facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

39.คู่รักสหายรบ

ชื่อตอน : 39.คู่รักสหายรบ

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 36k

ความคิดเห็น : 147

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2563 03:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
39.คู่รักสหายรบ
แบบอักษร

39.คู่รักสหายรบ 

  

               กลุ่มคนร้ายที่ดาหน้าเข้ามาเพื่อจะไปทำร้ายทุกคนที่หลบอยู่ใต้ถุนอาคารเรียนเป็นต้องชะงักเมื่อพอเดินพ้นแทงค์น้ำใหญ่ออกมาแล้วเจอเท้าของผู้กองพนาถีบเข้าให้อย่างจัง และแรงถีบก็ทำให้คนที่โดนถีบถึงกับกระเด็นไปไกล พวกที่เหลือจึงรุกเข้าไปรุมเขาเมื่อตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ใช้อาวุธปืนกันแล้วในขณะที่แก้วเจ้าจอมที่เดินอ้อมแทงค์น้ำมาทางด้านหลังของพวกมันก็ไม่รอช้าตามเข้ามาตลบหลังแล้วเล่นงานพวกมันด้วยอีกคน ในเรื่องวิชาหมัดมวยของผู้กองพนานั้นไม่เป็นรองใครอยู่แล้วและเขาสามารถจัดการกับกลุ่มของคนร้ายได้อย่างง่ายดาย ต่างจากแก้วเจ้าจอมที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่ได้มีแรงมหาศาลเท่าผู้ชายดังนั้นเธอจึงมีลูกหลอกคอยจัดการกับพวกมัน เธอยังจำได้ดีในคราวที่ผู้เป็นพ่อเคยให้ปะลองสู้ตัวต่อตัวกับผู้กองกวินทร์ เธอไม่สามารถสู้พี่ชายได้เลยจนต้องเล่นเกมโกงกับเขา หากเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตให้รอดไม่ว่าจะต้องโกงยังไงก็ถือว่าไม่มีความผิดและการเล่นงานพวกมันให้โหดก็นับว่าเป็นการสมควรแล้ว 

               ผลัวะ!!! 

               “อ๊ากกกกก” คนร้ายคนหนึ่งถึงกับล้มลงไปนอนกุมหน้าตัวเองอยู่ที่พื้นแล้วก็ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมานเมื่อถูกแก้วเจ้าจอมชกไปเพียงหมัดเดียว แต่ก็เป็นหมัดเดียวที่เธอชกมันด้วยสนับมือปลายแหลมทำให้ตอนนี้ใบหน้าของมันเลือดไหลอาบออกมาท่วม แล้วไม่เพียงแค่เป็นสนับมือปลายแหลมเท่านั้น แต่ที่สนับมือยังมีกลไกซ่อนมีดปลายแหลมเอาไว้อีก นอกจากจะถูกเธอชกแล้วปลายแหลมของมีดก็ยังกรีดแทงพวกมันจนเป็นแผลเหวอะหวะน่ากลัวอีก แม้แต่ผู้กองพนาเองก็ได้แต่มองเธออย่างหวั่นๆ เขารู้ว่าเธอเก่งการต่อสู้รอบด้านแต่ก็ไม่คิดว่าจะใจเด็ดได้ขนาดนี้ นี่เธอถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนกันแน่เนี่ย ถึงว่าสิเหล่าพี่น้องของเธอต่างก็เรียกเธอว่า ยัยโหด ตลอด ที่ผ่านมาก็ว่าโหดแล้ว แต่นี่กลับโหดเกินกว่าที่เขาจะคาดถึงมาก 

               พลั่ก!!! 

               แก้วเจ้าจอมปาดปลายเท้าเตะเสยคางคนร้ายอีกคนแล้วเตะกลับหลังด้วยส้นรองเท้าคอมแบทที่มีตุ่มเหล็กแหลมซ่อนเอาไว้อยู่ส่งผลให้คนร้ายรายนั้นลงไปนอนดิ้นอยู่ที่พื้นอีกรายด้วยความเจ็บปวด 

               ตุบ!  

               เธอกับผู้กองพนายืนหันหลังชนกันเมื่อคนร้ายที่ถูกเล่นงานเริ่มล้มลงไปทีละรายแล้วจนตอนนี้เหลือแค่ห้าคน แล้วพอพวกมันจะรุมเข้ามาเล่นงานเธอกับเขาพร้อมๆ กัน ผู้กองพนาก็หันมาจับเอวอุ้มตัวแก้วเจ้าจอมขึ้นทำให้เธอได้โอกาสกระโดดขึ้นถีบคนร้ายทั้งห้าคนแบบเรียงตัวจนคนร้ายพากันหงายไม่เป็นท่าก่อนที่เธอกับผู้กองพนาจะเข้าไปกระทืบซ้ำ ใช้เวลาไม่นานมากคนร้ายทั้งหมดก็หมอบสนิทอยู่ที่พื้น บ้างก็ตาย บ้างก็ลุกไม่ขึ้นอีกเลย แก้วเจ้าจอมจำได้ว่าคนร้ายคนหนึ่งเป็นคนยิงผู้หมวดมาริษาจึงได้เข้าไปกระทืบมันซ้ำอีกหลายทีอย่างโกรธแค้น 

               “ไอ้เลว ไอ้สารเลว!!!” เธอเตะหน้าของมันไม่หยุดจนใบหน้าของมันนองไปด้วยเลือดผู้กองพนาจึงต้องเข้ามาดึงตัวเธอออก แต่แล้วพอเธอหันกลับมาหาเขา เขาก็รีบถอยหนีจากเธอทันทีอย่างระแวดระวังเพราะภาพความโหดของเธอยังติดตาไม่หาย 

               “เก็บสนับมือก่อนแล้วค่อยคุยกัน” เขายกมือห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้ แก้วเจ้าจอมจึงเก็บใบมีดที่สนับมือแต่ก็ยังคงใส่มันเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเขาด้วยมือที่ยังฉ่ำไปด้วยเลือดของคนร้าย 

               จริงอยู่ที่คนเป็นหมอไม่ควรเข่นฆ่าใคร หมอคือผู้รักษาชีวิตไม่ใช่ผู้พรากชีวิต แต่หมอที่เป็นหมอตำรวจหรือหมอทหารประจำอยู่ในสนามรบ เมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องฆ่าฝ่ายตรงข้ามมันก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าการฆ่านั้นเป็นไปเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทีมหรือเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ และหากไม่เป็นผู้ฆ่าก่อนหมออย่างเธอก็อาจจะเป็นผู้ที่ถูกฆ่าเองก็ได้ 

               “ใจเย็นๆ นะ มีสติก่อนพี่อยู่กับไนเปอร์ตรงนี้แล้ว” เขารีบลูบหลังปลอบเธอเพราะนี่คงเป็นศึกใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาแล้วมันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับคนร้ายเพียงอย่างเดียวแต่ยังต้องปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์อีกด้วย ยิ่งมาเห็นเพื่อนร่วมงานถูกทำร้ายไปต่อหน้าต่อตาหลายคนเธอคงจะกดดันมาก 

               “ไนเปอร์...ไนเปอร์โอเค” เธอพยายามตั้งสติแล้วถอยออกจากเขาก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาผู้หมวดมาริษาที่นอนจมกองเลือดอยู่ไม่ไกล ร่างของผู้หมวดสาวอ่อนปวกเปียกที่แผ่นหลังเต็มไปด้วยกระสุนปืนจำนวนสิบกว่านัด แม้ไม่ต้องตรวจอาการแก้วเจ้าจอมก็รู้ดีว่าตอนนี้ผู้หมวดมาริษาคงไม่ได้อยู่กวนใจเธออีกต่อไปแล้ว 

               “หมวด!!! ฮื่ออออ” แก้วเจ้าจอมกอดและซบหน้าร้องไห้ลงไปกับร่างของผู้หมวดมาริษา ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเคยไม่ชอบหน้ากันอย่างไรแต่เธอก็รู้ว่าผู้หมวดมาริษาเป็นคนดี เป็นคนที่เคยได้เห็นหน้ากันบ่อยๆ เคยกันข้าวด้วยกัน เคยตั้งวงดื่มด้วยกันแล้วไหนจะก่อนหน้านี้ที่ผู้หมวดมาริษาพูดกับเธออีก ผู้หมวดมาริษาบอกเธอว่าอย่าได้ทิ้งผู้กองพนาไปเด็ดขาดทั้งๆ ที่ตัวผู้หมวดเองก็ยังตัดใจจากสามีของเธอไม่ได้  

               “ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ทำไมต้องฆ่ากันแบบนี้ เราไม่ใช่คนเหมือนกันรึยังไง ทำไมต้องฆ่าครูกับเด็กๆ ด้วย” เธอกอดซบอยู่กับร่างของผู้หมวดมาริษาแล้วเขย่าร่างของผู้หมวดเบาๆ ด้วยหวังจะให้อีกฝ่ายฟื้นทั้งๆ ที่รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่แรงที่แก้วเจ้าจอมเขย่าตัวของผู้หมวดมาริษานั้นก็ทำให้โทรศัพท์มือถือของผู้หมวดมาริษาร่วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ผู้กองพนาจึงหยิบโทรศัพท์ของผู้หมวดมาริษาขึ้นมา แล้วพอเขากดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นเขาก็เห็นว่าที่หน้าจอโทรศัพท์ของผู้หมวดสาวเป็นภาพคู่ที่เธอเคยถ่ายกับเขาเมื่อปีที่แล้ว...ไม่สิ นี่ไม่ใช่ภาพคู่ แต่นี่เป็นภาพถ่ายรวมที่ถูกครอบตัดให้เหลือเพียงแค่รูปของเขาและเธอเท่านั้น 

