facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 40.คนที่เลือก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.4k

ความคิดเห็น : 193

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
40.คนที่เลือก
แบบอักษร

40.คนที่เลือก 

  

“เอาน้องกับแมวของกูคืนมา!” 

               ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมอึ้งไปตามๆ กันเมื่อเห็นผู้กองกวินทร์มาปรากฎตัวแบบนี้ ก่อนหน้านี้ผู้กองกวินทร์มีท่าทีที่เป็นมิตรกับผู้กองพนามาก เรียกเขาว่า พี่ ตลอด แต่นี่สรรพนามที่ใช้ก็ยังเปลี่ยนอีกจนแก้วเจ้าจอมเริ่มใจไม่ดี หรือว่าความลับของเธอกับสามีจะต้องเปิดเผยเสียแล้ว 

               “พี่...พี่เรนเจอร์ไม่ไปกินข้าวกับดาบดำรงแล้วหรอคะ” 

               “ถ้าไปแล้วจะรู้มั้ยว่าเราแอบมาหามันที่นี่ ไอ้หมอนี่ใช่มั้ยคือเจ้าของแหวนที่นิ้วมือ!!!” ไม่ถามเปล่าแต่ผู้กองกวินทร์ยังเดินเข้ามากระชากมือข้างที่สวมแหวนญาติของแก้วเจ้าจอมเข้าไปหา แก้วเจ้าจอมเองก็ตกใจในเรื่องนี้เพราะลืมไปว่าพี่ชายอาจจะเห็นแหวนที่นิ้วของเธอเข้า 

               “แอบคบกันอย่างนั้นหรอ คบกันมานานแค่ไหนแล้ว” มือของผู้กองกวินทร์บีบข้อมือของแก้วเจ้าจอมแน่นจนเธอเจ็บ ผู้กองพนาเห็นแล้วก็ยิ่งไม่พอใจ ถึงทั้งสองคนจะเป็นพี่น้องกันแต่เขาก็ไม่อยากให้มีการลงไม้ลงมือกันแบบนี้หรอกนะ 

               “เรนเจอร์ปล่อยน้อง อย่าบีบมือน้องน้องเจ็บเรื่องแค่นี้เองพูดคุยกันดีๆ ก็ได้” 

               “เรื่องแค่นี้อย่างนั้นหรอ!!! เรื่องยัยโหดมีแฟนสำหรับบ้านนี้มันไม่เคยเป็นเรื่องเล็กรู้เอาไว้ด้วย ตอบพี่มาเดี๋ยวนี้นะไนเปอร์ว่าคบกับมันมานานแค่ไหนแล้ว!!!” 

               ไอ้เด็กเวร! ไอ้แฝดนรก ตกลงนี่มึงจะไม่ยอมพูดดีๆ ใช่มั้ย 

               “คบกันมาตั้งแต่แรกแล้ว” ผู้กองพนาเป็นคนตอบเรื่องนี้ขึ้นมาแทนแก้วเจ้าจอม เรื่องราวทั้งหมดเขาควรเป็นคนพูดไม่ใช่เธอ ไอ้เด็กเวรนี่มันจะโกรธก็ได้แต่มันไม่มีสิทธิ์มาตีน้อง ถึงมันจะเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอแต่เขาก็เป็นผัว เขามีสิทธิ์ปกป้องเมียของเขาเหมือนกัน 

               “พี่คบกับไนเปอร์ตั้งแต่...” 

               “ใครน้องมึง! กูมีพี่ชายคนเดียวชื่อพี่ซีลโว้ย!” 

               “เออ!” ผู้กองพนากระแทกเสียงกลับ ถึงเขาจะเป็นน้องเขยมันแต่เขาก็แก่กว่ามันเกือบสิบปีเลยนะ มันไม่เกรงใจเขาบ้างเลยรึยังไงกัน ถ้าอยากได้ความจริงนักเขาก็จะบอก! “ผมกับน้องสาวของผู้กองเราคบกันมานานแล้ว คบมานานตั้งแต่ตอนที่ไนเปอร์ความจำเสื่อมแล้วผมพามาหลบพวกคนร้ายอยู่ที่ฐาน แล้วเราก็ไม่ได้คบกันแบบคู่รักเฉยๆ ด้วยแต่เราสองคนเป็นผัวเมียกัน!!!” 

               เกิดความเงียบขึ้นมาในทันทีเมื่อผู้กองกวินทร์หันมามองหน้าแก้วเจ้าจอมอย่างไม่อยากจะเชื่อและแก้วเจ้าจอมก็หน้าถอดสีจนซีดเผือดไปหมดแล้ว เธอไม่กลัวการถูกต่อว่าหรือถูกพี่ตี แต่เธอกลัวที่สุดก็คือกลัวทำให้ทุกคนที่เธอรักต้องเสียใจ กลัวทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง เธอไม่อยากเป็นคนไม่ดีในสายตาของคนที่เธอรัก เธอยังอยากเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ชายอยู่ 

               “พี่เรนเจอร์...” หัวใจของเธอกระตุกวูบขึ้นมาเมื่อพี่ชายยอมปล่อยมือ เขามองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อว่านี่จะเป็นความจริง เขามองเธอด้วยดวงตาที่ไร้แววจนเธอกลัว “พี่เรนเจอร์ฟังไนเปอร์ก่อนนะ” เธอเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้เพราะกลัวพี่จะเสียใจ แต่พอเธอเข้าไปกอดเขาผู้กองกวินทร์ก็ผลักเธอหนีจนเธอล้มลงไปกระแทกกับพื้น เขาทำราวกับรังเกียจหากว่าผู้กองพนาไม่เข้ามารับเธอเอาไว้เธอก็คงจะเจ็บตัวมากกว่านี้ แก้วเจ้าจอมยิ่งมองหน้าพี่ชายอย่างอึ้งๆ ถึงแม้ที่ผ่านมาเธอกับผู้กองกวินทร์จะเป็นพี่น้องคู่กัดกัน มีตีกันบ้างแต่ก็ไม่ได้จริงจัง ออกจะเป็นการหยอกกันแรงๆ เสียมากกว่า พี่ไม่เคยตบตีเธออย่างจริงๆ จังๆ เลยแต่ครั้งนี้เขากลับผลักเธอหนีอย่างไม่ใยดี แก้วเจ้าจอมไม่ได้เจ็บที่ตัวแต่แก้วเจ้าจอมเจ็บปวดที่หัวใจ 

               “มันจะมากไปแล้วนะผู้กอง ทำไมต้องทำกับน้องรุนแรงแบบนี้ด้วย ไนเปอร์ไม่ใช่น้องสาวของผู้กองแล้วรึยังไงไหนเคยบอกว่ารักน้องมากไง!” 

               “กูไม่เคยสอนน้องกูให้เป็นคนแบบนี้” แววตาเฉยเมยยิ่งทำให้แก้วเจ้าจอมเจ็บปวดในขณะที่ผู้กองพนากลับยิ่งรู้สึกไม่พอใจ  

               “คนแบบนี้นี่มันเป็นคนแบบไหน ถ้ารักน้องหวงน้องมากก็เอาน้องไปเก็บใส่ตู้เซฟไว้อย่าปล่อยให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน ไนเปอร์ไม่ใช่เด็กมัธยมผมเปียแล้วนะที่จะตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ ไนเปอร์เขาโตแล้ว เรียนจบมีงานมีการทำแล้ว รับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้วผู้กองสิที่ควรรับฟังน้องบ้าง!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               ผู้กองกวินทร์เตะไปที่แผลถูกยิงของผู้กองพนาอย่างแรงจนทำให้เขาทรุดล้มลงไปกับพื้น ถึงแม้บาดแผลถูกยิงจะไม่ได้เจ็บมากอะไรแต่เมื่อถูกเตะซ้ำก็ทำให้แผลยิ่งระบบจนเลือดไหลซึมออกมาเป็นจำนวนมาก 

               “พี่เรนเจอร์อย่า!” แก้วเจ้าจอมรีบห้ามพี่ชายเมื่อผู้กองกวินทร์เห็นว่าผู้กองพนาล้มทรุดลงไปกับพื้นเพราะเจ็บแผลจึงได้ตามเข้ามาซ้ำโดยการกดขยี้ปลายเท้าไปที่แผลถูกยิงของผู้กองพนาจนเลือดจำนวนมากไหลออกมาอย่างน่ากลัว 

               “อั่ก!” หากเป็นเวลาปกติผู้กองพนาคงลุกขึ้นมาตอบโต้แล้ว แต่ที่เขาไม่ตอบโต้ก็เพราะเขาเห็นว่าผู้กองกวินทร์เป็นพี่ชายของแก้วเจ้าจอมและเธอคงจะยิ่งเจ็บปวดมากหากต้องมาเห็นพี่ชายกับสามีต่อยตีกันเอง อีกทั้งผู้กองกวินทร์ก็เล่นงานที่แผลของเขาอย่างรุนแรงจนเขาเจ็บแทบจะลุกไม่ขึ้นด้วย 

               “พี่เรนเจอร์ไนเปอร์บอกให้หยุดไง!!!” แก้วเจ้าจอมรีบลุกขึ้นแล้วผลักผู้กองกวินทร์หนีอย่างแรง แต่แล้วพอผู้กองกวินทร์จะเข้ามาเล่นงานผู้กองพนาซ้ำแก้วเจ้าจอมก็รีบเข้าไปกอดผู้กองพนาและเอาตัวเองบังเขาเอาไว้ 

               “อย่านะพี่เรนเจอร์ อย่าทำสามีของไนเปอร์นะ!!!” ผู้กองกวินทร์ถึงกับยกเท้าค้างเมื่อเห็นเธอกอดผู้กองพนาเอาไว้อย่างห่วงใย กอดเอาไว้ราวกับจะยอมถูกเขาเตะแทนมัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ถึงกับกล้าพูดออกมาเลยหรอว่าเป็นเมียมันยัยน้องไม่รักดี ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นเธอใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนแบบนี้ ผู้ชายที่ใกล้ชิดกับเธอมากที่สุดก็คืออริน แต่ก็เป็นที่รู้กันทั่วว่าเธอรักอรินเหมือนน้องชาย 

