email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 38. เลือกข้าง

ชื่อตอน : ตอนที่ 38. เลือกข้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 108

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2563 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38. เลือกข้าง
แบบอักษร

กึก!

เสียงแก้วเหล้ากระทบกับโต๊ะไม้ เหล่าเสนาบดีหลายคนสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าบ้านอย่างเสนาบดีชินเรียกประชุมพันธมิตรทั้งห้าคนโดยกระทันหัน

“ใต้เท้า ที่เรียกพวกเรามาในวันนี้...”

“เรือสินค้าของเราถูกทางการตรวจค้น”

“.....!!!!”

น้ำเสียงของเสนาบดีชินเต็มไปด้วยความอดทนอดกลั้น ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสีย การลักรอบสินค้าส่งออกให้แก่พ่อค้าจีนโดยไม่ผ่านทางการจะไม่สามารถสาวถึงตัวเขาง่ายๆ แน่ เพราะได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายพันธมิตร แต่ถ้าเทียบกันที่มูลค่าแล้วก็ทำให้การค้านี้เสียหายมากเกินกว่าจะรับได้ อีกทั้งหลายฝ่ายเริ่มไม่มั่นใจและหวาดกลัวที่จะทำการค้ากับเขา

“เป็นไปไม่ได้ เราทำการค้านี้มานานไม่เคยเป็นที่สงสัย”

เสนาบดีท่านหนึ่งพูดขึ้น

“เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?”

“พวกท่านก็กระวนกระวานเกินไป เรือเพียงไม่กี่ลำที่ทหารค้นเจอ ไม่ทำให้เดือดร้อนได้หรอกท่าน”

ทุกคนต่างก็หันมองที่เสนาบดี มุลยอง พูดอย่างไม่รู้สึกรู้สา แต่ก็ทำให้หลายคนใจชื้นขึ้นได้จริง

“ผู้ที่มีอิทธิพลไปทั่วทั้งโชซอลอย่างใต้เท้าชิน ย่อมมีทางออกเสมอ”

“.....”

สายตาของเสนาบดีทั้งห้าคนจับจ้องไปยังเสนาบดีชินที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หัวโต๊ะเงียบๆไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆ

“ข้าไม่คิด ว่าการค้นพบในครั้งนี้จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ”

“.....!!”

“มีเพียงไม่กี่คนที่พยายามจะขัดแข้งขัดขาข้าไปเสียทุกอย่าง”

“ใต้เท้า ท่านกำลังพูดถึงใครกัน?!”

“ท่านกำลังจะบอกว่า ท่านรู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของใครอย่างนั้นหรือ?!”

“พวกท่านย่อมรู้กันดี ว่าข้าหมายถึงใคร”

เป็นอีกครั้งที่เหล่าเสนาบดีหันมองหน้ากันโดยไม่พูดไม่จา แม้จะรู้ถึงความหมายว่าเสนาบดีชินตั้งใจจะพูดถึงองค์รัชทายาท แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะพูดได้หากไม่มีหลักฐานไม่อย่างนั้นอาจมีชะตากรรมที่ไม่สวยนัก

“หากเป็นเช่นนั้น ท่านจะทำอย่างไร?”

“ยองมู”

เสนาบดีชินขานชื่อของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ชายหนุ่มร่างสูงในชุดดำปิดหน้าปิดตา เปิดประตูห้องโถงเข้ามาพร้อมกับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“ขอรับนายท่าน”

“ข้าต้องรู้ให้ได้ ว่าองค์รัชทายาทจะมาไม้ไหน หากใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ข้าจะต้องเป็นคนเริ่มใช้ไม้แข็ง”

“ใต้เท้า!! นี่ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?”

“สหาย หากทุกอย่างที่เราทำร่วมกันมากลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ไร้ลมหายใจ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราจะต้องเป็นฝ่ายช่วยกันเขียนเรื่องเล่านั้นขึ้นเอง”

“ท่าน ท่านหมายถึง กบฏ อย่างนั้นหรือ?!!”

“!! ท่านเสนาบดีโจ!!”

