email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉันไม่ใช่ออสตินคนเดิมอีกแล้ว 100%

ชื่อตอน : ฉันไม่ใช่ออสตินคนเดิมอีกแล้ว 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2563 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉันไม่ใช่ออสตินคนเดิมอีกแล้ว 100%
แบบอักษร

[Part : ไอหมอก] 

"หนูต้องกลับแล้วนะ" ฉันวางสายจากออสตินแล้วเงยหน้าบอกพ่อเสียงเนือย พ่อเงยหน้าขึ้นมองฉันทันทีแล้วทำคิ้วย่นใส่ 

"จะรีบไปไหน? แล้วใครโทรมา?" คำถามของพ่อทำให้ฉันต้องฉีกปากยิ้มแฉ่ง เข้าโหมดหวงลูกสาวซะแล้ว 

"หมาบ้าออสตินน่ะ หมอนั่นบอกว่าไม่สบาย" ฉันตอบพ่อตามตรงเพราะพ่อรู้จักกับหมอนั่นเหมือนกัน แต่ถึงพ่อจะรู้จักออสตินก็ไม่ใช่ว่าพ่อจะปลื้มหมอนั่นหรอกนะ ตรงกันข้ามเลย พ่อเขม่นหมอนั่นสุด ๆ 

"แล้วทำไมต้องโทรมาหาเราด้วย?" พ่อยังถามไม่หยุด หรี่ตาลงอย่างจับผิด ฉันเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะเดินไปโอบกอดเอวพ่ออย่างเอาใจ 

"ออสตินไม่ค่อยกลับบ้าน หมอนั่นอยู่บ้านเพื่อนที่เป็นหมอเหมือนกันแล้วก็ทำงานหนักเหมือนกัน พ่อก็รู้ว่าโรงพยาบาลรัฐบาลไม่เหมือนเอกชนของพ่อนะ งานหนักจะตายไป" ฉันถูแก้มป่อง ๆ กับอกเสื้อของพ่อ 

"อยู่ห่าง ๆ กันหน่อยก็ดีนะ" พ่อหรี่ตาเตือนแกมสั่ง ฉันเงยหน้ามองพ่อแล้วยิ้มแห้ง ๆ กลับไป 

"หมอนั่นเป็นเพื่อนของหนูนะ เราสองคนเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละ" ฉันตอบพ่อไปแบบนั้นแต่ภายในใจกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ 

ฉันไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมความรู้สึกที่มีต่ออสตินมันถึงสับสนขนาดนี้ ฉันรีบหลบสายตาพ่อแล้วผละออกห่างก่อนจะชูกำปั้นขึ้นแล้วยิ้มตาเป็นประกาย 

"พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอก ใครมาแหยมกับหลานสาวตาแก๊ป ต้องถูกซัดน่วมแน่!" 

"เฮ้อ!" พ่อถอนหายใจเฮือกแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน 

"ขับรถดี ๆ นะ บอกแม่ว่าคืนนี้พ่ออาจจะกลับดึก" 

"แต่ก็กลับใช่มั้ย? ถ้าพ่อไม่กลับ กอหญ้าของเราคงหน้างอไปอีกหลายวัน" ฉันยิ้มน้อย ๆ กอหญ้าของเราก็คือแม่ของฉันเอง แม่ของฉันซุกซนมาก ๆ จนหลายครั้งแม่พวกเราเหมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นแม่น่ะ 

พ่อโบกมือไล่โดยไม่ได้พูดอะไร เวลาพูดถึงแม่ทีไร พ่อของฉันต้องเสียศูนย์ทุกที พ่อรักแม่มาก ตามใจแม่ทุกอย่าง เอาใจทุกเรื่อง พ่อฉันเป็นผู้ชายที่อบอุ่นมาก ๆ เพียงแต่เป็นคนพูดน้อยไปนิด ส่วนใหญ่แม่ฉันจะเป็นคนพูดมากกว่า ในบ้านจะได้ยินแต่เสียงของแม่เท่านั้น 

ฉันออกจากโรงพยาบาลของพ่อแล้วขับรถไปที่บ้านของหมอตั้ม สัตว์ร้ายออสตินน่าจะอยู่ที่นี่แหละ ฉันจอดรถไว้หน้ารั้วบ้านแล้วเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน เห็นรถของออสตินจอดอยู่ในโรงจอดรถแต่ไม่มีรถของหมอตั้ม  