               “พี่พนาบาดเจ็บอยู่พี่เรนเจอร์อย่าทำอะไรเขาเลยนะ ถ้าพี่เรนเจอร์โกรธมากก็ตีไนเปอร์แทนเถอะ ไนเปอร์ยอมให้พี่ด่าพี่ตี แต่ขอร้องเถอะนะคะ อย่าทำเขา” แก้วเจ้าจอมน้ำตาร่วงด้วยความเสียใจที่ทำให้พี่ชายผิดหวังในตัวเธอแบบนี้ ในเมื่อเรื่องมันมาจนถึงขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปกปิดอีกต่อไป 

               “แต่ก่อนที่พี่เรนเจอร์จะตีไนเปอร์ พี่เรนเจอร์ช่วยตอบไนเปอร์มาก่อนได้มั้ย...ทำไมไนเปอร์ถึงมีความรักบ้างไม่ได้ หัวใจของไนเปอร์มันไม่เหมือนกับหัวใจของคนอื่นตรงไหนทำไมไนเปอร์ถึงไม่มีสิทธิ์มีความรัก หัวใจของไนเปอร์มันไม่มีค่าขนาดนั้นเลยหรอคะ เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ เกิดมาจากความรักของคุณพ่อกับแม่แก้มเหมือนกันแล้วทำไมหัวใจของเราถึงไม่เหมือนกันล่ะ พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ต่างก็เคยมีแฟนมีคนรักด้วยกันทั้งนั้น พี่เรนเจอร์เองก็มีความรัก พี่เรนเจอร์ไปนครพนมบ่อยๆ ก็เพราะว่ารักน้องเพลงพิณแล้วไนเปอร์ล่ะ หัวใจของไนเปอร์ถูกสาปมาตั้งแต่เกิดหรอคะไนเปอร์ถึงมีความรักบ้างไม่ได้ การมีความรักของไนเปอร์มันเป็นเรื่องที่ผิดมากเลยใช่มั้ย ถ้าผิดมากพี่เรนเจอร์ก็ควักเอาหัวใจของไนเปอร์ออกมาทำลายทิ้งเถอะนะ ถ้ามีหัวใจแล้วมันไร้ค่าจนใช้รักใครไม่ได้แล้วไนเปอร์จะมีหัวใจไปทำไม” 

               “งั้นอยากจะทำอะไรก็ทำ ตามใจเลย” ผู้กองกวินทร์ว่าจบก็เข้าไปคว้าเอาแมวตัวอ้วนมาอุ้มก่อนจะเดินหนีออกไปจากบ้านพักของผู้กองพนาโดยไม่ชายตากลับมามองแก้วเจ้าจอมแม้แต่น้อยทำให้เธอยิ่งรู้สึกแย่ 

               “ไว้รอให้เขาใจเย็นก่อนแล้วค่อยไปคุยกับเขาก็ได้ พี่จะอธิบายกับเรนเจอร์เอง” ผู้กองพนาขยับเข้ามาเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของเขายังคงซีดเผือดด้วยเจ็บบาดแผลแล้วเลือดก็ยังไหลไม่หยุด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจบาดแผลของตัวเองมากเพราะคนที่เขาห่วงใยที่สุดก็คือแก้วเจ้าจอม ถึงเธอจะเป็นคนที่เข้มแข็งมากยังไง เก่งกล้าแค่ไหนแต่คนที่รักครอบครัวมากอย่างเธอและยอมเป็นเด็กดีอยู่ในกรอบมาตลอด มันคงเป็นเรื่องยากที่เธอจะลุกขึ้นมาฟาดฟันกับครอบครัวของตัวเองเพื่อเขาเพียงคนเดียว แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะปกป้องเธอให้ถึงที่สุด 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมทำแผลให้ผู้กองพนาใหม่จนเรียบร้อยแล้วจึงประคองเขามานอนที่เตียง มือของเธอข้างหนึ่งถูกเขากุมเอาไว้กับแผ่นอกแกร่งและมืออีกข้างของเธอก็ไล้ไปตามใบหน้าของเขาอย่างแสนรัก แก้วเจ้าจอมกระพริบตาถี่ๆ อยู่หลายครั้งเพื่อเก็บกลั้นน้ำตาจนผู้กองพนาต้องคอยปาดน้ำตาออกให้เบาๆ 

               “คืนนี้พี่พนานอนคนเดียวนะคะ เดี๋ยวไนเปอร์ให้ดาบดำรงมาเฝ้าเผื่อต้องลุกเข้าห้องน้ำตอนดึก ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้หยุดพักก่อนดีมั้ยคะ” 

               “พี่ยังไหวไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะ แผลแค่นี้ไม่ทำให้พี่ตายหรอก” 

               “ผัวทั้งคนไม่ให้ห่วงได้ยังไง” ผู้กองพนาค่อยๆ ดึงเอาเธอมานอนหนุนแผ่นอกของเขาทันทีแก้วเจ้าจอมจึงแนบซบอยู่กับอกของเขา เธอเชื่อเสมอว่าไม่มีชีวิตของใครจะโรยไปด้วยกลีบดอกกุหลาบเสมอไปหรอก เรื่องราวชีวิตคู่ของเธอเองก็เช่นกัน วันนี้เธออาจจะต้องเจอศึกหนักหน่อยแต่เธอก็เชื่อว่าเธอกับเขาจะผ่านมันไปได้ เรื่องมันมาจนถึงขนาดนี้แล้วทางบ้านของเธอคงไม่ใจร้ายพรากเธอกับเขาจากกันหรอก 

               “อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะ เรื่องของเราพี่จะจัดการเอง เรนเจอร์อยากว่าอะไรก็ปล่อยให้ว่าไปตอนนี้เขากำลังโกรธและก็ช็อกอยู่” 

               “พี่เรนเจอร์เป็นคนที่ดื้อแล้วก็เอาแต่ใจมาก ถ้าไม่ได้ดั่งใจพี่เรนเจอร์ไม่มีทางยอมแน่ๆ ค่ะ” 

               “เดี๋ยวพี่จะเป็นน้องเขยที่ได้ดั่งใจเรนเจอร์แล้วกัน” 

               “ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มบอกเขา “ขอบคุณนะคะที่พี่พนาไม่สวนกลับพี่เรนเจอร์เมื่อกี้นี้ทั้งๆ ที่พี่พนาจะป้องกันตัวยังไงก็ได้” 

               “พี่รักไนเปอร์พี่ก็ต้องรักครอบครัวของไนเปอร์ด้วย พี่เข้าใจเรนเจอร์ดี ก็เขารักเขาหวงของเขามาตั้งนานนี่นา เรนเจอร์เขารักไนเปอร์มากเลยนะ” 

               “ไนเปอร์ก็รักพี่ซีลกับพี่เรนเจอร์มากเหมือนกันค่ะแล้วไนเปอร์ก็รักพี่พนาด้วยนะ” เธอผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วก็เอื้อมตัวขึ้นไปจูบหน้าผากของเขาเบาๆ แล้วก็เลื่อนลงมาจูบที่ปากของเขาอีกที 

               “พี่พนานอนพักนะคะ กอดเจ้านี่แทนไนเปอร์ไปก่อนแล้วกัน” เธอดึงตุ๊กตาหมีมาให้เขากอด ผู้กองพนาก็ทำตามเธออย่างว่าง่าย อะไรก็ตามที่ทำแล้วเธอสบายใจเขาก็จะทำ แล้วถ้าท่านรองแม่ทัพภาคมาเมื่อไหร่เขาจะเป็นคนเดินเข้าปากเสือเอง 

               หลังจากโทรตามดาบดำรงมานอนเป็นเพื่อนผู้กองพนาแล้วแก้วเจ้าจอมก็กลับมาที่บ้านพักของตัวเองทันที ซึ่งพอมาถึงก็เห็นผู้กองกวินทร์นั่งป้อนขนมแมวเลียให้กับน้องเพลงพิณอยู่ที่ระเบียงบ้าน เธอเดินขึ้นไปบนบ้านพักอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ผู้กองกวินทร์ก็ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เขาทำราวกับมองไม่เห็นเธอเลยด้วยซ้ำแล้วก็เอาแต่สนใจแมว 

               “...พี่เรนเจอร์ ยะ...ยังไม่นอนหรอคะ” 

               “...” 

               “ให้ไนเปอร์ช่วยป้อนขนมให้น้องเพลงพิณมั้ย” 

               “...” 

               “พี่เรนเจอร์อยากพูดอะไรกับไนเปอร์รึเปล่า” ประโยคนี้แก้วเจ้าจอมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเมื่อผู้เป็นพี่ชายไม่เพียงแต่จะไม่ตอบอะไรเธอ แต่เขายังทำเหมือนกับเธอไม่มีตัวอยู่ตรงนี้เลยด้วย เขาเอาแต่พูดกับแมว เกาคางให้แมวแล้วก็เมินเธอ 

               “...ไนเปอร์ขอโทษนะคะที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแต่ไนเปอร์มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้ว...ไนเปอร์รักพี่พนามาก ถ้าใครจะไม่เห็นด้วยกับความรักของเราไนเปอร์ก็ไม่ว่าแต่ขอแค่อย่าพรากเราสองคนจากกันก็พอ...” 

               “...” 

