email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่8 : Happy birthday

ชื่อตอน : ตอนที่8 : Happy birthday

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 05:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่8 : Happy birthday
แบบอักษร

ตอนที่8 : Happy birthday

 

 

 

1 อาทิตย์ต่อมา...

 

"ฮัลโหลเวล ทุกอย่างเรียบร้อยมั้ย อีกยี่สิบนาทีพี่เข้าไป" คนหล่อพูดสายแต่สายตามองกระจก เพราะตอนนี้เขากำลังแต่งตัวเพื่อไปงานวันเกิดของตัวเองและคนสำคัญของเขาอยู่

 

" [อืม ทุกอย่างเรียบร้อย พี่หมอใกล้จะถึงแล้ว แต่ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่าห้ามก่อเรื่อง ไม่งั้นผมฟ้องพ่อให้ตามตัวพี่กลับเชียงใหม่จริงๆด้วย] " ปลายสายพูดขู่ ทำให้คนหล่อเผลอเบ้ปากออกมาอย่างหมั่นไส้

 

"เออน่ะ บอกว่าไม่ก็ไม่ไง แค่นี้แหละเดี๋ยวเจอกัน" พูดจบก็เขาวางสาย ไม่ปล่อยให้ผู้เป็นน้องได้พูดอะไรต่ออีก

 

"เป็นน้องหรือเป็นพ่อกันแน่วะ ขู่เก่งชิบหาย" ธันวาสบถออกมาอย่างเหลืออด เพราะเดี๋ยวนี้น้องชายตัวดีชอบทำนิสัยเหมือนพ่อเข้าไปทุกวัน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ขู่ จนบางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ว่ามีผัวแล้วจะเป็นงี้ทุกคนรึเปล่า เพราะเมื่อก่อนเวลไม่ใช่คนแบบนี้

 

แต่เมื่อสายตาคมหันไปเห็นกล่องกำมะหยี่สีกรมเขาก็ต้องยิ้มออกมา เพราะมันทำให้เขานึกถึงคนหน้าหวานที่ชอบทำหน้าบึ้งและไม่สบอารมณ์ทุกทีที่เจอเขา

 

'เขาจะชอบหรือเปล่านะ' นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม เป็นคำถามที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดทั้งอาทิตย์ ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาตั้งใจสั่งทำจะถูกใจผู้รับหรือไม่ แค่คิดใจมันก็สั่นไหวแปลกๆแล้ว

 

ร่างสูงใช้เวลาแต่งตัวอยู่สักพัก และเมื่อคิดว่าทุกอย่างโอเคแล้วเขาจึงหยิบกล่องของขวัญและกุญแจรถออกไปจากห้อง เพื่อตรงไปยังผับดังที่เป็นสถานที่จัดงานทันที

 

 

 

Viston Pub

 

ท่ามกลางแสงสีที่สาดส่อง ผู้คนมากมายต่างโยกย้ายร่างกายตามจังหวะเพลงที่ดังกระหื่มไปทั่วผับ หนุ่มสาวต่างสนุกสนานและดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนในเมืองศรีวิไล ต่างคนต่างมัวเมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย

 

 

"ไอ้หยาง มึงว่าพี่หมอจะโกรธพวกเรามั้ยวะ กูกลัวพี่เขาไม่โอเคอ่ะ" เวลเอ่ยถามคนรักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะตอนนี้เขากำลังกังวล กลัวว่าหมอไป๋จะโกรธเรื่องที่พวกเขายอมให้ธันวามาจัดงานวันเกิดพร้อมกับงานของตน ซึ่งแน่นอนว่าหมอไป๋ยังไม่รู้ว่าเฟยหยางจัดงานวันเกิดให้ทั้งสองคนพร้อมกัน

 

"ไม่หรอก เฮียเป็นคนมีเหตุผลนะ เฮียต้องเข้าใจแหละ" มาเฟียหนุ่มตอบคนรักด้วยสีหน้ายิ้มๆพร้อมกับโอบไหล่อีกฝ่ายไว้หลวมๆเพื่อไม่ให้คิดมาก เพราะเขารู้ดีว่าเวลแคร์ความรู้สึกของหมอไป๋แค่ไหน จึงไม่แปลกที่เวลจะกลัวหมอหนุ่มโกรธมากขนาดนี้

 

"อืม ภาวนาขอให้พี่ธันอย่าก่อเรื่องก็พอ" เวลพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างปลดปลง

