facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 อาหารทะเล (ตอนนั้น) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 10 อาหารทะเล (ตอนนั้น) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2563 21:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 อาหารทะเล (ตอนนั้น) 100%
แบบอักษร

บทที่ 10 อาหารทะเล (ตอนนั้น) 100% 

 

“สวัสดีครับ” ทินกรยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อมแต่ดูแล้วเกร็งกว่าทุกที ไอรดาเห็นดังนั้นรีบมาเกี่ยวแขนแฟนหนุ่ม 

“แม่ห้ามแกล้งฟ้าด้วย เดี๋ยวเขาตกใจหนี ไอหาคนดีๆ แบบนี้ไม่ได้แล้วนะ” 

รมิดาส่ายหน้าเบาๆ เธอจะไปรังแกอะไรกัน ไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารเสียหน่อย 

ทั้งสามคนเดินเข้าสู่ร้านอาหาร ทินกรลอบสังเกตผู้เป็นมารดาของแฟนสาวอย่างละเอียด ทั้งสองคนมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันแต่แม่ของเธอไม่ได้ดูมีอายุเลยสักนิด กลับกันใบหน้าของเธอกลับดูอ่อนเยาว์ราวกับเป็นพี่สาวน้องสาวมากกว่าแม่กับลูก 

บางทีการจะดูว่าคนนั้นมีฐานะหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องมาจากเสื้อผ้าราคาแพงหรือข้าวของที่ใช้ แต่จากอากัปกิริยาหรือบุคลิก ท่าทางการเดินที่สง่างาม ก็สามารถบ่งบอกฐานะของคนๆ นั้นได้ แม่ของไอรดาเองก็เป็นแบบนั้น หลังเหยียดตรง เดินก้าวช้าๆ สง่างามแต่ไม่ถือตัว 

รมิดาดึงเก้าอี้นั่งตรงข้ามผู้เป็นลูกสาว ส่วนทินกรนั่งลงข้างๆ กับไอรดา ไอรดาเรียกพนักงานเสิร์ฟมาสั่งอาหารยาวเหยียด ไม่ต้องอาศัยการดูเมนูแม้แต่น้อย เพราะเป็นร้านประจำของครอบครัวเธอ 

“มัมเอาอะไรอีกไหมคะ” 

“สั่งไปเยอะซะขนาดนั้น ยังจะให้แม่สั่งอีกเหรอ” รมิดายิ้มเย้า ไอรดาหันมาถามแฟนหนุ่มข้างๆ “ฟ้าล่ะ” 

ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ เป็นการปฏิเสธด้วยเหตุผลเดียวกัน 

ไอรดาจึงพับเมนูเก็บคืนแก่พนักงานเสิร์ฟ แล้วหันมายิ้มแฉ่งให้คนทั้งสอง ใช้เวลาไม่นานนักอาหารก็มาเสิร์ฟ 

“วันนี้งานเยอะไหมคะ เหนื่อยไหมคะ” ไอรดาถามพลางตักกับข้าวในจานให้รมิดา 

“มีลูกสาวเอาใจแบบนี้ก็หายเหนื่อยแล้วแหละ” รมิดายิ้ม 

“ถ้าแบบนั้นก็กินเยอะๆ นะคะ” 

รมิดาหันไปมองชายหนุ่มข้างๆ ลูกสาวที่นั่งนิ่ง ไม่ค่อยกล้าขยับตัว เหมือนกับเกร็ง 

“เป็นไงบ้าง ลูกสาวแม่เลี้ยงยากไหม” 

“ไม่เลยครับ” ทินกรอย่างสุภาพ “แค่กินจุนิดหน่อย” 

คนเป็นผู้ใหญ่กว่าหัวเราะเบาๆ น่าจะไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง 

“ฟ้าอ่ะ” เธอทำปากงอนเหมือนเป็ด 

“เราเองก็อย่าไปเอาแต่ใจมากล่ะ” รมิดาหันไปพูดกับลูกสาว “เดี๋ยวฟ้าเขาตกใจหนี” 

“มัมอ่ะ” ปากเป็ดนั่นงอนเข้าไปอีก เรียกเสียงหัวเราะของทั้งสองคน 

“ขอโทษครับ ปูนึ่งครับ” พนักงานเสิร์ฟถือปูจานใหญ่ เข้ามาขัดจังหวะการคุยเสียก่อน ไอรดามองปูสีส้มน่ากินบนจาน น้ำลายสออย่างรวดเร็ว 

อาหารที่มากินวันนี้คือ ซีฟู้ด!!!! อาหารที่เธอชอบมากๆๆๆ ชอบที่สุด กินไม่มีวันเบื่อ กินได้เป็นกิโลๆ เลยทีเดียว 

ไอรดาหยิบปูมาวางไว้บนจานตัวเอง รมิดาเช็ดมือบนผ้าเช็ดมือเตรียมพร้อมไว้ เหลือบตามองลูกสาว ที่ดูแล้วไม่น่าจะแกะปูได้ สุดท้ายเธอน่าจะต้องเป็นฝ่ายทำให้อยู่ดีเหมือนอย่างที่เคย 

“โอ๊ย” ไม่ทันไร เสียงลูกสาวร้องเสียงดัง ทำปูบาดมือ 

รมิดาส่ายหัวเบาๆ ยังไม่ทันที่เธอจะเริ่มแกะปูให้ ชายหนุ่มที่นั่งเยื้องกันก็หยิบปูบนจานของ’ คนชอบกินแต่ไม่ชอบแกะ’ มาวางบนจานตัวเอง แล้วลงมือแกะอย่างเป็นธรรมชาติ 

