email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่9 : ถ้ากูคิดล่ะ มึงจะว่าไง

ชื่อตอน : ตอนที่9 : ถ้ากูคิดล่ะ มึงจะว่าไง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 10:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9 : ถ้ากูคิดล่ะ มึงจะว่าไง
แบบอักษร

ตอนที่9 : ถ้ากูคิดล่ะ มึงจะว่าไง

 

 

"มีอะไรก็รีบพูดๆมา กูมีเวลาให้มึงห้านาที" ทันทีที่เดินมาถึงหลังห้องน้ำ หมอไป๋ก็เปิดประเด็นถามอีกฝ่ายทันที เขากอดอกมองร่างสูงอย่างไม่สบอารมณ์ อารมณ์ดีๆที่เคยมีก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปหมดสิ้น ตั้งแต่ที่ธันวาเดินถือเค้กเข้ามาในห้อง ไหนจะเรื่องที่เฟยหยางยอมจัดงานวันเกิดให้ตนกับอีกฝ่ายพร้อมกันอีก ทั้งๆที่มาเฟียหนุ่มเองก็รู้ว่าเขากับธันวาไม่ถูกกันแท้ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ใบหน้าหวานแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

"มึงอย่าไปโกรธไอ้หยางเลย กูเป็นคนบอกให้มันปิดมึงเองแหละ" ธันวาบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาพยายามปรับอารมณ์ที่กำลังพุ่งก่อนหน้านี้ให้สงบลง ยอมรับเลยว่าเมื่อกี้เขาโกรธมาก โกรธจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ถ้าหมอไป๋ไม่บอกให้หยุดเขาคงพลั้งมือซัดหน้าหลงเว่ยไปแล้ว กล้าดียังไงมาแตะต้องคนของเขา คนหล่อแอบโกรธแค้นหลงเว่ยในใจ

 

"กูไม่โกรธน้องกูหรอก กูรู้ว่าหยางมีเหตุผลที่ทำแบบนี้" หมอหนุ่มบอกกลับตามความจริง ถึงเขาจะแอบเคืองน้องชายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับโกรธอีกฝ่ายหรอก เพราะรู้ดีว่าทุกอย่างที่เฟยหยางทำย่อมมีเหตุผลเสมอ ถึงตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเหตุผลนั้นก็ตาม

"อืม...ก็ดี" ธันวาพยักหน้าตอบ

"สรุปมีเรื่องอะไรจะคุยกับกู" หมอหนุ่มเอ่ยถามร่างสูงอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยเผลอมองสำรวจคนตรงหน้าอย่างพิจารณา และคงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จึงทำให้เขามองว่าอีกฝ่ายหล่อ หมอหนุ่มเผลอชื่นชมความหล่อของธันวาในใจ แต่พอตั้งสติได้เขาก็รีบสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดบ้าๆนี่ทิ้งไป

 

"เป็นอะไร เมาเหรอ" ธันวาเอ่ยถามทันทีที่เห็นหมอหนุ่มทำแบบนั้น เขายื่นหน้าหล่อเข้าไปใกล้เพื่อมองใบหน้าหวานของอีกฝ่ายชัดๆ อ่า...น่ารักชะมัด คนหล่อคิดในใจ

"เห้ย! ทำไรเนี่ย" หมอหนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งตกใจจนเดินถล่าไปติดกับกำแพง

"หน้าแดงอ่ะ เมาแล้วใช่มั้ย"ธันวาไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายถามเลยสักนิด แต่เขากลับขยับหน้าเข้าไปใกล้หมอหนุ่มมากกว่าเดิม มันใกล้จนทั้งคู่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน ต่างใฝ่ต่างมองสบตากันนิ่ง ราวกับโดนสายตาของคนตรงหน้าสะกดยังไงอย่างงั้น

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่สักพัก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนสุดท้ายเป็นหมอไป๋ที่เป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน

"กะ...ก็บอกไม่ได้เมาไง เอาหน้ามึงออกไปไกลๆเลยนะ"หมอหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไป เมื่อกี้นี่มันอะไรกัน ทำไมอยู่ๆก็รู้สึกแปลกๆ หมอหนุ่มสบถถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ตอนนี้ควรโกรธ โมโห หรือตกใจดี ความรู้สึกหลายอย่างมันตีกันจนวุ่นไปหมด นี่กูเมาแล้วใช่มั้ยเนี่ย?

