email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่สิบสอง (ครึ่งแรก) ร้อยมารยาไม่เท่าหนึ่งมารร้าย

ชื่อตอน : บทเรียนที่สิบสอง (ครึ่งแรก) ร้อยมารยาไม่เท่าหนึ่งมารร้าย

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 09:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่สิบสอง (ครึ่งแรก) ร้อยมารยาไม่เท่าหนึ่งมารร้าย
แบบอักษร

 

บทเรียนที่สิบสอง (ครึ่งแรก)  

ร้อยมารยาไม่เท่าหนึ่งมารร้าย 

[Music Yotin]  

 

 

 

“ตัวนี้ดีเปล่ามึง” 

 

“เออ!” 

 

“แล้วตัวนี้ล่ะไอ้เพลง” หันไปมองดูหินมันชูกางเกงในลาย Superman แถมตรงเป้ามันยังดูม ๆ สุด ๆ 

 

“ใครมันจะยอมใส่วะแล้วนี่มึงเป็นเด็กรึไงถึงคิดจะซื้อลายบ้าบอแบบนี้ไปให้น่ะ” 

 

“อ้าวทำไมอะกูยังซื้อลายนี้เลยพี่พายุมันอย่างชอบเวลากูเอามาใส่ตบตูดกูเผียะ ๆ ทุกที” คราวนี่มันหยิบกางเกงในลายวันเดอร์วูแมนขึ้นมากางโชว์ให้ดูอีกตัว 

 

“...” 

 

“เหรอ? ตีตูดเผียะ ๆ เลยเหรอน่าสนใจว่ะ” มึงไม่ต้องเห็นดีเห็นงามกับมันเลยไอ้พุฒ! แล้วไอ้ท่าทางเหมือนอยากจะได้นี่มันอะไรกันโว้ยยยย 

 

“แล้วแต่พวกมึงละกัน” กับไอ้หินเนี่ยมันเพี้ยนเป็นปกติอยู่แล้วครับข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ของมันถ้าไม่ใช่รูปคุณแม่ลิซ่าก็เป็นลายพวกการ์ตูนไปเลยขนาดผ้าเช็ดตัวยังเป็นเดอะพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์แต่กับไอ้พุฒที่ดูสุขุมเยือกเย็นมาตลอดไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นคนติงต๊องแบบนี้ไปอีกคน 

 

“ผมเอาเซตนี้ครับ” ปรายตามองไอ้เซฟมันหยิบกางเกงในลายเสือส่งให้พนักงานสาวและที่สำคัญคือมันเลือกแบบที่เป็นจีสตริงทั้งหมด! 

 

“มึงไม่ซื้อให้พี่พรายหน่อยเหรอเพลง?” 

 

“ไม่เอาอะพี่พรายมันไม่ใส่อะไรแบบนี้หรอกไอ้หิน” อยู่กันมาตั้งเกือบปีทำไมจะไม่รู้ว่าพี่พรายชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหนทั้งตู้พี่มันเนี่ยใส่แต่แบบเต็มตัวสีขาวเหมือนกับผมนั่นล่ะ เลยทำให้เราทั้งคู่มักจะใส่ของกันและกันอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่ามันจะคับไปหน่อยสำหรับผมก็เถอะ 

 

“ช่วงนี้มึงดูเครียดไปนะเพลงมีปัญหาอะไรกับพี่พรายรึเปล่าวะ” 

 

“เฮอะ จะเรื่องอะไรมันก็กำลังหงุดหงิดเพราะดันไปทำเรื่องโป๊ะแตกอะสิ เพลงมันดันเสือกไปตกปากรับคำกับน้าเรไรว่าจะไม่บอกเรื่องที่น้าเรไรจำเรื่องพี่พรายได้ทั้งหมดน่ะ แล้วถ้ากูเดาไม่ผิดเพลงมันกำลังคิดว่าตอนนี้พี่พรายกำลังโกรธมันอยู่มั้ง” 

 

“มึงก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอพุฒ? ทำไมไม่ยอมบอกกูบ้างเลยวะ!” พุฒมันยักไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญที่มันต้องบอกเลยสักนิด 

 

“บอกแล้วมึงจะทำอะไรได้เพลง บอกแล้วมึงจะเก็บอาการได้รึไงคนอย่างมึงน่ะดูง่ายจะตายเก็บความลับแบบคนอื่นได้ที่ไหน ที่สำคัญถ้าพี่กูไม่ได้เล่าเรื่องของตัวเองกับมึง กูก็ไม่คิดจะแตะต้องเรื่องพี่พรายอยู่แล้ว” อ้อ...ที่ไม่บอกเพราะกลัวกูเครียดสินะพ่อคนดี๊ดดดดด 

 

“นิสัยเพลงก็เหมือนหมาที่ซื่อสัตย์อะพุฒมันโกหกใครเป็นที่ไหนขนาดพ่อกับย่ากูถามเรื่องกูมันยังแฉซะหมดเปลือกเลยแถมเวลาโดยจี้มาก ๆ มันก็ทำเป็นเดินหนีตลอดจนใครเขาก็รู้หมดแล้ว” เฮ้...กูเพื่อนรักมึงนะไอ้หิน! 

