ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ

ชื่อตอน : (Re-write) 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 454

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 01:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(Re-write) 10
แบบอักษร

10 

วันต่อมา

ณ คฤหาสน์สุริยัน

น้ำเพชรนั่งอยู่ในโต๊ะอาหารท่ามกลางบรรยากาศอันแสนกระอั่กกระอ่วนและอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแขกที่มาร่วมรับประทานอาหารเที่ยงหรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้บรรยากาศเป็นเช่นนี้  แม้กระทั่งโรสที่ปกติจะพูดน้ำไหลไฟดับก็ยังทำได้เพียงนั่งจิบน้ำเงียบๆ

เหตุการณ์แสนอึดอัดนี้เกิดขึ้นเพราะวันนี้คือวันเกิดของน้ำเพชร ใช่ มันเป็นวันเกิดที่เจ้าของวันเกิดเองก็จำไม่ได้  โดยคนที่ทำให้เธอรู้ว่าวันนี้คือวันเกิดตัวเองก็คือพระเพลิง  และใช่  พระเพลิงที่ดูจะอยู่เหนือความคาดหมายไปเสียทุกเรื่อง  คนที่ทำให้เธอสับสนกับชีวิตได้เข้ามาจัดงานวันเกิดขนาดย่อมๆ ถึงบ้านโดยที่นายใหญ่เองก็ไม่ทันตั้งตัว

แต่ถึงอย่างนั้นนายใหญ่ก็ไม่ว่าอะไร  เพราะเขาพูดว่าตอนแรกตั้งใจจะจัดงานช่วงค่ำๆ แต่ลืมไปว่าน้ำเพชรจำวันเกิดตัวเองไม่ได้  และเธอพอจะเดาออกว่าแขกในงานคงไม่ใช่พระเพลิงหรือจอมทัพแน่ๆ  ใช่...อีกครั้ง  จอมทัพมาพร้อมกับพระเพลิงซึ่งเขาถือกล่องของขวัญกล่องเล็กมาให้แต่เธอยังไม่กล้าเปิดดู

นั่นยังไม่ทำให้บรรยากาศอึดอัดเท่าไหร่  มันยิ่งมากขึ้นตรงที่โรสมาหาเธอถึงบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้าซ้ำยังบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย  แต่พอไตรมาถึงบ้าน  โรสกลับหุบปากฉับเหมือนเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้เสียอย่างนั้น

โต๊ะอาหารตอนนี้จึงเต็มไปด้วยอาหารตระการตา  โดยมีผู้ร่วมโต๊ะประกอบไปด้วยน้ำเพชรที่อยู่หัวโต๊ะในฐานะเจ้าของวันเกิด  นายใหญ่ ไตร โรสที่นั่งฝั่งขวาและจอมทัพกับพระเพลิงที่นั่งฝั่งซ้าย  ทั้งยังมีเก้าอี้ข้างพระเพลิงที่ถูกนั่งโดยตุ๊กตาควายซึ่งเป็นของขวัญที่คุณราตรีฝากมาก

นี่มันวันเกิดอะไรกัน

“ปีนี้ครบ 21 ปีแล้วล่ะสิน้ำเพชร  โตไวจริงๆ เลย”  พระเพลิงพูดกับเธอเหมือนคุยกับเด็กเล็ก  ขณะที่ตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยอยู่คนเดียว  ดูท่าทางแล้วมันช่างกวนประสาทมากกว่าจะทำให้รู้สึกดีอีกนะ

“ขอบคุณนะคะ”  เธอตอบรับ

“ทำไมไม่กินอะไรหน่อยล่ะคุณโรส  อาหารไม่ถูกปากหรือ?”  ไตรเอ่ยถาม  แต่โรสสะดุ้งจนน้ำเพชรสังเกตได้ถึงความผิดปกติกับเพื่อนสนิทก่อนที่โรสจะส่ายหน้าปฏิเสธแล้วยิ้มกลบเกลื่อน

“อร่อยดีค่ะ  แต่โรสเพิ่งกินมาเอง”

“ความจริงเราเคยเจอกันที่แกลลอรี่ของคุณโรสนี่ครับ  ไม่คิดเลยว่าคุณรู้จักกับน้องน้ำเพชรด้วย”  พระเพลิงทัก

น้องน้ำเพชร?

ให้ตายเถอะ  เขาตั้งใจพูดจากวนให้เธอปั่นประสาทจนน่าหมั่นไส้เลยล่ะ  น้ำเพชรรู้สึกได้เลยว่าพระเพลิงกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างแต่เธอก็เดาไม่ถูกว่ามีเหตุผลอะไรที่พระเพลิงจะต้องทำแบบนั้นกับเธอ  หรือว่าในอดีตเธอเคยทำอะไรไม่ดีกับเขาแล้วจำไม่ได้หรือเปล่า

จอมทัพกับธีร์ต่างนั่งนิ่งประจันหน้ากัน  สายตาของจอมทัพดูจะไม่ค่อยชอบใจนายใหญ่ของบ้านนักเหมือนมีเรื่องผิดใจกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน  แต่ครั้งที่แล้วตัวเองก็ไปช่วยชีวิตเขาเอาไว้  ขณะที่ธีร์นั้นดูไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรนัก  ซ้ำยังดูจะคุ้นชินกับนิสัยกวนประสาทของพระเพลิงที่ทำท่าสนิทกับคนอื่นไปทั่วแต่ก็ทำให้คนรอบข้างระแวงด้วยเช่นกัน

“โลกกลมจังเลยนะคะ  เอาจริงๆ โรสกับเพชรก็เพิ่งสนิทกันได้ไม่นานหรอกค่ะ”  โรสพูดพลางยิ้มเจื่อน

“เดี๋ยวฉันไปเอาเค้กมาเลยดีกว่าค่ะ  น่าจะแช่ไว้ในตู้เย็น”  น้ำเพชรพูดขึ้นเพียงเพราะหาทางพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์อันแสนอึดอัด  ซึ่งก็ไม่ใช่เธอคนเดียวที่อยากออกไปเพราะจอมทัพเองก็ลุกขึ้นพร้อมกับเธอ  ทำให้พวกเขาทั้งคู่ต้องเดินไปด้วยกัน

หญิงสาวเดินเข้ามาในครัวก่อนจะถอนหายใจยาวเพื่อลดความอึดอัดในใจพร้อมกับเปิดตู้เย็นเพื่อเอาเค้กที่แช่ไว้ออกมา  แต่เธอก็ต้องยืดเพื่อเอามีดพลาสติกที่อยู่ในตู้ชั้นบนซึ่งสูงกว่าตัวเธอด้วย  จอมทัพที่เดินตามเห็นดังนั้นจึงยืนซ้อนตัวเธอแล้วเอื้อมขึ้นไปหยิบมีดมาแทนพร้อมกับเอามือบังหน้าผากของเธอไม่ให้เผลอปิดตู้มาชน

“เดี๋ยวเค้กก็ตกหรอก”  เขาพูดเสียงเรียบขณะที่น้ำเพชรทำเพียงยืนถือเค้กเฉยๆ จนเขาหยิบของเสร็จแล้วจึงเคลื่อนตัวออกมา  “วันเกิดทั้งทีทำไมทำหน้าเหมือนใกล้ตายแบบนั้นล่ะ?”

