facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2563 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 100%
แบบอักษร

บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 100% 

  

     “คุณจะหนีไปอีกแล้วเหรอ” เสียงเขาดูเย็นชาและเศร้าสร้อยไปในคราวเดียวกันทำให้ไอรดาหยุดชะงัก พูดตอบเสียงแผ่วเบา 

     “ฉันขอโทษ” 

     “ขอโทษเรื่องอะไร เจ็ดปีที่แล้ว เรื่องวันก่อน หรือตอนนี้” ทินกรชันตัวขึ้นมานั่ง มือยังคงจับเธอไว้อยู่ เธอไม่ตอบ เขาถอนหายใจออกมา 

     “ขอโทษ มันเอาไว้ใช้กับเรื่องที่เสียใจ ที่คุณทำเมื่อกี้ คุณเสียใจหรือเปล่า” เธอยังคงนิ่ง แววตาสั่นระริก ไม่ตอบคำถาม 

     “ไอ … ผมไม่เข้าใจ คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ อยากให้เป็นชายชู้อยู่แบบลับๆ? ที่ผ่านมาคุณยังเหยียบย่ำผมไม่พอเหรอ” ไอรดาส่ายหน้า น้ำตาพรั่งพรู 

     “ไอ … ไม่ได้มีใคร” 

     “แปลว่าเรื่องมีลูกมีครอบครัวคุณก็แค่กุมาเพื่อถอยห่างจากผมงั้นเหรอ” ทินกรกดเสียงต่ำน้ำเสียงแข็งกร้าว 

     “ไม่ใช่อย่างนั้น ไอมีลูกจริงๆ แต่ …” น้ำเสียงเธอสั่นสะท้าน คำอธิบายที่เธอไม่กล้าพูดออกมา 

     “เจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเจ็บปวดเจียนตาย คุณกลับหนีไปมีความสุขจนมีลูกกลับเขา พอกลับมาคุณกลับต้องการให้ผมเลี้ยงลูกของคุณที่เกิดจากคนอื่น? ไม่คิดว่าตัวเองใจร้ายไปหน่อยเหรอ” 

     เธอสะอื้นเงียบๆ เธอรู้คำตอบดีอยู่แล้ว ใครจะต้องการผู้หญิงมีตำหนิอย่างเธอกัน ฝันเฟื่องไปแล้ว ทินกรหล่อขนาดนั้น เก่งขนาดนั้น ดีขนาดนั้น เขาควรได้รับคนที่ดีกว่าเธอ 

     “คุณคงคิดว่าผมคงโง่ขนาดจะยอมคุณทุกเรื่อง” เขาก้มหน้าพิงหลังเธอไว้ ไหล่ของเขาสั่นเทา พูดเสียงอ่อนแรง  

“แต่คุณคิดถูกแล้ว ขอแค่คุณกลับมา ผมยอม” 

     เจ็ดปีหลังจากเธอจากไป เขาจินตนาการถึงวันที่จะได้พบเจอเธออีกครั้งมาตลอด ความรู้สึกหลายอย่างมันอัดแน่น ทั้งความโกรธแค้นที่เธอไปโดยไม่พูด ทั้งความเจ็บปวดที่ถูกทิ้งขว้าง ความเสียใจที่เหมือนเธอไม่เห็นค่าอะไรในตัวเขาเลย หรือกระทั่งความว่างเปล่าที่ตื่นมาทุกครั้งแล้วกลัวว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเหมือนฝัน 

     เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขายบ้านทิ้ง ไม่มีใครติดต่อได้ จนเขากลัว กลัวว่าเรื่องของเขากับเธอ เป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่ง เขาพยายามใช้ชีวิตโดยปกติที่สุด เรื่องของเธอเป็นเรื่องเดียวที่เขาเก็บไว้ลึกที่สุดในใจ ไม่กล้าเข้าไปแตะต้อง 

