email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่10 : เอาใจ

ชื่อตอน : ตอนที่10 : เอาใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2563 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่10 : เอาใจ
แบบอักษร

ตอนที่10 : เอาใจ

 

 

08:54 น.

"อือ.." ร่างโปร่งบนเตียงค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น ก่อนจะงัวเงียลุกจากที่นอนช้าๆ และความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือความหนักอึ้ง หมอหนุ่มแทบจะยกหัวตัวเองไม่ขึ้น เพราะแฮงก์อย่างหนักจากการดื่มเหล้าเมื่อคืน

"ทำไมปวดหัวจังวะ ไม่น่าแดกเยอะเลย" หมอหนุ่มสบถออกมาเบาๆพร้อมกับใช้มือขวานวดขมับตัวเองไปด้วย ขายาวค่อยๆก้างลงจากเตียงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วตรงเข้าไปยังห้องน้ำ เพื่อหวังว่าน้ำเย็นๆจะช่วยทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง

และใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พันอยู่รอบเอว หยดน้ำใสที่เกาะอยู่ตามผิวเนียนขาวทำให้เขาดูเซ็กซี่ไม่น้อย มือสวยโยนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วลงตะกร้าอย่างเคยชิน แต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองเมื่อนึกถึงของขวัญที่ธันวามอบให้เขาเมื่อคืน หมอหนุ่มจึงก้มลงไปหยิบกางเกงแล้วล้วงเอากล่องของขวัญออกมา

 

ดวงตาหวานจ้องมองกล่องของขวัญอย่างพิจารณา พลางนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของคนให้ และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัว หมอหนุ่มเผลอยกมือขึ้นมาลูบริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ใบหน้าหวานค่อยๆเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตามด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติขึ้นมาเสียดื้อๆ

"ไม่ๆ มันเป็นแค่อุบัติเหตุ เราต้องไม่คิดถึงมันอีก" หมอหนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหัวไปมาเพื่อสะบัดความคิดนั้นทิ้ง จากนั้นจึงตัดสินใจเปิดกล่องของขวัญออกช้าๆเพื่อดูว่าของที่บรรจุอยู่ข้างในนั้นคืออะไร

 

"สร้อยข้อมืองั้นเหรอ?" หมอไป๋พูดลอยๆขึ้นมาเหมือนถามตัวเอง ก่อนจะหยิบสร้อยข้อมือดังกล่าวออกมาจากกล่อง มันเป็นสร้อยข้อมือโซ่ที่ทำมาจากเงินแท้ และมีแผ่นเงินขนาดเล็กคล้ายจี้อยู่ตรงกลาง ถ้ามองเผินๆอาจจะดูว่ามันก็เหมือนสร้อยข้อมือธรรมดา แต่พอสังเกตดีๆหมอหนุ่มกลับพบว่ามันมีข้อความอะไรบางอย่างสลักไว้บนแผ่นเงินนั้น

 

ก็อก ก็อก ก็อก..

แต่ยังไม่ทันได้ที่เขาจะได้ดูว่าเป็นข้อความอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาซะก่อน หมอหนุ่มจึงรีบเก็บสร้อยใส่เข้ากลับไปในกล่องเหมือนเดิม และเอาไปเก็บไว้ในตู้ลิ้นชักข้างเตียงอีกที

 

"เข้ามา" หมอหนุ่มบอกพร้อมกับเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เขาเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงขาสั้นที่ชอบใส่เวลาอยู่บ้านมาใส่ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงไม่ได้ออกไปไหน อีกอย่างก็ยังเพลียจากการแฮงค์เหล้าอยู่ด้วย

 

"นายครับ เรื่องเมื่อคืนผมอะ...เอ่อ ผม.." หลงเว่ยพูดไม่ออก เขารู้สึกผิดที่เมื่อคืนเขาเมาจนไม่ได้ดูแลผู้เป็นนายให้ดี และอีกอย่างคือโกรธตัวเองที่ปล่อยให้ธันวามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหมอหนุ่มมากขนาดนี้ เพราะหลังจากรู้สึกตัว เขาก็ไปถามบอดี้การ์ดที่เฝ้าบ้านว่าใครเป็นคนพาหมอไป๋มาส่ง และคำตอบที่ได้ก็ทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม เพราะคนที่มาส่งอีกฝ่ายก็คือธันวา คนที่เขาคอยกีดกันมาตลอดนั่นเอง