 

"เอ่อ...อืม ไม่เมาก็ดีแล้ว" ธันวาเองก็บอกกลับเสียงสั่น เขาพยายามสูบลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมสติของตัวเอง เมื่อกี้ถ้าหมอไป๋ไปผลักเขาออก ป่านี้เขาคงเผลอจูบปากอีกฝ่ายไปแล้ว

"รีบพูดธุระของมึงมาได้ละ กูจะรีบกลับไปฉลองวันเกิดต่อ" หมอไป๋เอ่ยบอกเสียงเรียบพลางเสมือนหน้าไปทางอื่น

"อ่ะนี่ สุขสันต์วันเกิดนะ" ร่างสูงเดินเข้าไปหาหมอหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋ายื่นให้คนตรงหน้า มันเป็นกล่องกำมะหยี่สีกรมขนาดไม่เล็กมาก ไม่รู้ว่าข้างในบรรจุอะไรไว้ แต่ดูๆแล้วคงจะแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

 

"หื้ม? ให้กู?" หมอหนุ่มถามพร้อมชี้นิ้วเข้าตัวเอง

"อืม...รีบไปเถอะ ถือซะว่าเป็นการขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา" คนหล่อบอกยิ้มๆ ก่อนจะยัดกล่องนั้นใส่มือสวยของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ

 

"..."

หมอหนุ่มเองก็รับมาแบบงงๆ เขาเงียบและจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ เพราะกำลังอึ้งกับสิ่งที่ร่างสูงพูดออกมาเมื่อกี้มันพูดว่าอะไรนะ ขอโทษ ขอโทษงั้นเหรอ? บ้าหน่า คนอย่างหมอนี่เนี่ยนะจะมาขอโทษเรา นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา

"มีความสุขมากๆนะครับ...คุณหมอ" คนหล่อบอกยิ้มๆ ก่อนจะเอื้อมมือแกร่งมายีหัวหมอหนุ่มอย่างเอ็นดู หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที โดยปล่อยให้หมอหนุ่มยืนอึ้งและงงการการกระทำของเขาอยู่ที่อย่างงั้น

ยิ้มอีกแล้ว มันยิ้มแบบนี้ให้ผมอีกแล้ว ทำไมอยู่ๆมันถึงมาพูดสุภาพกับผมล่ะ แล้วไหนจะมายีหัวผมอีก นี่มันกำลังทำบ้าอะไรของมัน หมอหนุ่มสบถถามตัวเองด้วยความสับสน เพราะตอนนี้เขากำลังงและไม่เข้าใจกับคำพูดและการกระทำที่เปลี่ยนไปกระทันหันของธันวา

 

"เดี๋ยว! ไอ้ธัน! ไอ้ธันเดี๋ยวก่อน!" ทันทีที่ได้สติหมอหนุ่มก็ร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง ขาวยาวรีบวิ่งตามเพื่อหวังจะคว้าแขนแกร่งของอีกฝ่ายไว้ แต่เพราะไม่ระวังจึงสะดุดขาตัวเองและกำลังทำท่าจะล้ม

 

"เหว่อ.."

"เห้ย! อึก..."

ก่อนที่หมอไป๋จะล้มลงไป ร่างสูงของธันวาก็หันกลับมารับหมอหนุ่มไว้ได้ทัน สองมือโอบกอดหมอหนุ่มไว้แน่น เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป แต่แล้วธันวาเองทรงตัวไม่อยู่ จึงทำให้พวกเขาเสียหลักล้มลงไปทั้งคู่ โดยมีร่างแกร่งของธันวารองรับหมอไป๋อยู่ข้างล่าง

 

พลั่ก!

"..."

"..."

ทุกสิ่งเหมือนหยุดนิ่ง ทั้งคู่ชะงักค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตาหวานของหมอหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตกใจ ดวงตาคมของธันวาเองก็เช่นกัน พวกเขารู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตจนขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ สาเหตุก็เพราะตอนนี้ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอยู่นั่นเอง

 

"ขะ...ขอโทษ...ขอบคุณสำหรับของขวัญนะ" ทันทีที่ได้สติ หมอไป๋ก็ดันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายเสียงสั่น ก่อนจะหยิบกล่องของขวัญที่ตกใส่กระเป๋ากางเกง แล้วรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้นทันที อาการมึนๆก่อนหน้านี้ได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง เขาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ 'อะไรกัน นี่กูเสียจูบแรกให้ไอ้บ้านี่ไปแล้วงั้นเหรอ ไม่จริง!' หมอหนุ่มได้แต่กรีดร้องกับตัวเองในใจ พร้อมกับรีบสาวท้าวกลับห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว

 

ทุกคนอาจจะสงสัยว่าอายุยี่สิบเจ็ดแล้วยังไม่เคยจูบใครเลยงั้นเหรอ ใช่ครับ ทุกคนฟังไม่ผิด หมอไป๋ยังไม่เคยจูบใคร จูบเมื่อกี้เป็นจูบแรกของในชีวิตเขา ถึงเขาจะหล่อและเนื้อหอมมากขนาดไหน แต่เขายังไม่เคยจูบใครจริงๆ เพราะตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ หรือพูดง่ายๆก็คือเรื่องรักๆใคร่ๆไม่เคยอยู่ในหัวของเขาเลย เพราะทั้งชีวิตของเขานั้นทุ่มเทให้งานและแก็งมังกรดำเท่านั้น เขาจึงไม่ค่อยมีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ หรือมีแต่เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี

อาจจะมีบ้างบางครั้งที่เกิดอารมณ์ แต่หมอหนุ่มก็เลือกที่จะช่วยตัวเองอยู่ดี นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโสดและยังบริสุทธิ์ผุดผ่องมาถึงทุกวันนี้

 

 

หมอหนุ่มรีบเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในงาน ทุกคนยังสนุกสนานและเฮฮากันไม่หยุด เขาจึงเดินกลับไปนั่งที่เดิมช้าๆ หลังจากนั้นก็ยกเหล้าดื่มอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้สมองไม่ต้องคิดเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

"นายไปคุยอะไรกับมันมาครับ" หลงเว่ยเอ่ยถามผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง ใจจริงเขาอยากแอบตามไปดูทั้งสองคนคุยกัน แต่ไปไม่ได้เพราะถูกเฟยหยางสั่งห้ามไว้

"... มะ..ไม่มีอะไร มันแค่ให้ของขวัญน่ะ" หมอหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อหลงเว่ยถามแบบนั้น แต่เขาก็ฝืนยิ้มแล้วตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าปกติที่สุด แต่มันกลับตะกุกตะกักจนทำให้หลงเว่ยสงสัยมากกว่าเดิม

 

"แน่ใจเหรอครับ มันไม่ได้ทำอะไรนายใช่มั้ย" หลงเว่ยยังถามไม่หยุด เพราะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเจ้านาย เขาอยากรู้ว่าธันวาคุยอะไรกับเจ้านายของเขา อีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีลนลานแบบนี้

"ไม่ได้ทำไร นายอย่าไปสนใจมันเลย มาดื่มฉลองกันดีกว่า วันนี้นายต้องดื่มเป็นเพื่อนฉันนะ ไม่เมาไม่กลับ!" หมอหนุ่มรีบพูดตัดบท เพราะไม่อยากให้หลงเว่ยเซ้าซี้ไปมากกว่านี้ พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้หลงเว่ยดวลเหล้ากับตนด้วย

มาเฟียหนุ่มเองก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา เขาแค่คอยสังเกตท่าทางของหมอหนุ่มเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าาเขาเองก็รับรู้ได้เช่นกันว่าพี่ชายตัวเองมีท่าทีแปลกไป

 

 

ทางฝั่งของธันวาเขายังช็อคค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะใช้มือสวยลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ จากนั้นก็นึกถึงริมฝีปากบางที่เขาเพิ่งได้สัมผัสเมื่อกี้ 'นี่กูไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย' คนหล่อสบถถามตัวเองในใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความเคลิบเคลิ้ม

เขายืนยิ้มกับตัวเองอยู่สักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในงานด้วยท่าทางอารมณ์ดี ซึ่งแตกต่างจากคนก่อนหน้าลิบลับ

 

"อ้าวพี่ธัน หายไปไหนมาซะนาน ผมคิดว่าพี่หนีกลับไปแล้วนะเนี่ย" ภีมเอ่ยทักเมื่อเห็นธันวาเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในห้อง สายตาคมจดจ้องไปที่หมอไป๋แทบจะทันที

"กูไปห้องน้ำมาอ่ะ" คนหล่อลอกยิ้มๆ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างสบายใจ

