email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่11 : ข้าวกล่องสื่อรัก

ชื่อตอน : ตอนที่11 : ข้าวกล่องสื่อรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 02:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่11 : ข้าวกล่องสื่อรัก
แบบอักษร

ตอนที่11 : ข้าวกล่องสื่อรัก

 

 

หลังจากพักผ่อนไปสองวันเต็ม หมอไป๋ก็กลับมาทำงานตามปกติ เขายังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม อยู่กับบรรยากาศเดิมๆ เช่นเดียวกับผู้คนที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลกันอย่างไม่ขาดสายเหมือนเดิม และเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ทำงานกันอย่างเต็มที่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หมอไป๋นั่งทำงานอยู่ที่ห้องตามปกติ วันนี้เขาขับรถมาทำงานด้วยตัวเอง เพราะหลงเว่ยติดงานในการคัดเลือกและการทดสอบบอดิ้การ์ดที่รับเข้ามาใหม่ เนื่องจากเฟยหยางแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าบอดิ้การ์ดของแก๊งมังกรดำ เขาจึงมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับคนเข้ามาทำงานในแก๊ง ส่วนอี้จางก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยของเขาอีกที วันนี้ข้างกายของหมอหนุ่มจึงปราศจากบอดี้การ์ดหน้านิ่งอย่างหลงเว่ยนั่นเอง

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ หมอหนุ่มก็ยังนั่งทำงานไม่ยอมไปไหน จนมันใกล้จะถึงเวลาพักเที่ยงนั่นแหละ เขาถึงยอมปิดแฟ้มเอกสารเพื่อเตรียมตัวพักไปกินข้าว แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องซะก่อน

 

 

ก็อก ก็อก ก็อก...

"เข้ามาเลยครับ" หมอหนุ่มเอ่ยบอกอย่างสุภาพ

"คุณหมอคะ มีคนฝากของมาให้ค่ะ" พยาบาลสาวบอกพร้อมยื่นถุงอะไรบางอย่างมาให้หมอหนุ่ม มันเป็นถุงผ้าสีขาวที่ถูกมัดปากถุงไว้ จึงทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าของข้างในเป็นอะไร

"ใครเหรอครับ" หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นมือไปรับของไว้

"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เขาบอกแค่ว่าฝากให้หมอไป๋ แล้วก็เดินออกไปเลย" พยาบาลสาวตอบกลับตามความจริง เพราะเธอไม่รู้จักคนที่เอาของมาให้ เพราะวันนี้ธันวาไม่ได้เป็นคนเอามาให้เอง แต่เขาใช้ให้เลขาหนุ่มเป็นคนเอาเข้าไปให้ จึงไม่แปลกที่พยาบาลสาวจะไม่รู้

"ออครับ งั้นขอบคุณมากนะครับ" หมอหนุ่มพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณหญิงสาวอย่างสุภาพ

"งั้นดิฉันขอตัวนะคะ" เธอเองก็พยักหน้าตอบยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วเดินออกจากห้องไป

 

หมอหนุ่มเพ่งมองถุงผ้าด้วยความสงสัย พร้อมกับตั้งความถามมากมายขึ้นมาในหัว เพราะไม่เคยมีใครเอาของมาให้เขาแบบนี้ นอกจากของขวัญวันเกิดหรือของขวัญที่เฟยหยางซื้อให้เนื่องในโอกาสต่างๆ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจแกะเชือกที่มัดปากถุงออกช้าๆ

 

"หื้ม? กล่องข้าวเหรอ?" หมอหนุ่มอุทานออกมาด้วยความสงสัย คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างอัตโตมัต เขาเริ่มสำรวจของในถุงทีละอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าพอแกะเชือกออกมาสิ่งแรกที่ปรากฏคือกล่องข้าวสีครีมขนาดกลางหนึ่งกล่อง และพอเอากล่องข้าวออกมาก็พบกล่องอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่างอีกหนึ่งกล่อง และบนกล่องมีโพสต์อิทสีชมพูแปะไว้ด้วย

 

