facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 125 เขตสุสานแห่งศาสตรา

ชื่อตอน : ตอนที่ 125 เขตสุสานแห่งศาสตรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 264

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 00:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 125 เขตสุสานแห่งศาสตรา
แบบอักษร

ตอนที่ 125

 

ลู่เหรินฮ่าว แม้จะมิได้จงในแผ่กลิ่นอายยอดฝีมือออกมา ทว่าราวกับปราณธรรมชาติรอบกายต่างพากันสั่นไหวหลีกหนี เกิดเป็นความพร่าเลือนจากความว่างเปล่าในรัศมีโอบล้อม... ต่อให้เป็นยอดฝีมือชื่อก้องทวีป ก็ใช่ว่าจะเป็นที่รู้จักสำหรับทุกคน มีหลายคนในตรอกนี้ที่ไม่รู้จักตัวตนของ ลู่เหรินฮ่าว แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันแหวกเปิดทางด้วยสัญชาตญาณ รู้สึกขนลุกชูชันไม่ทราบที่มา... 

 

เหยาซาน ที่เห็นแบบนั้น ก็ยังอดไม่ได้ที่จะอดสั่นขวัญแขวน อำนาจสยบที่อีกฝ่ายแผ่ล้นออกมาโดยไม่ตั้งใจนั้น ยังน่ากลัวยิ่งกว่ายอดฝีมือที่ เหยาซาน เคยพบเจออย่างไม่อาจเปรียบวัด... สองผู้เยาว์แทบจะเอาหลังแนบชิดกำแพงตรอก ยิ่ง ลู่เหรินฮ่าว เข้ามาใกล้ก็ยิ่งใจเต้นระส่ำ 

 

พริบตาที่กำลังจะเดินผ่านไปนั้นเอง จู่ ๆ แววตาของ ลู่เหรินฮ่าว ก็เปลี่ยนไป หยุดฝีเท้าตรงหน้าผู้เยาว์ทั้งสอง มือที่สะบัดพัดสีทองพลันแน่นิ่ง เหลียวมองตรงมายัง เหยาซาน เผยประกายตาที่สลับซับซ้อน 

 

เหยาซาน ถึงกับร่างสั่นเทิ้ม เมื่อเงยหน้าขึ้นประสานสายตาเพียงแค่ชั่วพริบตา กลับรู้สึกเหมือนประหนึ่งว่าตนเองเป็นเพียงแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่พร้อมจะถูกดูดหายเข้าไปยังมหาสมุทรลมปราณไร้ที่สิ้นสุด... 

 

ลู่เหรินฮ่าว หดนัยน์ตาแคบ ตวัดพัดสีทองออกไปเบื้องหน้า เชิดปลายคางของ เหยาซาน ให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มน่ากลัว... “หล่อเหลาเอาการ... ไม่บ่อยนักนะที่เราผู้ชราจะเอ่ยปากชมหนุ่มน้อย...” 

 

น้ำเสียงผู้ชราที่ถูกดัดให้อ่อนหวาน ทำเอา เหยาซาน ขนลุกตั้งแต่ปลายเท้ายันหนังศีรษะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะแสดงสีหน้าเยี่ยงไรออกไป... ตันเหมา ที่อยู่ข้าง ๆ ยังอ้าปากค้าง ไหนเลยจะเอื้อนเอ่ยคำพูดคำจา... 

 

จากนั้น ลู่เหรินฮ่าว ก็พลันหัวเราะเสียงเย็น และเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น... สร้างความตกตะลึงให้กับสองผู้เยาว์อย่างไร้ที่สิ้นสุด ไม่เคยคิดมาก่อนจะต้องเผชิญสถานการณ์น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ ประหนึ่งว่าแค่สายตาของอีกฝ่าย ยังสามารถเชือดเฉือนร่างของตนให้ขาดสะบั้นได้เพียงจ้องมอง... 

