facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 50%

ชื่อตอน : บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 50%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2563 11:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 50%
แบบอักษร

บทที่ 15 ลานสานรัก (ตอนนี้) 50% 

 

หลายวันหลังจากนั้นเธอก็ไม่เจอทินกรอีก แม่เธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว เธอเลยไม่ได้มีเหตุผลอะไรต้องไปที่นั่น ส่วนที่บริษัทก็ไม่มีทางได้เจออยู่แล้ว เดิมก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เขารับผิดชอบ มีเพียงวันนั้นที่เขามาเข้าประชุมซึ่งแปลกกว่าทุกวัน ไอรดาไม่รู้ว่าการไม่ได้เจอหน้าเขาทำให้เธอควรรู้สึกโล่งใจหรืออะไรดี ตัวเธอเองรู้ดีที่สุดว่าความรู้สึกของเธอไม่ได้ใกล้กับคำนั้นเลยสักนิด 

ไอรดาเดินกลับเข้ามาในบ้าน แม่บ้านรับของในมือของเธอไปเก็บ เธอเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าที่ใช้สวมในบ้าน แล้วเดินเข้าไปในห้องรับแขก 

“กลับมาแล้วเหรอลูก” รมิดาเอ่ยทักทันทีที่เธอเดินเข้าไป เธอกำลังนั่งบนในห้องรับแขก ในมือถือหนังสือที่เปิดค้างไว้ 

“กลับมาแล้วค่ะ … เด็กแฝดล่ะคะ” 

“นู่น เล่นซนอยู่กับแด๊ดหลังบ้าน” รมิดาบุ้ยปากไปทางสนามหญ้าหลังบ้าน ไอรดาแอบมองจากหน้าต่างเห็นชายวัยกลางคนโยนรับลูกเบสบอลกับเด็กชายทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน ไอรดายิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปกอดแม่บนโซฟา หัวซบอยู่กับอกแม่อย่างออดอ้อน 

“ลูกคนนี้นิ” รมิดาหัวเราะเบาๆ “โตจนมีลูกสองแล้วนะเรา อ้อนเป็นเด็กเลย” 

“ยังไงลูกก็ยังเป็นเด็กในสายตาพ่อแม่นี่คะ” 

ไอรดาตอบอย่างเอาใจ คนเป็นแม่เอามือมาลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ 

“มีอะไรล่ะเรา” 

“หืม ไม่มีอะไรนี่คะ” 

“คิดว่าแม่ไม่รู้เหรอ” 

“เฮ้อออ” ไอรดาถอนหายใจ สมกับเป็นบอสใหญ่ของบ้านจริงๆ เรื่องอะไรล้วนไม่สามารถปิดบังเธอได้ 

“อาการอย่างนี้ น่าจะไข้ใจ” รมิดาเดาสุ่มพร้อมอมยิ้ม พอเห็นแววตาลูกสาวก็ยิ่งแน่ใจ “ทำไมล่ะ กับฟ้าไม่ราบรื่นเหรอ” 

“มัม … ที่จริงไอเลิกกับฟ้าไปนานแล้วนะ” 

“แม่รู้” รมิดาตอบรับคำ “แต่ที่แรกที่แม่คิดว่าลูกยังคบกัน ไม่ใช่ว่าแม่จำไม่ได้นะ แต่เพราะสายตาที่เขามองเราต่างหาก” 

ไอรดาเงียบ สายตาเหม่อลอยเหมือนจมอยู่กับความคิดของตัวเอง 

“แล้วเท่าที่แม่เห็น เราเองก็ยังคงรักเขา” 

“เห็นได้ชัดขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เธอถามเสียงเบา มารดายิ้มแทนคำตอบ แล้วพูดเรื่องอื่นขึ้นมา 

“ไอรู้ตัวไหม ตั้งแต่แม่ฟื้นขึ้นมา แม่ไม่เคยเห็นลูกยิ้มเลย” 

“ไอก็ยิ้มให้มัมทุกวันนะนี่ไง” เธอฉีกยิ้มให้แม่ดูเป็นตัวอย่าง 

รมิดาหัวเราะ “ไม่ใช่ แม่หมายถึงยิ้มออกมาจากใจ ลูกรู้ไหมว่าลูกยิ้มได้เศร้ามากแค่ไหน ตั้งแต่แม่ฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองไม่มีความทรงจำช่วง 7ปีที่ผ่านมา แม่ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นคนเดิม แต่พอได้เห็นลูก แม่กลับคิดว่าบางทีคนที่มีความทรงจำครบถ้วนยังเหมือนไม่ใช่คนเดิมยิ่งกว่าแม่เสียอีก” 

