WiTook

ชอบอ่านคอมเมนท์ที่สุด

พระจันท์มีสองด้าน

ชื่อตอน : พระจันท์มีสองด้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 05:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พระจันท์มีสองด้าน
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้น 

เหล่าอาสาสมัครต่างพากันมารวมตัวที่ลานกว้างตามคำสั่งของท่านแม่ทัพหลี่ไท่หยูเพื่อรับฟังรายละเอียดของงานและหน้าที่ของแต่ละคน เหมยฮวาจำได้ว่าภารกิจครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับนางเอกไม่น้อยทั้งช่วยเหลือผู้ประสบภัยและยังมีส่วนช่วยตัวร้ายสืบหาความจริงเรื่องการฉ้อฉลอีกด้วย สืบเนื่องจากการทำงานใกล้ชิดกันระหว่างตัวร้ายและนางเอกทำให้ตัวร้ายยิ่งหลงใหลในตัวนางเอกมากกว่าเดิม และนั่นก็ทำให้พระเอกออกอาการหึงหวงนางเอกจนไหน้ำส้มแตกเรี่ยราดไปทั่วตำบลเลยทีเดียว 

‘ข้าคงต้องกันไม่ให้ตัวร้ายใกล้ชิดกับนางเอกแต่ปัญหาคือข้ายังรู้สึกโกรธเขาไม่หายเนี่ยสิ หน้าของเขาก็ยังมิอยากมองด้วยซ้ำ’ คิดแล้วเหมยฮวาก็ได้แต่ค้อนลมค้อนฟ้าไปเรื่อยราวกับว่านั่นเป็นใบหน้าของตัวร้ายที่ทำให้นางไม่พอใจ 

หลี่ไท่หยูมองท่าทางประหลาดของสตรีด้านหลังอย่างกังวลใจ เป็นไปได้ไหมว่านางจะนอนตกหมอนหรืออาจเป็นเพราะแปลกที่จึงทำให้นางนอนหลับไม่สนิทจนเกิดอาการปวดที่คอและไหล่ เฮ้อ... แต่เขาคงต้องพักเรื่องของนางไว้ก่อนเพราะเบื้องหน้ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วน 

“หน้าที่หลักของอาสาสมัครทุกคนในวันนี้คือการนำข้าวสารและอาหารแห้งเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยให้ครบทุกครัวเรือน ที่สำคัญต้องสำรวจความเสียหายของบ้านแต่ละหลังและทำรายงานสรุปส่งข้าด้วย” หลี่ไท่หยูประกาศก้องเสียงดังเพื่อให้เหล่าอาสาสมัครทั้งหลายได้ยินกันทั่วถึงสิ่งที่จะต้องกระทำในวันนี้ 

“ข้าวของก็บริจาคแล้ว กำลังคนก็ส่งมาช่วยแล้ว นี่พวกข้ายังต้องลงแรงเองด้วยอย่างนั้นรึ” คุณชายผู้หนึ่งออกโรงแย้งแทนบรรดาอาสาสมัครทั้งหลายที่ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาตั้งใจกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะให้บ่าวไพร่ที่ติดตามเป็นผู้ลงแรง ส่วนพวกเขาก็ออกไปเที่ยวเล่นหาความสำราญให้ฉ่ำปอด จากนั้นก็กลับเมืองหลวงไปรับความดีความชอบจากองค์ฮ่องเต้ เป็นอันจบสิ้น 

“รองแม่ทัพฉี! คัดชื่อผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือออกจากสมุดรายชื่อ หลังจากจบภารกิจข้าจะถวายสมุดนี้ต่อฮ่องเต้อีกครั้ง” หลี่ไท่หยูคร้านจะถกเถียงให้มากความ เขาทราบดีว่าบรรดาชนชั้นสูงเหล่านี้ลงชื่อมาที่นี่ก็เพื่อเอาใจองค์ฮ่องเต้เท่านั้น ดังนั้นเขาก็ควรใช้นามของฮ่องเต้เพื่อปราบพยศพวกเขาทุกคนให้อยู่ในกรอบ 

