facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 ข่าวลือ (ตอนนั้น) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 8 ข่าวลือ (ตอนนั้น) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2563 22:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ข่าวลือ (ตอนนั้น) 100%
แบบอักษร

บทที่ 8 ข่าวลือ (ตอนนั้น) 100% 

 

“ทำไมล่ะ แล้วเป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงแกมหยอกล้อ ถ้าเธอสบตาเขาตรงๆ ตอนนั้นสักนิดจะรู้ว่าในแววตามีความเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ 

“หรือเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้” เขาเอ่ยต่อหลังจากเห็นเธอนิ่งเงียบ เมื่อได้ยินดังนั้น ไอรดาจึงค้อนขวับ แล้วตอบเสียงดังอย่างหมดความอดทน 

“นายล้อเล่นเหรอ เราจีบนายมาเป็นแฟนนะ ไม่ใช่เพื่อน” 

เป็นบ้าอะไรของเขาขึ้นมา 

แทนที่จะโกรธหรือไม่พอใจ สายตาชายหนุ่มฉายแววพอใจแกมเอ็นดูก่อนเอ่ยเสียงเข้ม 

“ใครบอกคุณว่าผมมีแฟนแล้ว” 

เสียงชายหนุ่มดังขึ้นทำให้หญิงสาวชะงัก อารมณ์ร้อนระอุราวกับถูกน้ำเย็นๆ สาดให้มอดดับเพียงแค่ประโยคเดียว 

“ก็มีข่าวลือไปทั่วว่านายมีแฟนแล้ว แฟนคลับนายหลายๆ คนก็บอก” เธอตอบพลางขมวดคิ้วอย่างงุนงง 

ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ 

“ก็คุณมาหาผมทุกวันขนาดนี้ ใครๆ เขาก็ลือกันแบบนั้นหมด” 

“เอ๋ …” 

ที่แท้เธอเองเหรอที่เป็นต้นเหตุของข่าวลือ แต่ว่าทินกรไม่ชอบข่าวลือแบบนี้เท่าไร เขาคงต้องโกรธเธอแน่นอน หรือว่าที่มาหาถึงที่นี่เพื่อมาเอาเรื่อง ทำยังไงดีล่ะ เธอทำตาโตก่อนชี้แจงให้เขารู้ 

“แต่เราไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวนะว่าเราเป็นแฟนกัน” เธอรีบแก้ตัวอย่างร้อนรนเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิด 

“ผมรู้ แต่จะทำไงได้ เรื่องของผมก็เสียหายไปแล้ว …” 

ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง แววตาหลุบต่ำ ทำท่าเหมือนคนอับจนเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จนเธอต้องรับผิดชอบ 

“ละ แล้วเราควรต้องทำยังไง ต้องทำรับผิดชอบนายหรือเปล่า ตะ แต่นายบอกว่าไม่อยากมีแฟนระหว่างเรียน ฉันต้องขอนายเป็นแฟนไหม หรือว่านายต้องการให้ฉันทำยังไง” 

“งั้นก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแล้วแหละ ใครถามคุณก็บอกไปเลยละกันว่าเราเป็นอะไรกัน” 

“อะ เอ๊ะ” หญิงสาวประมวลผลชั่วครู่ จากข่าวลือทำไมจู่ๆ กลายเป็นความจริงได้ละเนี่ย แล้วตกลงเธอกับเขาได้เป็นแฟนกันแล้วจริงๆ ใช่ไหม เอ๊ะ เธอและเขาเป็นแฟนกัน! ไอรดาเบิกตากว้าง สมองค่อยประมวลผล 

ช่างเถอะ ยังไงก็เป็นแฟนกันแล้ว  

เธออมยิ้ม หัวใจที่แห้งเหี่ยวเหมือนถูกเป่าลมจนฟูฟ่องขึ้นมาทันใด 

“แต่เดี๋ยวนะ” เธอขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นายจะมาเปลี่ยนใจทีหลังนะ” เธอสบตาชายหนุ่มอย่างจริงจัง 