     เขาเคยคิดว่าถ้าเธอกลับมาอีกครั้ง เขาอยากจะเข้าไปเขย่าเธอแรงๆ ร้องตะโกนถามว่าทำไมวันนั้นถึงทิ้งเขาไปโดยไม่บอกอะไรสักคำ 

     ถ้าตอนนั้นเธอบอกว่าไม่ต้องรอ เขาก็จะได้เดินไปข้างหน้า 

     ถ้าตอนนั้นเธอบอกว่าเขาไม่ดีพอ เขาก็จะพยายามให้มากกว่านี้ 

     ถ้าตอนนั้นเธอบอกว่าไม่รักเขาแล้ว เขาจะได้ตัดใจและลืมเธอไปซะ 

     แต่นี่เธอไปโดยไม่ได้บอกอะไร การเป็นคนที่ไม่รู้อะไร มันเจ็บปวด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมและไม่รู้ว่าจะตามหาเธอได้ที่ไหน เจ็ดปีที่เขาจมอยู่กับความว่างเปล่า  

         เจ็ดปีที่จนอยู่กับความไม่รู้ 

     จนกระทั่งวันนี้วันที่เขาได้พบเธออีกครั้งจริงๆ มีเพียงความรู้สึกเดียวที่เอาชนะทุกสิ่ง ไม่ใช่ความโกรธ ความเสียใจ ความเจ็บปวด แต่เป็น … 

     ความคิดถึง 

     เขาคิดถึงเธอแทบบ้า 

     “ไอ จากนี้ไปคุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจแล้วนะ ต่อให้คุณมีใครหรือเสียใจแค่ไหน ผมก็จะไม่ปล่อยคุณไป”  

         ไอรดายังคงเงียบไม่ตอบคำถาม ขณะที่เขากำลังจะถอดใจนั้น 

เธอถึงค่อยๆพยักหน้าตอบ 

     “ฟ้า ไอขอเวลา … จัดการเรื่องทั้งหมดได้ไหม” 

     “ได้” เขาตอบรับ “แต่อย่านานมากไป ผมอดทนไม่เก่งขนาดนั้น” 

  

      ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งมองหญิงสาวที่หลับบนเตียง เขาลูบลงมาตั้งแต่หน้าผาก ดวงตา จมูกโด่งรั้น รวมถึงริมฝีปากสีซีด แล้วก้มประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากอย่างหวงแหน เขากระชับผ้าห่มให้เธอแล้วลุกขึ้นโดยระวังไม่ให้เธอตื่น เดินแยกออกไปทางห้องรับแขก ก้มเก็บกระป๋องเบียร์ลงในถังขยะ ถึงจะมีกระป๋องเบียร์มากกว่าหนึ่งโหลแต่แววตากลับแจ่มใส ไม่มีอาการของคนดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย 

     เสียงสั่นของโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ทินกรยกขึ้นมารับแล้วกรอกเสียงลงไป 

     “ฮัลโหล” 

     “เป็นไงบ้างวะไอ้หิน สำเร็จหรือเปล่า” เสียงคนคุ้นเคยดังมาตามสาย 

     “หึ” ริมฝีปากบางของเขายิ้มบางๆพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ แม้ไม่ต้องพูดอะไร คนปลายสายก็พอเดาได้ 

     “เออ ไม่น่าถาม แผนไร้ยางอายอย่างกลยุทธ์ทรมานตัวเองก็ขุดเอามาใช้แล้ว … ไม่สำเร็จก็แปลก แล้วจากนี้จะเอาไงต่อ” 

     “ไม่เอาไง ถ้าเธออยากทำอะไร ก็ให้เธอทำไป” 

     “แน่ใจเหรอว่ามันจะได้ผล” 

     “มันต้องได้ผล” เขาพูดราวกับรู้นิสัยของเธอดี น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ “ฉันก็แค่จะดีกับเธอมากๆดีจนเธอละอายใจที่จะปฏิเสธ ส่วนเรื่องหลังจากนั้นถ้าเธอจะตัดสินใจอย่างไร มันก็แล้วแต่เธอ” 

