Be.ster

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คนบางคน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 60

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 01:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนบางคน
แบบอักษร

บทที่30 

. 

. 

ใครบางคนที่ทำร้ายคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่คุณกลับอยากจะเดินกลับไปหาเขา 

. 

. 

. 

         รถBMWคันสวยเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของตัวอาคารสูงย่านใจกลางเมือง ร่างบางของรินดาทำหน้าที่เหมือนเป็นคนขับรถเมื่อเห็นท่าทีของราวิที่ไม่คิดว่าเจ้าตัวนั้นไม่มีสติมากพอที่จะขับรถออกมาหาผู้ชายที่ตนเพิ่งมาหาเอง

         “วี รินดารอด้านล่างนะ”รินดาบอกคนข้างๆ ใบหน้าที่เคลือบน้ำตาของราวิทำเอาตัวรินดาเองก็ทำตัวไม่ถูกแม้ตัวเองจะเคยเห็นมันมาก่อนแต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นว่ามันแย่กว่าครั้งที่ราวิเลิกกับตัวเจ้าหล่อนเอง

         “อะ อื้มม”ราวิสะอื้นตอบรับก่อนรีบลงจากรถวิ่งขึ้นไปบนอาคาร ปล่อยให้คนขับรถสาวรออยู่บนรถ ระหว่างที่รินดากำลังรออยู่บนรถเงียบๆดวงตาคู่สวยของเจ้าหล่อนก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีและดูเหมือนว่าเธอกำลังมุ่งหน้าไปห้องห้องเดียวกับที่ราวิเพิ่งจะวิ่งขึ้นไปเมื่อครู่

         “อิซเบล”รินดาตะโกนเรียกผู้หญิงที่คุ้ยเคยตรงหน้าให้หันมาและก็ใช่ เป็นไปตามที่เธอคิดอิซเบลหรือเบลหันมองมาที่ตัวเธอ

         “ราวิขึ้นไปแล้วอย่างนั้นเหรอ”อิซเบลถามขึ้นพร้อมยกยิ้มมุมปากพร้อมสายตาที่บ่งบอกถึงแววตาทที่น่ากลัวราวกับว่าตัวเธอนั้นกำลังจะทำให้ทุกอย่างที่ราวิคาดหวังไว้พังทะลาย

         “หวังว่าแผนของเธอจะได้ผลนะ”รินดาถามเพื่อนรักที่ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนเธอและอิซเบลก็เป็นผู้หญิงที่พร้อมจะทำลายความสัมพันธ์ของราวิและทนาอย่างไม่ละอาย

         “นับถอยหลังรอได้เลย”อิซเบลยิ้มเย้ยรอให้เหตุการณ์ที่วางไว้เป็นไปตามแผน

 

<ห้องทนา>

         ราวิยืนมองประตูห้องของทนาอยู่เพียงชั่วครู่เพื่อฉุกคิดถึงเรื่องที่ทนาเคยทำให้ คีการ์ดสำรองที่ทนาเคยให้เขาเก็บไว้

         “อย่างน้อยๆมึงก็ทำให้ไอ้วีรักมึงได้ไม่ใช่เหรอ”เมื่อเปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่ราวิได้ยินคือเสียงของบุคคลที่สามที่แม้จะคุ้นแต่ก็จำไม่ได้ว่าเสียงดังกล่าวเป็นของใคร

         “กูชนะพนัน อย่าลืมสิ่งที่เราตกลงกันไว้ล่ะ”เสียงตอบรับของทนาทำเอาราวินิ่งเฉยมองภาพคนที่รักพูดคุยคนบางคนที่แม้ว่าตอนนี้จะเห็นเพียงหลังก้พอเดาออกว่าบุคคลที่เห็นนั้นเป็นบุคคลที่เขาจำได้ดี

         “นนท์”ราวิพูดชื่อเพื่อนอีกคนขึ้น ทันทีที่เสียงเรียกของราวิเรียกออกไปทำให้ทั้งสองที่ยืนสนทนากันอยู่กลับเปลี่ยนจุดสนใจหันมามองที่ราวิที่ยืนอยู่แทน

         “วี”ทั้งสองรร้องเรียกชื่อของชายหนุ่มอย่างพร้อมเพียงแต่ไม่ว่าเสียงเรียกนั้นจะดังแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถทำให้ราวิตื่นจากความอึ้งในสิ่งที่เห็นนั้นได้