 

"เอาหน่า ก็พี่มึงสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ก่อเรื่อง ไม่ต้องคิดมากหรอก ป่ะ... ไปเตรียมตัวรอเฮียกับพี่มึงกันดีกว่า" มาเฟียหนุ่มบอกกลับเสียงเรียบ ก่อนจะโอบไหล่คนรักไปหาเพื่อนๆที่นั่งรออยู่ในห้อง เพราะเมื่อกี้พวกเขาสองคนออกมาคุยกันอยู่หน้าห้อง

 

"ไปจู๋จี๋กันมาอีกแล้วอ่ะดิ เพลาๆลงบ้างเหอะหวานจนเบาหวานจะขึ้นตาพวกกูละเนี่ย" กิจที่เห็นคู่รักสุดหวานเดินเข้ามาในห้องก็อดแซวไม่ได้ เพราะทั้งคู่ขยันสร้างความหวานจนพวกเขารู้สึกหมั่นไส้

 

"จู๋จี๋พ่องอ่ะ เดี๋ยวกูก็โบกให้หรอก" เวลว่าให้เพื่อนพร้อมทำท่าประกอบ ทำให้มาเฟียหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับยิ้มออกมา ภีมและโฟนเองก็หลุดขำออกมาเหมือนกัน เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าเวลทำแบบนี้เพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง

 

"อย่าๆ เขินแล้วชอบใช้ความรุนแรงกับคนอื่นนะมึงอ่ะ" กิจยังพูดแซวไม่เลิก ทำให้หน้าที่เคยขาวของเวลค่อยๆเปลี่ยนสี

 

"ไอ้เหี้ยกิจ มึง..."

 

"สวัสดีครับทุกคน"

 

เวลทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องกิจ แต่ก็ถูกขัดจังหวะจากคนที่มาใหม่ซะก่อน ทุกคนชะงักนิ่งแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงพร้อมกัน

 

"ว่าไงเฮีย รถติดเหรอทำไมมาช้า" เป็นมาเฟียหนุ่มที่เดินเข้าไปทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม

 

"อืม แล้วทำไมทุกคนยังไม่เริ่มดื่มกันอีกล่ะ เฮียบอกแล้วไงว่าให้สนุกกันก่อนได้เลย" หมอไป๋พยักหน้ารับ พร้อมกับเอ่ยถามเมื่อหันไปเห็นว่าทุกคนยังนั่งนิ่งเหมือนรอเขาอยู่

 

"ได้ไงอ่ะ วันนี้วันเกิดเฮียนะ ก็ต้องรอเฮียมาก่อนสิ" มาเฟียหนุ่มบอกกลับ ก่อนจะเดินนำทั้งสองคนที่มาใหม่ไปหาที่นั่ง ทั้งหมอไป๋และบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหลงเว่ย

 

"ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ แล้วอีกอย่างไม่เห็นต้องจัดงานอะไรแบบนี้ให้ยุ่งยากเลย" หมอหนุ่มบอกกลับอย่างเกรงใจ เมื่อหันไปมองสำรวจรอบห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ทั้งลูกโป่ง สายไฟ ป้ายอวยพร และของตกแต่งต่างๆอีกมากมาย ความจริงแค่ทุกคนมาร่วมงานเขาก็ดีใจแล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องจัดงานอะไรแบบนี้เลย หมอหนุ่มคิดในใจ

 

"ไม่ได้หรอกเฮีย เฮียเป็นพี่ชายผมนะ แค่นี้มันไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย" มาเฟียหนุ่มตอบกลับเสียงจริงจังพร้อมกับใช้มือบีบไหล่พี่ชายเบาๆเพื่อเป็นการปลอบ เพราะเขารู้ดีว่ายิ่งเป็นวันเกิดหมอไป๋ก็จะยิ่งเศร้าและคิดถึงพ่อแม่มากขึ้น มาเฟียหนุ่มจึงอยากให้หมอไป๋มีความสุข และลืมเรื่องทุกข์ใจในอดีตไป

 

"ขอบใจนะ เฮียขอบใจแกมากจริงๆ" หมอหนุ่มบอกน้องชายด้วยแววตาซาบซึ้ง เพราะเฟยหยางไม่เคยลืมวันเกิดเขา และคอยจัดงานให้เขาตลอดเลย ถึงเมื่อก่อนจะแค่กินเหล้าที่ร้านกับลูกน้อง และไม่ได้จัดอะไรทางการแบบนี้ก็ตาม

