Hanabidou
facebook-icon

Good Things take time

ชื่อตอน : Chapter 17

คำค้น : Hanabidou, คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว, ฟีลกู๊ด, เด็ก, ครอบครัว, วาย, BL, ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 781

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 17
แบบอักษร

17

             “มิสุเอะ เห็นทะลไหมลูก นั่นไงทะเล”  

             มุคาเอดะเอามือชี้ให้ดูหาดทรายที่เต็มไปด้วยผู้คน เสียงคลื่นกระทบฝั่ง และผิวน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตาภายใต้ฟ้าสีครามที่อยู่อีกฝั่งของถนน จากสระว่ายน้ำชั้นบนของโรงแรมที่ยื่นออกไปยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีร้านขายของน่ากินเรียงราย ดูยังไงก็น่าสนุกกว่าสระกลางแจ้งแสนสงบในโรงแรม ที่มีแต่ลุงป้าไม่ถึงสิบคนและพวกเขาเท่านั้น

             “ไม่เอา มิสุเอะจังจะเล่นที่นี่”

             มุคาเอดะยิ้มอ่อนใจ ก็คิดอยู่หรอกว่าการพาเด็กมาทะเลครั้งแรกอาจ จะต้องเจอกับอะไรแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าลูกสาวจะถึงขนาดไม่ยอมก้าวออกจากโรงแรมไปเหยียบหาดทรายเลย พอได้ลงสระว่ายน้ำของโรงแรมแล้วก็อยู่แต่ไอ้สระเด็กนี่ตลอด เขาก็เลยต้องมานั่งขอบสระเอาขาแช่สระผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ไปพลาง ตาก็มองเด็กน้อยใส่ห่วงยางลายพิ้งค์กี้พิ้งค์เดินไปมาในสระเด็กที่มีน้ำอยู่ไม่ถึงเข่า แผ่นหลังเกรียมจะแย่อยู่แล้ว

             “โทโอรุ”

             มุคาเอดะมองโอโตนามิที่โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นตอนผมเปียกหรือตอนแผ่นอกแน่นๆ หุ่นอย่างนักกีฬานั่นเปียกน้ำ แต่พอเป็นสถานที่สาธารณะแล้วยังโผล่ขึ้นมาเรียกชื่อแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอย่างนี้ ก็อดทำหน้าตกใจไม่ได้

             “อะไร?” โอโตนามิยิ้มถามอย่างมีเลศนัย เพราะมุคาเอดะเป็นคนผิวขาว ถ้าหน้าแดงขึ้นมาก็เปลี่ยนสีไปถึงใบหู “นายกำลังคิดอะไรอกุศลอยู่เหรอ?”

             “ตกใจที่อยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาต่างหาก”

             “ลงมาด้วยกันสิ” ไม่ชวนเปล่า มือยังดึงแขนคนนั่งขอบสระที่ยังตั้งตัวไม่ทันตามลงไปในน้ำดังตูม มุคาเอดะดำลงไปในน้ำ ดีดตัวขึ้นมาสะบัดผมสั้นสีดำทำหน้าตำหนิ แต่ก็ดูชื่นใจกับความเย็นฉ่ำของน้ำในสระ

             “ผมตัวเปียกไปก็ไม่ใช่ฉากเซอร์วิสใครหรอกนะ”

             “อ้อ... นี่นายมองฉันเป็นฉากเซอร์วิส?”

             “!!”

             เพราะหน้าแดงขึ้นมาอีกรอบ โอโตนามิก็เลยหัวเราะ หันไปมองเด็กน้อยแล้วถามต่อ

             “มิสุเอะจังยังไม่ยอมไปลงทะเลอีกเหรอ?”

             “ไม่ไปครับ ถามหลายรอบแล้ว จะอยู่แต่ที่นี่”

             คนฟังอดขำไม่ได้ เอียงตัวไปเกาะขอบสระเด็กแล้วยื่นมือไปดึงห่วงยางให้เข้ามาใกล้ๆ เด็กหญิงทำหน้างอที่ถูกก่อกวน มือขาพุ้ยน้ำพัลวัน จะหนีแต่ไปไหนไม่ได้เพราะโดนดึงไว้

             “ไปสระผู้ใหญ่กับคุณชินมั้ย แล้วอะไรเนี่ย มิสุเอะจังต้องใส่เสื้อคลุมอะไรด้วยเหรอ?”

             “ปะป๊าไม่ให้ถอดง่ะ”

             “ข้างในมันเป็นบิกินี่น่ะครับ” มุคาเอดะตอบแทน โอโตนามิหันมองหน้าคนตอบที่ดูจริงจัง ขำพรืด

             “มิสุเอะจังเพิ่งหกขวบนะ”

             “มันเห็นผิวเยอะนะ แล้วนี่ก็เด็กผู้หญิง”

             “คุณพ่อขี้หวงเอ๊ย ตอนมัธยมจะทำยังไงฮึ?” โอโตนามิขำไม่หยุด ลากเด็กน้อยออกมาจากสระเด็ก มิสุเอะส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด แต่ก็ดูสนุกที่ถูกดึงให้มาอยู่ในเขตน้ำลึก ตีขาไปมาตอนที่ชายหนุ่มดันให้ออกไปกลางสระ “เกาะไว้นะยัยหนู”

             มุคาเอดะมองตามเสียงลูกสาวร้องกรี๊ดกร๊าดสนุกสนาน ได้แต่สงสัยว่าคงจะเป็นหนึ่งในนโยบายพาเด็กปล่อยพลังของโอโตนามิก็เลยไม่ได้พูดอะไร แต่เพราะแผ่นหลังร้อนจากแดดเผาเมื่อครู่ก็เลยเท้าตัวขึ้นจากขอบสระเดินกลับไปยังโต๊ะเก้าอี้ริมสระที่วางของใช้ส่วนตัวอยู่ เช็ดตัวแล้วก็ทิ้งตัวนอนลงบนเก้าอี้พลาสติกใต้ร่มเงาแดด

             ยกมือถือขึ้นมากด แล้วค่อยนิ่งไปเพราะเห็นรูปที่โอโตนามิโพสต์ในไอดีอินสตราแกรมแทบจะเหมือนของตัวเองเป๊ะๆ จนไม่รู้ว่าใครก็อปใคร... แถมยังมีคนกดหัวใจใส่คอมเม้นต์แซวกันเพียบ เดี๋ยวๆๆ

             มุคาเอดะกระตุกตัวขึ้นมานั่งตาเหลือก ลองเปลี่ยนไปเปิดไอดี SNS อีกอย่าง ก็พบโอโตนามิเซ็ทสถานะตัวเองใหม่เรียบร้อยพร้อมส่งคำขอยืนยันความสัมพันธ์มาที่ไอดีตัวเองด้วย หรือนี่คือที่บอกว่าจะปล่อยข้อมูลพรอมแพรม ว่าไม่โสด?? นี่มันไม่พรอมแพรมแล้ววววว ต้องการอะไร?

             นิ้วกดปฏิเสธคำขอยืนยันเงียบๆ แล้วก็สะดุ้งเพราะหยดน้ำเย็นเจี๊ยบที่หยดโดนขา มุคาเอดะเงยหน้า เห็นเจ้าของไอดีที่ตัวเองกำลังดูอยู่ยืนตัวเปียกโชก มือหนึ่งจูงเด็กหญิง มือหนึ่งถือไอ้ห่วงยางลายพิ้งค์กี้พิงค์โคตรจะชมพู ส่วนเขาก็กดปิดมือถือแทบไม่ทัน

             “มิสุเอะยอมไปทะเลแล้ว ลงไปที่ชายหาดกันนิดนึงไหม?”

             “ครับ...” มุคาเอดะยื่นผ้าเช็ดตัวให้ เก็บของใส่กระเป๋าตัวเองกับของลูกสาวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เล่นหาดทราย ไม่รู้ว่าโอโตนามิไปพูดอิท่าไหน แต่ยังดีที่มิสุเอะยอมไป เพราะเซ็ทของเล่นพวกนี้ก็เพิ่งซื้อมาใหม่ (โอโตนามิน่ะนะ) นึกว่าจะไม่ได้ใช้เสียแล้ว

             มุคาเอดะเปลี่ยนมาเป็นคนจูงบุตรสาวที่กระโดดโลดเต้นคึกคักไปจนถึงจุดข้ามถนน พอพ้นจากเขตร้านค้าริมฝั่ง เด็กหญิงที่ตอนแรกดูกลัวๆ ก็ดูจะกล้าหาญขึ้นมาบ้าง เพราะเห็นเด็กวัยพอๆ กันไปจนถึงประถมส่งเสียงหัวเราะ กรี๊ดกร๊าดเล่นน้ำทะเลกันน่าสนุก แต่พอโอโตนามิพาเดินลงไปบ้างก็ไปได้ไกลสุดแค่นั่งจ๋องในกองทรายตรงที่มีน้ำทะเลถึงแค่ข้อเท้า เขาก็ต้องมานั่งปักหลักเอาหลังตากแดดอีกแล้ว แต่ก็น่าจะคุ้มเพราะแค่คลื่นซัดเข้าหา มิสุเอะก็หัวเราะร่า ไม่ต้องบอกว่าตอนโอโตนามินั่งเอาน้ำตักถังราดใส่แผ่นหลังจะหัวเราะเอิ๊กอ๊ากขนาดไหน

             มุคาเอดะเอาที่ตักทรายขุดทรายขึ้นมากองสูงๆ ให้เล่น มิสุเอะขยำทรายเปียก ดูสนใจที่โอโตนามิปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วก็ยื่นให้ดู

             “อ๊ะ รุ่นพี่มุคาเอดะใช่ไหมครับนั่น?”