“นั่นปากหรือคะ”  หญิงสาวเอ็ดเขาไปหนึ่งทีพลางทำหน้ามุ่ย  ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งแล้ววางเค้กไว้บนโต๊ะตรงหน้า  “ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง  แล้วก็ไม่รู้ทำไมทุกคนที่มางานถึงดูมีเรื่องในใจกันไปหมด”

“คุณเองก็ดูมีเรื่องในใจไม่ใช่หรือ  คนอื่นก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกับคุณเท่าไหร่หรอก”  ร่างสูงพูดออกมาแบบนั้นจึงทำให้น้ำเพชรนึกถึงเรื่องที่อยู่ในใจเธอ  เพราะมันเป็นอย่างที่เขาพูด  เธอมีเรื่องอยู่ในใจจริงๆ

“ครั้งล่าสุดที่เราคุยกัน  เรื่องที่คุณบอกว่าจะบอกความจริงแต่ฉันต้องไปกับคุณ”

“...”

“ฉันจะไปค่ะ”  เธอพูดอย่างจริงจัง  ทำให้จอมทัพหันมามองหน้าเธออย่างไม่เชื่อสายตา

“ทำไมจู่ๆ ยอมไปล่ะ  อยากไปเพราะเรื่องความทรงจำขนาดนั้นเลยหรือ?”

“ความจริงแล้วมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างน่ะค่ะ  คุณพูดถูกนะที่บอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน  ไม่ใช่ที่ของเรา”  น้ำเพชรพูดพร้อมกับฝืนยิ้มออกมาทั้งที่แววตาของเธอดูไม่สดใสอย่างนั้น  “ฉันว่ามันก็คงดีถ้าฉันได้กลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง”

จอมทัพมองคนตรงหน้าที่ตัดสินใจเรื่องนี้อย่างง่ายดาย  ซึ่งเขาไม่คิดว่าเธอจะตกลงไวขนาดนี้ หรือเพราะเหตุการณ์ที่ถูกการันต์จับตัวไปทำให้เธอได้คิดอะไรหลายอย่างจนตัดสินใจแบบนี้  แต่ถึงเธอจะพูดออกมาอย่างมั่นใจแบบนั้นแต่น้ำเสียงกลับเศร้าหมองอย่างประหลาด  ซึ่งมันก็เดาได้ไม่ยากเลยสักนิด

“รู้หรือว่าผมจะพาคุณไปไหน?”  เขาเอ่ยถามก่อนที่เธอจะส่ายหน้า

“ไม่รู้หรอกค่ะ  แต่ถ้าไม่ถูกใจค่อยไปที่อื่นก็ได้”

“คุณดูไว้ใจผมมากขึ้นแล้วนะ  รู้ไหมว่ามันเป็นเรื่องใหญ่”

“มันก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่หรอกค่ะ  สำหรับคนที่จำอะไรไม่ได้เลยอย่างฉัน”  น้ำเพชรพูดพร้อมกับเคลื่อนตัวแล้วไปหยิบจานออกมาทีละใบ  “ฉันไม่รู้อะไรเลย  ไม่รู้ว่าควรอยู่ที่นี่ ควรไปกับคุณหรือควรไปที่อื่น  จำไม่ได้เลยว่าควรอยู่ที่ไหน”

“...”

“ถึงแม้ว่านายใหญ่กับคุณจะทำดีกับฉัน  ช่วยชีวิตฉัน  แต่ฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อใครนี่คะว่าความจริงแล้วฉันเป็นใคร  ควรอยู่ที่ไหน  การที่ฉันไปกับคุณมันไม่ได้แปลว่าฉันต้องเชื่อทุกอย่างที่คุณพูด  ฉันจะคิดและตัดสินใจอีกครั้งว่าควรจะเชื่อไหม  แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไว้ใจคุณนะ  คุณเป็นคนเดียวที่อยู่ในความฝันของฉัน อยู่ในความทรงจำเล็กๆ ของฉันนี่นา”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ได้คิดอยากจะไป  แต่คิดที่จะไม่อยู่ต่างหาก”

“...”

“คุณไม่รู้ว่าเราจะไปที่ไหน  ไม่หวังความจริงจากผม  นั่นยิ่งยืนยันเลยว่าคุณแค่หาเหตุผลที่จะไม่อยู่ที่นี่  แต่ที่น่าคิดคือเหตุผลที่คุณไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปทั้งที่คุณดูรักที่นี่ไปแล้วมากกว่า”

“...”

“มันมีอะไรที่ทำให้คุณอึดอัดมากกว่าในโต๊ะนั้นหรือปะ...”  ไม่ทันที่จอมทัพจะได้ถามจบ  น้ำเพชรก็เดินเข้าไปสวมกอดเขาแล้วเงียบไป  เธอถอนหายใจยาวและรู้สึกได้ว่าเธอเหนื่อยมากตลอดหลายวันที่ผ่านมา  ทั้งเรื่องความทรงจำของตัวเอง  การตัดสินใจของตัวเองและเรื่องอดีตของทุกคนที่เธอต้องไปรับรู้  “ไม่เป็นไร  เก่งแล้วเพชร  คุณเก่งแล้ว”

หญิงสาวกอดเขาไว้แล้วฟังเสียงหัวใจของเขาที่กล่อมให้ใจของเธอสงบลง  เธอไม่คิดว่าตัวเองสนิทกับจอมทัพอะไรนักเพราะต่อให้เขาจะอยู่ในความฝันหรือความทรงจำของเธอ  แต่เธอกับเขาเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันสักนิด  น่าแปลกที่เธอกลับไว้ใจในสายตาของเขาทุกครั้งที่เขามองเธอ  มันทำให้เธอรู้สึกได้ว่าเขาพร้อมจะอยู่ข้างเธอแม้เธอจะจำไม่ได้ว่าเราเคยเป็นอะไรกัน

จอมทัพกอดเธอเอาไว้แล้วลูบหัวเธอเบาๆ อย่างที่เขาต้องการจะทำมาตลอด  เขาจินตนาการว่าจะได้ลูบหัว ตบบ่าปลอบใจเธอแบบนี้ในวันที่เห็นเธออ่อนแอลง  วินาทีนี้มันเหมือนกับว่าเขาได้เธอคืนกลับมาจริงๆ

และเขาจะไม่ยอมให้เธอหายไปอีก

น้ำเพชรเดินถือเค้กออกมาจากห้องครัวพร้อมกับจอมทัพที่ถือจานรองและส้อมตามมา  ธีร์มองตามทั้งคู่ไม่วางตาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา  ขณะที่ไตรกับโรสเองก็ให้ความสนใจกับทั้งสามและรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาดูอึดอัดไม่ต่างจากบรรยากาศในตอนนี้เลยสักนิด

คนที่ดูจะลอยตัวจากปัญหาที่สุดเห็นทีจะเป็นพระเพลิงที่นั่งเท้าคางมองคนทั้งหมดแล้วยิ้มเยาะดั่งว่ามีความคิดแอบแฝงอยู่ในใจ  มือเรียวของน้ำเพชรวางถาดเค้กลงบนโต๊ะตรงหน้าที่นั่งของตัวเองเบาๆ ก่อนที่พระเพลิงจะทำลายความเงียบด้วยการฉลองวันเกิดอย่างเป็นทางการด้วยการลุกขึ้นทำหน้าที่โฆษกจำเป็น

“ถึงเวลานี้มันจะเช้าเกินไปสำหรับการเป่าเค้ก  แต่ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อน้องน้ำเพชรเจ้าของวันเกิดที่น่ารักของพวกเรา”  พระเพลิงพูดพร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

