facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนี้) 50%

ชื่อตอน : บทที่ 5 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนี้) 50%

คำค้น : #น่ารัก #คลั่งรัก #เจ้าเล่ห์ #โรแมนติก #หวาน #ถ่านไฟเก่า #ยังรักอยู่ #ซึ้ง #นางเอกรุก #คนคลั่งรัก #ลูก #ภรรยา #ทวงรักคืน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนี้) 50%
แบบอักษร

บทที่ 5 เจอกัน 3 ครั้งเรียกพรหมลิขิต (ตอนนี้) 50% 

 

“คุณไอคะ บริษัทพีเอสคอนสตรัคชั่นมาแล้วค่ะ” 

ชลวีร์กล่าวรายงานเจ้านายสาว ไอรดาเงยหน้ามาจากเอกสารบนโต๊ะ แล้วลุกยืนขึ้น ส่งเอกสารต่อให้รัชกรทางด้านซ้ายมือ พยักหน้าให้ชลวีร์เดินนำไปที่ห้องประชุม 

เมื่อถึงห้องประชุม เธอหยุดรอข้างหน้า มือเปิดเช็กเอกสารการประชุมอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงคนเดินมา ไอรดาเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบางแต้มยิ้ม เอ่ยทักทายคนที่เดินเข้ามาเป็นกลุ่ม 

“สวัสดีค่ะ ฉันไอรดา กิตติโยธิน” ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่หน้าตาเคร่งเครียดขยับแว่นขึ้น หลีกทางให้ชายหนุ่มข้างหลังซึ่งยื่นมือมาจับมือเธอที่ค้างไว้ 

“สวัสดีครับ ผมทินกร พัชรปราชญ์สกุล” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ปากเหยียดยิ้มเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับ ไอรดาชะงักงันก่อนจะรู้ตัวแล้วดึงมือออก ทั้งๆ ที่มือของเขาอุ่นแต่กลับทำให้ใจเธอเย็นยะเยือกเป็นน้ำแข็ง เธอปรับสีหน้าเป็นปกติ แล้วผายมือให้เขาเข้าไป 

เธอคิดมาตลอดว่า ธุรกิจของทางบ้านทินกรมีแค่การส่งออกและห้างสรรพสินค้า แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพีเอส คอนสตรัคชั่นกิจการรับเหมาก่อสร้างหนึ่ง จะเป็นหนึ่งในกิจการในเครือบียอนด์กรุ๊ปของครอบครัวเขาด้วย การที่เธอได้มาร่วมมือกับเขา คงเป็นผลมาจากแม่ของเธอที่เป็นคนเซ็นสัญญาก่อนหน้านี้ เธอเดินมานั่งที่โต๊ะ บีบมือตัวเองใต้โต้ะเพื่อบังคับมือสั่นระริกให้นิ่งไว้ มือยังบังคับได้ แต่ใจเจ้ากรรมนี่สิ จะทำยังไง 

นิ่งสิ ไอรดา ใจเย็นๆ ไว้ 

ทันทีที่เปิดการประชุม ไอรดาก็ปรับโหมดมาเคร่งเครียดกับการทำงานอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่คนพรีเซนต์งาน ทุ่มเทความคิดทั้งหมดไปกับการประชุม และแสร้งทำเป็นไม่สนใจตาคู่คมที่จับจ้องเธอไม่วางตาตั้งแต่เข้ามาในห้องจนกระทั่งประชุมเสร็จ 

ขณะที่การประชุมเสร็จสิ้น ผู้เข้าร่วมประชุมต่างยืนขึ้นและทยอยออกจากห้องประชุมทีละคน เหลือเพียงชายหนุ่มร่างสูงที่ค่อยเก็บของก่อนยืนขึ้น สายตายังคงมองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ 

ไอรดารู้ตัวว่าตัวเองถูกจ้องมอง และก็พยายามทำใจเย็นไม่สนใจสายตาคู่คมนั้น 

“ไม่รู้เลยนะครับ ว่าเรียนโยธาแล้วมาบริหารงานโรงแรมได้ด้วย” ทินกรกล่าว ทำให้ไอรดาก็หันมามองอย่างหลบไม่ได้ 

“ก็เหมือนคุณแหละค่ะ เรียนหมอ แต่มาบริหารงานก่อสร้างได้ด้วย” ไม่รู้เอาเวลาไหนมาทำ เขาเป็นหมอเขาควรจะยุ่งไม่ใช่เหรอ 

“ผมก็ไม่ได้มาจัดการเองทุกงาน เลือกแค่อันที่ผมสนใจ” เขายิ้มเล็กน้อย แววตาพราวระยับ จริงๆ กับการประชุมเล็กๆ วันนี้ ผู้บริหารระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาด้วยซ้ำ เหตุผลเดียวที่มาก็คือคนตรงหน้า 

“ไหนๆ ก็ถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้ว ไปทานด้วยกันเถอะครับ ผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงเอง” ทินกรเอ่ยขึ้น มองที่ไอรดาเป็นพิเศษ จนเธอต้องตอบรับคำอย่างเสียไม่ได้ 