               “ถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้พี่เรนเจอร์โกรธไนเปอร์มากจนแม้แต่หน้าน้องสาวคนนี้ก็ยังไม่อยากจะมอง หรือบางทีอาจจะรังเกียจไนเปอร์ไปแล้วงั้นไนเปอร์จะไม่กวนใจพี่เรนเจอร์แล้วนะ” เธอบอกเพียงแค่นี้แล้วก็เดินเข้าห้องนอนไป ในเมื่อเขาไม่อยากพูดอะไรกับเธอแล้วเธอก็คงทำอะไรไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เธอเลือกเธอต้องยอมรับมันให้ได้ 

               แก้วเจ้าจอมเอาถุงนอนมาปูที่พื้นข้างเตียงแล้วก็ซุกตัวนอนในถุงนอนนี้เพราะปกติถ้าผู้กองกวินทร์มานอนที่นี่เขาจะต้องนอนเตียงแล้วเธอจะนอนพื้น แต่ถ้าเธอไปเยือนถิ่นของเขาบ้างเขากจะต้องเป็นฝ่ายนอนพื้นแล้วให้เธอนอนเตียง มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอกับพี่ชายตกลงกันเพื่อแกล้งเอาชนะอีกฝ่ายเท่านั้นแล้วถ้าครั้งไหนที่พี่ชายของเธอเขาเกิดใจดีขึ้นมาสุดท้ายเขาก็จะเข้ามาอุ้มเธอไปนอนบนเตียงอยู่ดี แต่มิตรภาพที่ดีแบบนั้นมันคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้วล่ะ แก้วเจ้าจอมได้แต่นอนน้ำตาร่วงด้วยความน้อยใจอยู่ท่ามกลางความมืด แต่แล้วสักพักประตูห้องนอนของเธอก็เปิดออก ผู้กองกวินทร์เดินเข้ามาแล้วเอาน้องเพลงพิณเข้าไปนอนบนเบาะนอนใกล้ประตูแก้วเจ้าจอมจึงแกล้งหลับเพราะไม่อยากกวนใจอะไรเขาแล้ว ผู้กองกวินทร์พูดคุยกับน้องเพลงพิณอยู่สักพักทุกๆ อย่างก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แก้วเจ้าจอมคิดว่าเขาคงจะเดินมานอนที่เตียงแล้วแต่แล้วเธอก็คิดผิดเมื่อจู่ๆ ผู้กองกวินทร์อุ้มเธอขึ้นมาแล้ววางเธอลงนอนบนเตียงแทน เธอรีบลืมตาขึ้นมองและผลุดลุกขึ้นมานั่งทันทีอย่างไม่เข้าใจเขา แม้ตอนนี้จะไม่ได้เปิดไฟในห้องนอนแต่แสงตะเกียงเจ้าพายุที่หน้าต่างก็ทำให้เธอมองเห็นเขาอย่างชัดเจน เธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาทั้งนั้นนอกจากได้แต่นั่งมองเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ และรอฟังคำต่อว่าจากเขาอีก 

               “...ที่ผ่านมาแกล้งความจำเสื่อมมาโดยตลอดใช่มั้ย แกล้งทำเป็นจำมันไม่ได้แต่สุดท้ายก็กลับมาหามันอยู่ดี” ผู้กองกวินทร์นั่งลงที่ข้างเตียงกับเธอแล้วถามออกมา แก้วเจ้าจอมจึงพยักหน้ารับ 

               “ทำไมต้องแกล้งลืมมันตั้งแต่แรก” 

               “...ตอนที่ไนเปอร์ความจำเสื่อมแล้วมาอยู่ที่นี่ไนเปอร์จำอะไรไม่ได้เลย ไนเปอร์โดดเดี่ยวมากแล้วก็ไม่มีที่พึ่ง พี่พนาเป็นที่พึ่งเดียวของไนเปอร์ในตอนนั้น เขาดูแลไนเปอร์ดีทุกอย่างแล้วก็ไม่เคยล่วงเกินไนเปอร์เลย...ความใกล้ชิดและความดีของเขาทำให้เราสองคนรักกันไนเปอร์ก็เลยยอมเป็นของเขา เป็นฝ่ายรุกเขาก่อนด้วย” ผู้กองกวินทร์ถึงกับหันควับมาจ้องหน้าน้องสาวทันที เจริญล่ะน้องสาวกู! ใครสั่งใครสอนให้รุกผู้ชายก่อน 

               “พอไนเปอร์ความจำกลับมาไนเปอร์ก็รู้สึกผิดต่อทุกคนที่บ้าน ไนเปอร์หายตัวมาตั้งสามเดือนแต่ได้กลับบ้านโดยที่...ไม่ใช่ไนเปอร์ที่เคยบริสุทธิ์เหมือนเดิม ไนเปอร์ละอายใจต่อทุกๆ คนก็เลยเลือกที่จะทิ้งพี่พนา ตั้งใจลืมเขาเพื่อกลับมาเป็นไนเปอร์ของทุกคนอีกครั้ง” แก้วเจ้าจอมน้ำตาซึมออกมาด้วยความรู้สึกผิดไม่หาย “แต่ไนเปอร์ก็ทำไม่ได้ ไนเปอร์รักพี่พนามากแล้วก็ลืมเขาไม่ได้จริงๆ จนพ่อภูสงสารก็เลยย้ายไนเปอร์มาที่นี่...ความจริงไนเปอร์เคยบอกเลิกพี่พนาไปแล้วแต่ว่า...” เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้กองกวินทร์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เธอไม่อยากทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวเธอ ไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจแต่เธอก็บังคับหัวใจของตัวเองไม่ได้ 

               “ไนเปอร์พยายามถอยออกมาแล้วแต่ไนเปอร์ก็ทำไม่ได้ พี่พนาขอไนเปอร์แต่งงาน พี่พนาขอไนเปอร์จากพ่อภู คุณปู่แล้วก็แม่แก้มแล้ว ตอนนี้ทุกๆ คนรู้เรื่องของเราหมดแล้วยกเว้นคุณพ่อกับพี่ซีล พี่เรนเจอร์เท่านั้น ถ้าคุณพ่อกับพี่ซีลพี่เรนเจอร์จะโกรธจะเกลียดไนเปอร์ก็โกรธเกลียดเถอะนะไนเปอร์ทำผิดจริงๆ ไนเปอร์ไม่มีอะไรจะแก้ตัว” 

               ถึงว่าสิทำไมพ่อภูกับผู้กองพนาถึงได้ดูสนิทสนมกันแปลกๆ ผู้กองกวินทร์คิด แล้วเขาก็เห็นคุณปู่คุยโทรศัพท์กับผู้กองพนาบ่อยๆ ด้วย แม้แต่คุณย่าของเขาก็ยังใช้ให้ผู้กองพนาเป็นธุระเรื่องการบริจาคอุปกรณ์การเรียนให้เด็กๆ ที่แท้คุณปู่กับคุณย่าของเขาก็ยอมรับผู้กองพนาเป็นหลานเขยมาตั้งแต่แรกแล้ว แล้วบ้านเขาก็ไม่ได้เป็นครอบครัวหัวโบราณมากด้วยคุณปู่กับคุณย่าของเขาเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องอยู่กันก่อนแต่ง ที่สำคัญกว่านั้นคือแม่แก้มสุดที่รักของเขาก็ดันรู้เรื่องนี้มาโดยตลอดเหมือนกัน ถ้าพ่อของเขารู้ว่าแม่แก้มมีความลับด้วยจะว่ายังไงนะ 

               “อรินก็รู้เรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย” 

               “...ค่ะ” 

               เวรล่ะ! ยิ่งอรินรู้ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงเขาจะไม่ได้อยากได้อรินเป็นน้องเขยเหมือนคนอื่นๆ เพราะเขามองว่าอรินยังนิสัยเหมือนเด็กไปคุมคนโหดๆ อย่างแก้วเจ้าจอมไม่ได้หรอก แต่ถึงอย่างไรอรินก็เป็นน้องชายที่เขาเอ็นดูและโตมาด้วยกัน อรินเฝ้าตามรักแก้วเจ้าจอมมานานพอรู้เรื่องนี้เขาจะเจ็บกระดองใจขนาดไหน มิน่าล่ะเขาเจออรินคราวนี้อรินถึงดูหงอยๆ ไป 

               ผู้กองกวินทร์หันกลับมามองแก้วเจ้าจอมอีกครั้งเมื่อเห็นเธอพยายามเช็ดน้ำตาออก น้องสาวของเขาไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายแบบนี้แต่ถ้าเธอร้องไห้เมื่อไหร่นั่นแปลว่าเธอกำลังเจ็บปวดมากจริงๆ ถึงเธอจะทำผิดแต่เธอก็เป็นน้องสาวที่เขารักและหวงมาก ต่อให้เธอจะทำผิดแค่ไหนเขาก็เกลียดเธอไม่ลงหรอก เคยรักยังไงก็จะยังรักแบบนั้นแต่เขาแค่รับไม่ได้ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขารักเธอแต่เขาก็ไม่ได้รักไอ้เวรนั่นซักหน่อย หนอย...แล้วมาแอ๊บทำเป็นคนดีหรอกให้เขาตายใจและนับถือจนเรียก พี่ เขาเห็นคุณปู่ดูจะชอบมันมากก็เลยนึกว่ามันไว้ใจได้แต่สุดท้ายมันก็สมภารกินไก่วัดดีๆ นี่เอง 

               “แล้วจะเอายังไงต่อถ้าคุณพ่อกับพี่ซีลรู้” 

               “...ไนเปอร์จะแต่งงานกับพี่พนา” แก้วเจ้าจอมยังคงยืนยันคำเดิมที่จะแต่งงานกับผู้กองพนา ไม่มีเหตุผลอื่นใดแล้วที่เธอจะปฏิเสธเขา นับวันเธอก็ยิ่งผูกพันกับเขา ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนเธอกับเขารวมใจเป็นหนึ่งกันแล้ว ส่วนผู้กองกวินทร์พอได้ยินแบบนี้เข้าก็เกิดใจหายขึ้นมาในทันทีแล้วมองหน้าเธออยู่นาน เขารู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าจะต้องเสียเธอไป ตั้งแต่จำความได้แก้วเจ้าจอมก็อยู่กับเขามาโดยตลอด ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้างแต่มันก็เป็นเรื่องปกติของพี่น้อง เขาเฝ้าดูแลเธอมาตั้งนานแล้วจู่ๆ ก็จะมีไอ้เวรที่ไหนก็ไม่รู้มาแย่งเอาเธอไปเขาคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับเขาเลย ไอ้ผู้กองพนานั่นมันเป็นใครหน้าไหนถึงจะมาแย่งเอายัยโหดของเขาไป เขาไม่ยอมหรอก ถึงคุณปู่อาจจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้แต่เขากับผู้กองกรินทร์แล้วก็ผู้เป็นพ่อจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งเอานางไม้น้อยอย่างเธอไปเด็ดขาด!!! 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อกับแม่เดินลงมาจากรถเพื่อมาร่วมงานพระทานเพลิงศพของผู้หมวดมาริษาและเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจากเหตุถล่มโรงเรียน ตชด. ซึ่งมีนายทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่มากันมากมาย แล้วพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ได้มากันสองคนด้วยแต่ผู้กองกรินทร์ก็ยังตามมาอีกคน พี่ซีลของเธอเห็นนิ่งๆ เงียบๆ ขรึมๆ แบบนี้อย่าให้ต้องได้โหดเชียวนะ น่ากลัวยิ่งกว่าพี่เรนเจอร์ซะอีก 