"มีอะไร" หมอไป๋ถามขึ้นเมื่อจู่ๆอีกใ่ายก็เงียบไป หลงเว่ยเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นนายเลยด้วยซ้ำ

"คือ..ผมขอโทษที่เมื่อคืนเมาจนละเลยหน้าที่ครับ" หลงเว่ยพูดบอกออกมาอย่างรู้สึกผิด

"ออ เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้ซีเรียสอะไร อีกอย่างที่นายเมาก็เป็นเพราะฉันด้วย อย่าคิดมากเลย" หมอไป๋บอกกลับอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้อยู่แล้ว มันเป็นธรรมดาที่กินเหล้าแล้วก็ต้องเมา มันไม่ใช่ความผิดของหลงเว่ยเลยสักนิด เพราะใครๆก็เป็น

"แต่ผม..."

"เอาหน่า..ไม่ต้องคิดมาก นายไปพักผ่อนเถอะ วันนี้ฉันไม่ได้ไปไหน นายอยากไปไหนก็ไปได้เลยนะ ถือว่าเป็นวันหยุดของนายด้วยเลยละกัน" ไม่ทันที่หลงเว่ยจะได้พูดอะไร หมอหนุ่มก็พูดตัดบทขึ้นมาดื้อๆ เพราะเขารู้ดีว่าหลงเว่ยต้องการจะบอกอะไร ก็คงไม่พ้นเรื่องโทษตัวเองอีกนั่นแหละ

 

"เอ่อคือ..." แต่หลงเว่ยก็ยังทำท่าอึกอักไม่ยอมไป เพราะเขาไม่ได้มาหาหมอไป๋แค่เรื่องเดียว แต่เขายังเตรียมของขวัญที่จะให้หมอหนุ่มติดมือมาด้วย เมื่อคืนเขาไม่กล้าให้เพราะคนเยอะ

"มีอะไรอีกรึเปล่า" หมอหนุ่มถามต่อพร้อมกับใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย

"นะ...นี่ครับ สุขสันต์วันเกิดนะครับนาย พอดีเมื่อคืนผมลืมหยิบไปด้วยเลยเอามาให้ตอนนี้ครับ" หลงเว่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ติดๆขัดๆ เขารู้สึกไม่มั่นใจเลยสักนิด เพราะกลัวว่าของที่เขาซื้อให้จะไม่ถูกใจผู้รับ

"หื้ม? ขอบใจนะ ไม่คิดว่านายก็เตรียมของขวัญให้ฉันด้วย" หมอหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะเปิดของขวัญและสำรวจมันด้วยท่าทางเหมือนเด็กน้อย ซึ่งของที่หลงเว่ยซื้อให้เป็นเข็มขัดราคาแพง และดูเหมือนจะถูกใจเขาไม่น้อย

หลงเว่ยที่เอาแต่ก้มหน้าก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายช้าๆ ทำให้เขาได้เห็นรอยยิ้มที่ชอบแอบมองอยู่บ่อยๆ และแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกดีมากแล้ว

"ขอบใจมากนะ ฉันชอบมากเลย"

"ไม่เป็นไรครับ" หลงเว่ยบอกกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

"อื้ม...นายกลับไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะเคลียร์เอกสารสักหน่อย"

"ครับ มีอะไรเรียกผมได้ตลอดเลยนะครับ" พูดจบหลงเว่ยก็เดินออกไป เขาอดอมยิ้มกับท่าทางน่ารักของหมอหนุ่มไม่ได้เลย

 

ส่วนหมอไป๋ก็เลือกเก็บของขวัญไว้ในตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็เริ่มลงมือเครียร์เอกสารต่างๆที่ค้างคา ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือเอกสารสำคัญต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ และด้วยความที่งานล้นมือ จึงทำให้เขาลืมเรื่องของขวัญของธันวาไปเสียสนิทเลย

 

....

 

ทางฝั่งของธันวา ตอนนี้เขากำลังนั่งอารมณ์ดีอยู่ที่ห้องทำงานของตน พนักงานทุกคนต่างแปลกใจที่วันนี้เขามีสีหน้ายิ้มแย้มจนผิดปกติ ทั้งที่ทุกวันเขามักจะทำหน้านิ่งเฉยชาอยู่เสมอ

"ป่านี้จะตื่นรึยังนะ" คนหล่อพึมพำถามตัวเองเบาๆพลางคิดถึงใบหน้าหวานของหมอหนุ่ม สมองก็คิดไปต่างๆนานาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน และคิดว่าตนเองตัดสินใจถูกจริงๆที่เลือกทำแบบนั้น เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับหมอไป๋มากขนาดนี้ ยิ่งเรื่องจูบอีก มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขายิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่ออกจากบ้าน มันทั้งรู้สึกดีใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก แต่แล้วเขาก็หลุดจากภวังค์ เมื่อจู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