“หึๆ”

เมื่อถูกห้ามปามจากเสนาบดีที่ร่วมโต๊ะ ทำให้ทุกคนต่างก็ตระหนักถึงการตัดสินใจของเสนาบดีชิน บนใบหน้าของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ

จากที่เคยปรึกษาถึงความอ่อนแอต่อการปกครองของกษัตริย์และองค์รัชทายาทที่มักเห็นตนเป็นเพียงขุนนางตัวน้อยๆ มันกลับกลายเป็นแรงแค้นให้แก่เขาและคนอื่นๆ

หากมองให้ดี เสนาบดีชินเป็นที่น่าเกรงขามเสียยิ่งกว่าฝ่าบาทเป็นไหนๆ ทั้งยังเอื้อผลประโยชน์ต่อผู้ทำการค้า ทั้งที่ลับและที่แจ้งโดยไม่ต้องผึ้งพาทางการเรื่อยมา

“กบฏ อย่างนั้นหรือ เสนาบดีโจ ท่านพูดเกินไป หากเป็นกบฏ ข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร....”

“ฮ่าๆๆ!! นั่นสิ ท่านช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนักใต้เท้า!”

“แต่ข้าจะนั่งแทนที่กษัตริย์ อี มยองมุน นั่นคือสิ่งที่ข้าจะทำ”

“.....!!!!!”

“...!!!”

“พรวด!!!!!”

“ท่าน! พูดอะไรออกมา!!?”

“ใต้เท้าชิน ท่านแน่ใจแล้วอย่างนั้นหรือที่พูด?!!”

หนึ่งในที่ประชุมลุกพรวดขึ้นจากเบาะรองนั่ง น้ำเสียงไร้ความนับถือ บางคนถึงกับสำลักเหล้าเพราะตกใจคำพูดของเขา เสนาบดีชินเงยหน้ามองไปยังเสนาบดีโจพรางเผยรอยยิ้มออกมา

“พวกท่านอาจหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง”

“....!!”

“ข้าจะให้โอกาสพวกท่านตัดสินใจ เดินออกจากประตูนั้นไปเสียตอนนี้ ข้านับถือการตัดสินใจของพวกท่านทุกคน”

“ท่านคิดว่า การที่ท่านก่อตัวเป็นกบฏต่อบัลลังก์เช่นนี้ คือสิ่งที่ถูกอย่างนั้นหรือ? รีบเปลี่ยนความคิดเสียตอนนี้เถอะ”

“.....”

แม้จะถูกต่อว่าแต่เสนาบดีชินกลับผายมือให้กับเสนาบดีโจให้เขาได้เดินออกไปจากที่ประชุมด้วยใบหน้ายินดี

เสนาบดีโจในวัยกลางคนผู้ไม่เห็นด้วยกับการประชุมจึงได้แต่หมุนตัวเดินไปที่ประตูโดยไม่พูดอะไรอีก

ฉึบ!!!!

“....จะ เจ้า!!!!!!”

ตึง!!

ชายชุดดำที่ชื่อ ยองมู ชักดาบเล่มเงาออกจากฝักก่อนจะแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายของเสนาบดีโจทันทีอย่างไม่ลังเล

ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างไร้วิญญาณของเสนาบดีโจร่วงลงพื้นทั้งที่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นผ่านขอบประตูอย่างสยดสยอง ทุกคนต่างกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งพราก

“เจ้าทำพื้นบ้านข้าเปื้อนนะ ยองมู”

“ขออภัยนายท่าน”

คนตัวสูงที่เพิ่งจะปลิดชีพคนอื่นไปเมื่อครู่ สะบัดเลือดชุ่มๆ ออกจากดาบก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก เขาก้มหัวกล่าวขออภัยใต้เท้าชินพร้อมกับลงไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งเช่นเดิม

กึก!

เสียงจอกเหล้าของเสนาบดีชินวางลงบนโต๊ะ ทำเอาเสนาบดีคนอื่นๆ สะดุ้งหันกลับมามีสติอีกครั้ง ใบหน้าของเขายังคงรอยยิ้มไร้ซึ่งความสำนึกกับสิ่งที่ทำลงไป

“มีใครอีกหรือไม่?”

“....!!”

“ดี...”

