ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ

ชื่อตอน : (Re-write) 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 256

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 01:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(Re-write) 8
แบบอักษร

8 

ร่างของหญิงสาวลอยขึ้นเหนือพื้นสูงจนเกือบติดเพดานของโกดังที่สูงราว 4 เมตร  เธอถูกตรึงด้วยโซ่ที่ข้อมือทั้งสองข้างที่ต่อมาจากรอกเหล็กกล้าซึ่งติดตั้งอยู่ตรงเพดาน  น้ำเพชรกำลังอยู่ในความฝันอีกเลือนราง  

ความทรงจำบางอย่างเข้ามาในหัวของเธอยามที่สติมืดดับและหลับลง  ภาพในอดีตนั้นช่างแทรกแซงเข้ามาอย่างฉับพลันจนน่าเวียนหัว  แขนของเธอที่ถูกตรึงนั้นเริ่มอ่อนแรงแต่ร่างของหญิงสาวก็ไม่ร่วงหล่นเพราะโซ่ที่รั้งไว้

เธอเลือกได้นะ 

ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้ 

 

เสียงจากความทรงจำเข้ามาในโสตประสาทของเธอ  ดวงตาคู่สวยปิดแน่น  น้ำเพชรเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อภาพเหตุการณ์เหล่านั้นรุมเล่นงานเธอในหัว  เธอเห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคยและได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น  

 

อยากตายมากก็ลองเดินไปสิ 

ไปให้พ้น! 

 

ตึก ตึก 

“อือ...”  เสียงครางเล็กร้องประท้วงความสับสนในหัว  ก่อนที่จะมีเสียงรองเท้าหนังส้นหนักกระแทกกับพื้นเข้ามาทางเธอ  ปลุกน้ำเพชรให้ตื่นจากความฝันแสนพร่ามัวของเธอ 

 เปลือกตาคู่สวยลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า  เธอพยายามปรับสายตาแล้วเพ่งมองไปยังชายที่เดินเข้ามาแล้วหยุดมองเธอราวกับภูมิใจในผลงานสร้างสรรค์อันแสนวิจิตรของตัวเอง  แม้มันจะทรมานผู้อื่นก็ตาม  เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะเดินช้าๆ เข้ามาใกล้แล้วเงยมองเธออย่างเต็มตา 

คุณการันต์... 

“อย่างกับงานศิลปะเลยนะ  ประติมากรรมอะไรสักอย่าง”  การันต์พูดพลางมองภาพตรงหน้า 

น้ำเพชรขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์  เธอไม่คิดว่าคนที่ทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้จะเป็นการันต์ที่ดูท่าทางเป็นมิตรกับเธอในงานคืนนั้น  แม้เขาจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนหนึ่งในที่ประชุมจักรวาล  แต่เขาก็ไม่ควรทำกับเธอแบบนี้  ในเมื่อเธอไม่ได้รู้เห็นอะไรเกี่ยวกับงานของพวกเขาเลย 

“ทะ ทำไม...”  หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า 

“รู้ไหมว่าฉันก็เคยตั้งคำถามแบบนั้นเหมือนกัน”  การันต์พูดก่อนจะกวักมือเรียกการ์ดคนหนึ่งให้ยกเก้าอี้มาวางไว้ให้  จากนั้นเขาจึงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น  “ทำไม...ทำไม...” 

“...” 

“ทำไมจู่ๆ เธอก็กลับมา?” 

“?” 

“ทำไมครั้งนี้เธอถึงไม่รู้อะไรเลย” 

“...” 

“ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่” 

“คุณการันต์...” 

“ทำไมเธอถึงกลับมาตอกย้ำความทรงจำของทุกคน  ทั้งที่เธอจำอะไรไม่ได้”  ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับจดจ้องมาทางเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่แฝงความโกรธแค้นภายใน  เหมือนดั่งว่าเขากำลังนึกถึงใครอีกคนที่ไม่ใช่เธออยู่  “ทำไมเธอต้องชนะทุกครั้ง” 

“...” 

“ทำไมกัน...เพชร?” 

 

 

พ.ศ.2532 

ณ คฤหาสน์ตระกูลโลกา 

การันต์ในวัย 17 ปีนั่งเขียนรายงานอย่างจริงจังเพื่อเข้ารับการทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้  เขาเรียนข้ามชั้นด้วยความฉลาดและความตั้งใจ  ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเรียนแต่เรื่องการต่อสู้และสานต่อธุรกิจของตระกูลโลกาก็ด้วยเช่นกัน  เขาต้องสมบูรณ์แบบให้มากที่สุดเพื่อเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป 

เด็กหนุ่มเติบโตมากับคุณปู่เพราะพ่อกับแม่เสียตั้งแต่เด็ก  การเป็นหลานชายเพียงคนเดียวทำให้คุณปู่เข้มงวดกับเขาเป็นพิเศษ  แม้มันจะมีข้อดีตรงที่ว่าไม่มีใครมาแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลของเขาได้เพราะลูกหลานของคุณปู่ต่างเสียไปหมดแล้ว แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขาต้องแบกภาระต่อไปในอนาคต 

ก๊อกๆๆ 

“คุณหนูครับ  นายใหญ่เรียกพบครับ”  เลขาของคุณปู่เรียกเขาออกไปกะทันหัน  ทำให้การันต์ต้องวางมือจากรายงานตรงหน้าแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปหาคุณปู่ตามรับสั่ง 

เขาย่างกรายมาตามทางจนถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลโลกาที่เต็มไปด้วยเหล่าช้างเผือกของตระกูลยืนล้อมวงเด็กสาวแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งถือเพียงขวานเล่มเดียวในมือ  เด็กสาวที่มีใบหน้างดงามแต่กลับมีสายตาที่เด็ดเดี่ยวและอ้างว้างในเวลาเดียวกัน  ท่าทางของเธอไม่ได้ถูกต้อนรับเป็นอย่างดีนักแต่การันต์กลับสนใจในตัวเธอมากกว่า 

เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ... 