หลังจากที่แม่ทัพหลี่ไท่หยูกล่าวจบ ครานี้หาได้มีผู้ใดกล้าส่งเสียงโต้แย้งแม้สักแอะเดียว ยิ่งตอนที่เขากวาดสายตาคมดุไปโดยรอบทุกคนต่างก็รีบพากันก้มหน้าหลบสายตาของเขาอย่างรวดเร็วยกเว้นเพียงเหมยฮวาคนเดียว ไม่ใช่เพราะว่านางความกล้าหาญเหนือผู้ใด แต่เพราะนางอยากโดดเด่นในสายตาของเขาต่างหาก เท่านั้นยังไม่พอเหมยฮวายังขยิบตาให้เขาครั้งหนึ่งเป็นของแถมอีกด้วย แม้จะยังโกรธตัวร้ายอยู่แต่นางจะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเป้าหมายไม่ได้ เมื่อมีโอกาสแม้เล็กน้อย นางก็ต้องคว้ามันเอาไว้ 

“ท่านแม่ทัพ... ดูเหมือนว่าคุณหนูใหญ่จะส่งสัญญาณบางอย่างให้ท่านขอรับ” รองแม่ทัพรายงานเมื่อเห็นท่าทางประหลาดของคุณหนูใหญ่ฟางที่ส่งมายังผู้บังคับบัญชา 

“ข้าไม่คิดเช่นนั้น แปลกที่เช่นนี้ นางอาจนอนไม่หลับจนตากระตุกเสียมากกว่า” 

“คิดเช่นนั้นจริง ๆ รึขอรับ” รองแม่ทัพถามคู่สนทนาอย่างไม่อยากเชื่อ ท่านแม่ทัพของเขาไร้เดียงสาหรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่นะ 

“ให้ท่านหมอจัดยาให้นางด้วย นางจะได้ดีขึ้น” 

“เฮ้อ... ก็ได้ขอรับ” รองแม่ทัพได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลง ๆ 

“เจ้าคอยดูแลอาสาสมัครแจกจ่ายอาหารอยู่ที่นี่ ข้าจะไปตรวจสอบฝายเสียหน่อย” ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยเป็นภารกิจเบื้องหน้า แต่เบื้องหลังคือการตรวจสอบขุนนางฉ้อฉลในการสร้างฝายตามรับสั่งของฮ่องเต้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแยกกันทำงาน เขามั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวพันกับขุนนางระดับสูงเพราะลำพังขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ เช่นนายอำเภอหูไม่มีทางทำเรื่องนี้ผู้เดียวเป็นแน่  

‘ไม่แน่ว่าที่คุณหนูใหญ่พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเพราะนางไปรู้อะไรมาอีกก็ได้ เฮ้อ… นางทำให้ข้าละสายตาจากนางไม่ได้เลยจริง ๆ’ หลี่ไท่หยูสั่นศีรษะเมื่ออยู่ดี ๆ ก็กลับไปคิดถึงเรื่องของปิศาจแมวอีกครั้ง ไม่ได้การ! เขาต้องรวบรวมสมาธิจัดการสะสางงานต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง 

  

“เป็นแม่ทัพใหญ่แล้วคิดจะสั่งผู้ใดก็ได้อย่างนั้นเหรอ” 

“เจ้าคิดจะขัดคำสั่งของเขาหรืออย่างไร” 

“หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้ ข้าไม่มีทางยอมแน่นอน” 

“เขาคงไม่สั่งให้พวกเราทำงานทั้งวันทั้งคืนเป็นแน่ ฉะนั้นพวกเราค่อยไปหาความสำราญหลังจากเสร็จงานก็ได้นี่นา” 

“ดี ๆ ข้าเห็นด้วย” 

‘จะไปหาความสำราญข้าไม่ว่า แต่พวกเจ้าจะทำให้พระเอกของข้าตกที่นั่งลำบากไม่ได้เด็ดขาด’ เหมยฮวาที่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมดของเหล่าคุณชายเสเพลคิดอย่างเป็นกังวล แม้ในนิยายจะไม่ได้ระบุถึงเรื่องนี้แต่นางก็ไม่อยากประมาท นางคงต้องหาวิธีป้องกันไว้ล่วงหน้าเสียแล้ว 

“พี่ใหญ่... ข้าจะไปกับสหาย ท่านต้องการไปกับข้าหรือไม่เจ้าคะ” อิงฮวาเอ่ยชวนเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่แต่พี่สาวกลัยืนนิ่งเหมือนคิดไม่ตก 

เหมยฮวาชะงักเล็กน้อยกับคำชวนของน้องสาวเพราะการไปกับอีกฝ่ายนั้นก็เหมือนกับการฆ่าตัวเอง นางรู้ได้อย่างไรน่ะเหรอ ก็เพราะนางเจอเรื่องแบบนี้มาตลอดสิบปีอย่างไรเล่า นางเกลียดการเปรียบเทียบเช่นนั้นควรอยู่ให้ห่างจากน้องสาวจะดีที่สุด 

“คุณหนูใหญ่ฟาง!” 

