Ponol
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กลิ่นน้ำส้มของหลงซาน

ชื่อตอน : กลิ่นน้ำส้มของหลงซาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 250

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 08:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
กลิ่นน้ำส้มของหลงซาน
แบบอักษร

 

 

 

 

ยามอู่โรงเตี้ยมตระกูลฟ่านคราคร่ำไปด้วยผู้คน เมื่อคุณชายทั้งห้าเข้าห้องส่วนตัวไปแล้ว ทั้งคุณหนูคุณชาย หรือผู้คนต่างเมืองที่ได้เห็นทั้งห้าเดินเข้ามา ต่างเดินตามมาจับจองที่นั่ง หวังว่าจะได้พูดคุยสานสัมพันธ์กับตระกูลฟ่าน ถึงคุณชายสามจะหมั้นหมายไปแล้ว แต่คุณชายใหญ่และคุณชายรองยังมิได้มีข่าวใดหลุดออกมา บรรดาคุณหนูต่างตั้งความหวังที่จะผูกไมตรีกับคุณชายทั้งสอง

ฝั่งบุรุษทั้งหลายแม้คุณชายสามจะหมั้นหมายแล้ว แต่แล้วอย่างไรเล่าเมื่อข้างกายนั้นไร้เงาของแม่ทัพช่างเทียนฝู เมื่อคนไม่อยู่พวกเขาก็มีสิทธิจะเกี้ยว ไหนจะคุณชายอีกสองคนที่พวกตนยังมิรู้นามนั้น ก็งดงามน่ารักน่าเอ็นดู ต่างก็หมายจะเข้าหาคุณชายผู้งดงามทั้งหลาย

หลงจูและเหล่าบรรดาเสี่ยวเอ้อทั้งหลาย แม้ว่ายอดขายวันนี้จะมากล้นก็อดกังวลมิได้ หากเหล่าคุณชายรู้ว่าลูกค้าเหล่านี้ต้องการสิ่งใด คงมิพ้นถูกจับโยนออกไปเป็นแน่

.

.

.

ทั้งห้าคนนั่งกินอาหารอยู่ในห้องส่วนตัวมิได้รับรู้ถึงความแน่นขนัดภายในโรงเตี้ยมแต่อย่างไร

"น้องสามคราก่อนเจ้าอยากกินเสี่ยวหลงเปา พี่ยังมิทันได้พาไปกินก็เกิดเรื่องเสียก่อน ครานี้พี่สั่งเตรียมไว้ให้เจ้าแล้ว"

"ขอบคุณขอรับ"

หลางจือยื่นเสี่ยวหลงเปาไปว่าตรงหน้าหลูซิว ก่อนมองไปยังอาซาที่คีบอาหารช้าๆ

"เสี่ยวซาใยจึงคีบแต่ผักเล่า เนื้อไก่นี้ตุ๋นมาอย่างดีรสชาติกลมกล่อมลองกินดู"

"ขอบคุณขอรับ"

อาซารับเนื้อไก่นั้นมาอย่างขัดมิได้ จะให้เขาทำตัวเช่นไรอยู่ๆก็โดนบังคับให้ทิ้งฐานะบ่าวที่อยู่มาเป็นสิบปี เพื่อกลับไปเป็นคุณชายน้อยดังเช่นวัยเยาว์ แม้จะรู้ดีว่าบิดาตนเป็นใคร แต่ก็มิเคยได้สัมผัสหรือใกล้ชิด ตนจึงมิเคยคิดว่าเป็นบุตรของคนผู้นั้น จดจำเพียงว่ามารดาตนเป็นใคร เมื่อโตจนรู้ความจึงขอท่านแม่ใหญ่หรือฮูหยินฟ่านมาอยู่เรือนท้ายจวนในฐานะบ่าวคนหนึ่ง ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องกลับมาใช้สถานะคุณชายไป๋เช่นนี้

