facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 กำลังใจ (ตอนนี้) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 7 กำลังใจ (ตอนนี้) 100%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2563 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 กำลังใจ (ตอนนี้) 100%
แบบอักษร

บทที่ 7 กำลังใจ (ตอนนี้) 100% 

 

การผ่าตัดของรมิดาเป็นไปได้ด้วยดี ขณะรอมารดาฟื้นตัวจากยาสลบ ไอรดาแบกงานมาทำที่โรงพยาบาล อยากให้แม่ได้เห็นหน้าของตนเป็นคนแรก 

คนบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย แต่ก็เยอะพอที่จะทำให้คนที่กังวลและเฝ้ามองมาทั้งคืนรู้ตัวได้ ไอรดาปรี่เข้าไปข้างเตียงอย่างรวดเร็ว 

“มัม! ตื่นแล้วเหรอคะ” 

ยังไม่ทันที่คนบนเตียงจะลืมตาหรือตอบอะไร ไอรดารีบกดกริ่งเรียกหมออย่างรวดเร็ว พยาบาลตามด้วยหมอเจ้าของไข้อย่างทินกรเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วทันใจ คนบนเตียงกะพริบตาปรับสายตา แล้วเอ่ยคำแรก 

“อ้าว ฟ้ามาหายัยไอเหรอ” 

รมิดายิ้มให้ทินกรอย่างใจดี 

“อยู่ปี 2-3 ทำไมได้ใส่กาวน์เร็วจัง ใส่มาอวดแม่หรือเปล่าน้า” 

ไอรดาเบิกตากว้างมองมารดาอย่างตกใจ 

แม่เธอรู้นานแล้วนี่ว่าเธอเลิกกับทินกรนานแล้ว แล้วทำไม … 

เธอสบตาทินกรอย่างสับสน ทินกรมองตาเธอกลับมาแล้วส่ายหน้าน้อยๆ เป็นเชิงให้ตามน้ำไปก่อน 

“มัมคะ” 

ผู้เป็นแม่เบือนสายตามองตามเรียกเสียง แล้วขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ 

“ไอ หนูซูบมากเกินไปหรือเปล่าลูก แล้วนี่รู้จักแต่งหน้าแต่งตาตั้งแต่เมื่อไร วันนี้ไม่มีเรียนเหรอลูก” 

ความกังวลฉายผ่านสายตาของหญิงสาว อย่าบอกว่าความทรงจำของแม่เธอย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว 

“คุณน้าครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตตรวจก่อนนะครับ” 

“เรียกอะไรเหินห่างขนาดนั้น เรียกแม่เหมือนเดิมสิลูก หรือลูกสาวแม่ทำให้ลำบากใจอีกแล้ว” 

“ครับ คุณแม่” 

ทินกรแตะมือหญิงสาวเบาๆ ไม่ให้เป็นกังวล ไอรดาลูบหน้าตัวเองอย่างเครียดๆ แล้วขอตัวออกไปหาซื้ออะไรกินข้างนอกระหว่างที่ทินกรกำลังตรวจร่างกาย 

 

แอ๊ด 

พยาบาลเปิดประตูนำพวกเครื่องมือแพทย์ออกมา เป็นสัญญาณว่าตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ไอรดานั่งอยู่หน้าห้อง สายตาเหม่อมองไม่มีจุดโฟกัส 

ทินกรทรุดตัวนั่งเก้าอี้ข้างๆ 

“ทำไมแม่ถึงมีความทรงจำของ 7ปีที่แล้วล่ะ” 

“มันเป็นอาการข้างเคียงจากการผ่าตัดสมอง” 

“แล้วฉันควรทำอย่างไรดี” 

เขามองตาเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก 

“คุณต้องตามน้ำไปก่อน ให้แม่คุณปรับตัวได้ แล้วค่อยๆ ป้อนเรื่องราวปัจจุบันให้” 

ไอรดาเม้มริมฝีปากด้วยความกังวล ทินกรจึงเอ่ยทับเพื่อคลายความกังวลใจของเธอ 

“อย่าห่วงเลย มันเป็นอาการชั่วคราว แม่คุณไม่เป็นอะไรหรอก” 

“ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มให้อย่างเพลียๆ 

“คุณเข้าไปหาคุณแม่ก่อนเถอะ เดี๋ยวผมเข้าไปเป็นเพื่อน” 

ไอรดาพยักหน้ารับเบาๆ เหมือนวิญญาณหลุดจากร่าง จึงไม่ทันสังเกตมือของคนข้างๆ ที่จับมือเธอแผ่วเบา เพื่อ’ แสดงละคร’ ให้แนบเนียนยิ่งขึ้น 