ก็อก ก็อก ก็อก

"เข้ามา" ธันวาบอกพร้อมรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"เอกสารเกี่ยวกับโครงการใหม่ครับนาย" เลขาหนุ่มบอกพร้อมยื่นเอกสารดังกล่าวมาให้

"อืม วันนี้ฉันมีนัดอะไรที่ไหนอีกมั้ย" ธันวาถามพร้อมรับเอกสารจากลูกน้องมาเซ็น

"ของวันนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้วครับ นายจะไปไหนเหรอครับ" เลขาหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

"ไม่มีอะไร เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระข้างนอกนะ มีอะไรด่วนก็โทรมาบอกละกัน" พูดจบร่างสูงยื่นเอกสารคืนให้เลขาหนุ่ม จากนั้นก็คว้ากุญแจรถออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้เลขาหนุ่มยืนทำหน้างงอยู่ที่เดิม

 

ร่างสูงขับรถมาจอดในโรงพยาบาลใหญ่ พร้อมกับกล่องกับข้าวที่ตั้งใจซื้อมาให้คนเมาเมื่อคืน เพราะก่อนมานี่เขาได้โทรถามข้อมูลกับเฟยหยางว่าหมอไป๋ชอบกินอะไร ไม่ชอบอะไร ซึ่งแน่นอนว่ามาเฟียหนุ่มก็บอกทุกอย่างตามความจริง แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้บอก คือเรื่องที่วันนี้เป็นวันหยุดของหมอไป๋ ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาทำงาน เพื่อเอาคืนเรื่องที่ธันวาชอบหาเรื่องตนกับเวลตลอดที่ผ่านมา

 

ร่างสูงเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างอารมณ์ดี และบรรยากาศเมื่อชายหนุ่มก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือ เป็นที่สนใจ เป็นที่ดึงดูด และเป็นเป้าสายตาของคนที่พบเห็น และเหมือนเดิมอีกคือเขาเลือกที่จะเดินไปที่เคาน์เตอร์ เพื่อถามหาห้องทำงานของหมอไป๋นั่นเอง

 

"เอ่อ ขอโทษนะครับ ห้องทำงานของหมอไป๋อยู่ที่ไหนครับ" ธันวาเอ่ยถามพยาบาลอย่างสุภาพ ใบหน้าหล่อนิ่งเฉยเหมือนคนไร้ความรู้สึกเช่นเดิม แต่นั่นก็ไม่ทำให้ความหล่อของเขาลดลงเลยสักนิด จนทำให้พยาบาลสาวถึงกับมองตาค้าง เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆจึงต้องสะกิดแขนเพื่อเรียกสติเธอ

 

"อะ..เอ่อ คือวันนี้คุณหมอไม่ได้มาทำงานค่ะ ไม่ทราบว่ามีธุระสำคัญอะไรรึเปล่าคะ"

"ไม่มาทำงาน เขาได้แจ้งมั้ยครับว่าทำไมไม่มา หรือเขาเป็นอะไรรึเปล่า" น้ำเสียงของธันวาแปรเปลี่ยนเป็นร้อนรนทันที เพราะกำลังเข้าใจว่าหมอหนุ่มต้องไม่สบายจากการกินเหล้าเมื่อคืนแน่ๆ

"ออ คุณหมอไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ แต่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นวันหยึดของคุณหมอน่ะค่ะ" หญิงสาวตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาคิดว่าหมอหนุ่มจะเป็นอะไรไปซะแล้ว

"งั้นขอบคุณมากนะครับ" พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ขายาวก้าวขึ้นรถด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ก่อนจะกดเบอร์โทรไแหาน้องเขยตัวดี

 

"ฮัลโหล ว่าไงครับพี่" ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี นั้นแสดงให้เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายจงใจแกล้งเขา

"ทำไมไม่บอกกูว่าพี่มึงไม่มาทำงาน ทำกูมาเสียเวลาเลยเนี่ย" ธันวาบ่นใส่ปลายสายด้วยหงุดหงิด

"อ้าว ก็พี่ไม่ได้ถามเองนิ จะมาโทษผมไม่ได้นะ" เฟยหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนส้นตีนสุดๆ

