facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 อาหารทะเล (ตอนนี้) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 11 อาหารทะเล (ตอนนี้) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2563 15:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 อาหารทะเล (ตอนนี้) 100%
แบบอักษร

บทที่ 11 อาหารทะเล (ตอนนี้) 100% 

“ฟ้า ไปส่งไอนะ พี่ให้พี่กายมารับพี่แล้ว” 

“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวไอให้คนขับรถมารับ” ไอรดารีบโบกมือปฏิเสธ ไปกับทินกร ดูท่าไม่ดีต่อใจเธอเท่าไร 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกหน่า อ้ะ กายมาพอดี” 

รถเบนซ์ SLK สีดำวาวขับมาเทียบ การินแฟนหนุ่มของเอมสิตาผู้เป็นคนขับกดกระจกลงเผยให้เห็นหน้าคมเข้ม ไอรดายกมือสวัสดี 

“ไปก่อนนะฟ้า ไอ วันหน้ามากินข้าวด้วยกันอีกนะ” 

“ได้ค่ะ” 

การินมองไอรดาสลับทินกรเหมือนจะพูดอะไร รอยยิ้มดูแปลกๆ แต่เอมสิตากลับรีบปิดกระจกหนีไปก่อนที่แฟนหนุ่มเธอจะเอ่ยปากแซวทินกร แล้วสุดท้ายทุกข์จะตกอยู่กับตัวการินเองนั่นแหละ เพราะคงได้ตีตั๋วไปทำงานต่างประเทศสองอาทิตย์ติด จนขอบตาดำมางานแต่งแน่ๆ ถือซะว่าเธอช่วยชีวิตละกัน จะตายยังไม่รู้ตัวอีก ฮึ่มมม 

ทินกรเดินนำไอรดาไปที่รถ เปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เธอขึ้นก่อน แล้วอ้อมมานั่งตรงที่คนขับ 

“ไปเดินเล่นกันก่อนไหม” 

ประโยคคำถามที่ดูเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าซะมากกว่า เพราะไม่ทันรอคำตอบทินกรก็ออกรถไปซะแล้ว ชายหนุ่มเปิดเพลงเพื่อทำลายความเงียบบนรถ เพลง something ของ the beatle ในท่วงทำนองที่คุ้นเคยดังขึ้นมา 

Somewhere in her smile she knows 

That I don't need no other lover 

Something in her style that shows me 

Don't want to leave her now 

You know I believe and how 

ทำนองช้าๆ ของเพลงทำให้ไอรดาตกอยู่ในห้วงความคิด เธอแอบเหลือบมามองคนขับ ทินกรในตอนนี้ใช่ว่าจะเหมือนกับคนที่เธอรู้จักเมื่อ 7 ปีก่อนซะทีเดียว ถึงหน้าจะเค้าโครงเดิม แต่แววตาชายหนุ่มดูจริงจังขึ้น ริมฝีปากบางยังคงเรียบเฉยดังเดิม มีต่อหนวดบางๆ ตรงปลายคาง และร่างกายดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ไม่ได้ผอมบางเหมือนนักศึกษาแพทย์คนนั้นแล้ว ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอจินตนาการภาพที่เขาโตขึ้น จนวันนี้ได้กลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง เป็นเหมือนกับฝัน 

“มีอะไรหรือเปล่า” 

ทินกรที่รู้สึกตัวว่าหญิงสาวมองเขานานเกินไปเหมือนมีเรื่องอะไรจะพูด จึงหันมาถาม ไอรดาที่ถูกจับได้ว่ามองเขาอยู่จึงกระแอมไอแก้เขินเบาๆ 

“เปล่า ฟ้ายังชอบฟัง the beatles เหรอ” 

“อืม ชอบเหมือนเดิม” 

เขาตอบถึงวงดนตรี แต่สายตากลับมองเธอเวลาตอบ ทำให้คนตั้งคำถามเสไปมองด้านนอกแทนที่จะตอบอะไรกลับ 

เธอไม่รู้ว่าตัวเองต้องตอบว่าอะไร 

ถึงมันยากจะยอมรับ แต่ว่าไม่ใช่ว่ามีเพียงเขาที่เปลี่ยนไป แต่ตัวเธอเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน 

