facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2563 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 100%
แบบอักษร

บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 100% 

 

“แค่รักพวกเราเหมือนเดิมก็พอ เพราะพวกเราก็ใส่ใจมัม อยากให้มัมมีความสุข” 

สองคนหันมาตอบพร้อมกัน ไอรดาลูบหัวลูกทั้งสองคนด้วยสายตาเอ็นดู 

“แต่ตาเห็นเราคอยกันท่าผู้ชายที่มาเข้าใกล้แม่เราตลอดเลยนะ” ชาร์ลกล่าว 

“ก็มัมไม่ได้ชอบพวกนั้นนี่ครับ” ดัสก์ทำหน้ามุ่ย 

“ถ้ามัมชอบเขา เราต้องหลีกทางให้แน่นอน” ดอว์นเสริมด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ทำให้ผู้ใหญ่สามคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน 

เมื่อเรายังเด็ก ความรักนั้นไม่มีข้อจำกัด ความคิดที่เรามีต่อความรักย่อมไม่ซับซ้อน เมื่อไรกันที่ความรักกลายเป็นเรื่องที่มีเงื่อนไขมากมาย ทุกอย่างเลยเริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เธอเองก็เคยมีความรักที่ไม่ซับซ้อนคิดยังไงก็บอกและแสดงออกไป แต่ตอนนี้แค่คิดจะทำเธอยังไม่กล้าด้วยซ้ำ 

ไม่ใช่เพราะไม่ใส่ใจแต่เป็นเพราะใส่ใจมากไปจึงเจ็บปวด 

หลายครั้งที่เธออ่านนิยายหรือดูหนัง แล้วต่อว่าพระเอกนางเอกก็ต่างเอาแต่หลบหลีกกัน ไม่ยอมพูดคุยกันตรงๆ ยิ่งบางเรื่อง คุยกันแต่แรกก็คงได้รักกันไปนานแล้ว แต่พอมาเป็นเรื่องของตัวเอง เธอจึงได้รู้ว่าเรามองตัวเอกเหล่านั้นด้วยสายตาที่มองคนอื่น แต่เมื่อเป็นตัวเอง มีความรู้สึกต่อคนคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ความตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง มันยากกว่าที่คิดมาก การกระทำก็เหมือนสายลมที่ไม่ไหลกลับ และผลของการกระทำก็ส่งผลต่อความรู้สึกของทุกคน 

เธอมองไปทางหน้าต่าง ความมืดมิดจากภายนอกทำให้กระจกสะท้อนใบหน้าของเธอกลับคืนมา เธอมองเห็นตัวเองในรูปลักษณ์ที่เด็กลง 

แล้วเธอล่ะไอรดา ถ้าเป็นคนเดิมเหมือน7ปีก่อน เธอจะตัดสินใจยังไงล่ะ … 

 

“วันนี้มีงานอะไรอีกหรือเปล่าคะ” ไอรดาเงยหน้าจากเอกสารเพื่อถามเลขาที่ยื่นอยู่ตรงข้าม 

“ไม่มีแล้วค่ะคุณไอ” 

ไอรดามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง เวลาบนนั้นบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็น 

“ไอจำได้ว่าเรานัดคุยกับฝ่ายตกแต่งหรือเปล่าคะ” 

ชลวีร์ยิ้มก่อนจะตอบ 

“คุณรมิดาสั่งเอาไว้ว่า วันนี้ให้คุณไอรดาไปพักผ่อน ห้ามทำงานหลังสี่โมงเย็นเด็ดขาดค่ะ” 

ไอรดายังคงทำหน้างุนงง ชลวีร์เลยเอ่ยเสริมขึ้นมา 

“คุณรมิดายังบอกอีกว่า ถ้าคุณไอไม่ยอม ให้บอกคุณไอว่า เธอไม่อยากมีลูกสาวเป็นหุ่นยนต์ค่ะ” 

นึกถึงมารดายามที่พูดประโยคนั้น ไอรดาก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ 

“โอเคค่ะ ไอยอมก็ได้ คุณชลก็กลับบ้านได้เลยนะคะ” 

ชลวีร์ก้มเบาเล็กน้อย ก่อนเดินออกไป ไอรดาเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋า ก่อนเดินออกจากที่ทำงานไปยังลานจอดรถ เมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว เธอก็ฉุกคิดขึ้นมา 

เธอกำลังจะไปไหนกันแน่ 

คนอื่นๆ เขาไปที่ไหนหลังเลิกงานกันนะ 

ปกติแล้วกว่าที่เธอจะเลิกงาน ฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีดำทุกที นานครั้งที่จะเลิกงานแล้วฟ้ายังสว่างแบบนี้ วันนี้พ่อแม่และลูกแฝดไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นทำให้ที่บ้านเธอเงียบเหงา จะกลับไปก็คงไม่มีอะไรทำ เธอแอบแค่นยิ้มกับตัวเอง เธอคงใกล้กับเป็นหุ่นยนต์เหมือนที่มารดาบอกจริงๆ 

ไอรดาสตาร์ทรถ ตัดสินใจขับไปเรื่อยๆ จนเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัยโดยไม่รู้ตัว 