หลงซานนั่งอยู่อีกด้านของโต๊ะก็คอยคีบอาหารใส่ในถ้วยของเสี่ยวฟูไม่ขาด เด็กน้อยของเขากำลังโตก็ต้องดูแลอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังลอบมองการกระทำของพี่ใหญ่ตนอยู่ ดูท่าพี่ใหญ่ในวันนี้จะอยากชดเชยในสิ่งที่อาซามิเคยได้รับมานาน ตนเองก็อยากทำเช่นกัน แต่เอาไว้คราวหน้าก็คงยังมิสาย วันนี้เขาต้องดูแลเสี่ยวฟูน้อยผู้งดงามตรงหน้าก่อน

"พี่หลงซานพอแล้วขอรับ ข้ากินไม่ไหวแล้ว"

"เจ้าอิ่มแล้วหรือ"

"ขอรับ พี่หลงซานก็กินบ้างเถิด มัวแต่คีบอาหารให้ข้า ท่านยังมิได้กินอะไรเลย"

ซินฟูพูดจบ มือเล็กก็คีบอาหารใส่ถ้วยให้หลงซานบ้าง เจ้าตัวที่ได้รับก็รีบพุ้ยข้าวเข้าปากและรอรับอาหารที่ซินฟูคีบให้

หลูซิวมองภาพตรงหน้าแล้วได้แต่ปลง พี่รองเหตุข้าจึงมองเห็นท่านมีหูมีหางกระดิกไปมา เหมือนหมาน้อยที่รอเจ้าของให้อาหารนักเล่า เสี่ยวฟูเอ๋ยพี่รองของข้าผู้นี้คงหลงเจ้าจนมองผู้อื่นมิได้อีกแล้ว

.

.

.

.

.

รถม้าตระกูลฟ่านจอดรอรับคุณชายทั้งห้าด้านนอกโรงเตี้ยม เหล่าบรรดาคุณหนูคุณชายต่างทอดถอนใจเพราะคนพากันขึ้นรถม้าไปเสียแล้วยังมิทันได้เอ่ยวาจาด้วยแม้เพียงครึ่งคำ

รถม้าตระกูลฟ่านมุ่งตรงออกนอกเมืองเลาะชายเขามายังแม่น้ำสายใหญ่อันเป็นจุดหมายปลายทาง

"ถึงแล้วขอรับคุณชาย"

ทั้งห้าลงจากรถม้า ความเย็นจากลมที่พัดพาหอบความสดชื่นมาให้ ต้นไม้ใหญ่ออกดอกงดงามหน้าชมอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำเป็นภาพที่หน้าหลงไหล

"ข้าชอบที่นี่นัก"

หลูซิวเดินไปนั่งมุมหนึ่งใกล้แม่น้ำ ลมเย็นหอบละอองน้ำเบาๆมากระทบผิวให้คลายความเมื่อยล้า

"อาซิวเจ้าอย่าไปใกล้น้ำนัก เกิดพลาดพลั้งไปจะมิดี กระแสน้ำไหลเชี่ยวยิ่ง"

อาซาเดินมามายืนอยู่ไม่ห่างนัก อย่างไรเสียก็อดที่จะคอยดูแลสหายผู้นี้มิได้เสียที

"เจ้าสองคนมานั่งตรงนี้เถิด พี่สั่งให้คนเตรียมชาไว้ให้ด้วย"

เสียงหลางจือเรียกให้สองคนที่เดินแยกออกมากลับเข้าไปรวมกัน หลงซานและซินฟูก็เดินเข้ามาจากอีกด้านเช่นกัน

"ดูเหมือนพี่ใหญ่จะเตรียมการมาเสียทุกอย่าง ผู้ติดตามก็คงมิได้มีเพียงหนึ่งที่เห็นแล้วกระมัง"

หลงซานกล่าวหลังจากนั่งลงตรงโต๊ะน้ำชาที่ถูกเตรียมไว้

"นานแล้วที่พวกเรามิได้อยู่รวมกันเช่นนี้ ข้าเพียงย้อนนึกถึงวัยเยาว์ที่พวกเราพี่น้องได้นั่งจิบชาชิมขนมด้วยกัน"

หลางจือเอ่ยตอบเเววตาจ้องมองสายน้ำเบื้องหน้า

"ใยจึงมิเชิญญาติผู้นั้นมาด้วยเล่า จักได้ครบดังวันวาน"