อยากซื้อคำว่าน้องไปทิ้งจริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นเราเป่าเค้กกันเลยดีกว่านะคะ  งานวันเกิดจะขาดพิธีสำคัญได้ยังไง”  โรสร่วมผสมโรงเพื่อไม่ให้พระเพลิงต้องออกหน้าสร้างความบันเทิงอยู่คนเดียว  อีกทั้งเธอยังอึดอัดที่หาจังหวะบอกความจริงกับเพื่อนสนิทไม่ได้อีกด้วย

เจ้าของวันเกิดมองบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มพากันลุกขึ้นแล้วก็เหมือนว่าบรรยากาศอึดอัดเริ่มคลายตัวลง  ไตรเอื้อมมือไปหยิบเทียนมาปักลงบนเค้กพอเป็นพิธีก่อนจะใช้ไฟแช็คจุดไฟบนเทียน  น้ำเพชรสังเกตได้ว่าเขากำลังลอบยิ้มอยู่แต่เธอก็ไม่แน่ใจนักว่าเขายิ้มด้วยสาเหตุอะไรกันแน่

แม้ว่างานวันเกิดครั้งนี้มันจะดูประหลาดสิ้นดีและไม่มีความทรงจำจากปีก่อนมาเป็นตัวเปรียบเทียบ  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกคนในที่นี้คือคนที่น้ำเพชรมอบความไว้ใจให้ไปแล้ว  แม้กระทั่งขุนที่ยืนเฝ้าตรงหน้าประตู  การที่ได้รู้จักกับพวกเขาเหล่านี้มันช่างแปลกแต่กลับรู้สึกดีที่ได้รู้จักกับพวกเขาทั้งหมดเช่นกัน

“ต้องร้องเพลงสักหน่อย  ถ้าจำเนื้อไม่ได้ก็ปรบมือตามเอานะ”  ไตรกระซิบที่ข้างหูของน้ำเพชรทำให้เธอพยักหน้ารับแล้วหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเขารู้ใจเธอ  อย่างที่บอกว่างานวันเกิดครั้งนี้มันแสนประหลาด  ก่อนนี้ยังอึดอัดแต่ตอนนี้กลับทำให้เธอยิ้มแทบหุบไม่ได้  มันเป็นเพราะเค้กตรงหน้า เพราะมันเหมือนงานวันเกิดครั้งแรกหรือเพราะอะไรนะ

หญิงสาวกวาดสายตามองทุกคนที่ยิ้มให้เธอซึ่งรอยยิ้มของพวกเขามันก็แตกต่างกันออกไป  พระเพลิงยิ้มด้วยรอยยิ้มที่กวนประสาท  โรสยิ้มบางแต่แววตาของเธอเหมือนมีเรื่องคาใจตลอดเวลา  ไตรยิ้มเป็นเชิงให้กำลังใจ  จอมทัพยิ้มหน้านิ่งแบบที่เขาชอบเก๊กขรึมประจำและธีร์ที่ยิ้มอย่างอบอุ่นพร้อมกับมองเธอ

“ขอบคุณมากๆ นะคะที่ทุกคนอยู่ที่นี่”  น้ำเพชรพูดออกไปด้วยความจริงใจและตื้นตันในใจอย่างบอกไม่ถูก  เหมือนกับว่าทุกคนกลายเป็นเพื่อนของเธออย่างไม่ทันรู้ตัว  เมื่อเสียงเพลงอวยพรวันเกิดจากทุกคนจบลงจึงทำให้เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกแล้วเป่าเทียนที่ปักอยู่

ปัง!!

หลังจากเสียงปืนนัดนั้นดังขึ้น  แรงกระกระสุนที่พุ่งเข้ามาก็ทะลุเค้กวันเกิดตรงหน้าของน้ำเพชรจนเค้กกระจาย  ยังโชคดีที่เธอและทุกคนหลบทัน  ก่อนที่บรรยากาศอึดอัดจะแปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวายแทน  เมื่อจู่ๆ ก็มีกลุ่มคนบุกเข้ามาจำนวนมาก  เยอะมากจนคนของตระกูลสุริยันต้องเรียกกำลังเสริมโดยด่วน

วันเกิดบ้าอะไรกัน!

“เพชร!  รีบหนีไปกับทุกคน  เราจะอยู่ทางนี้เอง”  โรสที่ดึงปืนออกมาจากกระเป๋าพูดอย่างมั่นใจพร้อมกับดันเพชรให้ไปกับธีร์และจอมทัพที่กำลังจะเดินออกไปจากโต๊ะอาหาร  แต่น้ำเพชรไม่ยอมไปง่ายๆ

“ไม่ได้! โรสจะอยู่ที่นี่ทำไม”

“เราไม่เป็นไรหรอกเพชร”

“โรส!”

“พวกนี้เป็นคนของตระกูลดารา!”

“...”

“เราจะเคลียร์กับแม่เราเอง  รีบหนีกันไปให้ไกลที่สุดแล้วให้คุณธีร์กลับมาให้ทันวันประชุมใหญ่ให้ได้  เข้าใจนะ”  โรสพูดพร้อมกับมองน้ำเพชรแล้วส่งตัวเพชรให้กับธีร์และจอมทัพที่พร้อมเดินไปก่อน  ตอนนี้จึงเหลือเพียงเธอ ไตรและพระเพลิงที่จัดการพวกช้างเผือกซึ่งบุกเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่

โรสลอบมองไตรด้วยสายตาไม่ไว้ใจก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปหาไตรหลังจากทนเงียบมานาน แน่นอนว่าเหตุการณ์นั้นอยู่ในสายตาของพระเพลิง  ถึงแม้ว่าเขาจะยังสู้อยู่กับพวกที่บุกเข้ามาอยู่ก็ตาม

“พี่ไตรคิดจะทำอะไรกันแน่?”  โรสเอ่ยถาม

“หมายถึงอะไร?”

“พี่รู้แล้วใช่ไหมว่าโรสอยู่ข้างไหน”

“...”

“ถ้าเรายังเป็นพวกเดียวกัน  พี่ต้องกลับบ้านกับโรส”  หญิงสาวพูดพลางจ้องดวงตาของคนที่เธอนับถือเป็นพี่ชายคนหนึ่งนิ่ง  “แต่ถ้าไม่  โรสจะถือว่าทุกอย่างโมฆะแล้วเราก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอีก”

“...”