ฉันเปิดประตูเข้าไปในบ้านง่ายดาย บ้านช่องก็ไม่ยอมล็อกให้ ถ้ามีขโมยเข้าบ้านหมอตั้มแล้วฆ่าปาดคอออสตินตายคงเป็นข่าวใหญ่น่าดู 

"ออสติน" ฉันเดินไปหยุดยืนเรียกหมอนั่นที่หน้าประตูห้อง แต่ภายในห้องเงียบกริบ ฉันจึงลองขยับลูกบิดประตูดู มันไม่ได้ลฌอก หมอนั่นอยู่ในห้องหรือเปล่า 

ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้องก็เห็นร่างสูงนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงเหมือนทุกวัน ฉันวางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะแล้วเดินไปเท้าเอวมองออสตินอย่างอ่อนใจ 

ป่วยจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้ฉันมาหาเขาถึงเตียงนอนแล้ว เจ็บใจตัวเองเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ใจเขาก็ได้ แต่สุดท้ายก็ทำแบบนั้นไม่ได้ 

"ออสติน นายไม่สบายตรงไหน?" ฉันทรุดนั่งลงบนเตียงแล้วยื่นมือไปเขย่าแขนเขา ทันทีที่มือฉันแตะตัวเขา อยู่ ๆ มือหนาก็คว้าต้นแขนฉันแล้วกระชากฉันลอยละลิ่วลงไปนอนบนเตียงใต้ร่างสูงภายในพริบตา 

ฉันไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องโวยวายด้วยซ้ำ แต่ทันทีที่ตั้งสติได้กำลังจะอ้าปากร้อง เสียงของฉันก็ถูกกลืนลงคอไปเพราะริมฝีปากเข้มที่กดจูบลงมา ปากเขากดปิดปากฉันแน่น บดขยี้เร่าร้อน ฉันพยายามดิ้นรนและทุบตีเขาแต่ก็ไร้ผล ร่างสูงไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด  

"อื้อ!" ฉันร้องประท้วงในลำคอ ข้อมือฉันถูกมือหนาจับรวบไว้ทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียวของเขา จากนั้นก็ถูกยกขึ้นสูงไปกดไว้เหนือหัว ขาของฉันถูกท่อนขาแข็งแรงกดทับเอาไว้แน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ 

ออสตินมีพละกำลังมากมายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สมัยเรียนฉันยังจัดการเขาได้อยู่เลย ไม่มีทางที่เขาจะแตะต้องเนื้อตัวฉันได้ง่าย ๆ ถ้าฉันไม่ยินยอม แต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว 

ร่างกายของเขาใหญ่โตขึ้น มีมัดกล้ามมากขึ้น หน้าอกที่เมื่อก่อนไม่ได้ล่ำกำยำแบบนี้ ท่อนแขนที่ไม่ได้ดูแข็งแกร่งแบบนี้ ไหนจะขาที่ไม่ได้มีพละกำลังมากมายขนาดนี้ ตอนนี้ทุกส่วนของออสตินแทบจะบดขยี้ฉันให้จมเตียงได้ 

ฉันกลับกลายเป็นเหยื่อตัวน้อย ๆ ไปแล้ว 

"อื้อ!" ฉันสะบัดริมฝีปากจนหลุดเป็นอิสระแต่ใช่ว่าจะหนีไปไหนรอด ยังคงติดอยู่ใต้ร่างหนาของเขา ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เลย 

"นายทำบ้าอะไรของนาย? ลุกไปเดี๋ยวนี้นะ" 

"ไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร?" แต่แทนที่เขาจะทำตามที่ฉันสั่ง เขากลับคำรามใส่ฉันด้วยคำถามที่ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด 

"ใคร?" ฉันถามกลับก่อนจะเม้มปากเป็นเส้นตรง ใบหน้าหล่อหลาอยู่ห่างจากหน้าฉันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ แววตาของเขาลุกวาบราวกับเชื้อเพลิง ตอนนี้อารมณ์ของออสตินไม่เหมือนในทุกวัน เขากำลังหงุดหงิดสุด ๆ 

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรอยู่ เขาหรี่ตาลง มือหนาที่กดข้อมือฉันเอาไว้ลงน้ำหนักแรงขึ้น จากนั้นก็ก้มลงมากัดริมฝีปากล่างของฉันเต็มแรงจนฉันตกใจสะดุ้งเฮือก มันเจ็บนะ! 