             พอถูกเรียก มุคาเอดะก็หันมอง ทำหน้าแปลกใจที่เห็นรุ่นน้องแผนกเดียวกับนาคากุจิคนคุ้นหน้า ที่จะไม่คุ้นก็คือชายหนุ่มอยู่ในชุดว่ายน้ำสีสดใสลายอะโลฮ่า ท่ามกลางกลุ่มชายหญิงวัยพอๆ กันที่ดูเฮฮาเหมือนพวกมานัดเดทกันเป็นกลุ่ม ถึงจะรู้ว่ารุ่นน้องคนนี้เป็นประเภทลั้ลลาปาร์ตี้ (ไอ้แผนกนี้มันมีแต่คนแบบนี้เรอะ) แต่นายเป็นคนใส่ชุดว่ายน้ำสีแจงแวงขนาดนี้เลยเหรอ... คุวาบาระ 

             “นายก็มาเที่ยวทะเลเหมือนกันเหรอ เอ่อ...” มองหน้ากลุ่มเพื่อนอีกที มั่นใจว่าไม่ใช่คนที่บริษัท

             “ใช่ครับรุ่นพี่ งานนัดบอดคราวนี้จัดที่ทะเลน่ะครับ มาค้างคืนกันด้วย คืนนี้จะมีปาร์ตี้ รุ่นพี่มุคาเอดะมาร่วมด้วยไหมครับ?” รุ่นน้องสายตรงของนาคากุจิยิ้มยิงฟัน คนอื่นในกลุ่มฮือฮาโดยเฉพาะสาวๆ ที่เห็นคนรู้จักของคุวาบาระเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีขนาดนี้ โอโตนามิก็เลยเงยหน้าขึ้นมามองนิดหน่อย

             “ฉันก็มากับเพื่อนเหมือนกันน่ะ” มุคาเอดะตอบ ชะเง้อมองสมาชิกในกลุ่ม “ยะจิมะล่ะ? คราวนี้ไม่ได้มาด้วยเหรอ?”

             “คราวนี้? ยะจิมะน่ะเหรอครับ?”

             “ก็นายชอบลากยะจิมะไปงานนัดบอดตลอดเลยไม่ใช่หรือไง คราวนี้หมอนั่นไม่ได้มาด้วยเหรอ?”

             “โหย อย่าพูดให้ผมเสียอย่างนั้นสิครับ” คุวาบาระทำเสียงตัดพ้อ “ก็ชวนมันทุกครั้งแหละ แต่หมอนั่นเคยมาร่วมงานแบบนี้ที่ไหน ไม่เคยมาซักกะครั้งเดียว”

             มุคาเอดะทำตาปริบๆ

             “ไม่เคยไป...? แต่ยะจิมะบอกฉันกับนาคากุจิประจำเลยนะว่ามีงานโกกงต้องไปกับนายน่ะ”

             “จิงดิ เอ๊ย จริงเหรอครับ สงสัยอยากทำตัวให้พวกรุ่นพี่เห็นว่าสุขสันต์หรรษากับชีวิตซาลารี่แมนมั้งครับ หมอนั่นมีคนที่ชอบอยู่แล้วนะครับ ไม่มางานแบบนี้หรอก”

             “เอ๊ะ?” มุคาเอดะทำหน้างงจริง “ยะจิมะมีแฟนแล้วเหรอ?”

             “เปล่าครับเปล่า เป็นแค่คนที่ชอบ แบบชอบเขาข้างเดียวไรงี้อะครับ หมอนั่นมันเป็นคนซีเรียสกว่าที่คิดนะครับ แต่ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงนะ ตอนผมไปจีบมันตอบแบบนั้นอะครับ ก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็คบกันไปก่อนก็ได้ มันทำหน้ายักษ์ใส่เฉยเลย”

             มุคาเอดะทำหน้าอึ้ง ไม่รู้จะตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ยะจิมะมีคนที่ชอบ... เรื่องที่หมอนี่ไปจีบ... หรือเรื่องที่เอามาเล่าแล้วยังมีหน้ามาหัวเราะหน้าตาเฉย

             “...แล้วนายชอบยะจิมะเหรอ?”

             “อ๋อ ไม่เชิงอะครับ ได้หมด รุ่นพี่มุคาเอดะก็ได้นะครับ ถ้ารุ่นพี่ยอมคบด้วย ผมยอมลบเบอร์สาวๆ ในคอลเลคชั่นออกจากมือถือให้หมดเลย”

             มุคาเอดะส่งยิ้มอ่อน เหล่มองโอโตนามิที่นั่งจ้อง ...พูดเล่น น้องเขาพูดเล่น ไม่เห็นต้องมองแรงขนาดนั้น 

             แต่ไอ้น้องนี่ก็ใช่ย่อย อย่าว่าแต่จะสำนึก

             “นี่ๆ ถ้ารุ่นพี่สนใจเรื่องของยะจิมะขนาดนั้น ผมจะบอกความลับของมันให้ก็ได้” คุวาบาระทำหน้าเจ้าเล่ห์ เอามือป้องปาก ลดเสียงลงเหมือนจะกระซิบ แต่ขนาดโอโตนามินั่งอยู่ต่ำกว่าก็ยังได้ยินชัด

             “คนที่ยะจิมะชอบก็อยู่ในบริษัทเรานี่แหละครับรุ่นพี่”

             บอกขำๆ มองหน้าเหวอของมุคาเอดะแล้วหันไปตอบเสียงเพื่อนเรียก ตอนแรกเหมือนอยากจะเม้าท์ต่อแต่จำใจต้องไปต่อกับกลุ่ม เลยหันมาโบกมือให้

             “ไปก่อนนะครับ อ๊ะ อย่าไปบอกยะจิมะนะว่าผมบอกความลับเรื่องนี้ให้รุ่นพี่ฟังน่ะ มันยิ่งไม่อยากให้เจ้าตัวเขารู้อยู่ ฮะๆๆ”

             มุคาเอดะยืนคิดอะไรเงียบๆ จนโอโตนามิต้องยื่นมือไปกระตุกแขนลงมาให้นั่ง

             “มีอะไรหรือเปล่า?”

             “เปล่าหรอกครับ... แค่สงสัยอะไรนิดหน่อย” มุคาเอดะตอบ มองลูกสาวที่ยังนั่งโกยกองทรายเล่นอยู่ “กำลังคิดว่าทำไมยะจิมะจะต้องโกหกพวกผมเรื่องไปนัดบอดอะไรนี่ด้วย... มันก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพขนาดนั้นว่าตัวเองไปร่วมงานแบบนี้ประจำเสียหน่อย อยากให้คิดว่าตัวเองสนใจเรื่องพวกนี้? หรืออยากให้พวกเรารุ่นพี่สบายใจว่ากำลังมุ่งมั่นหาแฟนสร้างครอบครัว...?”

             “เห~ ไม่ใช่ว่าอยากให้ใครบางคนหึงอะไรอย่างนี้เหรอ?”

             “เอ๊ะ?”

             มุคาเอดะขมวดคิ้วเข้าหากัน เงยหน้ามองทันที

             “ก็ถ้าพูดขึ้นมาบ่อยๆ ว่าจะไปงานแบบนี้ แต่เอาจริงๆ ไม่ได้ไป มันก็มีเหตุผลอยู่แค่ไม่กี่อย่างไม่ใช่เหรอ” โอโตนามิพูดต่อ “น่าจะพูดไปอย่างนั้นเพราะอยากให้คนฟังหึง”

             “จะมีใครหึงละครับ ก็มีแต่ผมกับนาคากุจิ... ไม่เห็นเคยพูดเรื่องนี้ต่อหน้าพวกสาวๆ ในบริษัทเลย หรือถ้าจะให้พูดจริงๆ ยะจิมะก็ไม่มีเพื่อนผู้หญิงในบริษัทที่สนิทหรือดูว่าสนใจใครเป็นพิเศษ”

             “ก็ไปจำกัดว่าต้องเป็นผู้หญิงเองหรือเปล่าล่ะ” โอโตนามิหัวเราะ จริงๆ ก็เหมือนพูดเล่น แต่ทำคนฟังสะอึกไปนิดๆ จำได้ว่าตัวเองก็เคยพูดแบบนี้... แถมตอนที่พูด ก็เป็นในงานบาร์บิคิว ตอนที่อยู่ต่อหน้ารุ่นน้องคนนั้น

             ปฏิกิริยาตอนนั้นก็...

             เขาไม่ทันมองสีหน้ายะจิมะตอนที่พูดเรื่องนั้น แต่ทันได้ยินเสียงหัวเราะกับเห็นสายตาที่หลบลงตอนที่นาคากุจิทะลึ่งเข้ามากอดเขา ตอนนั้นเขาก็กำลังมีปัญหาของตัวเอง เลยไม่เหลือปัญญาพอจะทำให้มันเป็นเรื่องขบขัน หลังจากที่เขาหายไปจากโต๊ะ (และเกิดเรื่องนี่นั่นโน่นมากมาย) กลับไปอีกทีก็เห็นหมอนั่นพูดจาน้อยลง นั่งดื่มเงียบๆ จนเขาคิดว่าอาจจะใกล้เมาแล้ว แต่นาคากุจิยังพูดมากเหมือนเดิม เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

             “นี่”

             มุคาเอดะสะดุ้งกับเสียงโอโตนามิเรียก

             “อย่าบอกนะว่าคนตามสตอล์กนายที่นาคากุจิพูดถึงน่ะ...?”

