email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่7 : สงครามประสาท

ชื่อตอน : ตอนที่7 : สงครามประสาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7 : สงครามประสาท
แบบอักษร

ตอนที่7 : สงครามประสาท

 

 

"ป้าครับ ผมเอาคะน้าหมูกรอบพิเศษที่นึงครับ" ร่างสูงของธันวาเดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งอาหารเสียงดังกับป้าตรงหน้าร้าน หลังจากนั้นเขาก็เดินมานั่งโต๊ะข้างๆที่หมอไป๋กับหลงเว่ยนั่งอยู่ โดยเลือกที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามกับหมอไป๋ เพื่อจะได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ

 

"..."

"..."

สองหนุ่มที่นั่งอยู่ในร้านก่อนแล้วชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของธันวาเดินมานั่งโต๊ะข้างๆ โดยเฉพาะหมอไป๋ที่สีหน้าเปลี่ยนเมื่อเผลอสบตากับสายตาคมของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน และนึกถึงคำพูดของพยาบาลสาวที่บอกว่าเมื่อวานธันวาตั้งใจมาถามหาเขา หมอหนุ่มกำลังสับสนว่าแท้ที่จริงแล้วอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่

ส่วนหลงเว่ยเองก็ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างปิดไม่มิด อารมณ์ที่เคยดีๆก่อนหน้านี้ก็ได้มลายหายไปหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความโกรธและความไม่พอใจที่มีต่อผู้ชายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆเท่านั้น

 

"มาแล้วค่ะ นี่ข้าวต้มกุ้งของคุณหมอ ส่วนนี้ก็ข้าวผัดหมูของคุณหลงค่ะ ต้องการอะไรเพิ่มสั่งได้ตลอดเลยนะคะ" ป้าเจ้าของร้านเดินมาเสริฟอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะหมอไป๋กับหลงเว่ยมากินร้านของเธอเป็นประจำ จนทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคยกันไปแล้ว เมื่ออาหารมาถึงหมอไป๋จึงเลิกสนใจคนข้างโต๊ะ แล้วหันมาให้สนใจอาหารตรงหน้าแทน

"ขอบคุณครับป้า เอ่อ...แต่ว่าทำไมป้าให้กุ้งเยอะจังครับ แบบนี้ไม่ขาดทุนแย่เหรอ" หมอหนุ่มพูดขอบคุณป้าเจ้าของร้านอย่างสุภาพ ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเห็นกุ้งในชามมันเยอะจนผิดปกติ

 

"ออ..ป้าตั้งใจทำให้คุณหมอเป็นพิเศษน่ะค่ะ ป้าได้ข่าวมาว่าคุณหมอป่วย เลยอยากให้กินเยอะๆ" หญิงสาววัยกลางคนบอกกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะเธอนั้นรู้สึกรักและเอ็นดูหมอไป๋เอามากๆ

"ขอบคุณครับป้า แต่ผมขอจ่ายเงินเพิ่มนะครับ ของซื้อของขาย" หมอหนุ่มบอกก็บอกกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ทำให้หลงเว่ยเลิกสนใจเจ้าของร่างสูงแล้วกลับมาจ้องคนตรงหน้าแทน

"ไม่ต้องหรอกค่ะ ป้าตั้งใจเลี้ยง"

"ไม่เอาครับป้า ผมกะ..."

"นะคะ ให้ป้าเลี้ยงสักมือเถอะค่ะ ทุกครั้งที่มากินคุณหมอก็ให้ทิปป้าตลอด อย่าให้ป้าเสียน้ำใจเลยนะคะ" ป้าเจ้าของร้านบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ทำให้หมอหนุ่มอึกอักและปฏิเสธเธอไม่ออก

 

"คะ..ครับ ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะครับ" และในที่สุดหมอไป๋ก็ต้องใจอ่อนให้กับการอ้อนวอนของอีกฝ่าย ทำให้หญิงวัยกลางคนหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะเธออยากตอบแทนหมอไป๋ที่คอยให้ทิปเธอตลอด ถึงมันจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม

"ค่ะๆ กินให้อร่อยนะคะ" เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินกลับไปหน้าร้านเหมือนเดิม

 

 

"ป้าครับ ผมขอเปลี่ยนเป็นข้าวต้มกุ้งครับ ขอกุ้งเยอะๆด้วย" ธันวาที่มองดูเหตุการณ์ทุกอย่างออกปากเปลี่ยนออเดอร์กับแม่ค้า ทำให้หมอไป๋กับหลงเว่ยหันมามองหน้าเขาพร้อมกันอีกครั้ง โดยที่เขานั้นทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ นั่งทำหน้านิ่งใส่คนทั้งคู่ ทั้งที่ความจริงเขากำลังข่มอารมณ์สุดฤทธิ์ เพราะโกรธที่หลงเว่ยเอาแต่จ้องคนหน้าหวานของเขาแบบไม่ละสายตาเลย

"ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ"ป้าเจ้าของร้านหันมาตอบรับ ก่อนจะลงมือทำกับข้าวต่อ

 

'ไอ้บ้านี่มันตั้งใจจะกวนประสาทกันใช่มั้ยเนี่ย' หมอไป๋สบถกับตัวเองในใจ เพราะรู้สึกได้ว่าธันวากำลังกวนประสาทเขาอยู่

"นายรีบกินเถอะครับ เดี๋ยวจะเย็นหมด" หลงเว่ยเมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งไปก็รีบทักขึ้น เพราะเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายไปให้ความสนใจกับคนอย่างธันวา

"อืมๆ นายเองก็รีบกิน ฉันอยากกลับบ้านเต็มทีละ" หมอหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วเลิกสนใจชายเจ้าของร่างสูง ก่อนจะลงมือตักข้าวต้มกินทันที แต่ด้วยความที่ลืมเป่าจึงทำให้เขาโดนข้าวต้มลวกปาก

 

"โอ้ย! ระ..ร้อนๆๆ" หมอไป๋รีบวางช้อนลง ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อให้ความร้อนทุเลา

"นาย! เป็นอะไรรึเปล่าครับ" หลงเว่ยตกใจรีบลุกขึ้นไปดูคนข้างๆ ก่อนจะยื่นทิชชู่ให้หมอไป๋เช็ดปากอย่างไว เพราะปากบางที่โดนลวกมันเลอะข้าวต้มอยู่

โดยที่ธันวาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเกือบลุกไปหาอีกฝ่ายด้วยความเร็วแสง แต่ติดตรงที่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะไม่มีสิทธิ์ เขาจึงทำได้เพียงนั่งนิ่งข่มอารมณ์แล้วมองดูการกระทำของทั้งคู่อยู่ที่เดิม

 

"เหอะ ทำตัวเป็นเด็กห้าขวบไปได้" คนหล่อแค่นหัวเราะในลำคอแล้วพูดออกมาเสียงดัง เขาตั้งใจพูดยั่วเพื่อให้หมอไป๋หันมาสนใจ ทำให้ทั้งสองหันขวับมามองหน้าเขาเขม็ง

"มึงว่าใคร!" หลงเว่ยที่รู้สึกพอใจอีกฝ่ายอยู่แล้วพูดออกมาเสียงดัง เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหาคนตัวสูงทันที

 

"ก็ว่าคนแถว..."

"ได้แล้วค๊าา ข้าวต้มพิเศษกุ้งเยอะๆ" ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้พูดจนจบ ป้าเจ้าของร้านที่เห็นท่าไม่ดี จึงทำเป็นนำอาหารมาเสริฟ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกค้าคนอื่นเริ่มแตกตื่นและหันมาสนใจพวกเขากันแล้ว ถึงจะยังมีคนไม่เยอะเพราะยังไม่พักเที่ยง แต่ก็มีคนไข้กับญาติๆที่แวะมากินที่ร้านอยู่หลายคน

 

"หลง! กลับมา" หมอไป๋เองก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาหันไปมองรอบๆก่อนจะพูดสั่งเสียงแข็งให้หลงเว่ยกลับมา เพราะกลัวว่าทั้งสองจะทะเลาะกันจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

 

"..."