ทุกคนก้มหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะต่างก็รู้ว่ามาไกลเกินจะกลับหลัง คนอย่างเสนาบดีชินไม่ยอมให้ภัยมาถึงตน ไม่ว่าใครเขาก็พร้อมจะปิดปากหากไม่เห็นด้วย

เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนดังไปทุกบริเวณของเหล่าพ่อค้าแม่ค้ารวมไปถึงคนทั่วไปทำเอาความอยากรู้อยากเห็นขององค์หญิงโซรองมากยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากที่ไม่ได้ออกมาจากพระราชวังมาเป็นเวลานานเพราะเกิดเรื่องขึ้นมากมาย

วอนฮีได้แต่หอบหิ้วกระโปรงของตนวิ่งตามองค์หญิงด้วยความร้อนและเหนื่อยแหวกว่ายผู้คนที่เบียดเสียด องค์หญิงเองไม่ได้สนใจนางเสียแล้วกลับแวะร้านนั้นทีร้านโน้นทีอย่างสนุกสนาน

“คะ คุณหนู!! รอก่อนเจ้าค่ะ หลบไปสิ!!!”

“ตามข้ามาเร็วๆวอนฮี”

โซรองหันกลับไปมองวอนฮีผู้เชื่องช้าอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้วอนฮีหนึ่งทีแล้วรีบชิ่งวิ่งหนีไปหวังให้นางตามตนไม่ทัน

เมื่อเห็นว่าร่างเล็กละลายหายไปกับฝูงชนจนตนมองไม่ทันจึงได้แต่ร้องเรียกและผลักไสผู้ที่ขวางทางอย่างกระวนใจจนเป็นที่สนใจแก่คนรอบข้าง

กลิ่นหอมๆ จากร้านตรงหัวมุมดูจะน่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้คนที่เข้าไปมุงดู โซรองหยุดมองเมื่อเห็นว่าไร้วี่แววของวอนฮีนางจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

“เถ่าแก่ สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือ?”

“คุณหนู สิ่งนี้เรียกว่า ส้มตำปูปลาร้า ลองชิมดูก่อนสิ”

“ดะ ได้หรือ?!”

เมื่อเห็นว่าตนถูกเชิญชวนให้ลองอาหารน่าตาแปลกๆ ด้วยสีหน้าเต็มใจทำเอาแววตาของหญิงสาวฉายแววอยากลิ้มลองอย่างบอกไม่ถูก

เถ้าแก่ยื่นตะเกียบหนึ่งคู่ให้แก่องค์หญิงสีหน้ายิ้มๆ โซรองทำท่าไม่มั่นใจนักแต่ก็รับมาด้วยความยินดี แม้ว่าตามกฎแล้วจะยังกินไม่ได้หากยังไม่ได้ผ่านการชิมจากนางใน แต่นี่มันคนละเรื่องกันข้าเป็นเพียงเด็กสาวที่ชอบเที่ยวเล่น ไม่ใช่องค์หญิงเสียหน่อย

“เอาๆ รับรองแซ่บนัวฮ่าๆๆๆ”

คิดได้เช่นนั้นมือเรียวไม่รอช้าขยับตะเกียบคู่ใจคีบอาหารจากชามตรงหน้าขึ้นทันที

หมับ!

“.....!!!!!”

“.....”

ยังไม่ทันจะเข้าปากก็ถูกมือหนาคว้าหมับที่ข้อมือไว้เสียก่อน โซรองหันหน้าไปมองผู้ที่มาขัดขวางตนทั้งที่ยังคงอ้าปากค้างกลางอากาศอย่างแปลกใจ

นะ นี่มัน!! ชายผู้นี้ข้าเคยพบเขามาก่อนนี่นา!!!

“เถ่าแก่ นางอาจไม่สบายได้หากกินอาหารแปลกๆเข้า”

“เห!!! อาหารข้าแปลกตรงไหนท่าน?!! ใครๆก็รู้จักส้มตำ ท่านพูดแบบนั้นได้อย่างไร?!!!”

“ต้องขออภัยด้วยหากทำให้ไม่พอใจ ไว้ข้าจะมาอุดหนุนเถ่าแก่ในครั้งหน้าแทน”

“ใครสนใจกันหละ !! มาบอกว่าอาหารข้าแปลกได้ยังไง?!!!!!!”