“มั่นใจหรือว่าจะให้เธอมาอยู่ที่นี่?”  นายใหญ่ไกรหรือปู่ของเขาเอ่ยถามชายหนุ่มชุดสูทสีแดงคนหนึ่งที่นั่งเล่นหมากรุกอยู่ฝั่งตรงข้าม  คนที่มักจะโผล่ไปไหนมาไหนทั่วที่ประชุมจักรวาล

“ตามสนธิสัญญาไง  คุณยังติดหนี้ผมอยู่นะคุณไกร”  ชายคนนั้นเอ่ยพลางลอบยิ้ม

“ยังไงซะก็คงไม่มีใครฆ่าเธอหรอก เธอเป็นสายเลือดตระกูลเมฆาคนสุดท้ายนี่นา”  ไกรพูดพร้อมยกกาแฟขึ้นจิบแล้วทอดมองเด็กสาวที่ยืนนิ่งโดยถือเพียงขวานเล่มเดียวในมือ

การันต์เริ่มจะเดาสถานการณ์ออกแล้ว  นี่คงเป็นการประลองเพื่อพิจารณาในการรับคนเข้าตระกูลที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในที่ประชุมจักรวาล  เด็กสาวคนนั้นคงเป็นทายาทจากตระกูลอื่นที่ต้องเข้ามาพึ่งพิงตระกูลโลกาเพราะหากเธอเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไปคงไม่เข้ามาพบคุณปู่ได้เอง  ผู้ชายคนนั้นเป็นคนพาเธอมาแน่

เธอเป็นใคร ทำไมต้องมาที่นี่?

“คุณประเมินเธอต่ำไปนะ  ระดับเพชรถ้าให้ไปอยู่ในตมของตระกูลอื่นก็เสียของหมด”  พระเพลิงพูดก่อนจะเคลื่อนหมากแล้วจ้องไปที่เธอซึ่งอยู่ด้านนอกบ้าน  “คุณไม่มีลูกสาวหรือหลานสาวด้วยนี่  เกิดต้องมีพันธมิตรแล้วจะลำบากนะ”

“โฆษณากันซะขนาดนี้ผมคงปฏิเสธอะไรไม่ได้หรอก  แต่เธอก็ต้องพิสูจน์ว่าเธอเหมาะสมจริงๆ”  นายใหญ่ไกรพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกบ้านพร้อมชายคนนั้นที่เดินตามไป  ก่อนที่คุณปู่จะหันมาทางเขา  “การันต์  รอบนี้เราไม่ใช้ปืนและเธอจะไม่ใช้ขวาน”

“...”  เด็กสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองไกรและเขาอย่างรู้ในใจว่าเธอจะต้องทิ้งอาวุธลงเพื่อแลกกับการลดการใช้ปืนของอีกฝั่ง  การันต์ไม่รู้ว่าเธอจะไหวหรือเปล่าเพราะมันคงยากสำหรับเด็กผู้หญิงตัวคนเดียว

เขาเคยได้ยินเรื่องของรสริน ทายาทตระกูลดาราและราตรี ทายาทตระกูลจันทราที่แม้จะเป็นผู้หญิงแต่กลับเก่งกาจเรื่องการต่อสู้ไม่แพ้ทายาทผู้ชายคนอื่น  เพียงแต่ไม่ได้รับการยอมรับมากนักเพราะครอบครัวมักจะฝากความหวังไว้ที่ลูกชาย

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนี้เลย  คงเป็นเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงในบ้านที่มีทายาทผู้ชาย หรือไม่เธอก็คงเป็นลูกนอกสมรสของผู้นำตระกูลสักคน  ไม่แน่อาจเป็นแค่ลูกเลี้ยงหรือญาติห่างๆ ด้วยซ้ำ

ยิ่งเป็นความลับ ก็ยิ่งเหมือนมีมนตร์สะกดสินะ

“อย่าให้ตระกูลเราขายหน้า  เริ่มเลย!”  คุณปู่พูดพร้อมตบบ่าการันต์เบาๆ ก่อนจะให้พวกช้างเผือกกรูกันเข้าไปหาเด็กผู้หญิงคนนั้นยิ่งกว่าฝูงหมาป่าล่ากวาง

การันต์เป็นด่านสุดท้ายสำหรับเด็กสาวคนนั้น  หากกวางขาวอย่างเธอสามารถฝ่าฝูงหมาป่ามาจนถึงตัวเขาได้ก็ถือว่าฝีมือของเธอไม่ธรรมดา  แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือกับเขาซึ่งเป็นทายาทที่ถูกฝึกมามากกว่าช้างเผือกคนอื่น

เธอกำลังสะกดสายตาของการันต์จนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง  ทั้งการต่อสู้ที่แสนจะแม่นยำและดวงตาเย็นชายากจะอ่านใจออกนั้นมันยิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก  ราวกับว่าเธอไม่ใช่กวางขาวหายากที่เหล่าเสือหรือหมาป่าต้องการล่า  แต่เธอคือราชสีห์เจ้าป่าที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดแม้มันจะอันตราย

ฟึ่บ!

เธอใช้มีดในมือฟันไปทางการันต์แต่เขาหลบทัน  ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร  การันต์ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดมากนักแต่เขาก็ทำมันได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ  แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเสียสมดุลนักเพราะเธอรวดเร็วและเด็ดขาดมากพอที่จะพุ่งเข้าไปหาการันต์จนสามารถปิดงานด้วยการจ่อมีดที่ลำคอของเขาได้

“ยินดีต้อนรับสู่ตระกูลโลกา เพชรรัตน์

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอคนนั้นที่ใบหน้าเหมือนน้ำเพชร  ผู้หญิงที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตระกูลของเขาในฐานะหลานสาวของนายใหญ่ไกร  เขากับเธอเติบโตด้วยกันมาในช่วงระยะเวลา 5 ปี