             “...ไม่น่าจะใช่ครับ” มุคาเอดะบอกไม่ถูกว่าอะไรทำให้คิดแบบนั้นแล้วปฏิเสธได้ในทันที “ยะจิมะไม่สตอล์กผมแน่นอน”

             “ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนฮึ?”

             “นาคากุจิน่าจะเข้าใจอะไรผิด...”

             โอโตนามิมองมุคาเอดะเงียบๆ หันไปช้อนรักแร้เด็กหญิงที่กรี๊ดกร๊าดกับการโดนทรายดูดลงไปตามจังหวะคลื่นซัดขึ้นมาอุ้ม

             “พามิสุเอะกลับไปพักดีกว่า จะได้ไปหาข้าวเย็นกินด้วย” ชวนให้กลับโรงแรมเพราะอยู่ข้างนอกนานหลายชั่วโมงแล้ว

             มุคาเอดะพยักหน้า ลุกขึ้นเก็บของเล่นในขณะที่โอโตนามิเดินพาเด็กหญิงลงไปล้างตัวในน้ำทะเล ตัดสินใจเลิกคิดเรื่องรุ่นน้อง กางผ้าเช็ดตัวรับลูกสาวกลับมาอุ้ม ก่อนจะเดินกลับที่พักกัน

             

             มุคาเอดะเดินออกจากห้องอาบน้ำ เอาผ้าขนหนูซับเส้นผมเปียกพลางเอาอีกมือกระพือคอเสื้อยืดใส่นอนรับแอร์เย็นๆ ในห้องพัก ตอนเดินออกมาก็เห็นเด็กหญิงที่นอนเตียงเสริมนอนหลับปิดดวงตาไปแล้ว โอโตนามินอนคว่ำอยู่บนเตียงเดี่ยวอีกเตียง พาเด็กนอนได้รวดเร็วสมกับที่คุยโม้ไว้เมื่อตอนกลางวัน ที่ไม่เหมือนก็คือตัวเองก็นอนหลับไปแล้วเรียบร้อยด้วย เห็นแล้วก็อดลอบยิ้มไม่ได้ บอกแล้วใช่ไหมล่ะว่าการพยายามเอาเด็กไปปล่อยพลังทั้งวันน่ะมันสุดโหดขนาดไหน แล้วจะทำยังไงกับพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับพวกกับแกล้มที่ซื้อมาจะนั่งดื่มด้วยกันหลังมิสุเอะหลับแล้วน่ะเฮอะ...

             เดินไปหย่อนตัวลงข้างเตียง ชะโงกหน้าดูดวงตาของโอโตนามิที่ปิดสนิท ดึงฝากระป๋องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสองุ่นเปิดดังฟู่แล้วจิบเบาๆ จะเปิดทีวีดูก็ไม่กล้า เพราะทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ก็หลับไปแล้วทั้งคู่ เลยได้แต่มองอย่างชั่งใจว่าจะปลุกชายหนุ่มดีหรือไม่...

             จริงๆ จุดประสงค์ของการมาทะเลครั้งนี้ก็เพื่อมิสุเอะอยู่แล้ว โอโตนามิเองก็น่าจะเหนื่อยไม่น้อย ไหนจะขับรถทั้งวัน เล่นสระว่ายน้ำ ไปนั่งขุดทรายริมทะเล แล้วยังไปเดินหาของกินกันอีก... ไม่เหนื่อยก็บ้าแล้ว พรุ่งนี้ต้องขับรถกลับก็ควรจะปล่อยให้นอนยาวๆ ถึงเช้า แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่ปลุกจะงอนไหม... ตอนตื่นมาจะโวยวายอะไรหรือเปล่า? ไม่รู้ว่าเจ้าตัวคาดหวังกับการมาเที่ยวครั้งนี้แค่ไหน? แต่ก็น่าจะไม่หรอกมั้ง เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีเด็กมาด้วย มันก็ต้องประมาณนี้อยู่แล้วนี่

             มุคาเอดะจิบเครื่องดื่มคนเดียวต่อ แล้วก็อดนึกถึงเรื่องรุ่นน้องตัวเองขึ้นมาอีกไม่ได้จนต้องหยิบมือถือมาเปิด มองข้อความที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยอีกครั้ง ใจหนึ่งก็อยากจะส่งเมสเสจไปถามตรงๆ แต่อีกใจก็คิดว่ายังไงพรุ่งนี้ก็นัดเจออยู่แล้ว ไว้ค่อยคุยต่อหน้ากับเจ้าตัวก็แล้วกัน

             ตัดสินใจวางทั้งมือถือทั้งกระป๋องเครื่องดื่มลงกับโต๊ะ กลับไปเท้าแขนลงกับเตียงที่มีชายหนุ่มอีกคนนอนอยู่ ก้มหน้าลงไปใกล้จนริมฝีปากเกือบแตะริมฝีปากของโอโตนามิที่นอนหลับอยู่ แต่สายตาดันเหลือบไปทางเตียงเด็กก่อนที่ริมฝีปากจะแตะแล้วก็หยุดกึก เพราะเห็นเด็กหญิงนอนลืมตาแป๋ว กำลังจ้องมาทางนี้

             “!!!”

             ช็อคเหงื่อแตกจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนคนบนเตียงที่นอนหลับอยู่จะส่งเสียงงึมงำ ยกแขนขึ้นมาดึงเขาลงไปกอดเองเหมือนคนละเมอ แล้วพลิกตัวเอาหลังบังให้

             มุคาเอดะส่งเสียงอู้อี้ ไม่รู้ควรจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดและขาที่ก่ายนี่หรือจะยังไง ไอ้แววตาใสปิ๊งๆ ของเด็กน้อยที่ลืมตาดูอยู่เมื่อครู่ก็ยังติดตา เหงื่อแตก ไม่กล้าส่งเสียงหายใจเพิ่ม

             “ชู่ว อยู่นิ่งๆ” เสียงต่ำกระซิบเบาๆ จากเหนือศีรษะ ลมหายใจเป่ารดเส้นผมที่ยังเปียกน้ำและมีกลิ่นแชมพูของเขา มุคาเอดะเกร็งตัวนิ่ง เงียบจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้นทั้งของตัวเองและโอโตนามิ จนกระทั่งในห้องมีเสียงลมหายใจน้อยๆ ปนกับเสียงแอร์ โอโตนามิค่อยคลายมือออก ถามเบาๆ

             “มิสุเอะจังหลับหรือยัง?”

             มุคาเอดะเลื่อนศีรษะขึ้นให้พ้นจากแผ่นอกทีละนิด ค่อยเห็นลูกสาวนอนหลับปิดดวงตาสนิทไปแล้ว คราวนี้ส่งเสียงกรนเบาๆ จนคนมองเผลอผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

             “น่าจะ... หลับแล้วครับ” พอเห็นภาพนั้นแล้วก็เริ่มขยับตัวได้ แต่กลายเป็นอีกฝ่ายยังไม่ปล่อย ดึงตัวลงไปกอดอีกรอบ

             “...คุณชินยังไม่หลับหรอกเหรอ?” มุคาเอดะงงจนต้องถาม

             “จะหลับได้ยังไง นายนัดอะไรฉันไว้ อย่าบอกนะว่าลืม?”

             “มะ...ไม่ได้นัด...” คนฟังดื่มแอลกอฮอล์ไปแค่ไม่กี่อึก แต่แก้มฉาบสีแดงขึ้นมาเล็กๆ “แล้วก็นึกว่าคุณชินน่าจะเหนื่อยจนนอนไปแล้ว ไม่เหนื่อยหรือไงครับ? ใช้พลังไปกับมิสุเอะขนาดนั้น”

             “อย่ามาดูถูกกันนะ แกล้งหลับเฉยๆ แค่นั้น ก็วิธีที่จะให้เด็กหลับเร็วๆ คือต้องหลับด้วยนี่แหละ”

             “...ก็จริง”

             “เพราะฉะนั้นฉันไม่ได้หลับเลยซักกะนิด” โอโตนามิหลุบตามอง เอานิ้วไล้ริมฝีปากคนในอ้อมกอดไปมา “ตอนที่นายก้มหน้าลงมาด้วย จะทำอะไร น่ะฮึ?”

             “เอ่อ...” หน้าแดงตื่นตูมขึ้นมาฉับพลัน รู้ตัวหรอกเรอะ! แล้วแกล้งนอนเนียนๆ ต่อเนี่ยนะ? จะอันตรายเกินไปแล้ว!! “แค่จูบ... แล้วก็จะไปนอนครับ”

             “แน่ใจเหรอ ว่าจะไปนอนได้น่ะ?” ตวัดตาเหล่มอง ริมฝีปากยกขึ้น “จะไปอาบน้ำอีกรอบแล้วทำเองคนเดียว จินตนาการว่าทำอะไรกับคนอื่นหรือเปล่า?”

