facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 14 ลานสานรัก (ตอนนั้น) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 14 ลานสานรัก (ตอนนั้น) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2563 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 ลานสานรัก (ตอนนั้น) 100%
แบบอักษร

บทที่ 14 ลานสานรัก (ตอนนั้น) 100% 

 

“เฮ้อ แคลติดกันสองคาบ เรียนหกชั่วโมง เป็นอะไรที่นรกสุดๆ” เปมิกาบ่นขึ้นมา หัวกระเซอะกระเซิงออกมาจากห้องเรียน 

“นั่นสิ ยิ่งเรียนยิ่งหิว” ไอรดาลูบท้อง 

“ไปกินข้าวกันไหม” 

ไอรดายิ้มเผล่ไม่ทันพูดอะไร “นัดกับก้อนน้ำแข็งไว้สินะ” 

สายตาของเปมิกาไปปะทะกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใต้คณะ มองไกลๆ ยังเห็นเลย คนอะไรตัวสูงขนาดนั้น 

“ไปด้วยกันไหมล่ะ” 

ไอรดาเอ่ยชวน 

“ไม่เอาอ่ะ เหม็นความรัก” 

เปมิกาพูดอย่างหยอกล้อ เรียกรอยยิ้มขวยเขินจากเพื่อนสาว 

“งั้นไปก่อนนะ” พูดจบเธอก็วิ่งออกไปหาคนที่นั่งรออยู่ 

“ป่ะ ไปกินข้าวกัน” ลลิลดาและเจติยาที่ออกมาจากห้องน้ำ เดินมาสมทบกับเปมิกา 

“ไอล่ะ” ลลิลดาถามขึ้นเมื่อไม่เห็นเพื่อนอีกคน 

“นู่นนนนน” เปมิกายื่นปากไปทางตำแหน่งของคู่รักแห่งปีที่เดินจับมือกันออกไป 

“ใครว่าทินกรเย็นชา อยู่กับไอรดาเหมือนมีดอกไม้บานตลอดเวลา” 

ลลิลดาเอ่ยอย่างเอ็นดู 

“นั่นสิ เหมือนเขาดูละมุนขึ้นอย่างไงก็ไม่รู้เนอะ” 

“ไม่ใช่แค่ฝั่งชายหรอก เพื่อนเราก็เหมือนกัน มีคนไหนเขาทิ้งรถ BMW ของตัวเองไว้ที่คณะ แล้วไปซ้อน BMX แบบนั้นบ้าง” 

สายตาทั้งสามคู่มองไปที่ไอรดาที่ซ้อนจักรยานแฟนหนุ่มอย่างทุลักทุเล แล้วหัวเราะพร้อมกันออกมาเบาๆ 

 

ทั้งสองคนไปกินข้าวที่โรงอาหารกลางในมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ได้ปั่นจักรยานเล่นต่อ สำหรับไอรดาแล้วการได้ซ้อนจักรยานแฟนตอนเรียนมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นหนึ่งลิสต์ที่เธออยากทำ ได้แอบกอดเอวแฟนเนียนๆ ดีจะตายไป 

“ฟ้า ไอขอปั่นให้ฟ้าซ้อนบ้างได้ปะ” 

ไอรดากระตุกชายเสื้อชายหนุ่มที่กำลังปั่นจักรยานอยู่ เพราะหลายๆ ส่วนในมหาวิทยาลัยมีต้นไม้มากมายดูร่มรื่น ประกอบกับช่วงเย็นถึงจะมีแดดอ่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ร้อนสักเท่าไร ทำให้นักศึกษามากมายออกมาปั่นจักรยานรับลมเล่น ถึงทินกรจะใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักในการไปไหนมาไหนอยู่แล้วก็เถอะ ดูรักโลกและรักสุขภาพสมกับเรียนคณะแพทย์มาก 

“ปั่นไปเดี๋ยวก็ล้ม” ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวข้างหลังอย่างเย็นชาแกมเอ่ยเสียงดุ ไอรดาขี่จักรยานไม่ค่อยแข็งเท่าไร รอบที่แล้วขี่จักรยานแบบไม่มีคนซ้อนยังเบรกไม่อยู่ พุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ 

“นะ นะ นะ นะ” หญิงสาวอ้อนวอนแล้วถูหัวไปที่แผ่นหลังชายหนุ่มตามจังหวะคำพูด ทำให้จักรยานถึงกับเซไปขณะหนึ่ง ทินกรถอนหายใจอย่างยอมแพ้ รู้ดีว่าอย่างไรตัวเองก็ไม่มีทางเถียงชนะแฟนสาว 

ก่อนที่จะหยุดเพื่อจอดข้างทาง แล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายซ้อนแทน 