"พวกพี่เคลียร์กันแล้วใช่มั้ย"มาเฟียหนุ่มพูดขึ้นหลังจากมองทั้งคู่สลับกันไปมา ธันวาไม่ตอบแต่พยักหน้าให้เขายิ้มๆ ส่วนหมอหนุ่มถึงกับชะงักค้างเมื่อน้องชายถามแบบนั้น

 

"อะ...อืม" หมอหนุ่มตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปชนแก้วกับพวกภีมต่อ เขาพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใจมันกระวนกระวายไปหมดแล้ว ไม่รู้ถ้าเผลอมองหน้าอีกฝ่ายแล้วจะเป็นยังไง แค่คิดใจก็กระตุกวูบแล้ว

"ดีแล้ว ผมหวังว่าพวกพี่จะไม่ทะเลาะกันอีกนะ" มาเฟียหนุ่มบอกเสียงเรียบ และทั้งคู่ก็พยักพยักให้เขาพร้อมกัน มาเฟียหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะคิดว่าต่อไปทั้งสองคนคงไม่มีเรื่องทะเลาะกันอีกแล้ว แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น จริงมั้ย?

ส่วนหลงเว่ยเองก็แอบมองพฤติกรรมของทั้งคู่อยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากข่มอารมณ์และเก็บความสงสัยไว้ในใจแค่นั้น

 

 

แล้วงานวันเกิดดำเนินไปด้วยความสนุกสนาน ทุกคนต่างเมามันและโยกย้ายไปกับเสียงเพลง ต่างคนต่างยกแก้วเหล้าดื่มกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งผ่านลำคอเข้าไปในกระเพาะ ยิ่งเวลาผ่านไปแอลกอฮอล์ในเลือดก็ยิ่งออกฤทธิ์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทุกคนตกอยู่ในสภาพเมามายไม่ต่างกัน คงมีแต่เฟยหยางกับธันวาที่ไม่เมาเพราะพวกเขาแค่นั่งจิบเท่านั้น

โฟนกับเวลน็อคตั้งแต่สองชั่วโมงแรก ส่วนคนที่เหลือก็ดื่มกันต่อด้วยความสนุกสนาน จนตอนนี้เหลือแค่ธันวา หมอไป๋ เฟยหยาง และอี้จาง

ตั้งแต่กลับเข้ามาหมอไป๋ยังไม่หันไปมองคนตัวสูงเลยครั้ง เขาทำเหมือนกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในห้อง และหันไปคุยและดวลเหล้ากับหลงเว่ยไม่หยุด ซึ่งนั่นก็ทำให้ธันวาโมโหไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตนตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายโกรธอีก

แต่หลงเว่ยเองก็ไม่ได้คอแข็งอะไรมาก เขาจึงสลบและน็อคคาโต๊ะไปในที่สุด

 

 

 

01:55 น.

"โด่ว..มีแต่พวกอ่อนๆว่ะ" หมอไป๋พูดเสียงยานเมื่อเห็นแต่ละคนสลบคาโต๊ะไปเกือบหมดแล้ว ความจริงตอนนี้เขาเองก็เมามากเหมือนกัน แต่ยังพอมีสติอยู่เล็กน้อยหน่อย

 

"มาดวลกันมั้ยล่ะ" ร่างสูงลากเก้าอี้เสริมไปนั่งข้างๆหมอหนุ่ม เขาพูดท้าและยักคิ้วให้อีกฝ่ายแบบกวนๆ

"พี่ธันพอแล้ว เฮียไม่ไหวแล้ว" มาเฟียหนุ่มพูดห้าม

"คายไม่ไหว...กูไหวโว้ย แน่จริงก็มาดิค้าบบบ.." แต่หมอหนุ่มก็ยังห้าวไม่เลิก ความเมาทำให้มองไม่เห็นว่าคนตรงหน้านี้เป็นใคร เฟยหยางถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะมีไม่กี่ครั้งหรอกที่หมอหนุ่มจะเมาขนาดนี้ และแต่ละครั้งก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอด้วย ห้าวมาก

 

 

"เฮีย กลับกันเถอะ เดี๋ยวผมให้อี้จางไปส่ง" มาเฟียหนุ่มหันมาบอกพี่ชาย เพราะตอนนี้สภาพของแต่ละคนดูไม่ได้เลย