             “จ... จะบ้าหรือไงครับ ไม่ได้โหยหาขนาดนั้น”

             “อ้อ ลืมไป...” เลื่อนมือไปประคองข้างแก้ม จูบลงที่ริมฝีปากเบาๆ “นายมันต้องจินตนาการว่าเป็นฝ่ายโดนคนอื่นทำ”

             โอโตนามิแทรกลิ้นเข้าไปในรอยจูบ เอียงใบหน้าให้รับกับริมฝีปากอีกฝ่ายที่จูบตอบ ก็ต้องอย่างนั้น... หมอนี่จะหนีจากจูบของเขาได้ยังไง เห็นไหมว่าแค่นี้ทั้งข้างแก้มและใบหูสองข้างของหมอนี่ก็แดงไปหมดแล้ว ผิวขาวก็ดีอย่างนี้ หนีสายตาเขาไม่พ้นหรอก

             มือใหญ่เลื่อนมือจากข้างแก้มไปจับใบหูแดงก่ำถูเบาๆ เหมือนจะบอกให้รู้ตัว พอเขาถอนริมฝีปากออก มุคาเอดะก็หลบสายตาหนีอย่างที่ทำเป็นประจำ แล้วก็ทำหน้าเหมือนคนกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากตอนก้มลงมองท่อนขาของเขาที่เปลี่ยนจากท่าก่ายมาเป็นแทรกตรงกลางระหว่างขา แต่ตัวเองดันเลื่อนมือมาลูบเป้ากางเกงนอนเขาไปมาซะอย่างนั้น นายกำลังลำบากตรงไหนน่ะเฮอะ? หลอกให้ตายใจว่าเป็นเหยื่อเรอะ!

             “อย่าเพิ่งซน” โอโตนามิยื่นมือไปจับมือออก “นายกำลังโดนทำโทษอยู่รู้มั้ย?”

             “เรื่องอะไร?” มุคาเอดะถามกลับด้วยเสียงหอบ เผลอครางออกมาเบาๆ เมื่ออีกคนจับแขนให้เอามาโอบรอบคอแทน แล้วก็สอดมือเข้าใต้เสื้อ ลูบไล้ไปทั่วแต่ไม่ยอมแตะส่วนที่อยากให้จับ คนโดนกระทำเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า `ทำโทษ` ที่ว่า

             “เรื่องอะไร? หือ? ยังมีหน้ามาถาม นายกดปฏิเสธยืนยันสถานะความสัมพันธ์กับฉันไม่ใช่เหรอ? จะเอายังไงเฮอะ อยากให้แสดงตัวว่ามีแฟนหรือไม่อยากกันแน่?”

             มุคาเอดะหลุบตามองมือใหญ่ที่เคลื่อนไหววนใต้เสื้อ แต่ก็ไม่ยอมจับตรงที่อยากให้จับเสียที จนเขาต้องขยับตัวยุกยิกไปมา คนมองก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม

             “ไอดีนั้นมันคนที่ทำงานเยอะนะ...” มุคาเอดะตอบเสียงแผ่ว “คุณชินจะให้สร้างไอดีใหม่ไหม?”

             “ไม่ต้อง” โอโตนามิยอมเอาปลายจมูกไซ้ต้นคอให้ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยหัวนมสองข้างพร้อมๆ กันจนอีกฝ่ายสำลักลมหายใจ ครางออกมาจนได้ “ฉันก็แกล้งนายไปอย่างนั้น”

             “ถ้ารู้แล้วจะมาแกล้งกันทำไมฮึ?” มุคาเอดะตำหนิ ทำหน้าไม่ไหวกับการโดนรุกกะทันหัน ต้นขาที่แทรกอยู่ตรงกลางหว่างขาก็เสียดสีไปมาอย่างน่าหวาดเสียว...

             “ไม่ใช่ว่าอยากให้แกล้งเหรอ? นายออกจะน่าแกล้งขนาดนี้” ริมฝีปากเปลี่ยนไปขบเบาๆ ที่ใบหู เลื่อนมือข้างหนึ่งลงต่ำ สอดเข้าไปใต้กางเกงนอนอีกคนช้าๆ อีกมือขยี้เม็ดบนยอดอกเหมือนเดิม มุคาเอดะเผลอครางออกมาไม่เป็นภาษา จนอีกคนต้องยื่นหน้าไปจูบ แล้วก็เตือนเบาๆ

             “เสียง”

             อีกคนก็รู้ตัว พยายามเม้มปาก ก้มหน้าส่ายศีรษะมองมือใหญ่ที่สอดมือเข้าไปในกางเกงนอนของเขาสำเร็จ กำของข้างใต้รูดไปมาเหมือนเป็นของเล่น

             “เมื่อกี้ใครบอกว่าจะจูบอย่างเดียวแล้วไปนอนฮึ? ตื่นอยู่ขนาดนี้นายนอนได้เหรอ?”

             “นี่มันฝีมือคุณชินนะ... เดี๋ย...” รีบทำเสียงห้ามเพราะมือใหญ่รูดรั้งขึ้นลงอย่างไม่ออมแรง มุคาเอดะบีบบ่าโอโตนามิแน่น ส่ายหน้าแรงเป็นทำนองห้าม จะบ้าหรือไง... ต่อให้เขาพยายามเก็บเสียงตัวเองไว้ขนาดไหน แต่จะให้ทำยังไงกับเสียงมือที่รูดท่อนเนื้อขึ้นลงท่ามกลางเมือกใสจนเกิดเป็นเสียงน่าหวาดเสียวอย่างนี้ได้ ที่น่าอดสูกว่านั้นคือเขาก็ไม่ได้ห้าม แค่เอาหน้าผากแตะต้นคออีกคนแล้วผ่อนเสียงหอบเป็นจังหวะถี่ ลมหายใจร้อนผ่าวกระทบต้นคอที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ขนาดไม่ได้เงยหน้ามองก็ยังรู้สึกได้ว่าโอโตนามิกลืนน้ำลายแล้วส่งเสียงหอบเบาๆ พอกัน เร่งความเร็วที่มือให้ ริมฝีปากตะครุบข้างลำคอไปด้วย

             “คุณชิน...” มุคาเอดะเรียก เลื่อนมือลงไปลูบกลางเป้ากางเกงที่ดูอึดอัดคับตุงแล้วทำท่าจะสอดมือเข้าไปบ้าง โอโตนามิรีบจับมือออกให้มาเกาะเสื้อตัวเองไว้ตามเดิม ไซ้ซอกคอร้องเรียกจูบ ไม่ลดความเร็วของมือ จนทำอีกคนส่งเสียงอู้อี้

             “ให้ผมทำให้...”

             “ของฉันเอาไว้ทีหลัง”

             “ช้าๆ ก่อน” มุคาเอดะถอนริมฝีปากออก ตะครุบอากาศเหมือนคนหายใจไม่ทัน “หยุดก่อนครับ เดี๋ยวผมจะ... บอกให้หยุดก่อน!”

             “จะเอาออกให้นายก่อนซักรอบนึงน่ะ”

             มุคาเอดะไม่มั่นใจว่าได้ยินถูกหรือไม่ เพราะต้องรีบซุกใบหน้ากับต้นคออีกฝ่ายแน่น หวังจะให้ช่วยเก็บเสียงให้ตอนที่เขากลั้นหายใจแล้วเกร็งตัวขึ้น แผ่นหลังกระตุกเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงครางแผ่ว หอบแฮ่ก ทิ้งใบหน้าชุ่มเหงื่อลงกับไหล่อีกฝ่ายด้วยท่าทางหมดแรง โอโตนามิเอียงมองใบหน้าแดงก่ำพลางส่งยิ้มในความสำเร็จ ยกมือข้างที่เปรอะของเหลวสีขาวขุ่นขึ้นมาราวกับจะโชว์ให้ดู มุคาเอดะเหลือบมองทั้งหน้าแดงก่ำ เลิ่กลั่กตะครุบข้อมือใหญ่ให้อยู่นิ่งๆ แล้วคว้าทิชชู่เช็ด

             “บอกให้หยุดทำไมไม่หยุดฮึ จะรีบไปไหน...” มุคาเอดะว่า “ถึงจะกลัวมิสุเอะจังตื่นก็ไม่เห็นต้องรีบขนาดนั้นนี่ครับ ถ้าทำขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

             “ก็เห็นนายดูทรมาน” โอโตนามิลุกขึ้นนั่ง มองยิ้มๆ “แล้วถ้าทำตรงนี้ถึงขั้นนั้นจริง แล้วมิสุเอะจังตื่นขึ้นมามันจะสยองมากเลยนะ”

             มุคาเอดะเงียบ มองหน้าบุตรสาวก่อนจะกระเถิบตัวลงจากเตียง โอโตนามิมองตาม ไม่คิดว่ามุคาเอดะจะย่อตัวลงนั่งกับพื้นแล้วถอดเสื้อยืดตัวเองออก แฉลบตามองค้อนตอนที่โยนเสื้อทิ้งไปเหมือนจะบอกว่าเอามาแค่ตัวเดียวต้องระวังเลอะ... แล้วก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง ยื่นมือไปเกี่ยวขอบกางเกงเขาที่ยังนั่งอยู่บนเตียงลง ถึงจะอึ้งๆ แต่ใครจะไปว่าอะไรได้... ของข้างในมันก็ต้องตื่นอยู่แน่นอนอยู่แล้ว เขามีแต่จะกระตุกสีหน้าตอนที่มุคาเอดะครอบลงฝีปากลงดูดพลางใช้สายตาเหลือบมอง แค่นั้นลมหายใจก็แทบจะหยุดอยู่แล้ว ริมฝีปากเล็กที่กลืนกินท่อนลำของเขาเข้าไปอย่างยากลำบากยังสำลักต้องปล่อยออกมาไอ ค่อกแค่ก เลยเปลี่ยนมาเอาลิ้นตวัดที่ส่วนหัวให้เห็นว่ากำลังเลียเมือกใสที่ทะลักออกมา พลางช้อนมองด้วยสายตาร้องขออีก อะไร?! นายไปอัพสกิลอะไรมาอีกแล้วเฮอะ! //โอโตนามิ 

             โอโตนามิหอบหายใจเบาๆ ใช้สองมือประคองศีรษะที่ขยับขึ้นลงช้าๆ เหลือบมองบั้นท้ายในชุดชั้นในชายแบรนด์ดังที่อยู่ในท่าคลาน แล้วอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบๆ คลำๆ สอดมือผ่านขอบกางเกงพลางใช้นิ้วกลางสอดเข้าช่องทางเล็กแคบไปช้าๆ คนกำลังใช้ปากกระตุกตัวออกทันที ของใหญ่ที่ชุ่มฉ่ำเด้งโดนข้างแก้มที่กำลังสะบัดหน้าปฏิเสธ หอบอุทธรณ์ทั้งใบหน้าแดงก่ำ

             “คุณชิน!”

