ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บท 26 แค่หยอกเล่น

ชื่อตอน : บท 26 แค่หยอกเล่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.2k

ความคิดเห็น : 75

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2563 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บท 26 แค่หยอกเล่น
แบบอักษร

คนตัวโตไม่โต้เถียง เขาเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรเลยจนกระทั่งถึงห้องอาหาร ท่าทีชะงักเล็กน้อยของเขาทำให้คนที่เดินตามหลังชะโงกหน้าผ่านลำตัวหนาไล่สายตามองตามความสนใจของชาริท

 

"ป๊า" เขาเรียกชายสูงวัยภาษาจีน ดวงตากลมทำหน้าที่มองหน้าเขาสลับกับผู้มาใหม่ เมื่อมาเฟียหนุ่มเดินนำเข้าไปนั่ง สองเท้าเล็กจึงรีบเดินตาม เธอเลือกที่นั่งถัดเขาโดยชาริทเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

"หึ โตขึ้นเยอะเลยนะ" เสียงเข้มเอ่ยชมลูกชายภาษาบ้านเกิด

 

"ป๊ามาถึงนานหรือยังครับ"

 

"..." คนถูกถามเมินเฉยไม่ให้คำตอบ หันไปมองใบหน้าจิ้มลิ้มเด็กสาววัยยี่สิบต้นๆพลางเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายกำลังจะถามว่าเธอเป็นใคร

 

"พ่อนายฟังไทยรู้เรื่องไหม" ไอเดียร์เลิ่กลั่กก่อนจะใช้นิ้วสะกิดแขน เอียงคอถามคนตัวโต เมื่อถูกผู้ใหญ่เพ่งมองเธอก็ไม่อยากทำตัวให้เสียมารยาท ครั้นจะทักทายพูดภาษาไทยก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะฟังไม่รู้เรื่อง

 

"อย่าซน"

 

"..." คนโดนเอ็ดปิดปากเงียบกริบทันที เหลือบมองชายสูงวัยใบหน้าเคร่งขรึมเป็นระยะ

 

"แล้วแม่หนูคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้"

 

"ว้าว คุณลุงพูดไทยได้ด้วย" หญิงสาวเผลออุทานสีหน้าตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าพ่อของเขาจะพูดไทยได้

 

"เงียบเถอะน่า..." ชาริทปรามเอาไว้ก่อนคนตัวเล็กจะเผลอทำให้พ่อของเขาไม่พึงพอใจ

 

จางเหว่ยไม่ใช่คนใจดีมีเมตตาต่อเด็กและผู้หญิง หากใครล้ำเส้นหรือก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวคนผู้นั้นย่อมไม่มีโอกาสได้หายใจในวันรุ่งขึ้น

 

ไอเดียร์ประสานมือเล็กไว้บนหน้าตักแน่น เมื่อสีหน้าเคร่งขรึมของชาริทยังไม่น่ากลัวเท่ากับใบหน้าเคร่งขรึมพ่อของเขา จังหวะที่สายตาคมตวัดมาจ้องหลบสายตาแทบไม่ทัน มือเล็กควานไปจับหน้าขาของมาเฟียหนุ่มอย่างลืมตัว สัญชาตญาณบอกกับเธอว่าเขาคือคนเดียวที่สามารถหยุดสถานการณ์อึดอัดนี้ได้

 

ชาริทปลายสายตามองมือเรียวเพียงนิด ก่อนจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับพ่อของเขาภาษาจีนกลาง คนที่ฟังไม่รู้เรื่องได้แต่นั่งเกรงตัว ใจจดใจจ่อทุกเสี้ยววินาที

 

"ไอเดียร์"

 

"ขะ..คะๆ" หญิงสาวขานรับตะกุกตะกักเมื่อจู่ๆ พ่อของชายหนุ่มก็เรียกชื่อเธอน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับยืนโดดเดี่ยวอยู่ขั้วโลกเหนือก็ไม่ปาน มือเรียวเผลอกำหน้าตักของชาริทแน่นขึ้น พอๆกับหัวใจที่เต้นแรงเหมือนมันกำลังรอลุ้นคำพูดประโยคถัดไป

 

"ลูกไปไหนล่ะ"

 

"ละ..ลูกเหรอคะ เอ่อ..."

 

"นายน้อยมาแล้วครับ" เสียงเจอาร์แทรกขึ้นก่อนที่เธอจะให้คำตอบ มือขวาคนสนิทของมาเฟียหนุ่มเข้ามาพร้อมกับริกเตอร์ ลูกชายตัวน้อยก็ช่างสังเกตเพ่งสายตากลมแป๋วมองปู่ของเขาตั้งแต่หน้าทางเข้าจนเจอาร์หยุดฝีเท้า

 

"ฉันไม่ชอบให้ใครจ้องหน้า" จางเหว่ยบอกเสียงเข้มเเล้วละสายตาหนี ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจหลานเลยสักนิด

 

"เจ พาริกมานี่" ชาริทสั่งลูกน้อง รับเอาริกเตอร์มาวางนั่งบนตักในตอนที่เจอาร์ส่งลูกน้อยให้อย่างเบามือที่สุดในชีวิต

 