แต่หลงเว่ยยังนิ่งเงียบ เขากำหมัดแน่นแล้วมองหน้าธันวาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ซึ่งธันวาเองก็ไม่น้อยหน้า มองหน้าอีกฝ่ายกลับเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร แถมไม่พอยังยักคิ้วกวนประสาทใส่หลงเว่ยอีก

 

"หลง! กลับ! อย่าไปยุ่งคนแบบนี้ให้เสียเวลาเลย" เมื่อเห็นหลงเว่ยไม่ยอมเดินกลับมา หมอหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่ายเอง ก่อนจะดึงแขนร่างแกร่งให้เดินตามเขาออกไป หลงเว่ยเองก็ไม่ได้ขัดขื่นอะไร ทั้งสองจึงเดินออกไปจากร้านพร้อมกัน โดยก่อนไปหมอไป๋ก็ไม่ลืมหยิบแบงค์เทามาวางไว้บนโต๊ะเพื่อจ่ายเป็นค่าอาหารให้ป้าเจ้าของร้าน ทำให้ธันวาโกรธและโมโหมากกว่าเดิม เพราะหมอไป๋นั้นแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น

 

"ป้าครับ นี่ค่าอาหาร ไม่ต้องทอนนะ" ร่างสูงรีบหยิบเงินมาจ่ายให้ป้าที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากนั้นเขาก็เดินตามสองคนนั้นออกไปทันที ป้าเจ้าของร้านก็ได้แต่รับเงินไปแบบงงๆ เพราะไม่รู้ว่าทั้งสามคนมีเรื่องอะไรกัน

 

....

 

"นายไม่น่าห้ามเลยนะครับ ผมจะได้ซัดมันให้ร่วง" หลงเว่ยบ่นออกมาเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ เขายังคงกำหมัดแน่น เพราะยังโกรธที่ธันวากล้ามาว่าให้คนที่เขารัก

"นายอยากให้เป็นข่าวรึไง ไม่เห็นเหรอว่ามีคนน่ะ ถ้านายต่อยมันแล้วมีคนถ่ายคลิปไว้ นายจะทำยังไง" หมอไป๋บอกกลับด้วยเหตุผล มือเล็กยังคงกำแขนแกร่งไม่ยอมปล่อย

"แต่มันว่านายนะครับ" หลงเว่ยบอกกลับเสียงเหี้ยม ทำให้รู้ได้เลยว่าเมื่อกี้เขาโกรธมาก

"ช่างมันสิ ฉันไม่สนใจคนปากหมาแบบนั้นหรอกนะ นายเองก็เหมือนกัน อย่าไปให้ความสำคัญกับคนแบบนั้นเลย เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ"

 

"..."

หลงเว่ยเงียบและคิดตามสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ทำให้อารมณ์ที่กำลังปะทุค่อยๆเย็นลง ในใจก็แอบดีใจลึกๆที่หมอไป๋บอกว่าไม่สนใจผู้ชายคนนั้น

"ปะ กลับบ้านกันเถอะ ต่อไปจะทำอะไรก็คิดดีๆนะ อย่าใช้แต่กำลัง" หมอไป๋บอกเสียงจริงจัง พร้อมกับตบไหล่หลงเว่ยเบาๆ

"ครับ ผมขอโทษที่ใจร้อนครับ" หลงเว่ยก้มหัวขอโทษผู้เป็นนาย ก่อนจะมองใบหน้าหวานที่กำลังมองหน้าตนอยู่