"อื้อ!" ฉันร้องในลำคอ จะสะบัดออกก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นต้องเลือดสาดแน่ สุดท้ายต้องยกหัวขึ้นแล้วกระแทกหน้าผากของออสตินเต็มแรง เขาถึงยอมปล่อยฟันจากริมฝีปากของฉัน 

"ไอ้หมาบ้า! มันเจ็บนะ นายมากัดปากฉันทำไม?" ฉันโวยวายใส่เขาด้วยความโกรธ พยายามบิดข้อมือให้หลุดเป็นอิสระ สาบานเลยว่าถ้าหลุดไปได้ ฉันจะซัดเขาให้น่วมเลย 

"แน่จริงก็ปล่อยฉันสิ" ฉันเชิดหน้าใส่เขา เจ็บริมฝีปากล่างนิด ๆ เลือดออกหรือเปล่าเนี่ย 

"แล้วถ้าฉันไม่แน่จริงล่ะ?" เขาเลิกคิ้วถามท้าทาย ริมฝีปากยกยิ้มนิด ๆ ฉันเริ่มจะโกรธมากๆแล้วนะ 

"ต้องการอะไรจากฉัน?" ฉันพยายามระงับอารมณ์ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วถามเขาด้วยสีหน้าจริงจัง ออสตินก็ทำหน้าจริงจังไม่ต่างกัน สีหน้าของเขาตอนนี้เหมือนวันที่เขาไปถามฉันด้วยประโยคที่ว่า 'จะเอายังไง' ในวันนั้นเลย 

"ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากเธอทั้งนั้น" เขาตอบกลับมาเสียงห้วนแล้วยอมปล่อยฉันเป็นอิสระ ร่างสูงลุกขึ้นนั่งที่ริมเตียง เขานั่งหันหลังให้ฉันแล้วเงียบไป ส่วนฉันรีบร้อนลงจากเตียงไปยืนอยู่อีกมุมของห้องพลางกวาดสายตามองออสตินไปทั่วร่าง 

เขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ฉันไม่เคยสังเกตเขาจริงๆจังๆเลย ที่ผ่านมาฉันมองเห็นเขาเป็นแค่ผู้ชายที่เก้งก้าง เรี่ยวแรงแทบไม่มี ปล่อยให้ฉันต่อยเขาได้ทุกวี่ทุกวัน แต่ตอนนี้ออสตินกำยำไปทั้งตัว ในทางกลับกันฉันนั้นตัวเหลือนิดเดียวเอง 

หัวไหล่กว้าง ท่อนแขนกำยำ ฝ่ามือหนาใหญ่โตแทบจะกำฝ่ามือฉันมิด ลำคอแกร่ง สันกรามชัดเจน นี่คงเป็นร่างกายของผู้ชายในวัยผู้ใหญ่แล้ว เขาไม่ใช่ออสตินที่อายุน้อยกว่าฉันในวันนั้นอีกแล้ว 

"แล้วนายมาจูบฉันทำไม?" ฉันตัดสินใจถามเขา สลัดหัวไล่เรื่องร่างกายของเขาออกไป 

ออสตินหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก จากนั้นร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วค่อย ๆ ก้าวขาเข้ามาหาฉันช้า ๆ แววตาที่จ้องมองฉันเต็มไปด้วยพลังอำนาจ แววตาที่มักจะหลบซ่อนอยู่ใต้แว่นตาของเขาตอนนี้กำลังจ้องมองฉันโดยไร้แว่นตานั่นมาบดบัง มันเหมือนสะกดฉันไม่ให้ปล่อยหมัดใส่เขา ทำได้เพียงก้าวถอยหลังช้า ๆ และสุดท้ายก็ไปติดที่ผนังห้อง 

"มันนานเกินไปแล้วไอหมอก" ออสตินเท้าฝ่ามือลงบนผนังข้างใบหูฉันแล้วก้มลงมากระซิบลอดไรฟัน ฉันเงยหน้ามองเขาอึ้ง ๆ ส่วนสูงของเขาตอนนี้ สูงกว่าเดิมเยอะเลย 

ทำไมฉันถึงไม่ได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผู้ชายคนนี้เลยนะ ฉันยังคงมองเห็นเขาเป็นเด็กนักศึกษาแพทย์มาตลอด โดยที่ไม่ได้มองภาพของนายแพทย์ออสตินเลย 

"เรื่องอะไร?" ฉันถามกลับเสียงเบาหวิว ออสตินแสยะยิ้มมุมปากออกมา 

"เรื่องของเรา จะเอายังไง?" 

"มันไม่มีเรื่องของเรา เราเป็นเพื่อนกันนะออสติน" ฉันยังยืนยันคำเดิม ที่ผ่านมาออสตินก็ปล่อยผ่านมาตลอดแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ 

"เพื่อนเหรอ? เธอแน่ใจเหรอว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน เธอเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่เคยนอนด้วยได้เหรอ?" 

