email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Intro หวนพบกันอีกครั้ง

ชื่อตอน : Intro หวนพบกันอีกครั้ง

คำค้น : เซฟแมงป่อง ตบหลุมรัก My heart November นิยายวาย ตบจูบ ฟิวกูดรักมหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2563 18:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
Intro หวนพบกันอีกครั้ง
แบบอักษร

Intro 

หวนพบกันอีกครั้ง 

 

นิยายเรื่องนี้นักเขียนจะใช้วิธีการบรรยายแบบใช้บุรุษที่ 3 หรือ God view ผสมไปกับตัวเอกเล่าเรื่อง ซึ่งจะแตกต่างจากเรื่องศิลปะหลงกล Art adore En และเรื่องเพลงพราย กลร้ายกลรัก ที่เป็นการดำเนินเรื่องผ่านสายตานายเอกและพระเอก ทั้งสองเรื่องที่กล่าวมากับเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มซีรีส์เดียวกันครับ ช่วงเวลาที่ขาดหายไปในสองเรื่องก่อนหน้านี้จะถูกหยิบยกมาลงที่เรื่องนี้จนครบสมบูรณ์...นักเขียนหวังว่าผู้อ่านคงมีความสุขกับนิยายเรื่องนี้นะครับ 

ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับในบทบรรยายผมจะใช้ชื่อจริงและชื่อเล่นเป็นบางครั้ง ส่วนในบทพูดจะใช้เฉพาะชื่อเล่นเท่านั้นครับ 

นายอาคม = เซฟ 

นายพฤศจิกา = แมงป่อง 

 

[All]  

 

ผลัวะ! เสียงของกำปั้นกระทบเข้าสู่ใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มร่างสูงโปร่งจากคณะนิเทศศาสตร์จนเขาล้มลงท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิทหลายคนที่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก อาคมนักศึกษาน้องใหม่จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ไม่รั้งรอให้ใครเข้ามาขัดขวาง เขากระโดดขึ้นคร่อมร่างของพฤศจิกาที่ยังนอนหงายอย่างงุนงงความรู้สึกเจ็บแปลบจากบริเวณกรามแล่นสู่สมองตั้งแต่หมัดแรกที่ถูกชก 

 

เด็กหนุ่มง้างหมัดขึ้นอีกครั้งเพื่อหวังจะสาวหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยอารมณ์โกรธแค้นแต่เขากลับทำได้ไม่สำเร็จเมื่อมีรุ่นพี่คนหนึ่งกลับคว้าหมัดของนายอาคมแล้วเตะเข้าไปที่ลำตัวของเขาที่ยังนั่งคร่อมร่างของเพื่อนสนิทอยู่จนอาคมเองก็เซหงายหลังล้มลงไป เสียงกรีดร้องของเหล่าบรรดารุ่นพี่ผู้หญิงหลายคนดังขึ้นเมื่อพลังเพื่อนสนิทของพฤศจิกาตามเข้าไปเตะเข้าชายโครงเด็กที่ล้มนอนอยู่ตรงหน้า 

 

“พลัง! อย่าทำมัน” เสียงร้องปรามของพฤศจิกาดังขึ้นในขณะที่เริ่มยันตัวลุกขึ้นนั่งมอง ทอดสายตามองเด็กที่นอนคดคู้กุมชายโครงเอาไว้แน่น 

 

“แต่มันต่อยมึงก่อนนะแมงป่อง!” พลังหันมาพูดเสียงดังด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวปกติแล้วเขาเป็นคนที่ใจเย็นประดุจน้ำแข็งแต่พอเห็นเพื่อนสนิทถูกทำร้ายก็ทำให้เก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน 

 

“กูขอนะพลัง...เซฟมันเป็นน้องกู” สายตาของพลังกดมองมาที่เด็กหนุ่มเนื้อตัวเปียกโชกเต็มไปด้วยเหงื่อก่อนที่จะหยุดสูดลมหายใจเข้าสุดปอดเพื่อระงับโทสะเดินกลับมาดึงเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นยืน 

 

พฤศจิกาขยับก้าวเดินตรงมาทางนายอาคมด้วยสายตาที่เป็นห่วงอยู่ไม่น้อย เขาก้มลงเอื้อมมือลงไปสัมผัสที่ไหล่ของเด็กหนุ่ม “เซฟเจ็บตรงไหนรึเปล่า?” แม้ว่าพฤศจิกาจะโดนต่อยเข้าเต็มแรงแบบไม่ทันตั้งตัวแต่เขากลับไม่ได้รู้สึกโกรธเด็กที่กำลังนอนคดตัวเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

เพียะ! 