"พอกูอ่อนให้หน่อยนี่เอาใหญ่เลยนะมึง เดี๋ยวกูก็ยุให้น้องกูมีชู้ซะเลยนิ"

"พี่ทำไม่สำเร็จหรอก เพราะเวลรักผมม๊ากมาก" ปลายสายตอบด้วยความมั่นใจสุดๆ ทำให้คนหล่อถึงกับเบะปากออกมาด้วยความหมั่นไส้

 

"เอ้อ! กูจะรอดูนะไอ้สัส! แต่มาคุยเรื่องนี้ก่อน เรื่องที่มึงบอกพี่มึงชอบกินเผ็ดนี่ไม่ได้หลอกกูใช่ปะ ไม่ใช่ว่าซื้อไปให้ละกลายเป็นของที่เขาเกลียดนี่กูเอามึงตายแน่" ธันวาพูดขู่แบบไม่จริงจังนัก

"แหม นี่คือคำพูดของคนที่มาขอคำแนะนำเหรอพี่" เฟยหยางบอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพราะเขาไม่ได้เกรงกลัวคำขู่ของอีกฝ่ายเลยสักนิด

"มึงอย่าลีลา รีบๆพูดมากูรีบ!"

"อ่าๆ บอกก็ได้ เฮียชอบกินเผ็ดจริง พวกอาหารเผ็ดๆอ่ะเฮียแกชอบหมดแหละ แต่ถ้าเมาค้างหรือดื่มหนักๆอย่างเมื่อคืนตื่นมาก็ต้องกินพวกยำอ่ะพี่ ยำอะไรก็ได้ ออ..แล้วก็อย่าลืมซื้อไก่ย่างไปด้วยนะ ของโปรดเฮียเขาเหมือนกัน"

"โอเค งั้นแค่นี้แหละ เดี๋ยวกูไปหาซื้อก่อน ไม่รู้จะไปซื้อแถวไหนเนี่ย"

"จะไปยากอะไรพี่ เดี๋ยวผมบอกพิกัดร้านโปรดของเฮียให้ ร้านมันอยู่ที่..." แล้วเฟยหยางก็บอกพิกัดร้านยำร้านโปรดของหมอหนุ่มให้ธันวาฟัง ซึ่งธันวาเองก็ตั้งใจฟังมาก

 

"เออขอบใจมึงมาก งั้นแค่นี้แหละ" พูดจบคนหล่อก็กดวางสาย พร้อมกับค้นหาพิกัดที่เฟยหยางบอกทันที

แต่ด้วยความที่เขายังไม่ชินพื้นที่จึงต้องใช้จีพีเอสช่วย และแน่นอนว่าจีพีเอสมักจะพาอ้อมเสมอ หรือไม่บางทีมันก็พาหลงอีกต่างหาก นี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเสียเวลาอยู่กับการขับรถหาร้านยำนานพอสมควร

และเมื่อมาถึงก็ต้องมาเสียเวลานั่งรอคิวอีก เพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านดัง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีลูกค้าแน่นร้านอยู่ตลอดเวลา กลุ่มหนึ่งออกกลุ่มหนึ่งเข้า วนเวียนกันอยู่อย่างนั้น และเวลาที่เขามาเป็นช่วงเที่ยงพอดี จึงทำให้มีลูกค้าแน่นขึ้นไปอีก

แต่ชายหนุ่มก็นั่งรอ เพราะต้องการเอาใจคนหน้าหวานของเขา ถ้าอีกฝ่ายได้กินคงมีความสุขไม่น้อย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอดทนรอซื้อยำเกือบสองชั่วโมง

 

"ยำหมูยอ ยำกุ้งสด ยำปูม้า ยำหมึกสาย ยำแซลมอน ยำหอยแครง แล้วก็มีไก่ย่างหนึ่งตัวนะคะ ทั้งหมด 981 บาทค่ะ รับข้าวเหนียวเพิ่มด้วยมั้ยคะ" แม่ค้าพูดทวนเมนูทั้งหมดและคิดเงินให้เขาเสร็จสรรพ และไม่ลืมแนะนำข้าวเหนียวให้ด้วย

"อือ...เอาถุงนึงครับ" ธันวาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเอาข้าวเหนียวด้วย เพราะคิดว่าถ้ากินแต่ยำมีหวังหมอไป๋ได้ท้องเสียแน่ๆ