             “นายเล่นตั้งหน้าตั้งตาขยายของฉันซะขนาดนี้ ถ้ามันเข้าไปไม่ได้จะทำยังไงฮึ? คนเดือดร้อนคือนายใช่มั้ย?”

             “ก็บอกว่าเดี๋ยวทำให้” มุคาเอดะขึ้นเสียงเบาๆ ตาเหลือบมองเด็กหญิงเพราะกลัวจะตื่น ก็อุตส่าห์เลือกให้อีกคนนั่งหันหลังบังอยู่บนเตียงแล้ว! จากมุมนี้ถึงตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นว่าเขาทำอะไรอยู่ ปล่อยให้เขาทำให้มันก็ปลอดภัยแล้วไม่ใช่เหรอ!

             “มานี่เลย”

             มุคาเอดะลุกขึ้นตามแรงแขนฉุดไปอย่างงงๆ เดินตามเข้าไปในห้องอาบน้ำที่พื้นยังไม่ทันแห้ง โอโตนามิดันแผ่นหลังเปลือยเปล่าของมุคาเอดะให้ติดผนังซึ่งเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะ จับมือกดกับผนัง ฉกริมฝีปากแลกลิ้น ดันแผ่นอกตัวเองลงไปแนบติด จงใจเอาของแข็งด้านล่างที่เก็บกลับเข้ากางเกงไม่มิดเบียดกับของอีกคน มุคาเอดะเบี่ยงหน้าหนี หอบเบาๆ กับสัมผัสของริมฝีปากที่เปลี่ยนมาไซ้ข้างลำคอหนักหน่วง

             “เพิ่งอาบน้ำมานะ” กว่าจะได้โอกาสเถียง หน้าก็แดงขึ้นมาอีกรอบ

             “เมื่อกี้ก็เลอะไปรอบนึงแล้ว จะไม่อาบใหม่หรือไง?”

             “...เพิ่งเสร็จไปแล้วด้วย คุณชินไปนั่งสิครับ เดี๋ยวทำให้” เอามือผลักแผ่นอกจะให้ละใบหน้าออก แต่ในใจก็รู้ว่าโอโตนามิไม่คิดจะฟัง เพราะชายหนุ่มก็ถลกเสื้อตัวเองถอดออกพลางโยนทิ้งไปนอกห้อง ลงอีหรอบนี้ก็แปลว่าเครื่องติดเต็มที่แล้ว... เปลี่ยนแผนมาเป็นตั้งรับน่าจะดีกว่า

             โอโตนามิใช้สองมือขยี้เม็ดบนยอดอก ไซ้ซอกคอ ยิ้มพอใจกับเสียงมุคาเอดะที่ครางแผ่ว

             “คนหนุ่มนี่ดีจริงๆ ขนาดเพิ่งเสร็จไปเมื่อกี้ก็ตื่นมาอีกรอบแล้วเห็นมั้ย? เพิ่งเสร็จไปก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรของนายเลย หรือแค่เพราะนายมันคนหื่น?”

             ไม่พูดเปล่า ยิ้มพลางลดมือข้างหนึ่งไปจับให้ดู มุคาเอดะเบี่ยงหน้าหนี หลักฐานมันเห็นทนโท่เกินจะปฏิเสธ แต่เพราะไม่หือไม่อือ อีกคนเลยตวัดลิ้นแล้วครอบริมฝีปากลงกับหัวนม ดูดเป็นเสียงดังอย่างจงใจจนต้องเผลอครวญครางร้องลั่น มือขยำเส้นผมบนศีรษะคนกระทำ หอบหนักราวกับจะขอให้ไว้ชีวิต

             โอโตนามิปล่อยมือไปผลักประตูห้องอาบน้ำปิดดังปัง ยืดตัวขึ้นมองมุคาเอดะที่ทำหน้าขอความช่วยเหลือเหมือนคนจะไม่ไหว ส่งยิ้มให้ก่อนจะปัดหัวไหล่ให้อีกคนหันหน้าเอาแผ่นอกแนบผนัง ดึงสะโพกลงพลางจับขาแยกออก จัดท่าให้อยู่ในระดับเดียวกับที่จะให้ความสะดวกกับตัวเองได้

             “ตานายร้องแล้ว” มุคาเอดะสะดุ้งกับของเหลวที่ถูกบีบลงกับระหว่างช่องทางบั้นท้ายด้านหลัง ไม่แปลกใจที่โอโตนามิจะพกของแบบนี้มาเที่ยวด้วย แต่นึกไม่ออกว่าหยิบมาตอนไหน...

             คนหันหน้าเข้าผนังหอบเบาๆ หันไปมองอีกคนที่จับแท่งลำแข็งๆ แทรก ถูไปมากับร่องบั้นท้าย ไม่รู้ว่าต้องการจะคลุกกับเจลเหนียวให้ชุ่มโชก หรือจงใจจะให้เขาโหยหาจนต้องขยับตัวเองไปมาเหมือนกำลังร้องขอ โอโตนามิมองสีหน้าพลางยิ้มพอใจ จับปลายหัวจ่อที่ปากทางก่อนจะกดเข้าไปช้าๆ ทีละนิด มองสีหน้าของอีกคนที่ลมหายใจกระตุกแล้วส่งเสียงครางหอบไปด้วย

             โอโตนามิโถมตัวลงไปคร่อม แนบแผ่นอกติดกับแผ่นหลังของคนถูกดันติดข้างฝา กดข้อมือสองข้างของมุคาเอดะกับผนัง พอเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ ก็ปล่อยเสียงครางต่ำที่ข้างหู ก้มลงไปจูบลำคอพลางเรียกร้องให้อีกฝ่ายที่กำลังส่งเสียงครางเอียงหน้ามารับจูบ เหมือนจะหลอกให้ตายใจด้วยการใช้ลิ้นเกี่ยวพันให้อย่างที่ชอบ เพราะพอมุคาเอดะกำลังหอบพลางขยับสะโพกได้ที่ โอโตนามิก็เลื่อนมือไปกำที่ท่อนลำด้านหน้า มุคาเอดะทำหน้าตกใจ ก้มมองของตัวเองพลางเรียกไม่ทันตอนที่โอโตนามิกำมันรูด ไม่สนเสียงเขาที่ร้องพลางขยับตัวดิ้น

             “มะ... ไม่ได้นะครับคุณชิน! ถ้าทำพร้อมกันอย่างนั้น...”

             “นายออกจะชอบ รู้ไหมว่ากำลังบีบตัวรัดของฉันขนาดไหนน่ะ”

             “มันจะ...”

             “ไปถึงได้เลย ฉันอนุญาต”

             มุคาเอดะส่ายหน้า ขนลุกทั้งตัวเพราะสัมผัสที่จู่โจมหนักทั้งข้างหน้าข้างหลัง แค่นี้สมองเขาก็หมุนไม่ทัน ตะครุบลมหายใจอย่างเดียวก็จะตายอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงครางต่ำเบาๆ ที่ข้างหูว่ารู้สึกดีเช่นกันก็ห้ามตัวเองไม่ไหว กำมือที่แตะผนังแน่นก่อนจะเกร็งไปทั่วร่าง รู้ดีว่าอีกคนอ่านอาการกับเสียงครางของเขาออกว่ากำลังถึงจุดไหน ตอนที่เขาผ่อนแรงทุกอย่างออกจนแทบจะทรุดลงไปกับพื้นห้องอาบน้ำ โอโตนามิก็ประคองลำตัวเอาไว้ก่อนจะดึงของตัวเองออก มุคาเอดะหอบหน้าแดงจัด มองของเหลวสีขุ่นบนพื้นที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่ก็ยังดีที่เขาถอดเสื้อออกไปแล้ว เพราะส่วนหนึ่งที่พุ่งออกมาก็เลอะกับหน้าท้องแบนราบด้านหน้าอย่างที่คิด

             “คุณชิน...”

             “อยู่นิ่งๆ”

             ไม่ต้องถามว่าอีกคนไปถึงเหมือนกันหรือไม่ เพราะรู้สึกตัวดีตอนที่มีของเหลวอุ่นๆ พุ่งใส่แผ่นหลัง... แล้วตอนนี้ก็เลยไม่กล้าขยับ รอจนอีกคนเปิดฝักบัว เอาน้ำอุ่นมาฉีดใส่

             มุคาเอดะเก็บเสียงหอบ ก็เริ่มจะชินกับช่วงเวลาแบบนี้ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังหน้าแดงเสมอเวลาอีกคนก้มหน้ามาจูบหน้าผากหรือหอมแก้ม คือไอ้ตอนไม่มีสติน่ะจะทำอะไรก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ตอนที่สติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวครบแบบนี้ มันน่าอายชะมัด แล้วเขาก็จำไม่ค่อยได้ด้วยว่าพูดหรือทำอะไรไปบ้าง...