โซรองมองชายที่มาใหม่อย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมวางตะเกียบลงอย่างเสียดายก่อนจะค่อยๆยกเสื้อคลุมขึ้นคลุมศรีษะรีบย้ายตนออกจากตรงนี้ในระหว่างที่เขากำลังยืนถกเถียงกับเก่าแก่ร้านส้มตำอยู่

หมับ!!

“เอ๋!!!”

“จับได้แล้ว”

ยังไม่ทันได้หายใจหายคอข้อมือเล็กๆ เป็นอันต้องถูกชายหนุ่มดึงเอาไว้อีกครั้ง ใบหน้าหล่อนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มชวนให้หลงไหลเพียงแต่ นี่ดูจะมากเกินไปสำหรับการพบกันเป็นครั้งที่สอง

“ปะ ปล่อยข้านะ!!”

“ชู่.....”

“.....!!”

ฮีวอนยกมือเรียวขึ้นทำท่าจุ๊ปากไม่ให้นางได้โวยวายเสียงดังพรางชี้นิ้วไปทางวอนฮี นางในแสนเชื่องช้ากำลังหอบขึ้นคอแหวกว่ายผู้คนร้องเรียกตนอยู่ไม่ไกล

หากวอนฮีพบข้ากับชายคนนี้ นางจะต้องพาข้ากลับพระราชวังในทันทีแน่ คิดได้แบบนั้นนางจึงยอมเงียบเสียงแล้วรีบหันหน้าหลบวอนฮีทันที

“ผักสดออแกนิกจ้า! ผักสดจากสวนบ้านข้าเอง!!!”

ผลัก!!

“อ๊ะ!!”

“..!!”

ในความลนลานจนไม่ทันระวัง แม่ค้าผักสดที่เดินผ่านมาชนหลังขององค์หญิงจนทำให้ร่างเล็กเสียหลักใบหน้าขาวชนเข้ากับแผงอกของฮีวอนจนคนตัวสูงต้องใช้สองมือโอบประคองร่างเล็กไว้ก่อนที่นางจะล้มลงพื้น

กลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อผ้าและการสัมผัสร่างกายของชายหนุ่มโดยตรงเป็นครั้งแรก ทำเอาโซรองยืนนิ่งอึ้งดวงตาเบิกกว้างเสียยิ่งกว่าไข่ห่าน

“เป็นอะไรหรือไม่?!..”

“......”

เมื่อเห็นว่าผู้ติดตามนางได้หายไปอีกทางจึงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระแต่นางกลับยืนนิ่งเหมือนคนไม่มีสติเสียอย่างนั้น

“ทะ ทำอย่างนี้ มะ ไม่ได้นะ”

“หืม?!”

โซรองพูดตะกุกตะกักสายตายังคงเหม่อลอยไม่ได้มองหน้าของเขานั่นทำให้ฮีวอนไม่เข้าใจที่โซรองสื่อสารนัก

“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?”

“ขะ ข้าต้องไปแล้ว”

“....!”

นางไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองคนตรงหน้ารีบหมุนตัวเดินหนีเขาออกมาทันที

ทำอย่างไรดี ข้าทำอะไรไม่ถูกแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องพูดอะไร ทั้งที่เกิดเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ หากมีคนรู้เข้าต้องเป็นเรื่องใหญ่เป็นแน่

ทำไมชายผู้นี้ถึงได้ทำทีว่าเป็นเรื่องปกติได้ขนาดนี้ อันตรายเกินไป ข้าต้องกลับพระราชวังเดี๋ยวนี้

“รอเดี๋ยว”

“ยะ อย่าตามมานะ!!”

เสียงจากด้านหลังทำให้ต้องหันกลับไปมองเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงเดินตามตนมายิ่งทำให้ตนตกใจจนต้องวิ่งหนีเขา

อะไรกันนน!! ทำไมข้าต้องวิ่งหนีคนแบบนั้น ข้าเป็นถึงองค์หญิงนะ ไว้ข้ากลับเข้าราชวังข้าจะสั่งประหารชีวิตเขาในทันที ! มะไม่ได้ ทำแบบนั้นเท่ากับทำให้เป็นที่อับอายต่อเชื่อพระวงค์ไปชั่วชีวิตหนะสิ ไม่นะ!!! นี่มันเรื่องอะไรกันนนนนน!!!!