เหมยฮวาหันขวับไปมองเพราะจำได้ว่าเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ร่วมผจญภัยด้วยกันในป่าเมื่อวาน และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองที่คุณชายหมิงฮ่าวหลานทักนางก่อนสตรีในดวงใจ นี่อาจเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่านางหาใช่ตัวประกอบกเฬวรากอีกต่อไป ไม่แน่ว่าเวลานี้นางอาจเป็นตัวประกอบชั้นที่หนึ่งอยู่ก็ได้ “คุณชายหมิง! แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” 

“ดีขึ้นมากโชคดีที่ได้ยาของเจ้าช่วยไว้” หมิงฮ่าวหลานตอบคำถามก่อนจะหันไปมองสตรีอีกคนด้วยแววตาสำนึกผิด ตอนนั้นเขาไม่น่าทำตัวกักขฬะเช่นนั้นเลยมิฉะนั้นคุณหนูฟางอิงฮวาคงไม่ทำท่าทางรังเกียจและกลัวเขาถึงเพียงนี้ 

“พี่ใหญ่... เช่นนั้นข้าขอตัวไปรวมกลุ่มกับสหายนะเจ้าคะ” อิงฮวาเอ่ยขอตัวทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวของนางจะเลือกคบคนพาลเช่นคุณชายหมิงได้ หรือพวกเขาจะสนิทสนมกันมานานแล้วและเรื่องที่ตลาดวันนั้นก็เป็นแผนการของคนทั้งคู่ และเพราะเรื่องนั้นทำให้ท่าทีของบิดาที่มีต่อพี่สาวเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว  

“เช่นนั้นข้าจะไปพร้อมกับคุณชายหมิงก็แล้วกัน” ในที่สุดเหมยฮวาก็หาทางออกให้กับตนเองได้ คราวนี้นางจะได้ไม่ต้องทนฟังคำเปรียบเทียบระหว่างนางกับน้องสาวให้ระคายหู 

“ข้าคงถูกนางรังเกียจเสียแล้ว” หมิงฮ่าวหลานมองตามหลังของคุณหนูฟางอิงฮวาที่รีบเดินจากไปอย่างเศร้าใจ 

“เจ้าอาศัยบารมีของเสนาบดีรังแกผู้อื่นทั้งยังลวนลามสตรีกลางตลาด มันก็สมควรแล้วกับผลกรรมที่ได้รับ” เหมยฮวากล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิด ๆ เพราะนางเองก็ถูกลงโทษทั้งที่ไม่ผิดเพราะเขาเช่นกัน 

“นี่เจ้า!” แทนที่คุณหนูใหญ่ฟางจะปลอบใจเขา แต่กลับบอกว่าเขาสมควรได้รับผลกรรมนั้นแล้วอย่างนั้นหรือ นึกว่านางเห็นเขาเป็นสหายแล้วเสียอีกหลังจากที่เสี่ยงเป็นเสียงตายมาด้วยกัน 

“แต่ข้าว่า เจ้าในแบบเมื่อวานก็ไม่เลวเลยทีเดียว” เหมยฮวาหาได้ใส่ใจความโกรธของคู่สนทนาและยังคงกล่าวต่อไปด้วยท่าทางสบาย ๆ 

“จริงรึ” หมิงฮ่าวหลานถามย้ำด้วยแววตาดีอกดีใจ 

“จริง...ส่วนเรื่องของอิงฮวา เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด” หมิงฮ่าวหลานก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ คนที่ตกหลุมรักอิงฮวาและก็ต้องพบกับความผิดหวังตามที่ร้ายเต๋อ*กำหนดไว้ เพราะไม่ว่าอย่างไรนางเอกนั้นก็ต้องคู่กับพระเอกเท่านั้น 

