พันเก้า.

ฝากติดตามผลงานของ "พันเก้า" ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : DESTINY OF SIN : EPISODE 01 [200%]

คำค้น : DESTINY,SIN,NC,นำทัพ,พันเก้า,หน่วง,โหด,เถื่อน,ดราม่า,รุนแรง,ดาร์ก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2559 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DESTINY OF SIN : EPISODE 01 [200%]
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

EPISODE 01

 

 

มหาวิทยาลัย S

 

“วันนี้เราไปดริ้งค์กันมั้ยแก! น้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมใบหน้าสวยเอนมาหยุดลงตรงหน้า ฉันถอนใจเหนื่อยหน่ายพลางใช้นิ้วเรียวผลักหน้าสวยนั่นหลบไปจากหนังสือบนโต๊ะ เสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษาปีสามดังจอแจขึ้นหลังจากอาจารย์ออกจากห้องไป รวมไปถึงเสียงเล็กใสของเพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน “พันเก้าจ๋า ไปดริ้งค์กันเหอะน๊าๆๆ”

 

ก่อนอื่นฉันขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน อย่างที่เห็นๆ ชื่อของฉันคือ ‘พันเก้า’ ส่วนยัยตัวเล็กนี่ชื่อ ‘ไกอา เราสองคนเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์สาขาวิชาการโฆษณาปีสามของมหาวิทยาลัย S สถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

 

“เห้ยแก... อย่าเงียบดิ” ไกอาทำหน้างอขณะเราสองคนกำลังเดินออกจากคณะ ยัยนี่ชอบเป็นแบบนี้ประจำแหละ ชอบบังคับให้ฉันพูด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วนิสัยฉันไม่ชอบพูด ชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร

 

...ไปไม่ได้” ฉันถอนใจอีกรอบ ยัยนี่ไม่เบื่อบ้างหรือไงกันนะ ชวนฉันไปเที่ยวได้ทุกวี่ทุกวันทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันไปไม่ได้

 

“ทำไมอ่ะแก อีกแล้วนะ! ท่าทางไม่พอใจนั่นไม่ได้ทำให้ฉันสนใจเลยสักนิด เพราะฉันเจอแบบนี้อยู่ทุกวันและทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับมันไม่ได้ “เฮียไมล์อีกล่ะสิ เหอะฉันล่ะเซ็งกับพี่ชายสุดที่รักของแกจริงๆ เข้าใจนะว่ามีน้องสาวสวยแบบแกเนี้ยมันก็ต้องหวงเป็นธรรมดา แต่ไอ้หวงแบบมารับมาส่งตรงเวลาแถมไม่ให้ไปเที่ยวไหนอีกนี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือวะ!

 

ไกอาเดินไปบ่นไปยาวเหยียดสีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจพี่ชายฉันเป็นอย่างมาก สิ่งที่ยัยนี่พูดมาถูกต้องทุกอย่าง ฉันมีพี่ชายหนึ่งคน หมอนั่นชื่อ 'พันไมล์ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ห่วงและหวงฉันนักหนา คอยตามมารับมาส่งระหว่างคณะกับคอนโดของฉันทุกวัน

 

เขาทำแบบนี้ตั้งแต่ฉันก้าวเท้าเข้ามาเหยียบภายในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วล่ะ ตอนนั้นฉันเป็นน้องใหม่อยู่ปีหนึ่ง แถมยังได้รับเลือกเป็นดาวคณะอีกต่างหาก เขาจึงตามคุมฉันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ถึงจะอย่างนั้นมันก็ต้องมีบางวันที่เขาไม่ว่างล่ะนะ วันไหนเขาไม่ว่างก็จะส่งเพื่อนสนิทของเขามาแทน น่ารักมั้ยล่ะพี่ชายฉัน น่ารักมากกก(กัดฟัน)

 

“ช่างเขาเถอะน่า ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว”

 

“แต่ฉันเดือดร้อนยะ! ไกอาส่งค้อนขวับทำปากยื่นบ่นกระปอดกระแปด ความจริงฉันรู้สึกเฉยๆ นะกับเรื่องนี้ เพราะปกติไม่ชอบเที่ยวอยู่แล้ว บอกแล้วไง ฉันน่ะชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว อีกอย่างนะ มีคนมารับมาส่งแบบนี้นะสบายจะตาย ไม่ต้องเดินทางเองแถมวันไหนที่เฮียไม่ว่างฉันยังได้เจอ 'เขา อีกต่างหาก ยัยเพื่อนรักส่งสายตาจับผิดเมื่อเห็นฉันอมยิ้มน้อยๆ “เชอะที่แกไม่เดือดร้อนเพราะได้เจอคนบางคนบ่อยๆ น่ะสิ!