เมื่อเธอลงมาจากรถ เท้าของเธอกลับเดินไปที่ต่างๆ ด้วยความเคยชิน ความทรงจำต่างๆ มันหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด ทั้งๆ ที่ผ่านมานานแล้ว แต่เธอกลับเห็นเงาของคนสองคนซ้อนทับในทุกๆ ที่ที่เธอมอง ภาพที่เธอเจอเขาครั้งแรกตอนข้ามถนน ภาพที่เธอมาดักรอเขาหน้าตึกแพทย์ ภาพเขานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด ป้ายคณะ ต้นหางนกยูงต้นนั้น บันได ตึกเรียนรวม โรงอาหาร ทุกอย่างล้วนมีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเต็มไปหมด 

 

‘นี่นายมีแฟนยังอ่ะ’  

‘…’  

‘ไม่มีใช่ไหม แล้วนายสนใจจะมีไหม’  

‘ผมไม่อยากมีแฟนระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย’  

‘ถ้าอย่างนั้นไม่มีสถานะไปก่อนก็ได้ ค่อยใช้คำว่าแฟนตอนนายเรียนจบ’  

 

‘เจอกันครั้งแรกเขาว่าปกติ ครั้งที่สองเรียกบังเอิญ ครั้งที่สามเรียกพรหมลิขิต ตอนนี้เราเจอกันสามครั้งละนา จะมาเป็นพรหมลิขิตของเราได้ยัง’  

‘ก็นี่มันคณะผม ผมมีเรียนนะไม่ได้ว่างงานแบบคุณ’  

‘งั้นถ้าเราบังเอิญเจอกันนอกคณะนาย เกินสามครั้ง นายจะให้เบอร์โทรเราปะ’  

 

‘ครบสิบครั้งแล้วนะ ไหนเบอร์ล่ะ’  

‘ถ้าโทรในเวลาเรียนหรือหลังสี่ทุ่ม ผมไม่รับ’  

 

สองขาพาเธอเดินมาถึงลานสานรัก ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่เคยแข่งกันออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งช่วงเดือนกุมภา ตอนนี้มีแต่ใบสีเขียวทึบประกอบกับบรรยากาศยามเย็นทำเอาแถวนี้ดูเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก เธอเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงสะพาน ภาพหญิงสาวที่ปั่นจักรยานโดยมีผู้ชายซ้อนแล่นผ่านร่างเธอไปอย่างรวดเร็ว 

‘อย่าไปทางนั้นนะ!’  

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาในหัว 

‘อีกนิดเดียวเอง เขาบอกว่าถ้าปั่นลงสะพานนี้ได้ เราจะรักกันตลอดไป’  

‘ผมบอกแล้วไง ว่าอย่า’  

‘แต่ไอก็ทำได้นี่’  

‘จะไปเชื่อเรื่องงี่เง่าแบบนั้นทำไม คนจะรักกันเลิกกัน ใครคนอื่นเกี่ยวอะไรด้วย’  

‘ต้องทำหลักฐานไว้หน่อย’  

ภาพผู้หญิงใส่เสื้อช้อปและผู้ชายในชุดนักศึกษาหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยกองกินที่วางอย่างระเกะระกะตรงปลายสะพาน เธอทรุดตัวลงนั่ง มือลูบตัวอักษรสีดำที่เขียนด้วยปากกาเคมีสีดำไว้ 

‘Fah & Ai’  

 

ความหลังไม่ได้ทำให้คนเจ็บปวดหรอก ความหวังต่างหากที่ทำ อดีตเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว แต่ความคาดหวังที่หลงเหลือทำให้มันเป็นปัจจุบัน 

หวังว่าความรักยังคงอยู่ หวังว่าเรื่องของเรายังคงเดิม แต่เหมือนมันไม่ใช่อย่างที่คาดหวัง มันจึงทำให้เจ็บปวด 

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมา เธอยกมือขึ้นมาปิดหน้า ซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ไหล่บางสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร เรื่องต่างๆ มันประดังประเดเข้ามาในหัว ภาพที่เคยคิดว่ามันเลือนรางกับชัดเจนกว่าที่คิด พร้อมกับๆ การรับรู้ความจริงที่ว่าเธอไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว เธอเลื่อนมือมากุมหน้าอกเอาไว้ ความเจ็บปวดที่รู้สึกอยู่นี้มันทรมานเหลือเกิน 

“พี่ครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาเดินมาสะกิด 

“…” เธอไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังออกมา 

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” 

เจ็บสิ เจ็บมาก หัวใจมันเจ็บจนไม่อยากรู้สึกแล้ว 

“หรือพี่ทำของหาย ให้ผมช่วยหาไหม” 

เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ 

สิ่งที่หายไปงั้นเหรอ … 

เธอทำความรักหล่นหายเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว 

ตั้งแต่เธอกลับมา ทุกอย่างมันตอกย้ำให้เธอรู้ว่า โลกนี้มันว่างเปล่าแค่ไหน เมื่อไม่มีทินกร 

 

บนคอนโซลหน้ารถ สมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนนั้นสั่นเบาๆ หน้าจอสว่างวาบ โชว์ข้อความแจ้งเตือนในมือถือ 

“ทินกรไม่สบาย ติดต่อกลับเบอร์นี้ จากขุนพล” 

--------------------------------------------------- 

คิดเห็นอย่างไรคอมเมนท์บอกกันได้นะคะ สติ๊กเกอร์ตัวเดียวก็ได้ค่า >< 

ความคิดเห็น