"โอเคค่ะ ทั้งหมด 996ค่ะคุณลูกค้า" แม่ค้าบอกด้วยน้ำเสียงสดใส

"นี่ครับ ไม่ต้องทอนครับ" ธันวายื่นแบงค์พันหนึ่งใบกับแบงค์ร้อยหนึ่งใบให้แม่ค้า พร้อมกับรับถุงยำที่มีกล่องยำหลายกล่องมาอย่างง่ายดาย ใจจริงเขาก็ไม่คิดจะซื้อเยอะขนาดนี้หรอก แต่คือไม่รู้ไงว่าหมอไป๋ชอบดินอะไร จึงเลือกซื้อมาทั้งหมดก่อน แล้วค่อยถามอีกฝ่ายวันนี้ว่าชอบกินอะไร คราวหน้าจะได้เลือกซื้อตามใจให้ถูก

"ไว้มาอุดหนุนอีกนะคะ" แม่ค้าบอกยิ้มๆ ธันวาก้มหัวให้แม่ค้าเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ ก่อนจะหิ้วถุงใหญ่สองถุงเดินกลับไปที่รถ สายตามากมายจับจ้องไปที่เขาอย่างสนใจ เพราะความหล่อและความดูดีของเขามันสะดุดตาผู้คนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ก็มีบางคนที่จำหน้านักธุรกิจหนุ่มได้ จึงไม่ลืมถ่ายรูปเขาลงเฟสเพื่ออวดว่าตนเจอคนดัง โดยที่เจ้าตัวนั้นไม่สนใจและไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

 

ธันวาขับรถมุ่งตรงไปที่บ้านของเฟยหยางทันที เพราะตอนนี้เขาคิดว่าซื้อทุกอย่างครบหมดแล้ว แต่ตอนกลับเขาไม่ได้กลับเส้นทางเดียวกับตอนมา เพราะรู้แล้วว่าจีพีเอสนั้นพาหลง เขาจึงดูและสังเกตุป้ายบอกทางแทน จนสุดท้ายรถหรูก็มาขับเคลื่อนมาจอดในคฤหาสน์สุดหรูของแก็งมังกรดำจนได้

ร่างสูงไม่รอช้ารีบลงจอดรถและหิ้วของที่ซื้อมาเข้าไปในบ้านทันที โดยจุดมุ่งหมายของเขาก็คือห้องของหมอหนุ่มนั่นเอง บอดี้การ์ดที่เห็นชายหนุ่มต่างก็ก้มหัวให้ เพราะรู้ดีว่าธันวามีศักดิ์เป็นพี่ชายของเมียนายใหญ่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพวกเขาต้องให้ความเคารพกับอีกฝ่ายด้วย และสุดท้ายร่างสูงก็เดินมาถึงห้องนอนของหมอหนุ่มจนได้ เขาไม่รอช้าเคาะประตูห้องอย่างรวดเร็ว

 

ก็อก ก็อก ก็อก!

"เข้ามา" คนในห้องตะโกนบอกออกมา ธันวาจึงค่อยๆบิดลูกบิดประตูและเปิดเข้าไปในห้อง ทุกอย่างในห้องยังคงเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือคนหน้าหวานของเขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียง

"ฉันอยู่ในห้องทำงาน" หมอไป๋พูดขึ้นมาอีกรอบ ทำให้ร่างสูงเดินไปตามที่มาของเสียง ทำให้เขาได้เห็นหมอหนุ่มที่กำลังก้มหน้าทำงานอย่างขมัดเขม็ง รอยยิ้มสวยค่อยๆปรากฏขึ้นที่ใบหน้าหล่อ แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบจะทันทีเมื่อเจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมามองเขาช้าๆ

 

 

"ไอ้ธัน มะ..มึงมาได้ไงอ่ะ" หมอหนุ่มรีบวางปากกาแล้วลุกขึ้นยืนทันที เหมือนเขาจะตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆธันวาก็โผล่มาที่นี่ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นหลงเว่ยซะอีก ไหงเป็นไอ้หน้าหล่อนี่ไปได้ หมอหนุ่มคิดในใจ สมองก็คิดไปต่างๆนาๆว่าอีกฝ่ายมาที่นี่ทำไมกัน

"คือ...ออ คือกูซื้อไอ้นี่มาให้มึงอ่ะ คิดว่ามึงน่าจะยังเมาค้างอยู่" คนหล่อบอกเสียงตะกุกตะกักก่อนจะยกสองมือที่ถือถุงใบใหญ่ให้คนตรงหน้าดู