“คุณหนูอิงฮวายังไม่มีผู้ใดในใจมิใช่หรือ ฉะนั้นก็ถือว่าข้ายังมีโอกาสเท่ากับคนอื่น ๆ” คุณหนูใหญ่ฟางคงยังไม่เคยมีความรักมิฉะนั้นนางคงไม่พูดเช่นนั้นออกมาง่าย ๆ อย่างแน่นอน การตัดใจจากคนที่รักหาใช่สิ่งที่จะสามารถทำได้ทันทีเสียเมื่อไหร่ 

“เจ้ามิสังเกตเลยหรือว่านางมีใจให้ผู้ใด” 

“สังเกต?” หมิงฮ่าวหลานหันไปมองคุณหนูเล็กฟางอีกครั้งอย่างสังเกตและสิ่งที่เห็นก็เริ่มทำให้เขาคิดตามคำพูดของสหาย 

เหมยฮวาเห็นแววตาของเขาที่เปลี่ยนไปก็นึกรู้ว่าเขาจะต้องสังเกตเห็นบางอย่างแล้วแน่นอน จึงยกมือตบบ่าของเขาอย่างปลอบประโลม ที่นางเตือนก็เพราะหวังดี “คุณชายจิ...” 

“ท่านแม่ทัพ” หมิงฮ่าวหลานบอกกับสหายเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ 

“ห้ะ! เจ้าเข้าใจผิดแล้ว! มันต้องเป็นคุณช...” เหมยฮวาหันกลับไปมองน้องสาวบ้างเพราะสงสัยว่าอีกฝ่ายกระทำสิ่งใดถึงทำให้หมิงฮ่าวหลานคิดเช่นนั้นได้  

‘ไม่จริง! เหตุใดสายตาของอิงฮวาถึงจดจ้องไปยังท่านแม่ทัพ ไม่ใช่... ข้ากำลังตาฝาดหรือนิยายที่อ่านมามันผิดเพี้ยนไปแล้วกันแน่ อิงฮวาไม่ได้มีใจให้กับพระเอกแต่กลับเป็นตัวร้ายอย่างนั้นหรือ! แล้วพระเอกเล่า!’ เหมยฮวากวาดสายตาหาพระเอกไปจนทั่วบริเวณและก็พบกับเขาที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากอิงฮวา ทว่าสายตาและท่าทางของเขาขณะมองไปที่น้องสาวนั้นดูแปลกไปไม่เหมือนเดิม 

“พวกเราไปกันเถอะ” หมิงฮ่าวหลานเอ่ยชักชวนเมื่อเห็นขบวนอาสาสมัครเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแล้ว เรื่องนั้นเขาคงต้องเก็บไปคิดภายหลัง 

“ได้” เหมยฮวาตอบรับหากแต่สมองยังคงคิดถึงแต่เรื่องของคนทั้งสามไปตลอดจนกระทั่งจบภารกิจของวันนี้ และในระหว่างทางกลับที่พัก นางก็เจอเข้ากับบางอย่างที่พื้น 

“หยกนี่นา... ตง... แล้วผู้ใดทำตกไว้กัน” เหมยฮวาหันมองโดยรอบหากแต่ก็ไม่พบผู้ใดแถวนั้นแม้แต่คนเดียว สุดท้ายนางจึงต้องเก็บมันยัดใส่ในอกเสื้อไว้แล้วค่อยหาทางตามหาเจ้าของของมันอีกที 

เมื่อถึงที่พักเหมยฮวาก็ลงมือเขียนบางอย่างลงบนกระดาษที่แวะซื้อมาจากร้านเครื่องเขียนระหว่างทางเดินกลับ จากนั้นก็คัดลอกมันแผ่นแล้วแผ่นเล่าจนกระทั่งคิดว่าได้จำนวนที่เพียงพอแล้วจึงหยุดมือ นางลุกยืนขึ้นบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าก่อนจะเปิดประตูเพื่อตามหาคนที่ต้องการ 

“บีหนึ่ง บีสอง ข้ามีภารกิจให้พวกเจ้าทำ” เหมยฮวาเรียกผู้คุ้มกันของตนเองและพวกเขาก็รีบมาทันทีเช่นกัน จากนั้นนางก็เล่าแผนการที่จะกระทำในค่ำคืนนี้และคืนต่อ ๆ ไปให้พวกเขาได้ฟังอย่างละเอียด จากนั้นก็เร่งให้พวกเขาไปดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทันทีโดยรับปากว่านางจะไม่ออกไปไหนไกลจากที่พักระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่แน่นอน 

