facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

38.ศึกถล่มโรงเรียน ตชด. (18+ เนื่องจากเนื้อหามีความรุนแรง)

ชื่อตอน : 38.ศึกถล่มโรงเรียน ตชด. (18+ เนื่องจากเนื้อหามีความรุนแรง)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 155

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 04:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
38.ศึกถล่มโรงเรียน ตชด. (18+ เนื่องจากเนื้อหามีความรุนแรง)
แบบอักษร

คำเตือน เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรงนะคะ โปรดทำใจก่อนอ่านเด้อ 

เนื้อหาทั้งหมดเขียนขึ้นตามจินตนาการของไรท์ล้วนๆ เพื่อถ่ายทอดให้เห็นถึงคุณงามความดีและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนนะคะ (ทั้งหน่วยรบ หน่วยแพทย์และด้านการศึกษา) หากอ่านแล้วหน่วงๆ กดออกรออ่านตอนหน้าเลยก็ได้น้าาาาาาาา 

************************************* 

  

38.ศึกถล่มโรงเรียน ตชด. 

  

               กิจกรรมทุกอย่างเริ่มขึ้นหลังจากที่มีการเคารพธงชาติแล้ว มีการแสดงจากเด็กๆ เพื่อเป็นการต้อนรับและขอบคุณเหล่าผู้ใหญ่ใจดีที่มาจัดกิจกรรมดีๆ ให้ ผู้กองพนาและผู้หมวดชัยเดชเป็นตัวแทนเข้ามามอบอุปกรณ์การเรียนและทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียนโดยมีร้อยตำรวจโทมนูญ ครูใหญ่ของโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ และเมื่อมอบเสร็จผู้กองพนาก็ออกมาพูดใส่ไมค์เพื่อทักทายเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ และเหล่าคุณครูกับชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม เนื่องจากเป็นตำรวจหน่วยรบสายบู๊มาทั้งชีวิตเลยทำให้เขาไม่ถนัดงานทางด้านสัมพันธ์กับชุมชน นานๆ จะออกสื่อทีผู้กองหนุ่มก็เลยออกอาการเก้อๆ เขินๆ ทุกครั้งงานทางด้านออกสื่อแบบนี้เขาจะโยนไปให้ผู้หมวดศิวะทำแทนตลอด แต่เพราะคราวนี้เลี่ยงไม่ได้เขาก็เลยต้องพูดตามที่แก้วเจ้าจอมฝึกซ้อมให้เมื่อคืนนี้ อาการเก้อเขินของเขาดูน่ารักมากในสายตาของคนอื่นๆ แก้วเจ้าจอมเพิ่งจะได้รู้วันนี้นี่แหละว่าเขาเป็นที่พูดถึงมากแค่ไหนในหมู่ตำรวจหญิง ตั้งแต่ที่เธอกับเขามาถึงโรงเรียนแห่งนี้ เหล่าคุณครู เจ้าหน้าที่พยาบาลตำรวจจากหน่วยแพทย์และ ตชด.หญิงคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานต่างก็พากันมองเขาตาพราว แอบยิ้มเขินเวลาที่เขาเดินผ่านและจับกลุ่มซุบซิบถึงเขาอย่างคลั่งไคล้ แม้แต่ผู้หมวดมาริษาก็แอบมองแต่เขาตลอดและเหมือนเขาก็จะรู้ตัวว่าถูกสาวๆ แอบมอง ดังนั้นเขาจึงขลุกอยู่แต่กับเพื่อน ตชด. ผู้ชายหรือไม่ก็จะมาอยู่กับเธอแทน 

               “ผู้กองพนาแหละ หล้อหล่อเนาะพวกเรา” เสียงสาวๆ พยาบาลตำรวจแอบซุบซิบกันอยู่ด้านหลังแก้วเจ้าจอมจนเธออดทำหูผึ่งแอบฟังไม่ได้ 

               “นั่นสิ ได้ข่าวว่าเป็นโสดลูกเมียก็ยังไม่มีด้วยนะ” 

               “จะเอาเวลาที่ไหนไปมีงานของผู้กองออกจะเสี่ยงตายขนาดนี้ ลองนับดูเครื่องหมายที่อกเสื้อดูสิว่ามีกี่หลักสูตร ฉันล่ะนับไม่หวาดไม่ไหว” 

               “ใครเขาจะไปนับกัน แค่มองอกแกร่งๆ ฉันก็มโนไปจนถึงซิกแพ็กแล้วล่ะ คนอะไรอกน่านอนหนุนน่าซบที่สุด” 

               “ต๊าย วาสนาหล่อนหวังสูงไปรึเปล่า ตั้งแต่ย้ายลงมาประจำการที่ยะลาก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนได้เห็นขาอ่อนของผู้กองหรอก ฉันว่านะ คนที่มีอุดมการณ์และปณิธานที่แรงกล้าอย่างผู้กองน่ะ ชาตินี้เห็นทีจะพลีชีพเพื่อชาติไม่สนใจเรื่องมีครอบครัวหรอก” อ้อหรอ! แก้วเจ้าจอมคิดตามและแอบขำที่สาวๆ เหล่านี้บอกว่ายังไม่เคยมีใครเห็นขาอ่อนของผู้กองพนา...อุ๊ย! ล่ำขนาดนั้นใครมันจะไปอยากมองขาอ่อนกัน เสียงหัวเราะคิกที่ดังลอดออกมาของแก้วเจ้าจอมทำให้เหล่าสาวๆ พยาบาลตำรวจหันมามองตาม จะว่าไปคุณหมอผู้หมวดคนนี้ก็เหมือนจะมีซัมติงอะไรสักอย่างกับผู้กองพนาอยู่นะ เหมือนสนิทสนมกันแปลกๆ 

               “แต่ฉันว่ามีคนหนึ่งนะที่ผู้กองดูจะให้ความสนิทสนมด้วย” ทุกสายตายังคงมองมาทางแก้วเจ้าจอมที่ยังกลั้นขำอยู่คนเดียว 

               “คุณหมอแก้วท่าทางจะสนิทกับผู้กองพนามากนะคะ เห็นผู้กองเดินมาหาคุณหมอที่นี่บ่อยมากตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว” สาวๆ พยาบาลตำรวจเข้ามาถามเธอทันทีเพราะอดสงสัยไม่ได้ ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็แอบเห็นแหละว่าคนที่ถามเธอนี้ก่อนหน้านี้แอบถ่ายรูปของสามีเธอเอาไว้ด้วย 

               “สนิทๆ กันแบบนี้ผู้กองพนาเป็นอะไรกับคุณหมอแก้วรึเปล่าคะ” แน่ะ! มีการพร้อมใจกันรุกถามเธอด้วยสาวๆ พวกนี้ ได้ๆ เดี๋ยวแม่จัดให้ 

               “ถ้าในด้านการปฏิบัติงานผู้กองพนาก็เป็นผู้บังคับบัญชาของฉันค่ะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มตอบก่อนจะแกล้งยกมือข้างซ้ายมาแตะแก้มตัวเองเพื่ออวดแหวนญาติที่นิ้ว “แต่ถ้าชีวิตส่วนตัวไม่เกี่ยวกับงาน...ผู้กองพนาเป็นสามีของดิฉันค่ะ” แล้วก็แจกยิ้มหวานๆ ให้เหล่าพยาบาลสาวทั้งสี่คนอีกครั้ง งานนี้ทำเอาสาวๆ พยาบาลทั้งสี่คนถึงกับหน้าเจื่อนไปในทันทีแต่ก็ไม่มีใครคิดกล้าจะลองดีกับเธอตั้งแต่เห็นที่อกเสื้อของเธอติดเครื่องหมายนักแม่นปืนชั้นเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด มีตำรวจน้อยคนมากที่จะได้ติดเครื่องหมายนี้ซึ่งในที่นี้ก็เห็นมีแค่เธอกับผู้กองพนาเท่านั้น แล้วไหนจะนามสกุลสุวรรณเวชอีก เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นนามสกุลของคนดังมีอำนาจ ใครๆ ก็ไม่อยากมีเรื่องด้วย 

               สาวๆ พยาบาลทั้งสี่คนรีบพากันสลายตัวก่อนที่จะถูกเมียผู้กองพนาตบข้อหาไปแอบมองสามีของคนอื่น แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร ออกจะขำๆ เสียมากกว่า จนเมื่อสี่สาวพยาบาลสลายตัวไปแล้วเธอก็ยังแอบหัวเราะคิกคักต่ออย่างสนุกที่แกล้งคนได้ จนเมื่อหันมาทางโต๊ะตรวจสุขภาพที่อรินนั่งอยู่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเธอก็ค่อยๆ หายไป 

               “ไปประกาศที่หน้าเสาธงโรงเรียนเลยมั้ยว่าเป็นผัวเมียกัน ยางอายน่ะหัดมีซะบ้าง” 

               “เดี๋ยวนี้อรินด่าพี่ขนาดนี้แล้วหรอ ความสัมพันธ์ของเราจะให้มันเป็นแบบนี้จริงๆ ใช่มั้ย เราจะกลับมาเป็นพี่น้องที่รักกันมากไม่ได้อีกแล้วหรอ” 

               “ถ้าอยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิมก็ไปเลิกกับมันแล้วกลับมาหาผมสิ” 

               “อริน ต่อให้ไม่มีเขาอรินก็ยังเป็นน้องชายของพี่เหมือนเดิมนะ พี่ฝังจิตฝังใจไปแล้วว่าอรินเป็นน้องชายของพี่ น้องชายแท้ๆ ร่วมสายเลือด ความรู้สึกที่พี่มีให้พี่ซีล พี่เรนเจอร์กับรีคอนเป็นยังไงพี่ก็รู้สึกกับอรินแบบนั้น เราเป็นพี่น้องกันนะอรินพี่ก็บอกกับอรินแบบนี้ตลอดไม่ใช่หรอ” อรินเบือนหน้าหนีด้วยไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่เธอขอ แต่แก้วเจ้าจอมก็ยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไรอีกผู้กองพนาก็เดินกลับเข้ามาหาเธอแล้วเพราะครูใหญ่ของทางโรงเรียนเชิญทุกคนไปถ่ายภาพร่วมกันที่หน้าเสาธงโรงเรียน 

               “ไนเปอร์ ไปถ่ายรูปกับพี่ หมออรินแล้วก็ทุกๆ คนด้วยนะครับ” ผู้กองพนาเอ่ยชวนแล้วดึงแก้วเจ้าจอมเข้าไปหาเมื่อเห็นท่าว่าเธอกับอรินเหมือนจะกำลังทะเลาะกันอีก และความใกล้ชิดนี้ของเขากับแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งยืนยันคำพูดของแก้วเจ้าจอมเมื่อก่อนหน้านี้ให้สาวๆ พยาบาลตำรวจได้อกหักไปตามๆ กัน 

               ในการถ่ายภาพรวมของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและเด็กๆ นักเรียน ผู้หมวดมาริษาได้แต่มองผู้กองพนาด้วยแววตาเศร้าเมื่อปีนี้เธอไม่ได้ยืนข้างๆ เขาเหมือนอย่างปีก่อน ผู้กองพนายืนอยู่ข้างครูใหญ่ของโรงเรียนและอีกข้างของเขาก็เป็นแก้วเจ้าจอมซึ่งตอนที่ถ่ายภาพนั้นเธอเห็นทั้งสองคนยืนจับมือกันตลอด ไม่เจอกันเสียนานเธอรู้สึกว่าความรักของคนทั้งคู่ดูจะเบ่งบานมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก 