 

"ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจเสมอ สุขสันต์วันเกิดนะครับเฮีย" มาเฟียหนุ่มบอกกลับด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยื่นกล่องของขวัญที่วางอยู่บอกโต๊ะให้พี่ชาย หมอหนุ่มเอวก็รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เพราะเขารู้สึกมีความสุขและตื้นตันใจจนพูดไม่ออก

 

"แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับพี่หมอ มีความสุขมากๆนะครับ" เวลเองก็ไม่น้อยหน้า ยื่นถุงกระดาษที่มีกล่องของขวัญขนาดเล็กข้างในส่งให้พี่หมอของตน ตามด้วยภีม กิจ โฟน และอี้จาง ที่ทยอยมอบของขวัญให้หมอหนุ่ม มีเพียงหลงเว่ยที่นั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้ายื่นของขวัญที่ตนเตรียมไว้ให้ผู้เป็นนาย

 

"ขอบคุณทุกคนมากจริงๆนะ ขอบคุณสำหรับทั้งของขวัญและงานสำหรับวันนี้ด้วย" หมอหนุ่มบอกทุกคนด้วยรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่สดใสและแสดงออกว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน

 

"ไม่เป็นไรครับ พวกเรายินดี" ทุกคนตอบออกมาแทบจะพร้อมกัน จนหมอไป๋อดที่จะซาบซึ้งกับความรักที่ทุกคนมอบให้ไม่ได้ ดวงตาหวานเหมือนจะมีน้ำตาคลอเบ้า จนหมอหนุ่มต้องพูดให้ทุกคนเริ่มดื่มและสนุกกับงานเพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา

 

"เอาล่ะๆ งั้นเรามาดื่มฉลองกันดีกว่า ชนนนนครับ" เจ้าของวันเกิดยกแก้วเหล้าขึ้น พร้อมกับบอกให้ทุกคนมาชนแก้วตน

 

"ชนนน! ไม่เมาไม่กลับครับผม" เป็นกิจที่ลุกขึ้นมาชนหับหมอไป๋คนแรก ตามด้วยคนอื่นๆที่ลุกขึ้นตามและยื่นแก้วมาชนพร้อมกัน

 

แล้วงานเลี้ยงก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนต่างสนุกสนานและดื่มกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างดวลความคอแข็งของตน โดยเฉพาะกิจกับเวลที่เหมือนจะกัดกันแทบจะตลอดเวลา ส่วนเฟยหยางเองก็แค่จิบๆ เพราะวันนี้เวลบอกว่าจะเมาให้เต็มที่ เขาจึงต้องดูแลไม่ให้อีกฝ่ายคลาดสายตา

 

หลงเว่ยเองก็เช่นกัน เขาเป็นคนไม่ค่อยดื่มอยู่แล้ว จึงทำหน้าที่ชงเหล้าอยู่ข้างๆหมอไป๋สลับกับโฟนสองคน

 

 

"ใครน็อคก่อนเป็นหมา" กิจว่าออกมาอย่างท้าทาย สายตาจ้องมองเวลอย่างเอาเรื่อง

 

"มึงก็เป็นหมาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จะอยากเป็นตัวเองอีกทำไมวะ" เวลตอบกลับเสียงเรียบ ทำให้ทุกคนหลุดหัวเราะกับความกวนตีนหน้าตายของเขา

 

"ไอ้เวล ไอ้ชั่ว ไม่กัดกูสักวันจะตายมั้ยห้ะ" กิจว่าเพื่อนอย่างโมโหก่อนจะยกแก้วเหล้าดื่มเพื่อระบายอารมณ์

 

"มึงไม่ใช่เหรอที่ชอบกัดอ่ะ กูไม่ใช่หมาเหมือนมึงนะ" เวลตอกกลับเพื่อนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้กิจโมโหและหัวร้อนมากขึ้นกว่าเดิม

 

"ไอ้เวล! ไอ้เหี้ย! กูจะฆ่ามึง! " กิจตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้ทุกคนชะงักและรีบแยกทั้งสองคนออกจากกัน โดยโฟนมากึงกิจ ส่วนเฟยหยางก็มาดึงเมียสุดที่รักของเขา

 

"ฮาๆๆ มึงสองตัวนี่กัดกันเหมือนหมาเลยเนาะ" ภีมว่าออกมาอย่างขบขำ ทำให้กิจกับเวลหันมามองหน้าเขาพร้อมกัน