 

เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังเผลอยิ้มจนเพื่อนรักจับได้ ฉันก็รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ คิดถึงเขาทีไรหัวใจฉันเต้นแรงทุกทีสิน่า...

 

ไลน์!

 

PANMILE - อยู่หน้าคณะแล้ว อย่าต้องให้รอ!

 

โทรศัพท์ในมือถูกหย่อนลงกระเป๋าหลังจากเปิดอ่านข้อความสนทนาจากพี่ชายร่วมสายเลือด เสียงจิ๊จ๊ะขัดใจดังขึ้นข้างตัว ไม่ต้องมองก็รู้ว่ายัยเพื่อนรักกำลังทำสีหน้าแบบไหน

 

เราสองคนเดินมาถึงลานจอดรถหน้าคณะในเวลาต่อมา สายตาฉันหยุดอยู่ที่ผู้ชายร่างสูงโปร่ง เขามีใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาสีน้ำตาลเหมือนกับฉันนั้นถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นกันแดดสีดำ ริมฝีปากหนาพ่นควันสีขาวขึ้นท้องฟ้า นิ้วเรียวคีบบุหรี่ค้างไว้ตรงหน้า ผมสีน้ำตาลธรรมชาติสีเดียวกับผมของฉันสะท้อนรับแสงแดด พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าพี่ชายของฉันโคตรจะฮอตในหมู่สาวๆ เลย ถึงแม้ชุดนักศึกษาของเขาจะอยู่ในสภาพยับเยิน แต่มันกับยิ่งทำให้ลุคเขาดูหล่อร้ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เนี้ยน่ะเพลย์บอยตัวฉกาจเลยนะ!

 

“ฉันไปก่อนดีกว่า ไว้โทรหาแล้วกันนะ” ไกอาพูดด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ สายตาจับจ้องไปทางร่างสูงตรงหน้าที่กำลังมองมาทางเราสองคนเช่นกัน แต่สายตาเขาไม่ได้มองฉันนะ มันหยุดอยู่ที่ยัยตัวเล็กข้างฉันต่างหากล่ะ มันเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วสำหรับคู่นี้ ฉันไม่เคยสังเกตเลยว่าพี่ชายกับเพื่อนสนิทของฉันไปผิดใจกันตอนไหน มาสังเกตจริงๆ จังๆ อีกทีก็ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี่แหละ ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ก็แค่ทำเฉยใส่กัน ต่างคนต่างอยู่ แต่ตอนนี้นี่สิ...สายตาฟาดฟันกันมาก

 

“อืม...กลับบ้านดีๆ ล่ะ” ยัยนั่นพยักหน้ารับแล้วเดินหนีไปอีกทางเป็นจังหวะเดียวกับเฮียพันไมล์เดินเข้ามาพอดี เขามองร่างเล็กนั่นเงียบๆ แล้วหันมามองฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบผิดปกติ “อะไร?

 

เขาคว้าแขนฉันแล้วลากไปทางรถสปอร์ตคันหรูโดยไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งมันผิดปกติกับนิสัยขี้บ่นของเขามาก เมื่อขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อย รถบีเอ็มสีดำรัตติกาลก็ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงบ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นของคนขับเป็นอย่างดี ฉันจึงเลือกที่จะนั่งเงียบไปตลอดระหว่างทางไปคลับ แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เฮียพาฉันไปคลับเวลานี้ เพราะนี้มันเพิ่งจะห้าโมงเย็น หรือเขาจะลืมของไว้ที่นั่นน่ะ อย่าลืมสิ... เขาเป็นหุ้นส่วนของคลับนั้นนะ

 

 

Z CLUB

 

เอี๊ยดดด!

 

ให้ตายเถอะฉันเกือบจะหลุดกรี๊ดออกมาแน่ะเฮียพันไมล์เป็นบ้าอะไรเนี้ยถึงมาดริฟท์ในลานจอดรถหน้าคลับแบบนี้

 

ปึก! เสียงปิดประตูดังสนั่นก่อนเดินตามร่างสูงของพี่ชายเข้าไปในคลับ จริงๆ ไม่อยากจะลงหรอกนะ แต่สายตาขู่บังคับแบบนั้น ฉันจะขัดได้ยังไงล่ะ!

