว่าทุกคนจะไม่หายไปไหนนะคะ อยู่กันแบบนี้ไปนานๆนะ ทุกคนมากๆค่ะ ขอบคุณที่คอยติดตามและคอยซับพอร์ตกันมาตลอดนะค้าบ 😭💗💗

*ปล..ยังไม่ได้ตรวจคำและแก้คำผิดงับ! 😂

ความคิดเห็น