 

“พวกมึงก็พูดเกินไปกูว่านิสัยแบบเพลงมันก็ดีนะ คนไม่มีเล่ห์เหลี่ยมแบบมันเป็นแฟนกับพี่พรายก็เหมาะสมกันดีออก ต่างคนก็ต่างเติมเต็มในสิ่งที่อีกคนไม่มีและถึงกูจะไม่ค่อยสนิทกับพี่พรายเท่าไหร่กูยังมองออกเลยว่าสองคนนี้น่ะคงยอมตายแทนกันได้เลยมั้ง” 

 

ฮือ...ทำไมไม่มีใครเชื่อว่าผมจะเก็บความลับได้สักคนเลยวะ! 

 

“ชีวิตมึงโคตรน่าเบื่อเลยว่ะเพลงหัดรู้จักทำอะไรแปลกใหม่บ้างสิ...อย่างเช่น” หินมันหันซ้ายมองขวากระบะชั้นในรอบ ๆ แล้วเดินไปหยิบออกมาตัวหนึ่งตรงเป้ามันสกรีนเป็นรูปหน้าหมาป่าขึ้นมา “คืนนี้มึงก็ใส่ตัวนี้” สักพักมันก็ก้มลงไปหาอีกตัวแต่คราวนี้มันเป็นรูปแมวน้อยครับ “แล้วตัวนี้ก็ให้พี่พรายใส่ซะแค่นี้พี่พรายก็รู้แล้วว่ามึงอยากได้อะไร” 

 

“เพลงมึงคบกับพี่กูมาเกือบปีแล้วยังไม่รู้จักนิสัยพี่พรายอีกรึไง พี่กูเคยโกรธมึงจริงจังสักเรื่องไหมวะเห็นพี่กูหงุดหงิดอย่างนั้นก็คือรอให้มึงไปอ้อนไปง้อนั่นแหละแต่เป็นมึงเองที่กลัวนั่นกลัวนี่จนไม่ยอมเข้าใกล้พี่กูเวลาอารมณ์ไม่ดีเอง” 

 

“จะ...จริงเหรอ?” 

 

“เออ!” คราวนี้พวกมันสามคนตอกหน้าผมออกมาพร้อมกันเลยครับ 

 

ก็ใครจะไปเดาอารมณ์ถูกอะ พี่พรายมันอารมณ์เหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงยิ่งกว่าลูกตุ้มเสียอีกเวลาดีก็ดีใจหายเวลาร้ายใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้ทั้งนั้นแต่อย่างที่ไอ้พุฒกับหินพูดก็น่าคิดแฮะเพราะพี่มันมักทำเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเสมอ 

 

ยืนมองชั้นในที่ไอ้หินเลือกให้ผมอยู่นานสองนานจนพุฒมันคว้าแล้วส่งให้พนักงานไปคิดเงินแทน 

 

“เอาไปแล้วก็ใช้ซะเรื่องอื่นล่ะฉลาดนักที่เรื่องของพี่กูนะทำเป็นโง่ตลอด” ถุงกระดาษถูกยัดใส่เข้ามาในมือผม 

 

ตั้งแต่วันที่ได้เจอน้าเรไรแม่พี่พรายครั้งแรกแล้ว ก็มีกลับไปเยี่ยมอีกครั้งสองครั้งแต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมคือพี่พรายทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่ตอนกลับมาวันนั้นก็เค้นความลับจากผมไปหมดแล้ว ส่วนแม่พี่มันไม่ต้องพููดถึงเนียนเสียยิ่งกว่าแป้งมิสทีนแกล้งทำเป็นเอ๋อบ้างพูดไม่รู้เรื่องบ้างและการเป็นคนกลางที่ต้องเห็นทั้งคู่เล่นละครใส่กันนี่มันสุดจะอึดอัดเลยครับ 

 

…เฮ้อ 

 