"อะ...เอ่อ..ขอบใจ แต่ทำไมซื้อมาเยอะแยะขนาดนั้นอ่ะ มึงซื้อมาเผื่อคนทั้งบ้านรึไง" หมอไป๋เหมือนจะอึ้งกับของที่อยู่ในมืออีกฝ่าย แต่ก็ยังทำทีเป็นว่านู้นว่านี่ให้เขา เพราะทำตัวไม่ค่อยถูก

 

"กูไม่รู้ว่ามึงชอบกินอะไรอ่ะ เลยให้ลูกน้องซื้อมาหมดเลย" ธันวาตัดสินใจโกหกออกไป เพราะยังไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนเป็นคนไปต่อคิวซื้อมาเอง

"ออ เอามานี่สิ เดี๋ยวกูจัดใส่จานให้" หมอหนุ่มบอกพร้อมเดินนำอีกฝ่ายไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งห้องของเขาเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ โต๊ะทำงาน และโต๊ะอาหารอยู่ด้วยกัน เพราะเขาเป็นคนชอบหิวตอนดึกๆ จึงออกแบบห้องให้มีทุกอย่างครบ เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาลงไปถึงห้องครัว เพราะในห้องนี้มีทุกอย่างที่เขาต้องการ ทั้งตู้เย็น กาต้มน้ำ และจานชามต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดมิเนียมขนาดเล็กเลยก็ว่าได้

 

ร่างสูงวางของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนมองหมอไป๋ลงมือแกะยำใส่จานอย่างตั้งใจ

"มึงรู้ได้ไงว่ากูชอบกินยำ แถมยังเป็นรสโปรดกูด้วย" ร่างโปร่งถามขึ้นมาด้วยความสงสัย หลังจากแกะยำทุกอย่างใส่จานเรียบร้อยแล้ว เขาเห็นโลโก้ร้านข้างกล่อง จึงเกิดความสงสัยขึ้นมา

"อะ..อ้าวเหรอ กูไม่รู้อ่ะ เห็นมีคนเยอะเลยลองไปซื้อดู" คนหล่อตอบเสียงเรียบ

"ออ..อืม งั้น...มากินด้วยกันสิ กูกินคนเดียวไม่หมดหรอก" หมอหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะชวนให้ธันวานั่งกินด้วยกัน เพราะของที่อีกฝ่ายซื้อมามันเยอะจนวางเกือบไม่พอโต๊ะ ส่วนคนที่โดนชวนก็หลุดอมยิ้มออกมาอน่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะรีบนั่งลงฝั่งตรงข้ามทันที แต่ก็กลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเดิมเมื่อหมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามอง

 

แล้วทั้งคู่ก็ลงมือกินกันอย่างเงียบๆ ต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไรออกมา หมอหนุ่มตักยำแต่ละอย่างชิมอย่างเอร็ดอร่อย เริ่มจากยำหมูยอ ยำกุ้งสด และยำอื่นๆตามลำดับ แต่จากการที่สังเกต ธันวาก็เห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนจะชอบยำหมูยอกับยำกุ้งสดเป็นพิเศษ เขาจึงเผลอหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนตรงหน้าตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย

 

"ยิ้มอะไรของมึง!" แต่เหมือนเขาจะคิดผิดนะ เพราะจู่ๆอีกคนก็หยุดกินแล้วเงยหน้าขึ้นมาถามเขาเสียงแข็ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหมอหนุ่มเองก็รู้ตัวว่าธันวาแอบมองตนอยู่ตลอด

"อะไร ใครยิ้ม" แต่คนหล่อกลับตีหน้านิ่งและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ใส่

"ก็เมื่อกี้กูเห็นอ่ะว่ามึงยิ้ม" หมอหนุ่มเองก็เหมือนจะไม่ยอมแพ้ เขาวางช้อนลงและมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง

"มึงมั่วละ สงสัยแฮงค์เหล้าจนเบลอไปหมดละมั้ง อา..กินๆเข้าไปจะได้ส่าง" คนหล่อปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับตักหมูยอใส่จานให้คนตรงหน้าสามสี่ช้อน

"เหอะ อย่าให้กูเห็นมึงเมาบ้างละกัน" หมอหนุ่มจิปากใส่พร้อมกับพูดบ่นใส่คนตรงหน้าอย่างรำคาญ ซึ่งธันวาก็ไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่ไหวไหล่กวนๆให้อีกฝ่ายแค่นั้น

 

"แล้วทำไมไม่กิน มานั่งจ้องกูอยู่ได้" เมื่อกินไปได้สักพัก หมอหนุ่มก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วมองจานที่ว่างเปล่าของธันวาแบบงงๆ