               หลังจากที่ถ่ายภาพร่วมกันแล้วก็ถึงเวลาทำกิจกรรมจริงๆ โดยคุณครูได้นำเด็กๆ มาตรวจสุขภาพกับคุณหมอทั้งสามคนที่เต้นท์พยาบาล มีพี่ๆ พยาบาลคอยแจกขนม ผู้กองพนาเห็นอรินและหมอจากหน่วยแพทย์อาสาตรวจสุขภาพเด็กๆ ไปพร้อมกับชวนเด็กๆ พูดคุยอย่างเป็นกันเอง มีการเอาขนมมาหลอกล่อเพื่อไม่ให้เด็กกลัวหมอได้เป็นอย่างดีต่างจากแก้วเจ้าจอมมากที่ดูพยายามอย่างสุดๆ ในการพูดคุยกับเด็กๆ เด็กเล็กไม่เท่าไหร่แต่เด็กโตที่เริ่มมีความซุกซนแล้วนี่สิที่ปั่นเธอจนแก้วเจ้าจอมนึกอย่างจะรบกับเด็กแล้ว นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเด็กคุณหมอคนสวยคงกระชากคอเสื้อเด็กมาหาเรื่องแล้วล่ะ 

               “ท่าทางจะเข้ากับเด็กไม่ค่อยเก่งนะคะ” ผู้หมวดมาริษาว่าขึ้นเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมพยายามฉีกยิ้มหวานๆ ให้เด็กนักเรียน แต่รอยยิ้มของเธอกลับเหมือนคนที่กำลังแยกเขี้ยวขู่เด็กเสียมากกว่า 

               “ครับ ออกจะกลัวเด็กด้วยซ้ำไป” ผู้กองพนาก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี “เห็นทีคงต้องให้เป็นคุณแม่ดู จะได้อ่อนโยนกับเด็กเป็น” ผู้กองพนาหวังเช่นนั้นจริงๆ คนที่เข้ากับเด็กไม่เก่งพอได้ลองมีลูกเป็นของตัวเอง เดี๋ยวก็จะเข้ากับเด็กได้เองและเขาก็หวังอยากจะมีพยานรักตัวน้อยๆ กับเธอ อยากได้ลูกสาวตัวน้อยๆ เพราะเขาเคยเห็นภาพของเธอตอนเด็กๆ ตอนเด็กนั้นแก้วเจ้าจอมน่ารักมาก ตัวเล็กๆ ป้อมๆ ปากนิดจมูกหน่อย เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา 

               “ตอนเป็นเด็กตัวเล็กๆ ไนเปอร์เขาน่ารักมากเลยนะครับ เหมือนตุ๊กตาเลยถ้ามีลูกผมก็อยากได้ลูกสาว คงสวยน่ารักเหมือนแม่” ผู้หมวดมาริษาได้แต่ยิ้มบางๆ ให้แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา ถ้าผู้กองพนาพูดถึงการมีลูกแบบนี้เขาก็คงจะจริงจังกับแก้วเจ้าจอมมากจริงๆ นั่นสินะ พ่อก็หล่อแม่ก็สวยมาก ลูกออกมาคงน่ารักน่าเอ็นดูไม่ใช่น้อย 

               “งั้นริษาขอตัวไปช่วยคุณแก้วดูแลเด็กๆ ก่อนนะคะ ขืนปล่อยไว้เดี๋ยวคุณแก้วได้ท้าเด็กต่อยแน่ๆ” ผู้กองพนารีบผายมือเชิญในทันทีเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมทำหน้าดุใส่เด็กที่กวนประสาทเธอขืนปล่อยไว้นานคงได้จับเด็กหักคอเป็นแน่แท้ 

               บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น พี่ๆ ตำรวจใจดีมีกิจกรรมเล่นเกมแลกของรางวัลมาให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุกกันอย่างสนุกสนาน ขนมหรือแม้แต่ข้าวปลาอาหารก็เลี้ยงกันแบบไม่อั้นด้วย ได้เห็นทุกคนมีความสุขกันแบบนี้ผู้กองพนาก็อดยิ้มออกมาอย่างพอใจไม่ได้ เมื่อไหร่กันหนอพื้นที่ตรงนี้จะสงบสุขลงเสียทีเด็กๆ ทุกคนจะได้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลาอีก 

               “ทำไมหมอฉีดน้ำหอมมาด้วยล่ะครับ” เสียงเด็กนักเรียนวัยประถมหกที่ค่อนข้างกวนหน่วยถามแก้วเจ้าจอมขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ 

               “ไม่ได้ฉีด ตัวหอมมาตั้งแต่เกิดแล้ว” 

               “ซื้อน้ำหอมกลิ่นนี้มาจากไหนหรอครับ” 

               “ไม่ได้ใช้น้ำหอม ตัวหอมอยู่แล้ว” แก้วเจ้าจอมเริ่มชักสีหน้า 

               “ฉีดน้ำหอมให้ผมบ้างสิครับ ผมอยากตัวหอมๆ เหมือนคุณหมอ” 

               “ก็บอกแล้วไงวะว่าไม่ได้...” 

               “คุณแก้วคะ” ผู้หมวดมาริษารีบร้องห้ามพร้อมกับส่ายหน้าให้คุณหมอที่ถูกเด็กกวนประสาท อรินที่นั่งตรวจสุขภาพเด็กอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ก็เลยยื่นมือมาตีกลางหน้าผากของเธอเข้าให้ทำให้เด็กๆ ชอบใจกันใหญ่ที่คุณหมอแม่มดถูกพี่หมอรูปหล่อจัดการลงโทษ ฉายาที่แก้วเจ้าจอมได้รับวันนี้ก็คือ หมอแม่มด เพราะเธอสวยและมีกลิ่นกายที่หอมต่างจากคนทั่วไปเด็กๆ เลยคิดว่าเธอต้องเป็นแม่มดปลอมตัวมาแน่ๆ 

               “ยุบหนอ พองหนอ” คนอารมณ์ร้อนได้แต่เป่าปากออกมาเบาๆ อย่างพยายามคุมสติตัวเองไม่ให้ถือสาเด็กๆ ก็รู้แหละว่าตัวเองถูกเด็กแกล้งถูกกวนประสาท แต่คนอารมณ์ร้อนอย่างเธอก็อดวีนกลับไม่ได้เหมือนกัน แม่แก้มชอบบ่นเธอเรื่องนี้ประจำ แม่แก้มบอกว่าเป็นหมอต้องอดทน ต้องมีความเมตตา ต้องคุมสติตัวเองให้ได้แต่...ผู้เป็นพ่อของเธอกับอาขวัญตากลับสอนมาว่าถ้าใครกวนประสาทมาก็ซัดมันได้เลย “ชาตินี้จะมีลูกได้มั้ยเนี่ย” เธอบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานๆ ให้เด็กนักเรียนอีกครั้ง พยายามต่อสู้กับเจ้าเด็กแสนกวนคนนี้ 

               “จะไหวมั้ยครับเนี่ย” ร้อยตำรวจโทมนูญหรือครูใหญ่ของโรงเรียนหันมาถามผู้กองพนาเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมกำลังรับมือกับเด็กๆ อยู่ ซึ่งผู้กองพนาก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ 

               “เป็นลูกคนเล็กของบ้านเลยถูกพ่อกับแม่โอ๋จนเคยตัวน่ะครับ แต่พื้นฐานจิตใจแล้วคุณหมอเขาเป็นคนดีมากๆ แต่แค่เข้ากับเด็กไม่เก่งก็เท่านั้น” 

               “เห็นเขาพูดกันว่าคุณหมอแก้วกับผู้กองเป็น...” 

               “ครับ” ผู้กองพนายิ้มรับอย่างเขินๆ “คุณหมอแก้วเจ้าจอมเป็นภรรยาของผมเอง ครูใหญ่อย่าถือสาคุณหมอเลยนะครับ” 

               “โธ่ผู้กองผมเป็นครูนะครับ เด็กกวนๆ ซนๆ ผมเจอมาเยอะ ผมเข้าใจคุณหมอแก้วครับผมไม่ถือสาหรอก” ครูใหญ่ว่าขำๆ กับคนออกตัวปกป้องเมีย ถึงว่าสิเห็นเดินเข้าไปหาคุณหมอคนสวยบ่อยๆ ไหนจะตอนถ่ายรูปร่วมกันอีก จับมือกันซะแน่นจนผู้หมวดมาริษายิ้มแทบไม่ออก 

               “แล้ว...ตอนนี้ทางโรงเรียนยังขาดแคลนอะไรอีกบ้างครับครูใหญ่ พอดีผมรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งครับที่ท่านอยากสนับสนุนการศึกษาให้เด็กๆ ที่นี่” ผู้กองพนาเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนที่จะถูกแซว ซึ่งผู้ใหญ่ที่เขาพูดถึงนั้นก็คือคุณหญิงกรกช คุณย่าของแก้วเจ้าจอมเองที่พอรู้ข่าวนี้จากหลานสาวก็รีบต่อสายตรงมาหาเขา ด้วยเพราะคุณหญิงกรกชเคยเป็นครูมาก่อนและชอบทำบุญเป็นประจำอยู่แล้ว ไหนจะมีเพื่อนๆ คุณหญิงสายทำบุญอีกมากมาย และเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเมตตามากท่านจึงอยากสนับสนุนเรื่องการศึกษาให้เด็กๆ 

               “ก็...มีเรื่องอาคารเรียนแหละครับที่ยังเก่าอยู่” ครูใหญ่ผายมือเชิญผู้กองพนาไปเดินดูรอบๆ โรงเรียนด้วยกัน ผู้กองพนาจึงหันไปปั้นหน้าดุแล้วชี้นิ้วขู่แก้วเจ้าจอมก่อนตามครูใหญ่ไปเป็นเชิงสั่งห้ามเธอมีเรื่องกับเด็กๆ ถ้าจับได้ว่าหาเรื่องต่อยกับเด็กคืนนี้โดนซ่อมโหดแน่ๆ ในขณะที่ผู้หมวดมาริษากลัวแก้วเจ้าจอมจะต่อยเด็กจริงๆ จึงเลือกเฉพาะเด็กผู้หญิงมาให้แก้วเจ้าจอมตรวจเท่านั้น 

               นอกจากงานสอนแล้วทางโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยังมีโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีก 8 โครงการที่ครู ตชด.ต้องรับผิดชอบ ซึ่งครูใหญ่ก็ได้พาผู้กองพนาไปดูงานในส่วนโครงการต่างๆ ทั้งโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันที่จะมีการปลูกผัก ผลไม้ตามฤดูกาล เลี้ยงไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง เลี้ยงปลาเพื่อนำมาทำเป็นอาหารกลางวัน ผู้กองพนาเห็นว่าในส่วนของเล้าไก่เริ่มผุพังบ้างแล้วจึงหยิบสมุดมาจดเอาไว้เพื่อวันหลังจะได้ให้ลูกน้องมาช่วยซ่อมแซมให้ 