 

"พอๆๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ดูพี่หมอของมึงจะหมดสนุกแล้วน่ะ" มาเฟียหนุ่มพูดขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองเจ้าของวันเกิดพร้อมกัน แต่เวลกับกิจเองทำหน้าเศร้าออกมาอย่างสำนักผิด

 

"ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว มาดวลกับพี่มั้ยล่ะเวล" หมอหนุ่มพูดบอกอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปท้าดวลกับน้องสะใภ้ เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเวลจะคอแข็งเหมือนเฟยหยางรึเปล่า

 

"เฮีย อย่า! " มาเฟียหนุ่มร้องห้าม แต่หมอหนุ่มกลับยิ้มขำกับท่าทางหวงเมียของอีกฝ่าย เพราะเขารู้ดีว่าตอนเมาเวลมักจะชอบทำตัวน่ารักเสมอจนเฟยหยางต้องคอยตามคุมเสมอ

 

"ได้ครับ ผมรับคำท้า" เวลตอบกลับเสียงจริงจัง ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมา

 

"งั้นมาดวลกันเลย" หมอไป๋บอกยิ้มๆ ก่อนจะลงมือเทวอสก้าใส่แก้วช็อตจำนวนสิบใบ และวางเรียงกันเป็นสองฝั่งฝั่งละห้าใบ

 

"เวล อย่าเลย" มาเฟียหนุ่มบอกเสียงอ้อน ไม่อยากให้เวลดวลกับหมอไป๋ เพราะเขารู้ว่ายังไงเวลก็สู้หมอไป๋ไม่ได้ เห็นเรียบร้อยแบบนั้นใครจะรู้ว่าหมอไป๋คอแข็งกว่าเขาเป็นไหนๆ

 

"ไม่! กูจะแข่ง พี่หมอเริ่มเลยครับ" เวลยืนยันเสียงแข็ง ทำให้ทุกคนหยุดกระกระทำทุกอย่างและหันมาให้ความสนใจกับคนทั้งคู่แทน

 

"งั้นเริ่ม"

 

ปึก!

 

หมอหนุ่มบอกสั้นๆก่อนจะยกเหล้าช็อตแรกใส่ปากอย่างง่ายดาย และยกน้ำขึ้นดื่มตามแบบชิวๆ

 

ปึก!

 

เวลเองก็ไม่น้อยหน้า ยกตามอีกฝ่ายไปติดๆ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สลับกันยก โดยหมอไป๋เริ่มก่อนและเวลค่อยยกตาม ทุกคนต่างจ้องมองและลุ้นว่าใครจะเป็นฝ่ายเมาก่อนกัน โดยมีกิจ ภีม และโฟน พนันเลือกข้างกันไว้

 

"กูว่าพี่หมอชนะ" กิจบอกออกมาอย่างมั่นใจ

 

"กูว่าไอ้เวล" ภีมเห็นต่าง

 

"กูก็ว่าพี่หมอ" โฟนออกความเห็น ทำให้กิจยกยิ้มพอใจและหันไปยักคิ้วกวนๆใส่ภีม

 

"หึ ถ้าไอ้เวลชนะพรุ่งนี้กูเลี้ยงบุฟเฟ่ต์" ภีมบอกพร้อมยืนกอดอกอย่างมั่นใจ มาเฟียหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับส่ายหน้าให้กับความมั่นใจผิดๆของภีม

 

"มึงพูดแล้วนะ" กิจว่า

 

"เออ" ภีมตอบรับสั้นๆ  ก่อนจะหันไปสนใจสองคนตรงหน้าที่กำลังยกเหล้าติดต่อกันแบบไม่มีหยุด

 

ปึก!

 

หมอหนุ่มยกแก้วช็อตขึ้นดื่มด้วยท่าทางชิวๆ ตามด้วยน้ำเปล่าเหมือนทุกครั้ง ทำให้ทุกคนอึ้งและงงกับสีหน้าเรียบเฉยของเขามาก เพราะแก้วนี้เป็นแก้วที่แปดแล้ว แต่หมอหนุ่มยังไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้ทุกคนเห็นเลย

 

 

"เวลพอเถอะ" มาเฟียหนุ่มร้องห้ามพร้อมกับแย่งแก้วเหล้าออกมามือเวล

 