               “พี่พนา...กอดหมวดริษาซักครั้งได้มั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมที่เห็นภาพหน้าจอโทรศัพท์ของผู้หมวดมาริษาเหมือนกันถามเขาขึ้นด้วยเข้าใจดี เข้าใจความรู้สึกของผู้หมวดมาริษาทุกอย่าง แต่...ผู้กองพนากลับส่ายหน้าปฏิเสธ 

               “หมวดริษาเขาไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว แล้วต่อให้พี่กอดเขาความรู้สึกของพี่ที่มีต่อเขาก็ยังเป็นความรู้สึกของเพื่อนอยู่ดี” 

               “งั้นก็กอดในฐานะของเพื่อนก็ได้นี่คะ” แก้วเจ้าจอมจะให้เขากอดร่างของผู้หมวดมาริษาให้ได้ ผู้กองพนาเลยต้องรับเอาร่างของผู้หมวดสาวเข้ามากอดเอาไว้ เขาก้มลงมามองใบหน้าที่ซีดเผือดแต่เลอะไปด้วยคราบเลือดด้วยความรู้สึกทั้งสงสารและแค้น เขาสงสารที่ผู้หมวดมาริษาต้องมาตกเป็นเหยื่อของไอ้พวกชั่วนั่นและเขาแค้นไอ้สารเลวพวกนั้นที่มันทำกับเธอได้ขนาดนี้ ก่อนหน้านี้น้องชายของเธอก็ตายไป ผู้เป็นพ่อกับแม่ยังไม่ทันจะทำใจได้ก็ต้องมาเสียลูกสาวไปอีก ไหนครอบครัวจะถูกไอ้สารเลวนั่นคุกคาม จะต้องมีคนบริสุทธิ์ล้มตายอีกสักแค่ไหนพวกมันถึงจะหยุดกันเสียที 

               “ผมจะแก้แค้นไอ้ชารีฟกับพวกให้หมวดเอง พวกมันจะต้องชดใช้กับสิ่งที่พวกมันทำวันนี้ ไอ้พวกขี้ขลาด!” แน่จริงก็ให้มันมาหาเขาตอนนี้สิ มาสู้กับเขาให้มันจบๆ ถ้ามันแค้นเขานักก็มาทำที่เขานี่ไม่ใช่ไปลงกับคนรอบๆ ตัวเขาแบบนี้ 

               “อย่าร้องไห้” เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาออกให้แก้วเจ้าจอมที่ซบหน้าลงมากับต้นแขนของเขา “ตายในหน้าที่ถือว่าเป็นเกียรติของตำรวจตระเวนชายแดนอย่างพวกเราแล้ว หมวดริษาเขายอมตายเพื่อปกป้องชีวิตนักเรียนของเขาเอาไว้ เขาไม่เพียงแต่เป็นตำรวจที่ดีแต่เขายังครูที่ดีที่พวกเราควรให้เกียรติยกย่อง เราต้องภูมิใจนะที่ในชีวิตนี้เราได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่มีความเสียสละเพื่อคนอื่นแบบนี้” 

               ยิ่งผู้กองพนาปลอบเธอแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งยากจะเก็บกลั้นน้ำตา แต่แล้วในระหว่างที่คนทั้งคู่ยังอยู่ในความโศกเศร้านั้นก็ได้มีคนร้ายอีกสามคนวิ่งเข้าหาพร้อมกับอาวุธปืนในมือ แต่วินาทีนี้ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมก็ไม่อาจต้านรับใดๆ ได้อีกแล้ว ดังนั้นผู้กองพนาจึงวางร่างของผู้หมวดมาริษาลงแล้วดึงเอาแก้วเจ้าจอมเข้ามากอดเพื่อเอาตัวของเขาบังกระสุนให้กับเธอเมื่อคนร้ายตั้งท่าจะยิง 

               ปังๆๆๆๆๆๆๆ 

               เสียงปืนดังลั่น ผู้กองพนากอดแก้วเจ้าจอมแน่นด้วยความห่วงใยและจะไม่ให้คมอาวุธใดๆ มาต้องกายเธอได้เป็นอันขาด ส่วนแก้วเจ้าจอมก็หลับตาแน่นทั้งน้ำตาเมื่อคิดว่าผู้กองพนาคงถูกยิงแทนเธอเสียแล้ว จนเมื่อเสียงกระสุนปืนเงียบไปเธอก็ยังกอดเขาไม่ยอมปล่อยเช่นเดียวกับที่ผู้กองพนาก็ยังกอดเธอเอาไว้แน่น เกิดความเงียบกริบขึ้นมาทันทีทันใดจนกระทั่ง... 

               “จะกอดกันอีกนานมั้ย ขัดหูขัดตาเว้ย!” สิ้นเสียงนี้แก้วเจ้าจอมก็ถูกดึงตัวออกมาจากผู้กองพนาในทันที แล้วคนที่ดึงตัวเธอไปหาก็รีบกอดเธอเอาไว้แทนอย่างโล่งใจที่เห็นเธอยังปลอดภัยอยู่ 

               “เฮ้ย!” ผู้กองพนาถึงกับเหวอไปเมื่อเห็นว่าคนที่ดึงเอาเมียของเขาไปกอดเป็นใครก่อนจะรีบหันกลับไปมองยังกลุ่มคนร้ายที่กำลังจะยิงเขากับแก้วเจ้าจอมเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้พวกมันได้ถูกเก็บจนเรียบแล้ว เสียงปืนเมื่อก่อนหน้านี้เป็นเสียงปืนจากคนที่มาช่วยเขากับแก้วเจ้าจอม ไม่ใช่เสียงปืนจากทางฝั่งคนร้าย 

               “มาได้ยังไงเนี่ย” 

               “ดำดินมาสิพี่” อีกฝ่ายตอบผู้กองพนาอย่างกวนบาทาแล้วจึงกอดแก้วเจ้าจอมพร้อมกับลูบหลังของเธออย่างปลอบขวัญต่อด้วยความอ่อนโยนแบบที่นานๆ ทีผู้กองพนาจะได้เห็น ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็เอาแต่กอดเขาแน่นเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร ตอนแรกผู้กองพนาก็นึกว่าเป็นผู้กองกรินทร์แฝดผู้พี่ แต่พออีกฝ่ายเรียกเขาว่า พี่ เขาจึงรู้ว่าคนนี้เป็นแฝดน้อง จนแล้วจนรอดเขาก็ยังแยกแฝดคู่นี้ไม่ได้ว่าใครเป็นใคร 

               ผู้กองพนามองผู้กองกวินทร์อย่างยิ้มๆ ดีใจที่เห็นอีกฝ่ายมาหา ก็พอรู้มาบ้างว่าพักนี้ผู้กองกวินทร์มีภารกิจทางใต้บ่อยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะจมูกดีตามกลิ่นน้องสาวเจอ แต่ดูจากชุดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่...เสื้อยืดกับกางยีน...เหมือนตั้งใจจะมาเที่ยวมากกว่าทำงาน ดูไม่เข้ากับปืนไรเฟิลจู่โจม HK-G36KV ที่กำลังถืออยู่เลย ปืนชนิดนี้เป็นปืนที่พวกหน่วยซีลชอบใช้กันบ่อยๆ และมีพลังทำลายล้างไม่ธรรมดาด้วย 

               “เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ ผมเอาของมาฝาก” แล้วผู้กองกวินทร์ก็โยนปืน M4A1 กระบอกใหม่พร้อมกับแม็กกาซีนกระสุนสำรองไปให้ผู้กองพนาเพราะคิดว่าปืนที่เขาสะพายหลังอยู่น่าจะแทบไม่มีกระสุนแล้ว แล้วส่งอีกกระบอกให้กับน้องสาว 

               “ไหวมั้ยยัยโหด ถ้าไม่ไหวก็ไปหาที่หลบ” 

               “ไนเปอร์ไหว” ทำไมจะไม่ไหวล่ะ ก็ตอนนี้ทั้งพี่ชายและสามีก็อยู่พร้อมกันตรงหน้าเธอนี่แล้ว ยิ่งมีพวกเขาอยู่ด้วยเธอก็ยิ่งมีกำลังใจ 

               “อ้อ! นอกจากปืนผมยังเอากำลังเสริมมาฝากด้วยนะ” ผู้กองกวินทร์ชี้ไปไปที่อีกฟากของสนามโรงเรียนที่ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้ามาช่วยยิงตอบโต้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งยิ่งเห็นว่ามีกำลังเสริมมาช่วยแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาก็ยิ่งโล่งใจมากขึ้น ส่วนผู้กองกวินทร์ตอนนี้ไปนั่งดูศพของผู้หมวดมาริษาด้วยท่าทีสงบเหมือนกับจะไว้อาลัยให้เธอก่อนจะหันมาทางแก้วเจ้าจอม 