'กินให้อร่อยนะ คิดว่ามึงคงชอบ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ลดของเผ็ดลงบ้างก็ดี... ธันวา'

 

"ไอ้ธัน...งั้นเหรอ?" หมอหนุ่มพึมพำออกมาเหมือนไม่อยากเชื่อ เขารู้สึกอึ้งไม่น้อยเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนส่งของมาให้ แต่แล้วอยู่ๆเขาก็เผลอหลุดยิ้มออกมา เมื่อเปิดกล่องข้าวใบแรกแล้วพบว่าข้างในเป็นข้าวเหนียวไก่ย่าง ส่วนอีกกล่องเป็นยำกุ้งสดหมูยอที่เขาชื่นชอบ

ใบหน้าหวายเผยรอยยิ้มกว้างออกมาอย่างปิดไม่มิด พลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่ธันวาซื้อยำจากร้านโปรดมาให้เขา แต่อีกฝ่ายกลับบอกเขาว่าให้ลูกน้องไปซื้อ ทั้งที่ความจริงเป็นคนไปนั่งรอคิวซื้อเองแท้ๆ

หมอไป๋รู้เรื่องนี้ เพราะหลังจากที่ธันวากลับไป เขาก็เข้าเฟซหาไรดูตามปกติเหมือนอย่างทุกวัน และก็ดันไปเห็นรูปถ่ายของธันวาที่มีคนแอบถ่ายเอาไปลง เขาจึงรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วธันวาเป็นคนตั้งใจซื้อยำมาให้เขา แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายต้องโกหกด้วย แล้วไหนจะเรื่องข้าวกล่องนี่อีก หมอหนุ่มครุ่นคิดด้วยความสับสน เพราะเขาคิดไม่ออกจริงๆว่าทำไมธันวาถึงทำแบบนี้ และทำไปเพื่ออะไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทำดีมาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่ทำดีตบ จริงมั้ย?

 

"กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงทำแบบนี้ไปทำไม แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ" หมอหนุ่มบอกกับตัวยิ้มๆ ก่อนจะแปะโพสต์อิทไว้บนปฏิทิน หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือทานมื้อเที่ยงของตน และทันทีที่ได้กินหมอหนุ่มก็รู้เลยว่ายำกล่องนี้ไม่ใช่ยำจากร้านโปรดของตน แต่เขาก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะยังไงไอ้เจ้ายำนี่ก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว และต้องขอบคุณในความใส่ใจของคนให้ ที่รู้ว่าตนชอบกินหมูยอกับกุ้งสด

ใบหน้าหวานเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม หมอหนุ่มไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกดีแค่ไหนกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้

 

 

.....

 

ทางฝั่งของธันวา ตอนนี้เขากำลังนั่งรอการตอบกลับจากเจ้าของใบหน้าหวานอยู่ ดวงตาคมจ้องมองโทรศัพท์ตาไม่พริบ เฝ้ารอว่าหมอหนุ่มจะทักมาบอกหรือถามอะไรตนรึเปล่า แต่จนแล้วจนรอดก็เหมือนจะไร้วี่แวว เขาจึงลุกขึ้นและหยิบกุญแจเพื่อออกไปทำอะไรให้หายเซ็ง

 

 

ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง!

แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงข้อความเด้งขึ้นมา ธันวาดีใจรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะคนที่ทักมากลับไม่ใช่คนที่เขาเฝ้ารอนั่นเอง

 

คุณแม่

ธัน

อาทิตย์นี้ลูกต้องไปงานเลี้ยงพร้อมพ่อกับแม่นะ

หยางกับเวลก็ไปด้วย

อย่าหนีกลับเหมือนทุกทีล่ะ ไม่งั้นเจอดีแน่

 

และทันทีที่ได้อ่านข้อความ ร่างสูงถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหนาย เพราะเขารู้ดีว่าพ่อกัยแม่ต้องวางแผนหาผู้หญิงมาจับคู่ให้เขาอีกแน่ๆ

 

ธันวา

ครับแม่

ผมจะพยายาม

 

