ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 08:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
19
แบบอักษร

      ปานอัปสรยืนเหม่อลอยอยู่ในครัว ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำอะไรลงไป ทำไมถึงได้ยอมเขาง่ายแบบนี้.....เฮ้อ...แล้วจะมีหน้ากลับไปหาแม่ครูได้ยังไงเนี่ย.......หญิงสาวเติบโตมาในบ้านของแม่ครูดวงใจ ที่ท่านมีจิตคิดเมตตาเลี้ยงดูเด็ก ๆ ไว้หลายคน ไม่ต่างจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยความช่วยเหลืออุปถัมภ์จากเศรษฐีชาวยุโรปคนหนึ่ง และเด็ก ๆ ที่เติบโตมีงานมีการทำ ส่วนมากก็กลับมาช่วยเหลือน้อง ๆ ในรุ่นต่อไป ดังเช่นหล่อนที่ถึงแม้จะปกปิดสถานะว่าเติบโตมาจากที่นั่น แต่ก็ส่งเงินไปให้ไม่เคยขาด เงินทุกบาทที่หามาได้ หล่อนทุ่มเทให้กับน้อง ๆ ในบ้าน ยกเว้นเรื่องเดียวที่หล่อนตามใจตัวเอง คือสะสมของแบรนด์เนมที่ไม่รู้ทำไมถึงได้ชอบนักชอบหนา...เพราะแบบนี้ พอเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับชีวิต หล่อนจึงไม่มีเงินสดที่จะช่วยพยุงตัวเองไว้ได้….แม่ครูคงเสียใจ ลำพังข่าวฉาวก็เกินพอ ยังจะมีเรื่องนี้ซ้ำขึ้นมาอีก 

           “อุ้ย........คุณ......” 

           อลันสวมกอดหญิงสาวที่มีอาการเหม่อลอยอยู่นานแล้ว ขนาดเขาเข้ามายืนอยู่ตั้งนานหล่อนยังไม่รู้ตัว เอาแต่ทอดถอนใจ 

           “เมื่อไหร่ผมจะได้กินอาหารเช้าหึ.... ถ้าคุณเอาแต่จ้องมองกระทะอยู่อย่างนั้น” อลันก้มลงจูบหลังคอขาวผ่อง แถมด้วยหอมแก้มอีกหนึ่งฟอด 

           “คุณอลัน...ฉัน...” หญิงสาวหันกลับมาหาเขา ยิ่งเห็นใบหน้าคมทรงเสน่ห์ ก็ยิ่งพูดไม่ออก  ความรู้สึกหลากหลายมันอัดแน่นในอก 

           “มีอะไร”  

           “ฉัน...เอ่อ...เราเป็นอะไรกันคะ” โพล่งถามออกไปแล้วก็ให้โล่งใจ หล่อนไม่อยากคิดไปเอง  หากเขาจะมองว่าหล่อนเป็นนางบำเรอชั่วคราวหรือว่าอะไร ก็พูดออกมาให้ชัดเจน 

           “แล้วคุณอยากเป็นอะไรกับผมล่ะ” นอกจากไม่ตอบ  ดวงตาคมเข้มดูลึกลับของเขายังมองกลับมาด้วยสายตาล้ำลึกจนยากจะอ่านออกว่ารู้สึกเช่นไร  รู้แต่ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นแน่นอน 

           “ฉันไม่ได้อยากเป็นอะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่ได้อยากเป็นนางบำเรอด้วย” ในดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวพูดออกไปด้วยอารมณ์สับสนปนกับความกรุ่นโกรธซึ่งไม่แน่ใจว่าหล่อนโกรธเขาหรือโกรธตัวเองกันแน่ 