“ปะ...หาอะไรกินกันกูอยากกินแพนเค้กอะ ถ้ามากับพี่พายุแม่งเบรกไม่ยอมให้กูกินตลอด” พักนี้ดูหินมันจะสนิทกับพุฒเหลือเกินก็น่าจะสนิทอะนะเพราะสองคนนี้มันสายขนมหวานเหมือนกันทั้งคู่ 

 

นาน ๆ ทีพวกเราสี่คนจะได้มีเวลาออกมาพร้อมกันแบบนี้สักที โชคดีมากที่วันนี้ทั้งคณะผมและคณะไอ้หินมันมีเรียนเฉพาะช่วงเช้า พอบ่ายไม่รู้จะไปไหนก็เลยชวนกันมาเดินห้างแทน ส่วนพวกพี่มันไม่ต้องพูดถึงมีเรียนเต็มทั้งวันยิ่งเดือนหน้าใกล้สอบปลายภาคนักศึกษาที่ไม่ให้อยู่ชั้นปีหนึ่งอย่างพวกเราเนี่ยแทบจะไม่ได้มีเวลาว่างกันเลย 

 

“กินเสร็จแล้วไปไหนกันต่อดีวะ” 

 

“แล้วแต่เลยวันนี้ก็ว่างทั้งวันอยู่แล้ว จะว่าไปก็คิดถึงตอนที่ไปทำงานพิเศษเหมือนกันอะ” 

 

“อย่าได้คิดเชียวไอ้หิน มึงก็รู้ว่าพี่พายุทั้งหึงทั้งหวงมึงขนาดไหนขืนพี่มันรู้ว่าแกคิดจะกลับไปทำงานพิเศษอีกมีหวังบ้านแตกแน่” 

 

“รู้แล้วน่าเพลง! ใครมันจะไปกล้าทำวะขืนทำพี่มันจะได้กระทืบกูสิ” 

 

“งั้นไปดูหนังแล้วไปร้องคาราโอเกะต่อกันดีไหม?” พุฒมันนำเสนอทางเลือกให้กับพวกเราจนทุกคนต้องพยักหน้ารับแต่...ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองรึเปล่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมรู้สึกเหมือนกับมีคนคอยตามจับตาอยู่ตลอด 

 

หนังที่หินมันเลือกดูเป็นหนังรีเมคในตำนานที่โด่งดังมากเมื่อครั้งผมเป็นเด็กเนื้อเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มแม่มดที่เกลียดเด็กเข้าไส้เลยพยายามสาปเด็กให้กลายเป็นหนูแล้วจับกินให้หมดจากนั้นเราก็ออกมาใช้บริการร้านคาราโอเกะไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าสักเท่าไหร่ดูเวลาคร่าว ๆ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วพวกพี่พรายน่าจะได้เวลาเลิกเรียนกันหมดแล้วด้วย 

 

หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์เพื่อบอกพี่พรายหน่อยดีกว่าแล้วเท่าที่สังเกตทุกคนก็เหมือนจะทำแบบเดียวกับผมหมดคือส่งข้อความหาแฟนตัวเองถือซะว่าเป็นวันปลดปล่อยของแก๊งแฟนเด็กละกัน 

 

ห้องคาราโอเกะขนาดสามคูณสามเมตรถือว่ากำลังดีไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปสำหรับพวกเราสี่คน อาหารเครื่องดื่มนำมาเสิร์ฟแทบจะล้นโต๊ะในขณะที่ส่วนใหญ่ผมก็เอาแต่นั่งฟังพวกมันร้องเพลงเท่านั้นบางครั้งก็หงุดหงิดไอ้หินเหลือเกินร้องแต่ล่ะเพลงนึกว่ากำลังท่องชินบัญชรไม่ร้องตกร่องก็ร้องเพี้ยนจนแก้วหูแทบดับแต่คนที่คาดไม่ถึงกลับเป็นไอ้เซฟ โดยเฉพาะเพลงรักเพลงอกหักเนี่ยแกะมาเหมือนต้นฉบับทุกเม็ดแถมอินเนอร์มันยังเป๊ะปังสุดใครจะคิดว่าคนหยาบกระด้างก็มีมุมอ่อนโยนเหมือนกับคนอื่น 

 

“กูไปห้องน้ำก่อนนะพุฒ” หันไปบอกเพื่อนสนิทที่ยังนั่งอมยิ้มอยู่ด้านข้างดูพุฒเองก็มีความสุขที่ได้ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ 

 

“เออ เยี่ยวแทนกูด้วย” 

 

มือถือถูกหยิบขึ้นมาเช็กอีกครั้งตอนนี้ก็เกือบหกโมงเย็นแล้วทำไมพี่พรายถึงไม่คิดจะตอบผมเลยสักคำ ใจมันก็อดห่วงไม่ได้สุดท้ายก็ต้องโทรหาอยู่ดี 

 

**ขอโทษค่ะ ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้ Sorry, it is not possible to reach the number you've dialed at this moment** 

 

ได้แต่ถอนหายใจเงยหน้ามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง 

 

...! 