“แฮกๆๆ !!!”

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาแล้วความเหนื่อยล้าร่างเล็กจึงพักเหนื่อยพึงหลังกับกำแพงสูงพรางเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้า

“องค์หญิงโซรอง”

“!.....”

เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นโซรองชักมือที่กำลังปาดเหงื่อลงอย่างชักช้าอย่างไม่แน่ใจนักแต่สิ่งที่เห็นคือ คนที่ตนวิ่งหนีเมื่อครูกำลังยืนยิ้มร่าอย่างสบายใจอยู่ด้านข้าง

“ไม่ใช่นะ! ข้าไม่ใช่องค์หญิงโซรอง!!”

“จากที่ได้พบกันครั้งนั้น ท่านโกหกไม่เก่งเท่าไร นั่นรวมถึงครั้งนี้ด้วย”

“.....!!”

“อย่าพยายามหนีอีกเลย ท่านจะเหนื่อยเสียเปล่า”

“หากรู้ว่าเป็นข้า เจ้าควรจะหยุดตามข้าได้แล้วนะ..!?”

“ท่านยังทำได้ไม่ดีนักสำหรับองค์หญิงที่ต้องการจะหนีเที่ยว”

“คะ ใครขอความเห็นจากเจ้า!”

“ท่านสบายใจได้ ข้าเองก็ต้องปิดบังตัวตนจากคนทั่วไปเช่นกัน”

“.....!”

ฮีวอนถอนหายใจยาวยืดเพราะองค์หญิงดูท่าจะระวังตัวแจจนคนมองจากดวงจันทร์ยังดูออก

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

“ข้าบังเอิญได้ยินท่านกับนาง....คุยกัน”

“วอนฮีหรอ?”

“ข้าไม่ทราบชื่อของนาง อย่างไรเสียข้าเพียงอยากยืนยันสิ่งที่ค้างคาใจเท่านั้น”

“.....”

ฮีวอนก้มหน้ายิ้มเล็กๆ เพราะได้คลายปมในใจไปได้หนึ่งอย่าง โซองมองการกระทำของเขาพรางทำท่าจะวิ่งหนีอีกครั้ง

“ทำไมถึงคิดว่าวิ่งหนีเป็นทางเลือกที่ดี?”

“ในเมื่อรู้ว่าข้าเป็นใครทำไมจึงทำท่าทีกระด้างกระเดื่องกับข้าอยู่อีกหละ?”

“ท่านต้องการแบบนั้นหรอ?”

“ทะ ทำไมถึงถาม มันเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องปฏิบัติต่อข้ามิใช่หรือ?!”

“ในที่แบบนี้หรือ? ทั้งที่ท่านหนีออกมาแบบนี้ ท่านแน่ใจแล้วอย่างนั้นหรือ? ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี”

“.....!!”

เมื่อได้ยินฮีวอนบอก ตนจึงได้รอบมองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาโดยที่ไม่ได้สนใจเรามากนัก หากเขาเรียกข้าว่าองค์หญิงขึ้นมาท่ามกลางราษฎร จะเกิดอะไรขึ้น ข้าคงไม่พยายามจินตนาการถึง

“เห็นหรือไม่ ว่าท่านจะเป็นคนทั่วไปตามที่ต้องการอย่างที่ตั้งใจ”

“....”

“แล้วหญิงรับใช้ของท่าน?...”

“วอนฮี!”

ข้าลืมวอนฮีไปเสียสนิท นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าอยู่ห่างจากนางภายนอกพระราชวังขนาดนี้ นางจะต้องกังวลมากแน่ๆ

“มาเถอะ ข้าจะพาไปพบนาง”

“ทำไมข้าจะต้องเชื่อใจเจ้า?”

“ข้าเป็นเพียงคนที่เดินผ่านมาเจอหญิงสูงศักดิ์กำลังหลงทาง”

“.....”