               “ว้า สวยขนาดนี้ไม่น่าตายไวเลย...เสียดาย” 

               “พี่เรนเจอร์!!!” แก้วเจ้าจอมแหวเขาขึ้นทันที ไอ้พี่หัวงู ไอ้พี่ชีกอแม้แต่กับศพคนตายก็ยังไม่เว้น 

               “อะไร ก็พูดจริงหนิ ก็พี่เสียดายตำรวจดีๆ ที่มาตายไวเพราะไอ้ห่ารากพวกนั้น ไอ้หน้าตัวเมียบุกมาทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กกับผู้หญิงคาโรงเรียน” 

               “เอาล่ะๆ นี่ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนะ รีบไปช่วยทุกคนก่อนเถอะ ไนเปอร์มากับพี่” ผู้กองพนารีบห้ามก่อนที่สองพี่น้องคู่นี้จะทะเลาะกันอีก เมื่อกี้นี้ยังกอดกันกลมอยู่เลย ดีกันได้ยังไม่ถึงห้านาทีก็หาเรื่องทะเลาะกันอีกแล้ว 

               ผู้กองพนานำแก้วเจ้าจอมเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ จัดการกับคนร้ายทิ้งให้ผู้กองกวินทร์ได้แต่ยืนมองตามอย่างตะหงิดๆ กับคำเรียกขานที่ผู้กองพนาเรียกน้องสาวของเขา ตั้งแต่ตอนที่ผู้กองพนาเอาตัวบังกระสุนให้แก้วเจ้าจอมแล้ว ไหนจะกอดกันซะแน่น ไหนจะคำเรียกขานกันอีกแบบนี้มันมากกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องแล้วนะ 

               “อ้าว! วิ่งไปกันสองคนไม่ชวนกูเลย คนอุตส่าห์มาช่วยนะเนี่ยขอบคุณซักคำก็ไม่มี ไอ้พี่ผู้กอง!!!” ผู้กองกวินทร์ได้แต่ร้องตามแต่อีกฝ่ายก็พาน้องสาวของเขาวิ่งไปจนไกลแล้ว แล้วพอผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมวิ่งจากเขาไปผู้กองหนุ่มก็ยกมือขึ้นลูบที่อกตัวเองเมื่อรู้สึกแสบๆ หลังจากแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ทั้งๆ ที่เขาเองก็พลาดถูกกระสุนของคนร้ายยิงเข้ามาที่กลางอกเต็มๆ หนึ่งนัด แต่...กระสุนปืนนัดนั้นกลับไม่ฝังเข้าร่างของเขา มันพุ่งมากระแทกอกเขาจนเจ็บแล้วก็ร่วงลงไปกับพื้น 

               “ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย!” เขามองมาที่จี้สร้อยคอซึ่งเป็นก้อนหินสีดำนิลรูปร่างแปลกๆ ซึ่งใครคนหนึ่งเป็นคนให้เขามาตอนไปทำภารกิจที่นครพนม เรื่องแบบนี้นึกว่ามีแต่ในนิทานซะอีกไม่คิดเลยจริงๆ ว่าวันนี้จะได้เห็นฤทธานุภาพของเครื่องรางชนิดนี้ 

  

 

 

               ผู้กองกวินทร์ตามผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมไปจนทัน จากที่กะจะมาเที่ยวงานที่โรงเรียน ตชด. และส่องสาว ตชด. สวยๆ ดันต้องมาเจอเรื่องไม่คาดฝันเข้าเขาก็เลยต้องทิ้งคราบนักท่องเที่ยวมาทำหน้าที่เฉพาะกิจ และภารกิจเฉพาะกิจนี้ก็เน้นที่การดูแลน้องสาวเป็นหลัก 

               “เฮ้ยๆๆ ปล่อยพี่ปล่อย” เขาปัดมือผู้กองพนาออกจากตัวแก้วเจ้าจอมก่อนจะเข้าไปนั่งแทรกกลางระหว่างที่ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมกำลังยิงสกัดกลุ่มคนร้ายเพื่อไม่ให้คนร้ายกลุ่มดังกล่าวตรงไปยังอุโมงหลบภัยได้ 

               “ไอ้แฝดนรก” ฝ่ายผู้กองพนาก็อดสถบลอดไรฟันออกมาไม่ได้เหมือนกัน ไอ้เด็กเวรขี้หวงน้อง นิสัยก็บ้าๆ บอๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนแบบนี้จะเป็นถึงหัวหน้าทีมซีลแห่งกองทัพเรือทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปีได้ 

               ปังๆๆๆๆๆ 

               เมื่อเสียงปืนไรเฟิลจู่โจม HK-G36KV ของผู้กองกวินทร์ดังขึ้น กลุ่มคนร้ายที่พยายามจะบุกเข้าไปยังอุโมงหลบภัยก็พากันตายเรียบ สิ่งที่ผู้กองพนาสงสัยไปเมื่อก่อนหน้านี้ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าไอ้เด็กแฝดนรกคนนี้ฝีมือมันไม่ธรรมดาจริงๆ 

               “เรียกกำลังเสริมมาแล้วเรียกรถพยาบาลมาด้วยรึเปล่า” ผู้กองพนาหันมาถามผู้กองกวินทร์ 

               “เรียกมาสิ” เขาตอบพลางกดศีรษะแก้วเจ้าจอมให้หลบลงหลังบ่อปูนเพื่อความปลอดภัย 

               “ไนเปอร์จะไปดูอาการหมวดศิวะช่วยอริน พวกพี่สองคนช่วยยิงคุ้มกันให้ด้วยนะ” ถึงแม้จะมีการเรียกรถพยาบาลมาแล้วแต่แก้วเจ้าจอมก็คิดว่าการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นสำคัญมากที่สุด 

               เมื่อแก้วเจ้าจอมบอกแบบนี้แล้ว ทั้งผู้กองพนาและผู้กองกวินทร์ต่างก็ช่วยกันคุ้มกันเธอแล้วพาเธอตรงไปยังจุดที่อรินกำลังรักษาอาการของผู้หมวดศิวะอยู่โดยมีพยาบาลสาวทั้งสามคนช่วยเป็นลูกมือ ผู้หมวดศิวะยังคงนอนหายใจอย่างรวยรินอยู่กับพื้นแต่ก็ขยับตัวได้ไม่มาก พอเห็นดังนั้นแก้วเจ้าจอมก็รีบรุดเข้าไปดูอาการของเขาทันที 

               “อาการเป็นยังไงบ้าง” 

               “กระสุนไม่น่าจะโดนจุดสำคัญอะไรแต่ที่น่าห่วงคือเสียเลือดมาก” อรินตอบเธอ มือก็ยังคงกดบาดแผลเอาไว้ 

               “งั้นก็แข็งใจหน่วยนะหมวด รถพยาบาลกำลังมา” ผู้กองกวินทร์เข้ามาบอกก่อนจะวิทยุเร่งรถพยาบาลให้มายังจุดเกิดเหตุโดยด่วน แม้จะงงๆ ที่เห็นผู้กองกวินทร์มาอยู่ที่นี่แต่อรินก็ยังไม่ได้มีเวลาทักทายกันมากเพราะต้องดูแลอาการคนเจ็บ 

               “ทำใจดีๆ เอาไว้นะหมวด หมวดต้องห้ามเป็นอะไรนะ” พอเห็นอาการของลูกน้องคนสนิทไม่สู้ดีแบบนี้ผู้กองพนาก็รีบเข้ามาให้กำลังใจ ผู้หมวดศิวะจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรงเพื่อมองเขา หมดน้ำตาของเขาซึมออกมาหากแต่ปากก็ยังยิ้มออกมาได้ 

               “ตาย...ในสนามรบ...เป็นเกียรติ...ของ...พลร่ม...ค่ายนเรศวร อึ้ก!” น้ำเสียงแผ่วๆ ของผู้หมวดศิวะพูดออกมาจนผู้กองพนาต้องรีบเข้าไปกุมมือของเขาเอาไว้แน่น 

               “แต่ถ้าหมวดไม่ตาย พื้นที่ตรงนี้ก็จะยังมีตำรวจดีๆ อย่างหมวดคอยดูแลพวกชาวบ้านแล้วก็เด็กๆ ต่อ ทุกๆ เช้าคณะครูจะมีตำรวจพลร่มอย่างหมวดคอย รปภ. เส้นทางไปโรงเรียนให้ เด็กๆ ที่โรงเรียนก็จะได้กินขนมจากพี่ตำรวจใจดี แข็งใจเอาไว้นะหมวดอยู่สู้ต่อด้วยกันก่อน อยู่กับผมก่อนนะ ไนเปอร์!” ผู้กองพนาหันมาทางเธออย่างขอร้องรวมทั้งอรินด้วย 

               “ช่วยหมวดศิวะด้วยนะ ช่วยเขา...” 