 

มันแปลกจริงด้วยผมรู้สึกได้เลยว่ามีคนไม่คุ้นหน้าคุ้นตากำลังจ้องมองผมอยู่ แล้วรูปร่างหน้าตาของพวกนั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับนักศึกษาหรือพนักงานออฟฟิศเลยสักนิดอย่างกับพวกทวงหนี้เสียมากกว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่สังเกตหรือเอะใจขนาดนี้แต่พอผ่านอะไรมาเยอะเลยอาจทำให้ผมระวังตัวมากขึ้นก็ได้ แทนที่ผมจะก้าวไปยังห้องน้ำเพียงลำพังผมกลับตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องคาราโอเกะที่พวกหินมันอยู่แทน 

 

“อ้าว ทำไมกลับมาเร็วจังวะเพลงแล้วนี่มึงคิดยังไงถึงสั่งเหล้ามากินตั้งแต่หัววันเนี่ย” หันไปมองขวดคริสทัลภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลอ่อนแล้วถึงกับต้องขมวดคิ้วออกมา 

 

“เปล่า! กูไม่ได้สั่ง” เพียงแค่พูดออกมาทุกคนในห้องถึงกับหยุดร้องเพลงเลย 

 

“แต่เมื่อกี้ตอนกูถามพนักงานที่เอามาเสิร์ฟเขาบอกว่ามึงเป็นคนสั่งนะ” หินมันกะพริบตาด้วยสีหน้าฉงนออกมาอีกคน 

 

“พวกมึงมีใครกินไปรึยัง?” คำถามของผมถึงกับทำให้พวกมันเลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมาก่อนจะส่ายหัวออกมาพร้อมกัน 

 

“เป็นไปได้ไหมวะ? ที่พนักงานจะเอามาเสิร์ฟผิดห้อง” เซฟมันหันมาถามผมที่ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิด 

 

“ก็เป็นไปได้เซฟแต่กูรู้สึกแปลก ๆ ว่ะอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมากูรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองตลอดเวลาเลยแล้วเมื่อตะกี้ตอนที่กูกำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำก็มีกลุ่มคนแปลก ๆ มองมาทางกูจนกูตัดสินใจเดินกลับมานี่แหละ” 

 

“แปลก? ที่มึงว่าคือแปลกแบบไหนเพลง” 

 

“ก็เหมือนพวกนักเลงอะพุฒนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูเห็นแบบนี้นะ” 

 

“งั้นกูขอทดสอบอะไรหน่อย” พุฒมันหยิบขวดยาทาเล็บขนาดเล็กขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วคว่ำแก้วลงก่อนจะป้ายน้ำใส ๆ ในขวดนั้นลงไปที่ก้นแก้วเล็กน้อยพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองพวกผมที่ยังดูสงสัย “อันนี้เรียกว่า Undercover Colors ถ้ามองเผิน ๆ ก็เหมือนยาทาเล็บทาไปนั่นแหละแต่มันถูกคิดค้นขึ้นมาสำหรับใช้ในการทดสอบเครื่องดื่มที่ผสมยาไว้” ว่าจบมันก็หยิบหลอดจุ่มลงไปในขวดเหล้าใช้ปลายนิ้วกดไว้ที่ปลายหลอดแล้วหยดลงมาที่ก้นแก้วไม่นานน้ำยาสีใสก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาทันที 

 

“ดูจากสีแล้วน่าจะเป็น GHB (แกมมา ไฮดรอกซี บูเทอริก) ” 

 

“มันคืออะไรวะ?” 

 

“จะบอกว่าเป็นยานอนหลับหรือยาสลบก็ได้ ก็พวกที่มันเอาไว้ใช้มอมเหล้าผู้หญิงนั่นล่ะที่เรียกว่าว่ายาเสียสาวไง...ที่บอกว่าถูกตามมึงไม่ได้รู้สึกไปเองหรอกเพลง” 

 

“มึงรู้อะไรพุฒแล้วทำไมมึงถึงมีของแบบนั้นพกติดตัวมาด้วยวะ” พุฒมันจ้องมาที่ผมแล้วถอนหายใจอย่างแรง 

 

“กูสั่งซื้อมาน่ะสิเอาไว้ให้กลอนกับเกื้อหนุนมันคนละขวดเพราะกูเองก็ไม่ไว้ใจพ่อเหมือนกัน” 

 

“พ่อ!” 