หลงซานเอ่ยถึงญาติผู้พี่ที่เขามิได้พบมานาน หากแต่มิใช่กับหลางจือและหลูซิวที่พบเจอญาติผู้นั้นอยู่บ้าง หลูซิวใคร่อยากเอ่ยบอกพี่รองตนนักว่าอย่ากล่าวถึงญาติผู้นั้นเพราะช่วงนี้ตนมักเจอคนลอบเข้าห้องบ่อยๆ

"พี่รองข้าว่าแค่พวกเราห้าคนก็ดีมากแล้วขอรับ อย่าได้รบกวนผู้นั้นเลย"

หลูซิวรีบเอ่ยหยุดพี่รองตน แต่ดูเหมือนสวรรค์จะมิเข้าข้างเขาอีกครา

"มินึกว่าคุณชายรองฟ่านจะอยากพบญาติผู้พี่เพียงนี้"

เสียงหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมกับตัวคนในชุดสีขาวปักลายพยัคฆ์ ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากไม้

"ท่าน!!!"

หลางจือ หลงซาน หลูซิว อาซา ต่างตกใจมิแพ้กันเมื่อผู้มิควรอยู่กลับมาอยู่เบื้องหน้า มีเพียงซินฟูที่นั่งมิรู้เรื่องราว

"หึๆ จะมิทักทายผู้พี่หน่อยหรือไร"

"เหอะ มิได้เชิญ เหตุใดข้าต้องทักทาย"

หลงซานตอบกลับผู้มาใหม่แล้วละความสนใจไปที่ซินฟู ผู้มาใหม่มองตามแล้วนึกสนุกขึ้นมาบ้าง หลูซิวสบตากับอาซาอย่างรู้ความ เห็นทีวันนี้พี่รองมิรอดแน่

"โอ๊ะ! คุณชายน้อยผู้นี้เจ้ามีนามว่าอันใดหรือ"

"ข้าเว่ยซินฟูขอรับ แล้วท่าน"

"ข้ามีนามว่าไป๋จินหู เรียกข้าว่าหูเกอก็ได้"

หลงซานเริ่มคิ้วขมวดไป๋จินหูอันใดกัน มิใช่ว่าท่านแซ่จ้าวหรอกหรือ หูเกออันใดกัน แล้วสายตาที่มองเจ้าตัวน้อยของข้านี้อีกช่างมิน่าวางใจ

"ขอรับหูเกอ"

เสี่ยวฟูก็ช่างว่าง่ายคนอายุมากกว่าให้ตนเรียกเช่นไรก็เรียกตาม หลงซานมิพอใจนัก

"เสี่ยวฟูเจ้ามานั่งตรงนี้ จักได้หยิบขนมง่ายๆ"

หลงซานจัดแจงจะเปลี่ยนที่นั่งให้เจ้าตัวน้อยเมื่อจินหูนั่งลงข้างๆซินฟู

"จะเปลี่ยนที่ให้ยุ่งยากไปใย เสี่ยวฟูเจ้าอยากกินอันใดหูเกอจะหยิบให้เจ้าเอง"

จินหูมิว่าเปล่ามือก็ยังหยิบขนมไปวางบนจานให้กับซินฟูด้วย

"ขอบคุณขอรับหูเกอ"

จินหูยกยิ้มพอใจเด็กน้อยช่างว่าง่ายเสียจริง น่าขโมยตัวกลับจวนตนนัก ติดแต่กับสายตาราวกับกระบี่ที่แทบจะเสียบทะลุกายเขาที่จ้องมองอยู่ หลงซานเอ๋ยจุดอ่อนของเจ้าครานี้ช่างสนุกยิ่งนัก

"เอ่อ...ท่านพี่จินหู มิทราบว่าท่านมาถึงนี่มีอันใดหรือไม่"

หลูซิวที่เห็นถึงความหน้าอึดอัดของพี่รองตนกับญาติผู้นี้ก็อดกล่าวแทรกมิได้

"ข้าเพียงมาเที่ยวเล่นเท่านั้น โชคดีจริงที่พบเจอพวกเจ้า แล้วนั้นเซียนซาใช่หรือไม่ กลับมาแล้วรึ มิพบกันนาน"

อาซาที่ถูกพูดถึง ก็ถึงกับเหงื่อตกมีรึตนจะจำมิได้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร เมื่อยังเยาว์ก็พบกันอยู่บ้าง เพียงแต่ในเวลานี้ก็มิรู้จะทำตัวเช่นไรต่อคนผู้นี้ดี

"คารวะ อะ..."