               “ไนเปอร์!” ราชาวดีรีบวิ่งเข้ามากอดลูกสาวด้วยความเป็นห่วง เธออยากจะมาหาลูกตั้งแต่ตอนที่รู้เรื่องโรงเรียนถูกถล่มและแก้วเจ้าจอมก็อยู่ในเหตุการณ์แล้วแต่เพราะมีบางเรื่องที่เล็ดลอดมาถึงหูสามีของเธอ เขาจึงห้ามไม่ให้เธอมาหาลูกในทันที แล้วเรื่องที่ว่านั้นก็คือผู้กองกวินทร์โทรมาบอกกับผู้เป็นพ่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนา เมื่อความลับทุกอย่างถูกเปิดเผยรองกรันณ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ก็โกรธมาก และยิ่งรู้ว่าผู้เป็นภรรยานั้นรู้เรื่องของแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนามาตลอดแต่ก็ไม่ยอมบอกเขาเขาก็พาลมางอนราชาวดีด้วยอีก 

               “แม่แก้มขา” แก้วเจ้าจอมกอดผู้เป็นแม่แน่นแล้วก็ก้มหน้างุดหลบสายของรองกรันณ์ที่มองมาทางตนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยสุดจะคาดเดาอารมณ์ได้ แม้แต่ผู้กองกรินทร์ที่คอยประคองผู้เป็นแม่และตามประกบดูแลราชาวดีก็ยังทำเฉยชาใส่น้องสาว 

               “ไนเปอร์ปลอดภัยดีนะลูก ทำไมถึงได้มีแต่เรื่องแต่ราวไม่หยุด ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับไนเปอร์อีกแล้ว ไนเปอร์ย้ายกลับขึ้นภาคเหนือไปอยู่กับพ่อภู กับคุณอาคณิน อาขวัญดีมั้ยลูก พี่ซีลกับรีคอนก็อยู่ใกล้ๆ กันด้วย” 

               แก้วเจ้าจอมยิ่งทำหน้าเศร้าเมื่อได้ยินแบบนี้ จะให้เธอย้ายก็ได้ จะให้เธอไปอยู่ที่ไหนก็ไปแต่เธอต้องมีคนรักของเธออยู่ด้วย 

               “แก้ม พี่เข้าไปในงานก่อนนะ ซีลกับเรนเจอร์อยู่ดูแลแม่แก้มให้ดีล่ะ” รองกรันณ์ว่าแล้วเดินเข้าไปในบริเวณที่จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารชั้นผู้ใหญ่มาร่วมงานกันเยอะ เขาเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามองลูกสาวเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่จำความได้แก้วเจ้าจอมไม่เคยถูกพ่อทำเย็นชาใส่แบบนี้มาก่อน เธอเป็นลูกที่สนิทกับพ่อที่สุด พ่อรักที่สุด อะไรที่เธออยากได้แม้จะหามายากมากแค่ไหนแต่พ่อก็หามาให้เธอได้ทุกอย่าง ให้พ่อต่อว่าเธอ ตีเธอ เธอยังไม่เจ็บเท่ากับไม่ได้อยู่ในสายตาของพ่อแบบนี้เลย แก้วเจ้าจอมได้แต่ยืนมองตามหลังผู้เป็นพ่อไปทั้งน้ำตาแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา ความรู้สึกของเธอในตอนนี้คือมันแย่มาก เธอทำผิดที่มาอยู่กับผู้กองพนาก่อนแต่งงาน ผิดที่ปิดบังพ่อกับแม่ เธอไม่ขอโทษใครแต่เธอโทษตัวเองที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังและเสียใจ ยิ่งตอนนี้พ่อของเธอมียศตำแหน่งที่ใหญ่โต มีผู้คนเคารพพ่อของเธอมากมาย ไหนจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหลานสาวของท่านนายพลปภพและคุณหญิงกรกชอีกเธอก็ยิ่งเกลียดตัวเองนักที่ทำให้ความภูมิใจในตัวเธอของทุกคนต้องพังไปหมด เธอมันช่างบาปหนาเหลือเกินที่ทำให้บุพการีต้องเสียใจแบบนี้ ความจริงในตอนที่เกิดเหตุถล่มที่โรงเรียน ตชด. เธอควรจะตายๆ ไปเสียด้วยซ้ำ คนที่นอนอยู่ในโลงบนเมรุตอนนี้ควรจะมีเธอรวมอยู่ด้วย 

               “ไม่เป็นไรนะลูก ถึงยังไงคุณพ่อก็ยังรักไนเปอร์เหมือนเดิม ไว้เสร็จงานวันนี้แล้วไนเปอร์ค่อยไปขอโทษคุณพ่อนะลูกนะ ไม่มีพ่อที่ไหนจะเกลียดลูกของตัวเองได้ลงคอหรอกแล้วแม่ก็จะไม่ยอมให้คุณพ่อมาเกลียดไนเปอร์ของแม่ด้วย” ราชาวดีสงสารลูกสาวนัก เธอเข้าใจลูกดีที่สุด เธอรู้ว่าแก้วเจ้าจอมรักผู้กองพนามากแค่ไหน ในเมื่อเรารักใครสักคนเราก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ กับคนที่เรารัก อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ถึงเธอจะไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องงานราชการทหาร ตำรวจมากแต่เรื่องราวของลูกๆ เธอรู้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว ผู้กองกรินทร์ที่ผิดหวังในความรักไปคราวนั้นแผลใจยังไม่หายดี จากที่เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้วมาคราวนี้เขากลับยิ่งเงียบขรึมมากขึ้นและในบางครั้งแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผู้กองกวินทร์ก็ไปหลงรักลูกสาวของเพื่อนสนิทพ่อ ตามตื้อสาวน้อยอย่างน้องเพลงพิณหนักมากจนหัวหน้าคเชนทร์แทบจะเนรเทศผู้กองกวินทร์ออกจากจังหวัดนครพนมแทบไม่ทัน ส่วนแก้วเจ้าจอม...เพราะเป็นลูก เป็นหลานที่ทุกๆ คนรักมาก ทุกคนก็เลยหวงเธอโดยเฉพาะกับผู้เป็นพ่ออย่างรองกรันณ์ ลูกสาวที่เขาเฝ้าหวงแหนมาตั้งแต่เกิดพอจะมีใครมาแย่งชิงเอาไปคนเป็นพ่อก็ย่อมทำใจได้ยากเป็นธรรมดา 

               “ถ้าเลิกกันพ่ออาจจะยกโทษให้ง่ายขึ้นก็ได้” ผู้กองกรินทร์พูดขึ้นมาจนราชาวดีแทบจะหันไปห้ามลูกชายคนโตไม่ทัน เพราะสิ่งที่ผู้กองกรินทร์พูดมันยิ่งทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกเจ็บ เธอมองไปยังผู้กองพนาที่วันนี้เขาแต่งเครื่องแบบปกติขาวนายตำรวจคล้องกระบี่ เช่นเดียวกับข้าราชการตำรวจ ทหารทุกนายที่มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพรวมถึงแก้วเจ้าจอมด้วยโดยที่แขนซ้ายของทุกคนจะสวมปลอกแขนสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ผู้กองพนากำลังยืนต้อนรับนายแขกผู้ใหญ่หลายๆ ท่านอยู่รวมทั้งพ่อของเธอ แต่พ่อของเธอก็เพียงแค่เดินผ่านเขาไปราวกับมองไม่เห็น แก้วเจ้าจอมคิดว่าใจจริงพ่อของเธอคงอยากจะเล่นงานเขาใจแทบขาดแล้ว แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้ก่อนเพื่อให้เกียรติงาน ทุกๆ คนและผู้เสียชีวิต 

               “...ไม่ใช่หรอกพี่ซีล...ถ้าไนเปอร์คือหนึ่งในคนที่นอนอยู่บนเมรุตอนนี้คุณพ่ออาจจะไม่โกรธไนเปอร์เลยก็ได้นะคะ ทำไมไนเปอร์ถึงไม่ได้ขึ้นไปนอนอยู่บนนั้น...” 

               “ไนเปอร์! ใครสั่งใครสอนให้พูดแบบนี้ลูก พูดแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ” ราชาวดีดุเธอขึ้นทันที แก้วเจ้าจอมเป็นคนที่ใจเด็ดมากๆ แก้วเจ้าจอมไม่ใช่คนชอบพูดจาล้อเล่นแล้วถ้าเธอพูดอะไรแล้วเธอก็กล้าที่จะทำตามที่พูดด้วย “ทีหลังอย่าพูดอะไรแบบนี้ให้แม่ได้ยินอีกนะ” 

               “แม่แก้มขา ไนเปอร์ทำผิดต่อทุกคนไนเปอร์ละอายใจเหลือเกิน ความตายมันสามารถชดใช้ความผิดที่ไนเปอร์ทำได้รึเปล่าคะ” 

               “ไม่เอาลูก ไนเปอร์ต้องไม่พูดแบบนี้นะ ไม่เอาอย่าพูดแบบนี้ให้แม่ได้ยิน ถ้าไม่มีไนเปอร์แล้วแม่จะอยู่ยังไง” ราชาวดีกอดลูกสาวเอาไว้อีก สงสารลูกก็สงสาร พี่รันของเธอก็ช่างใจร้ายกับลูกเหลือเกิน จะพูดกับลูกสักคำก็ไม่มี 

               “ลูกคนนี้ทำตัวไม่ดี แม่แก้มไม่อายคนอื่นเขาหรอคะ” 

               “แม่รักไนเปอร์ แม่ไม่อายใครทั้งนั้นแล้วลูกของแม่ก็เป็นเด็กดีมากๆ ด้วย ปัญหาทุกอย่างมันมีทางออกนะลูกนะอย่าดูถูก อย่าทำให้ตัวเองดูต่ำต้อยแบบนี้ ไนเปอร์คือแก้วตาดวงใจของแม่ไม่ว่าจะยังไงแม่ก็รักไนเปอร์มากที่สุด” 