 

“อืม พ่อกูนั่นแหละพักนี้ให้คนตามกูกับพี่พรายทุกฝีก้าวเลยแต่ไม่คิดว่าอยู่ ๆ จะเบนเข็มมาที่มึงก่อนแบบนี้ อันที่จริงพ่อน่ะรู้เรื่องของพวกเราทั้งหมดตั้งนานแล้ว...นี่ขนาดกูกับพี่พรายช่วยกันปิดบังเอาไว้แล้วแท้ ๆ” 

 

“พี่พรายก็รู้เรื่องนี้เหรอ?” 

 

“รู้สิ! ที่ช่วงนี้พี่กูหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องของมึงหรอก น่าจะเป็นเพราะโดนติดตามมากกว่า มึงไม่รู้อะไรซะแล้วเพลงถึงพวกเราจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ก็เถอะแต่พ่อน่ะรักพี่พรายเสียยิ่งกว่าอะไรดี มึงยังจำไอ้คิงได้รึเปล่าเพลง” พอพูดถึงชื่อนี้นี่ผมถึงกับตัวเกร็งเลยครับ 

 

“ใครจะลืมลงวะแต่ตอนนี้มันติดคุกไปแล้วไม่ใช่หรือไง?” 

 

“ติดคุกน่ะใช่แต่มึงรู้ไหมว่าสภาพมันข้างในตอนนี้เป็นยังไง ตอนพ่อกูรู้เรื่องไอ้คิงคลั่งจนแทบจะส่งคนไปฆ่ามันในคุกถ้าไม่ใช่เพราะกูกับพวกพี่เลขาห้ามไว้ละก็ป่านนี้มันตายไปแล้ว แต่ถึงมันไม่ตายก็เหมือนตายทั้งเป็นแหละในคุกน่ะมีลูกน้องพ่อกูอยู่เยอะทั้งโดนกระทืบทั้งโดนจับขึงพืดจนตอนนี้ได้ข่าวว่ามันพยายามจะฆ่าตัวตายตั้งหลายรอบแล้ว” 

 

โหดเกินไปแล้ว! 

 

“หรือว่าเราจะไปคุยกับลุงลักษณ์ดีวะเพลง กูเองก็ไม่รู้เรื่องพี่พรายกับมึงดีแต่ถ้ามาทำแบบนี้กูก็อดห่วงมึงไม่ได้นะ” หินมันเขย่ามาที่แขนผมสายตาก็เหมือนจะร้องไห้ออกมา 

 

“มีใครบ้างวะพุฒที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของพ่อมึง” เซฟมันกระซิบถามชำเลืองมองออกไปนอกห้องอยู่เป็นระยะ 

 

“หลัก ๆ ก็น่าจะเป็นเพลง กลอนและเกื้อหนุน อันที่จริงมันก็เป็นความผิดของกูกับพี่พรายที่ทำให้พวกมึงต้องมาเดือดร้อนไปด้วย” 

 

“เฮ้ยไม่ใช่เพราะมึงเหรอพุฒเป็นเพราะกูรักพี่พรายเองเรื่องมันเลยเป็นแบบนี้ แล้วอีกอย่างกูคบกับพี่พรายมาตั้งนานยังไม่เคยแม้แต่จะไปทำความรู้จักพ่อมึงเลย เขาจะโกรธเรื่องนี้ก็คงไม่แปลกเปล่าวะ” 

 

“แล้วมึงจะเอายังไงเพลง ถ้าพ่อพุฒมันถึงขนาดตั้งใจวางยาพวกเราแบบนี้แปลว่าคงไม่ปล่อยให้เราหนีออกไปง่าย ๆ หรอก” 

 

...! 

 

“พุฒกลอนกับเกื้อหนุนมันติดต่อกลับมารึยัง!” พุฒมันถึงกับขมวดคิ้วหยิบมือถือขึ้นมากดโดยทันทีเห็นมันกดเบอร์นั้นเบอร์นี้อยู่นานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดผมก็พอเข้าใจ 

 

“ปะ...ปิดเครื่อง” 

 

“กูเองก็ติดต่อพี่พรายไม่ได้เหมือนกันเป็นไปได้ไหมวะว่าพวกเขาจะโดนเอาตัวไปแล้ว” 

 

“งั้นเดี๋ยวกูโทรถามพี่พายุก่อนว่าอยู่กับพี่พรายรึเปล่า” 

 

หินมันล้วงมือถือออกมากดสปีกเกอร์โฟนให้พวกเราทุกคนได้ยินแต่ก็เหมือนเดจาวูคำพูดเดียวกันเป๊ะสรุปคือปิดเครื่องเหมือนกันหมด 

 

ไอ้หินมันมองมาที่พวกผมสามคนเนื้อตัวสั่นเทาเม้มปากแน่นในมือก็บีบมือถือจนแทบจะแหลกละเอียดจนเซฟมันต้องเข้าไปล็อกตัวหินเอาไว้ไม่อย่างนั้นผมว่าพวกที่ซุ่มอยู่ข้างนอกได้ตายเรียงตัวแน่ 

 

“ใจเย็นก่อนหินขืนทำอะไรแบบนั้นยิ่งมีแต่ทำให้พ่อกูโกรธขึ้นมากกว่าเดิมน่ะสิ ตอนนี้มาช่วยกันคิดหาวิธีดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ มีสองทางเลือกที่พอจะทำได้ตอนนี้คือหนึ่งให้กูโทรหาพ่อแล้วพวกเราไปเจอพ่อกันแบบดี ๆ หรือสองจะยอมเล่นเกมไปกับพ่อกู” พุฒมันชี้ไปที่ขวดเหล้า “เวลามีไม่มากนะยา GHB ตัวนี้น่าจะมีผลหลังการดื่มไปแล้วประมาณ 10-15 นาทีคาดว่าพวกที่อยู่ข้างนอกนั่นคงรอเวลาให้พวกเราหลับอยู่” 

 

“เพลงไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือถ้ามึงรักพี่พรายจริงมึงก็ต้องแสดงให้พ่อของพุฒมันเห็น” คนอย่างมึงนี่แหละที่กูไม่เชื่อไอ้เซฟ! ปากแข็งเสียยิ่งกว่าพี่พายุอีก 

 

หาว~~~~ อยู่ ๆ ไอ้หินมันก็เอามือป้องไปที่ปากกระตุกยิ้มออกมาทางผมเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงนอนไปกับพื้นในทันทีจนผมนี่ตาค้างมองมันอยู่นาน แต่พอหันไปทางไอ้พุฒไอ้นี่มันแกล้งหลับคอพับไปด้านหลังแล้วอีกคน แถมมันยังเก็บหลักฐานบนโต๊ะโคตรไวอะมีเทเหล้าใส่แก้วเอาไว้ด้วย 

 

“เฮ้ย!” คราวนี้เป็นไอ้เซฟอีกคนที่ล้มตัวไปทับไอ้หินทั้งที่ไมค์ยังคามือมันอยู่เลย 

 

...จะเล่นละครกันเก่งเกินไปแล้วนี่พวกมึงอยู่เอกการแสดงรึไงวะ! 

 

คนสุดท้ายก็คือผมที่ต้องพยายามทำให้เนียนนี อาการของคนโดยยาเป็นยังไงผมยังไม่รู้เลยแล้วตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยโกหกใครรอดสักครั้งแล้วรอบนี้ผมจะรอดไหมอะปรายตามองเงาของกลุ่มคนที่กำลังเดินมาทำให้ผมต้องคว้าแก้วบนโต๊ะแล้วทำเป็นฟุบหน้าลงบนอกไอ้พุฒมันอย่างไวว่อง 

 

...ไอ้นี่ก็เอาตีนเขี่ยไล่ผมอีก! แต่มันไม่ทันแล้วโว้ย! 

 

แก๊ก! 

 

“พวกเอ็งรีบจัดการก่อนที่คุณพุฒกับเพื่อนจะตื่นขึ้นมา” เสียงแหบต่ำดุดันของใครบางคนดังกังวานอยู่ภายในห้องพร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่เดินเข้ามา 

 

“นายสั่งว่าห้ามทำอะไรรุนแรงนะเข้าใจไหม? ถ้ามีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียวพวกมึงได้ตายแน่” 

 

“ครับพี่!” 

