ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 64

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2563 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
64
แบบอักษร

       ตื่นก่อน นอนทีหลัง คุณย่าสั่งนักสั่งหนา ก่อนที่จะแต่งงานเรียกว่าติวเข้มกันเลยทีเดียว พิชญาทำอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ออกกำลังกายนิดหน่อย พอให้ร่างกายสดชื่นแล้วค่อยเต็มที่ในวันหยุดก็แล้วกันเพียงแค่นี้ หล่อนก็พร้อมที่จะสู้งานแล้ว 

            วันนี้พิชญางานยุ่งทั้งวัน เพราะบริษัทกำลังคัดเลือกพรีเซนเตอร์ ประชุมกันทั้งเช้าและบ่ายกว่าจะลงตัวที่ คุณเพชรลดา ดาราที่กำลังอยู่ในกระแสจากละครโทรทัศน์เรื่องที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองในขณะนี้ 

หญิงสาว สรุปรายงานนำเสนอเจ้านาย ถึงแม้ในบ้านเขาจะเป็นสามี แต่นอกบ้านเขาก็คือเจ้านาย ข้อนี้พิชญาแยกแยะได้ดี ราพณ์อ่านแล้วก็ไม่ได้ให้ข้อคิดเห็นอะไร นอกจากพูดว่าสวยดี 

“คุณ โอเคนะคะ” พิชญาหวังว่าจะได้ยินเขาติติงอะไรบ้าง ซึ่งเป็นปกติวิสัย แต่นี่เขายอมให้ผ่านแต่โดยดี 

“อื้อ...สงสัยอะไรเหรอ” 

“ก็เห็นทุกครั้งคุณจะมีรายละเอียดนั่นนี่ เพิ่มเติมไปเกือบทุกครั้งนี่คะ” หญิงสาวบอกไปตามตรง 

“ได้ข่าวว่าประชุมกันมาทั้งวัน ไม่ใช่เหรอ แสดงว่าต้องพิจารณากันมาอย่างดีแล้ว ผมก็เลยให้ผ่าน ไม่เห็นแปลกตรงไหน” 

“หรือว่าคุณมีปัญหาอะไร ไม่ชอบดาราคนนี้ หรือว่ามีปัญหากันเป็นการส่วนตัว” ราพณ์สงสัย บางทีพิชญาก็ทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงอยู่บ่อย ๆ 

“เปล่าค่ะ พิชจะไปรู้จักกับดาราระดับนั้นได้ยังไงล่ะคะ” 

“ถ้าอย่างนั้น ก็เอาตามนี้แหละ ฉันจะลองไว้ใจทีมงานดูบ้าง เผื่อจะทำให้ตัวเองเหนื่อยน้อยลงก็ได้” ชายหนุ่มพิงตัวกับพนักเก้าอี้ ดูผ่อนคลาย 

พิชญามองหน้าของคนที่พูด สงสัยเขาอาจจะเหนื่อยจริง ๆ รู้มาว่าชายหนุ่มเป็นคนพิถีพิถันมาก เพิ่งมาระยะหลัง ๆ นี่เองที่ดูจะผ่อนคลายมากขึ้น บางคนถึงกับบอกว่าเพราะพิชญานี่แหละ 

“มีอะไรหรือเปล่า มองหน้าผมทำไม หรือว่าปลื้มอกปลื้มใจที่มีสามีหล่อ” 

“แหม...ไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลยนะคะ” พิชญานึกหมั่นไส้ทั้งที่ เมื่อกี้เพิ่งจะรู้สึกเห็นใจอยู่เลย 

“โธ่...ก็ผมพูดจริง ๆ นี่” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมาวางมือบนบ่าบอบบางของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา 

“วันนี้คุณกลับบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวผมไปคนเดียว” ชายหนุ่มหมายถึงนัดทานอาหารค่ำกับคู่ค้าหนุ่มชาวเกาหลี ที่พิชญานั่นแหละที่เป็นคนประสานงานให้ 

“อ้าว...ทำไมล่ะคะ แล้วใครจะช่วย พิชเป็นเลขานะคะ ข้อมูล รายละเอียดทุกอย่างก็อยู่ที่พิช” หญิงสาวแปลกใจ เพราะทุกครั้งเขาจะให้หล่อนไปด้วยและทำหน้าที่ช่วยเหลือเขาได้เป็นอย่างดี 

“ผมไปคนเดียวดีกว่า คุณเอาข้อมูลมา เดี๋ยวผมจัดการเอง” 

“ดีกว่ายังไงคะ พิช ทำงานบกพร่องหรือคะ” พิชญายังค้างคาใจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหล่อนมาก ทุกงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ หล่อนจะทำมันอย่างดีที่สุด แต่นี่หล่อนผิดพลาดอะไร 

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่...ผมหวง” ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม เขาแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง บางทีเขาอาจจะทำเรื่องแต่งงานหลอก ๆ นี่ให้เป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็ได้ ถ้าจะต้องมีใครสักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ผู้หญิงตรงหน้านี้ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว 

“เอ่อ....ค่ะ...” หญิงสาวหน้าแดงซ่าน เล่นบอกออกมาโต้ง ๆ แบบนี้หล่อนทำอะไรไม่ถูก ติดอ่างขึ้นมากะทันหัน 

“เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งที่บ้านนะ” ชายหนุ่มเป็นห่วง เพราะเคยชินกับการไปไหน มาไหน ด้วยกันตลอด ตั้งแต่ก่อนแต่งงานด้วยซ้ำ 

“ไม่เป็นไรค่ะ พิชกลับเองได้ แค่นี้เอง” หญิงสาวไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก หล่อนนั่งรถเมล์ แท็กซี่ รถไฟฟ้า วน ๆ ไปจนชิน 

“เอาเถอะ นาน ๆ จะใช้บริการสักที” ราพณ์ตัดบท หมายถึงต้องปฏิบัติตามนั้น 

พิชญากลับถึงบ้าน พาเจ้าบู้บี้ไปหาคุณอนงค์ แล้วก็เลยฝากท้องที่นั่นเลย หล่อนอยู่คุยกับคุณย่าจนใกล้ค่ำ จึงถูกท่านไล่ให้กลับมาดูแลบ้านช่อง คอยท่าสามีกลับบ้านและคำสอนในการครองเรือนอีกหลายหลากก็พรั่งพรูตามมา จากผู้เป็นย่าที่ห่วงใยหลานสาวหนักหนา แต่มักแสดงออกด้วยการบ่นแทน 

หญิงสาวกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เลือกแบบมิดชิดเหมือนเคย ลงมานั่งทำงานพิเศษอย่างที่เคยทำประจำถึงแม้จะรับงานได้น้อยลง แต่หล่อนก็ไม่เคยประมาทกับชีวิต วันนี้มี วันหน้าอาจจะหมดก็ได้ อีกอย่างมันคือความสุข การได้จดจ่อกับสิ่งที่รัก ก็ถือเป็นการกรองอารมณ์ หมายถึงหยุดความฟุ้งซ่าน เพ้อเจ้อของตัวเองได้ดีทีเดียว 

นาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่ม หล่อนนั่งทำงานจนเพลิน คุณราพณ์ยังไม่กลับ ทั้งที่ป่านนี้ น่าจะคุยกันเสร็จแล้ว หล่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเผื่อว่าจะมีข้อความเข้ามาบ้าง ครั้นจะโทรหาเขาก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเขาคุยอยู่กับคู่ค้า ถึงแม้หล่อนจะชักเป็นห่วงเขาขึ้นมาก็ตาม 

พิชญาเริ่มกระสับกระส่าย มองไปทางหน้าบ้านบ่อย ๆ เกือบหนึ่งชั่วโมงจึงเห็นแสงไฟรถเข้ามา หญิงสาวโล่งอก แต่ยังคงรออยู่ เผื่อเขาต้องการอะไร 

“คุณ...ยังไม่นอนเหรอ” ราพณ์เอ่ยทัก หน้าตาแดงกระทั่งใบหู รวมทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยมาทักทายก่อนจะเห็นหน้าเจ้าของเสียงด้วยซ้ำ 

“กำลังจะไปนอนแล้วค่ะ  คุณราพณ์ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ” 

“ไม่ล่ะ ปวดหัว” ชายหนุ่มพูด พร้อมทิ้งตัวลงบนที่นอนตัวโปรด 

พิชญา ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ตัดสินใจ จะเอายังไงดี สถานการณ์แบบนี้ ล่อแหลมเหลือเกิน 

                        

“คุณ ผมขอยาแก้ปวดหน่อยสิ ปวดหัวจะระเบิด” ชายหนุ่มดื่มมากไปหน่อย ปกติเขาไม่ค่อยชอบนักหรอก แต่เห็นแก่คู่ค้า ที่คุยกันถูกคอ ก็เลย เลยเถิดไปหน่อย 

พิชญาลังเล หล่อนเคยอ่านผ่านตามาบ้างว่า ห้ามกินยาพาราเซตตามอลร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งมันจะเป็นอันตรายต่อตับ ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า หญิงสาวจึงตัดสินใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาแทน แล้วก็เอาเจลเย็นสำหรับลดไข้มาโป๊ะให้ที่หน้าผาก วิธีนี้แหละน่าจะดีกว่า 

“ไม่มียาหรือคุณ” ชายหนุ่มยังทวง 

“มีค่ะ แต่อย่ากินเลยมันอันตราย พิชเช็ดตัวให้ดีกว่าค่ะ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะ ๆ นะคะจะได้สร่างเมา” หญิงสาวส่งน้ำเย็นให้เขาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว 

“ผมไม่ได้ดื่มมากมายหรอก แค่มึน ๆ  อืม...แต่ก็ดีนะ” ชายหนุ่มกระเถิบตัวเอาศีรษะขึ้นมาพาดตักหญิงสาวไว้ 

“คุณราพณ์คะ พิช จั๊กจี้” หญิงสาวท้วง เกิดมาไม่เคยมีใครหนุนตัก นอกจากเจ้าบู้บี้ 

“เฉย ๆ น่า กำลังสบาย” ชายหนุ่มพูดทั้งที่ยังหลับตา ท่าทางคงจะสบายจริง ๆ พิชญาจึงเช็ดตัวให้เขาเท่าที่มือจะเอื้อมไปถึง ใจเริ่มสั่น ไม่น่าหาเรื่องเลยจริง ๆ  

ความคิดเห็น