ก่อนที่เพชรรัตน์จะแต่งงานกับธีร์

5 ปีหลังจากนั้น

หลังจากวันนั้นเพชรรัตน์ก็กลายเป็นหลานสาวคนหนึ่งของนายใหญ่ไกร  แม้ว่าเธอจะฉายแววความสามารถทั้งในด้านการต่อสู้และธุรกิจมากแค่ไหนแต่นายใหญ่ไกรก็เลือกจะมอบตำแหน่งผู้นำให้กับการันต์ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ อยู่ดี  ซึ่งเพชรรัตน์เองก็ดูจะไม่ได้อยากแย่งชิงตำแหน่งนั้นจากการันต์ตั้งแต่แรก

ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้คนภายนอกได้รู้จักเพชรรัตน์ในฐานะน้องสาวไม่แท้ของการันต์เพราะเธอมีอายุน้อยกว่า แต่แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอมาจากตระกูลไหน  มีเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้นที่รู้และดูจะไม่ใส่ใจกับเธอมากนัก  ทั้งที่การันต์รู้สึกได้ว่าเพชรรัตน์มีความเกี่ยวข้องกับที่ประชุมจักรวาลอย่างมาก

“ผมไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงานของเพชรครับ”  การันต์พูดกับคุณปู่ไปตามตรงภายในห้องทำงานของนายใหญ่ไกร

“หลานควรจะดีใจนะที่เรามีตัวกลางผูกมิตรกับตระกูลสุริยัน”  ไกรพูดเสียงเรียบ

“แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนครับ  คุณปู่ยังไม่ถามเพชรด้วยซ้ำ”

“ปู่ถามไปแล้ว  เธอบอกว่าตกลง”

“...”

“ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะการันต์  หลานควรมองเธอเป็นแค่น้องสาวนะ”  ไกรพูดอย่างรู้ทันความคิดของหลานชายที่เขาเลี้ยงมาเองกับมือ  เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าการันต์ชอบเพชรรัตน์แต่เพชรรัตน์ดูไม่มีท่าทีเล่นด้วยเท่าไหร่นัก  หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะสายตาเย็นชาของเธอที่ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง

“...”

“อีกอย่าง ถ้าให้เธออยู่ที่นี่ต่อไป โอกาสที่หลานจะเป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์แบบก็อาจจะลำบาก”

“ครับ?”

“หลานคุมคนอย่างเพชรรัตน์ไม่ได้หรอก  เธอเก่งเกินไป”  คุณปู่พูดพร้อมกับใช้ไม้ขีดจุดไฟแล้วลนตรงปลายซิก้าร์ที่ตัวเองคาบไว้ในปาก  “ยุคของหลานอาจจะเป็นยุคที่ราชินีสู้กันเองก็ได้  แต่ก็ใช่ว่าพวกเธอจะจงรักภักดีนี่”

“...”

“ความทะเยอะทะยานพวกนั้นสักวันจะทำร้ายเพชรรัตน์เอง  หรือไม่ก็อาจจะมาทำร้ายหลานด้วยหากยังเก็บเธอไว้ใกล้ตัว  หลานก็รู้นี่ว่าที่นี่คือที่ประชุมจักรวาลไม่ใช่โลกนิยายรัก  อย่าให้เรื่องเล็กน้อยมาขัดผลประโยชน์จะดีกว่า”

“ครับคุณปู่”  การันต์ตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของนายใหญ่ไกรโดยไม่ต่อล้อต่อเถียงเพิ่ม  เพราะเขารู้ว่าคุณปู่คงไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่  แต่ถีงอย่างนั้นเขาก็อดโมโหไม่ได้

ร่างสูงเดินมาได้ไม่นานก็พบกับเพชรรัตน์ที่เดินถือแฟ้มเอกสารแล้วทำท่าจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานของคุณปู่  พวกเขาอายุห่างกันเพียงสองปีและปีนี้เพชรรัตน์ก็เพิ่งบรรลุนิติภาวะจึงเหมาะแก่การแต่งงานในสายตาคู่ปู่  แต่สำหรับการันต์แล้วเธอเป็นเพียงเด็กสาวที่เขาตกหลุมรักและไม่อยากให้เธอตกไปเป็นของใคร

“ฉันได้ยินเรื่องแต่งงานของเธอมาแล้วนะ”  การันต์พูดกับเพชรรัตน์ทำให้เธอชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเขาที่สีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก  “เธอรู้จักเขาหรือไง?”

“หมายถึงใครล่ะ?”

“เจ้าบ่าวของเธอไง”

“ไม่จำเป็นนี่  นั่นเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน”  เธอพูดอย่างไม่แยแส

“แต่คนแต่งงานคือเธอนะ  จะใช้ชีวิตเหมือนหมาทำตามสั่งเจ้านายไปถึงไหน”  เขาพูดอย่างเกรี้ยวกราดพลางมองแววตาเรียบเฉยของหญิงสาวตรงหน้า  “ถ้าเธออยากหนีไป  ฉันจะพาไปเอง”

“ฉันไม่จำเป็นต้องหนี”

“เพชร”

“ฉันกำลังให้เกียรติและตอบแทนบุญคุณปู่ของนายอยู่นะการันต์  ในฐานะที่เขาให้ฉันอยู่ที่นี่มาตลอด”  เพชรรัตน์พูดอย่างจริงจังพร้อมกับตวัดสายตามองการันต์  “นายคงไม่เอาความรู้สึกตัวเองมาเป็นศูนย์กลางหรอก ถูกไหม?”

“...”