 

สิ้นเสียงร่างของผมก็ถูกยกขึ้นออกมาจากอกพุฒช้า ๆ มีชายสองคนพยายามหิ้วปีกผมออกจากห้อง ตอนนี้ในหัวมันก็พยายามมโนว่าคนที่สลบมันต้องทำยังไงเพื่อที่จะไม่ถูกจับได้ว่าแกล้งทำสุดท้ายก็ทิ้งน้ำหนักตัวไปตามธรรมชาติต้องไม่ฝืนหรือขัดขืนร่างกายโดยเด็ดขาดทำเป็นคอพับคอตกจนเคล็ดไปหมดในขณะที่ผมถูกลากออกมาจากร้านคาราโอเกะ 

 

...ว่าแต่ไอ้คาราโอเกะบ้านี่มันไม่รู้ได้ไงวะว่ามีลูกค้านักศึกษากำลังถูกคนแปลกหน้าจับตัวออกไปจากร้านน่ะ พ่อจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ยับเลยคอยดู! 

 

ครืด... 

 

เสียงประตูเลือนแบบนี้ผมเดาได้ในทันทีว่าต้องเป็นรถตู้แน่นอน 

 

โป๊ก! ... 

 

ไม่รู้ไอ้บ้าสองตัวนี้มันหิ้วยังไงหัวผมถึงกระแทกไปที่ขอบประตูรถอย่างแรงจนถึงกับเกือบจะหลุดร้องออกมาอยู่แล้ว 

 

“เฮ้ย! กูบอกพวกมึงแล้วว่าให้ระวังไง” 

 

“โธ่ พี่ก็ดูสิเด็กสองคนนี้มันตัวใหญ่อย่างกับยักษ์แล้วตอนนี้ยังสลบอยู่คงไม่เจ็บหรอกมั้งพี่คราม” กูเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ดเลยครับคอยดูนะกูจะฟ้องพี่พรายให้จัดการพวกมึงเรียงตัวแม่ง 

 

“พวกมึงไม่ต้องมาเถียงกู โดยเฉพาะคุณพุฒพวกมึงยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษถ้าเสี่ยรู้ว่าไปทำลูกเสี่ยเจ็บละก็ต่อให้พวกมึงมีกี่ชีวิตก็ไม่พอ” แง๊~~~~ไอ้คุณพ่อตามันจะโหดไปไหนวะ! แล้วไอ้เซฟคอยดูนะกูจะขอเตะมึงสักทีบิ้วกูเก่งนักกล้าหลอกให้กูไปจับเสือมือเปล่าแบบนี้ได้ไง 

 

ร่างของผมถูกพาเข้ามานั่งบนรถด้านหลังแล้วที่สำคัญคือมันมีใครสักคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว หลังจากลูกน้องพ่อพุฒพาพวกรถขึ้นรถแบบทุลักทุเลเสียงปิดประตูรถก็ดังขึ้นไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยออกมาให้ได้ยินนอกจากแอร์เย็นฉ่ำจนต้องลืมตามองไปรอบ ๆ มีเฉพาะพวกเราที่นั่งกันอยู่ภายในรถตู้กระจกสีทึบไม่มีแม้แต่คนขับรถอยู่ด้วยซ้ำ 

 

...! 

 

หลี่ตามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เป็นไอ้กลอนกับเกื้อหนุนที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ 

 

“พุฒ...ไอ้พุฒ!” ผมกระซิบออกมาแผ่วเบา “แฟนมึงก็โดนจับตัวมาอยู่ตรงนี้” พุฒมันลืมตามองลอดผ่านเบาะมาด้านหลังในทันที อยู่ ๆ ไอ้เกื้อหนุนมันก็ยกนิ้วขึ้นมาป้องที่ปากแล้วส่งเสียง ชู่ ให้ผมเงียบไว้นั่นแปลว่ามันสองคนก็แกล้งทำเป็นถูกจับมาเหมือนกัน 

 

“ใช้ได้นี่เกื้อ กลอนระวังตัวทุกฝีก้าวอย่างที่เราบอกจริง ๆ ด้วย” แหมมีอวยกันเองไปอี๊กกก! แล้วทีพูดกับแฟนนะเพราะเชียวมึง 

 

“ดู ๆ ไปแล้วพ่อมึงก็ไม่น่ามีเจตนาร้ายนะพุฒทำไมถึงไม่เชิญพวกเราไปเองดี ๆ วะ” หินมันลืมตาบ่นออกมาอีกคน 

 

“เชิญแล้วแต่กูลืมบอก” ตอแหลจงใจปิดบังชัดๆ “สไตล์พ่อกูก็แบบนี้แหละเล่นใหญ่รัชดาลัยตลอด งานนี้พ่อกูคงกะทดสอบอะไรพวกมึงบางอย่างมั้งเลยลงทุนจับตัวพวกเรามาพร้อมกันหมดแบบนี้” พุฒมันมองออกไปนอกรถก่อนจะหันกลับมาทางด้านหลัง “เพลง กลอน เกื้อ พวกนายสามคนต้องเล่นตามพ่อเราไปก่อนนะยังไงซะเป้าหมายของพ่อเราก็คือพวกนายอยู่แล้ว” 

 

“...” 