และนี่คือสิ่งที่เขาตอบกลับไป ถึงใจจะอยากปฏิเสธมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็หนีความขี้บงการของผู้เป็นแม่ไม่พ้น ถึงไม่ไปงานนี้ยังไงก็ต้องไปงานอื่นอยู่ดี เขาจึงเลือกที่จะไปตามความต้องการของแม่ เพื่อไปทำให้หญิงสาวที่แม่แนะนำไม่ชอบในตัวเขา ซึ่งนั่นก็เข้าทางเขา คือฝั่งผู้หญิงไม่อยากสานต่อ และทุกอย่างก็จะจบเหมือนสาวๆคนอื่นที่ผ่านมา

 

ร่างสูงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้วยอาการเซ็งแบบสุดขีด จากตอนแรกที่ผิดหวังจากการรอข้อความจากหมอไป๋ ตอนนี้กลับมาเจอเรื่องนี้เข้าไปอีก บอกเลยว่ายิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม ร่างสูงเดินออกจากบริษัทด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะขับรถหรูออกไปด้วยความเร็วสูง และไม่ต้องบอกว่าสถานที่ที่เขาจะไปคือที่ไหน นอกจากสนามมวยที่เขามักจะชอบไปตอนเครียดๆหรือตอนรู้สึกเซ็งแบบสุดขีดอย่างนี้นี่เอง

 

 

ธันวาใช้เวลากับการต่อยมวยไปสองชั่วโมงเต็ม เขาระบายความอัดอั้นใส่กระสอบทรายทั้งหมด ต่อยแบบไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด ไม่รู้ว่าตอนนี้รู้สึกโกรธที่แม่ชอบยัดเยียดสาวให้ตน หรือรู้สึกน้อยใจที่หมอไป๋ไม่สนใจเขากันแน่ สมองมันปั่นป่วนไปหมด

 

"โค้ชครับ พี่ธันเขาเป็นอะไรของเขาอ่ะครับ มาถึงก็ใส่เอาๆไม่พูดไม่จาเลย" เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามโค้ชที่เปรียบเสมือนเพื่อนของธันวา ตอนนี้พวกเขาต่างหยุดซ้อมและมองดูธันวาด้วยความสงสัย เพราะมาถึงร่างสูงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินมาอัดกระสอบทรายเลย ไม่พูดไม่จากับใครสักคำ

"ไม่รู้สิ สงสัยคงเครียดเรื่องงานล่ะมั้ง" โค้ชหนุ่มบอกลับเสียงเรียบ พร้อมกับจ้องมองเพื่อนคนสนิทด้วยสีหน้าครุ่นคิด

เขาเป็นเพื่อนกับธันวามาตั้งแต่มัธยม ทั้งคู่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่ก่อนธันวามักจะมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนบ่อยๆ นานๆไปก็โดนรุม จนเขาต้องไปช่วย ทั้งสองจึงได้สนิทกันตั้งแต่นั้น และธันวาก็มาฝึกมวยกับเขา จนอีกฝ่ายมีฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา

แต่หลังเรียนจบเขาก็ย้ายมาอยู่กรุงเทพ ส่วนธันวาก็เรียนต่อที่เดิม ทั้งสองติดต่อกันผ่านโซเชียลมีเดียตลอด จนตอนที่เกิดเรื่องเวลนั่นแหละ พวกเขาจึงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และธันวาก็มักจะมาต่อยมวยที่ค่ายของเขาบ่อยๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกมั้งที่อีกฝ่ายมาหลังจากย้ายมาบริหารงานที่กรุงเทพ

 

"ใช่เหรอครับโค้ช ผมว่าครั้งนี้มันหนักกว่าที่ผ่านมานะครับ ดูสิ ตั้งแต่มายังไม่ยอมพักเลย" เด็กหนุ่มบอกกลับด้วยความเป็นห่วง

"ใช่ครับโค้ช ผมไม่เคยเห็นพี่ธันเป็นแบบนี้เลยนะครับ" เด็กหนุ่มอีกคนแสดงความคิดเห็น ทั้งสามจ้องมองธันวาด้วยความเป็นห่วง