"อาวมานี่! จามาแย่งทามมายเนี่ย" เวลบอกคนรักเสียงยาน ก่อนจะพยายามยื้อแย่งแก้วช็อตคืนจากมือเฟยหยาง

 

"มึงเมาแล้ว พอเถอะ" มาเฟียหนุ่มบอกพร้อมกับยื่นแก้วช็อตให้อี้จาง

 

"ไม่มาววว... เอามา" แต่เวลก็ยังดื้อด้านไม่หยุด พยายามเอื้อมมือไปแย่งแก้วจากมืออี้จาง จนมาเฟียหนุ่มต้องกอดรัดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

 

"ลาบปากแล้วกู พรุ่งนี้อย่าลืมบุฟเฟ่ต์พวกกูนะ ฮ่าๆๆ" กิจว่าออกมาอย่างผู้ชนะ

 

"เออๆ พี่หมอแม่งคอแข็งสัส ปาไปแปดช็อตแล้วยังไม่รู้สึกอะไรเลย เห็นเรียบร้อยไม่คิดว่าจะแดกเหล้าโหดขนาดนี้" ภีมพูดออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา เพราะจากที่ดูหมอไป๋ยังชิวๆอยู่เลย ทำหน้าเหมือนยังไม่ได้ดื่มเหล้าเข้าไปเลยด้วยซ้ำ ในขณะที่เวลนั้นเมาแอ๋ไปแล้ว

 

"มีใครจะดวลกับพี่อีกมั้ยครับ" หมอไป๋บอกยิ้มๆ ทำให้ทุกคนอึ้ง เพราะไม่คิดว่าเขาจะยังท้าคนอื่นต่อ หลงเว่ยที่นั่งอยู่ข้างๆแอบมองรอยยิ้มของเจ้านายด้วยความหลงไหล เขาไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลยสักนิด เพราะสำหรับเขาแล้วหมอไป๋เปรียบเสมือนจุดดึงดูดที่เขาไม่อาจละสายตาได้ 'จะทำให้ผมหลงไปถึงไหนนะครับ' หลงเว่ยคิดในใจ

 

แต่ก็ไม่ได้มีแค่หลงเว่ยที่แอบมองหมอไป๋ด้วยความรู้สึกนี้ เพราะหน้าประตูตอนนี้มีชายร่างสูงอีกคนที่แอบมองหมอหนุ่มอยู่เงียบๆเช่นกัน จริงๆเขามาถึงที่นี่ได้พักแล้ว แต่แอบดูพฤติกรรมของหมอหนุ่มที่กำลังดวลเหล้ากับน้องชายตัวเองอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยคิดว่าหมอหนุ่มผู้แสนดีจะคอแข็งได้ขนาดนี้ คนหล่อเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เพราะตอนนี้เขารู้สึกสนใจและอยากครอบครองหมอไป๋มากกว่าเดิม 

 

 

"ผมเองครับ" เป็นโฟนที่พูดขึ้นมา

 

"ใครจะเริ่มก่อนดี พี่หรือเรา"

 

"ผมก็ได้ครับ เมื่อกี้พี่ดื่มไปเยอะแล้ว" โฟนตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเทเหล้าใส่แก้วช็อตที่วางเรียงกัน

 

"ผมเริ่มเลยนะครับ" โฟนพูดขึ้น หมอไป๋พยักหน้ารับ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ดวลเหล้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งผ่านเข้าลำคอ แต่หมอหนุ่มก็ไม่มีท่าทีว่าจะเมาเลยสักนิด จนเหล้าหมดไปคนละสิบช็อตโฟนถึงกับต้องเป็นฝ่ายขอยอมแพ้ เพราะเขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว

 

"ผม..อึก...ยอมครับ มากกว่านี้ผมน็อคแน่"

 

"ฮ่าๆๆ โอเค พี่ก็เริ่มกริ่มๆแล้วเหมือนกัน" หมอหนุ่มยิ้มหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ทำให้ทุกคนอึ้งและคาดไม่ถึงว่าเขาจะคอแข็งขนาดนี้ ดื่มไปเกือบยี่สิบช็อตแต่มาบอกว่าแค่กรึ่มๆ นี่มันบ้าชัดๆ ทุกคนคิดในใจ มีแต่เฟยหยางที่คิดว่ามันธรรมดา เพราะปกติพวกเขาดื่มกันเยอะกว่านี้อีก เหล้าแค่นี้คงพอทำให้หมอหนุ่มรู้สึกกรึ่มๆอย่างที่พูดนั่นแหละ 

 

"ทำไมยังไม่มาวะ" มาเฟียหนุ่มพึมพำถามกับตัวเอง เพราะนี่ก็ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ธันวาก็ยังไม่โผล่หัวออกมาเลย เขาจึงทักไลน์ไปถามว่าอีกฝ่ายถึงไหนแล้ว แต่จู่ๆไฟในห้องก็ดับลงซะงั้น

 

พรึ่บ!!