               “แน่นอนค่ะ ไนเปอร์จะช่วยหมวดให้ได้” เธอพยักหน้ารับแล้วเข้ามาเป็นคนดูอาการของผู้หมวดศิวะแทนอริน จริงอยู่ที่อรินก็มีฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอ แต่เธอจะค่อนข้างชำนาญมากกว่าเพราะมีแม่เป็นหมอผ่าตัดที่เก่งเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ความรู้บางอย่างที่แม่แก้มสอนเธอก็เป็นความรู้ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน 

               “พี่ ผมว่าเราไปช่วยทุกคนจัดการกับคนร้ายต่อเถอะ เราไม่ใช่หมออยู่ที่นี่ไปก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้มีแต่จะเกะกะเขาเปล่าๆ” เมื่อเห็นว่าแก้วเจ้าจอมเป็นคนเข้ามาดูอาการของผู้หมวดศิวะเองและมีอรินกับพยาบาลสาวคอยช่วยผู้กองกวินทร์ก็คิดว่าผู้หมวดศิวะคงจะไม่เป็นอะไรแล้วล่ะจึงได้ชวนผู้กองพนาออกไปจัดการกับคนร้ายต่อ และตรงจุดที่แก้วเจ้าจอมอยู่ตอนนี้ก็ปลอดภัยไม่ได้มีคนร้ายบุกเข้ามาแล้ว 

               ด้วยเหตุนี้ผู้กองพนากับผู้กองกวินทร์เลยต้องมาสมทบกับทีมตำรวจพลร่มและทีมลาซูที่ยิงกดดันกลุ่มคนร้ายจากทางด้านข้างโรงเรียนที่ติดกับชายป่าซึ่งเป็นจุดตั้งรับใหญ่ และมีกำลังเสริมเริ่มเข้าเคลียร์พื้นที่ในแต่ละจุดแล้ว การบุกโรงเรียน ตชด.ของคนร้ายในครั้งนี้ไม่มีแม้แต่เงาของชารีฟหรือกาเซ็มให้ได้เห็น ผู้กองพนาคาดการณ์ว่าพวกมันคงแค่โกรธและเอาคืนผู้หมวดมาริษาและผู้ใหญ่บ้านที่ขัดขืนคำสั่งของพวกมันแล้วไม่ยอมรายงานเรื่องของเขาให้และอีกส่วนก็หาจังหวะเล่นงานแก้วเจ้าจอมด้วยเพราะเหมือนเธอจะตกเป็นเป้าโจมตีในตอนแรก เมื่อมีกำลังเจ้าหน้าที่มากขึ้นและฝ่ายคนร้ายก็เป็นแค่กลุ่มลูกน้องเท่านั้นทำให้คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตลบหลังเก็บได้เกือบหมดทุกคน ส่วนที่คนที่รอดก็ไม่ยอมมอบตัวง่ายๆ แต่กลับชิงลงมือฆ่าตัวตายเสียก่อน คาดว่าถึงพวกมันจะรอดไปได้แต่ถ้ากลับรังไปก็คงถูกฆ่าเพราะทำงานไม่สำเร็จอยู่ดี 

  

 

 

               ชาวบ้านและเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ปลอดภัยกันเป็นอย่างดีเพราะหลบอยู่ในอุโมงหลบภัยและอีกส่วนหลบอยู่ใต้ถุนอาคารเรียน อาการช็อกตกใจกลัวจากชาวบ้านที่เป็นผู้ใหญ่ยังไม่เท่าไหร่เมื่อเทียบกับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะเด็กตัวเล็กๆ ที่ตกใจจนเสียขวัญกรีดร้องไม่ยอมหยุดจนได้ยินแต่เสียงเด็กร้องไห้ระงมไปทั้งโรงเรียน ศพของครูใหญ่ ผู้หมวดมาริษา แพทย์อาสา พยาบาลตำรวจและชาวบ้านอีกห้าคนถูกนำมาวางเรียงกันเอาไว้ยังจุดที่กันไม่ให้เด็กๆ มาเข้าใกล้ 

               “หมวดริษา...” อรินครางชื่อเธอออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นศพของเธอเพราะเขาต้องเข้ามาชันสูตรศพเบื้องต้นก่อน ส่วนแก้วเจ้าจอมกับพยาบาลอีกสามคนก็ช่วยกันดูแลผู้หมวดศิวะอยู่ซึ่งตอนนี้รถพยาบาลได้มาถึงแล้วและในรถพยาบาลก็มีเครื่องมือแพทย์ที่พร้อมมากมาด้วยเธอจึงสามารถรักษาชีวิตของผู้หมวดหนุ่มเอาไว้ได้ก่อนจะส่งเขาให้กับแพทย์ประจำรถพยาบาลเอาไปรักษาต่อ 

               “ริษา!!! ริษาลูก” ผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งเข้ามาถึงที่เกิดเหตุร้องไห้โฮทันทีเมื่อเห็นศพของลูกสาวในขณะที่แม่ของผู้หมวดมาริษานั้นถึงกับเป็นลมล้มพับ อรินจึงรีบเข้าไปอุ้มส่งให้พยาบาลสาวทั้งสามคนช่วยปฐมพยาบาล 

               “ไอ้พวกเลว!!! ไอ้สารเลวมึงฆ่าลูกกู มึงฆ่าลูกกู!!!” ผู้ใหญ่บ้านตะโกนด่ากลุ่มคนร้ายอย่างเจ็บใจและโกรธแค้น ไม่คิดว่าภายในปีนี้เขาจะต้องเสียลูกๆ ไปถึงสองคน “ทำไมพวกมึงถึงไม่มาฆ่ากู มาทำที่กูนี่สิโว้ยทำไมต้องมาฆ่าลูกกูด้วย” 

               ความเศร้าโศกเสียใจของผู้ใหญ่บ้านมีเพียงแค่ผู้กองพนาเท่านั้นที่รับรู้ได้ดีที่สุด มันเป็นความเสียใจที่มีความคับแค้นรวมอยู่ด้วยเพราะผู้ใหญ่บ้านเคยจำใจทำผิดพลาดไปให้ความร่วมมือกับพวกมันก่อน 

               “ผู้ใหญ่ครับ” ผู้กองพนาเดินเข้าไปปลอบผู้ใหญ่บ้าน ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วต่อไปผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ต้องกลับไปเป็นสายให้กับพวกมันอีก 

               “พวกมันคงโกรธที่หมวดริษาเขาไม่ยอมรายงานเรื่องงานวันนี้ให้พวกมันรู้พวกมันก็เลยต้องมาจัดการสั่งสอน หากผู้ใหญ่พร้อมแล้วผมอยากจะให้ผู้ใหญ่บอกผมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของผู้ใหญ่ ทำไมถึงถูกพวกมันข่มขู่บังคับให้ไปเป็นสายให้กับพวกมันแล้วนอกจากนี้ผู้ใหญ่ยังให้ความช่วยเหลืออะไรพวกมันอีกบ้าง ผู้ใหญ่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันให้บอกผม ผมจะได้เอากำลังไปจัดการพวกมันเพื่อแก้แค้นให้กับหมวดริษาแล้วก็คนอื่นๆ เราจะกันครอบครัวของผู้ใหญ่ไว้เป็นพยาน จะดูแลเรื่องความปลอดภัยให้แล้วต่อไปนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลชาวบ้านที่หมู่บ้านมากขึ้นด้วย” 

               “ได้!!! ผมจะบอกผู้กอง ผมจะบอกทุกอย่างผมจะไม่ยอมให้พวกมันมาข่มขู่ผมอีกแล้ว ผมจะแก้แค้นพวกมันให้ลูกของผม” แล้วผู้ใหญ่ก็ก้มลงไปกอดร่างของลูกสาวร้องไห้ด้วยความเสียใจ ในเมื่อพวกคนร้ายมันทำกับเขาได้ขนาดนี้เขาก็จะไม่ไว้หน้ามันอีกต่อไปแล้ว 

               “หมายความว่ายังไง พ่อหมวดริษาคนนี้เคยร่วมมือกับคนร้ายหรอ” ผู้กองกวินทร์อดสงสัยไม่ได้เมื่อได้ยินการสนทนากันของผู้กองพนากับผู้ใหญ่บ้าน แก้วเจ้าจอมที่เพิ่งเดินเข้ามาหาเขาหลังส่งตัวผู้หมวดศิวะขึ้นรถพยาบาลไปแล้วจึงเล่าให้ผู้เป็นพี่ชายฟังคร่าวๆ 

               “พวกคนร้ายมันข่มขู่บังคับให้ครอบครัวของหมวดริษาเป็นสายให้ แต่ครั้งนี้หมวดริษาไม่ได้ส่งข่าวอะไรให้พวกมัน พวกมันก็เลยมาถล่มโรงเรียนเพื่อเป็นการสั่งสอนที่ขัดคำสั่งพวกมันค่ะ” 

               “อ้าว ไอ้พวกเวรนี่” นึกตามแล้วผู้กองกวินทร์ก็อดแค้นคนร้ายขึ้นมาไม่ได้ นี่พวกมันเห็นบ้านเมืองนี้เป็นยังไง ไม่พอใจอะไรก็เที่ยวฆ่าเขาไปทั่วแบบนี้น่ะหรอ อย่าให้พ่อได้เจอตัวนะจะฆ่าให้ตายอย่างทรมานที่สุดเลย 

               “ฝากบอกพี่พนา อ้อ!...ฝากบอกผู้กองด้วยนะคะว่าหมวดศิวะปลอดภัยแล้วตอนนี้กำลังส่งตัวไปโรงพยาบาลค่ะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปดูแลชาวบ้านกับเด็กๆ ที่บาดเจ็บต่อก่อน” แก้วเจ้าจอมหันมาบอกกับผู้หมวดเผ่าเทพและทีมลาซูที่ยังยืนอยู่ต่อหน้าศพของทุกคน ส่วนตอนนี้พื้นที่บริเวณรอบๆ โรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาตรึงกำลังเอาไว้อย่างแน่นหนา 

               “ไนเปอร์ ไปพักก่อนไป” ผู้กองพนาที่นั่งปลอบผู้ใหญ่บ้านอยู่ข้างศพของผู้หมวดมาริษาเดินเข้ามาบอกเธอด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอดูอิดโรยมากแล้วเนื้อตัวก็มีแต่คราบเลือดติดอยู่ “ตอนนี้มีหมอ มีพยาบาลหลายคนเข้ามาดูแลทุกคนที่นี่แล้ว ไนเปอร์ไปพักก่อนเถอะไป” 

               “ไม่เป็นไรค่ะ ไนเปอร์...” 