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปดูเอง นายสองคนกลับไปซ้อมต่อได้แล้ว อีกสองอาทิตย์ต้องขึ้นชกแล้วนะ" โค้ชหนุ่มบอกก่อนจะดันไหล่ให้เด็กหนุ่มสองคนกลับไปซ้อมเหมือนเดิม ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวสูงที่เอาแต่แตะอัดกระสอบทรายแบบไม่ยอมหยุดพัก

 

 

"ไอ้ธัน! พักก่อนเถอะ มึงจะอัดให้กระสอบทรายทะลักออกมาเลยรึไงวะ" โค้ชหนุ่มตะโกนบอกเพื่อนเสียงดัง

"เออแม่ง! กูจะอัดจนกว่ามันจะทะลักออกมานั่นแหละ" ร่างสูงหันมาตะโกนตอบเพื่อน ก่อนจะกลับไปต่อยแตะและอัดกระสอบทรายต่ออีกครั้ง โค้ชหนุ่มจึงได้แต่ถอนหานใจเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อน ซึ่งเขารู้ดีว่าถ้าอีกฝ่ายมีอาการแบบนี้เขาไม่ควรไปยุ่งเด็ดขาด

โค้ชหนุ่มจึงหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปหาลูกศิษย์ของตัวเอง แต่โทรศัพท์ของธันวาดันมีข้อความเด้งขึ้นมาซะก่อน เขาจึงหยุดและหยิบโทรศัพท์เพื่อนขึ้นมาดู

 

 

ติ้ง! ติ้ง!

 

"ไอ้ธัน มีคนทักมาหามึงอ่ะ" โค้ชหนุ่มตะโกนบอกเพื่อนอีกครั้ง

"ใครวะ" ธันวาถามทั้งที่ไม่ได้หันมามองเพื่อนเลยด้วยซ้ำ เขายังคงต่อยกระสอบทรายอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เหมือนเดิม

"ชื่ออะไรไป๋ๆนี่แหละ มึงมาดูเองละกัน" โค้ชหนุ่มบอกปัดๆ เพราะเขาไม่ได้เห็นข้อความอะไรชัดเจน ทันเห็นแค่ชื่อผู้ส่งเท่านั้น

"มึงว่าใครนะ ขออีกทีดิ้" ธันวาหันมาถามเพื่อนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง เขาหยุดหมัดแทบจะทันทีเมื่อได้ยินสิ่งเพื่อนบอก

"ไป๋เซียนมั้งถ้ากูดูไม่ผิด ทำไมวะ" โค้ชหนุ่มตอบกลับพร้อมทำหน้าสงสัยกับอาการที่เปลี่ยนไปกระทันหันของเพื่อน ส่วนฝั่งของธันวานั้นทันทีที่ได้รับคำยืนยัน เขาก็หลุดยิ้มออกมาซะอย่างงั้น เขารีบถอดนวมแล้วเดินมาคว้าโทรศัพท์ของตัวเองไปทันที

 

"ไหนเอามาดูดิ้"

"อะไรของมึงวะ เมื่อกี้ยังเหมือนหมาบ้าอยู่เลย" โค้ชหนุ่มบอกพร้อมกับจ้องมองสีหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ คนอะไรวะผีเข้าผีออก

"เรื่องกู!" คนหล่อตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือของตัวเองต่อ โค้ชหนุ่มถึงกับส่ายหน้าให้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนอย่างกระทันหันของเพื่อนอย่างเอือมๆ

"เออ! เรื่องมึง งั้นต่อไปมีปัญหาก็ไม่ต้องมาปรึกษากูอีกนะ ไอ้เพื่อนเวร" โค้ชหนุ่มด่าเพื่อนตัวเองแบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไป ส่วนร่างสูงก็ยืนอมยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ดวงตาคมจ้องมองข้อความในโทรศัพท์อย่างไม่อยากเชื่อ

 

Paixian

ขอบคุณนะสำหรับข้าวกล่อง

มันอร่อยมาก :)

 