     “แล้วแต่แกละกัน มีอะไรให้ช่วยอีกก็บอก” 

     “อืม” ทินกรกดวางสาย สายตาที่เคยเย็นชากลับพราวระยับและดูมีความสุขอย่างปิดไม่มิด ถ้าใช้ไม้แข็งแล้วเธอจะถอยหนี ก็สู้ใช้ไม้อ่อนให้เธอเข้ามาหาเขาด้วยตัวเอง หึ กลยุทธ์ทรมานตัวเอง ทุเรศไปหน่อยแต่กลับได้ผล ครั้งนี้เขาเดิมพันครั้งสุดท้ายแบบหมดหน้าตัก ถ้าเธอยังมีใจเป็นห่วงเป็นใย แวะมาดูเขาเพียงนิด เขาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไป แต่ถ้าเธอไม่สนใจ หมดใจไปแล้วจริงๆ เขาก็จะปล่อยเธอไป 

     ปล่อยได้จริงเหรอ? หึ เขาก็แค่จะใช้แผนอื่น 

     ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องกลับมาหาเขา 

  

     ไอรดาตื่นแต่เช้าด้วยความเคยชิน แสงจากข้างนอกเริ่มลอดผ่านผ้าม่านสาดเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมๆของอาหารโชยมาแตะจมูก เมื่อคืนเป็นคืนที่เธอหลับสนิทที่สุดในรอบหลายปี คงเพราะกลิ่นของทินกรที่โอบล้อมเธออยู่ 

     เดี๋ยวนะ ทินกร ? 

     ไอรดาสะดุ้งพรวด มองรอบห้องอย่างงุนงง ความทรงจำจากเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัว เธอสอดส่องมองรอบห้อง ไม่มีวี่แววของเจ้าของห้อง แม้แต่หมอนข้างๆที่วางคู่กันก็หายไป 

     เธอก้าวขาลงจากเตียง ค่อยๆเดินออกไปนอกห้อง มีหมอนใบใหญ่วางอยู่บนโซฟาพร้อมกับผ้าห่มที่พับไว้ เขาน่าจะนอนบนโซฟาเมื่อคืนนี้ เธอเดินตามกลิ่นอาหารเข้าไปในห้องครัว ร่างสูงกำลังหั่นผักกาดบนเขียงอย่างคล่องแคล่ว ทินกรในผ้ากันเปื้อนสีเหลืองสดใสดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก 

     “คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอ” 

     “ผมฝึกทำตั้งแต่ออกมาอยู่คนเดียว” 

     “อ๋อ” ไอรดาครางรับ 

มีอะไรที่เขาทำไม่เป็นบ้างเนี่ย 

แถมดูท่าทางการใช้มีด ดูแล้วไม่ใช่แค่ทำเป็นอย่างผิวเผิน หรือว่าหมอทุกคนจะทำอาหารเก่ง? เมื่อนึกถึงหมอเธอก็นึกขึ้นมาได้ 

     “คุณ … จะลาออกจากหมอเหรอ” 

      “อืม แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เสียงทุ้มตอบสั้นๆ 

     “เพราะฉันเหรอ?” 

     เขานึกไปนิดนึงก่อนตอบ “ไม่ใช่ ผมต้องกลับไปรับงานบริษัท” 

     “แต่หมอคือความฝันของคุณไม่ใช่เหรอ” 

     “ผ่านมาหลายปี ความฝันผมก็เปลี่ยนแล้ว” 

     เธอนิ่งเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ คนอย่างทินกร ถ้าตัดสินใจทำอะไรไปแล้ว ใครจะพูดอย่างไร เขาก็ไม่เปลี่ยนใจ ทุกอย่างที่เขาทำล้วนผ่านความคิดอย่างมีเหตุผลและละเอียดถี่ถ้วนมาแล้ว 

     “ฉันช่วยไหม?” ทินกรหรี่ตามองเธออย่างไม่แน่ใจ 

     “คุณทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เหรอ” 

     “ฉันทำเป็นแล้ว ฉันต้องทำให้พวกเขากินทุกเช้า” 

      พวกเขา? พ่อของลูกเธอ? 