"กูไม่ค่อยหิวอ่ะ มึงกินเลย" คนหล่อตีหน้าขรึมตอบกลับไป

"ได้ไงอ่ะ ซื้อมาตั้งเยอะแต่ให้กูกินคนเดียวเนี่ยนะ" หมอหนุ่มตอบกลับมาด้วยท่าทางงอแง จนทำให้ธันวารู้สึกมั่นเขี้ยวอีกฝ่ายไม่น้อย แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมานั้นทำให้คนตรงหน้ารู้สึกยังไง เขาแค่ต้องการบ่นอีกฝ่ายก็แค่นั้น

 

"อ่าๆ กินก็กิน...พอใจมึงยัง" ธันวาบอกพร้อมหยิบน่องไก่ขึ้นมากินหนึ่งชิ้น ความจริงไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกินหรอก แต่เพราะเขากินเผ็ดไม่ได้ต่างหากล่ะ จึงได้แต่นั่งมองอีกฝ่ายกินอยู่อย่างงี้

"ยัง มึงต้องกินนี่ นี่ แล้วก็นี่ด้วย" ไม่พูดเปล่าแต่หมอหนุ่มยังจัดการตักยำทุกอย่างใส่จานให้อีกฝ่ายจนเกือบล้นจาน ทำให้ธันวาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นสีสันของอาหารในจานแล้วบอกได้คำเดียวว่าตาย 'ตายๆ แดกหมดนี่กูตายแน่' คนหล่อแอบสบถกับตัวเองในใจ

"กินสิ กินให้หมดด้วยนะ เสือกซื้อมาเยอะเอง" หมอหนุ่มพูดบอกเสียงแข็ง ก่อนจะลงมือกินต่ออย่างเอร็อร่อย ซึ่งแตกต่างจากอีกฝ่ายที่ไม่กล้าแม้แต่จะหยิบช้อนเลยด้วยซ้ำ

 

"อ้าว กินสินั่งบื้ออยู่ได้ หรือต้องให้กูป้อน" หมอหนุ่มพูดประชดออกมาเมื่ออีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่ง เขาไม่ได้สังเกตสีหน้าคนหล่อด้วยซ้ำว่ามีสีหน้ายังไง

"ไม่ต้อง ดะ..เดี๋ยวกูกินเอง" คนหล่อพูดเสียงสั่น ก่อนจะทำใจตักยำในจานใส่ปากช้าๆ จากนั้นก็ค่อยๆเคี้ยวแล้วกลืนลงคอด้วยใบหน้าที่กล้ำกลืนฝืนทน และไม่ต้องบอกว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเขารีบวางช้อนและยกน้ำขึ้นดื่มตามอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าหล่อที่เคยขาวแดงก่ำไปหมด แถมยังจะมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า และด้วยความที่เขารีบยกเกินไปจึงทำให้เขาสำลักออกมา

 

"แค่กๆๆ"

"เห้ย! เป็นไรอ่ะ ใจเย็นๆค่อยๆ" หมอหนุ่มชะงักเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เขารีบลุกไปลูบหลังให้ธันวาอย่างรวดเร็ว

"แค่กๆๆ กะ..กูไม่เป็นไร"

"ไม่เป็นไรห่าไรล่ะ กินเผ็ดไม่ได้ทำไมไม่บอกวะ" หมอหนุ่มตะโกนใส่ร่างสูงอย่างลืมตัว เพราะเมื่อกี้เขารู้สึกตกใจมากที่เห็นธันวาเป็นแบบนั้น

 

"มึง...เป็นห่วงกูเหรอ" ธันวาเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางร้อนใจของหมอหนุ่ม

"ก็เออสิวะ!..." หมอหนุ่มเองก็รีบตอบกลับไปโดยไม่ทันคิด แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมารู้ตัวทีหลังว่าพูดอะไรออกไป ซึ่งคนฟังก็จ้องหน้าเขานิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

"..."