 

แน่นอนว่าตัวของ ซุน ในอดีต ไม่เคยพบเจอ ลู่เหรินฮ่าว มาก่อน... เนื่องด้วยตอนที่เกิดการต่อสู้ระหว่าง ลู่เหรินฮ่าว และ เหยาหมิง นั้น ซุน ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย กว่าจะกลับมาถึงการต่อสู้ทั้งหมดก็พลันจบสิ้นลงแล้ว (ตอนที่ 13) 

 

หรือแม้แต่ตัวของ ลู่เหรินฮ่าว ที่เคยพบเจอ ซุน มาครั้งหนึ่งเพียงช่วงสั้น ๆ จากมุมมืด(ตอนที่ 14) ทว่าในตอนนั้น ซุน ที่ยังไม่มีพื้นฐานวรยุทธใด ๆ เอกลักษณ์ลมปราณย่อมพร่าเลือนไม่ก่อรูปชัดเจนเฉกเช่นในปัจจุบัน มิเช่นนั้นด้วยสัมผัสลมปราณอันแข็งแกร่งของ ลู่เหรินฮ่าว ต่อให้ ซุน ใช้จี้แปลงโฉมอยู่ตอนนี้ ก็ยังยากที่จะปกปิดตัวตนดั้งเดิมได้... 

 

การพบเจอของทั้งสอง ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ทราบว่าเป็นศัตรู 

ผลลัพธ์ที่ออกมา จึงไม่เกิดสถานการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น... 

 

เหยาซาน ถอนหายใจหนักหน่วงออกมา 

“ยอดฝีมือชนชั้นเทพปรมาจารย์ น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ... ได้ยินว่า เหล่าซือ ก็เป็นอดีตเทพปรมาจารย์เช่นเดียวกัน แต่ทำไมตอนที่ข้าอยู่กับ เหล่าซือ ไม่เคยรู้สึกถึงความน่ากลัวเช่นนี้บ้างเลย...” 

 

เฒ่าชีเปลือย หัวเราะเบา ๆ 

“ก็ เหล่าซือ ของเจ้าปกปิดพื้นฐานลมปราณมานานหลายสิบปี จนกลายเป็นธรรมชาติเสียแล้ว ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ยังยากที่จะรับรู้ได้... ตัวเจ้าในตอนนั้นที่เป็นเพียงเด็กน้อยไร้พื้นฐาน จะไปรู้เรื่องอะไรกัน?! เจ้า ณ เวลานี้เก่งอาจขึ้นมากแล้ว ถึงจะเป็นแค่หน่ออ่อนต้นกล้า แต่ก็ทำให้พลังในการประเมินผู้คนมีมากยิ่งขึ้น สัมผัสได้ถึงความอันตรายของเฒ่ากระตุ้งกระติ้งผู้นั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว...” 

 

เหยาซาน ไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับคำชม... หลังจาก ลู่เหรินฮ่าว เดินผ่านไป สองผู้เยาว์พลันเร่งร้อน พุ่งทะยานกลับสู่สำนักโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง... ซึ่งในตอนนั้นเองที่ ลู่เหรินฮ่าว ได้หันกลับมามองยัง เหยาซาน ที่วิ่งจากไปอีกครั้ง หว่างคิ้วของชายชรายับย่นเล็กน้อย... 

 

“เด็กคนนี้ น่าสนใจจริง ๆ มิใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลา หากแต่เป็นรัศมีศาสตรามากมายที่แผ่ล้น และไอปราณธาตุที่โอบอุ้มไร้สิ้นสุด... ข้าไม่เคยคิดที่จะมีผู้สืบทอดเลยในชีวิตนี้ แต่หากอยากได้สักคนก็คงจะเป็นเด็กหนุ่มเช่นนี้กระมัง...” ลู่เหรินฮ่าว พึมพำขึ้นกันตนเอง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ หวนนึกว่าตนคงไม่เหมาะที่จะมีศิษย์สืบทอด 

 

การมาเมืองหลวงของ ลู่เหรินฮ่าว ในครั้งนี้มิใช่ความบังเอิญ แต่เกิดจากเทียบเชิญของราชวงศ์ไป๋หู่ เกี่ยวกับงานอภิเษกสมรสขององค์รัชทายาทลำดับที่ 1 และองค์หญิงจากราชวงศ์เสวียนอู่ ในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งด้วยสถานะของ ลู่เหรินฮ่าว ไม่แปลกที่จะถูกเชิญเข้าร่วมงานพิธีอันยิ่งใหญ่เช่นนี้...  

 

และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ... 