"ม่าย! เฮียยังไม่เมา" หมอหนุ่มบอกกลับเสียงยาน ก่อนจะหันไปชงเหล้าของตัวเองต่อ

"เฮียพอแล้ว เดี๋ยวก็ได้น็อคจริงๆหรอก" มาเฟียหนุ่มพูดห้ามก่อนจะเดินมาดึงแก้วเหล้าจากมืออีกฝ่าย

"อาวมา...ก็บอกว่ายังไม่มาวววไง" แต่หมอไป๋ก็ยังดื้อและพยายามจะดึงแก้วเหล้าคืน จนเฟยหยางต้องเทเหล้าทิ้ง แต่หมอไป๋ก็ยังไม่ยอมหยุด เขาหันไปคว้าแก้วใครไม่รู้ขึ้นมาดื่มหน้าตาเฉย

 

"เฮีย! ผมบอกว่าพอแล้ว!" มาเฟียหนุ่มบอกเสียงแข็งพร้อมกับดึงแก้วเหล้าออกจากมือพี่ชายอีกครั้ง

"เออ! ไม่ดื่มแล้วก็ได้โว้ย" แล้วสุดท้ายคนเมาก็ยอมแพ้ หมอหนุ่มว่าเคืองๆ ก่อนจะฟุบหลับคาโต๊ะไปอีกคน

 

"เอาไงดีเนี่ย น็อคกันหมดเลย" มาเฟียหนุ่มพูดลอยๆ ตอนนี้พวกเขาเหลือกันแค่สามคน คือเขา อี้จางและธันวา แต่คนที่ต้องพากลับมีถึงหกคนเลย แถมรถของเขาก็นั่งได้แค่สองคนด้วย รถของธันวาก็นั่งได้แค่สองคนเหมือนกัน

"เดี๋ยวผมไปส่งเพื่อนๆของคุณเวลก็ได้ครับ" อี้จางอาสา ซึ่งเฟยหยางเองก็พยักหน้ารับ อี้จางเลยเรียกพนักงานในร้านให้มาช่วยกันพยุงทั้งสามคนออกไปขึ้นรถ ซึ่งรถที่ขับไปส่งก็เป็นรถของโฟนนั้นเอง ยังดีที่มันเป็นรถเก๋งที่นั่งได้หลายคน

 

"งั้นพี่กลับเลยก็ได้ เดี๋ยวผมจะไปส่งเวล ส่วนเฮียกับหลงผมจะให้ลูกน้องไปส่ง" เฟยหยางบอกหลังจากมองสำรวจคนที่นอนสลบอยู่อีกสามคน

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูพาพี่มึงกับไอ้หลงไปส่งเอง" ธันวาอาสา เพราะเขาไม่อยากให้ใครมาแตะต้องคนของเขา ส่วนหลงเว่ยก็ถือว่าช่วยๆมันละกัน เพราะถ้าไม่เอามันไปด้วยมีหวังได้อดไปส่งเมียในอนาคตด้วยแน่ๆ

 

"พี่ธัน ผมถามจริงๆนะ พี่คิดอะไรกับพี่ผมรึเปล่า" มาเฟียหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่ตนอยากรู้ออกไป เพราะการกระทำหลายอย่างของธันวามันแปลกจนเขานึกสงสัย ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายมาขอให้เขาช่วยจัดงานวันเกิดให้ละ แล้วไหนจะสายตาและท่าทางที่แสดงออกวันนี้อีก มันชัดเจนจนเขาคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ เขาจึงคอยจับสังเกตและเฝ้ามองอีกฝ่ายอยู่ตลอด แต่ก็ยังไม่แน่ใจจนต้องถามออกไปนี่แหละ

 

"ถ้ากูบอกว่าคิด มึงจะว่าไง" ธันวาบอกกลับเสียงเรียบ เขาไม่ได้ดูตกใจที่น้องเขยดูออกเลยสักนิด เพราะเขาไม่คิดจะปิดบังอีกฝ่ายอยู่แล้ว และที่สำคัญคือหลังจากนี้เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะรุกจีบหมอไป๋แบบจริงๆจังๆสักที นี่จึงเป็นด่านแรกที่เขาต้องผ่านไปให้ได้

"ตั้งแต่เมื่อไหร่ " มาเฟียหนุ่มถามต่อ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ซึ่งธันวาเองก็ไม่ได้หลบ แต่มองกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