“เพราะต่อให้นายอยากทำแบบนั้น  ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรกับนายอยู่ดี”  เธอพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป  ทิ้งให้การันต์ยืนกำหมัดแน่นหลังได้รับคำปฏิเสธที่ชัดเจนไม่ต่างจากทุกครั้ง  เพชรรัตน์ยังใจแข็งเหมือนเดิม ไม่สิ เธอใจร้ายมากด้วย

การันต์เจ็บปวดจากคำพูดและสายตาของเธอ  ทั้งการแต่งงานของเธอกับธีร์ที่แม้จะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชนที่ไปด้วยสวยในช่วงแรกแล้วเลวร้ายในช่วงท้าย  แต่เพชรรัตน์ก็ไม่เคยหันกลับมาตอบรับความจริงใจจากเขา  ซ้ำยังทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนในสายตาของเธออีก  เมื่อเธอตายไปจึงเหมือนว่าเรื่องราวของเธอในความทรงจำของการันต์หายไปด้วย

แต่แล้วเด็กผู้หญิงที่เหมือนเธอก็กลับมา...น้ำเพชร

ปัจจุบัน

ณ คฤหาสน์สุริยัน

ร่างหนานอนคว่ำบนเตียงโดยมีผ้าพันแผลพันร่างเอาไว้  ธีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาโดยมีความเจ็บปวดจากบาดแผลแล่นเข้ามาทักทาย  เขาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน  แต่ครั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเขาก็นึกได้ทันทีว่าน้ำเพชรกำลังตกอยู่ในอันตราย  ทำให้นายใหญ่ของบ้านรีบลุกขึ้นโดยไม่สนว่าแผลจะปริออกมา

“ระวังครับ  แผลเพิ่งเย็บไปเอง”  ไตรที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงเอ่ยขึ้น  ก่อนที่จะเดินไปแง้มประตูแล้วเรียกพยาบาลพิเศษกับแม่บ้านเข้ามาดูอาการ  “หมอบอกว่าไม่มีอะไรมากแค่รอพักฟื้น  ดีที่ไม่เสียเลือดมากด้วยแต่ผ่ากระสุนออกแล้วนะครับ”

“เพชรล่ะ?”

“กำลังตามหาอยู่ครับ  ได้เรื่องมาแล้วว่าเป็นพวกตระกูลโลกา”

“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว”

“ประมาณ 4 ชั่วโมงครับ”  ไตรพูดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู  เขามองร่างสูงของผู้เป็นพ่อที่มีรอยแผลแทบจะทั่วร่างแล้วถอนหายใจออกมา  “ตอนนี้คนของเรากำลังตามหากันทุกที่   ถ้ามีการติดต่อมาผมจะรีบบอก”

ไตรบอกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ  เพราะในตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้มากเท่ากับการรอคอยเพื่อที่จะได้ไปตามเธอกลับมา  ขุนเองก็ยังไม่สามารถหาพิกัดของเธอได้  อาจเพราะพวกนั้นทำลายโทรศัพท์ของเธอไปแล้ว

ไม่ต้องมองหน้ายังรู้ว่าธีร์จะทำหน้ายังไง  เขารู้ว่าพ่อเป็นห่วงน้ำเพชรมากและเขาเองก็เป็นห่วงเธอมากไม่ต่างกัน  ยิ่งเธอจำอะไรไม่ได้และมีหน้าตาที่เหมือนกับคนในอดีตก็ยิ่งทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายมากยิ่งขึ้น  ไม่รู้ว่าพ่อไปหาคนที่เหมือนกันขนาดนี้มาจากไหน  ทั้งที่มันตอกย้ำความทรงจำในอดีตของตัวเองแท้ๆ

ความทรงจำเกี่ยวกับคุณนายเพชรรัตน์...

ฉึก!

ลูกดอกถูกส่งออกจากคันธนูมูลาแห่งตระกูลดาราด้วยฝีมือของรสรินที่คาบบุหรี่ไว้ในปาก  สายตาคมมองไปยังเป้าเหล็กก่อนที่จะลดคันธนูลงแล้วดึงบุหรี่ออกจากปากพร้อมพ่นควันสีขาวออกมาอย่างใจเย็น

“เด็กคนนั้นคงทำให้การันต์แทบเป็นบ้าเลยสิ  เหมือนกันขนาดนั้น”  รสรินเอ่ยถามแขกคนพิเศษที่ได้รับเกียรติให้มาชมเธอถึงสนามซ้อม  แม้ว่าช่วงเวลานี้มันจะดึกดื่นเต็มที  “ว่าไหมพระเพลิง?”

“ก็นะ  เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก  แต่เพชรรัตน์คงไม่อ่อนโยนขนาดนี้”  พระเพลิงพูดพลางลอบยิ้มแล้วจุดไฟแช็คให้กับบุหรี่ที่คาบในปาก “บางคนก็คงยึดติดกับความทรงจำของตัวเองมากเกินไป”

“แต่เด็กคนนั้นกลับไม่มีความทรงจำอะไรให้ยึดติด”

“เปล่าหรอก  มันแค่ยังไม่ถึงเวลา”

“?”

“คนในความทรงจำยังหาทางเอาเธอคืนมาเสมอ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีแดงเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาพร้อมควันสีขาว  “แต่อาจต้องข้ามศพคุณธีร์ไปก่อน  ในเมื่อเขาหวงมากขนาดนั้น”

พระเพลิงนึกถึงครั้งล่าสุดที่เขาไปเยี่ยมธีร์ที่บ้านแล้วพบกับน้ำเพชร  เห็นได้ชัดว่าแม้ภายนอกเธอจะเหมือนกับคุณนายเพชรรัตน์ไปเสียทุกอย่าง ทั้งใบหน้า รูปร่างหรือน้ำเสียง  แต่เพราะความทรงจำที่หายไปหรือไม่ก็เพราะความไร้เดียงสานั้นทำให้เธอแตกต่างจากนิสัยของเพชรรัตน์โดยสิ้นเชิง

แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งไว้ใจเด็กสาวคนนี้ไป  หากความทรงจำของเธอกลับมาทั้งหมดอาจทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปก็ได้  นี่มันอาจจะเพิ่งถึงครึ่งทาง  เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่รีบสรุปอะไรในตอนนี้

“พวกผู้ชายนี่ชอบยึดติดจังนะ”  รสรินพูดพร้อมกับง้างธนูมูลาขึ้นมาอีกครั้ง  พร้อมกับเล็งไปยังเป้าแล้วยิงมัน  “ยิ่งเห็นราตรีกลับมายิ่งรู้เลยว่าทิวาจะเป็นยังไง”

“ทำไมพวกที่ประชุมจักรวาลถึงมีปัญหาครอบครัวกันแทบจะทุกบ้าน”

“คนที่ไม่มีครอบครัวแบบนายคงไม่เข้าใจสินะ”

“...”

“ความวุ่นวายที่ต้องอดทน”

“...”

“ความรักที่เกลียดชัง”

ฉึก!