"ไม่เป็นไร ต่อไปก็อย่าใจร้อนอีกล่ะ กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันกลับไปทำกับข้าวให้กิน" คนหน้าหวานบอกยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปอีกฝั่งของรถหรู หลงเว่ยจึงปลดล็อครถให้ หมอไป๋จึงเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน แต่หลงเว่ยยังคงยืนนิ่ง เขาเหมือนโดนสะกดเพราะรอยยิ้มแสนหวานที่อีกคนยิ้มให้เมื่อกี้ และนึกย้อนถึงตอนที่พวกเขาฝึกวิชาการต่อสู้ด้วยกัน หมอไป๋มักจะเป็นคนคอยทำอาหารให้พวกเขากินเสมอ และเขายังจำรสชาตินั้นได้ดี ว่ามันอร่อยมากแค่ไหน

 

"หลง! เร็วๆสิ ยืนเหม่ออะไรอยู่"

"ครับๆ"

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ที่เดิมหมอหนุ่มจึงเปิดกระจกออกมาเรียก ทำให้คนที่กำลังเหม่อสะดุ้งและรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถอย่างไว

"ช่วงนี้นายเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมชอบเหม่อ" หมอไป๋ถาทด้วยสีหน้าสงสัย

"ไม่ได้เป็นไรครับ พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย" หลงเว่ยตอบปฏิเสธไป เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้มันเป็นเพราะอะไร

"อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว รีบกลับเถอะ ฉันหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว"

"ครับ" หลงเว่ยตอบรับสั้นๆ ก่อนจะสตาร์ทรถหรูและขับออกไปจากโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นห่วงกลัวว่าหมอไป๋จะเป็นโรคกระเพาะ

 

....

 

ทางฝั่งของธันวา เขายืนมองคนทั้งสองเดินเข้าไปในโรงพยาบาลพร้อมกัน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนยุ่ง เพราะกำลังโมโหที่หมอไป๋ไม่ยังยอมปล่อยมือจากแขนของอีกคนเลย พอสองคนนั้นหายลับไปเขาถึงยอมเดินกลับไปที่รถ

 

"โธ่โว้ย! ไอ้หน้าจืดนั่นได้คะแนนไปจนได้" ธันวาสบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะความปากหมาของเขามันทำให้หมอไป๋เกลียดขี้หน้าเขามากกว่าเดิม แถมไม่พอยังทำให้หลงเว่ยได้คะแนนไปเต็มๆอีก แต่มันก็คงโทษใครไม่ได้ นอกจากโทษความปากหมาและความปากไม่ตรงกับใจของตัวเอง

 

ธันวาได้แต่นั่งเจ็บใจอยู่ในรถ เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี อุตส่าห์คิดว่าจะมาทำคะแนนซะหน่อย แต่ดันปากพร้อยไปทำให้โดนเกลียดกว่าเดิมซะงั้น

 

Tru..Truu..Truuu...

แต่แล้วโทรศัพท์เครื่องหรูก็ดังขึ้น ธันวาจึงกดรับโดยที่ยังไม่รู้ว่าใครโทรมา

"ฮัลโหล"

"[พี่ธัน ของขวัญวันเกิดพี่อยากได้อะไร]" ปลายสายบอกกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะตอนนั้นเขากำลังเตรียมตัวเพื่อจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่ชาย

"เมีย!" คนเป็นพี่ตอบห้วนๆ เพราะกำลังโมโหกับเรื่องหมอไป๋ไม่หาย

"[จะบ้าเหรอพี่ ผมจะไปหาให้พี่ได้ไงล่ะ เร็วๆบอกมาว่าอยากได้อะไร]" เวลว่าให้พี่ชายดุๆ เพราะคิดว่าคนเป็นพี่กำลังกวนประสาทเขา แต่ความจริงใครจะไปรู้ ว่าที่ธันวาบอกว่าเมียมันจะหมายถึงหมอไป๋

"เออๆ อยากซื้ออะไรก็ซื้อมาเถอะ แกให้อะไรฉันก็เอาหมดแหละ" คนเป็นพี่ตอบปัดๆ เพราะไม่ว่าเวลจะซื้ออะไรให้เขาก็ชอบอยู่แล้ว ของขวัญวันเกิดจากน้องทั้งที อย่างปีที่แล้วเขาก็ได้นาฬิกาหลักล้านจากน้องชาย