 

“เข้าไปสิ” เดินขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งบนชั้นสาม เฮียก็สั่งฉันเสียงเรียบแถมยังผลักหลังฉันอีกต่างหาก ฉันหันหน้าเข้าหาประตูห้องด้วยความหวาดหวั่น นี่คือห้องพักส่วนตัวของหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งของคลับแห่งนี้ ฉันคุ้นเคยกับห้องนี้ดีเลยล่ะ!

 

…... ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พอจะเดาออกแล้วว่าอะไรทำให้ให้พี่ชายจอมกวนประสาทของฉันกลายร่างเป็นคนดุดัน อารมณ์ร้อนขนาดนี้... ซวยแล้วสิไอ้พันเก้า!

 

ตึง! ทันทีที่ฉันหมุนลูกบิดประตู รองเท้าคู่ใหญ่ของผู้ชายด้านหลังก็ยกขึ้นถีบบานประตูนั่นเต็มแรงจนมันเปิดกระแทกกับพนังห้องเสียงดัง ยอมรับเลยว่าตอนนี้รู้สึกกลัวมาก ฉันไม่เคยเห็นพี่ชายตัวเองโมโหร้ายขนาดนี้มาก่อน

 

“หึ.. มึงอยู่พอดีเลย” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยกับผู้ชายอีกคนตรงหน้า เขานั่งมองเราสองคนด้วยสายตาว่างเปล่าคล้ายกับกำลังรอคอยพวกเราอยู่อย่างนั้นแหละ “กูมีเรื่องจะเคลียร์กับมึงยาวเลยไอ้ไซเรนท์!

 

 เจ้าของชื่อ 'ไซเรนท์ละสายตามาสบกับฉันนิ่ง ความเย็นชาของเขาไม่สามารถทำให้หัวใจฉันเต้นช้าลงเลย ใบหน้าหล่อเรียบนิ่งตัดกับดวงตาคมสีดำสนิทวางสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่เกรงกลัวพี่ชายฉันสักนิด

 

 

แน่ล่ะพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันนี่!

 

“เข้าไปสิพันเก้า”

 

……...

 

“เข้าไปในห้องแฟนแกสักหน่อยเป็นไง!

 

…!” ไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้เลย สิ่งที่ทำให้เฮียพันไมล์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ คงจะเป็นเรื่องระหว่างฉันกับไซเรนท์...เรื่องที่เราแอบคบกัน!

 

จำได้มั้ย...ฉันเคยบอกว่าพี่ชายของฉันคอยตามรับตามส่งฉันทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ว่างเขาจะส่งเพื่อนสนิทของเขามาแทน และเพื่อนสนิทของเขาก็คือ...ไซเรนท์

 

วันเกิดฉันตอนปีสอง คือวันที่ฉันขอคบกับเขา... ผู้ชายเย็นชาที่ฉันเผลอมอบหัวใจให้โดยไม่รู้ตัว อาจเป็นเพราะว่าฉันไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนเลย และยังนิสัยโลกส่วนตัวสูงของฉันบวกกับเฮียตามคุมไม่ห่างทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบ เพราะรู้กิตติศัพท์ของพี่ชายฉันดีว่าโหดและเถื่อนมากแค่ไหน ในสายตาของฉันจึงมีเพียงแค่เขาในตอนนั้น...

 

ฉันแอบใจเต้นทุกครั้งเมื่อสบตาเขา รู้สึกดีเวลาได้รับความห่วงใยจากเขา ถึงแม้เขาจะมีนิสัยเย็นชาแต่ด้วยนิสัยไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับความเป็นส่วนตัวของฉันมาก ฉันถึงชอบในความเย็นชาของเขา ตอนฉันขอคบกับเขา วันนั้นคำตอบของเขาคือ... จูบแรกของฉัน เขาจูบฉันแทนคำตอบตกลงพร้อมกับพูดคำๆ นึงที่ทำให้ฉันนิ่งค้างไปหลายนาที

 

'ฉันจะคบกับเธออย่างลับๆ'

 

'ทำไม...' ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทำไมต้องแอบคบกันด้วยล่ะ!