“อืม ไม่เปลี่ยน” เขามองตาเธอกลับ 

“แน่นะ จากนี้ไปอยากเปลี่ยน เราก็ไม่ให้เปลี่ยน จะติดหนึบยิ่งกว่าเหาฉลาม” ไอรดาย้ำทำสายตาจริงจัง ทำเอาชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ 

พูดเหมือนทุกวันนี้ไม่ติดหนึบ 

“แต่ผมก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน ว่าคุณมีแฟนแล้ว ทำแบบนี้แฟนคุณไม่ว่าเหรอ” 

“หะ หา ใครเหรอ เราจะไปมีแฟนได้ไง เราก็จีบนายอยู่ทุกวันนี่” 

“คนที่ชื่อปูนที่คุณไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ” 

“อ๋อออ ปูนอะเหรอ ใช่ที่ไหนล่ะ หมอนั่นเรียนแคลกับไฟฟ้าเซคเดียวกับเราแล้วเราก็อยู่หอเดียวกัน พ่อแม่เราเป็นเพื่อนกันด้วย เขาเลยฝากฝังมา เอ้ะ แต่ถ้าทำนายเข้าใจผิด เราไม่ไปไหนกับเขาแล้วก็ได้ ยังไงตอนนี้เราเป็นแฟนกันเราก็ต้องดูแลนายอยู่แล้ว เนอะ” 

ไอรดาอธิบายยาวเหยียด ก่อนจับมือเขาและเขย่าขึ้นลงด้วยความดีใจ เธอยิ้มกว้าง สายตาส่องประกายไปด้วยความสุข ในที่สุดเราก็เป็นแฟนกันแล้ว เธอเป็นแฟนเขาแล้ว 

โดยไม่ได้สังเกตว่า ริมฝีปากบางของชายหนุ่มเองก็กดยิ้มชั่วครู่แล้วกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันก่อน 

 

ก่อนหน้านั้น 

“สาวโต๊ะนั้นสวยชะมัด” เสียงของเอกหรือเอกภพ ชายหนุ่มสวมแว่นหน้าเนิร์ดดังขึ้นขณะที่พวกเขาจับกลุ่มอ่านหนังสือกันที่ห้องสมุด แต่เขาจับสังเกตได้ว่าสาวสวยโต๊ะนั้นหันมามองทางเขาบ่อยๆ ซึ่งไม่ต้องสืบไปหาสาเหตุเลย มีหนุ่มคนดังคณะแพทย์นั่งอ่านหนังสือกับเขาวันนี้ มิน่าวันนี้ถึงได้ตกเป็นเป้าสายตาบ่อยๆ 

“เฮ้อ …” เขาถอนหายใจเบาๆ พลางมองหน้าไปทางตัวต้นเหตุด้วยความอิจฉา “บางคนมีต้นทุนดี ก็ไม่รู้จักใช้ วันๆ เอาแต่ปั้นหน้าเป็นหินโมอายบนเกาะอีสเตอร์” 

“แหม นายก็ทำใจปะว่ะ ขนาดมันไม่ใช้ ผู้หญิงยังชายตามองขนาดนี้ ถ้ามันเกิดใช้ขึ้นมาจริงๆ ผู้หญิงทั้งมหาวิทยาลัยคงไม่เหลือให้แกสักคน” กันต์ส่งเสียงแขวะ หลังจากเห็นอีกฝ่ายมองหน้าทินกรแล้วถอนหายใจมาหลายรอบจนเขาไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ 

“เออ จริง วันก่อนก็มีดาวมหาวิทยาลัยแอบส่งจดหมายฝากพวกเรามาให้มัน มันก็ไม่สน ก่อนหน้านั้นสาวคณะบริหารธุรกิจที่กำลังจะเป็นดาราก็เดินเข้ามาขอเบอร์ ยังทำเขากินแห้วอีกต่างหาก” เอกภพนึกถึงวันก่อนแล้วส่ายหน้าเสียดาย 