"โอเค งั้นอาทิตย์หน้าเจอกันนะพี่ ว่าแต่พี่จะจัดงานที่ไหนอ่ะ ผมจะได้เตรียมตัวถูก"

 

'เวลเสร็จรึยัง เดี๋ยวกูต้องไปเอาของขวัญที่สั่งไว้ให้เฮียอยู่นะ' มีเสียงใครบางคนแทรกเข้ามาในสาย ทำให้ธันวาได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

 

"แปปนึง คุยกับพี่ธันอยู่" เวลหันไปบอกคนรัก แล้วกลับมาสนใจพี่ชายต่อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่ได้ยินคำพูดของเฟยหยางชัดเจน

 

"เวล พวกแกกำลังจะไปไหนกัน" ธันวาไม่ได้ตอบคำถามผู้เป็นน้อง แต่กลับถามคำถามที่ตนอยากรู้กับอีกฝ่ายแทน

"ออ ผมจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่ไง ส่วนไอ้หยางมันก็ไปเอาของขวัญที่สั่งให้พี่หมอ" เวลบอกกลับด้วยความใสซื่อ และคงไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น

"หื้ม..วันเกิดหมอไป๋งั้นเหรอ เมื่อไหร่!" เมื่อได้ยินแบบนั้น ตาคมของธันวาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที พร้อมกับมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว

"ก็ก่อนพี่สามวันอ่ะ ถามทำไมเหรอ" เวลถามกลับด้วยความสงสัย

"จัดที่ไหนล่ะ เผื่อพี่จะไปด้วย" คนหล่อถามเสียงเรียบพร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

"ห้ะ! พี่เนี้ยนะจะไปวันเกิดพี่หมอ คิดจะทำอะไรอยู่ปะเนี่ย" เวลอุทานออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินพี่ชายตอบแบบนั้น ก่อนจะถามคนเป็นพี่กลับด้วยความระแวง เพราะเขารู้ดีว่าพี่ชายตัวเองกับพี่หมอของเขาไม่ถูกกัน ขื่นไปเจอกันมีหวังได้มีเรื่องทะเลาะกันอีกแน่ๆ

 

"[นี่พี่คิดจะทำอะไร ถ้าคิดจะมาก่อกวน บอกเลยนะว่าผมไม่ยอม ถึงพี่จะเป็นพี่ชายของเวลก็เถอะ... ไอ้หยางทำอะไรเนี่ย เอาคืนมา กูยังคุยกับพี่กูไม่เสร็จเลย]" เสียงแรกเป็นเสียงของมาเฟียหนุ่ม ส่วนเสียงอีกเสียงเป็นเสียงของเวลที่กำลังพยายามแย่งโทรศัพท์คืนจากคนรัก

 

"ก็ไม่ได้จะทำอะไร กูแค่อยากไปร่วมอวยพรวันเกิดให้พี่มึงเฉยๆ หรือถ้าให้ดีจัดพร้อมวันเกิดกูเลยก็ได้นะ ไหนๆก็ห่างกันไม่กี่วันเอง" ธันวาบอกกลับด้วยรอยยิ้ม หน้าหล่อตอนนี้ดูร้ายกาจมาก แสดงให้เห็นชัดว่าเขากำลังมีแผนบางอย่างอยู่ในหัว

"[เหอะ คนอย่างพี่เนี่ยนะอยากจัดวันเกิดพร้อมพี่ผม เด็กสามขวบมันยังรู้เลยว่าพี่กำลังมีแผนชั่ว]"

"อะไรกัน นี่มึงมองกูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"พี่ไม่รู้ตัวเหรอ ว่าหน้าพี่มันดูเจ้าเล่ห์ขนาดไหน" มาเฟียหนุ่มตอบกลับในทันที เขาแทบไม่ต้องคิดหาคำตอบเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าธันวาร้ายกาจขนาดไหน