             “นี่” โอโตนามิเอามือปัดคราบออกไปจากแผ่นหลังพร้อมกับสายน้ำ “นายจะบอกใครเรื่องที่คบกับฉันไหม?”

             มุคาเอดะนั่งบนเก้าอี้อาบน้ำ หันมองอึ้งๆ

             “เอ่อ...?”

             โอโตนามิไม่ได้มองหน้า เหมือนจะใช้เสียงจากน้ำฝักบัวกลบไม่ให้เงียบเกิน

             “...นึกยังไงมาถามตอนนี้น่ะครับ?” มุคาเอดะถามกลับ หัวเราะจางๆ

             “ก็ถามเผื่อๆ ไปงั้น คิดว่าอย่างนายคงไม่บอกรอบข้างอยู่แล้ว” โอโตนามิปิดน้ำ “แต่พอนึกได้ว่าครอบครัวฉันจะต้องถามเรื่องนี้อีก ก็เลยอยากถามนายว่านายจะให้บอกไหม?”

             มุคาเอดะนิ่งเงียบ เกือบลืมเรื่องครอบครัวของโอโตนามิที่เขาเคยเจอไปแล้ว จริงๆ ตอนที่เจอครั้งแรก ทุกคนก็เข้าใจไปเองว่าเขาเป็นอะไรกับโอโตนามิจนต้องปฏิเสธตั้งนานกว่าจะเข้าใจได้ ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์แบบนี้ระหว่างเขากับโอโตนามิ ก็เรียกได้ว่าไม่มีปัญหาอะไร เป็นไปด้วยดีทุกอย่างจนเขาเองก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าอยากอยู่ไปอย่างนี้เรื่อยๆ เรื่องว่าต้องบอกใครบ้างหรือเรื่องครอบครัวของโอโตนามินี่ เขาก็ยังไม่เคยคิดถึงเลย

             “ยังไม่ได้คิดเลยครับ น่าจะเอาไว้อีกสักพักก่อน” มุคาเอดะตอบตามตรง “คือ... เอาจริงๆ ก็ยังไม่ค่อยชินเหมือนกัน อันนี้ไม่ได้หมายถึงผมรู้สึกไม่ดีหรืออะไรนะครับ คือก็ยังกลัวๆ กับหลายๆ เรื่องอยู่”

             “อือ ฉันเข้าใจ” โอโตนามิผลักประตูออก ยื่นผ้าเช็ดตัวให้ “ก็บอกตอนที่นายคิดว่าดีแล้วกัน พ่อแม่นายคงไม่บอกใช่ไหม?”

             พอพูดคำนี้ขึ้นมา สีหน้ามุคาเอดะก็เปลี่ยนเล็กน้อย แต่ก็แค่ชั่วแวบ ด้วยเพราะกำลังสวมเสื้อกลับ แล้วก็ดึงให้เข้ารูป

             “ไม่บอกครับ หรือถ้าจะพูดให้ถูก ก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยตั้งแต่เสร็จเรื่องหย่า ทางนั้นก็ออกจะโกรธผมมากขนาดนั้น ยื่นคำขาดว่าจะตัดพ่อตัดลูกอย่างนั้นแล้ว ก็คงไม่มีการติดต่ออะไรจากทางนั้น ผมเองก็คงไม่” เดินกลับมานั่งที่ข้างเตียง หยิบกระป๋องเครื่องดื่มที่เปิดค้างไว้จิบ โอโตนามิหยิบอีกกระป๋องมาเปิด นั่งลงข้างๆ ยกเบียร์ขึ้นจิบบ้าง

             “นายมันออกจะเด็กดี”

             “มิสุเอะก็เลยเหมือนผมใช่มั้ย?”

             โอโตนามิหัวเราะพรืด

             “งั้นขอถอนคำพูด”

             มุคาเอดะขำไปด้วย เอาหัวพิงไหล่ข้างๆ ยกกระป๋องจิบไม่คิดอะไร

             “อะไรกัน เลี้ยงทั้งวันคุณชินยังพลังไม่หมดเลย เด็กดีจะตาย” พูดแล้วก็เงียบไป เพราะไม่เห็นอีกคนตอบ มุคาเอดะพลิกหน้ามอง เห็นอีกคนหันมาจ้องตัวเองเงียบๆ

             ซบไหล่คนอื่นเนียนๆ อย่างเป็นธรรมชาติ แล้วยังมาแหงนมองทำหน้างงใส่มุมนี้อีก... นี่นายไม่คิดอะไรและไม่รู้ตัวจริงเหรอ? นายมันก็เป็นซะอย่างนี้! แล้วฉันจะไปไหนรอดมั้ย?? // โอโตนามิ 

             “โทโอรุ”

             “ครับ?”

             “อยากจะโดนอีกรอบเหรอ?”

             “ห้ะ??!”

 

             มุคาเอดะเปิดไฟเลี้ยวรถที่หัวสะพาน ตอนเข้าไปในเขตตึกอิฐสีแดงของร้านกาแฟ ก็เห็นนาคากุจิยืนรอในความมืดอยู่ที่หน้าร้านอยู่แล้ว นาคากุจิโบกมือให้ตอนที่ไฟหน้ารถส่องผ่าน พอมุคาเอดะถอยรถเข้าจอดเสร็จก็เปิดประตูลงไปก่อน โอโตนามิมองแค่แวบเดียวเพราะไม่อยากให้อีกคนรู้สึกว่าเขาเข้าไปยุ่มย่ามมาก เลยเปิดประตูหลังขนของ แล้วกะจะมาอุ้มมิสุเอะที่นอนหลับบนเบาะหลังเป็นรายการสุดท้าย เหล่มองมุคาเอดะนิดๆ แต่จากมุมนี้ก็ไม่ได้ยินหรอกว่าคุยอะไรกัน

             “โทษที มีเรื่องที่ไม่อยากบอกนายทางโทรศัพท์น่ะ แล้วนี่นายเป็นคนขับเหรอ? ว่าแต่นายไปทะเลมาเหรอวะ โคตรจะชิลเลย กำลังมีปัญหาอยู่แท้ๆ นะเว้ย!” นาคากุจิว่า

             “ปัญหาเรื่องสตอล์กเกอร์อะไรของนายน่ะเหรอ เพ้อเจ้อแล้ว” มุคาเอดะหัวเราะ ยื่นถุงขนมที่ถือมาให้ เหมือนจะบอกว่า `อะ ของฝาก` “ฉันก็มีเรื่องจะบอกนายพอดีเหมือนกัน เรื่องยะจิมะน่ะ”

             นาคากุจิสะดุ้ง พอได้ยินชื่อ ปากที่อ้าจะพูดก็นิ่งอึ้งไป เงยหน้าไปสบกับโอโตนามิที่ขนของเดินขึ้นบันไดเอาไปเก็บบนห้องพอดี ก็เลยก้มศีรษะทักอย่างงงๆ ยังไงวะ? คือไปทะเลกับมาสเตอร์มาน่ะเหรอ??? 

             ก็อยากจะถามอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้เรื่องที่เขาเอามามันด่วนกว่า

             “ยะ...ยะจิมะอะไร? อย่าบอกนะว่านายรู้เรื่องยะจิมะแล้ว?” นาคากุจิโพล่ง “นายรู้เรื่องว่าคนที่แกล้งนายคือยะจิมะแล้วเหรอ?”

             มุคาเอดะยิ้มค้าง ทำตาปริบๆ

             “ห้ะ?”

             “อ้าว ยังไม่รู้ใช่มั้ย ฟังนะมุคาเอดะ วันก่อนที่ฉันถามนายว่ามีของบนโต๊ะหายอีกหรือเปล่าน่ะ เพราะว่าคืนก่อนหน้านั้น ฉันเห็นยะจิมะไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวโต๊ะนาย” นาคากุจิใช้สองมือบีบไหล่ จะให้อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องจริงจัง โอโตนามิที่กำลังเดินลงบันไดกลับลงมาหยุดขามอง แต่แล้วก็เดินกลับไปขนของที่รถต่อเงียบๆ

             “นึกไม่ออกแฮะว่ามีอะไรหาย” มุคาเอดะขมวดคิ้ว “บอกแล้วว่าฉันไม่ได้วางอะไรบนโต๊ะ”

             “แต่ฉันเห็นหมอนั่นทำอะไรอยู่ที่โต๊ะนายแน่ๆ แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ คือมะ... เมื่อวันบาร์บิคิว ฉันมีปากเสียงกับยะจิมะนิดหน่อย” นาคากุจิพูดต่อตะกุกตะกัก ดูออกว่าไม่ค่อยอยากจะเล่า เลยน่าจะจงใจข้ามรายละเอียดไปหลายช็อต “หมอนั่นชื่นชมนายในระดับที่ไม่ธรรมดา พูดถึงแต่ว่านายมันดีอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันก็เลยรู้สึกเหมือนถูกเปรียบเทียบกับนายไปเยอะ เลยเผลอ... แบบว่า...อารมณ์ขึ้นนิดหน่อย”

             “ก็เลยทะเลาะกันน่ะเหรอ...?”