 

'เพราะเธอยังเด็ก..' เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาว่างเปล่ามองตอบกลับมาจนฉันรู้สึกอึดอัดในหัวใจ '..และเป็นน้องสาวไอ้ไมล์'

 

'...'

 

'ยังอยากจะคบกับฉันอยู่มั้ยล่ะ'

 

นับว่าเป็นประโยคสนทนายาวๆ ระหว่างฉันกับเขาเลยก็ว่าได้ ผู้ชายคนนี้เป็นพวกประเภทพูดน้อยต่อยหนัก และฉันก็ได้ยินเสียงตัวเองตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา

 

'อยากสิ...ฉันอยากคบกับเฮีย'

 

ตึง! เสียงอะไรบางอย่างกระทบพื้นเสียงดังลั่นเรียกสติฉันให้กลับมาอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบัน  เฮียพันไมล์ยืนกำมือแน่นข้างเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด สายตาดุดันจับจ้องใบหน้าเย็นชาเหมือนต้องการคำอธิบาย ฉันเองก็มองผู้ชายเจ้าของเรือนผมสีดำอยู่เช่นกัน เขาจะตอบยังไงสำหรับความสัมพันธ์แสนคลุมเครือของเราสองคนในตอนนี้ แต่... เขาก็ยังเป็นเขา ผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกและนิ่งเฉยได้ทุกสถานการณ์เหมือนเคย

 

...เฮียรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

 

เมื่อเขาไม่ตอบ ฉันจึงเลือกถามพี่ชายตัวเองกลับ ตอนนี้ไม่อยากสบสายตาเย็นชานั่นอีกแล้ว เมื่อไหร่นะ... ที่ฉันเริ่มเกลียดความเย็นชาของเขา!

 

พรึ่บ! รูปถ่ายหลายใบถูกโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าไซเรนท์ เขาไม่แม้แต่จะปรายตาลงมองมันด้วยซ้ำ สายตาคมนั่นยังจับจ้องใบหน้าฉันไม่ยอมละตั้งแต่ฉันก้าวเข้ามาในห้อง

 

..นี่มัน” ฉันเบิกตากว้าง มือไม้สั่นไปหมดเมื่อเห็นรูปเหล่านั้น ไม่คิดเลย... ไม่คิดเลยว่าจะโดนแอบถ่ายเข้าจนได้! ไม่สิ... นั่นมันภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดต่างหากล่ะ!

 

“เหอะมึงตอบกูมาซิ ว่าไอ้ผู้ชายที่จูบกับผู้หญิงในรูปมันเป็นใคร ถ้าไม่ใช่มึงกับน้องสาวกู!!

 

หมับ!

 

“เฮีย!! รวดเร็วจนมองไม่ทันเมื่อเฮียพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อไซเรนท์ เขาละสายตาจากฉันในที่สุด เพื่อนรักสองคนต่างสบตากันนิ่ง อีกคนเกรี้ยวกราดส่วนอีกคนนิ่งเงียบ “พะ...พอแล้ว รูปนั่นมันก็แค่..

 

อุบัติเหตุ... ฉันกำลังจะโกหกแต่ดูเหมือนผู้ชายเย็นชาคนนั้นจะรู้ทัน เขาจึงพูดขัดฉันด้วยเสียงดังฟังชัดจนหัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ

 

“ใช่กูคบกับน้องมึงอยู่”

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก บ้าน่า... สถานการณ์ตึงเครียดขนาดนี้ยังจะมายืนหัวใจเต้นอีก มึงนี่นะไอ้พันเก้า!

 

“เมื่อไหร่.. เสียงลมหายใจฟึดฟัดคล้ายกับอดกลั้นอารมณ์เดือดพล่านในกาย เฮียยังไม่ยอมปล่อยมือจากคอเสื้อไซเรนท์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปัดป้องมือหนานั่นออก “มึงแอบคบกันมานานแค่ไหนแล้ว!

 

“... สายตาคมจับจ้องมาทางฉันที่ยืนเป็นใบ้ไปแล้ว ฉันเคยคิดอยากจะคบกับเขาแบบเปิดเผยนะ แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นมันเปลี่ยนไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างของเราทั้งคู่ ถึงแม้ตอนนี้หัวใจฉันจะยังรักเขาเหมือนเดิม แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ คือร่างกายของฉันต่างหาก!!

 

“วันเกิดน้องมึง...