               ภาพของแก้วเจ้าจอมกำลังกอดผู้เป็นแม่ด้วยท่าทีแสนเศร้าทำให้ผู้กองพนารู้สึกสงสารเธอยิ่งนัก และเหนือยิ่งกว่าความสงสารก็คือความรู้สึกผิดที่คิดอาจเอื้อมไปไขว่คว้าเอานางไม้น้อยแสนสวยลงมาทำให้แปดเปื้อน คนตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตรอย่างเขาเดิมทีอยู่ตัวคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว เขาไม่น่าทำให้แก้วเจ้าจอมต้องเป็นทุกข์แบบนี้เลย เขารักเธอสุดหัวใจและอยากเห็นเธอมีความสุข ไม่ใช่ทำให้เธอต้องเป็นทุกข์เพราะเขา แต่ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แล้วสิ่งที่เขาต้องทำก็คือปกป้องเธอให้ถึงที่สุด 

               “สวัสดีครับคุณหมอ” เขาเดินเข้ามาหาราชาวดีที่ยังคงกอดแก้วเจ้าจอมอยู่ ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์จึงเดินเข้ามาขวางทางเขาเอาไว้ 

               “มาทางไหนก็ไสหัวไปทางนั้นเลยไป” ผู้กองกรินทร์จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง ผู้กองพนาก็เลยได้แต่ถอนหายใจออกมาแต่ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรทั้งนั้นนอกจาก...เข้าไปคว้ามือของแก้วเจ้าจอมแล้วดึงเธอมาหาเขา 

               “พวกเราทุกคนในที่นี้ต่างก็รักไนเปอร์ด้วยกันหมด แล้วทำไมต้องทำให้ไนเปอร์ร้องไห้ด้วยล่ะครับ” 

               “มึงยุ่งอะไรด้วย” 

               “ซีล เรนเจอร์ อย่ามีเรื่องกันลูก” ราชาวดีรีบเข้ามาดึงลูกชายทั้งสองเอาไว้เพราะไม่อยากให้มามีเรื่องกันในงานไว้อาลัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต “ไว้เสร็จงานแล้วค่อยคุยกันลูก ให้เกียรติงานนี้ด้วย” 

               ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ได้แต่พากันมองหน้าผู้กองพนาอย่างเอาเรื่องแล้วก็มองน้องสาวอย่างตำหนิ แต่จะทำอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะยังอยู่ในงานพิธีอยู่ ส่วนแก้วเจ้าจอมก็ได้แต่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงกลางระหว่างแม่กับพี่ชายและผู้กองพนา เธอคิดว่าตลอดชีวิตของเธอเธอพยายามทำตัวเป็นเด็กดีของทุกคนแล้ว เธอยอมทำทุกๆ อย่างเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวภูมิใจแต่ว่าวันนี้...ขอได้มั้ย ขอให้เธอได้ทำตามใจตัวเองบ้างสักครั้ง ขอให้เธอได้ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าเธอจะเลือกเดินทางไหนแต่เธอก็ยังรักทุกๆ คนเหมือนเดิม เธอขอแค่ก้าวเดียวเท่านั้นที่จะก้าวมายืนอยู่ในที่ที่เธอเลือก 

               “พี่พนายังเจ็บแผลอยู่มั้ยคะ” เธอเลือกที่จะเดินเข้ามาหาผู้กองพนาแล้วกุมมือที่เขาจับมือของเธอเอาไว้เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอเลือกทางเดินชีวิตของเธอแล้ว ที่ผ่านมาเธอเคยทำร้ายเขาทำเขาเจ็บมาหลายครั้งแล้ว การมีคนรัก มีสามีมันเป็นเรื่องปกติของคนเราและเธอก็หวังว่าครอบครัวของเธอจะเข้าใจ ยอมรับและยอมให้เธอเดินร่วมทางไปกับคนที่เธอเลือก 

               “ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ ไนเปอร์ไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะ” ผู้กองพนายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน หัวใจพองโตอย่างสุดขีดด้วยความดีใจเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาหาเขาและเลือกเขา การเลือกของเธอยิ่งทำให้ผู้กองพนากุมมือของเธอเอาไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม เขาจะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวังในตัวของเขาเด็ดขาดและเขาจะทำทุกๆ อย่างเพื่อเธอ ให้สมกับที่เธอรักเขามากขนาดนี้ 

               ราชาวดีน้ำตาซึมเมื่อเห็นลูกสาวเลือกที่จะเดินเข้าไปหาคนรัก เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจที่ลูกทำแบบนี้แต่เธอดีใจ ดีใจที่แก้วเจ้าจอมกล้าที่เดินออกมาจากกรอบที่ผู้เป็นพ่อวางเอาไว้แล้วตัดสินใจเลือกทางเดินในชีวิตให้กับตัวเอง การที่ลูกเป็นเด็กดีอยู่ในกรอบเสมอมามันก็ดีอยู่หรอก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าลูกของเธอต้องอยู่ในกรอบไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่มีความสุขเลย สำหรับคนเป็นแม่ ไม่ว่าลูกจะเลือกอะไรหรือจะเดินไปทางไหนเธอก็ไม่เคยว่า ขอเพียงแค่ลูกของเธอมีความสุขแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว 

               “ซีล เรนเจอร์ พาแม่ไปหาคุณพ่อหน่อยสิลูก” 

               “แล้วยัยโหดล่ะครับแม่ ยัยโหด...” 

               “น้องเขามีคนคอยดูแลแล้วลูก ซีลกับเรนเจอร์ไม่ต้องเป็นห่วงน้องแล้วนะ” 

               “แม่แก้ม!” ทั้งสองแฝดร้องขึ้นพร้อมกันอย่างขัดใจแล้วตวัดสายตากลับมาทางผู้กองพนาที่ตอนนี้กำลังค้อมศีรษะให้ราชาวดีอย่างนอบน้อมอย่างขอบคุณแม่ยายที่เข้าใจและเห็นใจเขา แค่แม่ยายดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว 

               “ปะๆ พาแม่ไปหาคุณพ่อหน่อย” แล้วราชาวดีก็จูงมือลูกชายคนละข้างเดินไปหาสามีโดยที่สองแฝดทำท่าจะงอแงไม่หยุดด้วยขัดใจไม่หาย แต่เพราะอยู่ต่อหน้าแม่แก้มทั้งสองแฝดเลยแผลงฤทธิ์ได้ไม่มากสุดท้ายก็ต้องคอยตามไปเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้กับราชาวดีอย่างขัดไม่ได้ เมียรักของพ่อ ต้องปกป้องยิ่งชีพ นี่คือคำปฏิญาณที่ผู้เป็นพ่อสอนให้ท่องมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว 

               “ไม่ร้องนะ ยัยโหดแรงควายถึก” ผู้กองพนาไล้ปลายนิ้วที่ดวงตาของแก้วเจ้าจอมเบาๆ เพื่อปาดน้ำตาออกให้เธอก็เลยพอจะยิ้มออกมาได้บ้าง 

               “ไนเปอร์จะไม่ทิ้งพี่พนาไปอีกแล้ว แล้วไนเปอร์ก็หวังว่าคุณพ่อจะเข้าใจไนเปอร์เหมือนคุณแม่ด้วย” 

               “ถ้าพี่มีลูกสาวที่ทั้งสวย น่ารักแล้วก็เก่งเหมือนไนเปอร์พี่เองก็คงจะหวงลูกมากๆ เหมือนกัน ท่านรองแม่ทัพอาจจะเกลียดพี่แต่พี่จะทำให้ท่านภูมิใจในตัวลูกเขยคนนี้ให้ได้ พี่จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังในตัวพี่เด็ดขาด” 

               “ไนเปอร์จะเป็นกำลังใจให้พี่พนานะคะ” 

               “ขอบคุณครับ” เขายิ้มรับด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข หากไม่ติดว่าอยู่ในงานพระราชทานเพลิงศพและการไว้ทุกข์เขาก็คงจะดึงเอาเธอเข้ามากอดแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คงเป็นเพียงแค่การจับมือกันเอาไว้เท่านั้น 

               พิธีพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้นอย่างสมเกียรติเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องความสงบสุขในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นครู ตชด. หมอหรือพยาบาลที่ต่างก็เอาชีวิตของตัวเองเข้าแลกเพื่อความปลอดภัยของทุกคนโดยเฉพาะเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างโศกเศร้าท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารอีกมากมาย ผู้กองพนา ผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดชัยเดชและอรินเป็นหนึ่งในตัวแทนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเชิญธงชาติคลุมโลงศพออกมาจากโลงศพของร้อยตำรวจโทมนูญ หรือครูใหญ่ของโรงเรียน ตชด. และมีเจ้าหน้าที่นายตำรวจคนอื่นๆ เข้าไปเชิญธงชาติคลุมโลงของผู้หมวดมาริษา แพทย์อาสาและพยาบาลตำรวจที่เสียชีวิตด้วยโดยผู้ที่ทำหน้าที่เชิญธงชาติคลุมโลงออกมาจะแต่งการด้วยชุดปกติขาวนายตำรวจติดเครื่องหมายความสามารถเต็มยศและคล้องกระบี่ นายตำรวจทั้งสี่ยืนตรงวันทยหัตถ์ทำความเคารพศพก่อนจะเข้าไปยืนประจำที่ที่มุมทั้งสี่ของผืนธงชาติที่คลุมโลง จากนั้นก็ยกผืนธงชาติขึ้นตามแนวทางยาวของโลงโดยนายตำรวจทั้งสี่จะจับมุมของผืนธงชาติเอาไว้ ระวังไม่ให้ผืนธงชาติสัมผัสกับพื้น จนเมื่ออัญเชิญธงชาติคลุมโลงออกมาแล้วเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4 ซึ่งเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายตำรวจทั้งสี่ก็จัดการพับผืนธงชาติเป็นทรงสามเหลี่ยม ซึ่งระหว่างที่พับผืนธงชาตินั้นก็เป็นการอ่านบทสดุดีเกียรติของเจ้าหน้าที่ผู้กล้าหาญ ผู้ปกป้องความสงบสุขและประชาชนด้วยชีวิต ในขั้นตอนนี้เป็นพิธีการสำคัญและทรงเกียรติ นอกจากเหล่าเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านที่มาร่วมงานแล้วก็ยังมีนักข่าวจากหลายสำนักมาทำข่าวด้วย เนื่องด้วยเหตุปะทะกันกับคนร้ายที่โรงเรียน ตชด. นั้นถือว่าเป็นข่าวใหญ่ที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ เมื่อพับธงชาติเสร็จแล้วก็จะนำธงชาตินั้นมาวางเอาไว้ในกล่องแก้ว ผู้กองพนาเป็นผู้นำกล่องแก้วใส่ผืนธงชาตินั้นไปมอบให้กับผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4 ซึ่งท่านจะเป็นผู้นำไปมอบให้กับครอบครัวของครูใหญ่ต่อพร้อมด้วยเหรียญตราเกียรติยศและเงินช่วยเหลือเยียวยา ผืนธงชาติแต่ละผืนมอบให้กับครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ แต่ก็เป็นเกียรติที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสีย แม้เจ้าหน้าที่ทุกคนจะได้รับการอวยยศที่สูงขึ้นหลายขั้นแต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่อาจทำให้ครอบครัวคลายความโศกเศร้าลงไปได้ 