           “ถ้าไม่อยากเป็นนางบำเรอก็เป็นเมีย” ชายหนุ่มตอบเรียบง่าย  

           “เป็นเมีย....เหรอคะ...เอ่อ..มันง่ายไปไหมคะ” ปานอัปสรควรจะดีใจไหมเนี่ย..เป็นเมียลำดับที่เท่าไหร่กันแน่ ทำไมเขาถึงพูดมันออกมาง่าย ๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปก่อนจะเจอมรสุมชีวิต หล่อนคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่มีใครบังอาจมาพูดจาแบบนี้  

           “แล้วทำไมต้องทำให้ยาก” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นคำถาม 

           “ก็...ไม่รู้สิคะ” ปานอัปสรก็หาเหตุผลไม่ได้เช่นกัน 

           “ขอเพียงแต่คุณห้ามท้องเด็ดขาด” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

           “ฉันว่าแล้ว........ความจริงก็แค่คำพูดที่ทำให้นางบำเรอดูดีขึ้นมาก็เท่านั้น” ปานอัปสรคิดอย่างนั้นเพราะมีที่ไหนกันคู่สามีภรรยาจะไม่อยากมีลูก นอกเสียจากว่าเขามีอยู่แล้ว....ฮือ..นี่ฉันต้องกลายเป็นเมียน้อยไปแล้วเหรอเนี่ย... 

           “เมียก็คือเมีย หรือว่าคุณอยากเป็นนางบำเรอก็ได้นะผมไม่เกี่ยง” ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่ายัยบ๊องส์กำลังคิดฟุ้งซ่านไปไกล 

           “บ้า...ใครจะโง่เป็นนางบำเรอกันเล่า” เอาเถอะ ยอมก็ได้อย่างน้อยสามีก็หล่อโฮก... 

           “หึหึ...ผมเพิ่งรู้ว่าคุณก็ฉลาดเหมือนกัน” 

           “แล้วทำไมถึงต้องห้ามฉันท้อง หรือว่าคุณมีเมียหลายคนคะ” เพราะความไม่รอบคอบ ทำให้หล่อนต้องตกเป็นรองเขาอยู่อย่างนี้....เพราะฉะนั้นครั้งนี้หล่อนควรจะต้องถามให้หมดข้อสงสัย 

           “ผมมีคุณคนเดียวตราบใดที่คุณไม่ละเมิดข้อตกลง ส่วนผู้หญิงที่ผ่านมาแค่ซื้อกิน ส่วนเรื่องห้ามท้องผมขอไม่ตอบ” 

 พูดได้ตรงมากพ่อคุณ...เฮอะ...ซื้อกิน ...พูดออกมาได้ไม่อายปาก 

           “แล้วถ้า...” 

           “พอ ๆ .....ไม่อย่างนั้นผมจะกินคุณแทนอาหารเช้า” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากสีชมพูจาง ๆ อืม....ชักอยากกินหล่อนแทนอาหารเช้าจริง ๆ เสียแล้วสิ 

           “ก็ได้ค่ะ ฉันว่าจะทอดไส้กรอก ปิ้งขนมปัง คุณโอเคใช่ไหมคะ” ปานอัปสรเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะโดนจับกิน   คนบ้า...ทีเรื่องแบบนี้ไม่คิดจะปิดบังความรู้สึก...เชอะ 

           “อืม...สรุปว่าทำเป็นแค่นี้” อลันพูดอย่างรู้ทัน 

           “แฮะ ๆ ...ก็ประมาณนั้น ฉันทอดไข่ดาวเพิ่มให้อีกก็ได้ค่ะ” หญิงสาวนึกเจ็บใจ ที่ผ่านมามัวทำอะไรอยู่นะ รู้งี้หัดทำกับข้าวกับแม่ครูเอาไว้บ้างก็ดี แต่ตอนนั้นหล่อนนี่ตัวเลี่ยงเลย จ้องแต่จะล้างชามอย่างเดียว......เฮ้อ...ทำไมคนสวยอย่างฉันถึงได้พกพาสมองมาน้อยจังนะ..... 

ความคิดเห็น