ไม่น่าเชื่อว่าแค่ข้อความสั่นๆเพียงสองประโยคจากหมอไป๋ จะสามารถทำให้อารมณ์ที่เคยหงุดหงิดและซังกะตายของเขาหายเป็นปลิดทิ้ง คนหล่ออ่านข้อความนั้นซ้ำๆพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดว่าจะตอบกลับไปแบบไหนดี เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนกำลังจีบอยู่ เพราะเขายังไม่รู้ว่าหมอไป๋จะโอเคมั้ยถ้ารู้ว่าเขาจีบ

 

"เอาแบบนี้ละกัน ดูไม่รุกจนเกินไป" คนหล่อพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะกดข้อความในแชทแล้วส่งกลับไป

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ไม่เป็นไร

ไว้พรุ่งนี้จะซื้อไปให้อีก

อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย

 

หลังจากที่กดส่งไป ธันวาก็จดจ่ออยู่กับหน้าแชทของหมอหนุ่มอยู่อย่างนั้น แต่ไม่กี่นาทีอีกฝ่ายก็กดอ่าน แต่ในนาทีต่อมาก็ส่งข้อความกลับมาหาเขา

 

Paixian

ไม่เป็นไร

กูเกรงใจอ่ะ

แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้ว

 

และเมื่ออ่านจบก็ไม่รอช้า เขารีบตอบกลับอีกฝ่ายไปทันที

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ไม่เป็นไร กูก็เต็มใจเหมือนกัน

ถือว่าไถ่โทษเรื่องที่ผ่านมาไง

 

Paixian

งั้นก็ได้

แต่แค่อาทิตย์เดียวพอนะ

กูเกรงใจอ่ะ

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

โอเค

อาทิตย์เดียวก็อาทิตย์เดียว

 

Paixian

ตามนั้น :)

 

 

แล้วการสนทนาผ่านแชทของทั้งคู่ก็จบลงแค่นี้ ธันวารู้สึกดีใจไม่น้อยที่หมอไป๋ยอมทักมาหาตน ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจเขาซะแล้ว แต่พออีกฝ่ายทักมาความวุ่นวายใจและความหงุดหงิดก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปหมดสิ้น ตอนนี้เขารู้สึกดีใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก สีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปจากตอนแรกจนเพื่อนโค้ชที่ยืนดูอยู่ห่างๆถึงกับอดที่จะแซวไม่ได้

 

"ผีเข้ารึไงวะ ตอนแรกยังเห็นหงุดหงิดอยู่เลย"

"ตอนแรกก็โคตรหงุดหงิดอ่ะนะ แต่ตอนนี้กูอารมณ์ดีแล้วว่ะ ดีแบบดีมากๆเลยด้วย" คนหล่อบอกกลับพร้อมกับยักคิ้วให้เพื่อนกวนๆ

"เพราะคนที่ทักมาหามึงเมื่อกี้ใช่ปะ" โค้ชหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

"หึ เรื่องอะไรกูจะบอก ป้ะ ไปแดกเหล้ากัน เดี๋ยวกูเลี้ยง" ธันวาไม่ยอมตอบคำถามเพื่อน แต่กลับใช้แขนล็อกคออีกฝ่ายให้เดินออกไปด้วยกัน

"ไอ้เซี้ยธัน ปล่อยกู แม่ง! เดี๋ยวนี้มึงมีความลับกับเพื่อนเหรอวะ" โค้ชหนุ่มบอกพร้อมกับพยายามดึงมืออีกฝ่ายออก

"เออน่ะ รอถึงเวลาเดี๋ยวกูบอกเอง" คนหล่อบอกกลับเสียงเรียบก่อนจะยอมปล่อยคอเพื่อนเมื่อเดินมาถึงห้องล็อกเกอร์

"จริงจังเหรอวะ กูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้เลย" โค้ชหนุ่มถามขึ้น เพราะจากการที่เขาสังเกตอาการของเพื่อนแล้ว มันบ่งบอกชัดเจนว่าอีกฝ่ายแคร์เจ้าของแชทที่ทักมามากแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้มาก่อน มันจึงทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ที่อยู่ๆคนที่ไม่เคยคิดจะรักใครอย่างธันวา เกิดมาสนใจคนๆหนึ่งมากมายขนาดนี้