“ฟ้าไม่ต้องแกะให้ไอก็ได้” เธอพูดเบาๆ อย่างเกรงใจ “มัวแกะให้ไอเดี๋ยวก็ไม่ได้กินหรอก” 

“ไม่เป็นไร ผมแพ้อาหารทะเล” เขาตอบเบาๆ 

“แล้วทำไมไม่บอก” ไอรดาโวยวาย อย่างนี้เธอก็อร่อยคนเดียวสิ 

“ไม่เป็นไร มีหลายอย่างที่ผมกินได้” เขาวางเนื้อปูจนจานเธอ ตามด้วยแกะกุ้งตัวใหญ่ “ไอกินให้อร่อยเถอะ” 

“ทีหลังไม่กินปูละนะ” เธอทำหน้ามุ่ย เขากินไม่ได้แบบนี้ ก็เหมือนเธอมีความสุขอยู่คนเดียว 

“ผมก็กินอย่างอื่นได้ไง อย่างผัดผัก คนละครึ่งทาง” เขาตอบ วางกุ้งใส่จานเธอ เธอจึงตัดผัดผักใส่จานเขาบ้าง 

“ฟ้าก็กินบ้าง อย่ามัวแกะให้เรา อ่ะ อ้ามมมม” เธอตักใส่ช้อน ก่อนยื่นไปข้างหน้าชายหนุ่ม เขามองตอบอย่างดุๆ ไม่ยอมกิน เหลือบตามองรมิดาที่ยิ้มอย่างเอ็นดูด้วยความเกรงใจ จนไอรดายอมแพ้และวางลงที่เดิม 

“ไอชอบกินปูม๊ากกกก” เธอพูด 

“แต่ตอนนี้ชอบคนแกะปูมากกว่า” เธอทำตาเป็นประกายใส่ 

“แม่แกะปูมาให้ทั้งชีวิต ไม่เห็นชอบแม่บ้างเลย” รมิดาเอ่ยปากแซว 

“ไม่จริงเลย ไอรักมัมที่ซู้ดดดดด” ไอรดายิ้มกว้าง 

ทินกรมองแม่และลูกที่หยอกกัน แอบยิ้มเบาๆ กับตัวเอง แล้วแกะทั้งปูและกุ้งจนหมดจาน มื้อนั้นก็จบลงที่เปลือกปูและกุ้งเต็มฝั่งชายหนุ่ม ส่วนเนื้อของมันทั้งหมดก็ลงไปในท้องคนที่นั่งข้าง 

รมิดามองภาพตรงหน้า 

เผลอแป๊บเดียวลูกสาวเธอก็เธอเฝ้าดูแล คอยฟูมฟักก็โตขนาดนี้แล้ว 

เธอรู้ดีว่าสักวันหนึ่งลูกสาวเธอคงมีคนอื่นๆ มาดูแลต่อ แม้เวลานี้จะมาถึงรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัวก็ตาม 

แม้ทั้งสองคนตรงหน้าเธอจะเพิ่งคบกัน แต่จากสายตาผู้ที่ผ่านโลกพอสมควรอย่างเธอก็พอรู้ได้ว่า สายตาของชายหนุ่มที่มองลูกสาวเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักแค่ไหน ซึ่งแสดงออกมาเป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอย่างธรรมชาติ 

ตั้งแต่เดินเข้ามา เมื่อนั่งบนโต๊ะเรียบร้อย ชายหนุ่มขยับแก้วของหญิงสาวให้พ้นปลายโต๊ะ เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวเป็นคนซุ่มซ่ามแค่ไหน จากนั้นก็พับแขนเสื้อให้ลูกสาวเธอก่อนกินข้าว หรือแม้แต่คอยจับผมที่ปรกแก้มไปไว้ด้านหลังให้พ้นจากจานอาหาร 

ใครหลายคนอาจจะมองว่าความรักสามารถวัดได้จากการกระทำที่ยิ่งใหญ่หรือของราคาแพง แต่ส่วนตัวแล้วเธอเชื่อว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ นั้นกลับสะท้อนถึงความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้อีกคนได้ดียิ่งกว่า เพราะมันต้องอาศัยการสังเกตและเอาใจใส่อย่างละเอียด ไม่ใส่สิ่งที่จะเลียนแบบได้ในวันหรือสองวัน 

เธอเคยกังวลมาตลอดว่าผู้ที่จะมาเป็นคนรักของลูกสาวเธอจะเป็นคนเช่นไร เพราะด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านที่ถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหินท่ามกลางเหล่าพี่ชายที่ห่วงจนเกินไป ทำให้ไอรดาเติบโตมาเป็นคนมองโลกในแง่ดีจนบางครั้งก็กลัวว่าจะไม่ทันคนอื่น แต่สำหรับผู้ชายที่นั่งข้างๆ ลูกสาวเธอตอนนี้ เธอก็วางใจได้เปลาะหนึ่งว่าสามารถดูแลลูกสาวเธอได้ 

ด่านแรกอย่างเธอ ถือว่าชายหนุ่มสอบผ่าน และตัวเธอคงเป็นด่านที่ง่ายที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ไอรดารีบนำแฟนหนุ่มมาให้เธอรู้จัก เพราะด่านอื่นๆ ที่เหลือนั้น … 

คิดถึงลูกชายหัวแข็งทั้งหลายแล้ว รมิดาก็ลอบถอนหายใจ 

ท่าทางจะยังอีกยาวไกล … 

ความคิดเห็น