“ยังมีสาววิศวะเอาของกินมาให้ทุกวันอีกนะ” กันต์สำทับ พลางปรายมองมองขนมบนโต้ะที่มีเหมือนทุกวัน เพื่อนเขาก็แปลก สาวคนอื่นมาหา ไม่ว่าสวยขนาดไหน เพื่อนเขาคนนี้ไม่เคยแม้แต่ปรายตามอง แต่กลับรับขนมจากสาวอวบคณะวิศวะไว้ทุกวันถึงจะกินเองบ้างหรือให้พวกเขากินเองบ้างก็เถอะ แถมสาวเจ้าก็มาทุกวันเป็นปีๆ จนรู้จักกับเพื่อนๆ ไปทั้งคณะ หรือจริงๆ แล้วไอ้นี่มันขี้ตะกละ รับแต่อาหาร แต่คนอื่นจับจุดมันไม่ได้ 

“เอ๊ะ ไอไม่ได้เป็นแฟนกับปูนคณะเดียวกันเหรอ ฉันเห็นเขาตามติดไอตลอด เวลาที่ฉันเจอลิน จริงๆ ก็เห็นตั้งแต่สมัยไอเขามารับลินตอนประกวดดาวเดือนแล้ว แต่ช่วงนี้เห็นไปรับไปส่งทุกวัน ที่เห็นเพราะหอเราอยู่ติดกัน เจอบ่อยๆ” 

ขุนพลเดือนคณะแพทย์กล่าวแทรกขึ้นมาบ้าง เรียกสายตาจากชายหนุ่มที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาแต่นั่งเงียบๆ ไม่พูดไม่จาแถมทำท่าเหมือนไม่ได้ฟัง เพราะไม่ชอบข่าวซุบซิบ ให้เงยหน้าขึ้นมานิดๆ พร้อมสายตาคมปลาบก่อนแวบหายไปอย่างรวดเร็ว 

“จริงเหรอ เห็นรับขนมเขาทุกวัน นึกว่าเป็นแฟนกันไปแล้ว ไอ้เราก็ดีใจ นึกว่าทินกรมีแฟนละเราจะมีโอกาสผงาดขึ้นมาบ้าง” สีหน้าเสียดายของกันต์เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากเพื่อนทั้งกลุ่ม 

“แล้วใครว่าไม่ใช่” 

ทินกรกล่าวขึ้นมาเบาๆ ทำเอาเพื่อนทั้งกลุ่มหยุดหัวเราะและมองเขาไปทางเดียวด้วยความประหลาดใจแบบสุดๆ 

“เดี๋ยวนะ นี่ฉันได้ยินผิดปะวะ” 

ทินกรไม่ตอบอะไรกลับมา แต่ก็เป็นอันรู้กันกับเพื่อนทั้งกลุ่มว่าถึงทินกรจะไม่ชอบพูดเท่าไร แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเขาแล้วไม่ใช่ความจริง เขาจะปฏิเสธออกมาตรงๆ เพราะเขาไม่ชอบเรื่องยุ่งยากที่ตามมาทีหลัง แต่นี่ไม่พูดอะไรก็คงแปลว่า … 

“ข่าวใหญ่ว่ะ สงสัยต้องรีบปล่อยข่าว หนุ่มฮอตคณะเรามีแฟนแล้วโว้ยยย ต่อไปสาวๆ ก็คงเผื่อแผ่สายตามาให้เราบ้าง” 

เอกภพสายโหวกเหวกประจำกลุ่มรีบก้มหน้ากดมือถือกระจายข่าวต่อด้วยความดีใจ 

เอกรู้ ทั้งมหาวิทยาลัยต้องรู้ 

แววตาทินกรส่องประกายฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยและหายไปโดยที่ทุกคนไม่สังเกตเห็น 

 

ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ปล่อยข่าว เพราะผมนี่แหละที่เป็นคนปล่อยเอง 

--------------------------------------------------------------------- 

คนเงียบๆ นี่แหละร้ายที่สุดดด 

ไม่ขอเป็นแฟน มัดมือชกเอาซะเลย 55555 

ความคิดเห็น