 

“ครับเสี่ย! ตอนนี้ผมได้ตัวคุณหนูกับเพื่อนมาครบทุกคนแล้วครับ...ได้ครับผมจะรีบไป” เสียงดังจากภายนอกทำให้ทุกคนต้องกลับมาแกล้งหลับเหมือนเดิมไม่นานคนขับก็เปิดประตูรถแล้วขับออกไปในที ผมแอบลืมตามองเป็นระยะในขณะที่รถยังคงแล่นด้วยความเร็วสูงจนมาหยุดจอดที่หน้าประตูเหล็กที่ดูเหมือนกับโรงงานอะไรสักอย่าง ที่มีรั้วรอบขอบชิดปิดทึบไปเสียทุกด้านภายในก็มีตึกอาคารขนาดใหญ่ 

 

ครืด... 

 

“แปลกแฮะทำไมพวกคุณพุฒถึงยังไม่ตื่นกันอีก พวกมึงผสมยานอนหลับลงไปเท่าไหร่วะได้ทำตามที่กูสั่งรึเปล่า...รีบพาคุณพุฒกับเพื่อน ๆ เข้าไปด้านในเลยเสี่ยท่านรออยู่นานแล้ว” 

 

ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ หัวใจเต้น! 

 

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่พวกผมถูกหิ้วลงมาจากรถเข้ามายังภายในอาคารคนเหล่านั้นนำพวกเรามาวางไว้ที่โซฟานุ่ม 

 

“พวกแกออกไปกันได้แล้ว!” เสียงเข้มดุกล่าวขึ้นจนเหงื่อเริ่มไหลย้อยลงมาชุ่มอยู่ที่ฝ่าตีน 

 

“ครับนาย” 

 

เสียงฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้ผมเข้าไปทุกขณะ นิ้วมือหนาบีบมาที่แก้มของผมพลิกไปมาเหมือนกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่าง หนำซ้ำยังง้างริมฝีปากผมบนล่างสำรวจภายในช่องปากจนแทบจะสำลักออกมาก่อนที่จะละมือออก 

 

“พุฒไม่ต้องแกล้งทำมาหลับเลย พ่อดูก็รู้ว่าพวกลูกไม่ได้แตะต้องเหล้ากันเลยสักนิด” 

 

...ฉิบหายพ่อมันรู้! 

 

ทันทีที่ลืมตามองก็พบกับชายหนุ่มหุ่นหมีที่ผ่านการเล่นกล้ามมาอย่างโชกโชนกับใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยหนวดเคราสุดเท่กำลังยกยิ้มมุมปากมองมาทางผม 

 

 

 

 

 

(สารบัญคำศัพท์) นิยายของนักเขียนพยายามจะใช้คำศัพท์ให้ตรงตามราชบัณฑิตยสภา จนบางครั้งนักเขียนเองยังต้องขมวดคิ้วออกมาว่าโหนี่แก่จนป่านนี้ยังนักเขียนเองยังผิดอยู่เลย 

 

เช็ก = ตรวจสอบ

เช็ค = ใบสั่งจ่ายเงิน (เช็คธนาคาร)

 

*Undercover Colors  

นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันจาก มหาวิทยาลัยนอร์ธ คาโรไลน่า ได้คิดค้นน้ำยาทาเล็บสูตรพิเศษ ที่ชื่อว่า Undercover Colors เพื่อป้องกันปัญหาการถูกมอมยาจนนำไปสู่การถูกข่มขืน วิธีใช้ก็แสนง่าย หลังจากที่ทาเล็บเรียบร้อยแล้วหากต้องการทดสอบว่าเครื่องดื่มแก้วนั้นมีสารมอมยาหรือไม่ เพียงแค่ใช้นิ้วที่ทาเล็บด้วยสารพิเศษจุ่มลงไปในแก้ว หากยาทาเล็บเปลี่ยนสีแสดงว่าคุณกำลังถูกมอมยา ปัจจุบันนวัตกรรมตัวนี้ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนมีลักษณะคล้ายที่ตรวจครรภ์ขนาดจิ๋ว 

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

 

 

ความคิดเห็น