 

...

 

...ปีที่แล้ว”

 

พลั่ก!

 

"อ๊ะ!" ฉันยกสองมือปิดปากกลั้นเสียงกรี๊ดตกใจเมื่อหมัดหนักๆ ของเฮียพันไมล์พุ่งใส่ข้างแก้มไซเรนท์ในที่สุด เขาล้มลงบนพื้นในขณะเฮียสาวเท้าเข้าไปซัดหมัดอีกครั้งอย่างเกรี้ยวกราด เขาแค่นั่งนิ่งๆ ไม่ปัดป้องและต่อสู้ใดๆ จนฉันที่ก้าวขาไม่ออกมาเกือบนาทีรีบวิ่งเข้าไปรั้งแขนของเฮียเอาไว้ “หยุดหยุดนะเฮีย!

 

“ปล่อยฉันนะเว้ยยย” เฮียสะบัดแขนด้วยความรุนแรงจนฉันล้มลงไปนั่งบนพื้นห้อง ดวงตาสีดำสนิทหันมองอย่างรวดเร็ว แววตาคู่นั้นวูบไหวครู่นึงก่อนจะรั้งหมัดหนักที่กำลังพุ่งใส่หน้าเขาอีกครั้ง “มึงมึงแอบคบกับน้องกูเป็นปีในขณะที่มึงนอนกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่ว!!

 

...อึก”

 

“มึงทำให้น้องกูเสียใจมากี่ครั้งแล้วไอ้ไซเรนท์!!

 

แหมะ น้ำตาที่เหือดหายไปจากความรู้สึกหลายปีค่อยๆ หยดลงบนหลังมือฉัน คำพูดเกรี้ยวกราดแสดงออกถึงความห่วงใยน้องสาวอย่างฉัน ความรู้สึกหลากหลายมันเอ่อล้นจนฉันจุกแน่นไปทั้งหัวใจ

 

มันเป็นความจริง...ความจริงที่ทำร้ายฉันมาตลอดระยะเวลาที่คบกัน เขาเป็นแฟนฉันในขณะที่นอนกอดกับผู้หญิงคนอื่น ฉันรู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย มันเป็นสัญชาตญาณของเขา แม้จะเย็นชาแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึก กลับกัน... เขาเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเลยด้วยซ้ำ ฉันคอยปลอบใจตัวเองอยู่เสมอ เพราะเขาไม่กล้าแตะต้องฉัน เขาถึงต้องไประบายกับผู้หญิงคนอื่น แต่ถึงจะคิดแบบนั้น... หัวใจฉันก็ไม่เคยเจ็บน้อยลงเลย

 

เรื่องรูปภาพที่เขาจูบฉันในวันนั้นก็เป็นเพราะฉันบังเอิญไปเจอเขานอนกับผู้หญิงคนอื่น เขากำลังร่วมรักกับเธอในห้องนี้!

 

ตอนนั้นเราทะเลาะกันรุนแรงและฉันก็เสียใจมาก ถึงขนาดพูดคำๆ นั้นออกมา คำที่เปรียบดังคมมีดกรีดหัวใจฉัน ฉันจึงระบายความเสียใจด้วยการดื่มเหล้า วันนั้นฉันไปนั่งดื่มคนเดียวที่ T CLUB ไนต์คลับคู่แข่งของ Z CLUB เพราะคิดว่าเฮียคงจะตามหาฉันไม่เจอและคงคาดไม่ถึงว่าฉันจะไปที่นั่น

 

 

คืนนั้นฉันดื่มหนักมาก มีผู้ชายหลายคนเข้ามารุมล้อมแล้วกรอกเหล้าเข้าปากฉัน ตอนนั้นมันมึนงงและสมองพร่าเบลอไปหมด สิ่งที่จำได้เลือนรางคือภาพของผู้ชายคนหนึ่งเจ้าของเรือนผมสีทอง เขาเข้ามาช่วยฉันเอาไว้ แล้วหลังจากนั้น....

 

“ฮึก! ฉันก้มหน้าปิดปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังถาโถมเข้ามาไม่ยอมหยุด หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นฉันไม่ได้ร้องไห้ พยายามไม่นึกถึงมันอีก พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นแค่ความฝัน ฝันร้าย...