"กะ...กูหมายถึงเป็นห่วงกลัวว่ามึงจะมาตายในห้องกูต่างหาก แดกไม่ได้ยังเสือกจะแดกอีกนะมึง โง่จริงๆ" หมอไป๋พยายามพูดแก้ตัวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด แต่ก็เหมือนจะไม่ทันซะแล้ว เพราะคนฟังนั้นคิดไปไกลแล้ว แค่ได้ยินคำว่าเป็นห่วง เขาก็แทบจะผุดรอยยิ้มดีใจออกมาเสียให้ได้

 

"อืม มึงไปกินต่อเถอะ กูดีขึ้นแล้ว" ธันวาบอกกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจนั้นกระโดดโลดเต้นดีใจไปไกลแล้ว หมอหนุ่มก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง แต่สายตากลับมองสำรวจยำบนโต๊ะอีกครั้ง ก่อนจะไปเห็นข้าวเหนียวที่อยู่ในถุง เขาจึงหยิบออกมาแล้วยื่นให้คนตรงหน้า

 

"อ่ะนี่ มึงแดกข้าวเหนียวกับไก่ย่างไปละกัน ส่วนที่เหลือเดี๋ยวกูจัดการเอง" หมอไป๋บอก

"อืม...มึงก็แดกด้วย กินแต่ยำเดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก" ธันวาบอกพร้อมแบ่งข้าวเหนียวในมือให้หมอหนุ่มครึ่งหนึ่ง ซึ่งหมอหนุ่มเองก็รับไว้แต่โดยดี แล้วทั้งคู่ก็เริ่มลงมือกินกันต่อเงียบๆ โดยมีคนหล่อคอยแอบมองเจ้าของใบหน้าหวานอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเจ้าตัวก็รู้แต่ก็ทำเหมือนไม่รู้ เพราะทำตัวไม่ถูกกับสายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมาจริงๆ เขาเลยได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายจ้องมองอยู่แบบนั้น จนสุดท้ายก็กินกันจนอิ่ม

 

"แน่นท้องเป็นบ้าเลย" หมอไป๋บอกพลางลูบหน้าท้องตัวเองไปด้วย

"หึ ไหนบอกกินไม่หมดไง สุดท้ายก็ไม่เหลือ" ธันวาเอ่ยแซวยิ้มๆ

"ก็กูไม่ได้กินนานแล้วนิ อีกอย่างยิ่งแฮงค์เหล้าแบบนี้ยิ่งอร่อย กูก็เลยกินเยอะไง" หมอหนุ่มตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำเอาธันวาอดยิ้มเอ็นดูกับท่าทางน่ารักของอีกฝ่ายไม่ได้

"อืม...แล้วดีขึ้นรึยัง" ธันวาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม

"อืม ขอบใจมึงมากนะ" หมอหนุ่มตอบ

"เค งั้นกูกลับละ คราวหลังก็อย่าแดกเยอะแบบเมื่อคืนอีกละกัน เหนื่อยกูต้องแบกกลับอีก" พูดจบร่างสูงก็ลุกเดินออกไปทันที เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ถามอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

"แบกกลับงั้นเหรอ? หรือว่า...ไอ้ธัน! เดี๋ยวไอ้ธัน! อย่าเพิ่งไป!" ทันทีที่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายบอก ร่างโปร่งก็วิ่งตามร่างสูงออกไปทันที แต่ก็เหมือนจะไม่ทันซะแล้ว เพราะรถสปอร์ตคันหรูได้ขับเคลื่อนออกไปจากบ้านเขาแล้ว

"นี่มึงเป็นคนพากูกลับมางั้นเหรอ" หมอหนุ่มสบถถามตัวเองด้วยความสงสีย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ จากคนที่คอยคนกวนประสาทและคอยหาเรื่อง แต่ตอนนี้กลับมาทำดีกับเขาซะงั้น จึงทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าเพราะอะไรถึงทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไปแบบนี้

แต่แล้วอยู่ๆรอยยิ้มหวานก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ 'จะว่าไป มึงก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย' หมอหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะเดินยิ้มกลับเข้าห้องไป

 

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ามีคนๆหนึ่งกำลังแอบมองเขาจากมุมมืด ยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเขาคนๆนั้นก็ยิ่งเจ็บปวด ชายหนุ่มได้แต่กำหมัดแน่นและก่นด่าเจ้าของรถหรูอยู่ในใจ

 

 

 

 

To be continued...

มาลิ้วววว พี่ธันเริ่มรุกแล้วนะคะทุกคน หมอไป๋ก็หวั่นๆกับการเปลี่ยนไปแบบกระทันหันของอีกฝ่ายอ่ะน้อ แต่คนที่น่าสงสารที่สุดคือพี่หลงของเรา แงง มาตามลุ้นกันนะคะว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นยังไง จะป่วน ฮา ดราม่า หรือยังไง ฝากติดตามด้วยค่ะ จุ๊ปๆ 😍😘

 

 

ความคิดเห็น