               “ไนเปอร์ยังไหว” ผู้กองกวินทร์จีบปากจีบคอดัดเสียงสองเลียนแบบเธอเพราะรู้ว่าเธอจะพูดอะไรก่อนจะหันมาทางผู้กองพนา “ไม่ต้องห่วงเขาหรอกพี่ เขาเก่ง เขาแกร่ง เขาเหนื่อยไม่เป็น แรงควายถึกอย่างกับอะไรดี” จากที่บรรยากาศเศร้าๆ หดหู่ๆ ทุกคนเกือบกลั้นขำกันแทบจะไม่ทันเมื่อได้ฟังผู้กองกวินทร์ว่าน้องสาวเป็นควายถึก โดยเฉพาะผู้กองพนา อย่างน้อยก็ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวแล้วล่ะที่คิดแบบนี้ 

               “จะไปดูคนเจ็บหรอ เอาสิไปเลยเดี๋ยวพี่ไปด้วย ถ้าหมดแรงล้มลงไปกับพื้นเมื่อไหร่จะได้กระทืบซ้ำ” 

               “พี่เรนเจอร์บ้า” 

               “ก็บ้าพอๆ กันทั้งพี่ทั้งน้องนี่แหละ ไปๆ ไปดูแลคนเจ็บต่อ เอาให้ตายมันคางานไปเลยนะวันนี้” แล้วผู้กองกวินทร์ก็จูงมือน้องสาวไปดูแลคนเจ็บต่อตามที่เธอต้องการ ผู้กองพนาเห็นว่าเธอมีพี่ชายคอยตามดูแลประกบข้างแบบนี้แล้วก็เลยคลายความเป็นห่วงลงได้ก่อนจะกลับมาจัดการกับเรื่องงานของเขาต่อและเข้าไปดูการชันสูตรศพกับอรินด้วย ซึ่งอรินก็พูดคุยเรื่องงานกับเขาได้อย่างปกติทำให้เขาเบาใจลงได้เยอะที่อรินแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้ 

  

 

 

               เหตุการณ์ร้ายในครั้งนี้สร้างความหดหู่ให้กับทั้งเจ้าหน้าที่แล้วก็ชาวบ้านเป็นอย่างมาก โรงเรียน ตชด.ต้องปิดลงไปก่อนเพื่อปรับปรุงโรงเรียนและให้เวลาเด็กๆ ได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจและเมื่อทุกอย่างพร้อมจึงจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง ผู้ใหญ่บ้านและภรรยาถูกนำตัวไปยังค่ายพญาลิไทยหรือกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 เพื่อคุ้มครองในฐานะของพยานเพราะถ้ายังปล่อยให้อยู่ในหมู่บ้านต่ออาจถูกพวกชารีฟเข้ามาฆ่าปิดปากได้ พร้อมกันนั้นยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาคอยดูแลความเรียบร้อยภายในหมู่บ้านอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วย EOD ที่เข้ามาตรวจหาระเบิดตามที่ผู้ใหญ่บ้างแจ้งว่าพวกชารีฟได้ซ่อนระเบิดเอาไว้ในหมู่บ้าน 

               หลังเสร็จสิ้นภารกิจผู้กองกวินทร์ก็พาแก้วเจ้าจอมกลับมาที่ฐาน อยู่เฝ้าเธอจนเธออาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วก็บังคับให้ไปนอนพัก แก้วเจ้าจอมที่หมดแรงจากการใช้พลังงานไปเยอะก็เลยไม่มีแรงขัดขืนหรือต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเขาอีก ทันทีที่หัวถึงหมอนเธอก็หลับเป็นตายอยู่กับเตียงนอนภายในบ้านพักของตัวเองโดยมีผู้กองกวินทร์คอยเฝ้าไม่ยอมให้คลาดสายตาแม้แต่น้อย 

               “แง้วววว แง้วววว” แก้วเจ้าจอมมารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีในช่วงค่ำเพราะถูกตัวอะไรสักอย่างเดินย่ำอยู่บนหน้าอกก่อนที่อุ้มเท้าของมันจะตบแหมะลงมาบนหน้าเธอเต็มๆ ทำให้คนที่นั่งเฝ้าเธออยู่หัวเราะออกมาลั่นด้วยความชอบใจ 

               “แง้วววว” เสียงนี้ดังขึ้นมาอีกแล้วก็ซุกหน้าลงมาถูไถกับแก้วเจ้าจอมจนเธอต้องลืมตาตื่นขึ้น แล้วพอลืมตาขึ้นเธอก็เห็นสิ่งมีชีวิตหน้าขนตาแบ๊วๆ และตัวอ้วนจนกลมดิ๊กนั่งจ้องเธออยู่บนอก 

               “เย้ย!!! ตัวอะไรเนี่ย” เธอรีบลุกขึ้นนั่งทันทีอย่างตกอกตกใจจนไอ้ตัวที่นั่งอยู่บนอกเธอกลิ้นหลุนๆ แทบตกเตียงผู้กองกวินทร์เลยต้องรีบไปรับเอาไว้ 

               “ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวน้องเพลงพิณก็เจ็บตัวหรอก โอ๋ๆๆ ยัยโหดรังแกหรอครับเด็กดี” เขารีบกอดโอ๋เจ้าแมวตัวอ้วนสีขาวสะอาด จมูกสีชมพูและตากลมโตน่ารักเอาไว้ในอ้อมแขน เฮ้ย! นี่พี่ชายเธอไปเอาแมวมาจากไหนกันล่ะเนี่ย 

               “พี่เรนเจอร์ไปเอาแมวมาจากไหน” 

               “แมว...น้องเพลงพิณน่ะหรอ” ฮะ! ชื่อแมวใช่มั้ยเพลงพิณเนี่ย แก้วเจ้าจอมสงสัยหนักเมื่อเขาอุ้มเอาแมวตัวอ้วนขนฟูมานั่งบนเตียงกับเธอแล้วก็กอดมันอย่างหลงใหล 

               “ก่อนหน้านี้พี่ไปทำภารกิจที่นครพนมมา ไปเจออาเชนทร์มาด้วย อาเชนทร์ก็เลยยกน้องเพลงพิณให้พี่” 

               “เดี๋ยว มีสตินิดหนึ่งพี่เรนเจอร์ เพลงพิณอะไร” คุณอาคเชนทร์เป็นเพื่อนรักของพ่อเธอและเป็นทหารเรือหน่วย นรข. ตอนนี้ประจำการเป็นผู้บัญชาการหน่วย นรข.อยู่ที่นครพนม คุณอามีลูกสามคนคือข้ามโขง เจ้าหมอนี่เป็นเพื่อนเรียนร่วมรุ่นแพทย์พระมงกุฎฯ ของเธอเอง ส่วนอีกสองคนเป็นฝาแฝด แฝดพี่ชื่อเพลงรัก เป็นทหารเรือหน่วย นรข. เหมือนพ่อและเป็นรุ่นน้องโรงเรียนนายเรือของผู้กองกวินทร์ ส่วนแฝดคนน้องน่ะเป็นผู้หญิง ชื่อน้องเพลงพิณ หน้าตาสะสวยความสามารถหลายอย่างและที่สำคัญ...พี่ชายหัวงูของเธอกำลังหลงเสน่ห์น้องเพลงพิณอย่างหนักจนโงหัวไม่ขึ้นและถึงขั้นภาวนาก่อนนอนทุกคืนเพื่อให้ได้ไปทำภารกิจที่นครพนมบ่อยๆ จะได้ไปเจอกับน้องเพลงพิณคนสวย 

               “อย่าบอกนะว่าเอาชื่อน้องเพลงพิณมาตั้งให้แมว” 

               “ก็มันน่ารักเหมือนน้องเพลงนี่” เขาว่าแล้วชูเจ้าแมวตัวอ้วนขึ้น “ตัวขาวๆ ปากแดงๆ ตากลมโตแบ๊วๆ น่ารักที่สุด อ้อ! ทีหลังอย่าเรียกน้องเพลงเขาว่าน้องอีกนะ เขาเป็นว่าที่พี่สะใภ้เราต่อไปเราต้องเรียกเขาว่า พี่ ถึงจะถูก” 