“โรสรู้ทุกอย่างแล้ว แต่โรสยังไว้ใจพี่อยู่นะคะ”

ไตรมองเธอก่อนจะถอนหายใจแล้วเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนพร้อมกับมองไปทางพระเพลิงที่ส่งหมัดเข้าต่อยหน้าของพวกช้างเผือกตระกูลดารา   โรสมองทั้งคู่ก่อนที่จะรีบวิ่งไปขวางเพื่อกันไม่ให้พวกที่ตามมาสมทบตามพวกของน้ำเพชรได้ทัน  โต๊ะอาหารเละกระจายจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแล้วพระเพลิงทำท่าจะเดินออกไปจากบ้าน

“อย่าลืมโทรมานะคุณพระเพลิง”  ไตรพูดก่อนที่พระเพลิงจะหันมาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

“นั่นมันเหมือนคำพูดของคนที่จีบกันใหม่ๆ เลยนะ”

“เลิกลีลาแล้วรีบตามพวกเขาไปได้แล้ว  ผมยึดตามแผนเดิม”

“รับทราบครับคุณไตร”  พระเพลิงตอบรับพร้อมกับเตะก้านคอครั้งสุดท้ายแล้วจึงเดินไปตบบ่าโรสก่อนจะเดินออกไป  ซึ่งโรสนั้นไม่มีเวลามาสนใจเขานักเพราะเธอยังคงต้านกองกำลังที่ตามมาไม่ยั้ง

แต่อย่างน้อยเธอก็ทำลายความอึดอัดของตัวเองไปแล้ว

 

จอมทัพขับรถมาตามทางโดยมีผู้โดยสารจำเป็นอย่างน้ำเพชร ธีร์และพระเพลิงมาด้วย สถานการณ์ชุลมุนจนไม่ทันได้ไปเอารถตัวเองในโรงรถจึงทำให้ธีร์ต้องมาด้วย แต่เขาก็ไม่ลืมสั่งการขุนให้จัดการฝั่งนั้นและคอยช่วยไตร

พวกนั้นบุกมากะทันหัน  ปกติคฤหาสน์ตระกูลสุริยันไม่ได้มีพวกช้างเผือกคอยเฝ้าตลอดเวลาเหมือนคฤหาสน์อื่นเพราะธีร์ชอบความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังไม่อยากให้น้ำเพชรอึดอัด  เวลาถูกโจมตีกะทันหันจึงไม่มีเวลามากพอที่จะเรียกช้างเผือกในตระกูลตัวเองมาช่วยโดยเร็ว

“ถ้าความทรงจำของคุณกลับมาครบ  พอนึกถึงภาพสองคนนี้นั่งรถคันเดียวกันแล้วคุณจะต้องขำแน่”  พระเพลิงซึ่งนั่งข้างน้ำเพชรตรงเบาะหลังกระซิบบอกเธอพร้อมกับมองธีร์ที่นั่งเบาะข้างคนขับกับคนขับขี้โมโหอย่างจอมทัพ

“สองคนนี้ไม่ถูกกันหรือคะ?”  เธอกระซิบถามกลับ

“ก็เขาชอบคุณทั้งคู่นี่นา”

“...”

“ถ้าวันหนึ่งคุณเข้าใจมุขนี้  คุณคงหัวเราะเหมือนผมเอง”

“คุณนี่เป็นพวกไม่ชอบเฉลยคำตอบสินะคะ”

“ผมไม่ชอบสปอยล์ล่วงหน้าต่างหาก”  พระเพลิงพูดพลางยิ้มที่มุมปากด้วยสายตาเจ้าเล่ห์  ตอนนี้พวกของตระกูลดาราตามมาไม่ทันแล้วเพราะจอมทัพเหยียบคันเร่งมิดเท้า  คำถามต่อไปคือพวกเขาควรไปกบดานที่ไหนก่อนต่างหาก  “ท่าทางว่าวันเกิดปีนี้จะพิเศษมากเลยแฮะ  ไหนๆ ก็มาด้วยกันพร้อมหน้าแล้วก็ควรไปเที่ยวกันหน่อยสิ”

“เวลาแบบนี้ยังคิดอะไรไร้สาระอีก”  จอมทัพบ่นใส่ชายหนุ่มสูทแดงด้านหลัง  ทำให้ธีร์เผลอหัวเราะเสียงเบาจนจอมทัพรู้สึกได้จึงรีบหันไปถามพลางขมวดคิ้ว  “มีอะไรตลกหรือครับ?”

“นานๆ ทีผมจะเห็นคนดุพระเพลิงน่ะ  ปกติทุกคนก็อยากทำแต่แค่ไม่พูดออกมา”  ธีร์ตอบ

“ทำเป็นพูดไปนะคุณธีร์  คุณก็รู้ว่าเมื่อก่อนมากกว่าดุ ผมก็เคยโดน”  พระเพลิงพูดพร้อมกับเอนหลังแล้วทอดสายตามองวิวทิวทัศน์นอกกระจกรถ  น้ำเพชรที่ฟังทั้งสองคุยกันรู้สึกได้ถึงความสนิทของธีร์กับพระเพลิง จนเธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเป็นเพราะพระเพลิงสนิทกับคุณนายเพชรหรือเพราะเขาสนิทกับทุกคนกันแน่

มันน่าแปลก  เธอไม่รู้ว่าพระเพลิงอายุเท่าไหร่เพราะเขาพูดเป็นทางการกับทุกคน  ดูจากภายนอกแล้วเขาดูจะอายุพอกันกับเธอและจอมทัพ  แต่เขากลับสนิทกับพวกผู้ใหญ่อย่างธีร์และผู้นำตระกูลคนอื่นเหมือนเป็นรุ่นเดียวกัน  ไม่ใช่การพูดคุยของเด็กกับผู้ใหญ่แบบที่โรสใช้ แต่เป็นการพูดคุยเหมือนว่าเขาเองก็ผ่านช่วงเวลาในอดีตมาเหมือนกัน

เขาแค่หน้าเด็กและทำตัวไม่แก่เองหรือเปล่านะ  ในเมื่อเขาบอกว่าผ่านอะไรด้วยกันกับคุณนายเพชรมามาก  ในช่วงเวลาที่คุณนายเพชรมีชีวิตอยู่นั้นพระเพลิงจะอายุเท่าไหร่  เขาเกิดทันก่อนเธอตายกี่ปีกัน  แล้วทำไมเขาถึงมารู้จักกับจอมทัพได้

“คุณอยากไปไหนหรือเปล่าเพชร?”  จู่ๆ จอมทัพที่ยังบังคับพวกมาลัยอยู่ก็ถามเธอ  ทำให้น้ำเพชรหลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

“ไม่รู้สิคะ  ฉันไม่ค่อยรู้จักที่ซ่อนดีๆ น่ะ”

“ซ่อนยังไงก็หาเจออยู่ดี  เอาที่ที่คุณอยากไปสิ”

“แล้วทำไมต้องตามใจฉันล่ะคะ?”

“ก็วันนี้เป็นวันของคุณ”  เขาพูดเสียงเรียบและเปลี่ยนเป็นขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน  เพชรลอบมองเขาจากด้านหลังอย่างไม่เข้าใจนักว่านี่เป็นการเอาใจทางอ้อมหรือเปล่า  เหมือนว่าจอมทัพจะเป็นพวกแสดงความรู้สึกไม่เป็นเท่าไหร่และคงจะปากแข็งมากซะด้วย

ครืดดด

เสียงโทรศัพท์ของน้ำเพชรสั่นขึ้นมาทำให้เธอรีบเปิดมันดูหน้าจอ  หญิงสาวยังกังวลเรื่องโรสกับไตรที่ยังคงอยู่ที่คฤหาสน์สุริยัน  เพราะแบบนั้นจึงทำให้เธอไม่ได้นึกถึงวันเกิดอันแสนสุขเลยสักนิด

เรากับพี่ไตรปลอดภัยดี  จะรีบติดต่อกลับไปนะ ไม่ต้องห่วง 

ข้อความนั้นทำให้หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก  ไม่ต่างจากธีร์ที่ยิ้มบางออกมาหลังดูข้อความในโทรศัพท์ซึ่งคงได้รับรายงานมาจากขุนแบบเดียวกัน 

ในเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว  ก็ควรจะมีเรื่องดีๆ เข้ามาหาเธอบ้างสักเรื่องสิ  น้ำเพชรนั่งนึกอย่างจริงจัง  ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันเกิดของเธอ ถึงมันจะวุ่นวายและแปลกประหลาดเกินกว่าที่ควรจะเป็นแต่เธอก็ควรสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นหลังจากรอดมาได้  มันอาจจะเพราะเธอเริ่มชินหรือเริ่มปลงกับเสียงปืนไปแล้วด้วยจึงทำให้เธอทำใจได้เร็วกว่าเมื่อก่อน 

“ปกติคุณไปฉลองวันเกิดที่ไหนหรือคะ?”  เธอเปลี่ยนไปถามจอมทัพแทน 

“ผมลืมไปแล้วว่าฉลองครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” 

“อ้าว แล้วคุณทำอะไรในวันเกิดล่ะคะ?” 