               “เลื่อนยศมันก็ดีอยู่หรอก แต่เลื่อนยศด้วยวิธีนี้ก็ไม่โอเคหรอกนะ” ผู้กองกวินทร์หันมากระซิบกับผู้กองกรินทร์ สิ่งเดียวที่จะแยกคนทั้งคู่ออกว่าใครเป็นใครก็คงจะเป็นเครื่องแบบของทั้งสองคนซึ่งคนหนึ่งเป็นชุดปกติขาวนายทหารของกองทัพบกและอีกคนเป็นชุดปกติขาวนายทหารของกองทัพเรือ แม้เครื่องหมายแสดงเหล่าทัพจะต่างกันแต่เครื่องหมายหน่วยรบพิเศษกลับมีเหมือนกันทุกอย่างทั้งหน่วยซีล รีคอน เรนเจอร์หรือเสือคาบดาบแล้วก็ปีกพลร่มชั้นหนึ่งของพลร่มเอราวัณและพลร่มนาวิกโยธิน 

               “ถือว่าเป็นการให้เกียรติเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละเป็นครั้งสุดท้ายน่ะเรนเจอร์” 

               “พี่ซีลอย่าเลื่อนยศด้วยวิธีนี้นะ ผมไม่โอเค” 

               “บอกตัวเองก่อนเถอะ” ผู้กองกรินทร์บอกน้องชายฝาแฝดโดยที่สายตายังคงมองนิ่งอยู่ที่แก้วเจ้าจอมซึ่งตลอดทั้งพิธีการเธอไม่ได้เข้ามาหาผู้เป็นพ่อกับแม่อีกเลย คงเพราะยังกลัวการเผชิญหน้ากับพ่ออยู่แล้วอีกอย่างเธอก็ต้องไปทำหน้าที่ดูแลญาติผู้เสียชีวิตที่ร้องไห้จนเป็นลมไปแล้วหลายครั้งด้วย 

  

 

 

               หลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพแล้วนายทหารตำรวจผู้ใหญ่หลายๆ คน เจ้าหน้าที่บางส่วนและชาวบ้านก็เดินทางกลับกัน ในขณะที่ครอบครัวของผู้หมวดมาริษาที่ตอนนี้เหลือกันอยู่แค่สองสามีภรรยาเพราะสูญเสียลูกๆ ไปหมดแล้วก็ยังคงนั่งมองกลุ่มควันเผาศพที่พวยพุ่งออกทางปล่องควันของเมรุเผา ผู้ใหญ่บ้านแทบจะปากล่องแก้วผืนธงชาติคลุมโลงศพของลูกสาวทิ้งเพราะยังทำใจไม่ได้ สิ่งที่เขาต้องการก็คือการกอดลูกสาวไม่ใช่การกอดเพียงแค่ผืนธงชาติคลุมโลงศพของเธอจนผู้กองพนาต้องเข้าไปปลอบและให้กำลังใจด้วยเขาสนิทกับครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านมากที่สุด 

               “น่าสงสารจังเลยนะคะ” ราชาวดีหันมาพูดกับสามีขณะที่ยืนมองผู้กองพนาเข้าไปช่วยปลอบใจผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดชัยเดชและดาบดำรงยืนอยู่ใกล้ๆ “เมื่อหลายเดือนก่อนก็เสียลูกชายไป พอมาตอนนี้ก็ต้องเสียลูกสาวไปอีก ถ้าเป็นแก้ม แก้มคงไม่มีวันทำใจได้” 

               “...” 

               “พี่รันยังไม่หายงอนแก้มอีกหรอคะ” ราชาวดีหันมาขมวดคิ้วชักสีหน้าใส่สามีผู้นับวันยิ่งแก่นิสัยก็ยิ่งรั้นเอาแต่ใจ คงเห็นว่าพักนี้เธอโอ๋ เธอตามใจมากล่ะสิก็เลยเหลิงได้ใจ เห็นทีคงต้องหาทางกำหลาบบ้างแล้วล่ะ 

               “พี่ไม่ได้งอน” 

               “แล้วที่ไม่ค่อยคุยกับแก้มมาหลายวันนี้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” ไม่คุย ทำเฉยชา แต่พอตอนกลางคืนก็นอนกอดเธอไม่ยอมให้ห่างตัวทั้งคืน ตกลงเขาเป็นอะไรของเขากันแน่ 

               “พี่ไม่ได้งอน แต่พี่โกรธแก้มมากกว่า เราเป็นผัวเมียกันมากี่ปีแล้วความลับอะไรพี่ก็ไม่เคยมีกับแก้ม พี่เล่าให้แก้มฟังทุกอย่างตลอดแล้วทำไมเรื่องของลูกแก้มถึงไม่ยอมบอกพี่แต่กลับปิดพี่มาตั้งหลายเดือน พี่ยังเป็นพ่อของไนเปอร์อยู่มั้ย” 

               “พี่รันเป็นพ่อของไนเปอร์ตั้งแต่วันที่ไนเปอร์อยู่ในท้องของแก้มวันแรกจนไนเปอร์โตเป็นสาว แต่วันนี้พี่รันไม่ใช่พ่อของไนเปอร์ค่ะ” 

               “ทำไม” เขาหันมามองหน้าเธออย่างไม่พอใจ ราชาวดีก็เลยจ้องหน้าเขากลับ 

               “เพราะวันนี้พี่รันไม่ได้ทำหน้าที่ของพ่อ มีอย่างที่ไหนพอเห็นหน้าลูกแล้วก็เดินหนีไม่ยอมพูดจากับลูกซักคำ ทำอย่างกับลูกไม่มีตัวตน ไนเปอร์เสียใจเรื่องที่เพื่อนร่วมงานของเขามาตายไปมันก็มากพอแล้วนะคะ ยังจะต้องให้เขามาเสียใจเพราะเข้าใจว่าพ่อไม่รักด้วยอีกหรอ พี่รันรู้มั้ยว่าลูกน้อยใจมากแค่ไหน ไนเปอร์พูดว่าถ้าคนที่ขึ้นไปนอนบนเมรุวันนี้มีตัวเขารวมอยู่ด้วยพ่อของเขาจะยังโกรธเกลียดเขาอยู่อีกมั้ย” 

               “ก็แล้วใครใช้ให้ไปแอบมีผัว โกหกพ่อโกหกแม่แบบนี้!!!!” 

               “งั้นคนที่พี่รันควรโกรธและเกลียดก็คือแก้มไม่ใช่ลูก” ราชาวดีว่า “ลูกจะทำตัวดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่แม่ เพราะแม่อย่างแก้มดูแลสั่งสอนลูกได้ไม่ดีพอลูกก็เลยทำแบบนี้ เป็นแก้มเองที่เป็นคนผิด แก้มเป็นเมียพี่รันแก้มไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับพี่รัน พี่รันจะเกลียดแก้มยังไงก็ได้แต่สำหรับลูก...ไนเปอร์เขาเป็นลูกของพี่รัน เป็นสายเลือดของพี่แล้วในฐานะที่พี่เป็นพ่อของเขา ลูกทำผิดคนเป็นพ่อจะอภัยให้ลูกไม่ได้เลยหรอคะ พี่รันก็รู้ว่าตอนนี้ลูกของเรากำลังถูกคนร้ายหมายหัวจะฆ่าให้ตายมาหลายรอบแล้ว ในวันนี้วันที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ยังได้อยู่ข้างๆ พี่รันทำไมพี่รันถึงไม่กอดลูก ให้อภัยลูกล่ะคะ หรือพี่รันอยากจะเป็นแบบนั้น” ราชาวดีชี้ไปทางผู้ใหญ่บ้านที่ตอนนี้กำลังกอดกันร้องไห้อยู่กับภรรยา 

               “ถ้าลูกต้องไปอยู่บนเมรุบ้างพี่รันจะรู้สึกยังไงคะ จะยังเกลียดลูกอยู่อีกรึเปล่า” รองกรันณ์หันไปมองตามแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี ถึงใครต่อใครจะลือกันว่าเขาเป็นทหารที่ดุ เคร่งครัดในกฎระเบียบ โหดและไม่เคยกลัวใครยังไงแต่ในฐานะของพ่อแล้วเขารักและอ่อนโยนกับลูกๆ ของเขามากที่สุด เขารักลูกชายฝาแฝดเสมือนแก้วตาและรักแก้วเจ้าจอมดุจดวงใจ ใครๆ อาจมองว่าเขารักและโอ๋ลูกสาวมากกว่าลูกชายแต่ความจริงแล้วเขารักลูกทั้งสามคนเท่ากัน แต่เพราะเขาอยากให้ลูกชายเข้มแข็งและเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำก็เลยพยายามจะไม่โอ๋ลูก ในขณะที่แก้วเจ้าจอมเป็นลูกสาวและอ้อนพ่อเก่งเขาก็เลยโอ๋เธอตามประสาลูกสาวเพียงคนเดียวและเป็นลูกคนเล็ก ไม่มีพ่อคนไหนจะไม่เสียใจหรอกนะหากต้องสูญเสียลูกไป ถ้าลูกของเขาสักคนเป็นอะไรไปเขาอาจจะยิ่งร้องไห้เสียใจหนักกว่าผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาก็ได้ 