"ก็มีเยอะแยะไป ที่เพื่อนจะนอนด้วยกันได้ พวกเซ็กเฟรนด์น่ะ" ฉันเชิดหน้าสวนกลับ สีหน้าไม่แสดงออกแต่ที่จริงแล้วตอนนี้หัวใจของฉันมันเต้นระรัวไปหมด ทุกครั้งที่เขาเรียกร้องถึงเรื่องคืนนั้น มันทำให้ใจฉันอยู่ไม่สุขทุกที 

"เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น" ออสตินกระซิบลอดไรฟันแล้วคว้าคางฉันบีบเอาไว้ ก้มหน้าลงมาต่ำอีกนิด ปลายจมูกเสียดสีกันแล้ว 

"ฉันไม่ยอมให้เธอมองฉันเป็นแค่เซ็กซ์เฟรนด์หรอก"  

"แล้วนายต้องการอะไร?" ฉันถามเสียงอู้อี้เพราะถูกบีบปากอยู่ วันนี้พ่อฉันอุตส่าห์เตือนแล้วว่าให้อยู่ห่าง ๆ หมอนี่ ไม่น่ามาหาหมอนี่เลย 

"ต้องการสิทธิ์ของฉัน" เขาตอบคำถามเสียงลอดไรฟันแล้วผละออกห่างจากฉันไปยืนเท้าเอวหรี่ตามอง ฉันจ้องตาเขาอยู่พักใหญ่แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ  

คนอย่างไอหมอก ไม่คิดจะหนีหรอกนะ แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมอะไรง่าย ๆ เหมือนกัน 

"สิทธิ์อะไรของนาย?" 

"สิทธิ์ในตัวเธอไง ฉันเป็นผัวของเธอ" เขาพูดชัดถ้อยชัดคำต่อหน้าต่อตาฉัน ประโยคสุดท้ายนั่นทำให้ใจฉันเบาหวิว อยู่ ๆ ริมฝีปากก็อยากยกยิ้มขึ้นมาแต่ก็ต้องพยายามตีหน้านิ่งเอาไว้ 

"ออสติน เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะ กี่ปีมาแล้ว" ฉันยกมือกอดอกแล้วเดินไปนั่งบนเตียงนอน ออสตินหันกลับมามองฉันแล้วทำเสียงเยาะเย้ยในลำคอ 

"ฉันปล่อยผ่านมันมานานแล้วไง ถึงเวลาที่ฉันจะต้องเรียกร้องสิทธิ์ของฉันสักที" 

"เพื่ออะไร?" ฉันหรี่ตาลง ฉันอยากรู้ว่าเขาต้องการรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้นไปทำไม 

ออสตินไม่ได้รักฉัน เวลาผ่านมานานขนาดนี้ เขาไม่จำเป็นจะต้องรับผิดชอบก็ได้ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขาด้วย 

"เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกชุบมือเปิบไง เธอเป็นของฉันแล้วก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว" เขาตามฉันมา ก้มลงเท้าแขนกับเตียงนอน หน้าหล่อเหลาของสัตว์ร้ายลอยอยู่ตรงหน้าฉัน 

เราสองคนจ้องตากันนิ่ง ตอนนี้ในสมองฉันแทบไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ในหัวฉันมีแต่นัยน์ตาคมกริบคู่นี้แล้วมีอยู่หนึ่งคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวของฉัน ที่ผ่านมาฉันคิดกับออสตินแค่เพื่อนกันจริง ๆ น่ะเหรอ 

แต่ทำไมฉันถึงคบกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้เลย ทุกครั้งที่มีใครมาจีบฉันหรือมีผู้ชายมาเข้าหา ฉันจะเห็นหน้าของเขาตลอดเวลา ฉันเหมือนรอเขามาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรอคอยอะไรอยู่ 

"นายรักฉันเหรอ?" เสียงของฉันหลุดออกจากปากแผ่วเบา แทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถามอะไรออกไป ออสตินนิ่งไปอึดใจก่อนที่เขาจะจับคางฉันไว้ด้วยปลายนิ้วแกร่ง ดันคางฉันขึ้นเล็กน้อยแล้วริมฝีปากเข้มก็ก้มลงมาใกล้พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่า 

"แล้วเธอไม่รักฉันเหรอ?"  

ฉันนิ่งไปกับคำถามของเขา ฉันน่ะเหรอ? ฉันรักเขาหรือเปล่านะ ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ความสัมพันธ์ของฉันกับออสตินมันยาวนานเกินไป แต่เหมือนว่าสถานะของเพื่อนมันจะทำให้ฉันไม่กล้าจะคิดไปมากกว่านี้ 

ออสตินเห็นฉันเงียบเขาก็ขยับปลายนิ้วลูบเบาๆที่ปลายคางของฉัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองทั่วหน้าของฉันก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปาก แล้วเขาก็กระซิบอีกครั้ง 

"ไอหมอก" 

"หือ?" ฉันขานรับในลำคออย่างลืมตัว 

"ขอได้มั้ย?" 

ปึก! 

"อุ๊บ!" ร่างสูงของออสตินเกร็งค้างหลังจากจบคำถาม เขาตัวงอเป็นกุ้ง ปล่อยมือที่ปลายคางของฉันแล้วล้มกลิ้งลงไปนอนบนเตียงแทบจะทันที หน้าหล่อเหลาเหยเกและแดงก่ำ เขากัดปากตัวเองเหมือนคนบาดเจ็บสาหัส 

ฉันปัดมือตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนเท้าเอวมองร่างสูงที่นอนตัวงออยู่ตรงหน้า เขาทำอะไรฉันไม่ได้ ทำได้เพียงนอนกัดฟันจ้องหน้าฉันตาเขียวเพราะถูกหัวเข่าฉันกระแทกออสตินน้อยเข้าไปตรงจุด ชนิดที่ไม่พลาดเป้า 

"เธอ!" สุดท้ายเขาก็ต้องกัดฟันเค้นคำพูดออกมาแสนยากลำบาก หึ! ถึงเขาจะไม่ใช่ออสตินที่ฉันจะต่อยเขาบ่อย ๆ ได้อีกต่อไปแล้วแต่ฉันก็ไม่ยอมให้เขามาเอาปรียบง่าย ๆ หรอก 

รู้จักไอหมอกหลานตาแก๊ปน้อยไปเสียแล้ว! 

"ฉันจะยอมให้นายเรียกร้องสิทธิ์ของนายก็ได้ ถ้าหากว่านายเอาชนะผู้ชายคนนี้ได้" ฉันพูดจบก็เดินไปหยิบมือถือแล้วเปิดรูปถ่ายของตาแก๊ปให้หมอนั่นดู 

ออสตินรู้จักครอบครัวฉันแต่กลับไม่รู้จักตาของฉัน หมอนี่ไม่เคยไปที่ไร่เลยสักครั้งเดียว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตาฉันดุแค่ไหน เขารู้จักแค่พ่อของฉันที่เป็นหมออยู่โรงพยาบาลเดียวกับพ่อของเขาเท่านั้น 

เห็นทีว่าฉันจะต้องแนะนำตาแก๊ปกับหมอนี่จริงจังเสียที 

"ใคร? อูย!" เขาถามเสียงสั่นพลางสูดปากเจ็บปวด มือก็กุมกล่องดวงใจของตัวเองไปด้วย 

"ตาของฉัน ถ้านายสามารถทำให้ตาแก๊ปยอมรับนายได้ ฉันจะยอมให้นายเป็นผัวของฉันเลย" ฉันพูดจบก็ยักคิ้วให้เขาพลางยิ้มชั่วร้ายมุมปาก ออสตินย่นคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม 

ก่อนที่ฉันจะให้สัตว์ร้ายตัวนี้ควบคุม ฉันจะต้องควบคุมเขาให้ได้เสียก่อน 

"ไอหมอก เรื่องของเราฝ่ายที่เสียหายมันคือเธอนะ เธอมีแต่เสียกับเสีย ฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะไม่รับผิดชอบเธอก็ได้" เขากระซิบเตือน ฉันเลิกคิ้วข้างหนึ่งแล้วเก็บมือถือก่อนจะทรุดนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง สายตาก็เหล่มองเขาทางหางตา 

"ฉันไม่สน ก็แค่เสียตัวให้นายคนเดียวและแค่ครั้งเดียว ฉันไม่สึกหรอหรอก จริงมั้ย?" 

"เธอไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องคืนนั้นเลยหรือไงวะ?! จิตใจทำด้วยอะไร?" เขายังคงโวยวายอยู่ในลำคอ สีหน้ายังคงเจ็บปวดอยู่แต่เริ่มจะโกรธมากขึ้นแล้ว 

"นายรู้จักฉันดีนี่ออสติน นายก็รู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอและไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบวิ่งตามผู้ชาย ฉันกล้าทำก็กล้ารับ คืนนั้นฉันปล่อยตัวปล่อยใจไปเอง มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น" ฉันยืดอกพร้อมเชิดหน้าขึ้น อันที่จริงถ้าหากคืนนั้นเป็นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ออสติน ฉันก็คงไม่ยอม และตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ว่าถ้าหากออสตินไม่รับผิดชอบ ฉันก็อาจจะมีแฟนไม่ได้อีกเลย 

ฉันยังลืมสัมผัสของเขาไม่ได้ และไม่เคยคิดจะลืมมันเลย  

แต่ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะฟูมฟายหรือเรียกร้องความเห็นใจหรอกนะ ในเมื่อฉันเป็นฝ่ายยินยอมเอง จะไปโทษออสตินฝ่ายเดียวมันก็ยังไงอยู่ ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ถ้าฉันจะให้เขารับผิดชอบฉันจริง ๆ ฉันอยากให้มันเกิดจากความรักมากกว่า 

ฉันยังใฝ่ฝันที่จะมีครอบครัวอบอุ่นเหมือนพ่อกับแม่ 

"เธอมันแมนเกินไปแล้ว!" ออสตินทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ เรียกสติของฉันกลับมา 

"ดูท่าแล้วนายไม่น่าจะป่วยนะ" ฉันเปลี่ยนเรื่องคุย หรี่ตามองเขาอย่างสำรวจ ออสตินพลิกตัวนอนหงาย อ้าปากมองเพดานตาลอย 

"จะป่วยจริง ๆ ก็ตอนนี้แหละ ถ้าฉันใช้งานไม่ได้ เธอต้องเสียใจไปทั้งชีวิตแน่!" 

"ถ้าไม่ป่วย ฉันกลับแล้วนะ" ฉันลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋า ออสตินฝืนดีดตัวลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือมาจับแขนฉันดึงเอาไว้แล้วเริ่มเปลี่ยนโหมดอารมณ์ตัวเอง 

"อยู่ก่อนไม่ได้เหรอ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย" 

"ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่จับฉันกดลงบนเตียงอีก" ฉันหรี่ตากำชับ เขาพยักหน้าหงึกหงักแล้วต่อรอง 

"จูบอย่างเดียวได้มั้ย?" 

"เราเป็นอะไรกัน นายถึงจะมาจูบฉัน?" 

"แฟนก็ได้" เขาเลิกคิ้วนิด ๆ ฉันเห็นเขาแอบยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ ไอ้หมอนี่! 

"ออสติน นายคิดว่าเรื่องตาแก๊ปของฉัน ฉันล้อนายเล่นเหรอ?" 

"ตาแก๊ปของเธอจะแน่สักแค่ไหนกัน ก็แค่ตาแก่ๆ คนเดียว" เขายักไหล่ใส่ ฉันหรี่ตาลงข้างหนึ่งแล้วยิ้มให้เขา เดินไปประคองแก้มให้เงยหน้าขึ้นมองฉัน 

"จำคำพูดของนายเอาไว้นะ ถูกตาแก่จับหักแข้งหักขาก็อย่าร้องนะคะคุณหมอ" คำเตือนของฉันทำให้ออสตินต้องกะพริบตาปริบ ๆ ฉันเห็นเขากลืนน้ำลายลงคอจนลูกกระเดือกขยับ 

เขาจับมือฉันออกจากแก้มแล้วดึงฉันไปนั่งบนตักของเขา ท่อนแขนสวมกอดเอวฉันไว้หลวม ๆ ก่อนจะวางคางเกยลงบนบ่าของฉัน เขาเงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันนั่งนิ่งปล่อยให้เขากอดเอาไว้ อยากรู้ว่าหมอนี่จะทำยังไงต่อไป แต่สิ่งที่ฉันอยากจะรู้มากกว่านี้ก็คือทำไมอยู่ๆเขาถึงมาเรียกร้องสิทธิ์ในตอนนี้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาหลายปีแล้ว 

"ตาเธอทำงานอะไร?" เสียงเข้มถามขึ้นข้างหู ฉันได้สติกลับมาก็กะพริบตาปริบ ๆ 

"อยากรู้จริงเหรอ?" 

"อือ" เขาขานรับในลำคอ ฉันนั่งคิดอยู่ชั่วครู่ว่าจะบอกเขายังไงดี จะบอกว่าตาแก๊ปเป็นเจ้าของไร่หรือว่า 

"ตาแก๊ปเคยเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติด" 

"หา?!!" 