อะไรอะไรมันไม่เหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็นแล้ว 

 

“ถึงแล้วเหรอ” 

“อืม” 

ไอรดาเปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินตามหลังของชายหนุ่มไปเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมที่พัดปะหน้าเธอแผ่วเบา เขามาเธอมายังริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอมองไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ เรือหลายลำแล่นผ่าน ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ 

ทินกรมองใบหน้าหญิงสาวตรงหน้า หลายปีที่ผ่านมาเขาเคยจินตนาการถึงเธอตอนโตหลายต่อหลายครั้ง แต่ภาพตรงหน้าเขาช่างดูเหมือนความฝันยิ่งกว่าความจริง แม้แต่ตอนนี้เขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อ ว่าเธอกลับมาแล้ว และมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ 

เขาเอื้อมมือแตะผมของเธอที่ปลิวเบาๆ ไปตามลม สัมผัสที่มือและกลิ่นหอมของเธอเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเธอตัวจริงๆ มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วจริงๆ 

7 ปีที่ไม่มีเธอ มันช่างยาวนานเหลือเกิน 

คุณไม่รู้หรอกว่าผมเฝ้ารอวันนี้มานานแค่ไหน 

สิ่งแรกที่คนอื่นสังเกตุได้จากเธออาจเป็นรูปร่างหน้าตาที่สวยขึ้น เพราะเป็นสิ่งแรกที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แต่สำหรับเขาสิ่งแรกที่ทำให้เธอแตกต่างจาก 7ปีที่แล้ว คือแววตาเศร้าๆ คู่นั้น 

“คุณสบายดี?” 

ถ้าไม่มีผมแล้วมีความสุข ทำไมถึงมีแววตาแบบนั้น? 

เมื่อก่อน คนที่ทำหน้าที่เป็นคนทำลายบรรยากาศเงียบเชียบ มักเป็นหญิงสาวเสมอ เพราะเขาเป็นคนพูดน้อย ทำให้การฟังเธอพูด เป็นสิ่งที่เป็นสีสันอย่างหนึ่งในชีวิตอันเงียบเชียบของเขา แต่ตอนนี้กลับกัน เธอกลับพูดน้อยลง จนคนพูดน้อยอย่างเขา ต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน 

ไอรดาทัดผมที่หูช้าๆ สายตาเหม่อมองท้องฟ้าที่ถูกย้อมเป็นสีส้ม ก่อนหันมามองคนถาม 

“สบายดีค่ะ คุณล่ะ” 

“อืม สบายดี” 

ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ทินกรมองไอรดาด้วยสายตาที่มีความหมายมากกว่านั้น ก่อนพูดออกมาเบาๆ 

“ถ้าคุณยังไม่มีใคร เรากลับมาคบกันได้ไหม” 

ดวงตาของไอรดาสั่นระริก บอกไม่ถูกว่าเธอกำลังเสียใจหรือดีใจกันแน่ 

“ฉันกลับมาคบกับคุณไม่ได้” เธอมองตาเขา พูดอีกประโยคมาอย่างเชื่องช้า “ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว ตัดใจเสียเถอะ” 

เธอตอนนี้ไม่มีอะไรที่เหมาะกับเขาเลย หนุ่มหน้าตาดี ดีกรีแพทย์อนาคตไกล เขาคู่ควรกับใครที่เหมาะสมว่าเธอ 

“ทำไม” เขาถามออกมาสั้นๆ 

“ฉันมีลูกแล้ว” 

เพราะรู้ว่าเขาไม่เชื่อใครง่ายๆ เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู 

ไอรดาบนเตียงในโรงพยาบาล อุ้มเด็กแฝดคนละข้าง หน้าตาดูอ่อนเพลียแต่ก็พยายามยิ้มกว้าง 

ทินกรตัวแข็งทื่อ มองหน้าหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา ปฏิกิริยาแบบนั้นทำเอาไอรดาหัวใจเจ็บหนึบ 

เธอรู้อยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ ใครกันจะไปรับได้ล่ะ 