ใบหน้าหล่อยังคงยิ้มราวกับนี่คือเรื่องปกติทั่วไปแต่นั่นก็ถือว่าทำให้ข้าสบายขึ้นได้และยอมเดินตามหลังเขาไปโดยไม่ถามไถ่อะไรเขาอีก

มองจากด้านหลังก็รู้ได้เลยว่าไหล่ของเขากว้างขนาดไหน ตลอดทางเขายังคงยิ้มและทักทายคนอื่นราวกับรู้จักไปเสียหมด น่าอิจฉาเสียจริง

“ดูท่า ท่านไม่หลงทางแล้วสิ”

“...!!”

ฮีวอนหยุดเดินเอามือทั้งสองข้างไขว้หลังหันมายิ้มให้แก่หญิงสาวพรางชี้ไปยังวอนฮีที่กำลังชะเง้อคอมองหาข้าอยู่ไม่ไกล

ฮีวอนยิ้มเล็กๆ ก้มหัวคำนับให้แก่โซรองก่อนจะหมุนตัวเดินไปอีกทางด้วยท่าทางสบายใจ

“เพียงเท่านี้หรือ?”

“หืม?”

เสียงเล็กๆ ทำให้สองเท้าของฮีวอนหยุดเดินพร้อมกับหันกลับมามองหน้าหญิงสาวอีกครั้งด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ

“ที่เจ้าพยายามตามข้าเพราะอยากพูดเพียงเท่านี้หรือ?”

“ข้าบอกท่านไปแล้ว ข้าต้องการยืนยันความสงสัยในใจ”

“นะ ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าข้าเป็นใคร งั้นที่เจ้าบอกว่าตัวเจ้าเองก็ปิดบังตัวตนอยู่ หมายความว่าอย่างไร? เจ้าเป็นใคร?”

“......”

“ทำไมจึงไม่ตอบ”

“เทียบกับท่านแล้ว นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

“....”

เขาพูดก่อนจะยิ้มให้แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่ไม่สดใสเหมือนอย่างทุกครั้ง โอหังนักนะ รู้ตัวตนของข้าแต่กลับทำเป็นบ่ายเบี่ยงข้าอย่างนั้นหรือ

“คะ คุณหนู!!!! ทางนี้เจ้าค่ะ รอตรงนั้นก่อนนะเจ้าคะ!!!”

เสียงตะโกนของวอนฮีเมื่อพบกับองค์หญิงดังมาแต่ไกลทั้งโซรองและฮีวอนหันไปหาเจ้าของต้นเสียงพร้อมกัน

หมับ!!

ร่างสูงเพรียวพาตัวเองมาถึงก่อนจะกุ้มมือทั้งสองข้างขององค์หญิงไว้อย่างหลวมๆ พรางหายใจหอบถี่

“คุณหนู หายไปไหนมาเจ้าคะ? เกิดอะไรขึ้นหรือไม่?!”

“เขา ไปไหนแล้ว?”

“ใครกัน?”

“เมื่อกี้เขายัง...”

โซรองหันมองไปยังที่ที่ฮีวอนเคยยืนอยู่แต่เขากลับหายตัวไปกับผู้คน วอนฮีหันมองตามองค์หญิงแต่ก็ไม่รู้ว่าทรงมองหาใคร

“มองหาใครหรือเจ้าคะ?”

“ไม่มีอะไร คนที่ข้าถามทางหนะ”

“อย่าทำแบบนี้อีกนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้ออกมาแบบนี้อีกเด็ดขาด!!”

“ข้าไม่อยากกลับเข้าไป ที่จริง ข้าไม่อยากอยู่ในวังอีกแล้ว”

“โถ่ คุณหนู”

“ตอนที่ข้ามีชีวิตชีวาที่สุด ก็คงจะเป็นการออกมาให้ไกลจากวังมากที่สุด”

“......ไปกันเถิดเจ้าค่ะ”

วอนฮีกุมมือข้างหนึ่งขององค์หญิงไว้พยายามไม่สนใจน้ำเสียงที่หดหู่ของนางอีก ก่อนจะใช้มืออีกข้างของตนแหวกว่ายผู้คนผ่านไป

เขาเป็นใครกัน หายไปทั้งอย่างนั้นได้ยังไงทั้งที่ไม่มีที่ให้หลบด้วยซ้ำน่าสงสัยเสียจริง ข้าจะได้พบเขาอีกไหมนะ.....

 

ความคิดเห็น