 

"อืม กูรู้สึกว่ากูตกหลุ่มรักเขาว่ะ" คนหล่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะตอนนี้เขารู้สึกแบบนั้นกับหมอไป๋จริงๆ

"แน่ใจเหรอวะ ไม่ใช่แค่หลง?" โค้ชหนุ่มถามกลับ

"ไม่ใช่แน่นอน กูมั่นใจว่ากูรักเขา" ธันวาบอกกลับน้ำเสียงหนักแน่น ใบหล่อหล่อเหลาแสดงออกชัดเจนว่าเขารู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เพราะกูไม่อยากเห็นมึงต้องมาเสียใจเหมือนตอนนั้นอีก" โค้ชหนุ่มพยักหน้ารับรู้ก่อนจะบอกเพื่อนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขารู้ดีว่าเพื่อนของเขาเคยเจ็บปวดกับความรักมาก่อน ความรักจอมปลอมที่มีแต่คำหลอกลวง จนทำให้คนดีๆอย่างธันวาเกือบหมดอนาคตเพราะผู้หญิงชั่วๆคนนั้น ออ แล้วยังมีไอ้ชั่วที่เป็นคนบงการนั่นอีก เขายังจำหน้ามันสองคนได้ไม่เคยลืม ไอ้ชั่วกับอีชั่วที่รวมหัวกันทำลายชีวิตเพื่อนของเขา ถ้าตอนนั้นเขาไม่เข้าไปช่วย ธันวาคงโดนจับเข้าสถานพินิจไปแล้ว

 

"หึ ถ้ากูจะเสียใจมันก็อาจจะเป็นเพราะตัวกูเองแหละ เพราะกูเชื่อว่าเขาไม่ทำร้ายกูเหมือนผู้หญิงสารเลวคนนั้นแน่นอน" ธันวาบอกกลับเสียงแข็ง ใบหล่อเรียบเฉยเมื่อนึกถึงอดีตความรักที่แสนเจ็บปวดของตน ใช่ เขาเคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิ! เรียกว่าแค่หลงดีกว่า

ตอนมัธยมเขาเคยหลงผู้หญิงคนหนึ่งมาก เพราะเธอทั้งสวยและทั้งเก่ง เป็นที่หมายปองของผู้ชายเกือบทุกคน แต่เธอคนนั้นกลับเลือกเข้าหาเขา และแน่นอนว่าเขาไม่ปฏิเสธ จนทั้งคู่ได้ลองคุยกัน และธันวาเริ่มรู้สึกชอบหญิงสาว แต่เธอดันเห็นเขาเป็นแค่เกมๆหนึ่งเท่านั้น เพราะเธอโดนจ้างจากผู้ชายสารเลวคนหนึ่งให้มาตีสนิทเขา ทำลายชีวิตของเขา และแน่นอนว่าเขาตกหลุ่มพรางเธอ จนวันที่เขาจัดงานเลี้ยงเพื่อจะขอเธอเป็นแฟน เธอกลับทำลายเขา จนทำให้เขาเกือบหมดอนาคตเพราะความเลวและเห็นแก่เงินของเธอ

เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ นอกจากพวกชั่วสองคนนั้น และเพื่อนคนนี้ของเขาและตัวเขาเอง ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องสองคนนั้นก็ลาออกไปเลย พวกเขาไม่ได้เจอและไม่ได้ข่าวสองคนนั้นอีก และธันวาเองก็ยังเด็ก เขาจึงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่ฟัง เพราะหากพวกท่านรู้เรื่องนี้ มันอาจจะทำให้พวกท่านไม่สบายใจและเป็นกังวลเรื่องของเขามากก็ได้ เขาจึงเลือกปกปิดเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้ใครรับรู้คนเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับ

 