 

“เกาถิง!! เจ้ากล้าไม่รับการติดต่อจากข้า... ต่อให้ปู่ของเจ้า เกาเทียนฉี จะเป็น 1 ใน 10 แกนนำกลุ่มมังกรทองเช่นเดียวกับข้า แต่อย่าคิดว่ามันจะคุ้มกะลาหัวของเจ้าได้!!” ลู่เหรินฮ่าว เค้นเสียงผ่านร่องฟัน  

 

นอกจาก เกาถิง จะไม่อาจตามหา ซุน ตามคำสั่งได้พบแล้ว ยังไม่ยอมรับการติดต่อของ ลู่เหรินฮ่าว ผ่านหยกสื่อสารอีกด้วย จึงทำให้ ลู่เหรินฮ่าว เดือดดาลอย่างมาก อาศัยโอกาสมาเมืองหลวงในครั้งนี้ ตรงไปยังตระกูลเกาทันที... 

 

.............................................. 

 

สำนักสายลมประจิม... 

 

เหยาซาน ยังไม่อาจเริ่มการหมักบ่มสุราได้ เพราะยังขาดทรัพยากรที่ต้องรออีก 1 สัปดาห์ จึงใช้เวลาในส่วนนี้ รีบลบล้างเงื่อนไขที่เคยรับปากกับสองผู้อาวุโสสูงสุดในการออกไปด้านนอกสำนัก ด้วยการเข้าฝึกฝนเป็นการส่วนตัว 3 วันติดต่อกัน... 

 

“หากข้ารีบไปฝึกกับตาแก่เอาแต่ใจทั้งสองคนติดต่อกัน รวมแล้วก็ 6 วัน น่าจะกำหนดรับทรัพยากรจากตระกูลตัน และตระกูลหยวนพอดี...” คิดได้เช่นนั้นแล้ว เหยาซาน ก็ตรงไปยังตำหนักสายลมเหนือเพื่อเข้าพบ ผู้อาวุโสเถิง เป็นอันดับแรก 

 

แน่นอนว่ามันได้สร้างความดีใจให้กับชายชราอย่างยิ่ง... 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ดีมากไอหนู” 

 

“บอกไว้ก่อนนะว่า 3 วันจะเริ่มถูกนับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป เพราะข้าก็มีธุระสำคัญเช่นกัน...” เหยาซาน เค้นเสียงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ที่ต้องถูกบังคับให้มาฝึก 

 

ผู้อาวุโสเถิง ตบไหล่ของ เหยาซาน เบา ๆ 

“หึหึ... ข้าพูดคำไหนคำนั้น ไปกันเถอะ!!” 

 

กล่าวจบ ผู้อาวุโสเถิง ก็พลันคว้าคอเสื้อของ เหยาซาน พุ่งทะยานไปพร้อมกัน แน่นอนว่าเด็กหนุ่มไหนเลยที่จะสามารถต่อต้าน การจับคว้าของมือที่เหี่ยวชราราวกับเป็นเหล็กกล้าที่มิอาจดึงออกได้ 

 

ไม่นานทั้งสองก็ตรงมายังหลังเขาลูกที่ 2 หนึ่งในสถานที่ต้องห้ามของเหล่าศิษย์ ทว่าข้อห้ามนั้นยังครอบคลุมไปถึงศิษย์หลักอีกด้วย มีเพียงแค่ชนชั้นผู้ฝึกสอนและผู้อาวุโสเท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ มันเป็นสถานที่ของแผนกวรยุทธดั้งเดิม แม้จะถูกเรียกว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามของหมู่ศิษย์ แต่เนื้อแท้แล้วควรเรียกว่าเป็นสถานที่ต้องสาปเสียมากกว่า ใครก็ไม่อยากจะเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้... 

 

เขตสุสานแห่งศาสตรา 

 

สถานที่แห่งนี้แม้แต่ เหยาซาน ที่นั่งบนหลังเฝิงน้อยโบยบินทั่วสำนัก 4 ขุนเขา 1 ทะเลสาบ ก็ยังไม่เคยเข้ามาที่นี่ เหตุผลก็เพราะมันถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยข่ายอาคมของสำนักเป็นแสงขุ่นมัวโอบล้อมมิดชิด แม้แต่พื้นที่ด้านในก็ยังมองไม่เห็นชัดเจนจากบนท้องฟ้า 

 

ทว่าเหตุผลซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกปิดกั้นนั้น มิใช่เพราะด้านในมีสิ่งของล้ำค่าที่ทางสำนักต้องปกป้อง แต่ตรงกันข้าม!! เพราะภายในเขตสุสานแห่งศาสตรานั้นอันตรายเกินไป ข่ายอาคมทำหน้าที่ปิดกั้นไอสังหารจากด้านในสุสาน มิให้หลุดรอดออกมาด้านนอกจนทำลายหมู่ศิษย์สำนักเสียมากกว่า... 