 

"เห้ย!! ไฟดับ" ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

"หยาง เกิดอะไรขึ้น ทำไมไฟดับแค่ห้องนี้" หมอหนุ่มถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะแสงสีจากชั้นล่างยังส่องสว่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่เลย

 

"สงสัยไฟตก อี้จางไปจัดการซิ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยปากสั่ง ในอ้อมแขนก็ยังคงกอดรัดคนดื้อไม่ยอมปล่อย แต่ยังไม่ทันที่อี้จางจะได้ก้าวไปไหน ก็มีใครบางคนเดินร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เข้ามาในห้อง

 

"แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู" ร่างสูงเดินถือเค้กเข้ามาในห้อง ความสว่างจากแสงเทียนทำให้ทุกคนเห็นชัดเจนว่าเขาคนนั้นเป็นใคร ชายร่างสูงเดินตรงไปหาเจ้าของวันเกิดช้าๆ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยมีรอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นมา เหมือนทุกคนจะอึ้งและคิดไม่ถึงว่าจะเขาทำแบบนี้

 

"ไอ้ธัน! " หมอหนุ่มสบถเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาแผ่วเบา แต่สายตายังคงหยุดนิ่งและจดจ้องกับชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า นี่มันอะไรกัน มันโผล่มาที่นี่ได้ไง แล้วมันทำบ้าอะไรของมัน คำถามมากมายตีวนเข้ามาในหัว หมอหนุ่มคิดไม่ถึงว่าคนที่ตนเกลียดจะโผล่มาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ตนแบบนี้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หมอหนุ่มสบถกับตัวเองในใจ

 

"อธิษฐานแล้วเป่าเค้กสิครับ" ชายหนุ่มบอกคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ทำให้หมอหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว เพราะธันวาไม่เคยมอบรอยยิ้มแบบนี้ให้เขา และไม่เคยพูดจาเพราะๆแบบไม่แสแสร้งแบบนี้กับเขาด้วย แต่เขาก็ยอมอธิษฐานและเป่าเค้กตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างว่าง่าย

 

หลังจากนั้นไฟก็สว่างขึ้น เพราะอี้จางเดินไปเปิดหลังจากที่หมอไป๋เป่าเค้กเสร็จแล้ว

 

"มึงมาทำไม" หมอไป๋เปิดฉากถามธันวาทันทีที่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือมีธันวานั่งฝั่งตรงข้ามกับหมอไป๋

 

"ก็แค่อยากมาฉลองวันเกิดด้วย" ธันวาตอบเสียงเรียบพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ใบหน้าที่มีรอยยิ้มก่อนหน้านี้กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิมแล้ว

 

"ใครเชิญมึงไม่ทราบ ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ" หมอไป๋ออกปากไล่อีกฝ่ายเสียงดัง ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับกุมขมับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

 

"ไม่ต้องมีใครเชิญหรอก เพราะงานวันนี้ก็จัดขึ้นสำหรับกูเหมือนกัน" คนหล่อตอบหน้าตาย ทำให้หมอไป๋ฉุนหนักขึ้นกว่าเดิม

 

"มึงเข้าใจอะไรผิดปะ นี่มันงานวันเกิดกู" หมอไป๋ตอบกลับอีกฝ่ายเสียงดัง ทำให้ทุกคนในงานหุบปากเงียบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

 

"หึๆ งั้นเหรอ งั้นมึงดูนี่" ไม่พูดเปล่า ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังกำแพงห้อง ก่อนจะปัดลูกโป่งที่ปิดชื่อของตนออก เผยให้เห็นป้ายที่แสดงข้อความทั้งหมดออกมาอย่างชัดเจนว่า...

