facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 50%

ชื่อตอน : บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 50%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2563 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 50%
แบบอักษร

บทที่ 17 ทำอาหาร (ตอนนี้) 50% 

 

ไอรดากลับมาที่รถยนต์ นั่งนิ่งอยู่สักพัก มือจับพวงมาลัยรถ เหม่อมองไปข้างนอก 

แจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่นอื่นๆ ทำให้เธอเห็นการแจ้งเตือนของขุนพล เธอรีบหยิบมือถือมาปลดล็อก มองข้อความนั้นอย่างไม่แน่ใจ 

เธอไม่รู้ว่าตัวเองยังมีสิทธิ์ที่จะเป็นห่วงเขาอีกไหม 

แต่ต้องโทษความรัก ที่ทำให้เธอเห็นแก่ตัว 

เธอต่อสายหาคนที่ส่งข้อความมาให้ “ขุนพล เราไอนะ ช่วยส่งที่อยู่ของฟ้ามาให้หน่อยได้ไหม” 

 

ไอรดามองข้อความในโทรศัพท์สลับกับคอนโดสุดหรูตรงหน้า เธอถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปในล็อบบี้ที่ตกแต่งไปด้วยหินอ่อนสีขาวด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบซาร์ บนเพดานประกอบด้วยโคมระย้าสีส้มอันใหญ่ 

พอมาถึงที่ เธอกลับไม่กล้าสู้หน้าเขาซะงั้น เธอทรุดตัวนั่งตรงโซฟา ในใจยังคงคิดทบทวน 

ใจหนึ่ง ก็อยากกลับไปหาเขา 

อีกใจหนึ่ง ก็อยากให้เขาลืมเธอซะ 

เหตุผลที่เหมือนกันทั้งคู่ คือเธอยังรักเขาเหลือเกิน ทั้งรักจนอยากมีเขาอยู่ข้างๆ และทั้งรักจนอยากปล่อยให้เขาไปเจอคนที่ดีกว่า 

ชั่งน้ำหนักดู เธอเองก็ไม่รู้ว่าส่วนไหนมันมากกว่ากัน ทั้งสองด้านมันกลับหนักอึ้งพอๆ กัน บางคนว่ารักคือการเสียสละ และการปรารถนาดีให้เขาไปเจอสิ่งดีๆ แต่บางคนกลับบอกว่ารักคือความเห็นแก่ตัว ความครอบครอง อยากให้เขาเป็นของเราเพียงคนเดียว เธอเองก็อยากให้เขาได้เจอคนดีๆ และมีความสุข แต่เมื่อคิดถึงว่าคนคนนั้นไม่ใช่เธอ ส่วนลึกของในใจมันก็ยินยอมไม่ได้ 

เธอไม่รู้ว่านั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไร จนกระทั่งมีคนมาสะกิดให้รู้ตัว 

“ไอรดา?” 

ไอรดาหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยในอดีตแต่ดูโตกว่า ภูมิฐานกว่าที่เธอจำได้ 

“ขุนพล?” 

“เธอกลับมาจริงๆ ด้วย” เขากล่าว ก่อนกวาดตามองเธอให้เต็มตาอีกครั้งแล้วกล่าวเสริม 

“เธอเปลี่ยนไปเยอะนะ” ดวงตาคมฉายแววประหลาดใจ ใครจะไปเชื่อว่าสาวอวบวันนั้นจะสวยรวยกับนางแบบได้ขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ตั้งใจมองดีๆ ก็คงจำเธอไม่ได้แน่ๆ 

หญิงสาวขัดเขิน มือบางยกผมทัดหูแก้เก้อ “นายเองก็เหมือนกัน” 

“เรียนหนักขนาดนี้ หัวไม่ล้านก่อนวัยอันควรก็ดีแค่ไหน” อดีตเดือนคณะแพทยศาสตร์หัวเราะรับคำและกล่าวอย่างขำๆ 

“ทำไมถึงยังไม่ขึ้นไปล่ะ” 

สายตาหมองเศร้าของไอรดาเป็นคำตอบ 

“ไม่แปลกใจเลย” ขุนพลถอนหายใจ “มิน่าช่วงนี้ทำไมมันถึงทำตัวแปลกๆ หมอนั่นไม่ได้นอนสามวันจนไข้ขึ้นทรุดแต่เช้า เหมือนมันจะเอาแต่กินเหล้าจนกัดกระเพาะเหมือนเคย” 