“อย่างโครงการส่งเสริมสุขภาพการศึกษา โครงการนี้ผมรับผิดชอบอยู่ยังไงก็ขอแรงผู้กองมาช่วยเรื่องอาคารเรียนด้วยนะครับ ปีนี้มีเด็กอนุบาลเข้ามากันเยอะ อาคารเรียนไม้เริ่มผุบ้างแล้วฝนตกฟ้าร้องทีตกใจกลัวร้องไห้จนพวกครูต้องคอยปลอบคอยโอ๋ ถ้าได้อาคารเรียนที่แข็งแรงมากๆ ก็น่าจะช่วยได้ครับ ส่วนกิจกรรมวันนี้ก็ถือเป็นกิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน เป็นการร่วมกิจกรรมกับส่วนงานอื่นๆ ตามโครงการส่งเสริมสุขภาพการศึกษาเหมือนกัน” 

“แล้วอุปกรณ์การเรียนเพิ่มเติมล่ะครับ” 

“ถ้าได้ทีวีหรือคอมพิวเตอร์เพิ่มก็ดีครับ เพราะทุกวันนี้เด็กๆ มีเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมแล้ว เด็กที่นี่ไม่เหมือนกับเด็กในเมืองครับ การเข้าถึงสื่อต่างๆ ยังยากอยู่” ก็จริง ผู้กองพนาคิดตามแล้วมองเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ที่เตรียมพร้อมจะออกไปแข่งเตะฟุตบอลอยู่กับผู้หมวดศิวะและพี่ตำรวจคนอื่นๆ การอยู่ชายแดนแบบนี้เทคโนโลยียังเข้าได้ไม่ทั่วถึง 

“แล้วก็โครงการฝึกอาชีพ ตรงนี้ดีหน่อยครับมีวิทยาลัยอาชีวะกับศิษย์เก่าโรงเรียน ตชด. มาทำกิจกรรมฝึกอาชีพให้เด็กๆ บางทีก็จัดเป็นเข้าค่าย เด่นๆ ของโรงเรียนเราก็จะเป็นการปักฮิญาบครับ เด็กๆ ฝีมือดีกันมาก ได้ค่าขนมจากตรงนี้กันเยอะ ส่วนโครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ ครูที่นี่จะติดตามการเรียนของเด็กๆ ไปจนจบปริญญาตรีเลยครับ หลักสำคัญก็จะเป็นการคัดเลือกนักเรียนที่เรียนจบชั้น ป.6 เข้าเป็นนักเรียนพระราชานุเคราะห์ต่อ” ครูใหญ่อธิบายขณะเดินไปรอบๆ โรงเรียน ผู้กองพนาก็จดข้อมูลต่างๆ ตามเพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือในสิ่งที่โรงเรียนยังขาดแคลน ในสมัยเรียนถึงเขาจะเรียนอยู่ที่เพชรบุรีแต่ก็เป็นโรงเรียนในเมืองที่มีชื่อเสียง มีสื่อการเรียนพร้อมมากกว่านี้ก่อนที่จะสอบเข้าไปเรียนเตรียมทหารและนายร้อยตำรวจ แก้วเจ้าจอมก็เคยเล่าให้เขาฟังว่าตอนเด็กๆ เธอเรียนที่โรงเรียนนานาชาติเพื่อฝึกภาษา แต่พอเรียนมัธยมก็มาเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังย่านนนทบุรีที่คุณปู่กับคุณย่าเป็นคนอุปถัมภ์แล้วก็สอบเข้าเรียนหมอ ส่วนพี่ชายก็เรียนเตรียมทหาร เรียนนายร้อย นายเรือกันไป เรียกง่ายๆ คือเรียนโรงเรียนหรูมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเทียบกันแล้วความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษานั้นยังมีอยู่อย่างเห็นได้ชัดทุกยุคทุกสมัยจริงๆ 

ต่อจากนี้ก็จะมีโครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งครู ตชด. ที่โรงเรียนหยดน้ำเสริมไอโอดีนให้นักเรียนดื่มทุกวัน แล้วเด็กๆ จะได้เกลือเสริมไอโอดีนกลับไปปรุงอาหารที่บ้านด้วย ครูใหญ่พาผู้กองพนามาดูโครงการส่งเสริมสหกรณ์ต่อที่มีร้านค้าเล็กๆ และกิจกรรมการออมทรัพย์ในโรงเรียน สอนให้เด็กๆ รู้จักทำรายรับรายจ่าย ส่วนโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็จะปลูกฝังให้เด็กนักเรียนรู้จักรักและหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติของชุมชม อย่างที่โรงเรียนก็จะมีการนำหญ้าแฝกมาปลูกแล้วก็การนำหญ้าแฝกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 

“โครงการสุดท้ายจะเป็นการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กครับ ครู ตชด.ของเราจะออกไปให้ความรู้เกี่ยวกับแม่และเด็ก ตั้งแต่การดูแลตัวเองตอนท้อง อาหารเสริมหรือวิตามินที่มีประโยชน์ การให้นมบุตรแล้วก็สุขอนามัย โภชนาการสำคัญๆ หมวดริษาเขาเป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้อยู่ เรียกได้ว่าเป็นแม่คนที่สองของเด็กๆ ในแถบนี้ก็ว่าได้เลยนะครับ หลายเดือนก่อนมีเคสคนท้องแก่จะคลอด จะไปโรงพยาบาลก็ไม่ทันการณ์ก็ได้ครู ตชด. นี่แหละครับต้องช่วยกันทำคลอดให้ ดีนะครับที่ปลอดภัยกันทั้งแม่ทั้งลูก” 

               “ต่อไปถ้ามีเคสฉุกเฉินแบบนี้อีกติดต่อมาที่ผมได้โดยตรงเลยนะครับครู ที่ฐานของผมมีหมออยู่สองคน โดยเฉพาะหมออรินครับ คนนี้เขาเก่งมาก ทั้งบู๊ทั้งบุ๋นได้หมด” เพราะอรินจะได้ออกมาปฏิบัติงานนอกฐานมากกว่าแก้วเจ้าจอมเนื่องจากเป็นผู้ชายและมีความคล่องตัวมากกว่า “แต่ถ้าปัญหาสุขภาพของผู้หญิงก็คุณหมอแก้วครับ คนนี้เขาก็เก่งมาก ใจดีด้วยนะครับ ไอ้ที่เราเห็นเมื่อเช้านี้น่ะ เขาแค่เข้ากับเด็กไม่เป็นเฉยๆ” 

               อวดเมียอีกละ ครูใหญ่อดคิดไม่ได้แต่ก็อย่างว่าแหละ เมียสวยขนาดนี้ใครบ้างจะไม่หลง ตัวก็หอมจนน่าหลงใหลนี่กลิ่นตัวหอมๆ ยังติดอยู่ที่ตัวผู้กองพนาอยู่เลย 

               “เดี๋ยวเรื่องอาคารเรียนกับเล้าไก่ผมจะให้ลูกน้องมาช่วยจัดการให้นะครับ ทีวีกับคอมพิวเตอร์ด้วย ถ้าครูใหญ่อยากได้อะไรอีกก็แจ้งมาได้เลย เด็กๆ ที่นี่ก็ลูกหลานเราทั้งนั้นผมจะประสานแล้วก็ช่วยอย่างเต็มที่เลย” 

               “ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ได้คุยกับผู้กองแบบจริงๆ จังๆ แบบนี้ผมก็ค่อยโล่งใจหน่อย ถึงที่นี่จะเป็นโรงเรียนริมชายแดนแต่ผมก็อยากให้เด็กๆ ทุกคนได้เรียนรู้เหมือนกับเด็กๆ ในเมือง สมัยผมยังเด็กนี่ลำบากมาเยอะครับ” ผู้กองพนายิ้มให้กำลังใจครูใหญ่อย่างเข้าใจในปัญหาและเขาก็พร้อมจะช่วยอย่างเต็มที่ด้วยเหมือนกัน เพราะสิ่งนี้...ก็คือความฝันอีกอย่างของน้องชายเขาที่จะปกป้องชายแดนให้สงบสุขในทุกๆ ด้านและเขาจะต้องสานต่อมันให้สำเร็จ 

               “เอ๊ะ! นั่นคุณหมอแก้วรึเปล่าครับ” ครูใหญ่ทักขึ้นเมื่อเดินอ้อมมาจากด้านหลังอาคารเรียนแล้วเห็นแก้วเจ้าจอมกำลังวิ่งเตะฟุตบอลอย่างเอาจริงเอาจังกับเด็กนักเรียนอยู่ ซึ่งในหนึ่งทีมจะมีทั้งเด็กนักเรียนและพี่ตำรวจ แบ่งเป็นทีมสีแดงกับสีน้ำเงิน แก้วเจ้าจอมที่อยู่ทีมสีน้ำเงินกับผู้หมวดเผ่าเทพแทบจะเตะบอลอัดใส่หน้าผู้หมวดชัยเดชที่อยู่ทีมสีแดง ส่วนเด็กๆ ที่แกล้งกวนแก้วเจ้าจอมเมื่อก่อนหน้านี้ตอนนี้เป็นลูกทีมอยู่ทีมเดียวกับเธอแล้ว เข้าขากันดีซะด้วย 

               “เวรแล้ว!” ผู้กองพนายกมือขึ้นกุมขมับทันที ยัยโหดแรงควายถึกเอ้ย! เอามาเปิดตัวว่าเป็นเมียหวังให้ทุกคนชื่นชม นี่อะไร ทำตัวเป็นเด็กโข่งไปได้ แล้วนี่เธอไม่ตรวจสุขภาพชาวบ้านกับเด็กๆ ต่อแล้วหรอ 

               “เฮ!!! ชนะแล้วสี่ประตูต่อสอง เกมนี้มันสุดๆ ไปเลยพี่น้อง!!!” คุณหมอคนสวยวิ่งไปตีมือกับลูกทีมทุกคนแล้วลูกทีมก็พากันเฮไม่หยุด คุณหมอแม่มดนี่เตะบอลได้เก่งถูกใจเด็กๆ กันเป็นอย่างมาก แล้วความน่ารักนี้ของเธอก็พลอยทำให้เหล่าเพื่อนๆ ตชด. ด้วยกัน คุณครูแล้วก็ชาวบ้านประทับใจกันไม่น้อย คุณหมอคนสวยในมุมนี้ดูน่ารักและเป็นกันเองจนลืมคุณหมอที่กลัวเด็กๆ ไปเลย 

               “เมียหรือลูกครับผู้กอง” 

               “ท่าจะหลานเลยล่ะครับ” ซนขนาดนี้ ยัยโหดเอ้ย! เขานึกก่อนจะเดินอาดๆ เข้าไปหาคนที่กำลังอุ้มเด็กนักเรียนกระโดดดีใจจนลืมภาพลักษณ์ที่ดีของหมอ 

               “อ้าวผู้กอง จะมาแข่งฟุตบอลอีกเกมหรอคะ มาเลยค่ะมาเลยแต่อยู่คนละทีมกันนะคะ อยากท้าดวลด้วยมานานแล้ว เก่งนักใช่มั้ย หมั่นไส้” 

               “ผมไม่แข่งฟุตบอล” เขาตอบหน้านิ่ง ยัยโหด ช่วยดูอารมณ์ผัวตอนนี้ด้วยว่าอารมณ์ดีมั้ย 

               “ไม่แข่งฟุตบอลงั้น...มวยคาดเชือกเป็นไงคะ อยากลองฝีมือมานานแล้วเหมือนกัน” ว่าแล้วก็ตั้งการ์ดมวยไทยขึ้นจนเด็กๆ เฮเชียร์กันใหญ่ “เห็นมั้ยคะผู้กอง เด็กๆ ชอบ” ว่าแล้วก็ทำท่าออกหมัดท้าทายเขา แล้วพอเธอเหวี่ยงหมัดเข้าใส่หน้าเขา... 