               ประสาท! แก้วเจ้าจอมคิด 

               “น้องเพลงเขาซื้อแมวตัวนี้มาเลี้ยง แต่อาเชนทร์ไม่ให้เลี้ยงเพราะว่าที่บ้านของเขามีงูเยอะ อาเชนทร์กลัวงูจะกินเจ้าเหมียวนี่เข้าให้ก็เลยให้พี่เอามาเลี้ยงแทนพี่ก็เลยตั้งชื่อให้เจ้าเหมียวนี่ว่า...เพลงพิณ คิดดูสิยัยโหด วันนี้ยกแมวชื่อเพลงพิณให้พี่เอามาเลี้ยง วันหน้าก็ต้องยกลูกสาวชื่อเพลงพิณมาให้พี่เลี้ยงเหมือนกัน ฮ่าๆๆๆ จากอาจะได้เป็นพ่อตาก็งานนี้แหละ” 

               “พี่ก็ช่างคิดได้นะ” 

               “มันไม่ใช่แค่นี้นะ น้องเพลงน่ะเขารักเจ้าเหมียวนี่มาก พอเขารักมากเขาก็ต้องคิดถึงมัน พอคิดถึงมันเขาก็ต้องโทรมาหาพี่บ่อยๆ เพื่อถามข่าวเจ้าเหมียวแล้วยังไงทีนี้! แมวมันพูดไม่ได้พี่ก็ต้องเป็นคนพูดแทนแมวใช่มั้ยซึ่งมันก็เท่ากับว่าเจ้าเหมียวนี่จะทำให้พี่กับน้องเพลงได้พูดคุยกันบ่อยๆ เป็นยังไงล่ะ แผนนี้ล้ำลึกมั้ยไอ้น้อง” 

               “อ้อ! เอาแมวมาเป็นสะพานทอดหาสาวนี่เอง” เงาหัวจะไม่มีอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก คุณอาคเชนทร์หวงลูกสาวมากพอๆ กับคุณพ่อของเธอ ไหนจะอาป่านแม่ของน้องเพลงพิณอีก เขารักเขาหวงลูกขนาดนี้ก็ยังจะหน้าด้านไปจีบลูกสาวเขาอีกนะ 

               “อ่ะๆ ทำความรู้จักกับยัยโหดเอาไว้นะเพลงพิณ เดี๋ยวต่อไปก็ต้องมาเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามีกันแล้ว” 

               “จะเอาแมวทำเมียว่างั้น” 

               “เอาเจ้าของแมวทำเมียต่างหากล่ะ”  

               ด้วยเหตุนี้แก้วเจ้าจอมก็เลยต้องรับเอาน้องเพลงพิณของพี่ชายมาอุ้มด้วยเป็นคนรักสัตว์อยู่แล้ว แล้วเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ก็ดูจะเป็นมิตรกับเธอมากด้วย แก้วเจ้าจอมดีใจที่พอตื่นขึ้นมาแล้วมีพี่ชายมาชวนพูดคุยเรื่องอื่นเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างเพราะหลังจากที่ไปรักษาอาการบาดเจ็บของชาวบ้านได้ไม่กี่รายผู้กองพนาก็มาบอกให้พี่ชายของเธอพาเธอกลับมาที่ฐานเพื่อพักผ่อน ส่วนพวกเขาก็ยังคงทำงานกันต่อ แม้ว่าเธอจะขออยู่ต่อแต่ผู้กองพนาก็ไม่ยอมแล้วก็ใช้อำนาจความเป็นเจ้านายมาสั่งเธอให้เธอกลับมาพักเธอเลยเลี่ยงอะไรไม่ได้ 

               “ทุกคนกลับมากันแล้วยังพี่เรนเจอร์” เธออุ้มน้องเพลงพิณเดินออกมาที่ระเบียงบ้านพัก ดูจากนาฬิกาตอนนี้ก็หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว 

               “เพิ่งกลับมา อรินก็เพิ่งอาบน้ำเข้าไปนอนเมื่อกี้แหละ ทุกๆ คนเขาก็ดูเพลียๆ กัน ผู้กองพนาก็แวะมาดูเราอยู่เหมือนกันแต่พี่ไม่ให้เจอ” 

               “แล้วเขาไปไหนแล้ว กลับบ้านพักหรอ” 

               “ก็คงงั้นมั้ง” ผู้กองกวินทร์ว่าอย่างไม่ได้สนใจ “หิวมั้ยยัยโหด ดาบดำรงเขามาตามไปกินข้าวน่ะ จะไปกินกับพี่หรือให้พี่ห่อมาให้” 

               “พี่เรนเจอร์ไปกินเถอะไนเปอร์ยังไม่หิว เดี๋ยวไนเปอร์จะอยู่ดูแลน้องเพลงพิณให้” 

               “งั้นจะใส่ปิ่นโตมาให้แล้วกัน เผื่ออรินด้วย” ว่าแล้วผู้กองหนุ่มก็เดินลงจากบ้านพักไป ซึ่งทันทีที่เขาเดินหายไปในความมืดแล้วแก้วเจ้าจอมที่ยังอยู่ในชุดนอนกระโปรงสีขาวก็แอบย่องออกมาจากบ้านพักของตัวเองแล้วรีบเดินขึ้นเขาไปยังบ้านพักของผู้กองพนาโดยอุ้มเอาน้องเพลงพิณของผู้กองกวินทร์ไปด้วย 

               ทันทีที่เธอเดินขึ้นเขาไปผู้กองกวินทร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ก็เดินออกมาแล้วมองตามเธอไป ด้วยเป็นหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างหนักทำให้เขาสามารถแสดงสีหน้าออกมากลบเกลื่อนความรู้สึกทุกๆ อย่างได้ เขาแสร้งทำเป็นชวนแก้วเจ้าจอมพูดคุยเรื่องอื่นก็เพื่อให้เธอไม่เครียดกับเหตุการณ์ร้ายที่เพิ่งเจอมาและอีกเหตุผลก็คือ...หลอกให้เธอตายใจ เขาไม่ได้ตาบอดนะที่จะมองไม่เห็นแหวนญาติตำรวจอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ดูจากรุ่นของนักเรียนนายร้อยตำรวจบนแหวนเขาก็รู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของแหวน ทั้งฐานนี้น่ะคนที่เรียนจบรุ่นนี้มามันก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละ ที่ผ่านมาเขาก็พอจะดูออกว่าผู้กองพนาเหมือนกับแอบมีใจ แอบชอบน้องสาวของเขา แต่จากสิ่งที่เขาเห็นในวันนี้เขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าไม่ใช่แค่ผู้กองพนาเท่านั้นที่แอบมีใจให้น้องสาวของเขา แต่น้องสาวของเขาเองก็มีใจให้มันด้วยเหมือนกัน ตอนที่จะถูกยิงแล้วผู้กองพนาเข้ามากอดเอาตัวบังกระสุนปืนให้กับแก้วเจ้าจอม มันบ่งบอกได้คำเดียวเลยว่า...ยอมตายแทนกันได้ ความสัมพันธ์แบบนี้มันไม่ธรรมดาเลย แล้วนี่อรินจะรู้เรื่องนี้ด้วยรึเปล่า ถ้าอรินรู้อรินจะรับได้มั้ย... 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมเคาะประตูบ้านพักไม่กี่ทีผู้กองพนาก็เดินออกมาเปิดประตูให้เธอ ตอนนี้เขาอาบน้ำจนตัวหอมกลิ่นสบู่แล้ว เขานุ่งเพียงแค่กางเกงนอนขายาวและเปลือยแผ่นอก ที่ช่วงท้องข้างลำตัวของเขามีแผลที่เกิดจากการถูกยิงแลดูน่ากลัว พอเห็นดังนั้นแก้วเจ้าจอมก็รีบผลักเขาไปนั่งที่เตียงทันที 

               “พี่กำลังจะเปลี่ยนผ้าพันแผล เมื่อกี้อาบน้ำแล้วทำมันเปียกน่ะ” เขารีบบอกเมื่อเห็นว่าเธอดูจะเป็นห่วงเขามาก แต่...เธอไปอุ้มแมวมาจากไหนกันล่ะเนี่ย หน้าตาแบ๊วเชียว 

               “ใครเป็นคนทำแผลให้พี่พนาคะ” ตอนอยู่ที่โรงเรียน ตชด. เธอจะทำแผลให้เขาแต่เขาก็บอกว่าจะทำงานก่อน ห่วงคนอื่นจนลืมห่วงตัวเองซ้ำยังสั่งให้เธอกลับฐานมาก่อนอีก 

               “อรินทำให้” 

               หืม...อรินยอมทำแผลให้เขาด้วยหรอ 

               “มือหนักเป็นบ้า ถ้าไม่เห็นว่าเป็นหมอนี่พี่คิดว่าอรินคงแกล้งพี่แล้ว” เขาว่าขำๆ แต่แก้วเจ้าจอมก็คิดว่าเขาคงโดนอรินแกล้งจริงๆ นั่นแหละเพราะอรินเป็นหมอที่มือเบามาก ขนาดฉีดยาให้เด็ก เด็กยังบอกว่าไม่เจ็บเลย 

               “ดีนะคะที่กระสุนฝังไม่ลึกเลยไม่ต้องผ่าตัด แต่พี่พนาก็ควรไปนอนดูอาการที่โรงพยาบาลต่อนะ” 