“ผมไม่ได้ทำอะไรเลย”  จอมทัพพูดไปตามตรง  ทำให้น้ำเพชรอ้าปากค้างไปเสียเอง ทั้งที่เขามองว่าวันเกิดเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเธอแต่ทำไมพอพูดถึงวันเกิดตัวเองแล้วเขากลับดูไม่ใส่ใจกับมันเลย 

ธีร์ซึ่งนั่งนิ่งมานานลอบมองจอมทัพสลับกับน้ำเพชรด้านหลัง  ความรู้สึกมากมายเข้ามาภายในตัวเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว  ถึงจอมทัพจะไม่พูดความจริงอะไรออกมาแต่เขาก็รับรู้ว่าน้ำเพชรสำคัญกับจอมทัพมาก  สิ่งที่น่าสงสัยคือทำไมจอมทัพถึงเลือกใจเย็นค่อยๆ เข้าหาน้ำเพชรทีละนิดแทนที่จะเป็นการบอกความจริงกับเธอ 

“งั้นฉันก็ไม่มีไอเดียแล้วล่ะค่ะ” 

“คุณเคยบอกว่าอยากไปทะเลที่เดิมนะ  แต่คงลืมไปแล้ว” 

“?”   

“ยังอยากไปอยู่หรือเปล่า?”  จอมทัพเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่กำลังนั่งมองเขานิ่ง  ไม่ต่างจากธีร์กับพระเพลิงที่หันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน  ธีร์จดจ้องใบหน้าของจอมทัพนิ่งก่อนจะหันไปทางน้ำเพชรที่ยังสงสัยกับคำพูดนั้น 

ทะเลที่เดิม... 

“ว่าแต่คุณจอมทัพรู้จักกับน้ำเพชรมานานแล้วหรือครับ  คุณดูรู้เรื่องเธอเยอะกว่าที่ผมคิด”  ธีร์พูดขึ้น 

“ผมใส่ใจคนที่ผมรักครับ  เป็นเรื่องปกติที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้” 

คนรัก...หมายถึงน้ำเพชรสินะ 

คำพูดของจอมทัพนั้นดูเหมือนจะเป็นปกติ  แต่น้ำเสียงของเขากลับเจือปนความรู้สึกแปลกๆ ที่ทำให้ธีร์เริ่มเข้าใจความหมายที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น  แล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาไม่มีผิด  เรื่องที่พระเพลิงไม่เคยบอกเขามาก่อน 

“อยากไปค่ะ  ถึงจะจำไม่ค่อยได้ก็เถอะ”  น้ำเพชรตอบขึ้นมาพลางยิ้มเจื่อนหลังเห็นการปะทะคารมของหนุ่มใหญ่หนุ่มเล็กไปเมื่อสักครู่  เหมือนจอมทัพจะรู้อะไรหลายอย่างต่างจากท่าทีของนายใหญ่ที่เขาก็คงไม่เข้าใจอะไรเหมือนกัน 

เธอตอบตกลงไปแบบนั้น  อย่างที่เธอเคยต้องการจะทำนั่นคือการตามหาความทรงจำในอดีตของตัวเอง  หากนี่คือความต้องการหนึ่งในอดีตของเธอ  การได้กลับไปในสถานที่นั้นอาจทำให้เธอจำอะไรได้เร็วยิ่งขึ้น 

จอมทัพพูดว่าเธอคือคนที่เขารัก  เธอกับทุกคนฟังไม่ผิดแน่เพียงแต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆ แบบนั้น  ทั้งที่เขาดูจะเป็นพวกปากหนักกว่านี้  ภาพความฝันของเธอเป็นความจริงงั้นหรือ  เธอกับเขาเคยแต่งงานกัน เคยรักกัน  แล้วก็เคยทะเลาะกันอย่างที่เธอเคยฝัน  ความสัมพันธ์ของเขากับเธอมันเป็นยังไงกันแน่ 

พวกเขาเป็นคู่รักที่ถูกโชคชะตาพลัดพรากกันจนส่งให้เธอมาอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลสุริยัน  หรือพวกเขาเป็นคู่รักที่ความสัมพันธ์ร้าวฉานจนอีกฝ่ายต้องขอร้องให้กลับไป  มันควรจะเป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้สิ  ในเมื่อสามีเห็นภรรยาความจำเสื่อมและอยู่ในบ้านผู้นำตระกูลที่ภรรยาเสียไปนาน   

น้ำเพชรเหลือบมองนายใหญ่ที่นั่งเท้าคางพิงขอบหน้าต่าง  เขาทำสีหน้าเครียดเหมือนกำลังใช้ความคิดซึ่งเธอไม่รู้ว่าเขาคิดเช่นเดียวกันหรือเปล่า  มีปริศนาหลายข้อที่ยังไม่ถูกเปิดเผยและมีความรู้สึกหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ  เธอกำลังรักธีร์จนถลำลึกลงไปทุกวันและจอมทัพก็ดูจะรู้เรื่องนี้ด้วย 

จอมทัพใจเย็นหรือแค่รอเวลาบางอย่างกันแน่ 

 

 

สายลมพัดเย็นสบายมากระทบร่างของคนทั้งหมดที่เดินลงมาจากรถซึ่งขับมาคันเดียวและต้องเบียดกันนั่งมาตลอดทาง  พระเพลิงบิดขี้เกียจทันทีที่ลงจากรถเหมือนมาพักผ่อนหย่อนใจ  ขณะที่น้ำเพชร ธีร์และจอมทัพเดินลงมาเหยียบพื้นทรายแล้วได้แต่ถอนหายใจกันด้วยความเหน็ดเหนื่อย 

เบื้องหน้าของพวกเขาคือทะเลกว้าง  น้ำสีฟ้าสะอาดและท้องฟ้าที่ตะวันยามเย็นใกล้ถึงเวลาลับขอบฟ้าหลังจากที่พวกเขาเดินทางหนีออกมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงจนมาถึงที่นี่ในช่วงเกือบเย็น 

“บรรยากาศแบบนี้น่าจะมีเบียร์ให้จิบเย็นๆ ดูพระอาทิตย์ตกดินนะ”  พระเพลิงพูดขึ้นมาพร้อมกับถอดรองเท้าหนังของตัวเองพร้อมถุงเท้าออกแล้วเดินเหยียบทรายเท้าเปล่าไป 

“บ้านพักของผมอยู่ตรงนั้น  พวกคุณจะไปพักเลยไหม?”  จอมทัพเอ่ยถาม  เพราะคนที่ขับรถมาที่นี่ก็คือจอมทัพ  ผู้ซึ่งมีบ้านพักตากอากาศห่างไกลจากตัวเมืองมากและมันทำให้ปลอดภัยจากการถูกติดตาม 