"ไป๋เซียนซา!!!!"

เสียงทรงอำอาจเอ่ยขัดอาซาถึงกับสะดุ้ง ขยับนั่งชิดหลูซิว ซินฟูเหมือนคิดบางอย่างขึ้นได้มองหน้าจินหูและอาซาสลับกัน

"พี่อาซากับหูเกอให้แซ่ไป๋เช่นเดียวกัน"

"มารดาข้าเป็นพี่สาวของท่านน้าฮวาลี่"

จินหูกล่าวกับซินฟู มือใหญ่วางบนกลุ่มผมนุ่มอย่างเอ็นดู หากแต่สายตายังจ้องประสานกับหลงซานไม่วางตา

หลางจือเห็นเเล้วก็ให้ละอา สองคนนี้เจอกันเมื่อใดเป็นต้องมีเรื่อง เอาเถิดโตๆกันแล้วข้าจะมิยุ่ง

อาซาเพียงมองอย่างสงสารเด็กน้อยที่มิรู้ความว่าอยู่กลางไหน้ำส้มเสียแล้ว

ส่วนหลูซิวก็นึกขันนักพี่รองอย่างไรท่านก็สู้คนผู้นี้มิได้อยู่ดี เพียงท่านทำไหน้ำส้มแตกคนผู้นี้ก็กุมชัยชนะแล้ว

หลงซานจ้องตาจินหูอย่างโกรธเคือง มือท่านนั้นจะอยู่ข้างลำตัวมิได้หรืออย่างไร ใยจึงวางอยู่กับเสี่ยวฟูของข้า น้ำเสียงอ่อนหวานนั่นก็ช่างกะไร ละครเล่เรื่องใดเล่านั้น เหอะ คิดว่าเป็นผู้มีอำนาจแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้เช่นนั้นหรือ มิมีทาง

"เสี่ยวฟู"

หลงซานเรียกซินฟูให้หันมาสนใจตน ก่อนจะอุ้มคนลอยมานั่งตักตนไว้ เจ้าตัวเล็กดูจะตกใจไม่น้อย หากแต่ก็มิได้ขัดขืนอันใด หลงซานมองจินหูอย่างผู้ชนะ หารู้ไม่ว่าตัวนั้นแพ้อย่างหมดท่า

"อาซิว อาซา เจ้าว่าหรือไม่ ตรงนี้น้ำส้มช่างฉุนแท้"

หลูซิวกับอาซาได้แต่คิดในใจ ท่านอย่าโยนเผือกร้อนมาให้พวกข้าได้หรือไม่เล่า

ส่วนหลงซานนั้นก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวพลาดไปเสียแล้ว ก็ตอนรอยยิ้มที่ประดับบนหน้าญาติผู้นั้น แม้มีหน้ากากปิดบังไปบางส่วน ก็ยังรับรู้ได้ถึงความสุขกับชัยชนะ แต่ก็เอาเถิดอย่างไรเสียตนก็ได้รู้ว่าผู้พี่เพียงแต่แหย่ตนเล่น มิได้คิดแย่งเจ้าตัวน้อยไปจากตนก็ให้วางใจไปได้อีกครา

 

 

 

.....................................

 

อะจร้าาาา หึงเบาๆไปก่อนน้องยังเล็กนักเบาได้ก็เบานะพี่รอง

ตัวละครลับจะค่อยๆโผล่ออกมาหลังจากนี้นะคะ ซึ่งก็มีอยู่ตัวเดียวนี่ละ มาหลายตอนแล้วด้วยแต่พึ่งจะมีบทจริงๆจังๆ หลังจากนี้พี่แกจะมีบทเข้ามาเรื่อยๆเลย

ส่วนพระเอกนั้น.....เหมือนเราจะลืม...😁😁😁😁

 

ความคิดเห็น