               หมับ!!! 

               ผู้กองพนากลับรับหมัดของเธอเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างสบายๆ แต่ด้วยความเจ็บใจแก้วเจ้าจอมจึงจะชกเขาอีกหมัด คราวนี้ผู้กองพนาก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับล็อกแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นทำเอาเด็กๆ โห่กันใหญ่ที่คุณหมอแม่มดแพ้ราบคาบง่ายๆ แบบนี้ 

               “รู้ผลแพ้ชนะแล้วใช่มั้ยครับคุณหมอ ทีนี้ก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว เป็นแค่นางไม้พออย่าเป็นลิงเป็นค่าง” แล้วแก้วเจ้าจอมก็ถูกผู้กองพนาหิ้วกลับมาที่เต้นท์พยาบาล ลิงค่างตัวน้อยๆ ของเขาก็เลยค้อนใส่ 

               “ถ้าซนอีกกลับฐานไปจะสั่งซ่อม” 

               “ตีก้นแรงๆ อีกรึเปล่า ถ้าตีก้นแรงๆ อีกจะไปเตะฟุตบอลอีกรอบค่ะ” แก้วเจ้าจอมรีบกระซิบถามกลับทันควันอย่างแอบหวังอะไรบางอย่างในใจ ผู้กองพนาก็เลยก้มลงมากระซิบตอบ 

               “สั่งซ่อมคือ...พี่จะไปผูกเปลนอนนอกบ้าน คืนนี้ห้ามหลงป่า” 

               “จริงป่าวววว อดใจไหวหรอคะผู้กองงงง” ผู้กองพนาหน้าเรื่อสีขึ้นมาทันที ยัยเด็กโหดนี่ชอบรุกเขาอยู่เรื่อย แค่ได้กลิ่นตัวหอมๆ เขาก็หิวเธอจนหน้ามืดแล้ว เขาไม่เคยต้านทานเสน่ห์ของเธอได้เลยจริงๆ  

               “พูดมาก” เขาขี้เกียจจะเถียงด้วยแล้วก็เลยเดินหนีไปโดยมีแก้วเจ้าจอมแสยะยิ้มใส่อยู่ คิดหรอว่าขู่แบบนี้แล้วจะรอด หึๆๆ คืนนี้ได้โดนเธอเชือดคาเตียงแน่ 

               แก้วเจ้าจอมกลับมาตรวจสุขภาพทุกคนต่ออีกครั้ง ซึ่งยิ่งสายชาวบ้านก็มากันเยอะขึ้นงานก็เลยค่อนข้างชุมจนไม่มีเวลาเถลไถลไปซุกซนที่ไหนอีกในขณะที่ผู้กองพนาก็นู่น! ไปตีกลองเชียร์ฟุตบอลอยู่กับทีมลาซูนู่น การรวมตัวกันของตำรวจหนุ่มรูปหล่อที่ตีกลองร้องเพลงเชียร์กันอย่างครึกครื้นสนุกสนานเป็นที่สนใจของสาวๆ กันไม่น้อย แม้แต่แก้วเจ้าจอมก็ด้วยที่ได้แต่แอบมองผู้กองพนาอย่างหลงใหล 

               “ตั้งแต่ย้ายมาประจำการที่นี่ ฉันไม่เคยเห็นผู้กองดูยิ้มแย้มอารมณ์ดีแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” ผู้หมวดมาริษาหันมาบอกแก้วเจ้าจอมเมื่อเห็นเธอแอบถ่ายภาพของสามีเก็บเอาไว้ 

               “ปีที่แล้วผู้กองจะเอาแต่นิ่ง จะคุยแค่เรื่องงานแล้วเดินตรวจตราไปเรื่อย ไม่มีหรอกค่ะจะมาร่วมกิจกรรมสนุกสนานแบบนี้...คงเพราะมีคุณแก้วมั้งคะผู้กองก็เลยสดใสอารมณ์ดี” 

               “ฉันหรอคะ” แก้วเจ้าจอมชี้มาที่ตัวเอง 

               “ค่ะ มีคุณแก้วคนเดียวที่ทำให้เสือยิ้มยาก เก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใครอย่างผู้กองกลับมาสดใสร่าเริงได้แบบนี้ คุณแก้วคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตผู้กองนะคะ ผู้กองคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแก้ว คุณแก้วอย่าทิ้งผู้กองไปไหนนะ” 

               หืม...นี่คือครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เธอกับผู้หมวดมาริษาได้พูดคุยกันดีๆ แล้วผู้หมวดมาริษาก็ยกธงขาวยอมแพ้เรื่องแย่งสามีของเธออีก จะว่าไปผู้หมวดมาริษาก็ไม่ใช่คนเลวร้าย ออกจะเป็นครู ตชด.ที่ดีเสียด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาที่เธอไม่ชอบผู้หมวดมาริษาก็เพราะว่าอีกฝ่ายจ้องจะแย่งสามีของเธอไป แต่พอผู้หมวดมาริษาเลิกความคิดนี้แล้วเธอก็จะไม่ติดใจอะไรหรอก อย่างน้อยมีเพื่อนก็ดีกว่ามีศัตรูแหละนะ 

               “ไม่ทิ้งหรอกค่ะ เขาก็คือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉันเหมือนกัน ชีวิตของฉันอยู่ในมือผู้ชายคนนี้แล้วทุกๆ ก้าวในชีวิตของฉันจะมีเขาคอยนำพาค่ะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มตอบอย่างมีความสุขขณะมองไปทางผู้กองพนาที่กำลังตีกลองอยู่ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาหันมาทางเธอแล้วยิ้มหวานๆ อย่างสดใสให้ ผู้หมวดมาริษาเห็นความรักที่คนทั้งคู่มีต่อกันแล้วก็ได้แต่เบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากเอาไว้เพื่อสกัดกั้นอารมณ์และความรู้สึกเศร้าของตัวเอง ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรคู่ควรกับผู้กองพนาเลยแม้แต่น้อย เธอไม่สวยเหมือนแก้วเจ้าจอม ตัวก็ไม่หอม ไม่ได้มาจากครอบครัวที่มีฐานะและชื่อเสียง ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ที่สะอาดและซื่อตรงต่อหน้าที่ซ้ำยังเป็นหนอนบ่อนไส้ให้พวกคนร้ายเข้ามาโจมตีพวกเดียวกันเองอีก จากเมื่อก่อนที่พ่อของเธอถูกบังคับข่มขู่ให้เป็นสายให้กับพวกชารีฟ แต่ตอนนี้พวกมันกลับบังคับข่มขู่เธอด้วยอีกคนโดยการเอาชีวิตของเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน แต่เพราะที่ผ่านมาเธอพยายามจะไม่ติดต่อกับทางฐานของผู้กองพนาเลยไม่มีเรื่องอะไรไปรายงานพวกมัน แต่ตอนนี้...เรื่องงานกิจกรรมในวันนี้เธอก็ไม่ได้บอกพวกมันด้วยเหมือนกันเพราะคิดว่านี่เป็นแค่กิจกรรมทำเพื่อเด็กๆ เป็นงานสนุกสนานเฮฮาไม่ใช่ราชการสำคัญอะไร เธอคิดว่าพวกชารีฟคงจะไม่สนใจจึงไม่ได้บอกพวกมัน ก็ได้แต่หวังล่ะนะว่าพวกมันจะไม่ใส่ใจงานเล็กๆ ภายในโรงเรียนแบบนี้ 

               แต่แล้วสิ่งที่ผู้หมวดมาริษาคิดก็ผิดคาดเมื่อแก้วเจ้าจอมกำลังจะลุกขึ้นไปเอาของเล่นจากอรินมาปลอบโอ๋เด็กน้อยวัยหนึ่งขวบที่กำลังร้องไห้โยเยเพราะพิษไข้ แต่เพราะอรินยังติดโอ๋เด็กอีกคนอยู่เช่นกันเขาจึงส่งของเล่นพลาดจนหล่นพื้น แก้วเจ้าจอมจึงต้องก้มลงไปเก็บ และในจังหวะที่เธอก้มเก็บของเล่นอยู่นั้น... 

               ปัง!!! 

               เสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด ตำแหน่งอยู่ที่ศีรษะของแก้วเจ้าจอมแบบพอดิบพอดีหากว่าเธอไม่ก้มเก็บของเสียก่อน แต่เพราะตอนนี้เสียงตีกองยังคงดังสนั่นอยู่และในงานก็มีลูกโป่งอยู่เยอะทำให้ไม่ได้มีใครเอะใจเพราะเข้าใจว่าเด็กๆ อาจทำลูกโป่งแตก แต่อรินกลับไม่คิดแบบนั้นเมื่อเขาเห็นรอยกระสุนฝังอยู่ที่กล่องลังขนมด้านหลัง 

               “พี่ไนเปอร์!!!” อรินรีบละมือจากคนไข้เข้าไปกอดแก้วเจ้าจอมที่ยังตกใจนั่งอึ้งอยู่กับพื้น อรินกอดเธอเอาไว้แน่นแนบอกแล้วเอาตัวบังเธอเอาไว้ก่อนจะตะโกนบอกทุกคน 

               “ทุกคน!!! หาที่หลบเร็ว!!!” 

               สิ้นเสียงของอริน คราวนี้เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นอย่างจับทิศทางไม่ได้อรินจึงกดตัวแก้วเจ้าจอมลงไปกับพื้นแล้วนอนเอาตัวบังเธอไว้อีกจนใบหน้าอยู่ห่างกับเธอแค่ไม่กี่คืบ 

               “อริน...” แก้วเจ้าจอมดีใจจนน้ำตาซึมเมื่อได้รู้ว่าอรินยังรักยังห่วงเธออยู่ เช่นเดียวกับอรินที่กอดเธอเอาไว้แน่น ตอนนี้เขาไม่ได้สนแล้วว่าตัวกับหัวใจของเธอจะเป็นของใคร เขารู้แค่ว่าเขารักเธอ รักหมดหัวใจแล้วเขาก็จะปกป้องเธอด้วยชีวิต 

               “ผมรักพี่...ผมจะปกป้องพี่เอง” แล้วอรินก็คว้าปืนยาวจู่โจม M4A1 ที่วางอยู่ใต้โต๊ะมาถือเอาไว้แล้วส่งอีกกระบอกให้กับแก้วเจ้าจอม เสียงปืนที่ขึ้นทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ตำรวจที่แข่งเตะฟุตบอลอยู่กับเด็กๆ ที่กลางสนามต่างก็ช่วยพากันอุ้มเอาเด็กๆ ไปหลบในที่ปลอดภัย แก้วเจ้าจอมรีบพลิกตัวจับปืนนอนในท่าเตรียมพร้อม ครั้นเมื่อมองไปทางเต้นท์ที่ผู้กองพนากับเจ้าหน้าที่ ตชด.ตีกลองกันอยู่เมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ที่เต้นท์กันแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครวิ่งขวักไขว่ไปหมดเพื่อกวาดต้อนชาวบ้านและเด็กนักเรียนไปที่อุโมงหลบภัยซึ่งเป็นท่อซีเมนขนาดใหญ่อยู่ใต้เนินดินอีกทีซึ่งทางโรงเรียนทำเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินในการหลบภัยทั้งจากอาวุธปืนและระเบิด ไม่คิดว่าคราวนี้อุโมงหลบภัยที่เด็กๆ ชอบมามุดเล่นจะได้ใช้งานจริงๆ แล้ว 

               พยาบาลตำรวจทั้งสี่คนที่หลบอยู่ในเต้นทร์ด้วยกันกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อแพทย์อาสาของหน่วยแพทย์ด้วยกันถูกยิงเข้าที่อกและศีรษะจนขาดใจตายในทันที อรินที่เห็นพยาบาลทั้งสี่คนยังคุมสติกันไม่ได้ก็รีบเข้าไปดึงทุกคนหมอบกับพื้น แก้วเจ้าจอมรีบมองหาผู้หมวดมาริษาอีกคนเพราะก่อนหน้านี้ผู้หมวดมาริษายังนั่งคุยกับเธออยู่เลย 

               “พี่ไนเปอร์จะไปไหน” อรินรีบดึงเธอเอาไว้เมื่อแก้วเจ้าจอมทำท่าจะลุกขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ดังและกระสุนหลายนัดก็เล็งมาที่เต้นท์พยาบาลด้วย 

               “พี่จะไปช่วยเด็กๆ ยังมีเด็กอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เข้าไปในอุโมงหลบภัย” 

               “แต่พวกมันจ้องจะเล่นงานพี่นะ” เพราะกระสุนนัดแรงมันเล็งมาที่เธอ คราวก่อนเธอก็ถูกยิงจนตกเรือมาแล้ว 

               “พี่รู้อริน แต่นี่มันคือหน้าที่ ถ้าเรายังกลัวเอาแต่หลบอยู่ที่นี่แล้วใครจะปกป้องชาวบ้านกับเด็กๆ ถึงพี่จะเข้ากับเด็กไม่ค่อยได้แต่พี่ก็อยากให้พวกเขาปลอดภัยนะ อรินอยู่คุ้มครองพยาบาลทั้งสี่คนนี้ก่อน ไว้พวกเขามีสติพร้อมสู้แล้วค่อยตามพี่ไป” 

               “พี่ไนเปอร์!!!” เสียงร้องห้ามของอรินไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อแก้วเจ้าจอมถือปืนวิ่งออกไปจากเต้นท์พยาบาล ส่วนผู้หมวดมาริษาก็คงจะช่วยพาเด็กน้อยวัยหนึ่งขวบกับแม่ของเด็กไปซ่อนตัวแล้ว 

               ฟังจากเสียงปืนเหมือนกับว่าจะดังมาจากทุกทิศทางเมื่อคนร้ายอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอเข้าล้อมโรงเรียนเอาไว้แล้วซุ่มยิงแบบไม่เปิดเผยตัวตน วินาทีนี้แก้วเจ้าจอมคิดว่าคงไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายแล้วล่ะ แต่น่าจะเป็นเจ้าเก่าที่เคยยิงเธอจนตกเรือ ไอ้พวกหมาลอบกัด! 

               “แง้!!!” เสียงเด็กน้อยร้องไห้ดังมาจากข้างอาคารเรียนหลังเล็ก เด็กตัวเล็กๆ วัยอนุบาลสามคนกำลังกอดกันร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว แก้วเจ้าจอมที่วิ่งผ่านมาทางนี้จึงรีบเข้าไปหา 

               “คุณหมอแม่มด ฮื่ออออ กลัว กลัว แง้!!!” เด็กๆ ทั้งสามรีบโผเข้ามากอดเธอแน่นด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทาจนแก้วเจ้าจอมรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวนี้ อุโมงหลบภัยอยู่ไกลจากจุดนี้มากหากเธออุ้มพาเด็กๆ ไปคงไม่รอดกันแน่ๆ เพราะพวกมันยิงกระสุนมาชนิดที่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีโอกาสตอบโต้เลยนอกจากได้แต่พาทุกคนหลบไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเท่านั้น 

               “หนีไปลูก! หนีไป!!!” เสียงครูใหญ่ร้องบอกอยู่อีกฟากของสนามโรงเรียนขณะวิ่งเข้าไปต้อนเด็กนักเรียนหนีโดยที่มีเสียงปืนไล่หลังไป แก้วเจ้าจอมพยายามมองหาจุดยิงของคนร้ายแต่ก็ไม่เจอทำให้เธอยิงสกัดพวกมันให้ครูใหญ่ไม่ได้ เธอรีบยกมือขึ้นปิดตาเด็กๆ ทั้งสามคนทันทีเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อห่ากระสุนปืนเหล่านั้นได้ฝังเข้าไปที่ร่างของครูใหญ่เต็มๆ 

               ปังๆๆๆๆ 

               “ไม่นะ...” แก้วเจ้าจอมอดน้ำตาร่วงไม่ได้เมื่อเห็นครูใหญ่ถูกยิงจนล้มลงไปต่อหน้า เสียงเด็กๆ ที่ครูใหญ่ต้อนให้หนีกรีดร้องลั่นแล้วพากันวิ่งกลับมาที่ร่างของครูใหญ่ กอดครูใหญ่ของตัวเองเอาไว้ทั้งน้ำตาเป็นภาพที่ชวนให้หดหู่ใจ เด็กๆ สามคนที่แก้วเจ้าจอมกอดเอาไว้พอได้ยินเสียงเด็กคนอื่นกรีดร้องก็พลอยร้องไห้หนักกว่าเดิมและกอดเธอไม่ยอมปล่อย แต่ในจังหวะนั้นผู้หมวดศิวะไม่รู้ว่าวิ่งมาจากไหนเขารีบเข้ามาอุ้มเอาเด็กๆ ทุกคนออกจากร่างครูใหญ่เพื่อจะพาหลบหนีจากกระสุนปืน แต่ทว่า... 

               ปังๆๆๆๆ 

               “ไม่!!! หมวด!!!” คราวนี้คนที่กรีดเสียงร้องกลับเป็นแก้วเจ้าจอมเองเมื่อเห็นผู้หมวดศิวะถูกยิงที่ขาจนล้มลงไปกับพื้นเมื่อใกล้ถึงอุโมงหลบภัยแล้ว ที่นั่นเจ้าหน้าที่ ตชด. กำลังกวาดต้อนทุกคนเข้าอุโมงอยู่แต่อุโมงก็เล็กไปถนัดตาเพราะนอกจากจะมีเด็กๆ นักเรียนแล้วก็ยังมีชาวบ้านมาหลบอยู่ด้วย การกะขนาดพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้สำหรับแค่เด็กนักเรียนจึงไม่เพียงพอ 

               “หมวด!” ผู้กองพนาที่อุ้มเด็กอีกสองคนวิ่งมาที่อุโมงรีบส่งเด็กๆ ในอ้อมแขนให้ผู้หมวดชัยเดชที่หน้าอุโมงแล้วเข้าไปหาผู้หมวดศิวะในทันที ส่วนเด็กๆ ที่ผู้หมวดศิวะอุ้มมานั้นได้วิ่งหนีไปที่อุโมงตามที่เขาบอกแล้ว 

               “หมวด ยังโอเคอยู่ใช่มั้ย” 

               “ยังไม่ตายครับผู้กอง” เขาพูดติดตลกแล้วกระอักเลือดออกมาเมื่อนอกจากที่ขาแล้วที่ช่วงท้องก็ยังถูกยิงอีกด้วย 

               “หมวด!” อรินที่วิ่งออกมาจากเต้นท์พยาบาลรีบเข้ามาช่วยผู้กองพนาประคองผู้หมวดศิวะเอาไว้หลังจากที่เรียกสติพยาบาลสาวทั้งสี่คนอยู่สักพักจนพยาบาลทั้งสี่คนได้สติแล้ววิ่งออกไปช่วยเหลือเด็กๆ เขาจึงรอจังหวะออกมาจากเต้นท์ เพราะเต้นท์พยาบาลคือจุดที่โดนโจมตีหนักที่สุด 

               “หมอช่วยหมวดด้วย ช่วยเขาด้วย” 

               “ผู้กองไม่ต้องห่วงปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง ตอนนี้ผู้กองรีบไปช่วยพี่ไนเปอร์ก่อนเถอะ” 

               “อะไรนะ!” ผู้กองพนาหัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินอรินพูดแบบนี้ แก้วเจ้าจอม...นี่เธอไม่ได้หลบอยู่ในอุโมงหลบภัยหรอ ก็ไหนเด็กนักเรียนคนหนึ่งบอกว่าเห็นเธอพาเด็กๆ เข้าไปในอุโมงแล้ว 

               “พี่ไนเปอร์ไปช่วยเด็กที่อาคารเรียนฝั่งนู้น พวกมันเล่นยิงไม่หยุดแบบนี้พี่ไนเปอร์คงมาที่นี่ไม่ได้ รีบไปช่วยพี่ไนเปอร์เซ่!!! ถ้าผู้กองไม่ไปช่วยพี่ไนเปอร์ผมก็จะไม่รักษาลูกน้องของผู้กองนะ!!!” 

               ต่อให้อรินไม่ขู่แบบนี้เขาก็ต้องไปช่วยเธออยู่แล้ว ผู้กองพนาคว้าปืนได้ก็รีบวิ่งฝ่าห่ากระสุนไปอย่างรวดเร็วและหลบซ่อนตัวพร้อมกับยิงสวนไปเป็นพักๆ เพื่อเปิดช่องทางหนีให้ตัวเอง ส่วนผู้หมวดเผ่าเทพที่เพิ่งมาเห็นอาการของผู้เป็นเพื่อนก็รีบเข้ามาช่วยอรินลากตัวผู้หมวดศิวะไปหลบอยู่หลังบ่อปูนสำหรับเลี้ยงกบของทางโรงเรียนทันทีเพื่อให้อรินได้ทำการปฐมพยาบาล 

               “หมวด! ไปช่วยกันหน่อยพวกผมสกัดพวกมันทางนี้ได้แล้ว ถึงตาเราเป็นฝ่ายยิงตอบโต้แล้วตอนนี้” ผู้หมวดชัยเดชกับทีมลาซูวิ่งเข้ามาหาผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดหนุ่มจึงได้แต่มองมาทางเพื่อนอย่างเป็นห่วงเพราะผู้หมวดศิวะกระอักเลือดออกมาไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ทีมลาซูที่สนิทสนมกันดีพลอยใจเสียไปด้วย 

               “ไป...ไปเพื่อน ไปแก้แค้นมัน อึก!” มือที่เต็มไปด้วยเลือดผลักผู้หมวดเผ่าเทพให้ไปทำหน้าที่ของตัวเองจนผู้หมวดหนุ่มน้ำตาซึมแล้วจับมือที่เปื้อนเลือดนั้นเอาไว้แน่น 

               “ถ้ากูกลับมามึงต้องยังอยู่นะเพื่อน มึงต้องอยู่กับกูนะไอ้ศิ” 

               “เออ กูมีพระดี...แม่กูให้มา” ผู้หมวดศิวะดึงสร้อยพระพวงใหญ่ออกมาจากคอเสื้อแล้วยิ้มให้ผู้หมวดเผ่าเทพทั้งๆ ที่ยังกระอักเลือดไม่หยุด 

               “หมวดรีบไปเถอะทางนี้ผมจัดการเอง ผมจะทำให้พวกเราได้รู้ว่าพระของหมวดศิวะนั้นขลังมากแค่ไหน” อรินรีบไล่ผู้หมวดเผ่าเทพไปกับทีมลาซู ผู้หมวดเผ่าเทพจึงได้ตัดใจแล้ววิ่งออกไปทำหน้าที่สวนทางกับพยาบาลตำรวจสาวสามคนที่วิ่งถือกระเป๋าเครื่องมือแพทย์เข้ามาหาอรินทางด้านหลังบ่อปูน 

               “อ้าว ผมนึกว่าพวกคุณเข้าไปหลบในอุโมงแล้ว” 

               “ได้ไงกันล่ะคะคุณหมอ นี่มันเป็นเวลาปฏิบัติหน้าที่นะคะ” 

               “ใช่ค่ะ พวกเราเห็นคุณหมอต้องดูแลคนเจ็บเลยกลับไปเอาเครื่องมือแพทย์ที่เต้นท์มาให้” 

               “แล้ว...เพื่อนพวกคุณอีกคนล่ะ” อรินจำได้ว่าพยาบาลทั้งสี่คนวิ่งหนีไปด้วยกันและอยู่ด้วยกันตลอด แล้วทำไม...ทำไมทุกคนตาแดงๆ กันแบบนี้ 

               “คือว่า....” พยาบาลคนที่สามร้องไห้ออกมาแล้วมองกลับไปที่เต้นท์พยาบาลที่ตอนนี้นอกจากศพของแพทย์อาสาที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นก็ยังมีเพื่อนของพวกตนอีกศพนอนอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งเธอถูกยิงขณะเข้าไปเอาเครื่องมือแพทย์เมื่อก่อนหน้านี้ อรินแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเมื่อเห็นเพื่อนร่วมอาชีพต้องจากไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้จนอดเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมขึ้นมาไม่ได้ เธอคือคนที่ถูกหมายหัว...ขอเถอะนะ ขอให้ผู้กองพนาไปช่วยเธอให้ได้ แม้ว่าเขาอยากจะไปช่วยเธอด้วยตัวเองใจแทบขาด แต่เวลานี้...หน้าที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดและหน้าที่ของหมออย่างเขาก็คือต้องดูแลคนเจ็บและแก้วเจ้าจอมก็คงอยากจะให้ผู้กองพนาเป็นคนไปช่วยเธอมากกว่าเขา 

  

               “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว” แก้วเจ้าจอมปลอบเด็กๆ ทุกคนเมื่อกระสุนปืนจากฟากของคนร้ายเงียบไปแล้วและเธอเห็นผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดชัยเดชนำทีมตำรวจพลร่มกับทีมลาซูเข้าไปยิงตอบโต้กับพวกคนร้าย เธอรอจนมั่นใจว่าปลอดภัยจากห่ากระสุนแล้วจริงๆ จึงจะพาเด็กๆ ไปซ่อนที่ใต้ถุนอาคารเรียนใหญ่ซึ่งที่ใต้ถุนอาคารเรียนเป็นแอ่งเว้าลงไปสามารถเป็นที่หลบกระสุนและระเบิดได้เป็นอย่างดี เธอเห็นมีเด็กๆ กับชาวบ้านบางส่วนหลบอยู่ในนั้นด้วย 

               “มานี่มา ตามแม่มดมานะ” ไหนๆ ก็เป็นแม่มดแล้วก็เอาให้สุดมันไปเลย “แม่มดจะพาหนีปิศาจร้ายเอง” แก้วเจ้าจอมจะพาเด็กๆ ออกมาจากด้านข้างอาคารเรียนจู่ๆ ก็มีคนร้ายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาดักหน้าเธอพร้อมกับปืนในมือ แต่ก่อนที่มันจะทันได้ยิงเธอและเธอจะทันได้ดึงเด็กๆ หลบ คนร้ายคนนั้นก็ถูกยิงจากด้านหลังเข้าที่ศีรษะเต็มๆ 

               ปัง!!! 

               เลือดสาดกระเซ็นมาโดนหน้าเธอกับตัวเด็กๆ ทั้งสามคนทันที เด็กๆ ยิ่งกรีดร้องออกมาลั่นเมื่อเห็นคนร้ายถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความที่เป็นเด็กเล็ก บางรายเลยถึงกับฉี่ราด ผู้กองพนาที่เป็นคนจัดการกับคนร้ายรายนั้นเลยต้องรีบเข้ามากอดทั้งแก้วเจ้าจอมแล้วก็เด็กๆ เอาไว้ ดีใจและโล่งใจที่สุดที่เห็นเธอยังปลอดภัยอยู่ เกือบไปแล้วมั้ย เขาเกือบมาไม่ทันแล้ว 

               “ขอโทษนะ พี่ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ ถ้าพี่ไม่รีบยิงมันมันก็จะยิงไนเปอร์ก่อน” แก้วเจ้าจอมไม่ได้ตอบอะไร สองแขนของเธอยังคงกอดเด็กๆ เอาไว้แต่เธอก็ซุกหน้าเข้าหาอกของเขาอย่างโล่งใจและดีใจที่เขายังอยู่กับเธอตรงนี้ 

               “คนอื่นๆ ล่ะคะ”  

               “เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งคุ้มกันอุโมงหลบภัยอยู่ เมื่อกี้พี่เห็นพวกหมวดเทพกับทีมลาซูเข้าไปยิงสกัดพวกมัน อรินบอกว่าไนเปอร์อยู่ที่นี่พี่เลยรีบมาหา” 

               “แล้วหมวดศิวะล่ะคะ ไนเปอร์เห็นเขา...” 

               “อรินดูอาการเขาอยู่” พอได้ยินแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ค่อยวางใจหน่อยเพราะเธอเชื่อมั่นในฝีมือของอรินเสมอ อย่างไรเสียอรินก็ต้องรักษาผู้หมวดศิวะได้ 

               “เราพาเด็กๆ ไปหาที่ซ่อนตัวก่อนเถอะนะคะ” แก้วเจ้าจอมอุ้มเด็กผู้หญิงขึ้นมา ผู้กองพนาเลยอุ้มเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อีกสองคนขึ้นมาด้วย เหมือนพ่อกับแม่กำลังอุ้มพาลูกๆ หนีผู้ร้ายอย่างไรอย่างนั้นเลย ผู้กองหนุ่มอดคิดแบบนี้ไม่ได้ 

               ทั้งสองคนช่วยกันอุ้มเอาเด็กๆ ไปยังใต้ถุนอาคารเรียน ซึ่งชาวบ้านที่หลบอยู่ในนั้นได้เข้ามาช่วยกันรับเอาเด็กๆ ทั้งสามคนเข้าไปหลบด้วย 

               “ผมฝากดูแลพวกเด็กๆ ด้วยนะครับ อยู่กันให้เงียบที่สุดล่ะ” ผู้กองพนาบอกแล้วพาแก้วเจ้าจอมถอยออกมาจากใต้ถุนอาคารเรียน แล้วในระหว่างที่ทั้งสองคนจะไปสมทบกับพวกผู้หมวดเผ่าเทพและทีมลาซูนั้นก็ได้ยิงเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากอาคารเรียนไม้ใกล้ๆ กัน เพราะคิดว่าในอาคารเรียนอาจจะยังมีนักเรียนซ่อนตัวอยู่ผู้กองพนาเลยจะเข้าไปช่วย เพราะอาคารเรียนเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวเท่านั้นและมันก็กันกระสุนปืนไม่ได้ 

               เขาและแก้วเจ้าจอมยกปืนขึ้นเล็งในท่าเตรียมพร้อมก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารเรียนหลังนั้นตามยุทธวิธีในการช่วยตัวประกัน แม้ว่าจะยังไม่รู้ก็ตามว่าในอาคารเรียนนั้นนอกจากเด็กๆ แล้วยังมีใครอยู่อีกบ้าง ก่อนหน้านี้แก้วเจ้าจอมก็เพิ่งเผชิญหน้ากับตัวคนร้ายมาจึงคาดได้ว่าคนร้ายบางส่วนอาจจะได้เข้ามาในโรงเรียนแล้ว ผู้กองพนามองแก้วเจ้าจอมอย่างชื่นชมที่แม้ว่าเธอจะอยู่ในหน่วยแพทย์ของตำรวจตระเวนชายแดนไม่ได้อยู่ในหน่วยรบอย่างเขาแต่เธอก็รู้จักยุทธวิธีต่างๆ ของหน่วยรบมาทั้งหมด สมกับเป็นลูกหลานของครอบครัวตำรวจทหารจริงๆ แล้วไม่ว่าเขาจะส่งสัญญาณมือแบบไหนให้เธอ เธอก็เข้าใจหมดและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรู้ใจเขาสมกับที่เขายกตำแหน่งเมียคู่ชีวิตและเพื่อนตายในสนามรบให้ ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมย่องเดินไปตามพื้นอาคารเรียนจนถึงบานประตูของห้องๆ หนึ่ง ผู้กองพนาส่งสัญญาณมือบอกเธออีกว่าเขาจะเป็นฝ่ายบุกและเปิดประตูให้ ให้เธอคุ้นกันตัวเขา แก้วเจ้าจอมก็ยกปืนขึ้นเล็งในท่าเตรียมพร้อมทันที จนผู้กองพนาส่งสัญญาณมือขึ้นนับสาม หนึ่ง...สอง...สาม... 

               ปัง!!! 

               ทันทีที่ผู้กองพนาถีบประตูออก ใครคนหนึ่งก็พุ่งออกมาทันที แก้วเจ้าจอมที่ทำหน้าที่คุ้มกันผู้กองพนาอยู่จึงลดปืนลงแล้วกระโดดแทงเข่าใส่ชายตัวโตที่วิ่งออกมาทันทีจนชายคนนั้นหมอบลงไปกับพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก 

               “โห...” เมียดุเว้ย ผู้กองพนาคิด แทงเข่าทีเดียวถึงกับจอดต่อไปเขาคงยิ่งหือกับเธอไม่ได้แล้วล่ะ แต่เวลาอึ้งก็มีได้ไม่นานเมื่อมองเข้าไปในห้องเรียนเขาเห็นเด็กนักเรียนสิบคนอยู่ที่นี่กับผู้หมวดมาริษาแล้วก็มีคนร้ายสามคนถือปืนยืนคุมตัวประกันเอาไว้อยู่ 

               ผู้หมวดมาริษานั้นแม้จะอยู่ในสังกัดของตำรวจตระเวนชายแดนแต่ก็เรียนด้านครูมาโดยตรง การฝึกหลักสูตรของตำรวจก็เป็นหลักสูตรพื้นฐานไม่ได้ฝึกหนักแบบแก้วเจ้าจอมที่คนในครอบครัวฝึกมาให้แกร่งตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นผู้หมวดมาริษาจึงต่อกรกับคนร้ายได้ไม่มาก 

               “อย่าเข้ามานะ!!! วางปืนให้หมดถ้าไม่อยากให้พวกมันตาย!!!” คนร้ายทั้งสามจ่อปืนไปยังเด็กๆ นักเรียนที่ยังร้องไห้อยู่ด้วยความหวาดกลัวผู้หมวดมาริษาเลยต้องกอดเด็กๆ เอาไว้ 

               “พวกมึงต้องการอะไร เกี่ยวอะไรกับเด็กทำไมต้องบุกโรงเรียนด้วย” ผู้กองพนาเล็งปืนถาม ยังไม่ยอมวางปืนง่ายๆ “ชารีฟมันอยู่ไหน” เขามั่นใจว่าไอ้พวกนี้ต้องเป็นคนของชารีฟอย่างแน่นอน 

               “กูบอกให้มึงวางปืนยังไง!!!” 

               พอคนร้ายสั่งมาแบบนี้อีกแล้วทำท่าจะยิงเด็กจริงๆ ผู้กองพนาก็หันมามองหน้าสบตากับแก้วเจ้าจอมทันทีอย่างรู้ใจกันว่าควรทำอย่างไรต่อ ดังนั้นเขาจึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนร้ายอย่างช้าๆ  

               “ได้! กูวางปืนลงก็ได้” เขาบอกคนร้ายแล้วค่อยๆ วางปืนลงพร้อมกับแก้วเจ้าจอม ซึ่งคนร้ายไม่ได้โฟกัสที่เธอมากเหมือนเขา แล้วพอเห็นว่าเขากับแก้วเจ้าจอมยอมวางปืนลงคนร้ายก็เหมือนกับได้ใจจนไม่ทันระวังตัว ทำให้ขณะที่วางปืนลงนั้นผู้กองพนาไม่ได้วางลงเฉยๆ แต่เขากลับวางปืนลงแล้วสไลด์ปืนไปทางแก้วเจ้าจอมพร้อมกับอาศัยความว่องไวปาดเท้าขึ้นไปเตะปืนในมือคนร้ายคนแรกออกแล้วกระชากยึดปืนของคนร้ายอีกคนมาก่อนจะใช้ด้ามปืนตบมันอีกทีสุดแรง 

               ปังๆๆ 

               ฝ่ายแก้วเจ้าจอมที่รับปืนมาจากผู้กองพนาแล้วก็หมอบตัวลงต่ำทันทีพร้อมกับยิงเข้าใส่คนร้ายรายที่สามจนมันล้มแน่นิ่งไป เปิดโอกาสให้ผู้กองพนาเล่นงานคนร้ายอีกสองแรกได้ง่ายขึ้นเมื่อคนร้ายไม่มีอาวุธแล้ว และเพียงแค่หมัดหนักๆ ซักหมัดของเขา คนร้ายอีกสองคนก็ร่วงลงไปตามๆ กัน แม้ว่าจะเป็นการช่วยตัวประกันที่มีความเสี่ยงสูงแต่ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทั้งแก้วเจ้าจอมและผู้กองพนา ทั้งสองก็สามารถจัดการคนร้ายได้อย่างง่ายดาย จนผู้หมวดมาริษาที่นั่งกอดเด็กนักเรียนเอาไว้อยู่ได้แต่มองอย่างชื่นชมคนทั้งคู่ที่นอกจากจะเป็นคู่รักกันแล้วก็ยังเป็นคู่หูร่วมรบให้กันและกันได้อีกด้วย 

               “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะหมวด” ผู้กองพนาเข้ามาผู้หมวดมาริษาโดยที่แก้วเจ้าจอมยืนคุมเชิงให้อยู่ที่หน้าประตู 

               “เด็กๆ วิ่งหนีเข้ามาในนี้ค่ะริษาก็เลยจะมาพาออกไปที่อุโมงหลบภัยแต่ว่า...พวกมันก็บุกเข้ามาก่อน ผู้กองคะริษาขอโทษ เป็นเพราะริษา เพราะริษาคนเดียว” ผู้หมวดมาริษาร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด พวกชารีฟคงจะโกรธที่เธอไม่ได้ส่งข่าวให้พวกมันว่าวันนี้ที่โรงเรียนจะจัดกิจกรรมและผู้กองพนาก็จะมาที่นี่ด้วย พอเธอไม่ส่งข่าวให้พวกมันพวกมันก็เลยสั่งสอนเธอแบบนี้ 

               “ทำไมล่ะครับ เกิดอะไรขึ้น” 

               “ริษาไม่ได้ส่งข่าวให้พวกมัน ริษาไม่ได้เอาเรื่องของผู้กองไปบอกพวกมันอีกพวกมันก็เลยโกรธ” 

               “ชารีฟใช่มั้ย” เขาถามย้ำ ผู้หมวดมาริษาจึงพยักหน้ารับ ซึ่งเพียงเท่านี้ผู้กองพนาก็เข้าใจอะไรๆ เยอะแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ได้ให้ผู้หมวดศิวะคอยตามสืบเรื่องนี้จากครอบครัวของเธออยู่ห่างๆ และได้รู้ว่าครอบครัวของเธอถูกข่มขู่ให้เอาข้อมูลของเขาและฐานไปบอกกับพวกมันเพื่อให้พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขาทุกอย่าง ลำพังแค่ฆ่าชาวบ้านข่มขู่มันก็มากเกินไปแล้ว แล้วนี่ยังจะมาบุกโรงเรียนเพื่อเป็นการแก้แค้นอีก กับเด็กตัวเล็กๆ ไอ้ชาติชั่วพวกนี้ก็ยังทำได้ลงคออีก 

               “เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ที่อาคารเรียนข้างๆ มีใต้ถุนหลบกระสุนได้หมวดพาเด็กๆ ไปหลบที่นั่นก่อนแล้วกัน ที่อุโมงคนเต็มแล้ว” แล้วแก้วเจ้าจอมก็เข้ามาช่วยผู้หมวดมาริษาต้อนเด็กๆ ออกไปจากอาคารเรียนโดยมีผู้กองพนาคุ้มกันให้ เสียงปืนยังคงดังมาอีกฟากเมื่อทีมลาซูกับทีมตำรวจพลร่มที่นำโดยผู้หมวดเผ่าเทพกำลังจัดการกับคนร้ายอยู่ 

               ด้วยเพราะเด็กหลายๆ คนยังเป็นเด็กเล็กทำให้การพาไปยังที่หลบภัยค่อนข้างยากลำบาก ผู้กองพนาก็เลยต้องหนีบเด็กคนหนึ่งเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วใช้อีกมือถือปืนขณะตรงไปยังที่หลบภัยที่เป็นใต้ถุนอาคารเรียน 

               ปังๆๆๆๆ 

               แก้วเจ้าจอมยิงปืนขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่ามีคนร้ายกำลังตรงมาทางนี้และสามารถเก็บคนร้ายไปได้สี่คน ผู้กองพนาจึงต้องช่วยเธอยิงสกัดพวกมันเอาไว้โดยที่ผู้หมวดมาริษาก็รีบต้อนเด็กๆ ลงไปที่ใต้ถุนอาคารเรียน แต่แล้วก็ได้มีเด็กคนหนึ่งเกิดตกใจกลัวเสียงปืนขึ้นมาอีกแล้วกรีดร้องออกมาลั่นก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากกลุ่มทำให้ผู้หมวดมาริษาต้องวิ่งตาม 

               “แย่แล้วพี่พนา!” แก้วเจ้าจอมร้องออกมาเมื่อเห็นว่าทิศที่ผู้หมวดมาริษาวิ่งตามเด็กนักเรียนไปนั้นได้มีคนร้ายบุกเข้ามาเกือบสิบคนได้แล้วพวกมันก็ยกปืนขึ้นเล็งแล้ว 

               “หมวดริษา ระวัง!!!” แก้วเจ้าจอมจะวิ่งเข้าไปดึงผู้หมวดมาริษาหลบแต่เธอก็ถูกผู้กองพนาคว้าตัวเอาไว้แล้วผลักลงไปใต้ถุนอาคารเรียนที่หลายๆ คนหลบกันอยู่ ฝ่ายผู้หมวดมาริษาก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อคนร้ายเตรียมจะลั่นไก ด้วยความคิดในขณะนั้นผู้หมวดสาวต้องการเพียงแค่ปกป้องลูกศิษย์จึงได้วิ่งเข้าไปกอดและเอาตัวบังเด็กนักเรียนตัวน้อยเอาไว้ 

               ปังๆๆๆๆ 

               “ไม่!!!” แก้วเจ้าจอมกรีดร้องออกมาสุดเสียงแล้วจะออกไปจากใต้ถุนอาคารเรียนแต่ก็ถูกชาวบ้านที่หลบอยู่ในนั้นช่วยกันจับตัวเอาไว้ หากไม่เช่นนั้นเธอก็จะถูกยิงไปด้วยอีกคน 

               ปังๆๆๆๆ 

               ภาพผู้หมวดมาริษาถูกยิงเข้าที่ด้านหลังจำนวนหลายนัดขณะที่เอาตัวบังเด็กนักเรียนเอาไว้เป็นภาพที่สะเทือนใจทุกคนที่ได้เห็น ชาวบ้านและเหล่านักเรียนต่างก็กอดกันร้องไห้และอีกส่วนก็ยังจับตัวแก้วเจ้าจอมเอาไว้เมื่อเธอยังพยายามจะดิ้นหนีเพื่อเข้าไปช่วยผู้หมวดมาริษา เช่นเดียวกับผู้กองพนาที่ยังยืนอยู่ข้างอาคารเรียน เขารู้ว่าไม่อาจเข้าไปช่วยผู้หมวดมาริษาเอาไว้ได้ทันเพราะคนร้ายมากันเยอะ สิ่งที่เขาทำได้จึงเป็นเพียงการยิงสกัดพวกมันเอาไว้เท่านั้น ร่างของผู้หมวดมาริษาล้มลงไปอย่างอ่อนแรงและทับตัวเด็กนักเรียนจนเด็กคนนั้นลุกหนีไปไหนไม่ได้ผู้กองพนาก็เลยสาดกระสุนเข้าใส่ฝ่ายของคนร้ายห่าใหญ่เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเด็กนักเรียนคนนั้นออกมา 

               “ปล่อยฉันนะ!” แก้วเจ้าจอมดิ้นหนีจากกลุ่มชาวบ้านเมื่อรู้ว่าผู้กองพนาต้องการจะเข้าไปช่วยเด็ก แต่คนร้ายมีเกือบสิบคนแบบนั้นเขาเข้าไปช่วยไม่ได้แน่ งานนี้เขาต้องมีคนช่วย  

               “พี่พนา เดี๋ยวไนเปอร์ยิงสกัดพวกมันให้ค่ะ” เมื่อตั้งสติได้แล้วแก้วเจ้าจอมก็ตะโกนไปบอกผู้กองพนาที่หลบอยู่หลังบ่อปูนเล็กๆ ข้างอาคารเรียนก่อนที่เธอจะนอนราบไปกับพื้นตรงทางลงไปยังใต้ถุนอาคารเรียนแล้วก็สาดกระสุนแบบรัวๆ เข้าใส่ทางฝั่งของคนร้ายทันที 

               ปังๆๆๆๆๆๆ ปังๆๆๆๆๆๆ 

               เสียงปืนที่ดังสนั่นติดต่อกันจำนวนหลายนัดดังมาจากเธอเพียงคนเดียวทำให้กลุ่มคนร้ายไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ นี่จึงเป็นจังหวะดีทำให้ผู้กองพนารีบวิ่งเข้าไปคว้าเอาตัวของเด็กน้อยที่ถูกร่างของผู้หมวดมาริษาทับอยู่ขึ้นมาแล้วพาวิ่งกลับมาที่ใต้ถุนอาคารเรียนที่แก้วเจ้าจอมหลบอยู่โดยที่เขาไม่ทันได้มองผู้หมวดมาริษาว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง เขารู้แค่เพียงว่าผู้หมวดสาวแน่นิ่งไปแล้วเท่านั้นเพราะสถานการณ์ตอนนั้นมันฉุกละหุกมาก ฝ่ายแก้วเจ้าจอมที่กระหน่ำยิงแบบไม่ยั้งนั้นก็ต้องมีเหตุให้สะดุดเมื่อกระสุนปืนของเธอเกิดหมดขึ้นมา 

               “โธ่เว้ย!” เธอสถบออกมาอย่างหัวเสียแล้วจัดการเปลี่ยนแม็กกาซีนที่พกติดมากับเข็มขัด แต่ขณะที่เธอเปลี่ยนแม็กกาซีนนั้นก็เป็นการเปิดจังหวะให้คนร้ายมีโอกาสยิงสวนเข้ามาบ้าง 

               ปังๆๆๆ 

               เสียงปืนดังตามหลังผู้กองพนามาเมื่อเขาไถลตัวลงมาหลบอยู่ที่ใต้ถุนอาคารเรียนพร้อมกับเด็กนักเรียนในอ้อมแขนที่ตกใจกลัวจนช็อกและหมดสติไป แก้วเจ้าจอมที่เห็นผู้กองพนาลงมาอยู่ที่ใต้ถุนอาคารเรียนกับเธอแล้วก็รีบโผเข้าไปกอดเขาทันทีทีด้วยความเป็นห่วง 

               “พี่พนา พี่จ๋า...” 

               “อั่ก!!!” ผู้กองพนาสะดุ้งสุดตัวเมื่อแขนของแก้วเจ้าจอมที่กอดเขาโดนเข้าที่ช่วงท้องข้างลำตัว 

               “พี่จ๋า...” แก้วเจ้าจอมน้ำตาร่วงเมื่อเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากข้างลำตัวของเขา...เขาถูกยิง ต้องเป็นเมื่อกี้นี้แน่เลย ตอนที่เธอมัวแต่เปลี่ยนแม็กกาซีนจนทำให้พวกมันมีโอกาสจู่โจมกลับ 

               “พี่ไม่เป็นไร กระสุนฝังไม่ลึก” เขายื่นมือมาปาดน้ำตาออกให้เธอแต่แก้วเจ้าจอมก็ยังเอาแต่ร้องไห้ก่อนจะหันไปขอผ้าปาเต๊ะที่ชาวบ้านคนหนึ่งใช้คล้องคออยู่เพื่อเอามาช่วยกดแผลห้ามเลือดให้กับเขา 

               “พี่พนา...พี่จ๋าเจ็บมั้ย” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใยจากเธอมันทำให้เขาไม่รู้สึกกลัวหรือเจ็บเลยแม้แต่น้อย แต่ให้แขนขาดหรือขาขาดเขาก็จะไม่ร้องออกมาสักนิดเดียว 

               “แผลแค่นี้ไกลหัวใจพี่เยอะ” เขาเอื้อมแขนมากอดเธอพร้อมกับบอกให้ชาวบ้านหมอบต่ำลงไปกับพื้น 

               “ไนเปอร์ยังยิงปืนต่อได้มั้ย” เขาก้มลงมาถามเธออีกเพราะเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้เมื่อมองไปทางร่างของผู้หมวดมาริษา เขาเองก็ใจเสียไม่ได้ต่างจากเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับผู้หมวดสาว แต่ในฐานะของคนที่รู้จักกัน ของคนที่เป็นเพื่อนกัน ร่วมงานกันมาแรมปี การต้องมาเห็นเธอถูกยิงต่อหน้าต่อตาแบบนี้มันคงเป็นภาพที่เขาไม่อาจจะลืมได้ไปตลอดชีวิต และเธอก็ถูกยิงเพียงเพราะต้องการปกป้องลูกศิษย์ของตัวเอง เขาไม่แน่ใจว่าเธอยังมีลมหายใจอยู่มั้ย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่เธอก็ได้ทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุดและสมกับเกียรติของครู ตชด. แล้ว 

               “ไนเปอร์ยิงได้ แต่ว่ากระสุนเหลืออยู่แค่สามสิบนัดเท่านั้นค่ะ” พอแก้วเจ้าจอมบอก ผู้กองพนาก็ยกปืนของตัวเองขึ้นมาเช็คบ้าง ของเขากระสุนเหลืออยู่ไม่ถึงสามสิบนัดเลยด้วยซ้ำ แต่คนร้ายมีเกือบสิบคนซ้ำยังซ่อนตัวซะมิดอีก เป็นแบบนี้พวกเขาได้เป็นฝ่ายเสียเปรียบแน่ 

               “งั้นเอาแบบนี้” เขาว่าขึ้นเมื่อนึกแผนอะไรได้ “เท่าที่พี่สังเกตดู พวกมันจะยิงสวนเรารัวๆ ทันทีที่เราหยุดยิงแล้วก็เหมือนพวกมันจะไม่มีกระสุนสำรองเตรียมมาด้วย เมื่อกี้นี้พวกมันก็ยิงออกมาอยู่หลายนัดพี่คิดว่ากระสุนของพวกมันก็คงเหลือไม่เยอะเหมือนกัน ถ้างั้น...” 

               “เราจะยิงทีละสามนัดเพื่อหลอกให้พวกมันยิงสวนมาจนกระสุนหมดไปเองใช่มั้ยคะ” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นอย่างรู้ใจเขา ผู้กองพนาจึงยิ้มตอบ  

               “รู้ใจสมกับเป็นเมียพี่” 

               เมื่อวางแผนกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็คลานขึ้นไปจากใต้ถุนอาหารเรียนอีกครั้ง แต่ก็ยังคงนอนราบกับพื้นเพื่อป้องกันการถูกโจมตีแล้วเริ่มดำเนินการตามแผน 

               ปังๆๆ 

               เพียงแค่ผู้กองพนาลั่นไกไปสามนัดทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนเมื่อเหล่าคนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่พากันกระหน่ำยิงสวนเข้ามาแบบไม่ยั้ง ยิ่งเป็นแบบนี้ผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งได้จังหวะยิงหลอกล่อพวกมันต่อจนเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ทุกคนที่หลบอยู่ใต้ถุนอาคารเรียนหวาดกลัวจนเสียขวัญไปตามๆ กัน แต่นี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้รอดไปได้เพราะหากอยู่เฉยๆ แล้วไม่ตอบโต้ พวกคนร้ายได้ตามมาเล่นงานถึงที่นี่แน่ แล้วถ้าพวกมันปาระเบิดเข้ามาสักลูกทุกคนคงได้นอนตายกันอยู่ใต้นี้ 

               เสียงปืนทางฝั่งคนร้ายจากเกือบสิบกระบอกค่อยๆ เงียบหายไปทีละกระบอกเมื่อกระสุนหมด ผู้กองพนารอจนมั่นใจแล้วว่าพวกคนร้ายคงกระสุนหมดแล้วแน่ๆ จึงได้ออกมาจากใต้ถุนอาคารเรียนพร้อมกับแก้วเจ้าจอมโดยที่ปืนยังคงมีกระสุนเหลือกันอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งสองคนยืนเอาตัวแนบชิดกับกำแพงอาคารเรียนที่เป็นปูนเอาไว้ สองมือจับกันเอาไว้แน่น 

               “อยากโชว์วิชาหมัดมวยให้พี่ดูมั้ย” เขาหันมาถามเธอแล้วดึงมือของเธอมากุมเอาไว้ที่อก เมื่อคนร้ายไม่มีกระสุนแล้วการที่จะล้มพวกมันได้ก็คงเป็นการต่อสู้ด้วยวิชาหมัดมวยเท่านั้น 

               “จบศึกนี้แล้วพี่พนาต้องอยากส่งไนเปอร์ไปแข่งชกมวยชิงเข็มขัดแชมป์แน่นอนค่ะ” 

               “พี่จะอยู่ข้างๆ ไนเปอร์นะ พี่จะไม่ให้ไนเปอร์เป็นอะไรไปเด็ดขาด” 

               “เราจะอยู่ข้างๆ กันและกันค่ะ” แก้วเจ้าจอมยิ้มบอกเขาอย่างให้กำลังใจ และเมื่อได้กำลังใจที่เต็มเปี่ยมแล้วทั้งผู้กองพนาและแก้วเจ้าจอมก็สะพายปืนเอาไว้ทางด้านหลังก่อนจะเดินเข้าไปหากลุ่มคนร้ายที่ตอนนี้ก็เดินออกมาจากที่ซ่อนแล้วเช่นกันเพื่อจะไปเล่นงานทุกคนที่หลบอยู่ใต้ถุนอาคารเรียน ซึ่งพวกมันไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเลยว่ากำลังจะเจอกับอะไรที่รออยู่เบื้องหน้า... 

  

*********************************************** 

เจออะไร ก็เจอผัวเมียคู่โหดไงล่ะ หึๆๆ เตรียมตัวตายโลด 

ประทับใจความร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ของคู่นี้นะคะ 

*************************** 

ตอนนี้มาช้าเลยนะคะ เนื่องจากไรท์ติดงานค่ะ (ใครตามไอจีอยู่จะรู้ว่าไรท์ไปเป็นชาวไร่แล้ว 555 หมดแรงทุกวัน) แต่อีกปัญหาที่ทำให้มาช้าก็เพราะทำใจอยู่ค่ะ นิยายเรื่องนี้ถูกคนอื่นนำเนื้อหาไปคัดลอก/ดัดแปลงอีกแล้ว แงงงงงงงงงง เสียความรู้สึกมากจนไม่อยากจะเขียนต่อแล้วค่ะ โดนมาหลายรอบเหลือเกิน 

*********************************** 

ปล. ภาพข้างล่างนี้คือภาพอุโมงหลบภัยตามในเนื้อเรื่องนะคะ เป็นภาพอุโมงหลบภัยที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร (https://mgronline.com/local/detail/9560000134824) 

ความคิดเห็น