“ถ้าแบบนั้น ไอกลับก่อนนะ” 

เธอหันหลังให้เขา 

“ลาก่อนนะฟ้า” 

คำบอกลาที่ค้างคาไว้ตั้งแต่เจ็ดปีที่แล้วได้พูดออกมา 

ไอรดาเดินจากไป ทิ้งให้ทินกรยืนอยู่ลำพัง 

แสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ย้อมตัวเขาเป็นสีส้ม ทำให้ภาพนั้นดูเศร้าสร้อยกว่าเดิม 

ความเจ็บปวดกระแทกอกชายหนุ่มอย่างจังจนไม่อาจจะเอ่ยมาเป็นคำพูดได้ 

พระอาทิตย์กำลังลาลับฟ้า 

 

“มาแล้วหรือทินกร” 

เสียงแหบของหญิงชราดังขึ้น ขณะที่แม่บ้านผลัดกันนำอาหารเย็นมาวางบนโต๊ะ คุณย่าทับทิม ผู้อาวุโสที่สุดของบ้านพัชรปราชญ์สกุลนั่งหัวโต๊ะ ซ้ายขวาของนางถัดมาด้วยจิรภาสลูกชายคนโตซึ่งเป็นประธานบริษัทและจิรภัทรลูกชายคนเล็กที่ผันตัวไปเป็นแพทย์ศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกที่มีฝีมืออันดับต้นๆ ของประเทศผู้เป็นพ่อของพิชญ์ 

ถัดจากจิรภาสเป็นอนาวิลลูกสาวคนโตของจิรภาส ส่วนทินกรนั่งถัดจากจิรภัทร 

ปกติแล้วทินกรจะอยู่ที่คอนโดไม่ค่อยได้มายุ่งกับที่บ้านมากนัก ทำให้คุณย่าต้องตั้งกฎให้ทุกคนมาทานอาหารด้วยกันทุกวันอาทิตย์ เพื่อหาเหตุผลในการเจอหน้าหลานชายที่เอาแค่หลบหน้าคนในครอบครัวบ้าง 

“วันนี้งานหนักหรือทินกร กินข้าวแล้วหรือยังลูก” คุณย่าเอ่ยถามทินกรเสียงอ่อนโยน เมื่อเห็นสีหน้าของหลานชายไม่สู้ดีนัก 

“กินมาแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบ 

“ถึงกินมาแล้วก็นั่งเป็นเพื่อนคนแก่คุยหน่อยเร็ว ช่วงนี้เหมือนเราไม่ค่อยได้กินข้าวด้วยกันบ่อยเท่าไรนัก” 

“ช่วงนี้มีงานผ่าตัดของวอร์ดเจ้าทินกรเยอะน่ะครับ เห็นว่าอาจารย์หมอฝ่ายนั้นเอ็นดูทินกรมาก เลยเรียกไปเรียนรู้งานนอกรอบบ่อยๆ” จิรภัทรตอบแทนหลานชายอย่างภาคภูมิใจ 

“ดีแล้วล่ะลูก อย่าลืมรักษาสุขภาพล่ะ ไหนจะต้องดูแลงานที่บริษัทอีก” คนเป็นย่ากำชับอย่างเป็นห่วง 

“ฉันบอกให้ออกมาทำงานบริษัทอย่างเดียวก็ไม่เชื่อ” จิรภาสกล่าวเสียงแข็ง 

“เอาหน่า ตาทินกรก็ทำได้ดีทั้งสองอย่างไม่ใช่หรือ พี่น่าจะภูมิใจนะมีลูกเก่งขนาดนี้” จิรภัทรปรามแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ 

จิรภาสมีลูกสาวสองคนและลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวสองคนเกิดจากภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะแต่งงานจิรภาสมีสาวคนรักซึ่งก็คือแม่ของทินกรที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เรียนอยู่ต่างประเทศ พอจิรภาสกลับมาก็ถูกบังคับแต่งงานกับอรัญญาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ 