 

เหยาซาน ใจเต้นระส่ำอยู่เนือง ๆ เคยได้ยินแค่คำเล่าขานเกี่ยวกับเขตสุสานแห่งศาสตรา ทว่าภาพแท้จริงเป็นเช่นไรนั้นยากที่จะทราบได้... ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ลึกลับของสำนัก เฉกเช่นเดียวกับวังบาดานใต้ทะเลสาบ แผนกวรยุทธประยุกต์... 

 

เหยาซาน และ ผู้อาวุโสเถิง ยืนอยู่เบื้องหน้าขอบข่ายอาคม ในมือของชายชรามีหยกอาคมแผ่นหนึ่งคาดว่ามันคงเป็นวัตถุที่จะใช้ในการเข้าไปด้านในได้... สีหน้าของ เหยาซาน ประหม่าอยู่เล็ก ๆ อุปนิสัยของ ผู้อาวุโสเถิง ค่อนข้างประหลาด จึงอดที่จะถามไม่ได้ 

“ผู้อาวุโสเถิง ทำไมท่านถึงพาข้ามาที่นี่?!” 

 

ชายชรา ส่งเสียง หึหึ ในลำคอ ก่อนจะเหลือบมอง... 

“กลัวงั้นหรือ?!” 

 

“เหลวไหล... ไหนเลยข้าจะกลัว ทว่าหากเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากบาดเจ็บเพราะความเผด็จการของท่าน ชีวิตของข้าสำคัญกว่าจะนำมาเสี่ยงกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...” เหยาซาน กล่าวเบ้ปากพลางสวมกอดอก ตลอดหลายเดือนในสำนักความสนิทสนมของ เด็กหนุ่มกับสองผู้อาวุโสสูงสุดมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เริ่มปีกกล้าขาแข็งได้บ้างแล้ว.... 

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ไอเจ้านี่นับวันยิ่งเหิมเกริม คงเห็นว่าทุกคนเอ็นดูเจ้าเป็นพิเศษงั้นสินะ ท่านรองเจ้าสำนักเตีย และรองเจ้าสำนักเป่ย ก็สนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่จนข้าเองยังแตะต้องไม่ได้... ทว่าวันนี้แหละ ข้าจะเอาคืนเจ้าบ้างแล้ว!!” 

 

เหยาซาน ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย แต่ใจก็ย่อมรู้ว่าผู้อาวุโสเถิง คงไม่ปล่อยตนให้ตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน น่าจะเป็นเพียงแค่คำข่มขู่... 

 

ในตอนนั้นเอง ขอบข่ายอาคมก็พลันบิดเบี้ยวก่อนจะบังเกิดช่องโหว่เล็ก ๆ เป็นประตูขึ้น... กลิ่นอายแห่งความมืดดำจากไอสังหารแผ่ซ่านออกมายังด้านนอก จนทำให้ เหยาซาน รู้สึกถึงความเย็นวาบ... 

 

ผู้อาวุโสเถิง เผยแววตาดุดัน แผ่รัศมีอำนาจสยบขึ้น ราวกับการคงอยู่ของตนเปรียบดังศาสตราวิเศษชิ้นหนึ่ง ผลักดันต้านทานความมืดดำจากไอสังหารเหล่านั้น จนถูกกดดันให้ร่นถอยกลับเข้าไปด้านในขอบข่ายอาคม... 

 

เหยาซาน ถึงกับสูดลมหายใจลึก สัมผัสได้ถึงความอันตราย... 

 

“ตามข้าเข้ามา...” เสียงของ ผู้อาวุโสเถิง ที่มักมีวาจาทีเล่นทีจริง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นจริงจัง ก้าวผ่านช่องว่างประตู เด็กหนุ่มจึงได้แต่กัดฟันตรงเข้าไปพร้อมกัน พริบตาเดียวช่องว่างประตูก็ถูกปิดจนแนบสนิทดังเดิม... 