         “นี่มันเรื่องอะไร”ราวิถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยต์ร้อนผ่าว เพียงไม่นานหยดน้ำตาที่กลั้นไว้นานก็ไหลออกมาแต่แทนที่มันจะเป็นน้ำตาของความดีใจแต่กลับเป็นน้ำตาของความผิดหวังในตัวผู้ชายที่เขารักอีกครั้ง

         “วี กูอธิบายได้นะ”ทนาพยายามเดินเข้ามาตรงหน้าของราวิแต่เพราะด้วยร่างกายที่บังคับตัวเองไม่ได้ของราวิจึงทำให้เขาต้องเดินถอยหลังเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทนาเข้ามาประชิดตัวของเขา

         “มึงอธิบายอ่ะ”ราวิถามคนตรงหน้าทั้งน้ำตา ทุกอย่างที่เขาพยายามจะกลับมาเชื่อใจทนาอีกครั้งกลับพังทนาลายไม่เหลือชิ้นดี ภายในใจคิดถึงคำพูดรินดาแต่ทุกอย่างกลับย้อนแย้งอย่างไม่มีเหตุผลที่ทำให้ราวิอยากเชื่อว่าผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เขาควรเชื่อใจอะไรได้อีกหรือเปล่า

         “อธิบายว่าที่มึงทำแบบนี้เพราะมึงพนันกับคนแบบนี้เหรอ”สายตาที่ฉายความสิ้นหวังถามคนตรงหน้า ตามด้วยนิ้วเรียวชี้ไปยังตัวต้นเหตุที่ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสะใจ

         “กูไม่เคยคิดว่ามึงจะเลวได้ขนาดนี้ ทนา”สิ้นสุดคำพูดร่างบางก็วิ่งออกจากห้องอย่างไม่สนใจเสียงเรียกที่ตามมาราวกับว่าเสียงของทนาตอนนั้นเป็นแค่เพียงเสียงลมที่แม้แต่จะเหลียวใมองเขาก็ไม่อยากทำ

         “กูไม่ควรเชื่อใจคนอย่างมึงจริงๆทนา”ทันทีที่ก้าวเข้ามาในลิฟท์ราวิก็ตะโกนออกมาราวกับเก็บกดมานานและคราวนี้ก่อนที่เขาจะร้องไห้เสียใจเหมือนคนบ้าเขาสำรวจภายในลิฟท์แล้วว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่อยู่

         ไม่นานนักประตูลิฟท์ก็เปิดออกชั้นจุดหมายปลายทาง ชายหนุ่มเช็ดคราบน้ำตาบนหน้าก่อนก้าวเดินออกมายังนอกลิฟท์แต่ก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นคนบางคนที่กำลังยืนมองเขาอย่างเป็นห่วงแม้คราวนี้เขาคนนี้จะไม่ได้เป็นคนยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แต่ก็สังเกตได้ว่าคนตัวเล็กที่เขาเคยเจอคนนั้นเป็นคนเดียวกับที่เดินสวนเขาออกไป

         รางบางเดินออกมายังลานจอดรถที่นัดรินดาไว้แต่เมื่อมองไปยังจุดที่รินดาส่งเขากลับเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของหญิงสาวที่มาส่งของก่อนหน้า

         “หึ ช่างน่าสมเพชจริง”ราวิพูดกับตัวเองเบาๆขณะที่เดินออกไปเพื่อที่จะหารถกลับบ้าน

         “คุณครับ ให้ไปส่งมั้ยครับ”ออดี้สีดำที่ขับตามหลังราวิมาตั้งแต่ลานจอดลดหน้าต่างลงถาม

         “ไม่เป็นไรครับ”ราวิหันไปบอกเจ้าของรถ แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของรถแล้วเขากลับนึกขึ้นได้ว่าใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่แม้ไม่ได้เจอบ่อยครั้งเพียงแค่เจอครั้งเดียวเขาก็จำหน้าได้

         “แน่ใจเหรอครับ”เจ้าของรถยิ้มกว้างถามคนตัวเล็กที่ตอนนี้ใบหน้ามีแต่รอยเปื้อนคราบน้ำตา

         “ขึ้นมาเถอะครับ”คำชักชวนนี้ของเจ้าของรถออดี้ทำให้สุดท้ายแล้วราวิก็ยอมขึ้นรถไปกับเขา เพราะความเสียใจทำให้เขาไม่ทันฉุกคิดถึงผลเสียที่จะตามมา

         “ขอบคุณนะครับ”ราวิกล่าวขอบคุณคนใจดีข้างๆอย่างเต็มใจ

         “ผม แอสตันครับ”ในที่สุดเจ้าของรถผู้ใจดีของราวิก้ได้แนะนำตัวให้คนข้างๆรู้จักชื่อเสียที

         “ราวิครับ”ราวิแนะนำตัวกลับอย่างสุภาพ เรื่องราวเสียใจก่อนหน้าอาจทำให้เขาสติหลุดไปบ้างแต่เมื่อเจอผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆตรงนี้แล้วเขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองยังโชคดีอยู่บ้างที่อย่างน้อยยังมีคนเห็นใจเขาอยู่บ้าง

         “นี่ครับ”ทิชชูสองสามแผ่นถูกยื่นให้กับราวิ เมื่อแอสตันสังเกตว่าตั้งแต่ขึ้นรถมาแม้ว่าราวิจะไม่ได้ร้องไห้โหอย่างครั้งที่แล้วแต่ครั้งนี้ราวิกลับมีเพียงเสียงสะอื้นและน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่ขาดจนเจ้าตัวเองที่กำลังขับรถรู้สึกเป็นห่วง

         “ขอบคุณนะครับ”มือบางรับทิชชูมาเช็ดน้ำตาก่อนที่จะกล่าวขอบคุณคนข้างๆอย่างสุภาพ

         “เออ คุณโอเครึเปล่าครับ”แอสตันรู้ว่าหากถามไปจะดูเสียมารยาทแต่ด้วยความที่เห็นคนเป็นทุกข์แบบนี้เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจและยิ่งคนข้างที่นั่งร้องไห้นั้นเป็นคนที่เขารู้สึกคนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ

         “ถ้าบอกว่าโอเคคงเป็นการโกหกเกินไปสินะ”ราวิตอบกลับมา เขาไม่ได้มองใบหน้าของคนที่ถามหรอก ร่างบางทำได้เพียงมองไปบนถนนที่แม้ในหัวจะสะท้อนเรื่องราวคำพูดของทนาเมื่อครู่

         “ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตพาคุณไปที่ที่นึงนะครับ”แอสตันถามคนข้างๆเมื่อเห็นว่าท่าทีของราวิตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากครั้งก่อนที่เขาเจอถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้ร้องไห้โฮเสียงดังแต่แววตาที่เจ็บปวดมองเข้าไปนัยตาของราวิแต่ล่ะครั้งกลับรู้สึกถึงความเสียใจที่อยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยปล่อยให้น้ำตามันค่อยไหลไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก

         “ขอแค่ไม่พาผมไปฆ่าไปแกงก็พอแล้วล่ะครับ”ราวิตอบคนข้างๆ

         “น่ารักขนาดนี้ผมฆ่าไม่ลงหรอกครับ”แอสตันเองก็ตอบกลับอย่างเป็นกันเองมาขึ้นเพื่อคลายบรรยากาศที่ค่อยข้างเงียบมีแค่เสียงฟุตฟิตจากการสูดจมูกของราวิ

         “ผมน่ารักอย่างนั้นเหรอครับ”ถึงแม้ว่าจะเหมือนคำถามที่ถามกลับคนข้างแต่จากน้ำเสียงที่ราวิพูดออกมากลับเป็นเหมือนน้ำเสียงที่ใช้ถามตัวเองมากกว่า ในใจที่เคยมองทุกอย่างสดใส ณ ตอนนี้สำหรับราวิทุกอย่างกลับเป็นเพียงสีจางๆที่ฉายภาพทุกการกระทำของผู้ชายที่ทำร้ายเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

         “แปลกนะ บางคนไม่ได้คิดอย่างนั้น”และเป็นอีกคำพรึมพรำถามตัวเองที่แอสตันเองก็ได้ยิน

         ออดดี้คันสวยถอยหลังจอดเข้าลานจอดของพื้นที่หนึ่งของสวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง แม้ว่าเวลานี้จะเป็นเวลาที่คนส่วนมากจะไม่ค่อยมาใช้บริการสวนสาธารณะแห่งนี้แต่นี้เป็นช่วงเวลาที่แอสตันคิดว่าเหมาะที่สุดสำหรับให้ผู้ชายข้างที่เหมือนลูกกวางน้อยเพิ่งโดนทำร้ายมา

         “เราถึงแล้วเหรอครับ”ทันทีที่รถจอดราวกับมีนาฬิกาปลุกให้ราวิหลุดออกจากห้วงความคิดชั่วขณะ

         “ครับ เราลงไปกันเถอะครับ”ร่างบางของราวิก้าวลงจากรถตามคำเชิญของแอสตันและทันทีที่ลงจากรถ ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาปะทะร่างกายของราวิทำให้ตัวราวิเองต้องยกมือขึ้นมากอดอกไว้

         “ปกติผมจะมาที่นี่ตอนที่มีเรื่องไม่สบายใจนะครับ”แอสตันบอกราวิพร้อมคลุ่มเสื้อกันหนาวตัวบางให้ราวิ ในช่วงเวลาแบบนี้ตัวแอสตันเองก้ลืมนึกไปว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะพาคนข้างๆมาเดินแบบนี้

         ขายาวทั้งสองข้างของราวิค่อยๆก้าวเดินไปตามทางเดินของสวนสาธารณะเงียบๆ เขาไม่ได้สนใจคนรอบข้างอย่างแอสตันแม้แต่น้อยตอนนี้ในหัวของร่างบางมีถึงแต่ใบหน้าของทนาที่ยังคอยวนเวียนเข้ามาในหัวของเขา ไม่ว่าลมหนาวของช่วงระยะเวลาตีสี่จะจะหนาวแค่ไหนแต่สำหรับราวิในตอนนี้แล้วมันคงไม่มีอะไรทำให้เข้าตัวชาเท่ากับเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งเคยเจอ ต่อให้เขาอยากจะเข้าใจทนามากแค่ไหนแต่เขากลับคิดว่าเรื่องราวที่เป็นเหมือนภาพซ้อนกันในวันที่เบลอยู่ที่คอนโดทนากับวันนี้มันเหมือนเป็นภาพที่เหมือนกัน เหมือนกันตรงที่ไม่ว่าเหตุการณ์ไหนราวิก็รู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นแหละที่ผิดที่พลาดไปรักคนอย่างทนา ให้ทนาใช้เขาเป็นหมากตัวนึงในการเล่นเกม ให้ทนาทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาเองที่ผิด จริงๆแล้วทนาไม่ได้รักเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเองที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าคนอย่างทนาจะรักเขา

         ราวิคิดโทษตัวเองตลอดทางที่เดินวนสวนสาธารณะทันทีที่ดึงสติกลับมาได้ก็พบว่าตัวเองนั้นเดินออกมาไกลจากแอสตันพอสมควร

         “ขอโทษนะครับ นี่อาจไม่ใช่เวลาที่คุณอยากจะเดินเล่น ถ้าคุณอยากกลับก่อนทิ้งผมไว้ที่นี่ก็ได้นะครับ”เมื่อเห็นว่าบุคคลที่เดินตามอยู่ด้านหลังเป็นทั้งผู้มีพระคุณแถมยังต้องมาเดินตามเขาอยู่ในช่วงเวลานี้อีก เขาเกรงว่าตัวเขาเองจะเป็นภาระมากเกินไป

         ฝั่งแอสตันเองเมื่อได้ยินประโยคที่ราวิพูดออกมาเข้าก็ไม่ได้พูดตอบกลับโดยทันทีแค่เพียงยกยิ้มให้คนตัวเล็ก มือหนาขยี้หัวทุยของราวิแต่เพียงไม่นานร่างบางก็ขยับหนี ราวิทำได้เพียงมองหน้าแอสตันนิ่งๆบางครั้งอาจเป็นเพราะพวกเขาแค่เพิ่งเจอกันครั้งแรกตัวราวิเองอาจไม่สนิทใจเท่าไหร่กับการที่ใครบางคนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงจะมาทำแบบนี้กับเขา

 

.......................................................................................................................................................................................................................................

 

ต้องขอโทษที่ลงช้าและขอโทษถ้าหากมีคำผิดนะคะ

ถ้ามีข้อผิดพลาดตรงไหนสามารถติได้นะคะ

ความคิดเห็น