 

"ฮาๆๆ มองกูในแง่ร้ายจริงๆนะ กูแค่อยากจัดวันเกิดพร้อมพี่มึงเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจัดหลายรอบไง แล้วกูก็อยากปรับความเข้าใจกับพี่มึงด้วย เพราะไหนๆเราก็เหมือนเป็นญาติกันแล้วด้วย จะมีเรื่องทะเลาะกันไปทำไมวะ จริงมั้ย" ธันวาพยายามบอกกลับด้วยเหตุผลที่ยาวเหยียด ทำให้ปลายสายครุ่นคิดกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

"พี่ต้องการแค่นั้นจริงๆเหรอ ไม่ได้มีแผนอย่างอื่นใช่มั้ย"มาเฟียหนุ่มถามกลับด้วยความระแวง เพราะเขาไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างธันวาจะมีความคิดแบบนี้กับเขาด้วย

"แค่นั้นแหละ กูแค่อยากปรับความเข้าใจกับพี่มึงเฉยๆ หวังว่ามึงคงไม่ขัดข้องอะไรนะ" ธันวาบอกกลับเสียงจริงจัง ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกคิดหนักขึ้นมาทันที เพราะไม่รู้ว่าถ้าไป๋เซียนรู้ อีกฝ่ายจะว่ายังไง

 

"แต่มึงอยากบอกเรื่องนี้กับพี่มึงนะ กูกลัวพี่มึงไม่ยอมอ่ะ" ยังไม่ทันที่เฟยหยางจะได้ตอบ ธันวาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นเรื่องเดียวกับที่มาเฟียหนุ่มกำลังกังวลอยู่พอดี

"แล้วผมจะมั่นใจได้ไง ว่าพี่ไม่ได้มีแผนอะไรจริงๆ" มาเฟียหนุ่มถามกลับ เพราะยังไงเขาก็ยังไม่ไว้ใจในความร้ายกาจของธันวาอยู่ดี

"หึ ไม่ต้องห่วง กูเอาหัวเป็นประกันเลยว่าไม่มีแผนอะไรแน่นอน" ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ก็ได้ ผมจะลองเชื่อพี่สักครั้ง... อ่าเวล" มาเฟียหนุ่มตอบรับ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้เวล

 

"พี่ธัน นี่พี่คิดจะทำอะไรกันแน่" เวลที่ยืนฟังทั้งคู่อยู่นานถามพี่ชายตัวเองต่อทันที

"ก็อย่างที่ฉันบอกผัวแกไง ก็ตามนั้นแหละ"

"ถ้าพี่ทำงานล่มผมจะฟ้องพ่อ" เวลพูดขู่

"รู้แล้วหน่า งั้นแค่นี้นะ ฉันต้องกลับไปประชุมอีก" พูดจบเขาก็วางสาย ไม่ปล่อยให้น้องชายตัวแสบได้พูดอะไรต่อ

 

"หึ ใครจะโง่ปล่อยให้วันสำคัญแบบนี้หลุดมือไปล่ะ" ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไปทันที โดยที่ปลายทางไม่ใช่บริษัทอย่างที่บอกเวล แต่กลับเป็นห้างดังที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เพราะเขาต้องไปซื้อของขวัญวันเกิดให้ใครบางคน

 

To be continued...

55555 ตลกพี่ธันนะคะ เป็นห่วงเขาแทบบ้า แต่ปากหมาไม่รู้เวล่ำเวลา เป็นไงล่ะ หมอไป๋เขาไปกับหลงเว่ยแล้ว ถ้ายกขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าให้ 😌

**เป็นไงกันบ้างคะ มาอัพให้ถี่แล้วนะ อย่างน้อยก็อาทิตย์ละ3ตอนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม และฝากเอ็นดูหมอไป๋ของทุกคนด้วยนะคะ พี้หมอน่าย๊ากกก เสน่ห์แรงจนผู้ชายแย่งกันแล้ว 5555 😁😂😂

 

ความคิดเห็น