"ก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมั้ง ไม่รู้สิ กูไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้อ่ะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครกล้าด่ากูแบบนั้น มันเลยทำให้กูตกหลุมรักเขาล่ะมั้ง" ธันวาพูดยิ้มๆพลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาได้เจอกับหมอไป๋ครั้งแรก ตอนนั้นเขาเองก็คิดว่าตัวเองเกลียดหมอไป๋นั้นแหละ คนอะไรปากจัดชะมัด แต่พอเจอกันหลายๆครั้ง ความรู้สึกมันกลับไม่ใช่แบบนั้น เขาคอยแอบมองอีกฝ่ายทุกครั้งที่เจอ มีความสุขทุกครั้งที่โดนอีกฝ่ายด่า อยากอยู่ใกล้อีกฝ่ายตลอดเวลา นี้สินะที่เขาเรียกว่ารักแรกพบน่ะ

 

"จริงจังมั้ย! ถ้าไม่จริงจังผมจะไม่ให้พี่ยุ่งกับพี่ผมเด็ดขาด ถึงพี่จะเป็นพี่ชายของเวลผมก็ไม่สน" มาเฟียหนุ่มบอกกลับเสียงจริงจัง

"เหอะ คนอย่างกูถ้าไม่จริงจังคงไม่ลงทุนย้ายมาอยู่นี่หรอก เรื่องนี้มึงวางใจได้" ธันวาเองก็บอกกลับเสียงจริงจังเช่นกัน ถึงเขาจะไม่เคยมีความรักแต่เขาก็เชื่อว่าตัวเองรักหมอไป๋จริงๆ เพราะไม่เคยมีใครทำให้เขาคลั่งได้มากขนาดนี้

"ผมจะไม่ขัดขวางพี่หรอกนะ เพราะผมรู้ดีว่าการโดนขัดขวางจากคนรักมันรู้สึกยังไง แต่ถ้าพี่ทำพี่ผมเจ็บ ผมเอาพี่ตายแน่!" มาเฟียหนุ่มพูดขู่ ดวงตาคมฉายแววชัดเจนว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

"มึงไม่ต้องห่วง กูไม่มีวันทำร้ายพี่มึงอยู่แล้ว"

"งั้นก็ดี ผมจะไม่ยุ่งเรื่องของพวกพี่นะ พี่จะจีบยังไงก็เรื่องของพี่เลย จีบติดไม่ติดก็เรื่องของพี่ แต่ถ้าอยากให้พี่ผมเปิดใจเร็วๆก็ลดความปากหมาลงหน่อยก็ดี" มาเฟียหนุ่มบอกกลับด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะหันไปอุ้มคนรักแล้วเดินออกจากห้องไป

 

"ไอ้หยาง! ไอ้เลว! นี่มึงหลอกด่ากูเหรอ ไอ้น้องเขยเวร!" ธันวาตะโกนไล่หลังน้องเขยออกไปเสียงดัง แต่ใบหน้าหล่อกลับระบายยิ้มออกมาซะงั้น ความจริงเขาไม่ได้โกรธอะไรเฟยหยางหรอก ดีใจด้วยซ้ำที่เฟยหยางไม่คิดขัดขวางความรักของเขา ทั้งที่เขาเคยขัดขวางความรักของอีกฝ่ายกับเวลแท้ๆ นี่ถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างหนึ่งสำหรับเขาเลยก็ว่าได้

 

"เหอะ แล้วจะเอาไอ้บ้านี่ลงไปยังไงวะเนี่ย" ร่างสูงพึมพำออกมาหลังจากหันไปเห็นหลงเว่ย เขามองหมอไป๋กับหลงเว่ยสลับกันไปมาอยู่หลายครั้ง และชั่งใจอยู่ว่าจะเอายังไงต่อดี เพราะรถสปอร์ตของเขานั่งได้แค่สองคนเท่านั้น

แต่แล้วก็เหมือนมีเสียงสวรรค์ เพราะลูกน้องคนหนึ่งของเฟยหยางเดินเข้ามาบอกว่านายใหญ่สั่งให้ตนไปส่งหลงเว่ยที่บ้านแทน แล้วให้เขาไปส่งหมอไป๋คนเดียวพอ ซึ่งทุกอย่างถือว่าเข้าทางเขาเลยล่ะ งานนี้เขาต้องขอบคุณเฟยหยางสินะ 'กูขอโทษที่ด่ามึงนะไอ้น้องเขย'

 

 