“ครอบครัวคือด่านแรกของความประสาทในชีวิตเลยล่ะ”

น้ำเพชรยังถูกห้อยตัวอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีวี่แววว่าจะถูกปล่อยง่ายๆ  หญิงสาวเริ่มหายใจแผ่วลงด้วยความอ่อนเพลีย  เธอฟังเรื่องราวในอดีตของการันต์ที่มีต่อคุณนายเพชรรัตน์อย่างมากมาย  แม้ว่าเธอจะสนใจในสิ่งที่เขาพูดมากแค่ไหนแต่ร่างกายของเธอมันเริ่มไม่ไหวอีกแล้ว

ไม่ว่าจะเริ่มใหม่กี่ครั้ง  การันต์ก็ไม่อาจแทนที่ธีร์ได้  เขาเคยคิดว่าตัวเองพ่ายแพ้เพราะธีร์มีอะไรดีกว่าเขา  จนวันหนึ่งเขาก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วต่อให้เขาจะดีกว่าธีร์มากแค่ไหน  เขาก็ไม่มีวันชนะธีร์อยู่ดีเพราะเขาไม่เคยเอาชนะคุณนายเพชรได้เลย

เขาพ่ายแพ้ต่อความเย็นชาของเธอ  แพ้ต่อความฉลาดและเด็ดขาด  แพ้ต่อความรักครอบครัวและแสนจะภักดีต่อครอบครัวของเธอ  การันต์พ่ายแพ้เธอทุกอย่างจนวันที่เธอตาย  เขาก็ยังพ่ายแพ้  เพราะเธอคงไม่เคยคิดอะไรต่อเขาเลยทั้งที่เขาเฝ้าเสียใจกับการจากไปครั้งนั้นเสมอ  เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งของความผิด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ความเสียใจมันก็แปลเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและรังเกียจ  เขาเกลียดเธอทุกครั้งที่นึกถึง  เขามองว่าเธอเป็นคนโง่สิ้นดีที่เลือกชีวิตแบบนั้น  และเขาสบายใจที่จะคิดแบบนี้ไปตลอดชีวิตจนวันที่น้ำเพชรเข้ามา

เพราะเธอเหมือนคุณนายเพชรมาก  ยิ่งมองดวงตาและฟังเสียงของเธอมันยิ่งทำให้เขาเกรี้ยวโกรธ  เขาไม่ได้โกรธเธอและไม่คิดจะใส่ใจเลย  เพียงแต่เธอนั้นเป็นคนที่ทำให้เขานึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับคุณนายเพชรอีกครั้ง  และการที่เห็นธีร์รู้สึกไม่ต่างกันกับเขาเพียงแต่เป็นความรู้สึกดีมากกว่าร้าย  มันก็ยิ่งทำให้เขารู้ว่าควรเดินเกมต่อไปยังไง

“ตระกูลสุริยันมักจะรอดจากสงครามภายในที่ประชุมเสมอ  เพราะพวกเขาหลีกเลี่ยงมันตลอดและไม่คิดจะผูกมิตรกับใครเป็นพิเศษ  อยู่ลอยตัวเหนือทุกสิ่งและไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องหวั่น  จนวันที่เพชรเข้าไป”  การันต์พูดขึ้น

“...”

“เธอเก่งเกินไป  และสุดท้ายเธอก็ดึงสุริยันเข้าสนามรบไปเจอแม่ทัพใหญ่อย่างดาราและจันทรา”

“...”

“สาวน้อย...เธอช่างโชคร้ายจริงๆ ที่หลงทางมาอยู่จักรวาลนี้”  การันต์พูดพลางมองขึ้นมายังน้ำเพชร “ที่นี่ไม่น่าจะใช่โลกของเธอนะน้ำเพชร”

“แล้วคุณรู้หรือว่าโลกของฉันควรเป็นยังไง?”  หญิงสาวเอ่ยถาม

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าธีร์ไปหาเธอมาจากไหน  เป็นหลานของกิ่งแก้วจริงหรือเปล่า”

“...”

“เธอเองก็ไม่น่าจะรู้นี่นา  ทำไมถึงเลือกที่จะเชื่อธีร์อยู่ล่ะ?”  เขาพูดลองใจกับเธอ  แม้ว่าน้ำเพชรจะรู้สึกไม่ดีต่อการันต์มากเท่าไหร่แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าการันต์พูดไม่ผิด

น้ำเพชรตื่นมาโดยไม่มีความทรงจำใด  เธอรู้ทุกสิ่งจากธีร์และคนในบ้านสุริยัน เหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่รู้เลยว่าโลกเป็นเช่นไรจึงทำได้แค่เชื่อตามที่พ่อแม่สั่งสอน  แต่ถึงอย่างนั้นโลกก็มีสังคม  เด็กน้อยต้องพบกับเด็กคนอื่นหรือผู้ใหญ่คนอื่นที่มอบอีกความคิดให้ไปไตร่ตรอง  น้ำเพชรเองก็พบกับหลายคนที่ทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามกับธีร์อีกครั้ง

ทั้งเรื่องที่เขาเป็นช้างเผือกจนทำให้เธอต้องเข้ามาอยู่ในวงจรของที่ประชุมจักรวาลโดยไม่รู้ตัว  คำพูดของจอมทัพที่ดูจะรู้จักกับเธอมาก่อนและเขาก็อยู่ในเศษเสี้ยวความทรงจำของเธอ  คำพูดของพระเพลิงที่ดูจะไม่เชื่อในเรื่องของกิ่งแก้วที่ธีร์เคยบอกกับเธอ  แล้วไหนจะการมีตัวตนของเธอที่แทบไม่มีใครรู้จัก

“เธอก็คงจะตั้งคำถามหลายอย่าง  การมีตัวตนของเธอมันดูประหลาดไปหมด  จู่ๆ เธอก็โผล่มาในช่วงที่ทุกคนกลับมา  เหมือนกับว่าสงครามในอดีตจะกลับมาอีกครั้งเพียงแค่เปลี่ยนจากเพชรรัตน์เป็นเธอ”

“...”