“เย้ ไปกันนนน” หญิงสาวตะโกนอย่างเริงร่า แล้วออกตัวถีบจักรยาน ถึงทินกรจะไม่หนักเท่าไร (เผลอๆ เอวน่าจะบางกว่าเธอด้วยซ้ำ) แต่ก็สูงเก้งก้างพอดู ทำให้เริ่มแรกเป็นไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย แต่พอปรับตัวได้จักรยานก็แล่นฉิวไปได้อย่างไม่มีอะไรติดขัด 

หญิงสาวปั่นจักรยานมายังสถานที่ที่หมายมั่นไว้ในใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นชมพูพันธุ์ทิพย์แข่งกันออกดอกสีชมพูสวยงาม ถนนเส้นนี้ มีชื่อเรียกในหมู่นักศึกษาว่า ลานสานรัก มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายปั่นจักรยานให้ผู้ชายซ้อนผ่านถนนเส้นนี้ตั้งแต่ต้นจนสุดปลายถนนได้ จะรักกันตลอดไป ตรงส่วนถนนนั้นไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไร แต่ตรงจุดสิ้นสุดเป็นสะพานที่มีความชันและยาวทั้งทางขึ้นและลง เรียกได้ว่าแค่ปั่นขึ้นไปบนสะพานได้ กล้ามขาก็คงขึ้นแน่นอน (ไม่รู้ว่าคนต้นเรื่องเป็นสาวถึกรึเปล่าถึงได้ทำแบบนี้ได้) 

หญิงสาวหายใจเข้าอย่างฮึกเหิม เมื่อมองเห็นสะพานอยู่แค่ข้างหน้านี่เอง ทินกรเองก็สังเกตเห็นเหมือนกัน คิ้วเข้มขมวดเข้าเล็กน้อย ชักรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าท่า 

“อย่าไปทางนั้นนะ” เขาเอ่ยปราม 

“อีกนิดเดียวเอง เขาบอกว่าถ้าปั่นลงสะพานนี้ได้ เราจะรักกันตลอดไป” 

หญิงสาวยังคงดื้อดึง แล้วเริ่มปั่นขึ้นสะพาน ทำเอาคนซ้อนต้องเตรียมเบรกขาไว้รอ จนในที่สุดเธอก็ปั่นขึ้นมาบนสะพานได้ เหลือเพียงลงสะพาน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ยังไม่ทันที่ทินกรจะหายใจทั่วท้อง คนปั่นก็ร้องวู้เรียกกำลังใจแล้วปั่นลงจากรวดเร็ว แต่ท่าทางคนเรียนวิศวะได้ฟิสิกส์เกรด D มาแล้วยังจะไม่เจียมตัว ด้วยแรงเร่งและความชันขนาดนั้นทำให้เบรกไม่อยู่พุ่งชนกองหินข้างล่างดังโครม 

“โอ๊ยยยยย” 

คนปั่นร้องออกมาอย่างเจ็บ จักรยานหงายล้มระเนระนาด คนซ้อนเองก็ล้มคว่ำแบบไม่เป็นท่า ดีที่เขาเอาตัวรองรับเธอได้ทัน ไม่งั้นบางคนคงบ่นเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหลายวัน 

“ผมบอกแล้วไง ว่าอย่า” ชายหนุ่มดุเสียงเข้ม ไอรดาเบะปากทำหน้าตาน่าสงสาร ฟังชายหนุ่มบ่นยาวเหยียด ทินกรลุกขึ้นแล้วสำรวจเนื้อตัวของหญิงสาวตรงหน้าจนแน่ใจว่าเธอไม่ได้มีแผลตรงไหนแล้วจึงได้ปล่อยมือ 

“แต่ไอก็ทำได้นี่” เธอบ่นอุบอิบ เขาจ้องเขม็งราวกับบอกว่า ยังอีก 

“จะไปเชื่อเรื่องงี่เง่าแบบนั้นทำไม คนจะรักกันเลิกกัน ใครคนอื่นเกี่ยวอะไรด้วย” เขาดุ แต่เหมือนฝ่ายตรงข้ามยังไม่สำนึก เธอยิ้มเผล่เอาใจ แล้วควักปากกาเคมีที่เสียบไว้บนเสื้อช้อปออกมา 

“ต้องทำหลักฐานไว้หน่อย” เธอดึงฝาปากกาออก แล้วเขียนตัวอักษรบนกองหินผิวเรียบเป็นที่ระลึกโดยทำเป็นไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามของชายหนุ่ม 

‘Fah & Ai’ 

ชายหนุ่มถอนหายใจเป็นรอบที่ล้านของวัน ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต เขาก็ห่างไกลคำว่าสงบสุขเข้าไปทุกที ถึงจะคิดอย่างนั้น แววตาชายหนุ่มก็ฉายแววอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว 

----------------------------------- 

พาร์ทมหาวิทยาลัยนี่ละมุนมากค่ะ ฮือ ส่วนพาร์ทปัจจุบันนั้น ... ใกล้จะละมุนแล้วค่ะ รออีกนิด ฮา 

ความคิดเห็น