ระหว่างที่รอบีหนึ่งและบีสองดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เหมยฮวาก็ถือโอกาสออกมาเดินเล่นในสวนเพื่อรับลมจนกระทั่งนางเห็นหลังไว ๆ ของนายอำเภอกับท่าทางอันมีพิรุธของเขาผ่านสายตาไป นางลังเลนิดหนึ่งว่าควรตามไปดีหรือไม่เพราะมันเป็นเรื่องที่เสี่ยงไม่น้อยเลยในเมื่อตอนนี้นางหาได้มีผู้คุ้มกันอยู่ข้างกาย หากเกิดอันใดขึ้นนางอาจถูกฆ่าเป็นศพหมกป่าไปเลยก็ได้ ‘โอ้ยยย... เสียดายโอกาสเหลือเกิน’ 

“คุณชายจิวนี่! ได้การล่ะ” เหมยฮวารีบวิ่งตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาในสวนทันทีอย่างด่วนจี๋ พระเอกก็คือพระเอก ไม่ตายง่ายซ้ำวรยุทธ์ก็ยังสูงมากอีกด้วย 

“ชู่ ๆ คุณชายจิวตามข้ามาเจ้าค่ะ” เหมยฮวายกนิ้วชี้ไว้ที่ปากเพื่อส่งสัญญาณให้อดีตคู่หมั้นเงียบเสียงลง 

“ทำกระไรของเจ้ากัน” จิวหรงหยูกระซิบถามอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเห็นท่าทางตื่นเต้นของนางก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นตัวไปด้วย 

“ตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” เหมยฮวารีบวิ่งนำเขาไปยังทิศที่นายอำเภอเพิ่งจากไปและกวักมือเรียกพระเอกให้ตามมาเป็นพัลวัน หากเขาไม่ไปด้วยนางก็จะไม่ก้าวต่อไปเด็ดขาดต่อให้อยากรู้เรื่องมากเพียงใดก็ตาม 

จิวหรงหยูยืนงงเป็นไก่ตาแตกทว่าก็ตัดสินใจตามอีกฝ่ายไปในที่สุด เพราะอยากจะรู้ว่าอดีตคู่หมั้นจะมาไม้ไหนกับเขากันแน่ 

เหมยฮวาค่อย ๆ ย่องไปตามกำแพงอย่างระมัดระวัง นางต้องทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้นายอำเภอรู้ตัว หากนางได้เบาะแสก่อนอิงฮวา ไม่แคล้วบทนางเอกก็ต้องหล่นตุ๊บใส่นางอย่างงแน่นอน 

นายอำเภอหูหันซ้ายหันขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามมาก่อนจะรีบเดินเข้าไปยังห้องเล็ก ๆ ท้ายบ้านอย่างรวดเร็ว 

“เจ้าลอบตามเขาทำไมกัน” จิวหรงหยูกระซิบถามคุณหนูใหญ่อย่างไม่เข้าใจขณะมองเจ้าตัวเดินวนหาอะไรบางอย่างรอบ ๆ ห้องที่นายอำเภอเพิ่งจะเดินเข้าไป 

“ชู่ ๆ มานี่เจ้าค่ะ” เหมยฮวากวักมือเรียกพระเอกเมื่อเห็นช่องที่จะสามารถลอบดูเหตุการณ์ด้านในได้ 

  

นายอำเภอหู... เจ้าแน่ใจนะว่ากำจัดหลักฐานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว 

“ขอรับนายท่าน” 

“ดี! หวังว่าจะไม่มีสิ่งใดโยงมาถึงนายของข้าได้” 

“ได้โปรดวางใจ ว่าแต่เหตุใดท่านแม่ทัพถึงได้รอดจนมาถึงที่นี่ได้ขอรับ ไหนพวกท่านบอกว่าจะกำจัดเขาระหว่างทางอย่างไรเล่าขอรับ” 

“ข้าดูเบาเขาเกินไป แต่เจ้าไม่ต้องห่วงเพราะว่าข้าจะทำให้เขาไม่มีโอกาสได้กลับไปทูลสิ่งใดต่อองค์ฮ่องเต้อย่างแน่นอน” 

“เช่นนั้นข้าค่อยสบายใจขึ้นหน่อย” 

“แล้วเด็กคนนั้นเล่า เจอตัวแล้วหรือยัง” 