 

เมื่อถึงร้านอาหาร ผู้จัดการออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เพราะดนัยเลขาของทินกรแจ้งมาไว้ก่อนแล้ว เขาเดินนำไปที่โต๊ะใหญ่บริเวณมุมของร้าน เพื่อความเป็นส่วนตัว พนักงานเสิร์ฟทยอยวางอาหารลงบนโต๊ะกลมช้าๆ 

“พีเอสหันมาทำโรงแรมแล้วเหรอคะ” เบญจา มัณฑนากรสาวเปิดบทสนทนาขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างมีความหมาย 

“ครับ” ทินกรตอบสั้นเหมือนเคย ไม่แม้แต่มองหน้าคู่สนทนา เบญจาหน้าเสียเล็กน้อย ด้วยตัวเธอเองก็ค่อนข้างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองพอสมควร หน้าตาคมเฉี่ยวที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างดี เสื้อคอวีคว้านลึกจนเห็นหน้าอกเล็กน้อย ขนาดพิชญ์ที่นั่งข้างๆ ทินกรยังอดเหล่มองไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่เธอทอดสะพาน ชายหนุ่มเป้าหมายมักทำเป็นมองไม่เห็นทุกครั้ง คอยพังสะพานเธอร่ำไป ถึงจะคอยปลอบใจตัวเองว่าเพราะชายหนุ่มเป็นคนเย็นชา อาจไม่คุ้นเคยกับผู้หญิงก็เถอะ 

“ขอโทษค่ะ รถติดเหลือเกิน” ไอรดาที่ตามมาทีหลังก้มหัวขอโทษ ที่นั่งที่เหลืออยู่กลับเป็นข้างทินกรเหมือนจงใจ เธอนั่งลงอย่างจำใจ ทันทีที่เธอมาถึงอาหารก็ถูกเสิร์ฟจนครบพอดี พอทุกคนเริ่มกิน ทินกรเอื้อมมือไปตักกุ้งซอสมะขามเป็นอย่างแรก ไอรดาที่เห็นพอดี เอ่ยปากห้ามอย่างอดไม่ได้ 

“คุณแพ้อาหารทะเลไม่ใช่เหรอ” 

ผู้จัดการร้านที่ยังยืนอยู่ ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “คุณทินกรชอบอาหารทะเลมากครับ ต้องสั่งกินทุกครั้งที่มาที่นี่” 

แต่ว่าตอนนั้น … 

เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ ทินกรยิ้มน้อยๆ แต่ไม่ตอบอะไร วางช้อนกลางไปทางฝั่งเธอ เพื่อให้เธอตักอาหารจานนั้นได้ง่าย 

“คุณไอรดารู้จักกับคุณทินกรมาก่อนเหรอคะ” เมื่อเห็นสายตาของทั้งสองที่ส่งให้กัน เบญจาเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ 

ทินกรไม่ตอบอะไรเหมือนเช่นเคย ไอรดาจึงเป็นฝ่ายตอบขึ้นมาเพื่อไว้หน้าสาวสวยผมสั้นตรงหน้า 

“เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันค่ะ” เธอตอบกว้างๆ อย่างตะขิดตะขวง 

“เอ๊ะ งั้นคุณก็ต้องรู้จักพี่ทินสมัยเรียนน่ะสิครับ เป็นไงครับพี่เขาฮอตหรือเปล่า” พิชญ์ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ถามอย่างสนอกสนใจ พิชญ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับทินกร เพียงแต่ไปเรียนที่เมืองนอก มารู้จักกันตอนทินกรมาทำงานด้วยกันที่บริษัท 

“ฮอตจะตาย ถึงผมจะไม่ได้อยู่คณะเดียวกันก็เถอะ แต่สาวๆ คณะผมนี่กล่าวถึงทินกรตลอด” ภูริที่เคยเรียนคณะบัญชีมหาวิทยาลัยเดียวกันตอบขึ้นมาแทน 

“แล้วคุณไอรดาล่ะครับ ฮอตหรือเปล่า” กวินทรสถาปนิก 

หนุ่มถามขึ้นมา สายตามองไปที่ไอรดา มุมปากยกยิ้ม แต่สายตาคนนั่งข้างๆ ไอรดากลับเข้มขึ้นมา 

“ไอไม่ฮอตหรอกค่ะ ทำตัวเป็นทอมอยู่คณะไม่ได้ไปไหนเลย” เธอตอบส่งยิ้มกลับไปบางๆ 

“เอ ไม่น่าเชื่อนะครับ คุณไอสวยขนาดนี้” กวินทรรุกต่อ 

“คุณไอรดาไม่สนหรอกครับ ตอนนั้นเธอมีแฟนอยู่แล้ว” 

------------------------------------------------------------------------ 

ได้กลิ่นคนขี้หวงมั้ยคะ ใครมาจีบไม่ได้เลยน้า 

คิดเห็นอย่างไรคอมเมนท์บอกกันได้นะคะ 

ความคิดเห็น