 

'Happy birthday Thanwha'

 

และมีอีกป้ายที่อยู่ติดกันแต่ไม่มีลูกโป่งบังคือ

 

'Happy birthday Paixian'

 

"หยาง นี่มันอะไรกัน" หมอไป๋ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นข้อความชัดๆ เขาหันไปคาดคั้นความจริงกับเฟยหยางแทน 

 

"คือ..." มาเฟียหนุ่มไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เพราะดูทรงแล้วยังไงหมอไป๋ก็ต้องโกรธเขาแน่นอน บรรยากาศในงานตกอยู่ในความตึงเครียด ทำให้ธันวาตัดสินใจทำบางอย่าง

 

"มานี่หน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย" ไม่พูดเปล่า แต่ยังใช้มือแกร่งจับข้อมือของหมอไป๋ให้เดินตามตนออกไปด้วย

 

"ปล่อย! มึงจะพากูไปไหน" หมอหนุ่มตกใจพยายามสะบัดมือแกร่งออกอย่างแรง แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะธันวาจับมือเขาไว้แน่นเกินไป

 

"ปล่อยเจ้านายกู" แต่แล้วธันวาก็ต้องหยุดชะงัก เพราะมีใครบางคนมายื้อข้อมืออีกข้างของหมอไป๋ไว้ ซึ่งเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก นอกจากบอดี้การ์ดหน้าคมอย่างหลงเว่ย

 

"อย่าเสือก! " เมื่อเห็นว่าเป็นหลงเว่ยธันวาถึงกับของขึ้น เขารีบดึงข้อมือหมอไป๋เพื่อให้อีกฝ่ายมาอยู่ในอ้อมแขนของตนทันที

 

"กูบอกให้ปล่อยเจ้านายกู" แต่หลงเว่ยเองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ทำให้เกิดการยื้อแย่งฉุดกระชากกันขึ้น

 

"โอ้ยยย!! ปล่อยทั้งคู่นั้นแหละ กูเจ็บ! " หมอไป๋ร้องตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมกับสะบัดมือทั้งสองข้างเพื่อให้ชายหนุ่มทั้งสองคนปล่อย เพราะเมื่อกี้เขาถูกยื้อแย่งจนรู้สึกเจ็บข้อมือไปหมดแล้ว แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมปล่อย ยังจับข้อมือเล็กไว้แน่นและมองหน้ากันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

"หลง ปล่อยเฮีย ส่วนเฮีย..ไปคุยกับพี่ธันหน่อยเถอะครับ" มาเฟียหนุ่มเอ่ยปากสั่งเมื่อเห็นว่าเรื่องมันชัดจะไปกันใหญ่แล้ว ทำให้หลงเว่ยจำใจยอมปล่อยมือจากข้อมือเล็กของหมอไป๋แต่โดยดี

 

"ทำไมเฮียต้องไปคุยกับมัน" หมอหนุ่มถามเสียงแข็ง ก่อนจะใช้สายตามองร่างสูงที่ยืนข้างๆอย่างโกรธแค้น

 

"ไปเถอะครับ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น"

 

"..."

 

หมอหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรออกมา เขาได้แต่มองหน้าเฟยหยางอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยอมธันวาด้วย แต่สุดท้ายเขาจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากเดินนำธันวาออกไปแต่โดยดี

 

"เอาล่ะๆ ไม่มีอะไรหรอกดื่มกันต่อเลย พี่ธันแค่อยากปรับความเข้าใจกับเฮียน่ะ" เมื่อทั้งสองคนออกไปแล้ว มาเฟียหนุ่มจึงสั่งให้ทุกคนกลับมาดื่มฉลองกันต่อ เหมือนทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าธันวาจะมา เลยไม่ได้ตกใจอะไรมาก มีแต่หลงเว่ยที่ไม่เข้าใจว่าทำไมธันวาถึงมาที่นี่ได้ และที่ยิ่งไม่เข้าใจคือทำไมเฟยหยางถึงยอมจัดงานวันเกิดให้ทั้งสองพร้อมกันด้วย

 

 

หลงเว่ยได้แต่ข่มอารมณ์โกรธแล้วกำหมัดแน่ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงต้องมาระรานคนที่เขารักไม่จบไม่สิ้นสักที

 

 

To be continued...

 

เอาล่ะสิๆ เกิดการยื้อแย่งพี่หมอกันแล้ว พี่ธันจะมาไม้ไหนอีกนะ แล้วหมอไป๋จะยอมญาติดีกับผู้ชายปากหมาคนนี้มั้ย มาลุ้นไปพร้อมๆกันนะ อิอิ 😁😂

 

 

 

 

ความคิดเห็น