     สรรพนามแทนตัวที่เหินห่างรวมถึงประโยคความนัยสั้นๆ ทำให้ทินกรหยุดชะงักไปชั่วครู่ ความไม่พอใจตีขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อคิดว่าเวลาที่เขาเคยใช้คิดถึงเธอทุกวันอย่างทรมาน แต่เธอกลับใช้มันอย่างมีความสุขกับคนอื่น 

     “ไม่ต้อง คุณไปนั่งเถอะ” เขาตอบเสียงเรียบ 

     ไอรดารับรู้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของคนตรงหน้า ก็เดินไปนั่งที่อย่างโดยดีไม่กล้าเซ้าซี้ แต่ก็พยายามชวนคุยต่อเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ 

     “แต่เด็กๆน่ะ กินยากมาก ผักนู่นก็ไม่กิน ผักนี่ก็เหม็นเขียว แต่มันดีต่อร่างกาย ฉันเลยต้องหาเมนูใหม่ๆมาคอยหลอกล่อตลอด” 

      เธอทำให้ลูกกิน? 

     ประโยคถัดมากลับทำให้หัวใจที่ว้าวุ่นของทินกรกลับไปอยู่ที่เดิมอย่างรวดเร็ว บรรยากาศที่หนักอึ้งก็กลายเป็นผ่อนคลาย 

     ไอรดามองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังทำอาหารอยู่ ภาพที่เธอเคยจินตนาการมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตื่นมาพร้อมกัน ทำอาหารด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ในใจจุดประกายความสุขขึ้นมาเล็กๆ 

     ถ้าเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงดี 

  

     พอกินข้าวเสร็จ เธอก็ขับรถกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านก่อนเข้าไปทำงาน รถคุ้นตาที่จอดหน้าบ้านทำให้เธอหยุดชะงักเล็กน้อย บนโซฟาของห้องรับแขกมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มนั่งอยู่ สายตาจ้องมาทางเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก 

     “เมื่อคืนไอไม่ได้กลับบ้านเหรอ” เสียงเข้มถามขึ้นเรียบๆ 

     “ไอต้องแก้งานนิดหน่อย เลยนอนที่นู่นเลย” 

     “ไอคิดว่าเราไม่รู้เหรอ ว่าไอไปไหน” ชายหนุ่มกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ลง สีหน้าฉายเรียบตึงฉายแววไม่พอใจ “ไอแน่ใจแล้วเหรอว่าจะทำแบบนี้” 

     ไอรดาเม้มปากแน่น ไม่ตอบอะไร 

     “แล้วไอจะเสียใจ” 

      ชายหนุ่มลุกยืนขึ้น สายตาทอประกายแววโรจน์ เดินผ่านไอรดาออกไปทางประตูบ้าน 

     “ขอร้องเถอะอาร์ อย่ายุ่งกับเขา เขาไม่เกี่ยวอะไรเลย เราต่างหากที่ผิด” ไอรดาพูดขึ้น ร่างสูงใหญ่หยุดชะงัก 

         “ตกลงจะไม่เลิกยุ่งกับมันใช่ไหม” 

         “อาร์ ไอขอร้อง” 

         “แล้วเราจะเห็นดีกัน” 

------------------------------------------------------------- 

ว่าได้คืนดีกันจริงๆหรือเปล่าเนี่ย หรือยังไงดี อิอิ 

คอมเมนท์คุยกันได้นะคะ คอมเมนท์เป็นสติ๊กเกอร์มาก็ได้ค่า 

ความคิดเห็น