ไอรดานิ่งคิด ตัวเธอเองก็รู้ดี ที่ผ่านมาเธอทำเหมือนตัวเองไม่เป็นอะไร ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ มีเพียงแต่ตัวเธอเองที่รู้ ว่าการทำตัวปกติมันยากแค่ไหน เพราะข้างในใจเธอนั้น ไม่เคยปกติแม้แต่นิดเดียว เหมือนข้างในมันพังทลาย ถ้าไม่มีลูก เธอก็ไม่รู้ว่าจะเอาความเข้มแข็งจากไหนมายืนหยัดอยู่ในทุกวันนี้ 

“ไม่รู้สิมัม วันก่อน … ฟ้าถามไอว่ายังรักเขาอยู่ไหม” 

แววตาของเธอหม่นลง ทันทีที่คิด ความขมขื่นก็กัดกินจิตใจ 

“ไอเคยคิดว่าความรู้สึกระหว่างไอกับเขา เป็นความค้างคา เพราะเราจบแบบไม่เคลียร์ ทำให้ไออาจคิดไปเองว่าไอยังรักเขา ความคิดแบบนั้น ทำให้ไอสามารถใช้ชีวิตได้ปกติมา 7 ปี แต่พอไอเจอเขา ไอรู้ทันทีเลยว่าไอไม่เคยหยุดรักเขาเลย และยิ่งได้ใกล้เขา ความรุนแรงของความรู้สึกนี้มันมากกว่า 7 ปีที่แล้วซะอีก” 

ไอรดาหยุดพูดสักหนึ่ง ราวกับกำลังกล้ำกลืนความรู้สึกที่มันทะลักออกมาให้ลงไป “ตอนนี้ไม่ใช่ว่าไอไม่อยากกลับไป แต่ไอกลับไปไม่ได้ต่างหาก แต่มัมดูไอตอนนี้สิ ขนาดมัมเองยังบอกว่าไอไม่เหมือนเดิม ไอคนนี้ไม่ใช่ไอคนเดิมที่คบกับเขาเมื่อ 7ปีก่อน ไอกลัวเขาจะผิดหวัง 7ปีมันนานพอที่ทุกอย่างจะเปลี่ยน …” 

“แถมตอนนี้ไอมีลูกแล้ว มันไม่ใช่แค่เป็นเรื่องระหว่างเขากับไอ ไอยังต้องคิดเผื่อลูกด้วย ไอรู้ว่าฟ้าเขาคงไม่ถือสา แต่ไอก็ไม่เข้มแข็งพอที่ก้าวข้ามมันไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฟ้าเขาดีขนาดนั้น จะหาคนที่ดีกว่าไอเป็นร้อยเท่า เขาก็หาได้ เขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและไอก็ไม่ใช่คนนั้น” 

ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด ไอรดากอดแม่แน่น กระบอกตาร้อนผ่าว แต่เธอพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมา รมิดากอดบุตรสาวตอบ ถอนหายใจยาว 

“ไอ … ลูกคิดเยอะแทนเขาขนาดนี้ เคยถามเขาไหมว่าเขาต้องการอะไร บางทีฟ้าเขาคงไม่ได้ต้องการคนดีทั้งโลก แต่เขาอาจต้องการเราคนเดียวก็ได้ ชีวิตคู่มันต้องใช้สองคนนะลูก ถ้าลูกคิดฝ่ายเดียว ทำฝ่ายเดียว จะเรียกว่าชีวิตคู่ได้ไง หืม” รมิดาพูดอย่างอ่อนโยนพร้อมลูบหลังลูกสาวไปด้วย 

“ถึงประโยคนี้จะดูอุดมคติไปหน่อย แต่เรื่องของความรัก ไม่มีคำว่าเหมาะหรือไม่เหมาะสมหรอก สุดท้ายแล้วก็มีแค่คำว่ารักหรือไม่รัก และถ้ารัก ลูกรักเขามากพอที่จะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้หรือเปล่า” 