หลังจากนั้นในห้องก็เหลือแค่เขากับหมอหนุ่มสองคน ร่างสูงเดินไปหาคนเมาใกล้ๆ ก่อนจะช้อนอีกฝ่ายขึ้นอุ้มอย่างง่ายดาย ถึงหมอไป๋จะตัวใหญ่สำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับเขาแล้วก็ถือว่าตัวเล็กกว่าอยู่ดี เพราะหมอไป๋สูงแค่183 แต่เขาสูงถึง190 ซึ่งถือว่าห่างกันพอสมควร มันจึงไม่ใช่ปัญหาที่เขาจะอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาได้แบบชิวๆนั่นเอง

 

 

"อือ...ไอ้ธัน ไอ้เวร อึก...จูบแรกของกู..." หมอไป๋ละเมอเพ้อออกมาเบาๆ แต่เขากลับได้ยินทุกอย่างชัดเจนเพราะในรถมันเงียบ ร่างสูงรู้สึกอึ้งเล็กน้อยที่ได้รู้ว่าจูบก่อนหน้านี้เป็นจูบแรกของหมอไป๋ แต่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อยเช่นกัน เพราะทุกอย่างที่เป็นครั้งแรกมักสำคัญเสมอ

"หึ จะน่ารักไปไหนวะ" ธันวาสบถออกมาอย่างมั่นเขี้ยว ตาคมเหล่มองคนหลับเป็นระยะๆ วันนี้เขาพยายามขับรถให้ช้ากว่าปกติ เพราะอยากใช้เวลาอยู่กับหมอไป๋นานๆ

แต่เวลาแห่งความสุขก็มักจะผ่านไปเร็วเสมอ เพราะตอนนี้เขาได้ขับรถมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของแก็งมังกรดำแล้ว แต่หมอหนุ่มก็ยังหลับสนิทไม่รู้สึกตัว เขาจึงอุ้มร่างโปร่งเข้าไปในบ้าน และให้ลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเป็นคนนำทางไป

 

 

"ห้องนี้ครับ" ลูกน้องคนนั้นบอก

"ขอบใจ" พอธันวาพูดจบลูกน้องคนเดิมก็ก้มหัวรับแล้วเดินออกไป

ร่างสูงอุ้มคนหลับเข้าไปในห้อง ก่อนจะค่อยๆวางอีกฝ่ายลงบนเตียงช้าๆ จากนั้นเขาก็ถอดรองเท้าและถุงเท้าให้อีกฝ่ายอย่างไม่รังเกียจ

"อือ..." คนหลับส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวนอนตะแคงข้างหันมาเขา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เหล้า ทำให้คนมองอดเอ็นดูในความน่ารักของคนตรงหน้าไม่ได้

 

ร่างสูงหย่นก้นลงนั่งข้างๆคนหลับ ก่อนจะใช้มือแกร่งลูบแก้มเนียนเบาไปมา สายตาคมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความหลวไหล ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากบาง และเหมือนมือก็จะสัมผัสไปตามสัญชาตญาณ เขาลูบปากบางเบาๆสองสามครั้ง พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผับ ใบหน้าหล่อค่อยๆขยับเข้าไปหาคนหลับช้าๆ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แม้ใจอยากสัมผัสอีกฝ่ายมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเอาเปรียบคนเมา ชายหนุ่มจึงย้ายตำแหน่งจากปากขึ้นไปจูบที่กระหม่อมบางแทน

 

"ฝันดีนะครับ คุณหมอของผม"

คนหล่อบอกยิ้มๆ ก่อนจะค่อยๆดึงผ้าห่มมาห่มให้คนหลับแผ่วเบา เขายืนมองอีกฝ่ายอยู่สักพัก และได้มองจนพอใจนั้นแหละเขาถึงยอมลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้อง เพื่อปล่อยให้หมอหนุ่มได้ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา...

 

 

 

To be continued...

แงง ขอโทษทุกคนที่มาช้านะ ช่วงนี้เค้าสมองตันมาก พยายามแต่งๆลบๆอยู่สี่หน้าวันเลย หวังว่าทุกคนจะไม่โกรธกันนะ เพราะเค้าอยากให้เรื่องมันออกมาดีที่สุด สำหรับใครที่ไม่ชอบไรท์ก็ขอโทษด้วย ส่วนสำหรับคนที่ติดตามไรท์ก็ขอบคุณมากๆนะคะ รีดทุกคนคือกำลังใจสำคัญของไรท์มากจริงๆ 😢💗💗

 

 

 

ความคิดเห็น