และหลังจากผ่านเรื่องนั้นไป ธันวาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากคนที่เคยสดใสและอารมณ์ดีกลายเป็นคนเย็นชาและปากร้ายไปเลย เขาไม่เคยคิดจะรักหรือจริงจังกับใครอีก เพราะเข็ดกับความรักจอมปลอมที่เคยพบเจอ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาเพียงเพราะเงิน เขารู้สึกรังเกียจและขยะแขยงคนพวกนี้มาก แต่เขายังใช้ชีวิตเสเพลเหมือนชายหนุ่มทั่วไป เพราะชีวิตผู้ชายอย่างกับเรื่องบนเตียงมันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ในเมื่อหาคนดีๆไม่ได้ก็ไม่ต้องรักใครดีที่สุด เขาจึงเลือกวิธีซื้อกินมาตลอด เพราะรู้สึกว่ามันแฟร์กับทุกฝ่าย ทั้งตัวเขาและผู้หญิงที่รับงาน เขาได้ปลดปล่อย ส่วนผู้หญิงกลุ่มนั้นก็ได้เงินไป

 

แต่พอมาเจอหมอหนุ่มทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ตอนแรกเขาก็แค่อยากเอาชนะอีกฝ่ายแค่นั้น แต่ไปๆมาๆกลับรู้สึกพิเศษกับอีกฝ่ายซะงั้น และกว่าจะรู้ตัวก็รู้สึกตกหลุ่มรักอีกฝ่ายไปแล้ว เขาก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้คืออะไร มันใช่สิ่งที่คนอื่นเรียกว่าความรักรึเปล่า แต่เวลาที่ได้อยู่ใกล้ ได้เห็นรอยยิ้ม ได้พูดคุย หรือแค่ได้แอบมอง เขามักจะมีความสุขเสมอ ถึงแม้มันจะเป็นแค่เวลาสั้นๆก็ตาม

 

อยากทำอะไรๆให้อีกฝ่ายได้มีรอยยิ้ม อยากทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายมีความสุข  อยากให้อีกฝ่ายหันมาสนใจ และอยากเป็นเจ้าของอีกฝ่ายเพียงคนเดียว นี่รึเปล่านะที่เขาเรียกว่าความรัก ถ้ามันใช่ก็คงใช่แล้วแหละ เพราะเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลยจริงๆ หมอไป๋คนแรกและคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้

 

 

"งั้นก็ดี ไว้พามาแนะนำให้กูรู้จักบ้างนะ กูอยากเจอคนที่สยบเสือร้ายอย่างมึงได้ว่ะ ฮ่าๆๆ" โค้ชหนุ่มพยายามพูดเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น เขารู้ดีว่าธันวาเคยเจ็บปวดกับความรักตอนนั้นมากแค่ไหน 'ไม่น่าพลั้งปากเลยกู' ชายหนุ่มได้แต่สบถด่าตัวเองในใจ เพราะเผลอพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป

 

"อืม รอกูจีบเขาติดแล้วจะพามาแนะนำให้มึงรู้จัก" คนหล่อบอกเสียงเรียบ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินไปทางห้องน้ำ เขาพยายามลบความจำเรื่องอดีตที่แสนเลวร้าย ก่อนจะกลับมายิ้มหน้าบานเมื่อนึกถึงคนหน้าหวานของเขา

 

"หวังว่าครั้งนี้มึงจะเจอคนดีๆสักทีนะ" ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับมองแผ่นหลังของเพื่อนที่เดินหายลับไป

 

 

 

To be continued...

แงง...มาแล้ว ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ ช่วงนี้เค้าเครียดมากจริงๆ คิดอะไรไม่ค่อยออกเลย หวังว่ารีดคงจะไม่โกรธนะ เค้าขอโทษจริงๆค้าบ แต่เค้าพยายามมากแล้ว หวังว่าทุกคนคงจะชอบนะ 😢🙏

ตอนนี้เริ่มบอกปมของพี่ธันแล้ว เราต้องมาลุ้นกันว่าความรักครั้งนั้นของพี่ธันมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนหล่อจิตใจดีถึงกลายเป็นคนเย็นชาปากร้ายได้ถึงขนาดนี้ ต้องมาลุ้นกันนะคะ อิอิ รักทุกคน 😍💗💗

 

ความคิดเห็น