 

อาคมปัดมือของพฤศจิกาออกด้วยแรงทั้งหมดที่มีสายตาจดจ้องเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น “อย่ามายุ่งกับกู!” เสียงตวาดดังลั่นจนแม้แต่พฤศจิกายังต้องชะงักมือออก 

 

“ปากมึงแตก...ไปทำแผลก่อนเถอะแมงป่อง อย่าไปยุ่งกับคนแบบมันเลย” นิ้วมือยาวฉุดดึงเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปทางเพื่อนหญิงที่ยังยืนตกใจไม่หาย “เมจิช่วยพาแมงป่องไปทำแผลทีนะเดี๋ยวไอ้เด็กนี่เราดูแลต่อเอง” 

 

“มึงอย่าทำอะไรมันนะพลัง” แววตาห่วงใยของพฤศจิกาที่มีต่อเด็กรุ่นน้องคนนี้ถึงกับทำให้พลังต้องถอนหายใจออกมาเสียงดัง 

 

“เออน่ากูไม่ทำอะไรมันหรอกมึงรีบไปทำแผลเถอะ ยังมีกิจกรรมรับน้องที่มึงต้องไปจัดการต่ออีก” พฤศจิกายังคงจับจ้องมองพลังและคนอื่นดึง อาคมขึ้นมานั่งพิงกำแพง 

 

“เซฟ...” สายตาของอาคมที่ช้อนมองขึ้นมาถึงกับทำให้พฤศจิกานิ่งเงียบลงในทันที พร้อมกับหันไปทางเพื่อนสนิทแทน “กูฝากมึงดูมันด้วยนะ” เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นความคิดที่ดีรึเปล่าที่ฝากให้คนที่เพิ่งซัดน้องจนหมอบช่วยดูแลแบบนี้ 

 

“จะอะไรนักหนาวะรีบไปเถอะมึงน่ะ โดนเตะทีสองทีมันไม่ตายตรงนี้หรอกน่า” พลังได้แต่ยืนมองเมจิพาแมงป่องเดินลงจากตึกไป หันมาตวัดสายตามองเด็กที่ยังนั่งกุมชายโครงด้วยความสังเวช เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำตัวเองจนเตะไปเต็มแรงทั้งที่วันนี้ช่วงเช้าเพิ่งจะผ่านพิธีบายศรีสู่ขวัญรุ่นน้องต่างคณะไปเองแท้ ๆ 

 

“ชื่อเซฟใช่ไหม? อยู่คณะไหนล่ะ” พลังไม่คิดที่จะรอฟังคำตอบของเด็กที่นั่งอยู่แม้แต่น้อย จัดการคว้าป้ายชื่อที่ห้อยอยู่บนคอขึ้นมาอ่าน “ศิลปกรรมศาสตร์? คิดยังไงถึงมาหาเรื่องแมงป่องมันถึงตึกนิเทศวะ” 

 

อาคมไม่ได้ตอบอะไรพลังเลยแม้แต่น้อยเขาได้แต่นั่งพาดแขนไปบนเข่าที่ชันขึ้นซบหน้าลงไปทั้งดวงตาแดงก่ำเนื้อตัวสั่นเทาเต็มไปด้วยความโกรธจากสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากพี่สาวที่โทรทางไกลมาจากระยอง คำพูดของพี่สาวยังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนเวียนไปมา 

 

[เซฟน้องสกอร์เป็นไข้เลือดออกตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลแต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะหลานปลอดภัยดีแล้ว...ว่าแต่เซฟได้เจอกับแมงป่องบ้างรึเปล่า?] 