ขุนพลส่ายหน้าเบาๆ กับความดื้อดึงของเพื่อนสนิท จู่ๆ ช่วงนี้ทินกรก็ทำตัวแปลกๆ จากคนที่สุขุม กลับกลายเป็นร้อนรน จู่ๆ ก็อารมณ์ดี จู่ๆ ก็เครียดจนคนมองหน้าไม่ติด พอเห็นหน้าไอรดาถึงได้รู้ถึงสาเหตุ 

ไอรดาจับใจความประโยคนั้นของคนตรงหน้า 

เหมือนเคย ? แปลว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก 

ตอนคบกัน เท่าที่เธอรู้ ทินกรไม่ค่อยชอบที่จะแตะแอลกอฮอล์สักเท่าไร แล้วทำไมเขาถึงได้กินจนกัดกระเพาะได้ 

หญิงสาวชะงักงัน แววตากลมโตเต็มไปด้วยความกังวล 

“เขา … เป็นหนักมากเลยเหรอ” 

“อยากรู้ก็ไปดูเองสิ” ชายหนุ่มยิ้มยื่นคีย์การ์ดมาให้เธอ “ห้อง 1726 ชั้น 17” 

หญิงสาวไม่ได้ยื่นมือไปรับ เอ่ยถามเสียงแผ่วเบาอย่างไม่แน่ใจ เหมือนไม่ถามเขา แต่กลับถามตัวเองมากกว่า 

“เรายังมีสิทธิ์อยู่เหรอ” 

ขุนพลมองหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอย ดวงตาของเธอว่างเปล่า 

“เอาจริงๆ เราไม่เข้าใจเธอเลยว่ะ ตอนแรกเรานึกว่าเธอปฏิเสธมัน แต่ตอนนี้ดูก็รู้ว่าเธอเองก็ยังมีใจให้มันชัดๆ มันเองก็ยังรอเธออยู่ มันรอมานานแล้วนะไอ เจ็ดปีก่อน มันแทบบ้า” ขุนพลมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาว แล้วถามคำถามที่แทงใจดำเธอพอดี “มาถึงนี่แล้ว ยังจะลังเลอะไรอยู่” 

ชายหนุ่มถอนหายใจ “แล้วมันก็ลาออกจากหมอแล้วนะ มันบอกว่ามันไม่ไหว” 

หญิงสาวหน้าซีด หัวใจเธอหนักอึ้ง 

เขาเป็นแบบนี้เพราะเธอเหรอ?  

“เราไม่รู้หรอกนะ ว่าทำไมตอนนั้นเธอถึงจากไป เราเดาว่าตอนนั้นเธอเองก็มีปัญหาของเธอ ทั้งๆ ที่เธอรักมัน แต่กลับจากไปโดยไม่ให้คำตอบหรือให้มันเลือกอะไรด้วยซ้ำ ตอนนี้ทำไมเธอไม่ให้สิทธิ์มันเลือกบ้างล่ะ ว่าจะอยู่หรือจะไป” 

ขุนพลพูดยาวเหยียด เขายืนขึ้น วางคีย์การ์ดที่เธอไม่รับสักทีลงบนโต๊ะ แล้วกล่าวปิดท้าย 

“ไอ ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคนนะ การแก้ปัญหาคนเดียวมันไม่เวิร์คหรอก ถ้าตอนนี้เธอยังตัดสินใจจะไป เธอก็ขึ้นไปเคลียร์กับมันให้จบเถอะ คนรอแบบไม่รู้อะไร มันน่าสงสารนะไอ อย่าให้มันบ้าไปมากกว่านี้เลย” 

 

จนสุดท้ายเธอก็มายืนหน้าห้องของเขา ดวงตากลมโตแดงช้ำอย่างหนักจากการร้องไห้ เธอยืนอยู่หน้าประตูชั่งใจกับการตัดสินใจครั้งสุดท้าย 