               “มันไม่มีพ่อคนไหนจะเกลียดลูกของตัวเองได้ลงคอหรอกแก้ม ยิ่งเป็นลูกที่รักมากใครเขาจะไปเกลียดได้ลงเพียงแต่...พี่แค่รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น มันรวดเร็วเกินกว่าที่พี่จะตั้งรับได้ พี่คิดมาตลอดว่าพี่อาจได้อรินมาเป็นลูกเขย พี่พยายามทำใจยอมรับอรินให้ได้ พยายามคิดหาวิธีที่จะสอนให้อรินเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้เพราะอรินยังเหมือนเด็กติดพี่สาวอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ไนเปอร์กลับเป็นผู้หญิงที่แกร่งมากแล้วอรินก็คงคุมไนเปอร์ไม่ได้ ขนาดอรินเป็นหลานที่พี่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ เลี้ยงดูเสมือนลูกคนหนึ่งแต่พี่ก็ยังทำใจยอมรับอรินในฐานะของลูกเขยได้ยากเลยแล้วไอ้เวรนั่นล่ะแก้ม มันเป็นใครจู่ๆ ก็เข้ามาแย่งเอาไนเปอร์ของพี่ไป มันรู้จักไนเปอร์ได้ยังไม่ทันถึงปีเลยด้วยซ้ำ แค่เคยช่วยชีวิตแล้วไนเปอร์ต้องไปพลีกายถวายชีวิตให้มันเป็นการตอบแทนขนาดนั้นเลยหรอ” 

               “พี่รันคิดว่าการที่ไนเปอร์กับผู้กองพนาแอบคบกันแบบนี้มันเป็นแค่การตอบแทนบุญคุณหรอคะ สำหรับแก้ม ต่อให้พี่รันจะช่วยชีวิตแก้มเอาไว้เป็นร้อยๆ ครั้ง แต่ถ้าแก้มไม่ได้รักพี่รันเลยแก้มก็ไม่มีวันที่จะยอมเป็นเมียของพี่รันหรอกนะคะ ถึงความรักของพวกเขามันจะเริ่มต้นด้วยวิธีที่ผิดแต่แก้มก็เชื่อนะคะว่ามันคือรักแท้ แล้วรักแท้มันก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ด้วย จุดเริ่มต้นความรักของคู่รักแต่ละคู่มันไม่เหมือนกันนะคะ พี่รันจำได้มั้ยว่าเราสองคนเจอกันยังไง ยังจำได้มั้ยคะว่าพี่รันเคยรักษาแผลใจให้กับผู้หญิงที่อกหักจนหมดอาลัยในชีวิตคนนี้จนผู้หญิงคนนี้หลงรักพี่รันอย่างหมดหัวใจ แก้มไม่ได้รักพี่รันเพราะพี่รันเข้ามารักษาแผลใจให้กับแก้ม แต่แก้มรักพี่รันเพราะความดี ความจริงใจของพี่รัน ผู้กองพนาเขาก็คงจะมีมุมดีๆ ที่ไนเปอร์มองเห็นจนหลงรักเขา มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะคะที่พวกเขาเคยเจอกันเมื่อหนึ่งปีก่อน คนหนึ่งอยู่ใต้สุดของประเทศ ส่วนอีกคนก็อยู่ทางเหนือแล้วจู่ๆ ก็มีเหตุที่ทำให้พวกเขาสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในป่า ในฐานะของพ่อพี่รันมีสิทธิ์โกรธลูกได้นะคะแต่ก็อย่าโกรธให้นานเลยแก้มสงสารลูก ไนเปอร์เขารักพี่รันมากนะคะ พี่รันไม่เคยทำบึ้งตึงเฉยชาแบบนี้ใส่เขาแล้วจู่ๆ พี่รันมาทำแบบนี้ลูกจะคิดยังไง ป่านนี้ยัยหนูของพี่รันไม่ขวัญเสียแย่แล้วหรอคะ” 

               รองกรันณ์มองไปยังแก้วเจ้าจอมที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามายังศาลาที่พวกเขายืนกันอยู่หลังจากที่เธอเพิ่งทำหน้าที่ที่เต้นท์พยาบาลของหน่วยแพทย์เสร็จ และเธอก็หยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นเขาหันไปมองจนอรินที่เดินตามเธอมาแทบจะหยุดตามไม่ทัน แก้วเจ้าจอมชะงักไปเพียงครู่ก็เดินเลี่ยงหนีเข้าไปยังกลุ่มของตำรวจพลร่มแทน เพราะตอนนี้ยังมีเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ช่วยงานต่อที่วัดและบางส่วนก็คอยดูแลความปลอดภัยที่วัด แม้แต่ลูกน้องของรองกรันณ์ที่ยังคงอยู่คอยอารักขาเขากับครอบครัวด้วย 

               “ยิ่งพี่รันทำแบบนี้ลูกก็จะยิ่งกลัวจนไม่กล้าเข้ามาหาพี่รันอีกนะคะ มันเหมือนกับว่าพี่รันกำลังไล่ลูกหนีทางอ้อม ถ้าพ่อกับแม่พึ่งไม่ได้แล้วลูกจะไปพึ่งใคร” ราชาวดีพยายามพูดกับสามีอีก ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ที่เพิ่งเดินเข้ามาในศาลาก็เลยรีบเดินเข้ามาฟังด้วยว่าพ่อกับแม่คุยอะไรกันทำไมถึงได้ดูเคร่งเครียดนัก 

               “จะไปพึ่งใคร ก็ไปพึ่งผัวไง” คนเป็นพ่อรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมเข้าไปช่วยผู้กองพนาประคองผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาไปขึ้นรถของทางตำรวจที่เอามาจอดรอรับเพราะทั้งสองคนยังต้องไปอยู่ที่ค่ายของตำรวจตระเวนชายแดนก่อนเพื่อความปลอดภัยป้องกันการถูกคนร้ายลอบปิดปาก 

               เมื่อส่งผู้ใหญ่บ้านกับภรรยาขึ้นรถไปแล้วผู้กองพนาก็หันมามองทางครอบครัวของแก้วเจ้าจอมที่ยังไม่ได้เดินทางกลับเหมือนกับนายทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนอื่นๆ คาดว่าน่าจะอยู่รอลูกสาวเพราะตลอดเวลาที่อยู่ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพเขายังไม่เห็นแก้วเจ้าจอมเข้าไปหาครอบครัวอีกเลย พ่อกับแม่ต่อให้จะโกรธลูกมากแค่ไหนยังไงก็คงอยากจะอยู่ใกล้ๆ ลูกอยู่ดี 

               “เอาไงดีครับผู้กอง พ่อตากับแม่ยายของผู้กองอยู่พร้อมหน้าแล้วนะครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพหันมากระซิบถามอย่างหนักใจแทน แต่ดาบดำรงกับผู้หมวดชัยเดชกลับแสยะยิ้มแกล้งข่มขวัญเขา 

               “หมวดอยู่เก็บศพผู้กองเถอะนะครับ งานนี้ผมไม่ขอยุ่ง ผมขอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้หมวดศิวะฟังต่อที่โรงพยาบาลดีกว่า” ดาบดำรงว่าแล้วก็เดินจากไปเพราะเขาต้องไปอยู่เฝ้าผู้หมวดศิวะที่ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ถึงแม้ครอบครัวของผู้หมวดหนุ่มจะเดินทางลงใต้มาเยี่ยมลูกชายแล้วแต่ผู้กองพนาก็ได้บอกให้เขาไปคอยดูแลครอบครัวของผู้หมวดศิวะด้วยเพราะเป็นคนต่างถิ่นยังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่อาจจะมีเรื่องให้ต้องคอยช่วยเหลือกัน 

               “ผมก็ขอตัวกลับหน่วยก่อนนะ โชคดีนะครับผู้กอง” ผู้หมวดชัยเดชรีบหนีอีกราย ให้เขาช่วยรบกับคนร้ายเขาพร้อมสู้ตาย แต่ถ้าจะให้เขาช่วยรบกับพ่อตานั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน 

               เจอรองกรันณ์แค่นี้ก็พากันทิ้งเขากันใหญ่เลยนะ ทั้งดาบดำรง ทั้งผู้หมวดชัยเดช  

               “ไง จะไปอีกคนมั้ย” 

               “โอ้! ผมขออยู่เก็บศพผู้กองครับ เมรุอยู่ข้างหน้านี้แล้ว พร้อมเผา” ผู้หมวดเผ่าเทพว่ายิ้มๆ แต่ผู้กองพนากลับไม่รู้สึกอยากยิ้มด้วย แล้วยิ่งเห็นอรินเดินเข้าไปหาครอบครัวของแก้วเจ้าจอมแล้วทุกคนก็ดูจะเอ็นดูอรินเสียเหลือเกินเขาก็ได้แต่มองอย่างน้อยใจที่ไม่ได้เป็นที่รักของครอบครัวแก้วเจ้าจอมเหมือนอริน ครอบครัวของเธอคงผิดหวังกันไม่น้อยที่ไม่ได้อรินเป็นลูกเขยแต่กลับได้คนไร้ญาติขาดมิตรอย่างเขาไปเป็นลูกเขยแทน 

               “มาเถอะ พี่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ผู้กองพนาหันมาบอกแก้วเจ้าจอมที่ได้แต่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ เขา เธอดูหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งแต่ที่เธอหายความจำเสื่อมและกลับมาเป็นยัยโหดสไนเปอร์คนนี้เขาก็แทบจะไม่เคยเห็นเธอกลัวอะไรเลยนอกจากเด็กๆ เธอคงแคร์พ่อของเธอมากถึงมากที่สุดไม่อย่างนั้นก็คงไม่เป็นอย่างนี้ 

               เขาจับมือของเธอเอาไว้แน่นแล้วพาเดินเข้าไปหาครอบครัวด้วยกัน เขารู้ดีว่าพ่อตาของเขานั้นสมัยหนุ่มๆ เป็นหน่วยรบพิเศษที่เก่งมาก แล้วก็ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนด้วย ขนาดผู้บังคับบัญชาก็ยังกระทืบมาแล้ว ลูกเขยนอกคอกอย่างเขาหรือจะเหลือ แต่เวลานี้คำที่ว่า ใจดีสู้เสือ เห็นทีคงจะต้องเอามาใช้แล้วเพราะถ้าไม่ใจกล้าสู้กับเสือก็คงอดได้ลูกเสือแสนน่ารักมาแนบกายแนบใจ 