ไอรดานิ่งคิดตามคำพูดแม่ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา 

หลังอาหารค่ำ สมาชิกในครอบครัวทุกคนก็มานั่งรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อดูหนัง ครอบครัวนี้มีกฎว่าต้องมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันทุกวันอาทิตย์ แน่นอนว่าตอนอยู่อเมริกา พี่ชายเธอก็ต้องกลับมาบ้านทุกเย็นวันอาทิตย์เช่นกัน ส่วนมากที่กิจกรรมที่ทำก็เป็นการดูทีวีหรือเล่นเกมอะไรสักอย่าง 

คืนนี้มีเพียงชาร์ล รมิดา ไอรดา และสองแฝดนั่งกันหน้าทีวีดูหนังพร้อมกัน เด็กชายทั้งสองนั่งบนพื้นพรมขนาบไอรดาตั้งอกตั้งใจดูอย่างซีเรียส ส่วนชาร์ลก็โอบกอดภรรยาอยู่บนโซฟา จนกระทั่งหนังจบ สองแฝดก็เริ่มเปิดปากถามขึ้นมา 

“ทำไมเขาโง่จังครับมัม” 

“นั่นสิฮะ ถ้าบอกรักกันแต่แรกก็จบแล้ว” 

ชาร์ลหัวเราะออกมาเบาๆ “ถ้าเขาบอกรักกันแต่แรกก็ end credit สิ จะมีอะไรให้หลานดูอีก” 

“ถ้ารักใครก็บอกเขาไปตรงๆ เลยสิฮะ ทำไมต้องทำอะไรให้ซับซ้อน” แฝดน้องขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ 

“อืมมม พอโตขึ้น ความรักมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดไงหลาน มีอีกหลายเรื่องให้หลานต้องคิด มีอีกหลายคนที่ลูกต้องแคร์” ชาร์ลตอบ 

“ทำไมล่ะครับ ผมนึกว่าความรักแค่รักกันก็พอซะอีก” แฝดคนพี่ถามบ้าง 

“จะว่าไงดี” ชาร์ลขมวดคิ้วอย่างนึกคำตอบ รมิดาเลยตอบแทน 

“เวลาหลานรักใคร หลานก็จะใส่ใจเขา แล้วพอใส่ใจใครสักคนเนี่ย หลานก็จะพยายามหาวิธีที่ทำให้เขามีความสุขมากที่สุด” 

“เหมือนตอนแกรนนี่บ่นว่าอยากกินปลา แล้วมื้อต่อไปก็มีปลามาตั้งบนโต๊ะ” 

“หรือแกรมป้ารู้ว่าแกรนนี่ชอบกินน่องไก่ แกรมป้าก็เลยกินแต่อกไก่ใช่ไหมฮะ” 

“ใช่แล้วจ้ะ” 

รมิดาตอบ สบตาสามีที่เกาจมูกอย่างเขินๆ ที่ถูกหลานดูออก แฝดทั้งสองเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง 

“เหมือนในหนัง พระเอกรู้ว่าบอกรักไป นางเอกก็ไม่มีความสุขเพราะนางเอกมีครอบครัวแล้ว ถึงจะไม่เต็มใจแต่ง แต่มันจะสร้างความเดือดร้อนให้นางเอกเปล่าๆ” 

“แต่ว่าถ้าเป็นดัสก์ ถ้ารู้ว่าเขารักดัสก์และไม่มีความสุขกับคนนั้น ยังไงดัสก์ก็จะไม่ยอมแพ้” 

“ดอว์นด้วย ถ้ายังรักกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องยอมแพ้ฮะ” 

รมิดายิ้มอย่างเอ็นดู “นอกจากนางเอกจะเป็นผู้หญิงคนนึงแล้ว นางเอกยังมีฐานะเป็นแม่ด้วย เขาก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกลูกตัวเองด้วย ถ้าเป็นหลานจะอยากให้แม่หย่ากับพ่อ แล้วคบกับคนอื่นหรือเปล่า” 

ทั้งสองคนหันมามองไอรดาพร้อมกัน ถึงตอนนี้แม่ของพวกเราจะไม่มีใครก็เถอะ 

“ถ้ามัมมีความสุขก็ไม่เป็นไรครับ” 

“แค่รักพวกเราเหมือนเดิมก็พอ เพราะพวกเราก็ใส่ใจมัม อยากให้มัมมีความสุข” 

สองคนหันมาตอบพร้อมกัน ไอรดาลูบหัวลูกทั้งสองคนด้วยสายตาเอ็นดู 

------------------------------------------------------ 

ยังไงดี ลูกชายเปิดทางให้แล้วน้า 

คอมเมนท์เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ <3 

ความคิดเห็น