“ไม่เป็นไร  ผมว่าจะรอเธอก่อน”  ธีร์พูดพลางมองไปทางน้ำเพชรที่เดินไปเล่นน้ำทะเลอย่างไม่รู้ตัว  เหมือนว่าเธอไม่เคยเห็นทะเลสวยๆ แบบนี้มาก่อนหรือไม่ก็เป็นเพราะว่าเธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่แบบนี้เลยจึงทำให้เธอตื่นเต้นจนลืมไปว่าก่อนหน้านี้ผ่านเหตุการณ์แย่ๆ มา 

เมื่อเห็นดังนั้นพระเพลิงก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปหยิบกระป๋องเบียร์ในรถออกมาจิบพร้อมทั้งขึ้นนั่งบนกระโปรงรถของจอมทัพแล้วดูวิวไปเงียบๆ  คิดแล้วมันก็ช่างตลกร้ายที่พวกเขาหนีตายกันจนเริ่มเคยชินและการหนีก็ทำให้พวกเขาได้ออกจากบ้านมาเที่ยวเสียอย่างนั้น 

น้ำเพชรยิ้มอย่างมีความสุขแม้ว่าในใจของเธอจะยังไม่โล่งใจอะไรนัก  หญิงสาวกวักมือเรียกทุกคนจากที่ไกลทำให้ธีร์เดินไปหาแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาเชิญชวนจอมทัพทางสายตา  ซึ่งจอมทัพนั้นส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะเดินมานั่งข้างพระเพลิง  ปล่อยให้ธีร์เดินไปหาน้ำเพชรคนเดียว 

“ถ้าไม่ใกล้ตายก็คงนึกถึงสถานที่สวยๆ แบบนี้ไม่ออก”  พระเพลิงพูดขึ้นพลางยกเบียร์ขึ้นดื่ม 

“ผมก็ลืมไปแล้วเหมือนกันว่าเคยมีที่แบบนี้อยู่  ลืมไปแล้วว่าทำไมตอนนั้นถึงคิดจะซื้อที่นี่เก็บไว้” 

“ที่นี่มันเป็นความทรงจำดีๆ ของคุณไม่ใช่หรือ” 

“งั้นหรือ  คงใช่มั้ง”  จอมทัพแสร้งทำเป็นไม่อยากจดจำมันนัก  แม้ในความเป็นจริงแล้วเขาจะจำมันได้ทุกช่วงเวลา  สายตาคมเหม่อมองไปยังน้ำเพชรและธีร์ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา  “ผมไม่อยากให้เธอรักเขาเลย” 

“...” 

“แต่ดูเธอสิ  ยิ้มมีความสุขขนาดนั้น” 

พระเพลิงลอบมองจอมทัพที่จดจ้องคนทั้งคู่  เขารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของจอมทัพเป็นอย่างดี  มันคงจะมีทั้งความเจ็บปวดและความสุขในเวลาเดียวกัน  ตราบใดที่น้ำเพชรยิ้มออกมามันก็เหมือนจอมทัพจะต้องยอมทุกสิ่งแล้ว 

“คำขอพรของเขา  สักวันมันก็ต้องถึงเวลาจบลง” 

“...” 

“ถึงตอนนั้นคุณคงไม่เห็นภาพนี้อีกแล้วล่ะคุณจอมทัพ” 

“ถ้าอย่างนั้นผมควรดีใจหรือเสียใจล่ะ?” 

“นั่นมันเป็นการตัดสินใจของคุณ”  พระเพลิงพูดก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วสูดลมหายใจเข้า  “คุณธีร์เขาแลกหมดทุกสิ่งที่เขามีแล้ว  เพียงเพราะให้ได้เจอเธออีกครั้ง” 

“...” 

“เขาคงแค่อยากสร้างความทรงจำดีๆ กับเธอในเวลาสั้นๆ ก็เท่านั้น”  พระเพลิงพูดเสียงเรียบก่อนที่น้ำเพชรจะตะโกนเรียกพวกเขาทั้งคู่ให้ไปหา  แต่พระเพลิงนั้นส่ายหน้าแล้วส่งจอมทัพที่สีหน้าไม่สบอารมณ์นักไปแทน  “เอาหน่า แค่ขำๆ” 

จอมทัพถอนหายใจฟึดฟัดแต่ก็ยอมถอดรองเท้าแล้วเดินไปหาน้ำเพชรกับธีร์ที่ยืนอยู่ริมหาด  พระเพลิงมองตามแล้วได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางหงุดหงิดของจอมทัพซึ่งมันดูเหมือนฝืนใจแต่พอเดินไปหาแล้วถูกน้ำเพชรแกล้งสาดน้ำทะเลใส่  จอมทัพก็เผลอไปเล่นน้ำกับพวกเขาเสียอย่างนั้น   

นี่แหละนะที่เขาบอกว่าคนเรายังเด็กอยู่ตลอดเวลา ขอแค่มีโอกาส 

น้ำเพชรสาดน้ำไปทางจอมทัพเป็นการต้อนรับจนร่างของเขาเปียกชุ่ม  เขาจึงตอบโต้เธอบ้างจนพวกเขาเผลอเล่นน้ำกันแบบไม่รู้ตัว  ซึ่งธีร์เองก็ไม่คิดจะคัดค้านหรือห้ามปรามสักที  ทั้งที่อายุมากที่สุดแต่ก็ยอมเล่นไปกับน้ำเพชรที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข 

จอมทัพที่มักชอบทำหน้าบึ้งตึงหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าธีร์เดินแล้วลื่นล้มไปนั่งเปียกน้ำกองกับพื้น  ไม่ต่างจากน้ำเพชรที่แม้จะหัวเราะแต่ก็เดินไปส่งมือเพื่อดึงเข้าขึ้นมา  แน่นอนว่าเขาไม่ยอมถูกขำฝ่ายเดียวจึงแกล้งดึงเธอจนล้มลงมานั่งในน้ำอีกคนก่อนที่ทั้งคู่จะลุกขึ้นแล้วจัดการกับจอมทัพที่ยืนหัวเราะร่าอย่างลืมตัว 

พระเพลิงนั่งมองพวกเขาเล่นกันเป็นเด็กๆ แล้วก็แอบหัวเราะอยู่เพียงลำพังก่อนจะหยิบกล้องฟิล์มเล็กๆ จากกระเป๋าในเสื้อสูทออกมาถ่ายรูปของพวกเขาไว้  โดยที่พวกเขาไม่ทันรู้ตัวว่าตอนนี้ทั้งสามกำลังยิ้มกว้างจนเหมือนว่าพวกเขากำลังมีความสุขร่วมกันท่ามกลางการหนีตายจากการแย่งชิงอำนาจ 

นี่คงจะเป็นภาพที่หาไม่ได้ง่ายๆ จนคุณโรสต้องมาขอไปแสดงที่แกลลอรี่แน่ 

 

 

ณ คฤหาสน์ตระกูลดารา 

เพี๊ยะ! 