“ไม่แปลกหรือที่ธีร์จะดูรักเธออย่างง่ายดาย  ทำไมมันถึงดูแลเธอดีมากและทำไมมันถึงอยากรั้งเธอไว้”

“ไม่ได้รั้งฉันไว้หรอก”

“?”

“ฉันเลือกที่จะอยู่เอง”  น้ำเพชรตอบกลับไปพลางนึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา  “เขาดูเหมือนอยากจะให้ฉันอยู่ด้วยแต่ก็ไม่เคยบังคับให้ฉันอยู่กับเขา  ฉันอยู่เพราะตัวฉันเอง”

“...”

“เพราะฉันอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร  และเขาคือคนที่ดึงให้คนอื่นเดินมาใบ้คำตอบกับฉัน”

“...”

“และคุณก็คือหนึ่งในคำตอบ  แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก”

“หุบปาก”

“ฉันเข้าใจเลยว่าทำไมคุณนายเพชรรัตน์ถึงไม่เลือกคุณ”  น้ำเพชรพูดพร้อมจ้องไปยังการันต์ที่กำหมัดแน่น  “ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับคุณธีร์  แต่ที่เธอไม่เลือกคุณ  มันเป็นเพราะตัวคุณเองทั้งนั้น”

“...”

“คุณเอาแต่คิดว่าการเป็นคนดีที่รักเธอมากๆ จะทำให้เธอเลือกคุณ  คุณคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ความคิดแบบนั้นมันเป็นแค่การปลอบใจตัวเองในวันที่เธอไม่เลือกคุณก็เท่านั้น”

“เพชร...”

“จากที่ฉันฟังคุณและคนอื่นเล่ามาถึงเรื่องในอดีต  ฉันก็ได้แต่คิดว่าทำไมผู้หญิงที่เก่งแบบนั้นต้องสนใจคุณ  ในเมื่อคุณไม่ใช่คนเก่งหรือแนวหน้าของงานธุรกิจ  เธอเก่งกว่าคุณตั้งเยอะ”

“...”

“ทำไมเธอต้องรักในความใจดีและความรักที่คุณให้  ในเมื่อคุณทำทุกอย่างแล้วหวังผลตอบแทนทั้งหมดจนเธอเองก็น่าจะรู้สึกได้  คุณหวังจะทวงบุญคุณในความดีที่คุณเคยทำเสมอจนความรักของคุณมันไม่เหลือความจริงใจ”

“...”

“ต่อให้ไม่มีคนอื่น  ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเลือกคนอย่างคุณเลย”

“เงียบไปซะ”

“การเรียกร้องความรักของคุณมันช่าง...น่าสมเพช”

“ฉันบอกให้หุบปาก!”  การันต์ตวาดเสียงลั่นพร้อมกับลุกพรวดแล้วคว้าเก้าอี้พร้อมกับเขวี้ยงใส่เธอ  แต่น้ำเพชรอยู่สูงกว่าระยะที่เก้าอี้ลอยมามาก  นั่นจึงทำให้เธอแค่นหัวเราะออกมาจนทำให้การันต์หัวเสียอีกครั้ง

“หึ ดูคุณตอนนี้สิ”

“...”

“ต่อให้คุณจะปาเก้าอี้มาถึงฉันจริงๆ คนที่แพ้ก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี”

“แก...”  การันต์จ้องเธอตาเขม็งพลางกัดฟันด้วยความคับแค้นใจจนไฟแทบจะปะทุ

“ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าเธอมองคุณยังไง  เข้าใจอย่างถ่องแท้เลย”

“ฉันบอกให้แกหุบปากนังปีศาจ!”  การันต์ตวาดเสียงกังวานพลางชักปืนขึ้นมาเล็งใส่น้ำเพชรที่ถูกตรึงอยู่ที่เดิม  หญิงสาวหัวเราะเสียงเบาให้กับเขาและชะตากรรมของตัวเอง

เธอไม่รู้ว่าก่อนนี้เธอเป็นใครมาก่อน  ไม่รู้ว่าเพชรรัตน์เป็นแบบไหน  แต่เธอรู้ว่าคนพวกนี้เป็นยังไง ทุกคนกำลังมองว่าเธอเป็นตัวแทนของคุณนายเพชรรัตน์จริงๆ และเธอเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นคุณนายเพชรรัตน์ถึงอยากตายไปซะ

มันไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ  แต่คงเป็นเพราะคนพวกนี้ต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า  คนพวกนี้แย่งชิงอำนาจกันตลอดเวลาและเธอเองก็เป็นหนึ่งผู้ท้าชิงนั้น  ความรักที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับการันต์หรือธีร์ที่มีต่อเธอมันช่างแสนน่าอึดอัดไปเสียหมด  แม้ว่ามันจะถูกฉาบด้วยคำว่ารักแต่มันกลับเป็นเหมือนมีดที่จ่อคอ

หากว่าน้ำเพชรได้รู้ว่าความจริงทั้งหมดที่เหลือมันคืออะไร  มันอาจทำให้เธอเข้าใจผู้หญิงคนนั้นได้มากขึ้น  ผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวร้าย บ้าอำนาจ ชนวนสงคราม  ความจริงแล้วมันอาจมีเหตุผลหลายข้อที่ไม่มีใครเคยเก็บมาคิด

ไม่ใช่แค่เรื่องของเพชรรัตน์  แต่ทั้งราตรีที่ทรยศพี่ชายด้วยการยึดอำนาจมาเพราะพี่ชายทำลายตระกูลอื่น  รสรินที่เป็นเสาหลักของตระกูลเพราะสามีไม่มีความเป็นผู้นำ  จนเธอต้องหวังให้โรสสานต่อแทน  ทุกคนล้วนมีเหตุผลที่ไม่มีใครเคยพูดถึงหรือพยายามจะทำความเข้าใจ  เพราะพวกเธอล้วนแล้วแต่เอาตัวรอดจนเผลอถลำลงไปเสพติดความโหดร้ายของสงคราม

“แกคิดว่าตัวเองจะชนะตลอดไปหรือไง!?”  การันต์ด่ากราดแต่เขาก็ไม่กล้าลั่นไกออกไป  หนำซ้ำเขายังโกรธจัดเพียงแค่น้ำเพชรมองมายังเขาด้วยสายตาเวทนาแทนที่จะเป็นแววตาของความกลัว  “แกไม่ใช่เพชร  หรือต่อให้ใช่  ฉันก็จะส่งแกไปตายตามมันซะ!”