             “ประมาณนั้น” นาคากุจิสรุป “ก็คือจะบอกนายว่า ตอนแรกฉันคิดว่านายถูกยะจิมะแกล้งอะไรอยู่ แต่พอมาคิดดีๆ มันอาจจะเป็นเพราะยะจิมะชื่นชมนายผิดปกติก็ได้ ไม่งั้นคงไม่พูดสรรเสริญความดีนายขนาดนั้น แถมยังฟูมฟายบอกว่าตัวเองไม่มีอะไรสู้นายได้ด้วย”

             “...”

             “หมอนั่นอาการหนักนะ เพราะคิดว่านายดีทุกอย่าง ส่วนตัวเองไม่มีอะไรดีเท่านาย ก็เลยอาจจะเริ่มทำอะไรแปลกๆ ขึ้นมาก็ได้ มันอาจจะชอบนายจนเพี้ยนไปแล้ว” นาคากุจิบีบไหล่แน่น

             “อ่า...” มุคาเอดะทำหน้ายุ่งยาก “ที่ฉันวิเคราะห์มันเป็นคนละอย่างกับนาย”

             “หือ? นายมีวิเคราะห์อะไรด้วยเหรอวะ?”

             “คือฉันไปเจอรุ่นน้องแผนกนายที่ทะเลมา คุวาบาระบอกว่าที่ผ่านมายะจิมะไม่เคยไปร่วมนัดบอดเลยสักครั้งเดียว แล้วก็มีคนที่ชอบอยู่ในบริษัทเราด้วย”

             นาคากุจิทำตาโต สีหน้าเปลี่ยน

             “นั่นไง! เป๊ะเลย! ก็นายไง”

             “ฟังก่อน ฉันก็เลยมาคิดว่าเรื่องนัดบอดนั่นน่ะ ยะจิมะพูดแต่กับเราสองคนตลอด ก็น่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง” มุคาเอดะกอดอก “ถ้าวิเคราะห์ให้ลึกลงไปอีก ฉันอยู่กับหมอนั่นมากกว่านายตั้งเยอะ แต่ยะจิมะก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ตอนที่ไม่มีนายอยู่ด้วยเลยสักครั้งนะ”

             นาคากุจิกลอกตานึก จะเห็นด้วยก็บอกไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าปกติมุคาเอดะคุยกับรุ่นน้องเรื่องอะไรกัน

             “ตอนงานบาร์บิคิวนั่นก็อีก” แต่พอมุคาเอดะวกกลับมาอีเว้นต์นี้ก็สะดุ้ง “ฉันสะกิดใจเรื่องในงานบาร์บิคิวนิดหน่อย แล้วยะจิมะก็ดูแปลกๆ ไปหลังจากงานบาร์บิคิวนั่นด้วย มันก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่นายไปทะเลาะกับยะจิมะในงานบาร์บิคิวนั่นแหละ นายบอกรายละเอียดฉันมาหน่อยสิว่าหลังงานนั้นพวกนายไปไหนต่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?”

             “ระ... รายละเอียด? คือแบบ...ไปไหน เกิดอะไรขึ้น? อะไรเงี้ยเหรอ?” นาคากุจิถามกลับ เหงื่อแตกพลั่ก

             “ใช่ สาเหตุที่ทำให้นายสองคนไปคุยเรื่องฉันกันน่ะ เอาแบบละเอียดๆ”

             “คือว่า...” นาคากุจิหลบสายตา “จริงๆ เรื่องนี้ก็ทำฉันสับสนอยู่นิดหน่อย”

             “สับสน?”

             “นายจำเรื่องที่ตัวเองพูดได้ไหมวะ?” นาคากุจิพูดต่อ “ที่นายบอกว่าทำไมเห็นมาสเตอร์กับคุณมิกิยืนคุยกันแล้วต้องคิดว่าเป็นแฟนกัน? แล้วนายถามว่าฉันมีแฟนเป็นผู้หญิงได้เท่านั้นเหรอ? อะไรนั่นน่ะ”

             มุคาเอดะสะดุ้ง หน้าแดงขึ้นมานิดๆ จนต้องเบี่ยงสายตาหลบ จำได้อยู่แหละพูดอะไรแบบนั้นออกไป แต่เพราะตอนนั้นมันมีเรื่องคุณชิน... ก็เลยพูดแบบนั้นออกไปโดยไม่รู้ตัว

             “เอ่อ ฉันก็แค่คิดว่าสมัยนี้แล้ว อะไรๆ มันก็ควรจะเปิดกว้างกว่านั้น”

             “ก็นั่นแหละ ฉันก็เลยกลับไปคิดว่าน่าจะเป็นไปได้เหมือนกัน ถ้าไม่จำกัดว่าต้องเป็นแฟนกับผู้หญิงอย่างเดียว ตลาดก็เปิดกว้างขึ้นมากเลยว่ามั้ยวะ”

             ตลาดอะไรของนาย! แต่ก็สมกับเป็นพวกแผนกขายดีนะ... // มุคาเอดะ 

             “อะไรทำให้นายโพสิทีฟขนาดนั้นเฮอะ...”  

             “ทีนี้... แบบว่า... ฉันก็สงสัยตัวเองนิดๆ แต่ไม่รู้จะทดสอบยังไง”

             “ทดสอบ?”

             “คือแบบ... ไม่รู้ว่าจริงๆ มันได้หรือไม่ได้ คือไม่รู้ว่าจะเป็นใครก็ได้อย่างที่ฉันคิด หรือว่าเพราะเป็นหมอนั่น...ก็เลยได้”

             “พูดอะไรของนายฟระ”

             “สรุปก็คือ ขอโทษนะ แต่ขอฉันลองอะไรอีกรอบหน่อย”

             “ฮะ?”

             ไม่ทันถามอะไรต่อ ม่านตามุคาเอดะก็ขยายกว้างเพราะเพื่อนสนิทโอบแขนเข้ามากอด วงแขนรัดรอบแผ่นหลังแน่น ก้มหน้าซุกกับต้นคอ ไม่ใช่แค่มุคาเอดะที่ทำอะไรไม่ถูก โอโตนามิที่กำลังขนกระเป๋าแล้วหันมองพอดีก็ตาค้าง ทำกระเป๋าตกพื้น ก้าวขึ้นบันไดเกือบพลาด

             เดี๋ยวๆๆๆ 

             “เฮ้ย!” โอโตนามิก้าวกลับลงบันไดพรวดพราด ยังไม่ทันจะคว้าคอเสื้อตัวการที่กำลังทำตัวอุกอาจ หางตาก็ไปเห็นเงาคนยืนอยู่ตรงหัวสะพาน ดูเหมือนกำลังจะเดินตรงมาที่ร้าน แต่ก็หยุดขาอยู่แค่นั้น พอดีว่าไม่ใช่เขาที่เห็นคนเดียว เพราะมุคาเอดะที่หันหน้าตรงกับหัวสะพานก็ทำตาโตขึ้นมาด้วย

             “ยะจิมะ...?”

             นาคากุจิคลายมือจากท่ากอด หันขวับไปมองอย่างคนมีปฏิกิริยากับชื่อ สีหน้าตกใจพอกันกับคนมอง ยะจิมะรีบหลบสายตาหันหลังกลับ วิ่งข้ามสะพานกลับไปยังทิศที่มีสถานีเปิดไฟสว่าง มุคาเอดะตะโกนเรียก แต่รุ่นน้องไม่เพียงไม่หยุดเท้า ยังเพิ่มความเร็วจนหายข้ามอีกฝั่งของถนนไปแล้วด้วย

             มุคาเอดะพูดอะไรไม่ออก เขาเองก็ลืมไปสนิท ว่าส่งเมสเสจนัดยะจิมะให้มาที่ร้านไว้เหมือนกัน

             “ปล่อย” โอโตนามิแกะมือนาคากุจิออกจากไหล่มุคาเอดะด้วยท่าทางหงุดหงิด แต่ไม่ได้กระชากคอเสื้ออย่างที่คิด เพราะเห็นหมอนั่นหน้าซีดเผือด มองตาค้างไปทางทิศที่อีกคนวิ่งหนี มุคาเอดะก็ได้แต่มองหน้าเพื่อน แล้วรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกว่ายะจิมะก็จะมาที่ร้าน ...เพราะบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา

             “...ไม่ตามไปเหรอ?” มุคาเอดะถาม

             “หะ...หา?” นาคากุจิผงะ “จะตามไปทำไม นายสิต้องตาม! หมอนั่นมันชอบนายนะ แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่! โธ่เว้ย! ดันมาเห็นตอนฉันกอดนาย แบบนั้น มันก็ต้องโกรธฉันอีก” ตอบตามสติที่เริ่มมา แต่ดูเหมือนถึงมาก็ไม่ได้ช่วย

             “...แล้วนายมากอดฉันทำไมหา”

             “ก็บอกว่าทดลองไง!”

             “ทดลองบ้าอะไร?” โอโตนามิที่ยืนข้างๆ ก็อยากถามแบบนั้น แต่มุคาเอดะถามให้แล้ว

             “ว่ากอดนายแล้วมันจะรู้สึกได้ถึงขั้นไหน! คือมันไปต่อได้หรือไม่ได้? นายเข้าใจมะ? อยากรู้ว่ามันจะคิดเลยเถิดไปเหมือนเมื่อวันนั้นตอนอยู่กับหมอนั่นได้มั้ย!”

             “...”

             โอโตนามิกับมุคาเอดะเงียบกันไปทั้งคู่ แต่เห็นเพื่อนเอามือขยี้หัวเหมือนกำลังเครียดเข้าขั้น ก็เลยไม่อยากไปตอกย้ำอะไรเพิ่ม

             “...ใคร?”