“เขาคงไม่เห็นสิ่งใดหรอกขอรับ หรือต่อให้เห็น ผู้ใดจะเชื่อในสิ่งที่เด็กเจ็ดขวบพูดเล่าขอรับ” 

“ข้าจะไม่ประมาทเป็นอันขาด รีบหาตัวให้เจอแล้วก็จัดการเขาซะ” 

ขอรับนายท่าน” 

 

“พวกเราต้องรีบหลบ ต้องหาที่หลบเจ้าค่ะ” เหมยฮวารีบบอกพระเอกอย่างร้อนรนเมื่อคิดวเห็นผู้คนด้านในเริ่มแยกย้ายกันออกมาแล้ว

“ทางนี้” จิวหรงหยูดึงร่างของคุณหนูใหญ่ให้หลบหลังกองฟืนที่อยู่ห่างออกไปอย่างรวดเร็วขณะลอบมองคนด้านในเดินจากไปทีละคนจนหมดถึงได้ออกจากที่ซ่อน

“ฟู่... โชคดีที่เจอท่าน” เหมยฮวาถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีที่พระเอกผ่านมาพอดีมิฉะนั้นนางอาจพลาดข้อมูลสำคัญนี้ไปก็ได้ นึกแล้วไม่มีผิดว่านายอำเภอหูนั้นมีพิรุธ

“แต่เป็นโชคร้ายของข้าที่เจอเจ้า เจ้ากำลังทำอันใดอยู่กันแน่” จิวหรงหยูปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าอย่างไม่สบอารมณ์ อดีตคู่หมั้นของเขากำลังทำตัวเป็นสายลับสอดส่องเรื่องผู้อื่นไปทั่ว หรือที่นางทำไปก็เพื่อเอาใจท่านแม่ทัพหลี่เหมือนข่าวลือที่เขาได้ยินมา ที่นางถอนหมั้นเขาเพราะชายผู้นั้นมีทุกอย่างที่เหนือกว่าเขาในทุก ๆ ด้าน พวกนางสองพี่น้องกำลังปั่นหัวเขาเล่นอยู่อย่างนั้นเหรอ

“กำลังพยายามเอาชีวิตรอดเจ้าค่ะ” เหมยฮวาตอบกลับก่อนจะเดินนำเขากลับไปยังสวนที่พบกันก่อนหน้า ข้อมูลสำคัญเช่นนี้นางต้องรีบนำไปบอกท่านแม่ทัพโดยเร็วเพื่อเอาหน้า เขาจะต้องซึ้งใจและรู้สึกขอบคุณนางมาก ๆ เป็นแน่

“โกหก เจ้ากำลังทำเพื่อช่วยท่านแม่ทัพหลี่ต่างหาก”

“ก็มีส่วน แต่หลัก ๆ แล้วข้าทำเพื่อตนเองเจ้าค่ะ” เหมยฮวาตอบเขาไปตามจริงหาได้แสร้งทำแม้แต่น้อย

“ข้าจะเชื่ออันใดได้กับคนสกุลฟาง” จิวหรงหยูพึมพำกับตนเองก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายกลับไปยังสวน

“พี่ใหญ่! ข้าตามหาท่านจนทั่ว ที่แท้ท่านก็ไปกับคุณชายจิวนี่เอง”

เหมยฮวาหันไปมองน้องสาวที่เดินเคียงคู่มากับตัวร้ายด้วยแววตาสงสัย ดึกดื่นป่านนี้อิงฮวาจะออกตามหานางเพื่ออันใดกันแล้วเหตุใดจึงต้องมากับท่านแม่ทัพด้วย “มีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ”

จิวหรงหยูมองใบหน้าของสตรีที่มองเมินผ่านร่างของเขาไปคล้ายไม่ใส่ใจด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มีบางอย่างที่ทำให้ท่าทีของนางที่มีต่อเขาเปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางตอนนี้ก็ได้กระมัง

“ท่านแม่ทัพนำยาคลายเครียดมาให้ตั้งมากมาย ข้าจึงอยากแบ่งให้ท่านด้วย ข้าไปหาท่านที่ห้องแต่ไม่พบ จึงได้ชวนท่านแม่ทัพออกตามหาเจ้าค่ะ” อิงฮวาชี้แจงก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่หวังดีนำยามาให้ด้วยรอยยิ้มขอบคุณ