               “ไม่เอา พรุ่งนี้มีงานที่ต้องจัดการอีก อีกอย่าง...พี่มีเมียเป็นหมอ เจ็บแค่นี้พี่ไม่หวั่นหรอก” แล้วเมียหมอของเขาก็แกล้งตีแผลเข้าให้ทำเอาผู้กองพนาร้องซี๊ดออกมาทันทีเพราะความเจ็บ 

               “ฝากอุ้มน้องเพลงพิณทีค่ะ เดี๋ยวไนเปอร์เปลี่ยนผ้าพันแผลให้” 

               “น้องเพลงพิณ...ชื่อแมวหรอ” เขาถามพลางรับเอาน้องเพลงพิณแสนน่ารักจากเธอมาอุ้มให้ 

               “ชื่อว่าที่พี่สะใภ้ของไนเปอร์ค่ะ พี่เรนเจอร์ไปแอบรักลูกสาวคุณอาที่นครพนม น้องเขาชื่อน้องเพลงพิณพี่เรนเจอร์ก็เลยเอาชื่อมาตั้งให้แมว เอาแมวเป็นสื่อรักน่ะค่ะ” 

               “เออเนาะ ชื่อเมียกับชื่อแมวชื่อเดียวกัน” แก้วเจ้าจอมขำกับที่เขาพูด ระหว่างที่ผู้กองพนานั่งอุ้มน้องเพลงพิณให้เธออยู่ เธอก็นั่งคุกเข่าอยู่ที่ข้างเตียงเพื่อล้างแผลและเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้กับเขา พอปิดแผลเสร็จก็เอาผ้าก็อตมาพันรอบเอวยึดผ้าปิดแผลเอาไว้อีกที 

               “กินยาด้วยนะคะ ทั้งแก้ปวด แก้อักเสบ ยาลดไข้ ช่วงนี้งดบู๊ไปก่อนยาวๆ” เธอจัดยาจากกล่องปฐมพยาบาลให้เขาแล้วก็ยังคงนั่งอยู่ที่พื้นข้างเตียง เอียงแก้มมาซบกับตักของเขา 

               “เรนเจอร์ล่ะ” ผู้กองพนาวางน้องเพลงพิณลงกับเตียงแล้วยื่นมือมาลูบผมเธอเบาๆ น้องเพลงพิณที่เขาเพิ่งวางลงก็เลยค่อยๆ มุดลอดวงแขนมานอนบนตักของเขาอย่างขี้อ้อนตามประสาแมว อ้อนแล้วก็เอาตัวมาถูไถเขาไม่หยุดราวกับตกหลุมรักผู้กองพนาเข้าให้แล้ว 

               “ไอ้แมวขี้อ้อน พี่ว่าไนเปอร์เอาพี่สะใภ้ของไนเปอร์คืนไปเถอะ” เขาหิ้วแมวไปคืนเธอ แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่รับคืนแล้วยังให้น้องเพลงพิณนั่งตักของเขาต่อโดยที่เธอยังคงนั่งซบตักเขาอยู่ 

               “พี่เรนเจอร์ไปกินข้าวค่ะไนเปอร์เลยแอบมา พี่พนา...แล้วพรุ่งนี้จะยังไงต่อหรอคะ หลังงานศพของทุกคนแล้วจะยังไงต่อ พวกชารีฟกับกาเซ็มต้องไม่ยอมแค่นี้แน่ๆ พวกมันต้องกลับมาอีก ถ้าเราตายแล้วเรื่องมันจะจบมั้ย” 

               “ไม่หรอก ต่อให้เราและเจ้าหน้าที่อีกหลายๆ คนตายเรื่องมันก็ไม่จบ ทางเดียวที่จะจบก็คือต้องกำจัดพวกมันทิ้งเท่านั้น ถึงไม่มีเรื่องความแค้นระหว่างเราพวกมันก็จะยังทำร้ายเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่อไปเพราะพวกมันเกลียดชังเจ้าหน้าที่ พวกมันเคยถูกเจ้าหน้าที่ไม่ดีรังแกมาก่อนก็เลยเหมารวมว่าเจ้าหน้าที่ต้องเป็นคนไม่ดีไปทั้งหมด จากตอนที่ปะทะกันที่เขื่อนบางลางพี่คิดว่าพวกมันคงได้รับบาดเจ็บกันไม่น้อยคราวนี้ก็เลยส่งแค่ลูกน้องมาถล่มเรา กำลังของพวกมันคงมีเยอะไม่ใช่เล่น พี่ก็ได้แต่หวังว่าพวกมันคงไม่ไปเข้าร่วมกับกลุ่มของผู้ก่อการณ์ร้ายในพื้นที่” 

               “แล้วเราจะจัดการยังไงต่อไปดีคะ” 

               “ถ้ากำจัดชารีฟกับกาเซ็มได้ พวกลูกน้องมันก็ไม่มีที่พึ่งแล้วล่ะ” ผู้กองพนาว่าก่อนจะดึงเอาแก้วเจ้าจอมขึ้นมานั่งกอด เขาก้มลงมาหอมแก้มของเธอให้ชื่นใจ สองแขนกอดเธอเอาไว้แนบอกเบียดกับน้องเพลงพิณที่ตอนนี้สะบัดหางเดินหนีไปนอนซุกอยู่กับตุ๊กตาหมีตรงหัวเตียงแล้ว 

               “พี่จะตามล่าชารีฟกับกาเซ็มมาให้ได้ จะเอาชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน จะต้องไม่มีผู้บริสุทธิ์คนไหนต้องมาตายเพราะพวกมันอีกแล้วแล้วพี่ก็จะตามกำจัดไอ้พวกตำรวจชั่วค้ามนุษย์ที่เคยทำร้ายไนเปอร์ด้วยนะ ต่อไปนี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มารังแกไนเปอร์ของพี่อีกไม่ได้” 

               “แต่มันอันตรายนะคะ”  

               “อันตรายมันก็ต้องเสี่ยงกันดู พี่ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบวันนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งครูใหญ่ หมวดริษา หมอ พยาบาลแล้วก็ชาวบ้าน ไหนจะเด็กๆ อีกมันคุ้มที่พี่จะเสี่ยง หน้าที่ของพี่คือต้องปกป้องดูแลความสงบสุขของที่นี่ ถ้าพี่ทำไมสำเร็จก็เท่ากับว่าพี่บกพร่องในหน้าที่” 

               “แล้วถ้า...ถ้าพี่พนาตายล่ะ” 

               “ไนเปอร์ก็หาผัวใหม่ไง” 

               “พี่พนา!” เธอทุบอกของเขาทันทีเมื่อเขาทำเหมือนกับเป็นเรื่องล้อเล่นในขณะที่เธอใจเสียจนน้ำตาซึมแล้ว 

               “พี่พนาจ๋า...ไม่ว่าพี่พนาจะต่อสู้กับอะไรไนเปอร์ก็จะอยู่ข้างๆ พี่นะ เราจะสู้ไปด้วยกันเหมือนอย่างวันนี้ เราจะเป็นทั้งคู่ชีวิตแล้วก็คู่หูร่วมรบ มีพี่พนาก็ต้องมีไนเปอร์ ไนเปอร์พร้อมที่จะสู้ไปกับพี่ ไนเปอร์พร้อมที่จะตายอยู่ข้างๆ พี่ อย่างน้อยเราก็ได้อยู่ด้วยกัน ไนเปอร์คงอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีพี่พนาอยู่ด้วย” 

               “เด็กโง่ พี่ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกไนเปอร์แล้วไนเปอร์จะมาตายกับพี่ได้ยังไง” 

               “สัญญากับไนเปอร์นะว่าจะไม่ทิ้งไนเปอร์ไปไหน ห้ามตายห้ามทิ้งไนเปอร์ไปเด็ดขาด แล้วก็ห้ามพูดด้วยว่าจะให้ไนเปอร์ไปหาผัวใหม่ ถ้าไม่ได้พี่พนาไนเปอร์ก็จะขึ้นคานไปจนตาย ไนเปอร์ฝากชีวิตของไนเปอร์เอาไว้กับพี่พนาแล้วพี่พนาต้องห้ามทิ้งไนเปอร์ อยากจะไปทำงานก็ไปแต่ไนเปอร์จะไปด้วย เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป นางไม้ต้องอยู่กับป่า นางไม้หลงป่าขนาดนี้แล้วนางไม้หาทางออกจากป่าไม่ได้ พี่พนาไม่ใช่คนตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วนะ พี่พนามีไนเปอร์ มีเมียคนนี้อยู่จะพูดจะทำอะไรก็คิดถึงหัวอกของเมียบ้างสิ” 

               “ไนเปอร์...คนดีของพี่...” ผู้กองพนายิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้ยินแบบนี้ เขามองหน้าสบตากับเธอ ยื่นมือมาไล้เบาๆ ที่ข้างแก้มนวลหอมกรุ่น นั่นสินะ เขาไม่ใช่คนตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วแต่เขายังมีใครอีกคนที่ต้องอยู่ดูแล แม่นางไม้น้อย...เธอยอมทิ้งทุกอย่างก็เพื่อเขา ยอมมาเสี่ยงตายอยู่ที่นี่ มาอยู่กับเขาก่อนแต่งงาน ยอมผิดใจกับน้องชายที่รักมากๆ อย่างอริน ยอมปกปิดเรื่องทุกอย่างกับพ่อแม่ก็เพราะว่ารักเขา อยากมาอยู่กับเขาแล้วจะให้เขามาทิ้งเธอไปได้อย่างไร 