เสียงฝ่ามือเรียวตบเข้าที่ข้างแก้มของโรสดังลั่นขึ้นมากลางห้องโถงของคฤหาสน์  หลังจากที่รสรินรู้เรื่องว่าโรสพยายามขัดขวางทางของเธอจนทำให้ธีร์หนีไปได้  แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นลูกสาวของตัวเองแต่ความโกรธจัดของเธอมันทำให้รสรินบันดาลโทสะกับโรสอย่างไม่สามารถควบคุมได้  ซึ่งทิวาเองก็เงียบเสียงไปด้วย 

“โง่นักหรือไง!? รู้หรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป”  รสรินตวาดถามเสียงเกรี้ยวกราด 

“แม่ต่างหากที่ทำอะไรลงไป  ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย” 

“แกหุบปากไปนะยัยโรส  ฉันไม่ได้เลี้ยงแกมาให้เป็นแม่ชีนะถึงต้องคอยโปรดสัตว์ไปเรื่อย!” 

“แม่!” 

“ฟังนะ  นี่มันเป็นเวลาที่เรารอคอยมาตลอด  มันอาจเป็นโอกาสเดียวเลยด้วยซ้ำที่เราจะได้เจอกับอาวุธครบทุกชิ้น  ฉันรักษาตระกูลเอาไว้  พยายามทำให้มันแข็งแกร่งเพื่อให้แกไม่ต้องมาลำบากไง!  ยังจะมาโวยวายอะไรอีก!?”  รสรินสาดคำพูดใส่หน้าโรสที่ยืนมองเธอด้วยความกลัวจนตัวสั่น  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่แม่ของเธอโกรธถึงขนาดนี้ 

“โรสไม่ได้ต้องการอาวุธกับตำแหน่งของแม่  ไม่เคยต้องการ” 

“...” 

“โรสรู้ว่าแม่อยากให้ตระกูลเราเป็นที่หนึ่ง  แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้”  โรสพูดเสียงแข็งพร้อมจดจ้องแม่บังเกิดเกล้าด้วยแววตาเจ็บปวดและผิดหวัง  “ถ้าอำนาจที่แม่หามามันแลกมากับชีวิตของคนอื่น  มันก็ไม่มีวันเป็นของแม่จริงๆ หรอก!” 

“พาคุณหนูของพวกแกขึ้นห้องได้แล้ว  ไม่ต้องให้ออกมาจนกว่าฉันจะสั่ง”  รสรินหันไปสั่งลูกน้อง 

“ปล่อยนะ!  แม่!!”  โรสถูกลากตัวออกไปจากห้องโถงต่อหน้าผู้เป็นพ่อที่นั่งนิ่งและทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อีกทั้งยังมีไตรที่พยายามไม่แสดงอาการใดออกมา  แต่ในห้องนี้ยังมีอีกคนที่นั่งดูสถานการณ์เงียบๆ 

การันต์... 

“เริ่มประชุมลับกันได้แล้ว” 

 

 

น้ำเพชรเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำก่อนที่จะเห็นจอมทัพนั่งมองบางสิ่งนิ่งอยู่นานและกำลังเก็บของสิ่งนั้นลงลิ้นชักภายในมุมหนึ่งของบ้านก่อนที่เขาจะเดินขึ้นบันไดไปเพียงลำพัง  บ้านหลังนี้ไม่ได้กว้างใหญ่นักแต่มันก็สะดวกสบายเหมาะแก่การเป็นบ้านพักตากอากาศที่เอาไว้พักผ่อนอย่างแท้จริง 

บ้านหลังนี้มีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ  จึงทำให้จอมทัพจัดการแบ่งห้องนอนทั้งสามให้น้ำเพชร ธีร์และตัวเองคนละห้อง  ส่วนพระเพลิงที่เริ่มเมาแอ๋เพราะแอบมาขโมยเหล้าในตู้ที่บ้านของจอมทัพนั้นคงต้องปล่อยไปตามยถากรรม  แต่จากการคาดคะเนของจอมทัพก็คิดว่าเขาคงลากสังขารตัวเองมานอนห้องจอมทัพช่วงดึกๆ เอง 

“เป็นยังไงบ้าง  วันเกิดปีนี้?”  ธีร์เดินเข้ามาถามน้ำเพชรที่เดินมานั่งตรงโซฟากลางบ้าน  เธอจึงยิ้มบางๆ 

“ก็ดีนะคะ  สนุกดีถ้าไม่มีใครมายิงเค้ก” 

“ถือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามาเที่ยวทะเลฟรีก็แล้วกัน” 

“คิดแบบนั้นก็พอได้นะคะ”  น้ำเพชรพูดพลางหัวเราะเสียงเบาแต่เธอก็ต้องหุบยิ้มไปเมื่อนึกถึงไตรกับโรสที่ไม่ได้ตามมาด้วย  “โรสบอกหนูว่าปลอดภัยดี  แล้วคุณไตรติดต่อมาหาคุณบ้างไหมคะ?” 

“ขุนบอกว่าไตรปลอดภัยดี  ส่วนโรสก็คงต้องกลับบ้านไปคุยกับรสริน”  ร่างหนาพูดเพียงเท่านั้นก็ทำให้น้ำเพชรทั้งโล่งใจและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน  โรสกับไตรเป็นเหมือนเพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด  แต่พอถึงเวลาแบบนี้เธอกลับช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้เลยสักอย่าง  “อย่าคิดมากเลย  มันจะต้องผ่านไปด้วยดี” 

“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ”  น้ำเพชรตอบรับพลางฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ความกังวลใจยังคับอก  ก่อนที่ธีร์จะลุกขึ้นจากโชฟาแล้วลูบหัวเธอเบาๆ พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนน้ำเพชรนิ่งไป  “คะ คุณไปนอนเถอะค่ะ” 

“เดี๋ยวจะไปแล้ว  หนูก็รีบไปพักผ่อนเถอะ” 

“...” 

“ยังทำหน้ายุ่งอยู่เลย  มีอะไรไม่สบายใจอีกหรือเปล่า?”  เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง  น้ำเพชรสบตาเขานิ่งพลางชั่งใจกับตัวเองว่าควรพูดออกไปดีหรือไม่  แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมพูดไปแม้จะไม่ได้หวังความคิดเห็นจากเขามากนัก 

ทั้งคำพูดของจอมทัพ  ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงระหว่างพวกเขาทั้งสามคนและเรื่องราวมากมายในอดีตกับปัจจุบันมันทำให้เธอสับสนไปหมด  ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงแค่ความหวั่นไหวชั่ววูบ  หากความทรงจำทั้งหมดกลับมาเธอยังจะรู้สึกเหมือนน้ำเพชรคนที่ยืนตรงหน้าเขาตอนนี้อยู่หรือเปล่า 

“วันหนึ่งหนูจะไม่ได้อยู่กับคุณอีก...ใช่ไหมคะ?” 

“...” 

“แค่รู้สึกขึ้นมาน่ะค่ะว่าบ้านคุณอาจไม่ใช่ที่ของหนูตั้งแต่แรกจริงๆ  แล้วยิ่งมีหลายเรื่องเข้ามาก็เริ่มจะชัดเจนแล้วว่าหนูอาจจะไม่ได้กลับไปที่บ้านของคุณอีก  เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นตอนไหนก็เท่านั้นเอง” 

“เพราะจอมทัพน่ะหรือ?”  เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 

“ไม่รู้สิคะ  หนูไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้หนูกับเขาเป็นยังไง”  หญิงสาวบอกพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมสติตัวเอง  “รู้แค่ว่าเขาเป็นคนเดียวที่จะพาหนูกลับไปในที่ที่หนูควรอยู่ได้  แล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าไม่อยากปล่อยเขาไปคนเดียว” 

“...” 