             “ยะจิมะอะดิ”

             “เมื่อไหร่?”

             “หลังงานบาร์บิคิว”

             “เลยเถิดไปขั้นไหน?”

             “...ก็ที่สุดที่ไปได้”

             ไอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! // มุคาเอดะ 

             “ว่าไงนะ!!! เรื่องแบบนี้ทำไมนายไม่บอกฉัน! นายกินรุ่นน้องฉันไปเรอะ!” ไอ้เลวเอ๊ยยยยยย แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย! มิน่า ยะจิมะถึงได้มีปฏิกิริยาแบบนั้น ใครไม่หนีหน้านายก็บ้าแล้ว ไอ้รุ่นพี่หื่นกาม โคตรเลวววว! ไม่รู้จะด่ายังไง! // มุคาเอดะ  

             “อ๊ะ นายกำลังด่าฉันว่าเลวในใจใช่มะ! แต่ไม่ใช่นะเว้ย! มันเป็นการยอมรับด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฉันไม่ได้ปล้ำรุ่นน้องนายนะ! วันนั้นก็เมาทั้งคู่ หมอนั่นเล่นพูดถึงนายดีเลิศขนาดนั้น ฉันก็เลยโมโห คิดว่าจะช่วยมันเป็นตัวแทนนายให้เฉยๆ”

             ด่าว่าเลวก็ถูกแล้ว! นี่มันคำแก้ตัวตรงไหน... // มุคาเอดะ 

             “แล้วพอคิดว่าจะไปคุยกับมันว่าจะเอายังไงก็ไม่ได้ เพราะรู้ทั้งรู้ว่ามันชอบนายขนาดนั้นถูกมะ? แล้วคือจริงๆ มันก็หลบหน้าฉันตลอดด้วย! นายก็รู้”

             “คนคอแข็งอย่างนายจะเมาได้ยังไง” มุคาเอดะด่าเบาะๆ ยกมือกุมขมับ ยะจิมะก็คงกะจะมาขอคำปรึกษาจากเขาเรื่องนี้ แต่เขาดันนัดให้มาพร้อมนาคากุจิ เพราะคิดว่าจะได้คุยกันง่ายๆ

             `รุ่นพี่คบกับคนเพศเดียวกันอยู่หรือเปล่าครับ` 

             จู่ๆ คำถามของรุ่นน้องก็ผุดขึ้นมาในหัว ตอนนี้เขาเริ่มจะแน่ใจแล้ว ว่ายะจิมะไม่ได้รู้เรื่องที่เขาคบกับโอโตนามิอยู่หรอก แต่ถามขึ้นมาเพราะว่า...

             อา... เป็นอย่างนี้เองหรอกเหรอ... 

             “เอ่อ... หมอนั่นชอบนายไม่ใช่เหรอ นาคากุจิ?” คนที่พูดออกมาคือโอโตนามิ ทั้งนาคากุจิกับมุคาเอดะหันมองทั้งคู่ มุคาเอดะที่กำลังอ้าปากจะบอกแบบนั้นเหมือนกันเปลี่ยนมาพยักหน้า เหมือนจะบอกว่า `ใช่ ใช่`

             “ว่าไงนะครับ?” เจ้าตัวไม่เพียงขมวดคิ้ว หน้ายังซีด

             “ก็ดูจากวิธีที่ใช้... พยายามบอกว่าตัวเองจะไปนัดบอดกับพวกสาวๆ เพราะอยากให้ห้ามหรือสนใจบ้างไม่ใช่เหรอ... ก็แปลว่าที่พูดถึงโทโอรุแล้วบอกว่าตัวเองดีไม่เท่า ก็น่าจะหมายความว่า...น้อยใจว่ายังไงนายคงไม่สนใจตัวเองเพราะคิดว่าโทโอรุดีกว่าอยู่แล้ว หรือพูดง่ายๆ ก็คือ หมอนั่นเห็นพวกนายสนิทกัน ก็เลยคิดว่านายคบกับโทโอรุอยู่ไงล่ะ” โอโตนามิวิเคราะห์แทนให้

             ห้ะ? อะไรนะ? เป็นงั้นเหรอ... ว่าแต่อะไรคือโทโอรุ? โทโอรุ??? // นาคากุจิ 

             นาคากุจินิ่งเงียบ เหงื่อแตกพลั่ก มุคาเอดะทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่เพราะเสียงเมสเสจมือถือดัง ก็เลยหยิบขึ้นมาเปิด แล้วก็พบว่าเป็นคำขอโทษจากยะจิมะ ส่งมาพร้อมรูปชายหัวเถิกใส่แว่น ที่กำลังยืนทำอะไรหน้าโต๊ะเขา

 

`ยะจิมะ :  

ขอโทษด้วยครับ พอดีนึกได้ว่ามีธุระสำคัญก็เลย 

ขอกลับก่อน... 

เรื่องที่ว่าจะปรึกษารุ่นพี่มุคาเอดะคือเรื่องนี้ครับ  

คลิปวีดีโอจะส่งให้ทีหลัง คิดว่าควรจะแจ้งฝ่าย 

บุคคลเรื่องนี้นะครับ         20:25`

 

             “นึกได้ว่ามีธุระสำคัญ...” มุคาเอดะอ่านทวนข้อความแล้วส่งยิ้มอ่อน ทำหน้าช็อคแล้วกลับหลังหันวิ่งหนีไปขนาดนั้นน่ะนะ มีธุระ... 

             “อ๊ะ...” นาคากุจิอุทานเสียงดังจนมุคาเอดะต้องเอามืออุดหู “นี่มันคุณคุสะโมริที่อยู่แผนกบัญชีนี่!”

             “ใคร?”

             “คนของแผนกบัญชี แล้วนี่...” นาคากุจิเอานิ้วจิ้มขยายรูปให้ใหญ่กว่าเดิม เห็นมือของผู้ชายในรูปกำลังหยิบพวงกุญแจอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะมุคาเอดะ “เหมือนกำลังหยิบของจากโต๊ะนายอยู่ไม่ใช่เหรอ? นึกออกแล้ว นายบอกว่าตอนดูกล้องวงจรปิดมีแต่คนในแผนกกับคนจากแผนกบัญชีที่มาคุยเรื่องใบเสร็จไม่ใช่เหรอ? ถ้าเป็นคนของแผนกบัญชีจะเข้าออกแผนกไหนก็ไม่แปลกใช่ไหม! เพราะคนแผนกนั้นเข้ามาคุยเรื่องใบเสร็จที่ยื่นไปเป็นประจำอยู่แล้ว!”

             “อืมม์” มุคาเอดะจ้องรูปนิ่ง “นี่มันก็โต๊ะฉันจริงนะ แต่พวงกุญแจนี่มันไม่ใช่ของฉันน่ะ น่าจะของยะจิมะนั่นแหละ เคยเห็นใช้ห้อยกระเป๋าอยู่”

             “ของยะจิมะ?”

             “อย่าบอกนะว่า...” มุคาเอดะเงยหน้า “ยะจิมะจะช่วยจับคนที่แกล้งฉันให้ ก็เลยเหลืออยู่ที่แผนกเป็นคนสุดท้ายคนเดียวทุกวัน แกล้งเอาของตัวเองไปวางที่โต๊ะฉันแล้วแอบรอจนถ่ายรูปกับวีดีโอได้หลักฐานมา นายก็ดันไปเห็นวันที่หมอนั่นอยู่ในห้องคนสุดท้ายคนเดียว แล้วก็กำลังยุ่งกับโต๊ะฉันพอดี?”

             นาคากุจิหันมองตาค้าง เหงื่อไหลพรั่งพรู

             “เอ๊ะ?... เอ่อ... แต่...แต่...”

             มุคาเอดะเหล่มอง

             “นายจะมองรุ่นน้องฉันในแง่ร้ายมากไปแล้ว ถ้าเป็นฉันรู้เข้าคงเสียใจนะนั่น”

             “มะ...ไม่ใช่นะ คือว่า...”

             “ยังไงพรุ่งนี้คงต้องหาสาเหตุดู ว่าคนแผนกบัญชีเข้ามาทำอะไรที่โต๊ะฉันกันเนี่ย”

             “คนแผนกบัญชี ก็คนแผนกเดียวกับคุณนานามิไม่ใช่เหรอ?” โอโตนามิออกความเห็น “นายพูดเองว่าพักนี้คุณนานามิมาทำตัวสนิทสนมกับนายนี่”

             ต่างคนต่างเงียบ ตอนแรกมุคาเอดะไม่ได้คิดถึงเหตุผลอะไรแบบนี้เลย... อย่าบอกนะว่าเพราะฮาเซกาว่า นานามิที่อยู่แผนกบัญชีมาวอแวกับเขา ลากเขาไปกินข้าวพลางถามเรื่องผู้ชายคนอื่นทุกวันๆ นี่กลายเป็นสาเหตุให้เขาต้องเจอกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้น่ะ

             “เอาเป็นว่า...” มุคาเอดะถอนหายใจยาว หันไปมองนาคากุจิ กอดอกทำหน้าดุ

             “ในฐานะคนของแผนกพัฒนาบุคลากร คงต้องขอคุยรายละเอียดเรื่องของนายหน่อยนะ นายนาคากุจิ ฮิโรทากะ หวังว่านายจะไม่ถูกพักงานเร็วๆ นี้ล่ะ”

        To be continue

 

Meb E-book ID >> Hnabidou

ความคิดเห็น