“...”

“สมควรแล้วที่ธีร์มันไม่เคยรักแกจริงๆ เลย  เป็นแค่เมียหลวงที่ผัวตัวเองยังเกลียด  ไม่มีใครอยากให้แกมีชีวิตอยู่หรอก”

“...”

“รอบก่อนแกตายเองใช่ไหม  งั้นรอบนี้ฉันจะส่งแกไปตายเอง”  การันต์พูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงสั่น  น้ำเพชรสัมผัสได้ว่าน้ำตาของเขาและความรู้สึกที่จุกคอนั้นมันไม่ใช่ความกลัว  แต่เป็นความโกรธและความเสียใจต่างหาก  “ตายสักทีเถอะเพชร  หายไปจริงๆ สักทีสิวะ!”

การันต์ตะโกนเสียงลั่นเหมือนคนกำลังขาดสติ  สิ่งที่เขามองเห็นในตัวน้ำเพชรคือเพชรรัตน์  เขามีความทรงจำที่ดีจากความรักแต่ก็มีความทรงจำอันแสนเศร้าจากการไม่ถูกรัก  แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลิกรักเธอไม่ได้  การโกหกว่าเกลียดเธอนั้นมันไม่เคยทำให้เขาลืมเลือนเธอไป  เขาไม่ได้อยากฆ่าเธอแต่เขาอยากให้เธอหายไปจากความทรงจำของเขาต่างหาก

“ทำไมต้องกลับมาอีกเพชร  ทำไม...”  ชายตรงหน้าจับปืนมือสั่นก่อนที่จะมีเสียงปืนลั่นขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา  ทำให้การันต์หันกลับไปดูทางประตูโกดังที่ยังปิดสนิท

โครม!

ไม่ทันที่จะได้สรุปถึงสาเหตุของเสียงปืนนั้น  ประตูโกดังก็ถูกพังลงด้วยฝีมือของรถสปอร์ตสีเหลืองมัสตาร์ดที่พุ่งเข้ามาโดยไม่สนใจใครหน้าไหน  ก่อนที่ร่างสูงของจอมทัพจะก้าวลงมาจากรถพร้อมปืนกระบอกหนึ่งในมือ

น้ำเพชรมองไปยังชายคนนั้นที่เดินด้วยสีหน้าเรียบเฉยยากจะคาดเดาได้  ชุดสูทของเขาเปื้อนเลือดและมีร่องรอยของการต่อสู้แต่ไม่มีวี่แววว่าจะมีคนมาสมทบ  การันต์ยืนนิ่งค้างกับภาพตรงหน้าพร้อมกับเบิกตาโพลงทันทีที่เห็นใบหน้าของจอมทัพ  เขามือสั่นมากกว่าเดิมพร้อมกับหายใจอย่างติดขัด

“ปะ เป็นไปไม่ได้”

“ก็เป็นไปแล้ว”  จอมทัพพูดเสียงเรียบพร้อมกับยิ้มมุมปาก  แม้ว่าแววตาของเขาจะดุดันและโกรธเกรี้ยวมากเพียงใด  ร่างสูงสาดกระสุนไปยังการันต์แต่ชายคนนั้นก็เรียกอาวุธของตัวเองมาป้องกันได้ทันเวลา  “โล่โลกันต์?  สวยดีนี่”

พลั่ก!

จอมทัพหาช่องทางยิงอีกฝ่ายไม่ยั้งพร้อมกับเปลี่ยนปลอกกระสุนอย่างไม่รีบร้อน  แม้ว่าการันต์จะพุ่งตัวเข้ามาระหว่างนั้นแต่จอมทัพก็รับมือได้กับทุกท่วงท่า  ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะแข็งแรงไม่ต่างกันแต่การันต์ท่าทางจะไม่ถนัดกับการสู้แบบตัวต่อตัวมากนัก  จึงทำให้เขาเสียท่าไป

ถึงอย่างนั้นมันก็ยากอยู่ดีตราบใดที่การันต์ยังมีโล่โลกันต์อันทรงพลังอยู่  มันป้องกันเขาจนแทบไม่ระคายผิว  จอมทัพรู้ดีว่าอิทธิฤทธิ์ของมันมีมากแค่ไหนจึงหาโอกาสโจมตีช่วงจังหวะเผลอและพุ่งเข้าไปในวิถีที่โล่บังไม่ทัน

ปัง!  ครืด!

มือหนาของจอมทัพลั่นไกไปยังเครื่องควบคุมรอกเหล็กก่อนที่รอกนั้นจะโรยตัวน้ำเพชรลงมาอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเผลอร้องเสียงหลงแต่จอมทัพก็วิ่งมารับร่างของเธอได้ทันก่อนถึงพื้น  ทำให้เธอลงมาถึงพื้นอย่างปลอดภัยโดยที่โซ่เส้นยาวตกลงมาถึงพื้นด้วย

“ไปเอาขวานในรถมา  เดี๋ยวผมจัดการทางนี้ก่อนแล้วจะตัดโซ่ให้”  จอมทัพพูดกับน้ำเพชรเช่นนั้นทำให้เธอพยักหน้าแล้วรีบวิ่งฝ่าดงกระสุนไปยังรถสปอร์ตของเขา  ขณะที่เขาสู้กับลูกน้องของการันต์ที่เข้ามาช่วยเจ้านาย

ปัง!