               “เรนเจอร์บอกว่าท่านรองแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่กับภรรยาจะมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพทุกคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์วันนี้” 

               “คุณพ่อกับแม่แก้มจะมาหรอคะ” คงเป็นตอนที่เธอหลับอยู่ ผู้กองกวินทร์เลยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง 

               “ถ้าท่านมา...พี่จะขอไนเปอร์จากพวกท่านนะ เราจะแต่งงานกัน” เขาอยากทำอะไรให้มันถูกต้องเสียที จากที่เคยจะบอกความจริงกับท่านรองแม่ทัพ ท่านก็ติดภาระกิจช่วงรับตำแหน่งใหม่เลยดูยุ่งๆ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วล่ะ เขาเองก็ขอเธอแต่งงานมาหลายครั้งแล้วความรู้สึกผิดที่เขามีต่อเธอก็คือการเอาเธอมาอยู่ด้วยก่อนแต่ง ยิ่งตอนนี้ฝ่ายผู้ใหญ่ของเธอเกือบทุกคนรู้เรื่องนี้แล้วเขาก็ควรจะจัดการอะไรทุกอย่างให้มันถูกต้องไม่ใช่เอาลูกสาวเขามานอนกกเฉยๆ เขาอยากพาเธอเดินควงแขนลอดซุ้มกระบี่ไปด้วยกัน ชีวิตของเขามันเอาแน่เอานอนไม่ได้ จะตายวันไหนก็ไม่รู้เขาอยากจะทำสิ่งนี้ให้กับเธอก่อน ให้เธอได้เป็นเจ้าสาวแสนสวยเคียงข้างนายตำรวจอย่างเขา ให้เธอได้ภูมิใจที่มีเขาเป็นสามี 

               แก้วเจ้าจอมเกิดความหวาดหวั่นเมื่อได้ยินแบบนี้ เธออยากแต่งงานกับเขาแต่เธอก็กลัวพ่อจะโกรธ แต่ว่า...อย่างไรเสียเรื่องพวกนี้พ่อของเธอก็ต้องรู้เขาสักวันอยู่แล้ว จะรู้ช้าหรือเร็วยังไงก็ต้องรู้อยู่ดี ถึงพ่อจะโกรธแต่พ่อก็คงจะไม่เกลียดเธอหรอก เธอทำตามคำสั่งของพ่อมาทั้งชีวิตแล้วแต่นี่จะเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เธอจะทำตามคำสั่งของหัวใจตัวเองบ้าง ยิ่งได้ยินผู้กองพนาบอกว่าจะต้องตามไล่ล่าพวกของชารีฟแล้วก็พวกแก๊งค้ามนุษย์เธอก็รู้แล้วว่าตอนนี้ชีวิตของเขากำลังจะอยู่บนเส้นด้าย เธอไม่รู้ว่าในอนาคตเธอจะได้อยู่กับเขาไปอีกนานแค่ไหนแต่อย่างน้อย...เธอก็อยากได้ขึ้นชื่อว่า คุณหมอแก้วเจ้าจอม ภรรยาของผู้กองพนา เธออยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเธอเป็นภรรยาของนายตำรวจกล้าแสนดีคนนี้ เธอไม่ได้อยากเป็นแค่คุณหมอแก้วเจ้าจอมเฉยๆ แม่แก้มเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนคุณพ่อของเธอก็ต้องทำงานเสี่ยงตายแบบนี้ทุกวัน ทั้งงานของทหารพรานแล้วก็งานของหน่วยซีล แต่เพราะแม่แก้มรักคุณพ่อของเธอมากก็เลยตกลงแต่งงานกันและใช้ชีวิตร่วมกับคุณพ่อในทุกๆ วันให้คุ้มค่ามากที่สุดเผื่อวันไหนที่ต้องจากกันจะได้ไม่ต้องมารู้สึกเสียดายวันเวลาทีหลัง เธอเองก็จะทำแบบนั้น...เธอจะใช้ชีวิตร่วมกับคนรักของเธอให้คุ้มค่ามากที่สุดและหวังว่าจะได้ครองรักกับเขาไปอีกนานแสนนานเหมือนแม่แก้มกับคุณพ่อ 

               “งานแต่งของเรา...เอาดาวมาประดับในงานเยอะๆ นะคะ” 

               “ได้สิ งานแต่งของเราจะมีดาวมาประดับเยอะๆ” ผู้กองพนายิ้มตอบเมื่อเธอบอกแบบนี้แปลว่าเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อและบอกความจริงทุกอย่าง 

               “คุณพ่อไนเปอร์ดุนะคะ” 

               “คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง ถ้าท่านอยากกระทืบพี่ก็ให้ท่านกระทืบให้หนำใจ แต่ถ้ากระทืบพี่จนหนำใจแล้วท่านต้องยกลูกสาวให้พี่นะ” 

               “ไนเปอร์เชื่อว่าสักวันคุณพ่อจะต้องรักและเอ็นดูพี่พนา ขนาดพ่อภูกับคุณปู่ยังยอมรับพี่พนาได้เลย คุณพ่อก็ต้องยอมรับได้” แก้วเจ้าจอมกอดและซุกซบอกแกร่งของเขา เช่นเดียวกับที่เขาก็กอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน น้องเพลงพิณที่ไปนอนซุกอยู่กับตุ๊กตาหมีเลยเดินเข้ามาเรียกร้องความสนใจอีกรอบ 

               “แง้วววว แง้วววว” 

               “พี่สะใภ้เรียกแล้ว” ผู้กองพนาบอกแล้วก็ปล่อยให้น้องเพลงพิณเดินขึ้นมานั่งบนตักเพื่ออ้อนคลอเคลีย “ไปบอกเจ้านายของคุณให้เอ็นดูน้องเขยอย่างผมด้วยนะครับคุณเพลงพิณ” แก้วเจ้าจอมหัวเราะคิกเมื่อเห็นเขาก้มลงมาพูดกับแมว เจ้าแมวอ้วนก็เลยยิ่งอ้อนเขาหนัก แต่วินาทีนี้ผู้กองพนาก็ไม่ได้สนใจเจ้าแมวอ้วนบนตักเขาหรอกเพราะคนที่เขาสนใจมากที่สุดก็คือคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขามากกว่า เขากอดและซบใบหน้าลงกับซอกคอของเธอ กระชับกอดแก้วเจ้าจอมให้แน่นขึ้นเพื่อขอกำลังใจจากเธอในการต่อสู้กับเรื่องราวทุกๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เธอคือกำลังใจ คือแสงสว่างในชีวิตและเป็นทุกๆ อย่างในชีวิตของเขา 

               ปัง!!! 

               เสียงเท้าหนักๆ ของใครบางคนถีบกระตูบ้านพักของเขาให้เปิดออกทำให้เขากับแก้วเจ้าจอมแทบจะผละออกจากกันไม่ทันในขณะที่น้องเพลงพิณตกใจเสียงถีบประตูมากก็เลยกระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนไหล่ของผู้กองพนาเอาไว้ 

               ผู้กองกวินทร์ยืนจังก้าอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่แววตากลับดุดัน สีหน้าของเขาในยามนี้ช่างเหมือนกับพลตรีกรันณ์ผู้เป็นพ่อราวกับเป็นคนๆ เดียวกันจนแก้วเจ้าจอมขนลุกซู่ นอกจากพ่อของเธอแล้วคนที่หวงเธอมากๆ จนไม่อยากให้มีแฟนก็คือพี่ชายฝาแฝด โดยเฉพาะพี่แฝดเรนเจอร์คนนี้ที่เคยกันท่าผู้ชายทุกคนออกไปจากเธอ ให้เธอสวมแต่แหวนญาติของเขา 

               “เอาน้องกับแมวของกูคืนมา!” 

  

 

********************************************************** 

เอาน้องกับแมวของกูคืนมา พะนะ! ไม่เรียกพี่พนาว่า พี่ แล้วหรอพี่เรนเจอร์ เกลียดกันขึ้นมาทันทีทันใดเลยนะ 

*********************************** 

ถ้าอยากรู้ว่าหินสีดำที่ทำให้พี่เรนเจอร์รอดตาย กระสุนยิงไม่เข้าเนื้อคืออะไร…รออ่านในเรื่อง พิทักษ์รักริมฝั่งโขง ตอนล่าสุดที่ไรท์กำลังจะลงภายในอาทิตย์นี้นะคะ 

ส่วนพี่พนาในตอนหน้า…พี่พนาจะไปขอไนเปอร์กับพ่อรันแล้ว จะออกมาหมู่หรือจ่า รอติดตามนะคะ 

********************************* 

ปล. น้องเพลงพิณของพี่เรนเจอร์น่ารักมั้ยคะทุกคน 555555 พ่อเชนทร์หวงลูกสาวขนาดนั้น พี่เรนเจอร์ฝ่าด่านไม่ได้ง่ายๆ หรอกเด้อ 

ความคิดเห็น