“มันแปลกที่หนูรู้สึกเป็นห่วงเขาทั้งที่เจอกันได้ไม่นาน  แต่หนูก็เป็นห่วงคุณเหมือนกัน” 

“...” 

“ถ้าไม่เอาตามใจหนู  คุณคิดว่าหนูควรทำยังไงดีคะ?”  เธอถามเขาอย่างจริงจัง  แม้จะเลือกไปแล้วว่าอยากจะจากเขาไปเพราะเรื่องในอดีตของเขาและเรื่องในอดีตของเธอเอง  แต่เธอก็อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาจะรู้สึกยังไงกับเธอ 

บางทีเขาอาจจะไม่เคยคิดอะไรเลยก็ได้... 

“จะไม่ให้ฉันตามใจหนูได้ยังไง  ในเมื่อในเป็นความสุขที่หนูเลือกเอง”  เขาพูดพร้อมกับยื่นมือมาลูบแก้มเธอเบาๆ  สายตาคมมองหญิงสาวไม่ละสายตา  มันเหมือนเป็นคำบอกลาอ้อมๆ จากเธอมากกว่าการขอคำปรึกษาเสียอีก  “ถ้าหนูต้องการอะไร อยากไปที่ไหน ฉันก็อยากจะตามใจหนูทั้งนั้น  ไม่ว่าฉันจะต้องการด้วยหรือไม่” 

“...” 

“ฉันไม่อยากบังคับหนูอีก  ไม่อยากให้หนูต้องห่วง  ฉันอยากให้หนูอยู่กับฉันแต่ฉันจะปล่อยให้หนูไปถ้าหนูต้องการอย่างนั้น  มันดีกว่าที่หนูจะต้องมาอึดอัดแบบนี้”  มือหนาเขยิบมาลูบหัวของเธออีกครั้งอย่างที่ชอบทำ  ก่อนน้ำเพชรจะเริ่มสบายใจขึ้น “เพราะฉะนั้นหนูไม่จำเป็นต้องใส่ใจฉัน  ปล่อยให้ฉันคอยใส่ใจหนูคนเดียวก็พอแล้ว” 

“...” 

“มันเป็นเรื่องปกติเวลาเรารักใครไม่ใช่หรือ” 

“คุณ...” 

“ทำตามใจไปเถอะ  ฉันจะคอยช่วยเหลือทุกอย่างเองแล้วก็ไม่ต้องกลัวที่จะกลับมา  ถ้าหนูมั่นใจว่าอยากอยู่กับฉันจริงๆ เมื่อไหร่  เวลานั้นฉันจะไม่ยอมให้หนูไปไหนอีกแล้วนะ  เข้าใจไหม?” 

“...” 

“ตอนนี้ใช้ชีวิตให้เต็มที่เถอะ  แล้วก็สุขสันต์วันเกิดนะ...เพชร” 

น้ำเพชรจดจ้องเขาก่อนที่ธีร์จะยิ้มแล้วจุมพิตลงบนหน้าผากของเธอก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนไป  เหลือเพียงหญิงสาวที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม  นั่นคงเป็นคำตอบที่เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมา  ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนใจดีมากขนาดนี้แต่ก็ไม่คิดว่าที่เขาพยายามใจดีกับเธอมาทั้งหมดมันก็มีเหตุผลเพียงอย่างเดียว 

เขารักเธอ...รักจนไม่อยากบังคับอะไรเธอเลย 

มันเป็นความรักที่ไม่หวังการครอบครองหรือเป็นความต้องการครอบครองอย่างบริสุทธิ์ใจกันแน่  ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นที่เธอไม่จำเป็นจะต้องตัดขาดกับคนที่เธอรู้สึกดีด้วย  เธอลอบยิ้มออกมาก่อนจะลุกขึ้นบ้างเพื่อจะได้ไปนอนเสียที  แต่สายตาของเธอก็เหลือไปเห็นลิ้นชักที่แอบเห็นจอมทัพใช้ก่อนหน้าพอดี 

จอมทัพเป็นคนที่เธอรู้สึกผูกพันมากจริงๆ เธอเป็นห่วงเขาและอยากเติมเต็มบางสิ่งให้กับเขาโดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากทำเช่นนั้น  ทั้งที่น้ำเพชรรู้เต็มอกว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อจอมทัพมันแตกต่างจากที่เธอรู้สึกกับธีร์ 

หญิงสาวหันมองซ้ายขวาแล้วรับรู้ถึงความปลอดภัย  เธอยอมรับในความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังลิ้นชักตัวนั้นแล้วค่อยๆ ดึงออกมาเพียงเพราะอยากรู้ว่าจอมทัพใส่อะไรลงไปในนี้  เพราะก่อนนี้เธอเห็นเขามองมันนานมากราวกับว่ามันมีความสำคัญต่อเขา 

ครืด 

มือเรียวดึงลิ้นชักนั้นออกก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดกับภาพถ่ายใบเก่าๆ ซึ่งเป็นรูปคู่ของบ่าวสาวในงานแต่งของใครสักคน  น้ำเพชรรีบหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาพร้อมจดจ้องมันจนชัดเจนก่อนที่มือของเธอจะสั่น  หญิงสาวมองรูปนั้นแล้วขมวดคิ้วแน่น  ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและคำถามมากมายนั้นเต็มหัวไปหมด 

คนในภาพนั้นเป็นคู่บ่าวสาวในชุดแต่งงานสีขาว  ทั้งคู่ยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุขแต่ใบหน้าของเจ้าสาวนั้นคือใบหน้าของน้ำเพชรและใบหน้าของเจ้าบ่าวช่างคล้ายกับจอมทัพจนเหมือนเป็นคนเดียวกัน  เธอยิ่งมองรูปนั้นนิ่ง  สิ่งนี้มันเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าเธอกับจอมทัพเคยรู้จักกันมาก่อนจริงๆ แต่ทำไมรูปมันถึงดูเก่าและสีซีดขนาดนี้ 

หญิงสาวมองเลขที่อยู่ตรงมุมล่างขวาของรูป  ซึ่งมันเหมือนวันเวลาที่รูปนี้ถูกถ่าย  น่าแปลกที่ปีในรูปนั้นมันคือปี 2537 ซึ่งหากนับอายุของเธอกับจอมทัพแล้วไม่มีทางที่พวกเขาจะเป็นบุคคลในรูปได้  ตอนนั้นพวกเขาน่าจะยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ  แต่คนในรูปช่างมีใบหน้าเหมือนเขาทั้งคู่เสียเหลือเกิน  ซ้ำคนที่เก็บภาพนี้ไว้ยังเป็นจอมทัพอีกต่างหาก 

สองคนนี้คือใครกันแน่... 

เธอตั้งข้อสงสัยพร้อมพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมาแล้วพลิกรูปแผ่นนั้นไปอ่านข้อความด้านหลังที่ถูกเขียนด้วยปากกาหมึกสีดำที่เริ่มจะจางลง  นั่นยิ่งทำให้น้ำเพชรต้องอึ้งยิ่งกว่าเดิม  จนเธอนึกถึงคำพูดของนายใหญ่ได้ว่าจอมทัพเป็นคนที่หน้าตาคล้ายกับคนที่เขาเคยรู้จัก   

เพราะว่าคนทั้งคู่ในรูปใบนี้คือธีร์กับเพชรรัตน์ 

 

#วชิรอาญา 

ความคิดเห็น