เสียงปืนยังคงดังสนั่นหวั่นไหว  จอมทัพยังสู้กับพวกของการันต์ในขณะที่การันต์นั้นหนีออกไปทางด้านหลังโกดังพร้อมกับลูกน้องส่วนหนึ่ง  น้ำเพชรรีบเปิดประตูรถพร้อมกับเอื้อมไปคว้าขวานของจอมทัพที่วางตรงเบาะหลังขึ้นมาแต่ขณะนั้นก็มีลูกน้องของการันต์คนหนึ่งพุ่งเข้ามาทางเธอ  ทำให้เธอต้องคว้าขวานขึ้นมาฟาดตามสัญชาตญาณ

ช้างเผือกคนนั้นถูกขวานเฉี่ยวไปเพียงเล็กน้อยเพราะเขาถอยหลังทัน  ก่อนที่น้ำเพชรจะส่งแรงเท้าถีบไปที่ช้างเผือกอีกคนที่พุ่งมาอีกฝั่ง  เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองใช้ขวานได้อย่างคล่องแคล่วทั้งที่มันหนักประมาณหนึ่ง  เพียงแต่โซ่ที่พันข้อมือทั้งสองข้างทำให้เธอเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น

“กรี๊ด!”  น้ำเพชรกรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเพราะมีพวกช้างเผือกคนหนึ่งกดปุ่มเครื่องควบคุมรอกทำให้มันหมุนโซ่แล้วดึงร่างของเธอลากไปกับพื้นเพื่อพาเธอขึ้นข้างบนอีกครั้ง  เธอดิ้นสุดแรงและทำขวานตกโดยไม่ทันรู้ตัว

“น้ำเพชร!”

ซ่า!

“!”  หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเห็นไฟลูกใหญ่พุ่งมาทางเธอจนเธอหลับตาปี๋  ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพบว่าไฟนั้นมาจากปลายกระบอกกำเพลิงอาทิตย์ของธีร์ที่ยืนห่างจากเธอไม่ไกล  โซ่ที่ถูกปืนไฟหลอมละลายนั้นขาดลงจนทำให้น้ำเพชรไม่ถูกกระชากขึ้นไป

“ปลอดภัยนะ?”  เขาเอ่ยถาม

“นายใหญ่...”

ธีร์เก็บกำเพลิงอาทิตย์ไปพร้อมกับสั่งลูกน้องบุกเข้ามาช่วยเธอกับจอมทัพภายใน  ทั้งยังแบ่งคนออกไปตามการันต์ที่หนีไปก่อนหน้า  แต่แน่นอนว่าในถิ่นของตระกูลโลกานั้นย่อมมีพวกของมันมากกว่า  จึงทำให้เหตุการณ์ชุลมุนไปหมด

น้ำเพชรไม่รู้ว่าธีร์ตามมาได้ยังไง  แต่การมาช่วยของเขาทำให้เธอกับจอมทัพที่ท่าทางจะบุกมาคนเดียวในตอนแรกนั้นหนีได้ง่ายขึ้น  ร่างสูงเข้าปะทะกับพวกลูกน้องของการันต์  ก่อนที่จอมทัพจะวิ่งมาจูงมือน้ำเพชรให้วิ่งไปที่รถสปอร์ตของเขา

“ทางนี้!”  จอมทัพบอกกับเธอทำให้เธอเผลอวิ่งไปกับเขา

ปัง!

หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงปืนนัดนั้นก่อนจะหันไปพบว่าธีร์ถูกยิงเข้าที่แขนเพราะธีร์มารับกระสุนแทนน้ำเพชรที่อยู่ไม่ไกล  ทำให้เธอไม่กล้าจะทิ้งเขาแล้วขึ้นรถ  น้ำเพชรเป็นห่วงธีร์ที่กำลังสู้อยู่คนเดียวทำให้เธอยืนนิ่งแล้วมองไปทางเขา

จอมทัพเห็นดังนั้นก็ได้แต่หัวเสียที่มองเห็นสายตาของเธอที่สบตาเขาแทนคำขอร้อง  จอมทัพจึงถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้ววิ่งเข้าไปพาตัวธีร์ออกมาจากกลุ่มพวกช้างเผือกที่ล้อมเขาไว้

ธีร์กับจอมทัพร่วมกับสู้ขณะที่น้ำเพชรพยายามหาปืนในรถของจอมทัพแต่ก็ไม่พบ  เธอจึงรีบสาวเท้าวิ่งไปที่ขวานเล่มเดิมซึ่งวางอยู่ไม่ไกล  แต่ก็ต้องสู้กับลูกน้องของการันต์ที่พุ่งเข้า  โชคดีที่เธอคว้าไว้ได้ทันก่อนจะฟาดขวานในมือจนมันรีบถอย

ไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่ความทรงจำของเธอจะหายไปนั้นเธอสามารถต่อสู้ได้มากแค่ไหน  แต่เพชรก็สามารถเอาตัวรอดมาได้  อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอไม่เป็นภาระกับคนอื่นไปมากกว่านี้  หญิงสาวหอบหายใจพลางมองไปทางธีร์และจอมทัพที่วิ่งกลับมาที่รถโดยที่ธีร์ได้แผลมามากกว่า

“ไปกันเถอะ”  ธีร์พูดพร้อมเดินมาพาเธอกลับไปขึ้นรถโดยมีจอมทัพวิ่งไปเปิดประตูตรงเบาะคนขับ  เมื่อขึ้นรถแล้วทั้งหมดจึงรีบออกมาจากที่นั่น

บรืนนนน!!

“คุณถูกยิงกี่ที่คะเนี่ย ทำไมเลือดมันเยอะขนาดนี้”  น้ำเพชรถามธีร์ด้วยน้ำเสียงโวยวาย  แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะเสียงเบาแล้วเอามือกดแผลตัวเองไว้ก่อนจะเอามืออีกข้างมาลูบหัวเธอเบาๆ

“ฉันไม่เป็นไร”  ธีร์ตอบ

“แค่นี้ไม่ตายหรอก”  จอมทัพพูดแทนธีร์ที่เอนกายลงนอนบนไหล่ของน้ำเพชรด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด  ธีร์จึงลอบยิ้มเพราะต่อให้จอมทัพจะดูหัวเสียกับเขาแต่ก็เป็นคนที่ช่วยเขากับน้ำเพชรอยู่ดี

“ขอบคุณมาก  คุณจอมทัพ”

 

#วชิรอาญา 

ความคิดเห็น