“อ้าวไอ ไปไหนมาลูก” 

“ไปซื้ออะไรกินมาค่ะ” 

“ดีแล้วลูก กินเยอะ เรียนหนักจนซูบหมดเลยสิเรา แล้วฟ้าล่ะ ช่วงนี้ไม่ได้แวะไปหาแม่เลยนะ” 

“ช่วงนี้ผมเรียนหนักน่ะครับคุณ…แม่” 

“ดีมากลูก เรียกแม่เหมือนเดิม แม่ก็นึกว่าทะเลาะกันอีกแล้ว ไอ หนูก็อย่าเอาแต่ใจมากสิลูก เดี๋ยวฟ้าเขาก็ทนไม่ไหวหรอก” 

ไอรดายิ้มขื่นๆ อย่างไม่กล้าพูดอะไร พยายามตามน้ำไปก่อนอย่างที่หมอที่ยืนจับมืออยู่ข้างๆ แนะนำ พอสติเริ่มกลับมา เธอก็พบกลับความจริงที่ว่า เธอและเขากำลังจับมือกันอยู่ 

นี่เธอต้องแสดงละครให้แนบเนียนขนาดต้องจับมือกันเลยเหรอ 

สัมผัสที่ห่างหายไปนาน เมื่อได้กลับมาสัมผัสอีกครั้ง ทำให้เธอได้รับรู้ความจริงๆ ที่ว่า เธอคิดถึงสัมผัสของเขามานานมากแค่ไหน จึงทำให้ทำใจยากมาก ที่จะดึงมือออกมา 

“คุณแม่พักผ่อนก่อนดีกว่าครับ ถ้ามีอะไร เรียกผมได้ตลอดนะครับ” 

“โอเคจ้ะ” 

“เดี๋ยวผมไปทำงานต่อก่อนนะ” 

“อะ ค่ะ” 

มือใหญ่ที่ดึงออกไป ทำให้เธอรู้สึกวูบโหวงอยู่ในอก เผลอรั้งมือเขาไม่รู้ตัว 

“มีอะไรหรือเปล่าไอ หรือจะเดินไปส่งผม” 

ทินกรยิ้มเบาๆ เมื่อเห็นเหมือนเธอมีอะไรจะพูด จึงเอ่ยปากเปิดช่องไปเพื่อให้เธอออกไปคุยอย่างแนบเนียน 

“อะเอ่อ” ไอรดาถึงกับนิ่ง คิดไม่ทันว่าตัวเองจะทำอะไรดี เมื่อครู่ดูเหมือนร่างกายของเธอจะไปก่อนความคิด 

“ไปส่งฟ้าสิลูก ไม่ต้องห่วงแม่หรอก” 

“ค่ะ” 

ทินกรยังคง ‘จูงมือ’ ไอรดาออกไปด้านนอก เมื่อประตูปิดลง เธอก็กล่าวเสียงเบา 

“ขอบคุณนะคะ” 

เธอพูดเพียงแค่นั้น ไม่กล่าวอะไรต่อ 

เมื่อความเงียบงันก่อตัวขึ้นมา ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ แววตาคมปลาบฉายแววผิดหวังนิดหน่อย 

ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลา 

“ไม่เป็นไร มันหน้าที่ผม ผมไปทำงานก่อนนะ” 

มือของทั้งสองคนที่ปล่อยออกจากกัน ตอกย้ำความจริงว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว … ไม่ได้เป็นเหมือนที่แม่เธอคิด 

พวกเขาแยกจากกันนานแล้ว 

“โอเคค่ะ” เธอยิ้มบาง ทินกรพยักหน้ารับ แล้วเดินจากไปอย่างเร่งรีบ สายตาเธอมองตามเขาโดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นที่หลงเหลือที่มือ ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองยังโหยหาสัมผัสจากเขามากแค่ไหน 

แต่ทุกอย่าง … มันไม่เหมือนเดิมแล้ว 

ใต้ตาดำคล้ำของชายหนุ่มที่เห็นเมื่อครู่ ทำให้เธอรู้สึกหน่วงอยู่ในใจ ดูเหมือนการทำงานทั้งที่โรงพยาบาลและบริษัท คงทำให้เขาเหนื่อยมาก จะได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เหมือนเธอเองก็คงไม่มีสิทธิ์ได้ถามหรือเป็นห่วงเขา 

เพราะหน้าที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว 

ได้เพียงแต่คิดอยู่ในใจ … ส่งเสียงข้างในที่ไม่มีวันส่งถึง 

สู้ๆ นะฟ้า 

ความคิดเห็น