 

แต่ตอนนี้ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันกลั้นความเสียใจเหล่านั้นไม่ไหวอีกแล้ว.. ฉันอ่อนแอเหลือเกิน... อ่อนแอจนไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวอะไรอีกแล้ว....

 

“พันเก้า!!

 

[PANKAOW :: END]

 

 

 

ร่างบางหมดสติลงในอ้อมกอดของชายหนุ่มเจ้าของห้อง ก่อนหน้านี้เขานั่งมองเธอที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นจนร่างนั้นเริ่มโอนเอนแล้วกำลังล้มลงบนพื้น เขาจึงรีบสะบัดมือหนาของเพื่อนสนิทออกจากคอเสื้อตัวเองแล้วพุ่งตัวเข้าไปรับร่างอ่อนแรงนั้นไว้อย่างทันท่วงที หยาดน้ำตาบนแพขนตาหนาชุ่มช่ำทำให้หัวใจด้านชาของเขากระตุกวูบ

 

...เธอเสียใจกับการกระทำของฉันขนาดนี้เลยเหรอพันเก้า

 

“ปล่อยน้องกู... คนเป็นพี่ชายเอ่ยขึ้นหลังจากได้สติ เขาตกใจจนนิ่งไปนานเมื่อเห็นน้องสาวที่เขาทั้งรักและห่วงใยร้องไห้จนหมดสติ ยิ่งคิดว่าสาเหตุมันมาจากเพื่อนสนิทที่เขาไว้ใจ เขาก็ยิ่งอยากจะฆ่ามันให้ตาย “มึงจะพาน้องกูไปไหน!

 

นอกจากไซเรนท์จะไม่ยอมปล่อย เขายังเลือกที่จะอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดแล้วสาวเท้าเดินเข้าไปในห้องนอน ค่อยๆ วางร่างที่หมดสติในวงแขนลงอย่างถะนุถนอมจนคนเป็นพี่ชายต้องหยุดยืนมอง สีหน้าห่วงใยกับการกระทำแสนอ่อนโยนนั่น เขาไม่เคยเห็นจากเพื่อนรักคนนี้เลยซักครั้ง

 

“มึงจริงจังกับน้องกูหรือเปล่า?” พันไมล์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาต้องการฟังคำตอบที่แน่นอน ถ้าไซเรนท์รักพันเก้าจากใจจริง เขาก็พร้อมที่จะยอมให้สองคนได้คบกัน ที่ผ่านมาเข้าเองมีส่วนผิด ถ้าไม่บีบบังคับให้น้องสาวอยู่แต่ในกรอบ เรื่องบ้าๆ พวกนี้คงไม่เกิดขึ้น เขาปล่อยให้น้องสาวต้องเสียใจมาตลอดหนึ่งปีโดยไม่รู้เรื่องเลยได้ยังไงว่ะ!

 

“ตอบ! เขากระชากเสียงใส่เมื่อเพื่อนรักของเขาเอาแต่นั่งมองหน้าน้องสาวเขานิ่งเงียบ จนเขานึกรำคาญกับนิสัยเย็นชาของเพื่อนคนนี้นัก

 

..อืม”

 

“แล้วรักล่ะ? คราวนี้ดวงตาสีดำขลับหันมาสบตากับเพื่อนรักที่มองมาเหมือนต้องการคำตอบ เขานิ่งไปครู่นึงจนพันไมล์ถามย้ำอีกรอบ “มึงรักพันเก้าหรือเปล่าไอ้ไซ?”

 

...กูรักน้องมึง” เขาตอบพลางหันกลับมามองร่างเล็กบนเตียง ความจริงเขาแน่ใจมาสักพักนึงแล้วล่ะ แต่เพิ่งจะมายอมรับจริงๆ ก็ตอนนั้น... ตอนทะเลาะกันครั้งล่าสุด ตอนที่คำพูดประโยคนึงหลุดจากริมฝีปากบางของเธอ

 

 

'เราเลิกกันนะเฮีย...ฉันขอหัวใจของฉันคืน'

 

TO BE CONTINUED

 

อัพแล้วน้าาา อ่านแล้วคอมเม้นด้วยนะคะ

เค้าจะแวะมาลงให้บ่อยๆ เน้อ

 

วางจำหน่ายในรูปแบบ Ebook แล้วนะคะ

 

 

#

 

ถูกใจ / คอมเม้น / โหวต / สนับสนุน

SUPPORT ME

 
 ติดตามข่าวสารได้ที่นี่

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}