               “สวัสดีครับท่าน” เมื่อเข้ามายืนเผชิญหน้ากันแล้วผู้กองพนาก็ยกมือขึ้นไหว้รองกรันณ์อย่างนอบน้อม แต่อีกฝ่ายกลับทำเฉยชาใส่ราวกับมองไม่เห็นเขาเลยด้วยซ้ำ บรรยากาศดูตรึงเครียดกันสุดๆ จนเหล่าตำรวจพลร่มที่ยืนรออยู่ด้านหลังพากันเกร็งแทนผู้กองพนากันหมดแล้ว แม้แต่ผู้หมวดชัยเดชกับทีมลาซูก็ยังมาแอบมองกันอย่างลุ้นๆ ด้วย 

               “...ตอนนี้เย็นมากแล้วไม่ทราบว่าท่านกับคุณหมอจะกลับปัตตานีเลยรึเปล่าครับ ถ้าไม่ยังไงคืนนี้ไปพักที่ฐานของผมก่อนก็ได้นะครับผมจะให้ลูกน้องเตรียมที่พักให้” ทั้งรองกรันณ์ ผู้กองสองแฝดแล้วก็อรินต่างก็พากันมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มีเพียงแค่ราชาวดีเท่านั้นที่ได้แต่ยืนทำหน้าเครียดเพราะลูกกับสามีของเธอกำลังทำตัวไม่น่ารัก 

               “พี่รันคะ เราไปฐานของตำรวจพลร่มเถอะนะคะแก้มอยากอยู่กับลูก ไม่ได้นอนกอดลูกนานแล้ว” 

               “จะไปอยากกอดทำไมแก้ม เดี๋ยวนี้เขามีผัวคอยนอนกอดแล้วเขาไม่เห็นหัวพ่อกับแม่แล้วล่ะ ลูกน่ะมันเลี้ยงได้แค่ตัวเท่านั้น พอโตแล้วปีกกล้าขาแข็งเขาอยากจะทำอะไรเขาก็ทำ เลี้ยงมาตั้งนาน ไม่คิดเลยว่าพอโตแล้วจะเป็นคนแบบนี้” 

               แก้วเจ้าจอมถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อพูดแบบนี้ เธอยืนน้ำตานองหน้าขณะมองผู้เป็นพ่อ แต่ผู้เป็นพ่อกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลย เธอไม่ได้อยู่ในสายตาของพ่ออีกแล้วหรอ... 

               “คุณพ่อ...คุณพ่อขาทำไมถึงไม่มองหน้าไนเปอร์ ไนเปอร์ไม่มีค่าพอที่จะอยู่ในสายตาของคุณพ่อแล้วใช่มั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมมองไม่เห็นว่ารองกรันณ์หันมามองเธอแล้วหรือยังเพราะน้ำตามันทำอะไรให้เธอมองไม่เห็น เธอรู้แค่ว่าตอนนี้ผู้กองพนากำลังกอดเธอเอาไว้อยู่ 

               “ซีล เรนเจอร์ ไปบอกคนขับรถแล้วกันว่าคืนนี้เราจะไปค้างที่ฐานตำรวจพลร่ม” พอสั่งลูกชายเสร็จก็คว้ามือดึงราชาวดีเดินออกไปจากศาลาเพื่อขึ้นรถ ไม่ยอมแม้แต่จะให้ราชาวดีเข้าไปหาลูกสาวอีก  

               แก้วเจ้าจอมหันกลับมาซบหน้าร้องไห้กับอกของผู้กองพนาเมื่อจนแล้วจนรอดผู้เป็นพ่อก็ไม่ยอมพูดอะไรกับเธอเลยและไม่ยอมมองหน้าเธอเลยด้วยซ้ำจนเธอเชื่อแล้วแน่ๆ ว่าพ่อคงจะเกลียดเธอ ผู้กองพนาเองก็รู้สึกไม่ชอบใจที่รองกรันณ์ทำแบบนี้ โกรธเกลียดเขาก็ทำที่เขานี่สิ ทำไมต้องมาทำร้ายจิตใจของลูกสาวด้วย ท่านไม่รู้บ้างเลยหรอว่าแก้วเจ้าจอมรักท่านมากแค่ไหน เรื่องนี้คนผิดมันคือเขา เขาคือคนที่ต้องได้รับโทษไม่ใช่แก้วเจ้าจอม 

  

 

 

               ตลอดเวลาที่นั่งรถกลับฐานผู้กองพนากอดแก้วเจ้าจอมเอาไว้แนบอกไม่ยอมปล่อยโดยมีผู้หมวดเผ่าเทพช่วยขับรถให้ ผู้กองพนาคิดมาตลอดทางถึงหนทางจบปัญหานี้ ถ้าพ่อตาของเขาจะเล่นบทนี้เขาก็คงจะหงอต่อไปไม่ได้ ใช่ว่าเขาอยากจะก้าวร้าวกับท่าน เขาก็ยังอยากเป็นลูกเขยที่ดีให้ท่านรักอยู่หรอก แต่การที่ท่านมาทำให้ลูกสาวต้องร้องไห้เสียใจแบบนี้เขาเองก็ไม่อยากจะทน  

               รถของผู้กองพนาขับเข้ามาจอดที่ฐานพร้อมๆ กับรถของรองกรันณ์ นี่จึงเป็นอีกครั้งที่พ่อลูกต้องมาเผชิญหน้ากัน แต่เพราะราชาวดีกลัวว่าสามีจะพูดอะไรที่มันทำให้แก้วเจ้าจอมต้องรู้สึกแย่อีกดังนั้นเธอจึงรีบเข้ามาดึงเอาลูกสาวไปหา 

               “ไนเปอร์ ไปกับแม่ก่อนนะลูก” 

               “แต่ว่า...” แก้วเจ้าจอมหันกลับมาทางผู้กองพนาเมื่อตอนนี้เธอเห็นเขาเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อโดยมีพี่ชายฝาแฝดของเธอและอรินเตรียมจะกระโจนเข้าไปเล่นงานเขาด้วยอีกคน 

               “ไนเปอร์ไปกับคุณหมอก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่” ผู้กองพนาหันมาบอกเธอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากให้เธออยู่ที่นี่ด้วย เขาอยากเป็นคนเคลียร์กับปัญหานี้และรับผิดชอบทุกอย่างเพียงคนเดียว เขาจะปกป้องเธอให้ถึงที่สุดแล้วขอเธอมาเป็นของเขาให้ได้ 

               “หมวดด้วยนะ บอกให้ทุกคนกลับไปทำงานกันตามปกติ” ผู้หมวดเผ่าเทพกับลูกน้องรู้สึกเป็นห่วงเขานัก ผู้กองพนายังบาดเจ็บจากการถูกยิงอยู่แล้วถ้าเกิดถูกพ่อตาสั่งยำตีนให้กินขึ้นมาเขาจะต้านเอาไว้ได้ยังไง ลูกชายฝาแฝดของรองกรันณ์ต่างก็เป็นถึงหน่วยรบพิเศษกันทั้งนั้น 

               “ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนเถอะครับผู้กอง” 

               “ไม่ต้อง กลับไปทำงานกันได้แล้วไป” เมื่อผู้กองพนาสั่งย้ำแบบนี้แล้วทุกคนก็เลยต้องจำใจไปและหวังกันว่ารองแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่จะไม่ฆ่าผู้บังคับบัญชาของฐานนี้ทิ้งเอาเสียก่อน 

               ผู้กองพนารอจนลูกน้องของตัวเองกลับไปหน้าที่กันหมดและแก้วเจ้าจอมก็ถูกผู้เป็นแม่พากลับบ้านพักแล้วจึงได้หันมาทางรองกรันณ์ ลูกชายฝาแฝดของท่านและอรินอีกครั้ง เขาไม่ได้เกรงกลัวใครทั้งนั้นและเขาก็จะขอคุยกับทุกคนอย่างลูกผู้ชายที่เปิดใจคุยกัน ไม่ว่ารองกรันณ์จะว่าอย่างไรก็ตามแต่เขาก็จะต้องเอาแก้วเจ้าจอมมาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาให้ได้ 

               “ท่านครับ ผมมีเรื่องจะพูดกับท่านครับ” 

               “หึ!” ฝ่ายรองกรันณ์ก็แสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของผู้กองพนาแล้วผู้กองพนาก็จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่องไม่ได้มีความเกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย หนอย...จะตายอยู่แล้วยังมาทำจองหองอีก 

               “กูก็มีเรื่องจะพูดกับมึงเหมือนกัน” ใจของรองกรันณ์นั้นอยากจะถีบหน้าผู้กองพนาตั้งแต่ตอนอยู่ที่วัดแล้ว แต่เพราะเกรงใจทุกคนและต้องให้เกียรติเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตเขาก็เลยต้องข่มใจเอาไว้ ที่เขายอมมาที่ฐานตำรวจพลร่มใช่ว่าจะอยากมาเพราะแก้วเจ้าจอม แต่เขามาเพื่อมาเคลียร์กับไอ้ลูกเขยที่เขาไม่ต้องการนี่ต่างหาก 

  

 

 

********************************************************* 

พี่พนาพร้อมชนกับพ่อตาแล้ว แล้วลูกเขยคนนี้ก็ไม่กลัวพ่อตาเสียดาย การคุยกันครั้งนี้พี่พนาจะรอดหรือจะร่วงรอติดตามต่อเด้อจ้า 

ยัยโหดเป็นเด็กดีของพ่อรันมาโดยตลอด ตอนหน้ายัยโหดจะไม่ยอมพ่อแล้วเด้อ 

************************************** 

พี่พนาตอนนี้กว่าจะเอามาลงได้ผลัดหลายรอบมากค่ะ ตั้งแต่เขียนพี่เชนทร์จบ ไรท์ต้องขออภัยในความล่าช้าด้วยนะคะ ช่วงนี้ไรท์มีลงแปลงทดลองปลูกข้าวที่มหาลัยทุกวัน (ดูแลแปลงปลูกข้าว) งานค่อนข้างหนักเลยสลบจนแทบไม่มีเวลาเขียนเลย แต่ก็จะพยายามมาให้เร็วๆ ขึ้นนะคะ เพราะตอนนี้จะลงแต่เรื่องของพี่พนาแล้ว มีลงตำนานน้ำตกอาถรรพ์แทรกบ้าง แต่จะลงพี่พนาเป็นหลักค่ะ ถ้าไรท์มาช้าบ้างแปลว่าไรท์สลบนะคะ ปิ๊งๆๆๆ (ทำตาหวานอ้อน) 

ความคิดเห็น