เธอใช้คีย์การ์ดแตะเข้าไป ห้องแรกที่เห็นคือห้องนั่งเล่นโทนสีขาวดำ ข้าวของในห้องของทินกรมีไม่มากนัก ผ้าม่านที่เปิดไว้เผยให้เห็นวิวแสงไฟจากตึกต่างๆ ยามค่ำคืน กระป๋องเบียร์มากมายถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ แต่ไม่มีวี่แววของเจ้าของห้อง เธอมองไปที่ประตูห้องนอนซึ่งถูกเปิดเอาไว้แล้วส่งเสียงเรียกเจ้าของห้องด้วยใจที่เต้นระรัว 

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงถือวิสาสะเธอเข้าไป กลับพบเจ้าของห้องนอนฟุบอยู่บนพรมด้านล่างเตียง เธอจึงรีบสาวเท้าเข้าไป แล้วเรียกชายหนุ่มอีกครั้งด้วยความร้อนใจ 

“ทินกร! ได้ยินฉันไหม!” 

เมื่อชายหนุ่มไม่ตอบรับ เธอจึงประคองชายหนุ่มขึ้นไปนอนบนเตียง เพราะไม่ทันระวังทำให้ศีรษะของตนเองชนกับหัวเตียงจนหนังสือบนนั้นหล่นลงมา 

เธอก้มลงไปหยิบมันขึ้น ใจบีบรัดจนเจ็บ หนังสือเล่มนี้ … 

เธอลูบหน้าปกเบาๆ หนังสือดูสภาพยังดีอยู่บ่งบอกถึงการรักษาของเจ้าของ 

มีบางหน้าถูกคั่นอยู่ด้วยที่เกียร์โลหะ หน้านั้นเห็นเป็นคำที่ถูกไฮไลท์เป็นสีเหลือง ต่างจากคำอื่นๆ ที่เป็นสีชมพู 

‘Miss [transitive] to feel sad because you can no longer see somebody or do something that you like 

[transitive] miss somebody/something to notice that somebody/something is not where they/it should be’ 

มีลายมือหวัดที่เขียนอยู่ข้างๆ 

 

ไอ 

ตอนเช้าผมคิดถึงคุณ 

ตอนกลางวันผมคิดถึงคุณ 

ก่อนนอนผมก็คิดถึงคุณ 

ผมคิดว่าถ้าผมหลับตาลง ผมคงไม่คิดถึงคุณอีก 

แต่เมื่อผมฝันถึงคุณ … คุณกลับคิดถึงคุณมากกว่าเดิม 

 

มือเธอสั่นระริก น้ำเอ่อนัยน์ตาจนมองไม่เห็นภาพตรงหน้า เธอค่อยๆ ปาดน้ำตาแล้วลุกเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหาผ้ามาเช็ดคนบนเตียง 

มือของหญิงสาวบิดน้ำจนหมาด ค่อยไล่เช็ดจากดวงตาที่ปิดสนิท แต่เธอรู้ดีว่าตอนเขาลืมตาขึ้นมา ดวงตาคู่คมคู่นี้เคยทำให้ใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำแค่ไหน ลงมาที่จมูกโด่งสวย และริมฝีบางที่ตอนนี้เย็นเฉียบ ทุกอย่างที่เป็นทินกร ทำให้เธอรักจนถอนตัวไม่ขึ้น 

จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังโหยหาทุกสัมผัสของเขา 

ในหัวของเธอว่างเปล่า ก่อนเธอจะรู้ตัวปากเธอก็แตะริมฝีปากเย็นเฉียบของเขาไปแล้ว พอเธอถอนตัวออกมากลับมีแรงดึงจากคนข้างล่างดึงมือเธอเอาไว้ กดริมฝีปากเธอลงมาซ้ำอย่างรุนแรงและโหยหา มือของเขากดศีรษะเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน จนรู้ว่าเธอหายใจไม่ออก จึงผละออกมา 

ไอรดาตกใจจนตัวชาวาบ ดันตัวเองขึ้นมาแล้วลุกขึ้น แต่เขากลับไม่ปล่อยไปง่ายๆ ดึงรั้งมือเธอเอาไว้ไม่ให้หนี ดวงตาคู่คมแข็งกร้าว กัดฟันพูดเสียงต่ำ 

“คุณจะหนีไปอีกแล้วเหรอ” 

------------------------------------------------------ 

ไอจะทำอย่างไรต่อน้า คอมเมนท์คุยกันได้นะคะ 

ความคิดเห็น