 

[Part : ออสติน] 

"คุณหมอออสตินคะ คุณหมอ!" 

เสียงเรียกด้านหน้าโต๊ะทำงานทำให้สติของผมกลับบมา ผมหันไปมองหน้านางพยาบาลแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เมื่อกี้นั่งคิดอะไรเพลินเลย 

"หมอไม่สบายหรือเปล่าคะ?" 

"ผมแค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ" ผมโบกมือให้แล้วรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดูก่อนที่นางพยาบาลจะเดินออกไปจากห้อง ผมอ่านเอกสารอึดใจก่อนจะปิดแฟ้มแล้ววางไว้บนโต๊ะ เอนหลังพิงเก้าอี้ขมวดคิ้วเข้าหากัน 

เรื่องของไอหมอกยังรบกวนจิตใจของผมอยู่เลย ยัยนั่นแกล้งผมหรือเปล่านะ ตาของยัยนั่นจะเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติดไปได้ยังไง 

"ไอ้ติน วันนี้ลืมเอาวิญญาณมาทำงานเหรอ ทำไมจ่ายค่าให้คนไข้แบบนี้วะ?" เสียงบ่นของไอ้หมอตั้มดังมาแต่ไกล ร่างสูงเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาในห้อง ผมลากสายตาไปมองมันพลางเบ้หน้า 

"เออ! รู้แล้ว เปลี่ยนให้แล้ว" ผมตอบเสียงเนือย มันลากกเก้าอี้มานั่งตรงหน้าผม จ้องหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง 

"เกิดอะไรขึ้นกับมึงวะ?" 

"มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย มึงว่าบ้านของไอหมอก เขาทำงานทำการอะไรกัน?" ผมตัดสินใจขอความคิดเห็นจากไอ้หมอตั้ม มันทำหน้าครุ่นคิดอยู่อึดใจ 

"ก็เป็นหมอไง พ่อไอหมอกเป็นหมออยู่โรงพยาบาลเดียวกับพ่อมึงไม่ใช่เหรอ?" 

"หมอเมฆน่ะกูรู้จัก แต่ว่าญาติๆ คนอื่นของไอหมอก กูไม่รู้จักเลยสักคน" 

"แล้วมึงจะไปรู้จักเขาทำไม?" ไอ้หมอตั้มทำหน้าแปลกใจ ผมเหล่มองมันตาขวาง อยากจะบอกเหลือเกินว่าไอหมอกเป็นเมียกู จะทำความรู้จักครอบครัวเมียไม่ได้เหรอ แต่ก็พูดไม่ได้ ผมตกลงกับไอหมอกเอาไว้แล้วว่าเราสองคนจะยังคบหากันแบบเพื่อนเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น ยัยนั่นจะไม่ยอมเปิดตัวง่าย ๆ จนกว่าผมจะผ่านด่านตาแก๊ปอะไรนั่นน่ะ 

ตาแก๊ปคนนั้นจะแน่สักแค่ไหนกัน แต่สิ่งที่ผมสงสัยอยู่ตอนนี้ก็คือตาแก๊ปของไอหมอกเป็นเจ้าพ่อค้ายาจริง ๆ น่ะเหรอ ยัยนั่นต้องแกล้งข่มขู่ผมแน่ ๆ 

ผมตัดสินใจไปหาพ่อที่โรงพยาบาล ยังติดใจเรื่องตาแก๊ปอยู่ อย่างน้อยถ้ารู้ประวัติความเป็นมาของตาแก๊ปบ้างแล้ว ผมจะได้วางแผนรับมือได้ทัน 

"สวัสดีค่ะคุณหมอออสติน" นางพยาบาลเห็นผมก็ยิ้มทักทาย ผมส่งยิ้มให้นิด ๆ แล้วเดินผ่านไปหาพ่อที่กำลังยืนเซ็นเอกสารอยู่หน้าเคาน์เตอร์ 

"มาทำไม?" พ่อหันมาเห็นผมก็เลิกคิ้วถาม 

"มีเรื่องอยากจะถามพ่อหน่อย"  

"เรื่องอะไร พ่อยังมีตรวจต่อ" พ่อเสียบปากกาไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์หลังจากยื่นเอกสารคืนให้นางพยาบาลแล้วหันมาเลิกคิ้วถามผม 

"พ่อรู้จักตาแก๊ปหรือเปล่า?" 