 

นายอาคมเองก็พยายามเก็บอารมณ์มาตลอดหลายชั่วโมงปั้นหน้ายิ้มกับเพื่อนใหม่ในขณะที่กำลังวนเข้าฐานกิจกรรมของคณะอื่นแต่พอผ่านมาที่ตึกนิเทศแล้วเขาได้เห็นแมงป่องอีกครั้ง เขาก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องแอบหนีออกมาจนเกิดเรื่องขึ้น 

 

พลังนั่งลงข้างกายเด็กหนุ่ม ส่วนรุ่นพี่คนอื่นก็พากันแยกย้ายไปทำกิจกรรมรับน้องกันต่อ พลังรู้ดีว่าคณะศิลปกรรมที่อาคมเรียนอยู่ไม่ได้มีแวะเวียนมาที่คณะของตนเองเพราะมีเวลาจำกัดนั่นเลยทำให้เขารู้ว่าเด็กคนนี้หนีออกมาจากฐานเพื่อมาจัดการกับแมงป่องโดยเฉพาะ 

 

“ดีขึ้นรึยังกูจะได้พามึงกลับไปส่งที่คณะ” พลังหยิบตารางหมุนเวียนของแต่ละคณะขึ้นมาไล่ดู แล้วเงยหน้ามองเด็กข้างกายอีกครั้ง “หรือถ้ายังไม่หายเจ็บจะไปห้องพยาบาลก่อนไหม? เดี๋ยวพี่พาไปเอง” 

 

“จุก” อาคมพึมพำออกมาเสียงแผ่ว 

 

“เฮ้อ ก็มึงเนี่ยน้าอยู่ ๆ ก็วิ่งเข้ามาต่อยแมงป่องมันแบบนั้นเองนี่น่า ดีนะว่ายังเป็นกูถ้าเป็นรุ่นพี่คนอื่นมึงได้ถูกรุมกระทืบตายคาตีนไปแล้ว” รุ่นพี่หนุ่มปรายตามองรุ่นน้องแล้วก็ต้องอ่อนใจ “กูขอโทษละกันแต่ทีหน้าทีหลังมึงก็หัดควบคุมอารมณ์ตัวเองบ้างเถอะนะ” 

 

“เตะหนักฉิบหายไม่มีความเมตตาต่อรุ่นน้องเลย” คำบ่นของนายอาคมทำให้พลังถึงกับต้องกลั้นขำเอาไว้จะสงสารก็สงสารจะหมั่นไส้ก็หมั่นไส้ไม่สุด 

 

“อ้าว ก็มึงเริ่มก่อนไหม? เพื่อนโดนต่อยจะให้กูยืนท่องชินบัญชรเสริมสิริมงคลชีวิตให้มึงฟังรึไง...ว่าแต่มึงเถอะไปมีปัญหาอะไรกับแมงป่องมันแล้วเท่าที่พี่รู้มาแมงป่องมันเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอวะ” 

 

เซฟเงยหน้าหันมองพลังพร้อมกับขมวดคิ้วขุ่น “พี่แม่งขี้เสือก” 

 

“เดี๋ยวกูยันโครมไปนู่น! ถ้ามึงหายเจ็บแล้วก็รีบกลับไปเข้ากิจกรรมต่อเลยไป สติกเกอร์บนอกมึงนั่นคงถูกรุ่นพี่ดาวของแต่ละคณะหมายตาเอาไว้สินะ โชคดีแค่ไหนแล้วที่พี่ไม่เตะเข้าหน้ามึงน่ะ” 

 

“จมูกทำมาแพ้ เตะโดนหน้าผมฟ้องพี่หมดตัวแน่” 

 

เสียงหัวเราะของพลังถึงกับลั่นดังออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ ทีแรกเขานึกว่าเด็กที่ชื่อเซฟจะโกรธที่ถูกเขาเตะซะแล้วแต่ที่ไหนได้นอกจากจะไม่โกรธยังมีอารมณ์ขันแบบหน้าตายยอมรับเรื่องทำศัลยกรรมออกมาโดยง่ายเฉยเลย 