ปล่อยให้คลาดสายตาเพียงนิดเดียว ตัวร้ายก็กระโจนลงไปในหลุมรักของน้องสาวอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ แต่ช่างเถิดเพราะนางมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องสนทนากับเขา “ท่านแม่ทัพ ข้ามีเรื่องปรึกษาท่านเจ้าค่ะ”

อิงฮวายืนนิ่งเมื่อพี่สาวหาได้แสดงท่าทีใด ๆ กับสิ่งที่นางพูดออกไปเมื่อครู่แม้แต่นิดเดียว นางเองก็ชักจะไปต่อไม่ถูกเช่นกันด้วยเดาไม่ออกว่าพี่สาวกำลังคิดสิ่งใดอยู่

“ดึกแล้ว... ชายหญิงไปไหนมาไหนสองต่อสองคงไม่เหมาะ”

เหมยฮวาจ้องตอบตัวร้ายอย่างไม่พอใจ เขาคิดเช่นนั้นจริง ๆ หรือกำลังว่ากระแนะกระแหนนางกันแน่ หากเป็นอย่างหลังเขาเองก็มาพบอิงฮวายามวิกาลเช่นกันมิใช่หรือ นางและคุณชายจิวพบกันโดยบังเอิญ เขาต่างหากที่จงใจมาพบอิงฮวา!

“แต่เรื่องที่คุณหนูใหญ่จะสนทนากับท่านนั้นสำคัญมาก” จิวหรงหยูอดไม่ได้ที่จะเข้าไปยุ่งเพราะบทสนทนาที่ได้ยินมานั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียวและมันก็เกี่ยวข้องกับแม่ทัพใหญ่โดยตรงเสียด้วย

“พวกท่านช่างเข้าขากันเหลือเกิน” ยิ่งเห็นท่าทางเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของทั้งคู่ อารมณ์ของหลี่ไท่หยูก็ยิ่งขุ่นมัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก

“ข้าง่วงแล้ว ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะ” เหมยฮวากล่าวลาก่อนจะกระแทกเท้าเดินตรงไปยังห้องพักของตนเองทันทีก่อนจะปิดประตูเสียงดังด้วยความไม่พอใจ

หลี่ไท่หยูเองก็ไม่มีอารมณ์ที่จะสนทนากับผู้ใดต่อดังนั้นจึงกล่าวลาและเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองอย่างรวดเร็วเช่นกัน

จิวหรงหยูและอิงฮวาต่างยืนจ้องหน้ากันนิ่งเมื่อเหลือแค่คนทั้งคู่ในสวน

“ไม่ทราบว่าคุณชายจิวและพี่ใหญ่ไปที่ใดกันมาเหรอเจ้าคะ” อิงฮวาส่งยิ้มอ่อนหวานไปให้เขาเหมือนอย่างที่เคยกระทำมาตลอดระยะหกปีที่ผ่านมา

“อยากรู้เรื่องของข้า... หรือเรื่องของพี่สาวเจ้ากันแน่” จิวหรงหยูโบกพัดในมือขณะเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ด้านบนระหว่างรอคำตอบจากคู่สนทนา พระจันทร์เองก็มีทั้งด้านที่มืดและด้านที่สว่างเหมือนกันนี่นา

“เหตุใดถามเช่นนั้นเจ้าคะ”

“เพราะข้าจะได้ตอบให้ตรงกับใจของเจ้าอย่างไรล่ะ”

“คุณชายจิวจะทราบได้เยี่ยงไรเจ้าคะว่าคำตอบใดจะตรงใจข้า”

“นั่นสินะ คำตอบของข้าอาจผิดมาตลอดเลยก็ได้” ที่ผ่านมาจิวหรงหยูคิดว่ามองอีกฝ่ายออกมาโดยตลอด แท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นแม้แต่น้อย 

“เป็นเรื่องที่บอกผู้ใดไม่ได้หรือเจ้าคะ” อิงฮวาถามอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางคิดไม่ตกของเขา

“ใช่... ดังนั้นเจ้าคงต้องหาคำตอบเอาเองแล้ว ข้าอตัว” กล่าวจบจิวหรงหยูก็เดินออกจากสวนทันทีโดยทิ้งอีกฝ่ายไว้ด้านหลัง ทุกอย่างจะไม่ง่ายสำหรับนางเหมือนที่ผ่านมาและเขาเองก็อยากลองปั่นหัวผู้อื่นเล่นบ้างเมือนกัน

ความคิดเห็น