"ตาแก๊ป?" ผมย่นคิ้วนิด ๆ ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า 

"ไม่เคยมีคนไข้ชื่อตาแก๊ป" 

"ไม่ใช่คนไข้" ผมส่ายหน้าให้ พ่อทำหน้างุนงงมากกว่าเดิม จะว่าไปพ่อผมเป็นศัลยแพทย์สมอง ส่วนหมอเมฆเป็นหมอหัวใจ ก็ไม่น่าจะสนิทกันเหมือนกับพ่อผมกับหมอมิกซ์นะ อีกอย่างที่ผมรู้จักกับไอหมอกก็เป็นเพราะผมเป็นรุ่นน้องของพี่ชายยัยนั่นต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับพ่อของพวกเราเลย ผมควรจะไปถามหมอต้นข้าวดีหรือเปล่า หมอต้นข้าวเป็นหลานของตาแก๊ปอะไรนั่นเหมือนกันนี่ ระหว่างที่ผมกำลังยืนครุ่นคิดอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีเสียงเข้มดังขึ้นด้านหลัง 

"นายกำลังพูดถึงพ่อตาของฉันอยู่หรือเปล่า?"  

ผมกับพ่อหันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นร่างสูงของหมอเมฆยืนอยู่ มันช่างจะพอดิบพอดีจริง ๆ ผมสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วพยักหน้าให้หมอเมฆ 

"นายถามถึงพ่อตาฉันทำไม?" หมอเมฆทำคิ้วย่นทันที ผมกะพริบตาปริบ ๆ จะหาข้ออ้างยังไงดีนะ เรื่องความหวงลูกสาวของหมอเมฆคนนี้ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าที่พ่อผมหวงยัยอายเลย 

"ผมอยากรู้ว่าพ่อตาหมอทำงานอะไรครับ?" ผมหรี่ตาถาม หมอเมฆนิ่งไปทันควัน เขานิ่งไปจนผมต้องย่นคิ้วเข้าหากัน 

ก็แค่ถามว่าทำงานอะไร ทำไมต้องนิ่งไปขนาดนั้นด้วย 

"อยู่ ๆ มาสนใจอาชีพพ่อตาฉันทำไม?" แต่เขาก็ถามกลับมาแทนที่จะตอบคำถาม ผมหรี่ตามองอย่างสงสัย จากนั้นหมอเมฆก็ถอนหายใจออกมา 

"เผื่อว่าผมสนใจหลานสาวของตาแก๊ป ผมจะได้รับมือกับเขาถูก" ผมลองเชิงดู หมอเมฆรู้ว่าผมกับลูกสาวของเขาสนิทสนมกันแต่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ผมก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปไกลแล้ว 

"ถ้านายยังมีชีวิตที่สุขสบายก็อย่าไปอยากรับมือกับพ่อตาของฉัน" จากนั้นหมอเมฆก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าหมอเมฆคนนี้ก็ผ่านการรับมือพ่อตามาก่อนนะ 

"หมออย่ามาข่มขู่ผมไปหน่อยเลย ผมคนนี้ไม่กลัวใครง่าย ๆ หรอกนะครับ" 

"ฉันไม่ได้ข่มขู่ ฉันกำลังเตือนนายอยู่ต่างหาก ต่อให้นายแน่สักแค่ไหน นายก็ไม่มีทางรับมือกับพ่อตาของฉันได้แน่ เขาไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเขาด้วย" หมอเมฆพูดจบก็กระตุกยิ้มมุมปากแล้วเดินผ่านผมกับพ่อไป แต่ผมก็พูดขึ้นเสียก่อน 

"ก็แค่คนแก่คนเดียว" จบคำพูดของผม หมอเมฆก็หยุดเดินแล้วหันกลับมามองผมพลางถอนหายใจ สีหน้าเหมือนกำลังเห็นใจผมสุด ๆ 

"ถ้านายคิดจะจีบลูกสาวของฉัน ผ่านด่านของฉันน่ะมันง่ายแต่ด่านของตาแก๊ป ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เขาไม่สนหรอกว่านายจะเป็นหมอมีชื่อเสียงขนาดไหน มีเงินทองมากมายขนาดไหน เขาสนแค่ว่านายทำนาเป็นหรือเปล่า" 

"ทำนา?" ผมอ้าปากนิด ๆ ผมเห็นพ่อผมกลืนน้ำลายลงคอด้วย อย่ามองผมด้วยสายตาสงสารลูกชายแบบนั้นสิพ่อ 

"แล้วนายจะรู้ว่าเป็นลมแดดของจริงมันเป็นยังไง  

ความคิดเห็น