"ไม่ได้เต็มใจมีกันหรอกใช่ไหม ลูกเนี่ย" จางเหว่ยเอ่ยถามพลางปลายสายตามองเด็กน้อยในอ้อมแขนลูกชาย ให้ตายสิ! เจ้าเด็กคนนี้ยังจ้องหน้าเขาโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด มันน่าจับตีก้นน้อยๆเสียจริง

 

"ว่าไง! ที่ถาม" หลังไม่ได้คำตอบจึงตะเบ็งเสียงถามอีกรอบ ทำเอาหญิงสาวเพียงคนเดียวในบ้านสะดุ้งเฮือก กำหน้าขาขอชาริทแน่นจนสั่น ยิ่งทำให้สถานการณ์อึดอัดเพิ่มทวีคูณ

 

"เป็นความผิดพลาด แต่ผมพร้อมรับผิดชอบ" มาเฟียหนุ่มตอบเสียงหนักแน่น ในขณะที่คนตัวเล็กยังรู้สึกเสียขวัญอยู่ เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือหนาในตอนที่เขาเคลื่อนมากุมหลังมือเล็กคล้ายกำลังปลอบกลายๆ

 

"อย่ากลัวป๊าเลยแม่หนู แค่หยอกเล่น หึๆๆ" จางเหว่ยหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของไอเดียร์ อดนึกสงสารเธอไม่ได้จึงรีบเฉลยก่อนว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคตจะขวัญกระเจิง

 

"ป๊าเล่นอะไร" ไม่เพียงเเต่เธอที่ตกใจ ชาริทก็หวั่นๆอยู่เช่นกัน เมื่อรู้ว่าผู้เป็นพ่อไม่ได้ซีเรียสเรื่องพวกนี้เขาก็พลอยโล่งอกไปด้วย

 

"ส่งหลานมานี่ซิ" จางเหว่ยยื่นมือรอ โดยไม่สนสีหน้าไม่สบอารมณ์ของลูกชาย ถึงอย่างนั้นชาริทก็ยอมส่งริกเตอร์ให้ผู้เป็นพ่อ

 

"ไง ไอ้เสือ" จางเหว่ยเอ่ยทักหลานชายใบหน้ามน ริกเตอร์เอียงคอตาแป๋วเหมือนกำลังสงสัยก่อนจะยื่นมือป้อมๆไปคลอเคลียอยู่ใกล้เครายาวของผู้เป็นปู่เหมือนกำลังหยอกล้อ

 

"โอ๊ะ!" จางเหว่ยร้องไม่เต็มเสียงเมื่อจู่ๆริกเตอร์ก็กระชากเคราของเขาแรงพอสมควรจนต้องเสียอาการ เเล้วรีบส่งหลานให้ลูกชายคืนก่อนที่หนวดเครารุงรังจะถูกหลานชายถลกออกหมด

 

"นาย เดี๋ยวฉันพาลูกขึ้นไปข้างบนก่อนก็ได้ นายทานข้าวอยู่เป็นเพื่อนพ่อนายเถอะ" ไอเดียร์อาสาเมื่อเห็นว่าลูกน้อยเริ่มก่อกวนทำให้ไม่สามารถทานข้าวได้

 

"ไม่เป็นไรๆ นั่งทานกันเถอะ ฝากไว้กับเจอาร์ก่อน" จางเหว่ยโบกมือปฏิเสธ แล้วหันไปพยักหน้าเรียกมือขวาคนสนิทของลูกชายมาพาริกเตอร์ออกไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น หากปล่อยให้อยู่กับแม่ประเดี๋ยวไอเดียร์ก็ไม่ได้ทานข้าวกันพอดี

 

"เรียนอยู่ปีไหนแล้วล่ะ" พ่อของชายหนุ่มเอ่ยถามหลังจากนั่งทานอาหารมาได้สักพัก ไอเดียร์รีบกลืนอาหารลงคอก่อนจะให้คำตอบปนความประหม่าเล็กน้อย

 

"ปีสี่ค่ะ เหลืออีกหนึ่งเทอมก็จะจบแล้วค่ะ" เผลอกำช้อนส้อมแน่น

 

"ตอนนี้เรียนอย่างเดียว?" คิ้วดกเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย

 

"เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยค่ะ เสาร์อาทิตย์ไปทำงานที่บริษัทของรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะค่ะ" เธอพูดไปยิ้มไปอย่างลืมตัวตามนิสัย

 

"รุ่นพี่? ผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ" จางเหว่ยยังคงถามต่อในท่าทีสบาย

 

"ผู้ชายค่ะ" เธอยังตอบหน้าตาเฉยโดยไม่สังเกตสีหน้าคนข้างๆ

 

"อืม... ดีแล้วแหละ ให้โอกาสตัวเองได้เจอคนดีๆบ้าง"

 

ปัง!

เสียงแก้วน้ำกระแทกลงบนโต๊ะเรียกความสนใจจากคู่สนทนาให้หันขวับมองหน้าเขาเป็นสายตาเดียวกัน ชาริทยังคงนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"แก้วมันลื่น"

_______________________________________

พ่ออออออ!!!!!!! 😆

 

ความคิดเห็น