 

“กูไม่รู้ว่ามึงมีเรื่องอะไรกับแมงป่องหรอกนะ ไม่รู้ด้วยว่าเพื่อนพี่ไปทำอะไรเอ็งแต่ที่กูรู้อยู่อย่างหนึ่งคือขนาดมันโดนมึงต่อยไปขนาดนั้นสายตาของมันยังเอาแต่ห่วงมึงไม่เลิก มีปัญหาอะไรก็คุยกันดี ๆ สิวะ แมงป่องมันเป็นคนดีนะพี่รู้จักมันมาตั้งนานแล้ว” 

 

“หึ มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างคำว่าคนดีกับสร้างภาพและอย่างหลังนั่นแหละคือไอ้แมงป่อง” คำพูดอาคมถึงกับทำให้พลังส่ายหัวยอมแพ้ 

 

“แล้วแต่มึงละกันกูขี้เกียจจะพูดแล้ว” พลังลุกขึ้นยืนคว้าแขนอาคมให้ลุกตาม “เอาไงจะไปเองหรือให้กูไปส่ง” 

 

“กลับเองได้ไม่ต้องยุ่ง” อาคมก้มลงปัดตามเนื้อตัวที่บัดนี้เรียกได้ว่ามอมแมมไปหมด 

 

“พูดกับรุ่นพี่ให้มันดี ๆ หน่อยปากแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่จบสี่ปีหรอกมึงน่ะ” พลังปัดไปที่ไหล่ของน้องตรงหน้าก่อนจะเดินก้าวลงจากตึกแต่แล้วเข้าก็นึกเรื่องสำคัญบางอย่างออกจนต้องหันกลับมาพร้อมกับรุ่นน้องต่างคณะอีกครั้ง 

 

“วันนี้หลังจบกิจกรรมรับน้องทางฝั่งคณะศิลปกรรม วิศวกรรม บริหาร วิทยาศาสตร์ เกษตร วนศาสตร์ สัตวแพทย์และแพทยศาสตร์พวกรุ่นพี่ปีสองดาวเดือนและพวกสตาฟทั้งหมดมันจัดเลี้ยงกันที่ร้านชื่อ แลกลิ้น ที่อยู่หลังมอนะ” 

 

พลังกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แต่ถ้าทางฝั่งคณะนิเทศ นิติ เศรษฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และจิตวิทยาก็จัดเลี้ยงกันที่ร้านหลังมอที่ชื่อ เล้าโลม มึงลองไปหาดูเองละกันเผื่อจะพบคนที่มึงอยากเจอ” พูดจบพลังก็เดินหายลงไปจากตึกปล่อยให้เซฟยืนงงอยู่พักใหญ่ 

 

อาคมกุมสีข้างเดินลงมาจากอาคาร เขาเดินหลบไปพิงต้นไม้ใหญ่หน้าตึกคณะ จะกลับไปร่วมกิจกรรมฐานตอนนี้ก็คงไม่ได้ไม่งั้นพวกไอ้หินเพื่อนที่คณะคงซักไซ้ไม่เลิก เด็กหนุ่มทอดตามองไปยังเบื้องหน้ามองดูแมงป่องกำลังทำกิจกรรมรับน้องต่างคณะ มุมปากมีร่องรอยแดงจากฝีมือเขายิ่งเห็นแบบนั้นความรู้สึกเสียใจกลับก่อตัวอยู่ภายในใจ

 

อาคมไม่โกรธเลยที่ถูกรุ่นพี่ที่ชื่อพลังเตะสวนกลับมามันสมควรแล้วกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป และยิ่งเมื่อถูกเตะครั้งที่สองยิ่งทำให้กลับรู้สึกตาสว่างขึ้นอีกครั้ง...แมงป่องเองที่ถูกเขาต่อยหน้าก็คงเจ็บไม่น้อย ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าภาพของแมงป่องที่เขาเคยรักมาตลอดตั้งแต่เด็กกับเรื่องที่พี่สาวบอกเล่ามาทั้งหมดอันไหนคือของจริงของปลอมกันแน่...

ความคิดเห็น