แต่หลังจากแต่งงานเขาก็ยังไปยุ่งกับแม่ของทินกรจนมีทินกรขึ้นมา ซึ่งหลังจากเธอมารู้ทีหลังว่าจิรภาสแต่งงานแล้วก็อุ้มท้องหนีไป กว่าจิรภาสจะเจอทินกร แม่ของเขาก็ตรอมใจเสียชีวิตไปนานแล้ว ทำให้ทินกรไม่ค่อยลงรอยกับผู้เป็นพ่อเท่าไร และพยายามจะยืนอยู่ให้ได้ด้วยขาตัวเอง แต่โชคดีที่ทั้งคุณย่าหรือพี่สาวและน้องสาวต่างแม่ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจอะไร รวมถึงจิรภัทรซึ่งไม่ได้แต่งงานก็รักทินกรเหมือนลูกแท้ๆ ส่วนอรัญญาเองก็หมางเมินและไม่ได้เข้ามายุ่งด้วยสักเท่าไร 

“แล้วนี่ ตาคณินไม่มากินข้าวด้วยกันหรือลูก” คุณย่าทับทิมหันไปถามอนาวิลหลานสาวคนโต 

“วันนี้ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อย นัทเขาเลยอยู่เคลียร์น่ะค่ะคุณย่า” อนาวิลตอบ 

“ใกล้จะถึงวันแต่งงานของยัยเอมแล้วล่ะสิ ถึงได้งานยุ่งกัน” คนเป็นย่าพูดถึงหลานสาวอีกคนที่ไม่ได้มานั่งอยู่ที่นี่ 

“ฟ้าก็เหมือนกัน อย่ามัวทำแต่งานนะลูก รีบๆ หาแฟนสักที ย่าเองก็อยากอุ้มหลาน จะไปแต่งกับงานอีกคนแบบยัยเอมไม่ได้นะ” หญิงชราหันไปแซวทินกร แต่ค่อนแคะไปยังหลานสาวอีกคน 

“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ หลานชายแม่ไปไหน สาวก็มองตามเป็นแถบๆ” จิรภัทรหยอกล้อหลานชาย 

“นั่นสิคะ เวลาอันไปไหนกับฟ้านะ สาวๆ มองค้อนเป็นแถว” อนาวิลสำทับยิ้มๆ 

อนาวิลหลานคนโตของบ้านแต่งงานกับคณินแฟนหนุ่มไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพราะว่าเธอเคยประสบอุบัติเหตุทำให้ต้องตัดมดลูกทิ้ง เธอเลยมีลูกไม่ได้ ทำให้ภาระอยากอุ้มหลานของผู้อาวุโสตกมาที่หลานคนรองอย่างเอมสิตา แต่เอมสิตาเองก็ยังคงสนุกกับการทำงาน ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมมีลูกอย่างเด็ดขาด 

จะฝากความหวังไว้กับทินกร หลานชายคนเดียวของบ้าน แต่ดูท่าแล้ว อุปนิสัยเย็นชาของชายหนุ่ม คงต้องรออีกยาว หญิงชราคิดอย่างปลงๆ 

“จะคบอะไรใครก็ดูให้ดีๆ ละกัน” คนเป็นพ่อเตือนเสียงเรียบ 

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างไม่ใส่ใจ คนในบ้านที่ชินกับนิสัยเฉยเมยไม่ค่อยพูดของชายหนุ่มจึงไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก พลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา 

ทินกรขอตัวขึ้นไปบนห้องนอน ในใจยังคงคิดถึงหญิงสาวที่ปฏิเสธเขา 

ถ้าไม่ใช่เธอ เขาก็คงไม่มีวันแต่งกับใคร 

เขาไม่ได้อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่สายตาและหลายๆ อย่างที่เธอแสดงออก มันบ่งบอกว่าเธอยังรักเขาอยู่ทนโท่ 

ตราบใดที่เธอยังคงรักเขา … เขาไม่มีทางยอมแพ้ และเขาก็ไม่แคร์ว่าเธอมีใคร 

------------------------------ 

เจอคนคลั่งรักหนึ่งอัตรา 

มาดูสิว่าทินกรจะทำอย่างไรต่อไปค่ะ อิอิ 

ความคิดเห็น