 

เหยาซาน เพิ่งจะเคยเห็นด้านในเป็นครั้งแรก สถานที่แห่งนี้เป็นเพียงพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่มีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นจุดเด่นอะไร... แต่ทว่าในความโล่งกว้างที่เห็น กลับมีเศษซากศาสตรานับหมื่นนับพันชิ้น ที่แผ่ล้นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายปักทิ้งไว้บนที่โล่งกว้างแห่งนี้ ขอบเขตสุดสายตามีเพียงซากของศาสตราที่ปักเอาไว้ มองดูแล้วราวกับป้ายหลุมศพ!! 

 

เพียงแค่กวาดสายตาครั้งเดียว เหยาซาน ก็รู้ได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเคยเป็นสมรภูมิรบโบราณมาก่อนเมื่อในอดีต ทั้งยังเป็นสมรภูมิที่ยิ่งใหญ่มากในระดับที่สั่นคลอนทวีปเลยทีเดียว กลิ่นอายแห่งความตายจึงแผ่ซ่านไร้สิ้นสุดเช่นนี้... เศษซากศาสตราที่เห็นปักบนพื้นเหล่านั้น ทั้งหมดล้วนชำรุดเสียหายไม่มีความสมบูรณ์ ทั้งยังเก่าแก่จนไม่อาจประเมินกาลเวลาที่ผ่านพ้นไป... 

 

“ผู้อาวุโส... ที่นี่มัน?!” 

 

ผู้อาวุโสเถิง หัวเราะเสียงเย็นขึ้น... 

“ก่อนหน้านี้ข้าติดค้างศาสตราเจ้า 3 ชิ้น... ชิ้นแรกที่ข้ามอบให้คือ กระบี่พันชั่ง ส่วนชิ้นที่สองนั้นตัวเจ้าขอร้องให้ข้าสร้างขึ้นใหม่ตามแบบที่เจ้าต้องการ ซึ่งข้าก็ได้สั่งการไปยัง หอยุทธภัณฑ์ เรียบร้อยแล้ว เวลานี้อยู่ในกระบวนการหลอมอีกไม่นานก็คงจะสำเร็จ 

 

ทว่าในศาสตราชิ้นสุดท้ายนั้น... ตัวเจ้าเองก็ยังไม่มีคำตอบในใจให้กับข้า ดังนั้นข้าจึงคิดว่าบางทีเจ้าก็อาจจะเลือกชิ้นสุดท้ายได้ไม่ดีพอ สู้ปล่อยให้ศาสตรามันเป็นผู้เลือกเจ้าน่าจะดีกว่า... ณ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยศาสตราโบราณที่อันแน่นไปด้วยไอสังหาร แม้ทุกชิ้นจะเป็นศาสตราที่ชำรุดไปแล้ว แต่มันก็เปี่ยมไปด้วย จิตวิญญาณแห่งศาสตรา!! 

 

เจ้ายังจำข่ายอาคมจิตวิญญาณร้อยศาสตราได้หรือไม่?! ซากของศาสตราเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่มาจากสุสานแห่งศาสตราที่นี่ทั้งสิ้น ทว่าจิตวิญญาณภายในนั้นถูกสะกดควบคุมไว้ จึงมีไอสังหารที่เทียบไม่ได้เลยกับสถานที่แห่งนี้...” 

 

ผู้อาวุโสเถิง ทะยานตรงไปด้านหน้า ก่อนจะดึงเอากระบี่หักเล่มหนึ่งที่ปักบนพื้นขึ้นมาไว้ในมือ... ตัวกระบี่สั่นไหวรุนแรงคล้ายกับอาชาที่พยศดื้อรั้น แต่ไม่นานก็ถูกชายชราควบคุมได้สมบูรณ์ ในตอนนั้นเองที่ ผู้อาวุโสเถิง เหลียวมองมายัง เหยาซาน... 

 

“ภายใน 3 วัน!! เจ้าจงหาจิตวิญญาณศาสตราที่คู่ควรกับเจ้า ณ ที่แห่งนี้!! 

 

……………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว